<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>90480</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/01/2021 19:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/01/2021 19:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับโมเดลลิ่งหื่น! หลอกเด็กสาวนับสิบ ถ่ายคลิปลวนลาม โดนแจ้ง 2 ข้อหาหนัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ม.ค.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจชุดสืบสวนสภ.หาดใหญ่ ร่วมกับชุดปราบปรามโจรกรรมรถ สภ.หาดใหญ่ ภายใต้การสั่งการของ พ.ต.อ.อัครวุฒ ธานีรัตน์ ผกก.สภ.หาดใหญ่ พ.ต.ต.อนุรักษ์ กลางณรงค์ สว.สส.ฯ&amp;nbsp;ร.ต.อ.ศรายุทธ์ อังศุภานิช รองสวป.หัวหน้าชุดปราบปรามการโจรกรรมรถ ได้นำหมายจับของศาลจังหวัดสงขลา ที่จ.16/2564 ลงวันที่ 19 ม.ค. 64 เข้าจับกุม นายพงษ์ศักดิ์&amp;nbsp;มั่นคงวิวัฒน์ หรือ พงษ์ อายุ 54 ปี ซึ่งเป็นโมเดลลิ่ง และเปิดได้ที่บ้านเช่าเลขที่&amp;nbsp;89&amp;nbsp;ถนนโชติวิริยะกุล&amp;nbsp;1&amp;nbsp;อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งเปิดเป็นบริษัทดราม่าเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ โดยตำรวจได้เข้าจับกุมเมือเวลา 19.30 น.เมื่อคืนวันที่ 19 ม.ค.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเจ้าหน้าที่ได้แจ้งความผิดใน 2 ข้อหา ได้แก่ 1.พาเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปีไปเพื่อการอนาจารแม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม และ 2.พรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล เพื่อการอนาจาร และกระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปีโดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม และยินยอมให้เด็กประพฤติตัวไม่สมควร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมยึดของกลาง&amp;nbsp;10&amp;nbsp;รายการคือเช่น&amp;nbsp;โทรศัพท์มือถือ&amp;nbsp;4เครื่องอุปกรณ์คอมพิงเตอร์จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ชุด&amp;nbsp;และขณะนี้ยังคงถูกควบคุมตัวเพื่อรอการสอบสวนที่สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และจากการตรวจสอบโทรศัพท์มือถือพบภาพอนาจารของเด็กสาววัยรุ่นจำนวนหนึ่งด้วย ในขณะที่ในคอมพิวเตอร์เจ้าหน้าที่ได้ส่งไปตรวจพิสูจน์ที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 9 เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบข้อมูลในคอมพิวเตอร์อย่างละเอียด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถามรายละเอียดในชั้นการจับกุม นายพงษ์ศักดิ์ ยอมรับว่ามีการกอดจูบลูบคลำเด็กรุ่นสาววันรุ่นบ้าง แต่ในรายละเอียดอื่นๆทั้งเรื่องการเป็นโมเดลลิ่งและการเปิดบริษัทดรามาเอ็นเตอร์เม้นท์ยังไม่ให้การอะไรมากนักซึ่งพนักงานสอบสวนจะสอบสวนปากคำอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับพฤติการณ์ของนายพงษ์ศักดิ์&amp;nbsp;ทางตำรวจสภ.หาดใหญ่ ได้รับแจ้งความร้องทุกข์จากผู้ปกครองรายหนึ่งว่าลูกสาวของตนได้ถูกนายพงษ์ศักดิ์กระทำอนาจาร ทาง พ.ต.อ.อัครวุฒ ธานีรัตน์ ผู้กำกับการ สภ.หาดใหญ่ จึงได้ให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินการออกหมายจับเมื่อวันที่ 19 มกราคม และเข้าจับกุมทันทีเมื่อคืนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในทางการสอบสวนพยานแวดล้อมทราบว่า นายพงษ์ศักดิ์ ซึ่งเป็นโมเดลลิ่ง ได้ชักชวนเด็กสาววันรุ่นหน้าตาดีไปดูตัว เทสหน้ากล้องเพื่อส่งประกวดตามงานต่างๆที่เป็นกิจกรรมของวัยรุ่น เพื่อปูทางเข้าสู่วงการบันเทิง และมีเด็กสาววัยรุ่นหลายคนสนใจไปเทสหน้ากล้องและดูตัว ซึ่งระหว่างที่อยู่ด้วยกัน นายพงษ์ศักดิ์ก็ให้ลองชุดต่างๆ และแอบถ่ายภาพเอาไว้ บางรายก็ถึงขั้นแตะเนื้อต้องตัวจับหน้าอกจับอวัยวะเพศ และกอดจูบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเรื่องโมเดลลิ่งหลอกเด็กรายนี้ บุ๋ม-ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ได้นำมาลงไอจี แฉเหลือบในวงการบันเทิงอนาจารเด็กมากกว่า 10 คนเอาภาพเอาคลิปไปขาย และมีคนในวงการบันเทิงเกี่ยวข้องหลายคน ซึ่งได้ตามเรื่องนี้มีเป็นเดือนแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความคืบหน้าล่าสุด ที่ สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา พ.ต.ท.หญิง ภัทรียา ปานนิ่ม รอง ผกก.สส.สภ.หาดใหญ่ ได้นำตัวนายพงษ์ศักดิ์&amp;nbsp;มั่นคงวิวัฒน์&amp;nbsp;มาทำการสอบสวนที่ห้องสอบสวน ชั้น 3 ของ สภ.หาดใหญ่ โดยไม่ให้รายละเอียดใดๆ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90480</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดสงขลา, บุ๋ม ปนัดดา, พรากผู้เยาว์, สภ.หาดใหญ่, อนาจาร, โมเดลลิ่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210120/image_big_60081eb4b7523.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66380</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แม่บุกร้องอัยการ ครูข่มขืนลูกวัย12</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทนายรณณรงค์&amp;rdquo; พาแม่นักเรียน ม.1 ในชุมพรถูกครูข่มขืนร้องอัยการ หวั่นสั่งไม่ฟ้องข้อหาชำเรา อัยการแจงฟ้องแล้ว 3 ข้อหา ส่วนที่บุรีรัมย์ ครูหนุ่มหื่นอนาจารลูกศิษย์ ป.6 ปัดไม่ไปทำแผน อ้างอับอาย กลัวถูกประชาทัณฑ์ ขณะ ตร.เตรียมส่งฝากขัง เบื้องต้นแจ้ง 2 ข้อหา อนาจาร และพรากเด็กไปจากบิดามารดา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ศูนย์ราชการฯ ถ.แจ้งวัฒนะ นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรม ทนายความชื่อดัง พร้อมมารดาของนักเรียนหญิงชั้น ม.1 ผู้เสียหาย อายุ 12 ปี ซึ่งถูกครูโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.ชุมพร ข่มขืน เดินทางมายื่นหนังสือถึงนายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อัยการสูงสุด เพื่อขอให้ตรวจสอบสำนวนคดี เนื่องจากคู่กรณีมีพ่อเป็นนายตำรวจชั้นสัญญาบัตร เกรงว่าจะเกิดการแทรกแซงหรือวิ่งเต้นคดี จนทำให้มีการฟ้องแค่ข้อหาพรากผู้เยาว์กับข้อหาอนาจาร ขาดข้อหาข่มขืนกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี และ พ.ร.บ.ยาเสพติด เพราะมีการบังคับให้เด็กเสพยาด้วย โดยมีนายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เป็นผู้แทนรับเรื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมารดาของผู้เสียหายซึ่งสงวนนามและหน้าตา เล่าเหตุการณ์ว่า วันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมา ส่งลูกไปเรียนตามปกติ แต่ประมาณ 09.00 น. ครูประจำชั้นมาแจ้งที่บ้านว่าลูกหายไป เราก็ตกใจเพราะลูกไม่เคยมีพฤติกรรมหนีเรียน ออกตามหาทั่วหมู่บ้านก็ไม่เจอ ไปตามที่โรงเรียนมีเด็กผู้ชายบอกเห็นลูกขึ้นรถตู้ไปกับครู เลยหาเบอร์ครูแล้วโทร.ไปถาม ครูยืนยันว่าไปคนเดียว ไม่ได้พาลูกเราไป หลังเกิดเหตุลูกบอกว่าครูบอกให้ปิดเครื่อง เราติดต่อไม่ได้ ลูกอยู่ในรถตู้ทึบไม่รู้ว่าไปไหน ลูกบอกครูพาไปให้ช่วยขนกล้วยก็เลยไป กลัวครูมากกว่าแม่ ให้ลูกเราเข้าไปในรีสอร์ตแล้วกระทำ ทั้งที่ลูกเราเป็นประจำเดือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มารดาของผู้เสียหายเผยถึงกรณีครูผู้ก่อเหตุเจรจายื่นเงินว่า วันที่ 12 มี.ค. คุยกันนึกว่าเขาจะให้เป็นค่าเยียวยาค่าเสียหาย แต่พอวันที่ 24 มี.ค. เขาบอกจะจ่ายให้เรื่องจบ แต่เราไม่รับ อยากให้เขารับผิด ลูกเราไม่ใช่ผักปลา เราตามคดีเองทั้งหมด การไม่ฟ้องบางข้อหาเราคาใจ หลักฐานที่เราไปหาน่าจะชัดแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เธอยังเปิดเผยถึงพฤติกรรมของครูคนดังกล่าวด้วยว่า เป็นครูวงดุริยางค์ เป็นที่รักของเด็กคนอื่น แต่เขาทำไม่ดีกับลูกเรา เขาพยายามบอกคนอื่นว่าลูกเราอยากหนีเรียนออกไป ถ้าเป็นครูที่ดีต้องตีให้เด็กเข้าโรงเรียน ไม่ใช่พาไปเข้ารีสอร์ต เขาพยายามโยนความผิดให้เด็ก ให้ชาวบ้านเข้าใจผิดว่าเราได้รับเงินแล้ว 5 แสนบาท ไม่ได้รับเลย ขอบอกเลยว่าไม่เอา สำหรับสถานะของครูคนดังกล่าวในปัจจุบัน เธอบอกได้ข่าวว่าโดนปลดใบประกอบวิชาชีพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มารดาผู้เสียหายยังระบุถึงครูคนดังกล่าวด้วยว่าไม่เคยขอโทษ มีแต่แม่เขาขอโทษแทนลูก ตัวเขาไม่ขอโทษ ไม่สำนึกผิดเลยแม้แต่นิดเดียว ชอบพูดให้ชาวบ้านเข้าใจผิดว่าให้เงินแล้ว 5 แสนบาท ลูกมาเผยตอนหลังว่าครูบังคับเสพยา วันที่ไปแจ้งความ ลูกเรามีอาการแปลกๆ ตาลอยๆ 7 วันจากนั้นแล้วลูกยอมบอก ตอนแรกไม่กล้าบอก เพราะครูบอกว่าหนูเสพต้องโดนจับเหมือนกัน ทำให้กลัวไม่บอกใคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวยังได้สอบถามถึงผลตรวจร่างกายผู้เสียหาย มารดาระบุหมอบอกโดนล่วงละเมิดจริง มีบาดแผลฉีกขาดที่พรหมจรรย์ หมอยังบอกให้สู้ ถ้ายอมหมอจะเสียใจมาก ส่วนภาครัฐมีใครเข้ามาดูแลหรือไม่ เธอระบุว่า ไม่มี ได้ยื่นเรื่องไปที่ยุติธรรมจังหวัดขอรับเงินเยียวยา แต่ยังไม่ได้รับอะไรจากใคร สำหรับสภาพจิตใจแย่มาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;แม่อยากบอกว่าเขาสร้างทุกข์หนักกับครอบครัว ทั้งจิตใจน้องทั้งแม่ ชีวิตแม่มันไม่เหมือนเดิม แม่ทำธุรกิจ มีร้านขายของ ก็ไม่เหมือนเดิม เสียหายมาก ตั้งแต่เกิดเรื่องก็ปิดร้าน พาลูกไปอยู่ที่อื่น เพราะจิตใจลูกแย่&amp;quot; มารดาผู้เสียหายกล่าวทิ้งท้ายถึงสิ่งที่อยากบอกถึงผู้ก่อเหตุ โดยกล่าวทั้งน้ำตาตลอดการสัมภาษณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวหลังรับเรื่องว่า เมื่อได้รับหนังสือจากผู้เสียหายแล้ว จะนำกราบเรียนท่านอัยการสูงสุดโดยทันที และทางงานโฆษกกำลังตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นกับทางอัยการจังหวัดชุมพรในการทำงานคดีทางเพศ อยากให้มั่นใจในประเด็นที่ต้องตรวจสอบ ผู้เสียหายเป็นเด็กอายุไม่เกิน 18 ปี การให้ถ้อยคำกับพนักงานสอบสวนฝ่ายเดียวไม่สามารถสอบปากคำเด็กได้ ต้องร่วมกระทำกับนักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ หรือสหวิชาชีพ และพนักงานอัยการไปกำกับการสอบสวน ไม่มีใครไปเปลี่ยนแปลงถ้อยคำให้การได้ เพราะต้องมีการอ่านให้เด็กฟังแล้วลงชื่อนักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ และพนักงานอัยการ มีการบันทึกวิดีโอไว้ทุกขั้นตอน เป็นพยานหลักฐานใช้ในชั้นศาล ผู้เสียหายเป็นผู้เยาว์ กฎหมายจะต้องเข้าไปคุ้มครองเป็นกรณีพิเศษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประยุทธให้สัมภาษณ์อีกครั้งว่า อัยการจังหวัดชุมพรได้ให้ข้อมูลว่า ผู้ต้องหาถูกส่งมาให้พนักงานอัยการแจ้ง 3 ข้อหา 1.พาเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีไปเพื่อการอนาจาร อัตราโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี 2.พรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีไปเพื่อการอนาจาร อัตราโทษจำคุก 5-20 ปี 3.กระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไม่ว่าจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม และกระทำต่อศิษย์ที่อยู่ในความควบคุมดูแล อัตราโทษจำคุกไม่เกิน 20 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้ง 3 ข้อหา อัยการได้มีคำสั่งฟ้อง แต่ไม่ฟ้องเรื่องกระทำชำเราศิษย์ที่อยู่ในความควบคุมดูแล ซึ่งเป็นบทฉกรรจ์ เพราะข้อเท็จจริงขณะเกิดเหตุเด็กไม่ได้อยู่ในความควบคุมของครูดนตรี แต่ไปเรียกเด็กออกมา และไม่ใช่ครูประจำชั้น จึงเป็นความผิด แต่ไม่ผิดบทฉกรรจ์ จะผิดต้องเป็นครูที่มีหน้าที่ควบคุมดูแลเด็ก ทั้งหมดเป็นไปตามแนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7986/2540 และ 9704/2539 ทุกข้อหาที่ฟ้องไปล้วนเป็นข้อหาฉกรรจ์ มีอัตราโทษสูง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับบทฉกรรจ์นั้น คือเพิ่มโทษ 1 ใน 3 กรณีทำกับเด็กในควบคุมดูแล คือทำในขณะเป็นครูประจำชั้น หรือขณะกำลังสอนวิชานั้นอยู่ ถึงเป็นบทฉกรรจ์ ส่วนเรื่องยาเสพติด ไม่มีประเด็นนี้ในสำนวนมาตั้งแต่ต้น การสอบต่อหน้าสหวิชาชีพมีข้อเท็จจริงเพียงเท่านี้ เพราะเด็กไม่ได้พูดเรื่องยาเสพติดในชั้นสอบสวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนมารดาของผู้เสียหายเปิดใจหลังทราบข้อชี้แจงว่า มาฟังแล้วก็สบายใจขึ้น ตอนแรกเราไม่เข้าใจว่าไม่ฟ้องกระทำชำเราบทฉกรรจ์ สรุปก็คือมีการกระทำชำเรา ขณะที่นายรณณรงค์ระบุว่า ในเอกสารที่ตำรวจให้มามี 2 ข้อหา แต่ทางอัยการบอกมีการสั่งฟ้องกระทำชำเรา แสดงว่าครบถ้วนทุกประเด็น แต่ขาดเรื่องยาเสพติด ซึ่งได้แจ้งในเอกสารแล้วให้ท่านอัยการสูงสุดพิจารณา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีครูหื่นเกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านด่าน ได้จับกุมนายนิกร หรือครูกร อายุ 39 ปี ครูอัตราจ้าง โรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.โนนขวาง อ.บ้านด่าน หลัง น.ส.โอ๋ (นามสมมติ) ผู้ปกครอง เข้าแจ้งความกล่าวหาว่าครูได้ล่อลวง ด.ญ.เอ (นามสมมติ) ลูกสาว อายุ 12 ปี นักเรียนชั้น ป.6 ไปกระทำอนาจารในโรงเรียน ทั้งยังมีพฤติกรรมแช้ตเฟซบุ๊กกับลูกสาวในลักษณะลามกชู้สาวด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้น ครูกรที่ถูกกล่าวหายอมรับสารภาพว่า ได้ก่อเหตุลวนลามลูกศิษย์ด้วยการกอดจูบและจับของสงวนจริง แต่ไม่ได้ล่วงละเมิดทางเพศ เหตุเกิดเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงปิดเทอม ที่ห้องคอมพิวเตอร์ในโรงเรียน เพราะชักชวนเด็กให้ไปเรียน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุด นายนิกรที่ถูกคุมตัวในห้องขัง สภ.บ้านด่าน ก็มีอาการเครียดและขอใช้สิทธิ์ไม่ไปทำแผนชี้จุดเกิดเหตุ โดยอ้างว่าอับอายและกลัวจะถูกญาติของผู้เสียหายหรือชาวบ้านที่อาจจะโกรธแค้นรุมประชาทัณฑ์ อย่างไรก็ตาม ทางพนักงานสอบสวนก็จะได้ทำเรื่องส่งฝากขังผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์กับทางศาลจังหวัดบุรีรัมย์ ตามมาตรการป้องกันการแพร่เชื้อโควิด ซึ่งหลังจากทำเรื่องฝากขังเสร็จก็จะส่งตัวไปยังเรือนจำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.พงศธร โสกุล ผู้กำกับการ สภ.บ้านด่าน จ.บุรีรัมย์ กล่าวว่า ผู้ต้องหาไม่ขอไปทำแผนนั้น ก็เป็นการใช้สิทธิ์ตามกฎหมาย ซึ่งเบื้องต้นก็ได้แจ้งดำเนินคดี 2 ข้อหา 1.กระทำอนาจารบุคคลอายุไม่เกิน 13 ปี โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม และเด็กนั้นเป็นลูกศิษย์ซึ่งอยู่ในความดูแล และ 2.พรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครองและผู้ดูแล โดยปราศจากเหตุอันสมควร พร้อมคัดค้านประกันตัว เนื่องจากกลัวจะไปข่มขู่ผู้เสียหายหรือยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66380</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทนายรณณรงค์, นักเรียนถูกครูข่มขืน, พรากเด็กไปจากบิดามารดา, อนาจาร, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, ไม่ฟ้องข้อหาชำเรา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200519/image_big_5ec3def9baeef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48288</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2019 06:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2019 06:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลอนุมัติหมายจับ 5 ผู้ต้องหาปาร์ตี้บ้านบางบัวทอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ต.ค 62 - วานนี้ ศาลอาญาธนบุรี อนุมัติหมายจับสมาชิกภายในบ้านที่มีการจัดปาร์ตี้ บ้านเลขที่ 100/291 หมู่บ้านพฤกษา 3 ซอยวัดลาดปลาดุก ต.บางคูรัด อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี จำนวน 5 คน ประกอบด้วย 1.นายชัยพล หรือคิว พรรณา อายุ 29 ปี 2.นายนที หรือตี๋ สถิตพงษ์สถาพร อายุ 33 ปี พี่ชายนายคิว 3.น.ส.พิกุลทอง หรือเฟิร์ส บุญตา อายุ 24 ปี แฟนสาวนายคิว 4.นายโกเมศ หรือปิงปอง ฤทธิ์นิธิฤกษ์ อายุ 35 ปี และ 5.นายกฤษฎา หรือโนบิตะ โลหิตดี อายุ 27 ปี ในข้อหาเป็นผู้สนับสนุนให้ผู้อื่นกระทำความผิด ฐานพาผู้อื่นไปเพื่อการอนาจารโดยใช้กำลังปทุษร้าย ใช้อำนาจครอบงำผิดคลองธรรมหรือใช้วิธีข่มขืนใจด้วยประการใดๆ , กระทำอนาจารแก่บุคคลอายุ 15 ปี โดยใช้กำลังปทุษร้าย โดยที่บุคคลนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ ,หน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นหรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย และเป็นเหตุให้ผู้ถูกหน่วงเหนี่ยวกักขัง หรือต้องปราศจากเสรีภาพในร่างกายนั้นถึงแก่ความตาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยหลังจากนี้ พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น.อยู่ระหว่างพิจารณาสั่งการให้ชุดคลี่คลายคดีดำเนินการเข้าจับกุมตัวผู้ต้องหารายที่ 1 รายที่ 2 รายที่ 3 และรายที่ 4 ซึ่งสืบทราบว่ายังพักอยู่ในบ้านหลังดังกล่าว ส่วนผู้ต้องหารายที่ 5 นั้น ทราบว่าเดินทางไปทำธุระที่ จ.อุดรธานี ขณะนี้ประสานตำรวจ บก.ภ.จว.อุดรธานี เพื่อตามหาตัวมาดำเนินการ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48288</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปาร์ตี้, อนาจาร, โนบิตะ โลหิตดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191018/image_big_5da8fe737f3f1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33078</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/04/2019 00:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/04/2019 00:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดูละครผีแล้วเกิดอารมณ์? ‘จั๊กจั่น’โดนคอมเม้นท์คุกคามทางเพศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดนคอมเม้นท์คุกคามทางเพศในอินสตาแกรม ทำให้ผู้จัดการส่วนตัวของนักแสดงสาว จั๊กจั่น-อคัมย์สิริ สุวรรณศุข ทนไม่ไหว และเกรงว่า จั๊กจั่น อาจได้รับอันตราย &amp;ldquo;อาบี&amp;rdquo; ผู้จัดการส่วนตัวของนักแสดงสาวจึงต้องจัดการตัดไฟแต่ต้นลม ด้วยการไม่ปล่อยให้นักเลงคีย์บอร์ดโรคจิตลอยนวล ซึ่งอาบีได้นำเรื่องดังกล่าวไปปรึกษาเจ้าหน้าที่ตำรวจและทนาย รวมถึงครอบครัวและที่ทำงานของผู้กระทำผิดอีกด้วย โดย อาบี ได้โพสต์ถึงเรื่องราวทั้งหมดผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;ldquo;สรุปเคสจากไอจีจั๊กจั่นเมื่อคืนนะคะ..&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 1. อยากบอกเกรียนโซเชียลทั้งหลายว่า อย่าย่ามใจคิดว่าอวตารแล้วจะตามตัวไม่เจอ อาเจอข้อมูลคนนี้ตั้งแต่หัวยันเท้าภายใน 3 นาทีหลังจากเห็นเม้นท์หยาบคาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 2. ปรึกษาทนายและจนท. ตรวจพบประวัติการกระทำแบบนี้กับดารานักร้องมาก่อนนี้มากมาย จนเข้าข่ายเป็นบุคคลที่ก่อให้เกิดภัยคุกคามในระดับหนึ่ง (มีความต้องการทางเพศสูงแบบเก็บไว้ไม่ได้ อันตรายยังไงเดากันได้เนอะ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 3. ตัดสินใจขอพูดคุยกับพ่อแม่คนทำผิดก่อนค่ะ ด้วยเหตุผลหลายอย่าง ทั้งความปลอดภัยของจั่นในอนาคตและสภาพจิตใจของคนทำผิด หากกรณีเขามีจิตบกพร่องบางอย่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 4. ได้พูดคุยกับทั้งฝ่ายบุคคลที่เขาทำงาน คุณพ่อและคุณแม่คนทำผิด เอาว่าเขาค่อนข้างมีปัญหาการใช้ชีวิตร่วมกับคนอื่น และมีความต้องการ มีพลังด้านนั้นสูง ดูละครที่จั่นเล่นและมีความอิน จินตนาการไปในทางที่อารมณ์ตัวเองชอบ จนเกิดการเข้ามาเม้นท์ถึงจั๊กจั่นแบบเมื่อคืน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 5. ได้ทำการตกลงกับเขาว่า อย่าทำอีกไม่ใช่แค่กับจั่น แต่กับทุกคน เขารับปาก ทางเราก็ยินดีให้โอกาสไม่เอาความ เขาเขียนขอโทษจั่นไว้ และยินดียินยอมให้ทางเราเอามาแชร์ เพื่อเป็นบทเรียนให้คนอื่นที่ทำหรือกำลังจะทำแบบเขา ได้ยั้งคิด ก็น่าจะจบละ ขอไปลบสเตตัสต้นเรื่องนะคะ ขอบคุณที่ติดตาม ?&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ซึ่งฝ่ายผู้กระทำผิดได้โพสต์ข้อความขอโทษดาราสาวว่า &amp;ldquo;ผมโยธินนะครับ การที่ผมได้พูดเรื่องที่ไม่ดี ลามก ลวนลามพี่จั๊กจั่น พอข่าวมันออกมาก็เป็นเรื่องที่ไม่ทันได้คิดครับ พอเกิดขึ้นแล้วแก้ไขไม่ทัน กราบขอโทษพี่จั๊กจั่นด้วยจริงๆครับ วันหลังผมจะไม่ทำอีกแล้วครับ และขอโทษกับดาราทุกคนที่เคยล่วงเกินทุกคน สาเหตุเป็นเพราะไปดูละครเรื่อง ตุ๊กตาผี มาครับ และคิดเป็นเรื่องเป็นราวในโลกความเป็นจริง และคิดไปตามละคร และเรื่องที่ผ่านมาครับ ขอโทษด้วยครับที่ทำให้รู้สึกไม่ดี เสียชื่อเสียง ผมไม่รู้ว่าจะเกิดเรื่องจริงๆครับ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจากอินสตาแกรม&amp;nbsp;jj_akhamsiri&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33078</URL_LINK>
                <HASHTAG>คอมเม้นท์หื่น, คุกคามทางเพศ, จั๊กจั่น-อคัมย์สิริ สุวรรณสุข, ลามก, อนาจาร, อินสตาแกรม, โรคจิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190406/image_big_5ca78dda02cac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26906</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/01/2019 15:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/01/2019 15:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบหื่นขี้เหงาหลอกตุ๋ยเด็กชายนับ 70 รายแลกเงินเติมเกม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ม.ค.62 - ที่กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (191) พล.ต.ต.สำราญ &amp;nbsp;นวลมา &amp;nbsp;ผู้บังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (ผบก.สปพ.) &amp;nbsp; พ.ต.อ.สมบูรณ์ เทียนขาว ผกก.สายตรวจ บก.สปพ.ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุม นายปกิต สุนทรวราภาส อายุ 46 ปี พนักงานดูแลอพาทเมนต์ ที่ก่อเหตุล่อลวงเด็กชายกว่า 70 คน ไปข่มขืนอนาจาร และนำคลิปไปเผยแพร่ทางโซเชียลกลุ่มชายรักชาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.สำราญ &amp;nbsp;กล่าวว่า วันที่ 9 &amp;nbsp;ม.ค.ที่ผ่านมา ได้มีผู้ร้องเรียนจากเพจเฟซบุ๊กชื่อว่า&amp;ldquo;เพจล่า&amp;rdquo;แจ้งข้อมูลร้องเรียนผ่านแฟนเพจ กองกำกับการสายตรวจแจ้งว่าได้มีผู้ใช้แอพพลิเคชั่นไลน์นามแฝงว่า&amp;ldquo;ปกิต&amp;rdquo;เผยแพร่ภาพลามกอนาจารเด็ก จึงมอบหมายให้ พ.ต.อ.สมบูรณ์ ผกก.สายตรวจ สปพ.สืบสวนหาข่าวร่วมกับ พ.ต.อ.อัครพล บุณโยปัษฎัมภ์ ผู้อำนวยการกองกิจการต่างประเทศและคดีอาชญากรรมระหว่างประเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ(DSI) กระทั่งทราบว่าบุคคลที่ใช้นามแฝงว่า &amp;ldquo;ปกิต&amp;rdquo; คือนายปกิต สุนทรวราภาส พักอาศัยอยู่ที่อพาร์ทเมนต์แห่งหนึ่งย่านประชาชื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการเฝ้าดูพฤติกรรมพบ นายปกิต มักจะใช้ชีวิตอยู่กับเด็กชายในบริเวณที่พักอาศัยอยู่เป็นประจำ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องขออนุมัติศาลอาญา &amp;nbsp;ออกหมายค้นที่ 49 /2562 ลงวันที่ 17 มกราคม 2562 เข้าค้นอพาร์ทเมนต์ที่นายปกิต พักอาศัยอยู่ จากการตรวจค้นพบ นายปกิต แสดงตัวเป็นเจ้าของห้องห้องพักไม่ติดเลขที่ ตรงข้ามออฟฟิศ ภายในอพาร์ทเมนต์ไม่มีชื่อ ซอยเสริมสุข 2 แยก 3 ถนนประชาชื่น แขวงจตุจักร กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีตำหนิรูปพรรณตรงกันกับรูปที่ปรากฏในแอพพลิเคชั่นไลน์ที่ชื่อว่า &amp;ldquo;ปกิต&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบสวนนายปกิต ให้การว่า เมื่อตนเองอายุประมาณ 23 ปี เริ่มมีความชื่นชอบเด็กชายที่ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อายุประมาณ 13-17 ปี และรู้สึกมีอารมณ์อยากมีเพศสัมพันธ์ทางช่องทางทวารหนักหรือเป็นผู้ทำให้เด็กสำเร็จความใคร่ &amp;nbsp;จึงได้เริ่มพฤติกรรมในการล่อลวงเด็กให้มามีเพศสัมพันธ์ด้วย โดยมักจะชักชวนเ หยื่อที่เป็นเด็กตามสถานที่สาธารณะต่างๆ เช่น สนามกีฬาไทยญี่ปุ่น-ดินแดง ,หอนาฬิกา ห้วยขวาง ,สวนรถไฟ และสวนจตุจักร จากนั้นจะพาเหยื่อเข้าไปล่วงละเมิดทางเพศในห้องน้ำสาธารณะ มีวิธีการหลอกล่อให้เด็กมาร่วมเพศสัมพันธ์เพื่อแลกกับเงินในการเติมเงินเกมในโทรศัพท์ครั้งละ 100-200 บาท และรับว่ามีเพศสัมพันธ์กับเด็กมาแล้วกว่า 70 คน นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2552 &amp;nbsp;โดยไม่เคยสวมใส่ถุงยางอนามัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผบก.สปพ. กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบโทรศัพท์มือถือของนายปกิต &amp;nbsp;พบว่า มีสื่อลามกอนาจารเพื่อใช้ในเผยแพร่ในสื่อออนไลน์จำนวน 2,816 ไฟล์ แยกเป็นภาพนิ่ง 1,848 ภาพ และคลิปวีดีโอกว่า 968 คลิป นายปกิต ยังเป็นแอดมินกลุ่มไลน์ ของชายรักชายกว่า 10 กลุ่ม มีสมาชิกกว่า 500 คน เช่น กลุ่มเสือใบกลุ่ม,เกย์มัธยม ,กลุ่มเกย์ใต้,กลุ่มเด็กมอต้น,กลุ่มคนชอบเด็ก ,กลุ่มรักเด็กชาย ซึ่งจะมีเด็กที่ตกเป็นเหยื่อประมาณ 10 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้จากการรตรวจสอบประวัติพบว่านายปิกต เคยถูกจับกุมข้อหาข่มขืนที่ที่ สภ.บางแก้ว ศาลตัดสินจำคุก 9 ปี ติดจริง 4 ปี เมื่อออกมาแล้วก็มาก่อเหตุอีกครั้ง เบื้องต้นแจ้งข้อหา ครอบครอง เผยแพร่สื่อลามกอนาจารเพื่อประโยชน์ของตนเองหรือผู้อื่น หากตรวจสอบพบว่าเป็นสื่อลามกอนาจารเด็ก หรือเหยื่อถูกบังคับข่มขืนก็จะแจ้งข้อหาเพิ่ม &amp;nbsp;ต้องขอฝากประชาสัมพันธ์ไปยังผู้ปกครองที่มีบุตรหลานเป็นชายวัยรุ่นที่ไปเที่ยวตามสวนสาธารณะ ถ้าพบชายแปลกหน้ามาชวนโดยมีข้อเสนอแลกเปลี่ยนเป็นเงิน หรือแลกเงินเติมเกม อย่าหลงเชื่อเด็ดขาดขาด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26906</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มเกย์, ชายรักชาย, ล่อลวงเด็ก, อนาจาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190118/image_big_5c4191bd0ebde.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15284</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/08/2018 11:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/08/2018 11:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กทม.โยนต่างชาติทำอนาจารในสวนลุมฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
13 ส.ค.61-นางอารมย์ วงษ์มหา ผู้อำนวยการสำนักงานสวนสาธารณะ สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวถึงกรณีการทำอนาจารภายในสวนลุมพินี เขตปทุมวันว่า จากการติดตามข้อมูลจากหัวหน้าสวนลุมพินีและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) พบเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริง ขณะเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้พบเห็นชาวต่างชาติกระทำอนาจารและเข้าทำการตักเตือนแล้ว แต่เรื่องจากเป็นชาวต่างชาติ ไม่เข้าใจภาษาไทย จึงไม่ได้หยุดการกระทำทันที จนมีผู้ใช้บริการเกิดพบเหตุดังกล่าวก่อนเผยแพร่มีการต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางอารมย์กล่าวว่า ปัจจุบันกทม.ว่าจ้างเจ้าหน้าที่จาก องค์การทหารผ่านศึก(อสศ.) ดูแลรักษาความปลอดภัย โดยปกติภายในสวนลุมพินีมีรปภ. ประมาณ 30 คน คอยตรวจตราและประจำพื้นที่ภายใน 28 จุด รวมถึงประตูทางเข้า-ออกทุกแห่ง ซึ่งหลังเกิดดังกล่าวเมื่อวันที่ 10 สิงหาคมที่ผ่านมา กทม.ได้ขอกำลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเพิ่ม และเพิ่มรอบการตรวจตราให้ถี่ยิ่งขึ้น พร้อมจัดทำป้ายระเบียบการใช้สวนภาษาอื่น อาทิ ภาษาจีน ภาษาเมียนมาร์ มาติดตั้งเพิ่มเติมจากเดิมที่มีภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ตั้งแต่วันที่ 14 สิงหาคมเป็นต้นไป ภายในสวนลุมพินีและสวนสาธารณะกทม.อีก 34 แห่ง ให้เป็นไปในแนวทางเดียวกันอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในวันอังคารที่ 14 ส.ค. ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งสำนักส่งแวดล้อม และสำนักงานเขต &amp;nbsp;โดยนางวัลยา วัฒนรัตน์ ผอ.สำนักสิ่งแวดล้อม จะเป็นผู้ชี้แจงนโยบาย เพื่อกำหนดแนวทางการดูแลความปลอดภัยและความเป็นระเบียบเรียบร้อย ในสวนสาธารณะ 35 แห่ง ทั่วกทม. พร้อมส่งรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแก่ นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าฯกทม. อีกด้วย&amp;quot;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15284</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม., นางอารมย์ วงษ์มหา, ผู้อำนวยการสำนักงานสวนสาธารณะ สำนักสิ่งแวดล้อม, สวนลุมพินี, สวนสาธารณะ, อนาจาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180813/image_big_5b710f45a9b7a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12824</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไล่ออกผอ.ฉาว ชู้สาวนร.หญิง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ผลสอบ ผอ.โรงเรียนถูกหาเป็นกิ๊กกับลูกศิษย์นักเรียนหญิงชั้น ม.2 คณะกรรมการมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ไล่ออก ระบุพยานหลักฐานชัดเจน เสนอกรรมการชุดใหญ่ซึ่งมีผู้ว่าฯ เป็นประธานพิจารณาอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคมนี้ ที่ห้องประชุมศึกษาธิการจังหวัดนครราชสีมา มีการประชุมคณะอนุกรรมการศึกษาธิการจังหวัดนครราชสีมา โดยมี พล.อ.มารุต ลิ้มจรูญ เป็นประธาน ส่วนกรรมการมีทั้งสิ้น 8 คน ประชุมพิจารณากลั่นกรองกรณีนายณฐาภพ บุญทองโท อายุ 51 ปี ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านป่าตองท่าเนินสามัคคี อ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา ถูกร้องเรียนมีพฤติกรรมกับนักเรียนหญิงทั้ง ม.2 อายุ 14 ปี โรงเรียนเดียวกัน ซึ่งในที่สุดคณะอนุกรรมการฯ มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ลงโทษทางวินัยร้ายแรงแก่นายณฐาภพด้วยการไล่ออก ส่วนประเด็นคดีอาญาให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีดังกล่าวได้ตกเป็นข่าวเมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา มีผู้นำคลิปทางไลน์ออกเผยแพร่ เป็นภาพและข้อความเชิงชู้สาวระหว่างนายณฐาภพกับนักเรียนหญิงชั้น ม.2 ในลักษณะเป็นแฟน มีการไปเที่ยวกันสองต่อสองโดยมีภาพกอดคอกัน และเรียกอีกฝ่ายว่า &amp;quot;ที่รัก&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิกุล การงาน ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาโรงเรียนบ้านป่าตองฯ กล่าวว่า หลักฐานดังกล่าวเป็นข้อความแช้ตไลน์ในโทรศัพท์มือถือของนักเรียนหญิง จึงได้รวบรวมหลักฐานร้องเรียนสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา (สพป.) เขต 6 เพื่อเอาผิด ผอ.คนนี้ให้ถึงที่สุด ซึ่งต่อมาสำนักงาน สพป.เขต 6 ได้ตั้งคณะอนุกรรมการฯ ขึ้นมาสอบสวนก่อนจะมีมติให้ไล่ออก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของคดีอาญา ตำรวจ สภ.บัวใหญ่ได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่นายณฐาภพ กระทำอนาจาร ขณะที่มีผู้ปกครองของนักเรียนหญิงชั้น ม.2 อีกคนได้เข้าแจ้งความเอาผิดนายณฐาภพข้อหาอนาจารเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.มารุตกล่าวว่า ที่ประชุมได้มีการพิจารณาให้ความยุติธรรมด้วยความรอบคอบ พิจารณาจากพยานหลักฐานเท่าที่มี รวมทั้งได้นำผลสอบสวนของคณะกรรมการสอบสวนที่เขตการศึกษาฯ ตั้งขึ้นอีกชุดหนึ่งมาพิจารณาประกอบ จนในที่สุดคณะอนุกรรมการฯ มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ไล่ออก จากนี้ก็จะเสนอคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดนครราชสีมา หรือ กศจ. ที่มีนายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานโดยตำแหน่ง ในวันที่ 12 กรกฎาคมนี้ ซึ่ง กศจ.จะตัดสินใจอย่างไร เป็นดุลพินิจที่ประชุมใหญ่ต่อไป.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12824</URL_LINK>
                <HASHTAG>พิกุล การงาน, วิเชียร จันทรโณทัย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนาจาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180705/image_big_5b3e201add6a2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
