<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116162</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2021 14:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2021 14:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;สุพัฒนพงษ์&#039;การันตีศก.ไทยยังโต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ย. 2564 นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พลังงาน กล่าวปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ &amp;ldquo;อนาคตเศรษฐกิจไทย ใครชี้ชะตา&amp;rdquo; ว่า ยืนยันว่าเศรษฐกิจไทยยังมีการเจริญเติบโตอยู่ แม้จะไม่สูงมากเหมือนในอดีต ซึ่งเป็นเหมือนกันทุกประเทศในโลกที่การเติบโตของเศรษฐกิจจะต่ำกว่าเป้าหมาย ซึ่งเป็นผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์เดลต้า ที่ส่งผลกระทบอย่างชัดเจนกับภาคการท่องเที่ยวและบริการของไทย จนทำให้เกิดหลุมรายได้ที่หายไปเป็นจำนวนมาก และต้องยอมรับว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นในส่วนนี้ต้องใช้เวลาหลายปีกว่าการท่องเที่ยวทั่วโลกจะกลับมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ความมั่นคงของเศรษฐกิจไทยในด้านอื่น ๆ ยังอยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะภาคเอกชนที่มีการปรับตัวได้เป็นอย่างดี มีพัฒนาการทางเศรษฐกิจ สะท้อนจากผลกำไรของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ที่ครึ่งปีมีกำไรรวมกว่า 5 แสนล้านบาท ดีกว่าปีก่อนเกิดการระบาดของโควิด-19 ขณะที่ภาคการส่งออกก็ขยายตัวได้เป็นอย่างดี โตได้ในหลัก 10% ตรงนี้เครื่องชี้ที่ชัดเจนว่าภาคเอกชนมีการปรับตัวทางเศรษฐกิจไปก่อนแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ภาคเอกชนทั้งไทยและต่างประเทศยังได้เล่นขยายการลงทุนในไทยมากขึ้น สะท้อนจากตัวเลขนักลงทุนที่ขอรับการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ครึ่งปีกว่า 4 แสนล้านบาท สูงกว่าปีก่อนเท่าตัว โดยหากไทยยังสามารถรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ประคับประคองและร่วมมือในการสร้างความมั่นในให้กับนักลงทุน มีความเป็นไปได้ว่าในปี 2564 จะมียอดการขอบีโอไอสูงถึง 6 แสนล้านบาท ซึ่งถือเป็นระดับที่สูงที่สุดในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เหล่านี้เป็นอีกสัญญาณหนึ่งที่ทำให้เห็นถึงความหวังและโอกาสที่ภาคเอกชนเล็งเห็น ขณะที่ภาครัฐเอง ได้เร่งดำเนินการใช้จ่ายงบประมาณเพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมาย เพราะการใช้จ่ายภาครัฐเป็นอีกเครื่องจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้มีเสถียรภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แม้ว่ารายได้จากภาคการท่องเที่ยวและบริการจะหายไปจำนวนมาก แต่เศรษฐกิจไทยในช่วงไตรมาส 2/2564 ก็ยังขยายตัวได้ 7.5% และคาดว่าจนถึงสิ้นปี จากการที่รัฐบาลผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. ที่ผ่านมา และหากสามารถรักษาสถานภาพการแพร่ระบาดไว้ได้ดี ก็เชื่อว่าภาพรวมเศรษฐกิจในไตรมาส 3 และ 4/2564 จะดีขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ผลลัพธ์ในปีนี้เป็นบวกได้ และปีหน้าอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยผมยังเชื่อมั่นว่าหลังจากนี้ทิศทางเศรษฐกิจของไทยจะค่อย ๆ เติบโตไปได้ด้วยการช่วยเหลือของทุกฝ่าย ประคับประคองช่วยกัน ตรงนี้มีความท้าทายเรื่องหลุมรายได้ที่รอปิด และไทยเองยังเป็นประเทศที่อาศัยรายได้จากการท่องเที่ยว ซึ่งต้องใช้เวลา&amp;rdquo; นายสุพัฒนพงษ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุพัฒนพงษ์ กล่าวอีกว่า รัฐบาลจึงเดินหน้าการเปิดประเทศให้เร็วขึ้น เพื่อเร่งให้รายได้จากภาคการท่องเที่ยวทยอยกลับเข้ามา ผ่านโครงการนำร่องอย่างภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ซึ่งจนถึงปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาแล้ว 1 หมื่นนคน ยอดจองห้องพักเกือบ 5 แสนห้อง ถือว่าประสบความสำเร็จ โดยโครงการถูกออกแบบให้เป็นการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ มีมาตรการด้านสาธารณสุขดูแลอย่างดี เป็นการสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว และโครงการดังกล่าวได้กลายเป็นต้นแบบในการเปิดประเทศให้กับหลาย ๆ ประเทศอีกด้วย ซึ่งในระยะต่อไปจะมีการยกระดับเพื่อรับนักท่องเที่ยวต่างชาติมากขึ้น รายได้จาการท่องเที่ยวจะเข้ามาเพิ่มเติมเพื่อปิดหลุมรายได้จากภาคท่องเที่ยวที่หายไปในช่วงก่อนหน้านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ยังให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เดินหน้าต่อ ผ่านการต่อยอดโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ที่รัฐบาลได้เร่งดำเนินการมาตลอด 6 ปี กว่า 160 โครงการ ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญในการดึงดูดและรองรับการลงทุนจากนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่อีอีซีที่จะเป็นส่วนสำคัญในการทำให้เศรษฐกิจไทยเดินหน้า รวมถึงการให้ความสำคัญในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยส่วนหนึ่งคือการนำเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าเข้ามา รวมถึงการใช้ทรัพยากรอย่างมีคุณภาพมากที่สุด ตลอดจนการพัฒนาการทำงานของภาครัฐให้เร็วขึ้น ตรงนี้เป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล เพื่อช่วยให้ไทยติด 1 ใน 10 การจัดอันดับความยากง่ายในการทำธุรกิจ ของธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ภายใน 1-2 ปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตอนนี้เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์แล้ว ผลสำฤทธิ์ของวัคซีนพิสูจน์ได้ชัดว่าเป็นประโยชน์ แม้ว่าจะลดการระบาดได้ไม่เต็มที่แต่ลดอัตราการเสียชีวิตลงได้มาก ถ้ามีวัคซีนที่มีประสิทธิภาพที่ดีกว่านี้รัฐบาลก็ต้องจัดหามาเพิ่ม และวันหนึ่งโควิด-19 ก็จะเป็นเพียงโรคประจำถิ่นที่เราสามารถป้องกันดูแลตัวเองได้ ส่วนการช่วยเหลือประชาชนตลอด 18 เดือนของการแพร่ระบาด รัฐบาลมีมาตรการออกมาเยอะมาก รวมเป็นเงินกว่า 1 ล้านล้านบาท ในการช่วยเหลือประชาชนให้ผ่านความทุกข์ยาก ผ่านวิกฤติครั้งนี้ไปได้ โดยปัจจุบันยังมีมาตรการเดิมที่ดำเนินการอยู่ และมาตรการใหม่ที่จะเติมเข้าไป จากเงินกู้ใหม่ 5 แสนล้านบาท ที่ยังมีเงินเหลืออีก 4 แสนล้านบาท จึงอยากให้ประชาชนมั่นใจในระบบเศรษฐกิจของไทย เสถียรภาพการเงิน อันดับความน่าเชื่อถือ ความพร้อมของธนาคารพาณิชย์ที่ยังเข้มแข็งดี ตรงนี้จะเป็นจะจุดสำคัญที่ทำให้มั่นใจได้ว่า เมื่อพ้นโควิด-19 แล้ว ไทยยังมีความเข้มแข็ง มีรากฐานที่จะเติบโตไปได้ ไม่ได้อ่อนแอจนปวกเปียก หนี้สินไม่ได้สูงมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่น&amp;rdquo; นายสุพัฒนพงษ์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116162</URL_LINK>
                <HASHTAG>สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์, อนาคตเศรษฐกิจไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210723/image_big_60fa35d96157a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97488</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘นช.โทนี่’ชม‘เมียปิยบุตร’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นช.โทนี่&amp;quot; วิดีโอลิงก์ถล่มรัฐบาลลุงตู่ ตาบอดจูงตาดีไปตกเหว ห่วงรายได้คนจนคนรวยห่างเยอะ มีแต่นักใช้งบประมาณมาบริหารประเทศ หาเงินไม่เป็น ถูกปกครองโดยทหาร ซื้อแต่อาวุธ ซัด รธน.สืบทอดอำนาจ ทำลายกระบวนการยุติธรรม ไทยเป็นประเทศดัดจริต อยากรู้ถูกรัฐประหารเพราะอะไร แนะอ่านผลงานเมีย &amp;quot;ปิยบุตร&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 27 มี.ค.2564 ที่โรงแรมเอสซีปาร์ค นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นักโทษหนีคดีคอร์รัปชัน หรือนามแฝง Tony Woodsome กล่าวบรรยายผ่านวิดีโอลิงก์ ในโครงการ The Change Maker ของพรรคเพื่อไทย กิจกรรม Boot Camp สัปดาห์ที่ 3 ในหัวข้อ &amp;quot;ชวนคิดใหม่ วางอนาคตเศรษฐกิจไทยในเวทีโลก&amp;quot; ว่า คนที่จะเป็นเชนจ์เมกเกอร์ ต้องมั่นใจว่าเรากำลังรู้จริง เพราะถ้าไม่รู้จริง ถึงเป็นผู้นำที่เก่งมาก มีอำนาจเยอะ ก็เหมือนกับคนตาบอดจูงคนตาดีไปตกเหว คนตาดีเขายอมทำตามคนตาบอดก็เพราะทรงอำนาจเหลือเกิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายทักษิณกล่าวว่า สิ่งที่ห่วงคือเรื่องนโยบายการเงินและนโยบายการคลัง ซึ่งเรากำลังมีปัญหาในการพัฒนาประเทศ เพราะกำลังซื้อของคนไทยตกลงเมื่อเทียบกับคนอื่น นอกจากนี้ รายได้ที่ต่างกันระหว่างคนจนกับคนรวย ตรงนี้ทำให้เราเคลื่อนตัวลำบาก เพราะเรากำลังแบกคนจน คนป่วย หรือคนที่ไม่มีกำลังไว้เยอะ มันลากไปไม่ไหว ขณะที่นโยบายการบริหารงบประมาณ เรามีแต่นักใช้งบประมาณมาบริหารประเทศ ไม่มีประเภทที่ว่ารายได้มีแค่นี้ รายจ่ายประจำมีแค่นี้ แล้วจะเพิ่มรายได้เพื่อให้มีการลงทุนอย่างไรได้บ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มีแต่ใช้งบประมาณให้หมดไปในแต่ละปี ไม่ได้คิดว่าทำอย่างไรให้งบประมาณสมดุลหรือลดการขาดดุล ซึ่งตอนนี้เราถูกปกครองโดยทหาร ทำให้งบทหารเพิ่มตลอด เราก็ยังซื้ออาวุธแบบเก่า ซึ่งการรบแบบเก่าเกิดเฉพาะชายแดน แต่วันนี้เป็นการรบแบบใหม่ที่รบด้วยเทคโนโลยี ต้องทำให้คนไปสู่จุดนั้น เช่น การรบด้วยหุ่นยนต์ ด้วยโดรน แต่การซื้ออาวุธวันนี้ยังเป็นแบบเดิม เพราะมีค่าคอมมิชชั่นดี และยิ่งค้างสต๊อกเยอะ ค่าคอมมิชชั่นก็จะยิ่งดีขึ้นกว่าเดิม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายทักษิณกล่าวว่า วันนี้ การเข้าหาแหล่งทุนประชาชนเข้าหาไม่ค่อยได้ เราต้องสร้างให้คนที่ต้องการจะพ้นจากความยากจนเข้าหาแหล่งทุนให้ได้ แต่วันนี้เป็นระบบฮั้วกันที่จัดโดยแบงก์ชาติ ฟรีที่ไม่ฟรีเยอะ แบงก์ชาติต่อไปต้องนั่งคิดแล้วว่า ดิจิทัลบาทต้องเริ่ม ทำให้แบงก์ลดบทบาท แบงก์ใหญ่ๆ อาจจะรอด แต่แบงก์เล็กๆ เหนื่อยหน่อย เพราะการแข่งขันวันนี้ผู้บริโภคเสียเปรียบ เราไม่เคยปกป้องผู้บริโภคเลย แพลตฟอร์มใหญ่ๆ จากต่างประเทศที่เข้ามาวันนี้กินเราไปเท่าไหร่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้เราไม่เก่งกับต่างประเทศ แต่เก่งกับการออกกติกากับคนไทย ดังนั้น ต้องเปิดให้มีการแข่งขัน ต่างชาติก็จะมองว่าเรามีกติกาที่เป็นสากล แล้วเขาก็จะอยากมาลงทุน วันนี้ต้องสร้างโอกาสให้คนระดับล่างได้มีโอกาสทำมาหากินได้ เรื่องเงินนั้น ถ้าไม่มีทุนก้าวหน้าไม่ได้ ระบบของประเทศต้องเปิดกว้างให้คนเข้าหาแหล่งเงินได้ทุกระดับอาชีพ อย่าใช้ระบบธนาคารธรรมดา ถ้าคนไม่อยากตายจน แต่ต้องตายจน ต้องโทษรัฐบาลที่ช่วยเขาไม่ได้เลย เพราะกฎหมายที่ล้าสมัย ขันนอตมากเกินไปจนคนทำอะไรไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักโทษหนีคดีโกงกล่าวด้วยว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีไว้เพื่อสืบทอดอำนาจ แต่ในทางตรงข้ามกลับทำลายประเทศมหาศาล ความน่าเชื่อถือกระบวนการยุติธรรมของประเทศ ถ้าไม่แก้สิ่งเหล่านี้คงลำบาก เพราะรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระ กระบวนการยุติธรรม เป็นหัวใจสำคัญ การแก้ไขกฎหมายต้องแก้เพื่อประชาชนส่วนใหญ่ อย่าถือเป็นเรื่องเล็ก บางทีออกกฎหมายมาเพื่อรักษาคณะผู้ปกครอง แบบนี้ไม่ได้ ต้องหาผู้ปกครองที่มาใช้กระบวนการยุติธรรมให้คนในชาติ เพราะคณะผู้ปกครองที่ทำงานอยู่ในขณะนี้ ต้องแก้กฎหมายเพื่อประชาชนส่วนใหญ่
แนะอ่านผลงานเมียปิยบุตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้าแก้เพื่อปกป้องตัวเองอย่างเดียว ทุกอย่างพัง ตามหลักกฎหมายแล้ว และหลักกฎหมายของเราผู้ที่ถูกกล่าวหาเราถือว่ายังบริสุทธิ์ หากคดียังไม่ตัดสินจนถึงที่สุด แต่วันนี้การทำหน้าที่ของกระบวนการยุติธรรมถูกตั้งคำถามจากต่างชาติมาก และที่อ่อนแอและต้องแก้ไขอีกเรื่องคือระบบราชการ เพราะข้าราชการวันนี้ทำตัวเป็นนักปกครอง ไม่ได้เป็นนักบริการ รวมถึงเรื่องเทคโนโลยี ต้องคิดว่าจะใช้ประโยชน์จากสิ่งที่เกิดขึ้นได้อย่างไร ถ้ายังมัวแต่ด่าว่าไอ้ห่าอยู่หน้าทำเนียบฯ แบบนั้นไปไม่รอด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาช่วงถามตอบ ผู้เข้าอบรมถามว่า ในช่วงพรรคไทยรักไทยจนถึงพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล มองว่ามีอะไรผิดพลาดที่นำไปสู่การรัฐประหาร นายทักษิณตอบว่า เป็นคำถามที่ดี แต่ตอบยาก มีอะไรซับซ้อนเยอะ เพราะกล่าวหากันง่ายมาก หาเรื่องกันง่าย ลองไปอ่านงานเรื่อง Deep State ที่เขียนโดยภรรยานายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า อย่างไรก็ตาม คนที่มาจากการเลือกตั้งนั้นจะแคร์ประชาชนมากกว่า แต่รัฐบาลนี้ดูดทุกคน ขนาดมาจากการเลือกตั้งก็ยังดูดเลย เพราะแคร์ประชาชนน้อย ระบอบประชาธิปไตยที่แม้ไม่ดีที่สุด แต่ก็ดีที่สุดเท่าที่มีมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายทักษิณยังตอบคำถามถึงข้อเสนอการผลักดันให้การค้าบริการเป็นอาชีพถูกกฎหมายด้วยว่า เราเป็นประเทศดัดจริต มีกฎหมายปราบการค้าประเวณี กลัวว่าจะรู้ว่ามีโสเภณี วันนี้เราต้องอยู่บนโลกแห่งความเป็นจริง ถ้าทุกอย่างขึ้นมาอยู่บนโต๊ะ มันจะควบคุมตรวจสอบได้หมด ตรวจโรคได้ มีการเสียภาษีถูกต้อง แต่เราไม่ชอบ ตนเอาหวยใต้ดินขึ้นมาบนดิน ส่งเด็กคนจนเรียนฟรี ไปเรียนเมืองนอกปีละ 900 คนเขาก็บอกไม่ดี บ่อนการพนัน กาสิโนไม่ดี แต่บ่อนมีเต็มเมือง ตอนที่ตนเป็นนายกฯ พยายามทำแต่ก็ไม่ง่าย ไม่เข้าใจเหมือนกันทำไมเราไม่ยอมรับความจริง เอาธุรกิจสีเทาขึ้นมาให้ถูกต้องไม่ดีกว่าหรือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตอนสมัยผม รัฐธรรมนูญที่คนอื่นเขียนและผมมาใช้เป็นรัฐธรรมนูญที่ดี รัฐธรรมนูญปี 2540 ทำให้ไม่มีการต่อรองอะไร การทำงานจึงราบรื่น แต่ตอนหลังเขากลัวพรรคเพื่อไทยจะชนะอีก จึงออกกฎหมายให้พรรคการเมืองเป็นเบี้ยหัวแตก มีการต่อรองกันจนบ้านเมืองไม่แข็งแรงเหมือนอย่างวันนี้ แม้บางพรรคจะจ่ายเงินกันเยอะ แต่สุดท้ายพรรคเพื่อไทยก็ชนะเป็นพรรคที่มี ส.ส.อันดับ 1 ทั้งนี้ เมื่อบ้านเมืองไม่แข็งแรง ภาคราชการก็จะแข็งแรง อย่างที่เขาเรียกพรรคราชการ ตอนนั้นนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ก็ยังช่วยทำเรื่องปฏิรูประบบราชการ แต่ตอนหลังมา หลังจากปฏิวัติผมมา ก็เปลี่ยนไปเยอะ ซึ่งต้องปฏิรูประบบราชการจริงๆ เพราะราชการเขาพร้อม เขาแล้วแต่นายว่าจะให้ไปทางไหน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กิจกรรมนี้นอกจากจะมีผู้เข้าร่วมโครงการที่มาร่วมกิจกรรมอย่างคึกคักแล้ว ยังมีแกนนำพรรคเพื่อไทยและ ส.ส.เข้าร่วมอย่างคึกคักด้วย รวมถึง น.ส.พินทองทาและ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร บุตรสาวของนายทักษิณ ก็มาร่วมรับฟังการบรรยายด้วย โดยนายทักษิณได้กล่าวทักทายทั้งสองคนว่า &amp;ldquo;นี่คือกำลังใจสำคัญของผม&amp;rdquo; ขณะที่ น.ส.พินทองทากล่าวตอบกลับไปว่า &amp;ldquo;วันนี้มาให้กำลังใจ ปลื้มใจที่ทุกคนมีพลังงานที่ดีมาร่วมกันแชร์กับพี่โทนี่ เป็นกำลังใจให้กับพี่โทนี่&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเมื่อบรรยายจบ นายทักษิณก็ร่วมถ่ายภาพกับผู้ร่วมกิจกรรม โดยบอกว่าวันนี้มีแขกพิเศษที่จะมาร่วมถ่ายรูปด้วย จากนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่ยืนอยู่หลังกล้องก็ออกมายืนคู่กับนายทักษิณ ทำให้ผู้ร่วมกิจกรรมส่งเสียงดีใจร้องเฮกันทั้งงาน
&amp;quot;จุรินทร์&amp;quot;ยันต้องแก้รธน.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ วันที่ 7-8 เม.ย. เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. ... ว่า เท่าที่ตรวจสอบเบื้องต้นจากกรรมาธิการ (กมธ.) ของพรรคประชาธิปัตย์ ไม่น่ามีปัญหาอะไร ทุกอย่างก็คงจะเดินหน้าต่อไปได้ และสภาก็สามารถพิจารณามาตราต่อๆ ไปได้จนจบถึงวาระที่สาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สำหรับการลงมติในวาระที่สาม พรรคประชาธิปัตย์จะให้การสนับสนุน เพราะเราต้องการให้มีกฎหมายประชามติเกิดขึ้นโดยเร็ว เพราะถือว่าเป็นส่วนหนึ่งที่จะสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อไป เพราะการแก้รัฐธรรมนูญในหลายมาตราระบุว่าจะต้องนำไปทำประชามติด้วย ก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย เพราะฉะนั้นกฎหมายประชามติจึงเป็นกฎหมายที่มีความจำเป็นและสำคัญ ทั้งนี้ เท่าที่ทราบเบื้องต้นพรรคการเมืองอื่นๆ ก็พร้อมให้การสนับสนุน แต่ทั้งหมดตนก็ไม่ควรไปตอบแทนคนอื่น อย่างน้อยประชาธิปัตย์ยืนยันว่าให้การสนับสนุนแน่นอน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุรินทร์กล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า พรรคประชาธิปัตย์ยืนยันมาตั้งแต่ต้นว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อนำประเทศไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยยิ่งขึ้น ซึ่งจะมีผลดีต่อการแก้ปัญหาเศรษฐกิจตามมาด้วย เพราะการเมืองกับเศรษฐกิจต้องเดินหน้าไปด้วยกัน ถ้าการเมืองมีปัญหา การแก้รัฐธรรมนูญซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปัญหาทางการเมืองประสบปัญหาอุปสรรค ก็จะกระทบต่อการแก้ปัญหาเศรษฐกิจโดยไม่จำเป็น เพราะฉะนั้นการแก้เศรษฐกิจกับการเมืองต้องทำควบคู่กันไปได้ รัฐบาลก็มีหน้าที่ทั้ง 2 ข้ออยู่แล้ว เพราะเป็นนโยบายทั้ง 2 เรื่อง ทั้งการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ การแก้ปัญหาโควิด ที่ต้องทำด้วยกัน และการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นนโยบายรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หากพรรคประชาธิปัตย์มีจุดยืนการแก้รัฐธรรมนูญเพียงพรรคเดียว ขณะที่พรรคร่วมอื่นๆ โดยเฉพาะพรรคแกนนำรัฐบาลไม่เอาด้วยจะทำอย่างไร นายจุรินทร์กล่าวว่า คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) จะเป็นผู้ไปคุยกัน และตนก็ได้มอบแนวทางสำหรับวิปพรรคประชาธิปัตย์แล้วว่าต้องไปหารือกับพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกัน เพื่อให้สามารถเดินหน้าตามนโยบายรัฐบาลได้ ซึ่งทุกพรรคน่าจะทราบดีว่ามันเป็นนโยบายตั้งแต่ต้น และที่สำคัญเราก็ต้องไม่ทิ้งฝ่ายค้าน และไม่ทิ้งวุฒิสมาชิกด้วย เพราะว่าจะแก้รัฐธรรมนูญสำเร็จได้ 3 ส่วนนี้มีความจำเป็นจะต้องร่วมมือกัน จะขาดส่วนใดส่วนหนึ่งไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวันชัย สอนศิริ ส.ว. ในฐานะโฆษกกรรมาธิการ (กมธ.)วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. ... กล่าวว่า ขณะนี้ร่าง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติไม่มีปัญหาใดๆ แล้ว คณะกรรมการกฤษฎีกาและฝ่ายที่เกี่ยวข้องแก้ไขปรับปรุงเนื้อหามาตราต่างๆ เสร็จเรียบร้อยแล้ว สอดรับกับมาตรา 9 ตามที่ประชุมรัฐสภาเห็นชอบให้แก้ไข ข้อวิตกที่หลายฝ่ายกังวลทั้งประเด็นความขัดแย้งระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติกับฝ่ายบริหาร หรือประเด็นจะขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่นั้น คณะกรรมการกฤษฎีกาได้แก้ไขปรับปรุงจนปัญหาเหล่านี้หมดสิ้นไป ไม่มีปัญหาใดๆ โดยจะนำเข้าสู่การพิจารณาที่ประชุม กมธ.วิสามัญฯ ในวันที่ 1 เม.ย. และจะได้ข้อสรุปเป็นที่ยุติได้ร่วมกันในวันที่ 1 หรือ 2 เม.ย.นี้ เพื่อนำเข้าสู่การประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญในวันที่ 7-8 เม.ย.ต่อไป ทั้งนี้ ขอยืนยันจะไม่มีปัญหาทำให้ร่างกฎหมายสะดุดหยุดลง.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97488</URL_LINK>
                <HASHTAG>The Change Maker, Tony Woodsome, ทักษิณ ชินวัตร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนาคตเศรษฐกิจไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210327/image_big_605f1722497f0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
