<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>93808</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/02/2021 09:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/02/2021 09:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กกต.ฟัน&#039;ผู้สมัครส.ส.สกลนคร&#039;อนาคตใหม่ ถือครองหุ้นสื่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.พ. 64 - นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่สมาคมฯได้ยื่นร้องเรียนไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เมื่อ 29 เม.ย.62 เพื่อขอให้วินิจฉัยคุณสมบัติของนายวีระชน นามประกาย ผู้สมัคร ส.ส.สกลนคร พรรคอนาคตใหม่ กับพวกผู้สมัคร ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ อาจขัดต่อ มาตรา 98 (3) แห่งรัฐธรรมนูญ 2560 เนื่องจากถือครองหุ้นสื่อในขณะที่ยื่นสมัครรับเลือกตั้งหรือไม่นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปรากฏว่าเมื่อวันที่ 18 ก.พ.64 ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้มีหนังสือถึงสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยแจ้งคำวินิจฉัยของ กกต.ที่ 9/2564 กรณีการเลือกตั้ง ส.ส. เมื่อวันที่ 24 มี.ค. 2562 โดย กกต. พิจารณาแล้วเห็นว่าให้ดำเนินคดีอาญาแก่นายวีระชน นามประกาย ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 98 (3) และ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 42 (3) และมาตรา 151 กรณีรู้อยู่แล้วว่าไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเนื่องจากขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม ในการถือครองหุ้นสื่อ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งนายวีระชน นามประกายนั้น กกต. ได้ตรวจสอบพยานหลักฐานแล้วเห็นว่า เป็นหุ้นส่วนของ หจก.วชิรวิชญ์ เคเบิ้ลทีวี หจก.สมาร์ท เซอร์วิส เน็ทเวิร์ค และ หจก.นครพนม ทีวี แอนด์ เน็ทเวิร์ค โดยกรณี หจก.นครพนม ทีวี แอนด์ เน็ทเวิร์ค ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ปรากฏวัตถุประสงค์ในข้อ 23 ว่า ประกอบกิจการส่งเสริมการศึกษา และให้บริการข่าวท้องถิ่นแก่บุคคล คณะบุคคล นิติบุคคล ส่วนราชการ และองค์การอื่น ๆ ของรัฐฯ (เคเบิ้ลทีวี) โดยเป็นการประกอบกิจการสื่อมวลชนใด ๆ และแม้นายวีระชน จะให้ถ้อยคำว่า หจก.นครพนม ทีวี แอนด์ เน็ทเวิร์ค เลิกกิจการไปแล้วเมื่อประมาณปี 2558 และออกจากการเป็นหุ้นส่วนประมาณเดือน ม.ค.2562 โดยอ้างสำเนาหนังสือถอนเงินลงหุ้นเมื่อวันที่ 13 ม.ค. 2562 ระบุว่า ยอมขาดสิทธิจากการเป็นหุ้นส่วนเป็นหลักฐาน แต่ที่ไม่สามารถจดทะเบียนเลิกห้างได้ เนื่องจากสำนักงาน กสทช. มีหนังสือขอระงับการจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชี หรือระงับการขีดชื่อนิติบุคคลออกจากทะเบียนนิติบุคคลร้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่จากการตรวจสอบแบบนำส่งงบการเงิน (ส.บช.3) ปรากฏว่าเมื่อวันที่ 31 ธ.ค. 2559 ยังคงนำส่งงบการเงินรอบปี 2559 โดยไม่ปรากฏหลักฐานว่านายวีระชน ดำเนินการยื่นขอแก้ไขเพิ่มเติมผู้เป็นหุ้นส่วนต่อนายทะเบียนแต่อย่างใด ประกอบกับนักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้ถ้อยคำว่า หจก.นครพนม ทีวี แอนด์ เน็ทเวิร์ค มีสถานะดำเนินกิจการอยู่ ขณะเดียวกันสำนักงาน กสทช. มีหนังสือแจ้งว่า หจก.แห่งนี้เป็นผู้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ และเอกสารของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เมื่อวันที่ 6 พ.ย. 2562 ระบุว่านายวีระชนยังเป็นหุ้นส่วนของ หจก.แห่งนี้อยู่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;กกต.จึงมีมติให้ดำเนินคดีอาญาแก่นายวีระชน นามประกาย ตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 98(3) และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.2561 มาตรา 42 (3) และ มาตรา151 ซึ่งมีอัตราโทษโทษจําคุกตั้งแต่ 1-10 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000 บาทถึง 200,000 บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกําหนด 20 ปีด้วย&amp;quot; นายศรีสุวรรณ ระบุ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93808</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., วีระชน นามประกาย, ศรีสุวรรณ, อดีตผู้สมัครส.ส.มหาสารคาม, อนาคตใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210222/image_big_603318e508666.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90903</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/01/2021 08:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/01/2021 08:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตรรกะที่สุดย้อนแย้ง! เปิดรายชื่อส.ส.ก้าวไกลยื่นขอเครื่องราชฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ม.ค. 64 - นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;ตรรกะที่สุดย้อนแย้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จำแนกรายชื่อ พบว่า อย่างน้อย 25 ราย เป็น ส.ส. พรรคก้าวไกล ประกอบด้วยในฐานะ ส.ส. 22 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. นายขวัญเลิศ พานิชมาท
2. นายคารม พลพรกลาง
3. นายจรัส คุ้มไข่น้ำ
4. นายจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์
5. นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์
6. พันตำรวจตรี ชวลิต เลาหอุดมพันธ
7. นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ
8. นายณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์
9. นายณัฐวุฒิ บัวประทุม
10. นายทองแดง เบ็ญจะปัก
11. นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร
12. นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์
13. นายวาโย อัศวรุ่งเรือง
14. นายวรภพ วิริยะโรจน์
15. นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร
16. นายวุฒินันท์ บุญชู
17. นายศักดินัย นุ่มหนู
18. นายสมเกียรติ ไชยวิสุทธิกุล
19. นายสมเกียรติ ถนอมสินธุ์&amp;nbsp;
20. นางสาวณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์
21. นางสาวเบญจา แสงจันทร์
22. นางสาววรรณวิภา ไม้สน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในฐานะประธานกรรมาธิการ 3 คน&amp;nbsp;
1. นายปดิพัทธ์ สันติภาดา
2. นายสุเทพ อู่อ้น
3. นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เเละ อดีต ส.ส. อนาคตใหม่ อีก 7 คน
ชั้น ประถมาภรณ์มงกุฎไทย
1. นายชำนาญ จันทร์เรือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชั้น ทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย
1. นายไกลก้อง ไวทยาการ
2. นายเจนวิทย์ ไกรสินธุ์
3. นายนิรามาน สุไลมาน
4. นางสาวกุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ
5. นางสาวจารุวรรณ ศรัณย์เกตุ
6. นางสาวเยาวลักษณ์ วงษ์ประภารัตน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในโลกออนไลน์มีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงที่มาของการได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เนื่องจากพรรคก้าวไกล มีแนวทางชัดเจนว่าสนับสนุนกลุ่มม็อบราษฎร ซึ่งมีท่าทีเป็นปรปักษ์ต่อสถาบัน เหตุใดถึงยื่นเรื่องขอเครื่องราชอิสริยาภรณ์&amp;quot;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90903</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก้าวไกล, ม็อบ, สถาบัน, สมชาย แสวงการ, อนาคตใหม่, เครื่องราชอิสริยาภรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200814/image_big_5f3696505575d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82160</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/10/2020 15:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/10/2020 11:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ย้อนไทม์ไลน์ คดีส.ส.ถือหุ้นสื่อ ที่แท้ &#039;ธัญญ์วาริน&#039; เซ่นพวกเดียวกัน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ต.ค.63 - นายชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Chuchart Srisaeng ระบุว่า .....เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวพรรคอนาคตใหม่ ถือครองหุ้นบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ซึ่งประกอบกิจการสื่อมวลชน ในขณะสมัครรับเลือกตั้ง จึงขาดคุณสมบัติและขาดสมาชิกภาพ ส.ส. ในวันที่ 20 พฤศจิกายน 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;.....หลังจากนั้น ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ได้นำรายชื่อ ส.ส. ฝ่ายรัฐบาลจำนวนหนึ่งเสนอต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยว่าขาดสมาชิกภาพ ส.ส. เพราะถือหุ้นสื่อมวลชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;.....ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ จึงดำเนินการนำรายชื่อ ส.ส.ฝ่ายค้านจำนวนใกล้เคียงกันเสนอต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยว่าขาดสมาชิกภาพ ส.ส. เพราะถือหุ้นสื่อมวลชน เช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;.....เมื่อวานวันที่ 28 ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยว่า นายธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ถือหุ้น บริษัท แอมฟายน์ โปรดักชั่น จำกัด และ บริษัท เฮด อัพ โปรดักชั่น จำกัด ซึ่งประกอบกิจการสื่อมวลชน จึงต้องห้ามมิให้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. นายธัญญ์วารินจึงขาดสมาชิกภาพ ส.ส.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;.....ส่วน ส.ส. พรรคร่วมรัฐบาลและพรรคร่วมฝ่ายค้าน นอกจากนี้ ฟังไม่ได้ว่าถือหุ้นในนิติบุคคลที่ประกอบกิจการสื่อมวลชน จึงให้ยกคำร้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;.....เรื่องนี้เกิดขึ้นเพราะ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ไปเล่นงาน ส.ส. พรรคร่วมรัฐบาลก่อน จึงถูก ส.ส.พรรคพลังประชารัฐเล่นงานกลับเป็นเอาคืนบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;.....ถ้า ส.ส. พรรคอนาคตใหม่ ไม่ไปเล่นงาน ส.ส. พรรคร่วมรัฐบาลก่อน ก็คงไม่ถูก ส.ส. พรรคพลังประชารัฐเล่นงานกลับอันเป็นเหตุนายธัญญ์วารินถูกศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ขาดสมาชิกภาพ ส.ส.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;.....ดังนั้นผู้ที่ทำให้นายธัญญ์วารินต้องพ้นจากสมาชิกภาพ ส.ส. ก็คือเพื่อนของนายธัญญ์วาริน ที่อยู่ในพรรคเดียวกันนั่นเอง หาใช่ใครอื่นไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;.....เพื่อนเราเผาเรือน ?&lt;/p&gt;


	ดร.เสรี ผุดศัพท์ใหม่โต้ปมเมล็ดพันธุ์แห่งความเกลียดชัง&amp;nbsp;
	นิพิฏฐ์ ชี้คำว่า&amp;#39;ประชาธิปไตย&amp;#39;สามารถปลุกม็อบได้ตลอด 50ปีที่ผ่านมา
	&amp;#39;เทพไท&amp;#39; ชมเปาะ &amp;#39;น้องมายด์&amp;#39; แกนนำม็อบเก่งมาก หลังชน &amp;#39;ปารีณา&amp;#39; บนเวทีจอมขวัญ
	ชัดมาก &amp;#39;แก้วสรร&amp;#39; ออกบทความ ใครคิดจะปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ : &amp;#39;ประชาชน&amp;#39; หรือ &amp;#39;มวลชน&amp;#39; ?
	&amp;#39;พี่ศรี&amp;#39; อบรม &amp;#39;ดอกเตอร์ปิยบุตร&amp;#39; นิติสงครามบ้าบออะไร
	เตือนลั่นภัยคุกคามครั้งใหญ่กำลังมา &amp;#39;จตุพร&amp;#39; คาดอีกไม่กี่วันจะมีคำตอบ!

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82160</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชูชาติ ศรีแสง, ถือหุ้นสื่อ, ธัญญ์วาริน, อนาคตใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201029/image_big_5f9a44a49b43a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82158</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/10/2020 11:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/10/2020 11:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พี่ศรี&#039; หวดกกต.เร่งฟ้องอาญา 15 อดีตกก.บห.อนาคตใหม่ พ่วงเรียกเงิน 191.2 ล้านให้กองทุนพรรคการเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ศรีสุวรรณ&amp;quot; รุกหนัก! ยื่นหนังสือต่อ กกต. ต้องฟ้องยึดทรัพย์อดีต กก.บห.พรรคอนาคตใหม่ เรียก 191.2 ล้านให้กองทุนพรรคการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ต.ค. 63 - เวลา 10.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้เดินทางมายื่นคำร้องเพื่อขอให้กกต. มีมติให้ดำเนินการไล่เบี้ยยึดเงิน 191.2 ล้านบาทจากหัวหน้าและกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ทั้ง 15 คนมาคืนกองทุนพรรคการเมือง ตาม พรป.พรรคการเมือง 2560 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 30) พ.ศ.2560 โดยอนุโลม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้สืบเนื่องจาก กกต.ได้มีมติให้สำนักงานกกต.แจ้งความดำเนินคดีอาญากับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และอดีตกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ 15 คน จากกรณีศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยยุบพรรคอนาคตใหม่ เนื่องจากกระทำผิด ม.66 ประกอบ ม.72 พรป.ว่าด้วยพรรคการเมือง กู้ยืมเงิน 191.2 ล้านบาทจากนายธนาธร และนายธนาธรจะเป็นความผิดฐานบริจาคเงินเกิน 10 ล้านบาทตามที่ ม.66 วรรคหนึ่ง พรป.พรรคการเมือง 60 กำหนดอีกด้วย ซึ่งจะมีโทษตาม ม.124 จำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 5 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเงินกู้ 191.2 ล้านบาท ที่ตาม ม.125 พรป.พรรคการเมือง 60 นั้นกำหนดโทษปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท และให้เงินทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด ส่วนที่เกินกว่าที่กำหนดไว้ใน ม.66 ตกเป็นของกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมืองนั้น ข่าวที่ปรากฏเป็นการทั่วไปว่า กกต.ยังไม่ได้ข้อยุติในส่วนนี้ เนื่องจากมีความเห็นที่แตกต่างกันระหว่างสำนักงานกกต.และคณะที่ปรึกษากฎหมายของกกต. โดยทางฝ่ายสำนักงานเสนอว่าสามารถที่จะยึดเงินเข้ากองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมืองได้ แต่ทางคณะที่ปรึกษากฎหมายของกกต.เห็นว่าเมื่อศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรค ก็ไม่เหลือ พรรคการเมือง ที่จะให้กกต.ไปเรียกเงินมาเป็นของกองทุนฯได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีดังกล่าว สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยเห็นว่า แม้พรรคอนาคตใหม่จะถูกยุบไปแล้ว แต่ตาม ม.95 วรรคสอง ของพรป.พรรคการเมือง 60 กำหนดให้หัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคจะต้องชำระบัญชีของพรรคจนกว่าจะแล้วเสร็จ หากมีทรัพย์สินของพรรคส่วนใดที่คงเหลือต้องยึดมาขายทอดตลาดทั้งหมด ดังนั้น ทั้งหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ทั้ง 15 คนจะปฏิเสธภาระความรับผิดชอบที่คณะตนได้กระทำไปในทางที่ผิดกฎหมายในขณะที่ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมืองมิได้ ซึ่งเมื่อ กกต.ต้องไปดำเนินการส่งเรื่องฟ้องร้องในทางอาญาเอาผิด หัวหน้าและกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ทั้ง 15 คนแล้วก็จักต้องพ่วงเรียกค่าเสียหายในทางแพ่งที่คงเหลือทั้งหมดเพื่อให้ศาลสั่งนำเงินเข้ากองทุนพรรคการเมืองต่อไปด้วย และหากไม่ยอมชำระก็ให้ทำการบังคับคดีโดยการ &amp;ldquo;ยึดทรัพย์&amp;rdquo; กก.บห.อนาคตใหม่ทั้ง 15 คน นำมาขายทอดตลาดต่อไป จึงจะชอบ.&lt;/p&gt;


	ดร.เสรี ผุดศัพท์ใหม่โต้ปมเมล็ดพันธุ์แห่งความเกลียดชัง&amp;nbsp;
	นิพิฏฐ์ ชี้คำว่า&amp;#39;ประชาธิปไตย&amp;#39;สามารถปลุกม็อบได้ตลอด 50ปีที่ผ่านมา
	&amp;#39;เทพไท&amp;#39; ชมเปาะ &amp;#39;น้องมายด์&amp;#39; แกนนำม็อบเก่งมาก หลังชน &amp;#39;ปารีณา&amp;#39; บนเวทีจอมขวัญ
	ชัดมาก &amp;#39;แก้วสรร&amp;#39; ออกบทความ ใครคิดจะปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ : &amp;#39;ประชาชน&amp;#39; หรือ &amp;#39;มวลชน&amp;#39; ?
	&amp;#39;พี่ศรี&amp;#39; อบรม &amp;#39;ดอกเตอร์ปิยบุตร&amp;#39; นิติสงครามบ้าบออะไร
	เตือนลั่นภัยคุกคามครั้งใหญ่กำลังมา &amp;#39;จตุพร&amp;#39; คาดอีกไม่กี่วันจะมีคำตอบ!

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82158</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., ธนาธร, ศรีสุวรรณ จรรยา, อนาคตใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201029/image_big_5f9a3e915f6f0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82016</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/10/2020 08:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/10/2020 08:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรีสุวรรณ&#039;บี้&#039;กกต.&#039;ลงดาบสองไล่เบี้ยยึดเงิน191.2ล้านจากอดีตกก.บห.พรรคส้มบูด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ต.ค.2563 - &amp;nbsp;นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ตามที่ กกต. มีมติให้สำนักงาน กกต.แจ้งความดำเนินคดีอาญากับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) และอดีตกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ 15 คน จากกรณีศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยยุบพรรคอนาคตใหม่ เนื่องจากกระทำผิด ม.66 ประกอบ ม.72 พรป.ว่าด้วยพรรคการเมือง กู้ยืมเงิน 191.2 ล้านบาทจากนายธนาธร และนายธนาธรจะเป็นความผิดฐานบริจาคเงินเกิน 10 ล้านบาทตามที่ ม.66 วรรคหนึ่ง พรป.พรรคการเมือง 60 กำหนดอีกด้วย ซึ่งจะมีโทษตาม ม.124 จำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 5 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเงินกู้ 191.2 ล้านบาท ที่ตาม ม.125 พรป.พรรคการเมือง 60 นั้นกำหนดโทษปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท และให้เงินทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด ส่วนที่เกินกว่าที่กำหนดไว้ใน ม.66 ตกเป็นของกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมืองนั้น ข่าวที่ปรากฏเป็นการทั่วไปว่า กกต.ยังไม่ได้ข้อยุติในส่วนนี้ เนื่องจากมีความเห็นที่แตกต่างกันระหว่างสำนักงาน กกต.และคณะที่ปรึกษากฎหมายของ กกต. โดยทางฝ่ายสำนักงานเสนอว่าสามารถที่จะยึดเงินเข้ากองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมืองได้ แต่ทางคณะที่ปรึกษากฎหมายของ กกต.เห็นว่าเมื่อศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรค ก็ไม่เหลือพรรคการเมือง ที่จะให้ กกต.ไปเรียกเงินมาเป็นของกองทุนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยเห็นว่า แม้พรรคอนาคตใหม่จะถูกยุบไปแล้ว แต่ตาม ม.95 วรรคสอง ของ พรป.พรรคการเมือง 60 กำหนดให้หัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคจะต้องชำระบัญชีของพรรคจนกว่าจะแล้วเสร็จ หากมีทรัพย์สินของพรรคส่วนใดที่คงเหลือต้องยึดมาขายทอดตลาดทั้งหมด และเมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยโดยชัดแจ้งแล้วว่าอดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และอดีตกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ 15 คนกระทำผิด ม.66 ประกอบ ม.72 พรป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ดังนั้น ทั้งหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคจะปฏิเสธภาระความรับผิดชอบที่คณะตนได้กระทำไปในทางที่ผิดกฎหมายในขณะที่ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมืองมิได้ ซึ่งเมื่อ กกต.ต้องไปดำเนินการส่งเรื่องฟ้องร้องในทางอาญาเอาผิด หัวหน้าและกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ทั้ง 15 คนแล้วก็จักต้องพ่วงเรียกค่าเสียหายในทางแพ่งที่คงเหลือทั้งหมดเพื่อให้ศาลสั่งนำเงินเข้ากองทุนพรรคการเมืองต่อไปด้วย จึงจะชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเหตุดังกล่าว สมาคมฯจึงจะเดินทางไปยื่นคำร้องต่อ กกต. เพื่อให้ดำเนินการไล่เบี้ยยึดเงิน 191.2 ล้านบาทจากหัวหน้าและกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ทั้ง 15 คนมาคืนกองทุนพรรคการเมือง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 30) พ.ศ.2560 โดยอนุโลมต่อไป โดยจะเดินทางไปร้องเรียนในวันพฤหัสบดีที่ 29 ต.ค.63 เวลา 10.00 น. ณ สำนักงาน กกต. ศูนย์ราชการฯ อาคาร B หลักสี่ กทม.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82016</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., นายศรีสุวรรณ จรรยา, อนาคตใหม่, เฟซบุ๊ก, เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201021/image_big_5f8f848045226.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81923</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/10/2020 11:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/10/2020 11:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกาให้จับตาดคี&#039;เงินกู้ทอน&#039;คุกหลายสิบปี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ต.ค.63- นายชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่านายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ กำลังจะถูก กกต. แจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ดำเนินคดีกรณีให้พรรคอนาคตใหม่กู้ยืมเงิน 191 ล้านบาทเศษ ตาม พรบ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาตรา 124 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้น มีกําหนดห้าปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาตรา 126 ซึ่งมีจําคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีที่นายธนาธรถือหุ้นบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ซึ่งประกอบกิจการสื่อมวลชน ที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยไปแล้ว และ กกต.ได้แจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ดำเนินคดีแก่นายธนาธร ตามพรบ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาตรา 151 ซึ่งมีจําคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปีและปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้น มีกําหนดยี่สิบปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สรุป มาตรา 124 มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี มาตรา 126 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี มาตรา 151 มีโทษจำคุก 1 ปี ถึง 10 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาตรา 124 ให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 5 ปี มาตรา 126 ให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งโดยไม่ได้กำหนดระยะเวลา และมาตรา 151 ให้เพิกถอนสิทธิเลืกตั้ง 20 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต้องคอยติดตามกันต่อไปว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจะใช้เวลาสอบสวนนานเพียงใด คดีจะขึ้นสู่ศาลเมื่อใด และศาลจะมีคำพิพากษาอย่างไร.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81923</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., ชูชาติ ศรีแสง, ธนาธร จึงรุงเรืองกิจ, อนาคตใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180111/5a5754d98ee5a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81190</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2020 07:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2020 07:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นายพลส้มหวาน&#039;ทุบโต๊ะ!การวิจารณ์หมวดพระมหากษัตริย์เป็นสิ่งที่ควรทำได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ต.ค.63- พล.ท.พงศกร รอดชมภู อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ และอดีตรองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ข้อเรียกร้องของประชาชนถือเป็นสิ่งที่ระบบการเมืองต้องรับฟังแล้วนำมาย่อย นำมาปรับปรุงให้สอดคล้องกับระบบการปกครองโดยไม่ทิ้งความต้องการของประชาชนในสาระสำคัญ จะมีทั้งสิ่งที่ทำได้ และทำไม่ได้ ก็ต้องอธิบายความไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องที่น่าจะไม่ควรมองข้ามคือการตกลง จัดที่จัดทางในหมวดพระมหากษัตริย์ตามระบอบประชาธิปไตย ไม่ใช่ข้อเสนอจะเป็นสาธารณรัฐซึ่งเป็นระบอบประธานาธิบดี และไม่ใช่ระบอบราชาธิปไตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อไม่ให้เป็นเลือกข้าง จะนำประเด็นพระราชอำนาจของประเทศที่ปกครองระบบรัฐสภาเหมือนของไทย เฉพาะที่สำคัญมานำเสนอ ส่วนจะตกลงกันอย่างไร ประชาชนต้องนำเสนอต่อรัฐสภากันเอง เพราะมีมติไม่แตะต้องกันไปแล้ว ทั้ง ๆ ที่เป็นเรื่องที่ประชาชนควรเข้าใจ เพื่อไม่ให้มีการนำมาโจมตีหรือพูดเอาประโยชน์ใส่ตัวเองได้ (ห้อยโหน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเทศที่จะเปรียบเทียบจะเริ่มจากสหราชอาณาจักรและเยอรมนีที่คล้ายกับของไทย จากนั้นเป็นญี่ปุ่นที่พระมหากษัตริย์มีพระราชอำนาจชัดเจนและน้อยที่สุด จบด้วยนอร์เวย์ที่มีพระราชอำนาจมากที่สุด ประชาชนมีหน้าที่ทำความเข้าใจและเลือกที่เหมาะสมกับสังคมไทยกันเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจว่า ระบอบราชาธิปไตยมีมาก่อน พระมหากษัตริย์ทรงอำนาจอธิปไตย ครั้นกระแสโลกเปลี่ยนไป จำเป็นต้องเป็นระบอบประชาธิปไตย มีการจำกัดพระราชอำนาจที่ไม่จำกัดนั้นโดยรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลักทั่วไปของพระราชอำนาจคือ ห้ามกระทำการใด ๆ ในการปกครองต้องให้รัฐบาลที่เป็นตัวแทนประชาชนเป็นผู้ดำเนินการที่เรียกกันว่าผู้รับสนองฯในกรณีที่เป็นเรื่องระดับชาติต่าง ๆ ที่เห็นในราชกิจจาฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้ากระทำการโดยไม่มีผู้รับสนองฯจะถือว่าโมฆะ ดังนั้นจะเป็นกรณีที่เขียนในทุกประเทศว่า พระมหากษัตริย์ทำอะไรก็ไม่ผิด เพราะในระบอบราชาธิปไตยมีอำนาจไม่จำกัดย่อมไม่มีทางผิด ส่วนในระบอบประชาธิปไตยห้ามกระทำการเพื่อไม่ให้หลักการนี้เสียไป ยกเว้นประมุขที่เป็นประธานาธิบดีจะมีการถอดถอนได้เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วรัฐธรรมนูญจะกำหนดว่าทรงทำราชกิจอะไรได้บ้าง ชัดบ้าง ไม่ชัดบ้างดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สหราชอาณาจักร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เปิดรัฐสภา ลงพระปรมาภิไธยในกฎหมาย แต่งตั้งรัฐมนตรี แต่งตั้งที่ปรึกษาและเจ้าหน้าที่คณะรัฐมนตรีในส่วนของพระมหากษัตริย์ อภัยโทษ ให้หนังสือเดินทาง เป็นจอมทัพ ประกาศสงคราม ยุบสภา พระราชทานเหรียญตรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การยุบคณะรัฐมนตรีและรัฐสภา ตามแนวทางของกฎบัตรใหญ่มายกเลิกถาวรปี ค.ศ. ๒๐๑๑ แต่ยังใช้ในประเทศเครือจักรภพได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เยอรมนี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องสำคัญมากในยุโรปคือ ก่อนทรงราชย์หรือกรณีประธานาธิบดีต้องปฏิญานตนต่อรัฐสภาใจความสำตัญคือ การปฏิบัติตนตามกฎหมายและปกป้องกฎหมายหลัก (รัฐธรรมนูญ) และกฎหมายของสหพันธ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นนี้ในสหราชอาณาจักรและของไทยที่จำลองมาไม่มี ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่าการปกป้องรัฐธรรมนูญไม่ใช่หน้าที่ที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ เห็นมีหลายคนในไทยพยายามบอกว่าทำไมไม่ต้านรัฐประหาร ประเด็นจึงอยู่ที่เรื่องนี้ อยากให้มีก็ต้องใส่ไว้ในรัฐธรรมนูญ รอบหน้าก็อย่าลืม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำสั่งของประธานาธิบดี ต้องมีนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเป็นผู้รับสนองฯ นี่แปลว่าประมุขไม่มีอำนาจในทางปกครองเองเหมือนไทยและสหราชอาณาจักรนั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่งตั้งรัฐมนตรี รวมนายกรัฐมนตรี ยุบสภาเช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่งตั้งและถอดถอนผู้พิพากษา ข้าราชการพลเรือนและทหาร เช่นเดียวกันกับไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปกติการบังคับบัญชาทหารของเยอรมนีเป็นของรัฐมนตรีกลาโหมซึ่งต่างจากสหราชอาณาจักรและไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในกรณีที่รัฐสภาประกาศว่าฝ่ายบริหารแทรกแซงกิจการของรัฐสภาจะให้ประธานาธิบดีเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหารแทนนายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีที่ประมุขเป็นกษัตริย์จะฟ้องร้องมิได้ทุกกรณีจากการสืบสายอำนาจอธิปไตยมาจากอดีต แต่ในเยอรมนีใช้การถอดถอนเหมือนระบอบประธานาธิบดี เฉพาะในกรณีที่ละเมิดกฎหมาย (ตามที่ปฏิญานตนไว้) ให้รัฐสภาด้วยมติ ๒ ใน ๓ ของสมาชิกกล่าวหาต่อศาลรัฐธรรมนูญ ถ้าตัดสินว่าผิดจริงจะให้พ้นจากตำแหน่ง ถือว่าจบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีที่ตำแหน่งประธานาธิบดีว่างลงให้ประธานรัฐสภาใช้อำนาจแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ญี่ปุ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระจักรพรรดิทรงเป็นสัญลักษณ์ (หมายถึงระบุชัดเจนว่าห้ามทรงงาน) พระราชกรณียกิจกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญและต้องได้รับคำแนะนำและเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง หากผิดพลาด คณะรัฐมนตรีเป็นผู้รับผิดชอบ (เข้าหลัก The king can do no wrong อย่างชัดเจนไม่ต้องตีความกันอีก ป้องกันเจอศรีธนญชัย สั่งการผิด ๆ แล้วจะเอาตัวรอดโยนความผิดให้สถาบันฯ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐสภาเสนอชื่อให้พระจักรพรรดิทรงแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะรัฐมนตรีเสนอชื่อประธานศาลสูงสุด (ฎีกา)ให้ทรงแต่งตั้ง (ในยุโรปการแต่งตั้งผู้พิพากษาจะมีคณะตัวแทนจากสภาผู้แทน วุฒิสภา รัฐบาล และผู้พิพากษาจำนวนเท่ากันรวม ๑๒ คนพิจารณา)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระราชกรณียกิจตามรัฐธรรมนูญมีดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑. การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ประกาศใช้กฎหมาย คำสั่งคณะรัฐมนตรีและสนธิสัญญา
๒.การเรียกประชุมรัฐสภา
๓.การยุบสภา
๔. ประกาศเลือกตั้งทั่วไป
๕.แต่งตั้งและถอดถอนรัฐมนตรีและข้าราชการผู้ใหญ่ หนังสือมอบอำนาจและพระราชสาสน์ตราตั้งอัครราชทูตขึ้นไป
๖. นิรโทษกรรม ลดหย่อนโทษ อภัยโทษ และคืนสิทธิ
๗. สถาปนาเกียรติยศและเครื่องราชฯ
๘.รับรองหนังสือสัตยาบันและเอกสารทางการทูตอื่น ๆ
๙.การรับทูต
๑๐.การประกอบพระราชพิธี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทรัพย์สินของราชสำนักเป็นของรัฐ ค่าใช้จ่ายต้องกำหนดไว้ในงบประมาณประจำปีและได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา (เช่นเดียวกับไทย แต่มีความชัดเจนขนาดระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่ประเพณีปฏิบัติ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การโอนทรัพย์สินให้ราชสำนักหรือโอนออก มอบให้ใคร ต้องให้รัฐสภาเห็นชอบก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอร์เวย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระมหากษัตริย์ก่อนทรงราชย์ต้องปฏิญานต่อรัฐสภาก่อนเช่นเดียวกับในประเทศอื่น ๆ ในยุโรป และมีคำว่ารัฐธรรมนูญและกฎหมายเหมือนกัน สภาพบังคับเช่นการถอดถอนคงไม่มี ฟ้องร้องก็ไม่ได้แต่ปกติถ้าเกิดเหตุทรงทำผิด จะมีประเพณีให้สละราชสมบัติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทรงมอบภารกิจให้รัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีได้ (แตกต่างจากการเป็นสัญลักษณ์ของประเทศอื่น ๆ ที่กล่าวมา) ทรงแต่งตั้งชาวนอร์เวย์มาเป็นรัฐมนตรีในกรณีพิเศษได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะรัฐมนตรีต้องบริหารประเทศตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ตามคำแนะนำของพระมหากษัตริย์และในพระปรมาภิไธย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงได้ แต่ในกรณีกองทัพจะเป็นพระราชวินิจฉัยเองโดยไม่ต้องผ่านคณะรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐมนตรีหากเห็นว่าพระราชวินิจฉัยขัดแย้งกับกฎหมายหรือรัฐธรรมนูญหรือจะเกิดความเสียหายอย่างชัดแจ้งให้ทำความเห็นแย้งเป็นหนังสือมีเหตุผลประกอบ หากไม่คัดค้านมีความผิดพลาดขึ้น รัฐมนตรีผู้รับผิดชอบจะถูกถอดถอนโดยสภาฯหรือศาลแล้วแต่กรณี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อเสนอทั่วไปผู้รับสนองคือนายกรัฐมนตรี ยกเว้นเรื่องทางทหาร ให้ทหารผู้เสนอประเด็นนั้น ๆ เป็นผู้ลงนามฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทรงมีพระราชอำนาจที่จะไม่เห็นด้วยกับร่างกฎหมายของรัฐสภา และหากพระราชทานคืนมาพร้อมถ้อยแถลงว่าไม่เหมาะสมให้ร่างนั้นตกไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้ว่าพระมหากษัตริย์จะมีพระราชอำนาจทางทหาร แต่รัฐธรรมนูญก็จำกัดไว้ว่า รัฐไม่มีสิทธิที่จะใช้กำลังทหารเพื่อต่อต้านพลเมืองของประเทศ ยกเว้นที่กฎหมายอนุญาตไว้เช่นการจลาจล เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;..................&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากที่กล่าวมาจะพบว่าพระราชอำนาจของประมุขที่เป็นพระมหากษัตริย์หรือประธานาธิบดีแตกต่างกันไปตามประวัติศาสตร์ของแต่ละประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่คล้ายกันคือจะมีการจำกัดพระราชอำนาจไว้และอนุญาตเท่าที่รัฐธรรมนูญกำหนดจะโดยชัดแจ้งหรือโดยธรรมเนียมปฏิบัติก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในความเห็นของผม การวิจารณ์หมวดพระมหากษัตริย์ด้วยการยกเหตุผลและวิวัฒนาการของสังคมเป็นสิ่งที่ควรทำได้ เพื่อจรรโลงสถาบันฯให้อยู่กับสังคมไทยได้อย่างพอเหมาะ พอควร แต่ไม่ใช่การด่าทอ เสียดสี ซึ่งไม่มีประโยชน์ต่อส่วนรวม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การนำสถาบันฯมาเพื่อประโยชน์ของตนโดยที่สถาบันฯเองไม่อาจแสดงความเห็นทางการเมืองได้ตามที่รัฐธรรมนูญจำกัดพระราชอำนาจไว้จึงไม่เป็นการบังควรเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การขอแก้ไขรัฐธรรมนูญในอนาคต ควรมีความกล้าหาญที่จะแตะต้องหมวดพระมหากษัตริย์ได้และด้วยเจตนาที่สร้างสรรค์ เพราะปัจจุบันสถาบันฯก็อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญเป็นปกติอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนควรจะปรับปรุงเป็นอย่างไรก็สมควรหาความรู้และวิจารณ์กันอย่างจริงจังมากกว่านี้ครับ.&lt;/p&gt;


	&amp;#39;อดีตบิ๊กข่าวกรอง&amp;#39;ชี้ม็อบเด็กสละสิทธิความเป็นมนุษย์รอคำสั่งจากSky Net เป็นทาสแอปฯบนมือถือ
	&amp;#39;โบว์&amp;#39;บล็อค&amp;#39;ปวิน&amp;#39;ด่ายับ!พูดบิดเบือนเป็นอาชีพ รับความชั่วไม่ไหวจริงๆ
	อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกาจี้ผู้บริหารมธ.ลำปางแจ้งความคนฉีกพระบรมฉายาลักษณ์
	บิ๊กคณะก้าวหน้าเผยโชคดี นักโทษคุกเชียงใหม่ไม่ค่อยรู้จัก&amp;#39;อานนท์&amp;#39;ไม่มีฮาร์ดคอร์
	ฮือฮา! รัฐศาสตร์ มช. ยกเลิกเกลี้ยง 6 กิจกรรมบ่อนทำลายระบอบประชาธิปไตย

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81190</URL_LINK>
                <HASHTAG>-พล.ท.พงศกร รอดชมภู, นายพลส้มหวาน, วิจารณ์สถาบัน, อนาคตใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200619/image_big_5eecb64825799.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
