<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>76070</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/08/2020 17:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/08/2020 17:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มติเอกฉันท์! กมธ.งบฯ 63 เสียงเลื่อนซื้อเรือดำน้ำ &#039;ก้าวไกล&#039; ข้องใจปีหน้าจะขออีกหรือไม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปีนี้ถอยก่อน ปีหน้าว่ากันใหม่ กมธ.งบฯเสียงส่วนใหญ่ โหวตปรับลดงบประมาณซื้อเรือดำน้ำ เผยแค่ชะลอ ประธานบอกปีหน้าตั้งงบคืนให้ใหม่ ก้าวไกลโวยอย่าแอบอ้างทุกพรรคเห็นชอบให้มีเรือดำน้ำ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ส.ค.63 - ที่ห้องประชุมงบประมาณชั้น6 อาคารรัฐสภาฯ มีการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ.2563 มีการพิจารณารายงานของคณะอนุกรรมาธิการครุภัณฑ์ ไอซีที รัฐวิสาหกิจ และทุนหมุนเวียน&amp;nbsp;โดยช่วงเริ่มการประชุมนายสุพล ฟองงาม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ที่เป็นประธานอนุกรรมาธิการครุภัณฑ์ ได้ชี้แจงผลการประชุมของคณะอนุก่อนหน้านี้ว่า คณะอนุกรรมาธิการฯได้ประชุมและปรับลดงบประมาณ 4521ล้านบาท จำแนกเป็น ปรับลดในแผนงานพื้นฐาน 567 ล้านบาท ปรับลดในแผนยุทธศาสตร์ 3954 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญฯ กล่าวว่า งบประมาณสำหรับจัดซื้อเรือดำน้ำควรชะลอไปก่อน ซึ่งจะทำให้เราได้รับเรือดำน้ำในปี 2571 จึงควรให้ที่ประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญฯมีมติให้ปรับลดงบประมาณในส่วนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง หนึ่งในประธานการประชุม กล่าวว่า สัปดาห์ที่ผ่านมาได้เชิญกรรมาธิการแต่ละพรรคไปหารือถึงความเหมาะสมเกี่ยวกับเรือดำน้ำ จากการสอบถามได้มีข้อสรุปเห็นตรงกันว่าการมีเรือดำน้ำมีความจำเป็นอย่างยิ่ง จำนวน 3 ลำน้อยเกินไปด้วยซ้ำ เนื่องจากประเทศไทยมีทะเลถึงสองฝั่งและพื้นที่ชายฝั่งทะเล 12 ไมล์ทะเลยังมีพื้นที่ทับซ้อนด้านความมั่นคงที่เป็นผลประโยชน์ของประชาชน เรือดำน้ำได้ผ่านออกมาเป็นงบประมาณตั้งแต่ปีงบประมาณ 2563 แต่ด้วยความปรารถนาดีและเห็นแก่เศรษฐกิจของประเทศ กองทัพเรือได้ส่งงบประมาณคืนเพื่อให้รัฐบาลไปแก้ปัญหาโควิด ต้องขอบคุณกองทัพเรือด้วยและจะมีการดำเนินการคืนงบประมาณให้ในปีงบประมาณ 2564 ต่อไป แต่เมื่อมาถึงการพิจารณางบประมาณปี 2564 ปรากฎว่าการแพร่ระบาดของโควิดยังไม่ได้คลี่คลาย เนื่องจากยังไม่มีวัคซีน ดังนั้น คณะกรรมาธิการวิสามัญฯเห็นว่าแม้เรือดำน้ำมีความจำเป็น แต่ยังไม่เหมาะในเวลานี้ เพราะโควิดอาจเกิดการระบาดรอบสองได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;กระทรวงกลาโหมและกองทัพเรือได้แจ้งมายังคณะกรรมาธิการว่าในปี 2564 กองทัพเรือยินดีให้ปรับงบประมาณจำนวน 3,925 ล้านบาทในส่วนที่จะต้องไปจ่ายออกไปก่อนให้เป็นศูนย์ และให้กองทัพเรือไปใช้งบประมาณในปีถัดไปตามเห็นสมควร และให้กองทัพเรือไปเจรจากับทางผู้ผลิตว่าจะสามารถดำเนินการอย่างไรในการทำให้ประเทศไทยมีเรือดำน้ำตามความประสงค์ ปีนี้เลื่อนงบประมาณงวดแรกในการจ่ายเรือดำน้ำออกไป กองทัพเรือได้มีหนังสือแล้ว ส่วนเงินที่ปรับออกไปนั้นคงเป็นหน้าที่ของหน่วยรับงบประมาณและสำนักงบประมาณจะไปพิจารณา&amp;quot; นายสันติ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา นายสันติ ได้แจ้งต่อที่ประชุมว่า ขอใช้สิทธิในฐานะกรรมาธิการ เพื่อเสนอญัตติให้คณะกรรมาธิการวิสามัญฯปรับลดงบประมาณในส่วนนี้ตามที่กองทัพเรือได้ทำมาเป็นหนังสือถึงคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม กรรมาธิการวิสามัญฯในสัดส่วนของพรรคก้าวไกล อาทิ นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ ส.ส.เชียงราย นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ กล่าวที่ประชุมเพื่อให้มีการบันทึกว่า กรรมาธิการวิสามัญฯในส่วนพรรคก้าวไกล ไม่ได้คุยกับนายสันติตามที่มีการกล่าวอ้างว่าทุกพรรคเห็นควรให้มีการซื้อเรือดำน้ำ พรรคก้าวไกลยืนยันว่าไม่เห็นด้วยกับการจัดซื้อเรือดำน้ำ และการเลื่อนออกไปเพียงหนึ่งปีงบประมาณนั้นไม่น่าจะเป็นประโยชน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายพิจารณ์ ได้สอบถามต่อที่ประชุมและตัวแทนสำนักงบประมาณว่า ปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565 จะมีการพิจารณางบประมาณในส่วนเรือดำน้ำใหม่หรือไม่อย่างไร หรืองบประมาณส่วนนี้จะตกไปและกองทัพเรือต้องตั้งงบประมาณเข้ามาใหม่หรือไม่ และแนวทางของคณะกรรมาธิการวิสามัญกฎหมายงบประมาณในปีหน้าจะเป็นอย่างไรต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านตัวแทนสำนักงบประมาณ กล่าวว่า รายการเรือดำน้ำที่มีการอนุมัติตั้งแต่ 2563 ส่วนการดำเนินการในปีงบประมาณ 2565 จะต้องรอความชัดเจนจากกองทัพเรือว่าได้มีการเจรจากับทางผู้ผลิตอย่างไรก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญและรองประธานคณะอนุกรรมาธิการครุภัณฑ์ฯ กล่าวว่า ก่อนจะลงมติควรให้คณะอนุกรรมาธิการฯได้กล่าวรายงานเรื่องดำน้ำต่อที่ประชุมก่อนว่าคณะอนุกรรมาธิการฯมีรายละเอียดในเรื่องเรือดำน้ำอย่างไรบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ปรากฎว่านายวราเทพ รัตนากร ที่ทำหน้าที่ร่วมประธานการประชุม ตอบโต้ว่า เมื่อประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญฯได้เสนอญัตติให้ที่ประชุมลงมติแล้ว จะต้องไปสู่ขั้นตอนของการลงมติ ส่วนเรื่องรายละเอียดของของคณะอนุกรรมาธิการฯนั้น ที่ประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญฯดูได้จากเอกสารอยู่แล้ว หากนายยุทธพงศ์จะขออภิปรายก็ทำได้เฉพาะกรณีที่ไม่เห็นด้วยกับการปรับลดงบประมาณการจัดซื้อเรือดำน้ำเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยข้อท้วงติงนายวราเทพกลางที่ประชุมทำให้นายยุทธพงศ์ยุติการขออภิปรายไป จากนั้น ที่ประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ มีมติเอกฉันท์เห็นด้วย &amp;nbsp;63 เสียง ต่อ งดออกเสียง 3 เสียง กับการปรับลดงบประมาณตามที่นายสันติเสนอ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76070</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.งบประมาณ 64, กองทัพเรือ, ซื้อเรือดำน้ำ, อนุกมธ.ครุภัณฑ์ ไอซีที รัฐวิสาหกิจ และทุนหมุนเวียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200831/image_big_5f4ccf0392ee1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75385</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2020 14:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2020 14:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ยุทธพงศ์&#039; ชี้จัดซื้อ &#039;เรือดำน้ำ&#039; ซ้ำรอยจำนำข้าว ไม่ใช่รัฐต่อรัฐ ยัน &#039;บิ๊ก ป.&#039; โทรล็อบบี้โหวตผ่าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ส.ค.63 - ที่รัฐสภา นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานอนุกมธ.ครุภัณฑ์ ไอซีที รัฐวิสาหกิจ และทุนหมุนเวียน ในคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีระบุมี บิ๊กป.ในรัฐบาลโทรศัพท์ล็อบบี้สั่งการให้ให้อนุกมธ.ครุภัณฑ์ฯโหวตเห็นชอบการจัดซื้อเรือดำน้ำ 2ลำของกองทัพเรือ วงเงิน 22,550 ล้านบาทว่า เรื่องนี้ทุกคนรู้กันทั้งห้อง ในช่วงที่อนุกมธ.พักประชุม 1 ชั่วโมง ก่อนที่จะมีการโหวตลงมติ มีการเรียกอนุกมธ.ฝ่ายรัฐบาลไปคุยกัน เชื่อว่า มีการไปล็อบบี้กันในช่วงนั้น โดยมีเพื่อนอนุกมธ.ซีกรัฐบาลบอกตนว่า มีบิ๊กรัฐบาลโทรศัพท์มาล็อบบี้ให้โหวตสนับสนุนการซื้อเรือดำน้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยุทธพงศ์ กล่าวว่า&amp;nbsp;เชื่อว่า เรื่องนี้มีการล็อบบี้กันแน่นอน เพราะก่อนหน้านี้วันที่ 17 ส.ค.2563 ที่ประชุมอนุกมธ.ประชุมกัน ทุกคนไม่มีใครเห็นด้วยให้จัดซื้อเรือดำน้ำ แต่กองทัพเรือยืนยันความจำเป็นต้องจัดซื้อ เพราะมีสัญญาจีทูจีผูกพัน และมีเอกสารการลงนามระหว่างพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กับรมว.กลาโหมจีน ที่ตกลงจะซื้อเรือดำน้ำ ดังนั้น ที่ประชุมจึงมีมติให้แขวนเรื่องนี้ไว้ก่อน โดยให้กองทัพเรือนำเอกสารเหล่านี้มาชี้แจงต่ออนุกมธ.ครั้งถัดไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยุทธพงศ์ กล่าวอีกว่า ต่อมาวันที่ 21 ส.ค. 2563 กองทัพเรือนำเอกสารเหล่านี้มาชี้แจงต่อที่ประชุมอนุกมธ. แต่เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่า มีแค่การระบุว่าให้ซื้อเรือดำน้ำลำที่ 1 แค่ลำเดียว ไม่ได้ข้อผูกพันว่า จะต้องซื้อลำที่ 2 และ 3 และเอกสารที่ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ไปลงนามร่วมกับรมว.กลาโหมจีน ไม่เกี่ยวข้องกับการซื้อเรือดำน้ำ ที่สำคัญเอกสารการลงนามซื้อเรือดำน้ำลำแรกที่พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ อดีตผบ.ทร.ไปลงนามจัดซื้อนั้น เป็นการลงนามกับบริษัท ไชน่าชิปบิ้วดิ้งออฟชอว์ ถึงจะอ้างว่าเป็นรัฐวิสาหกิจ แต่ไม่ใช่รัฐบาลจีน ถือว่าเป็นการลงนามไม่ถูกต้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส.ส.เพื่อไทย กล่าวว่า คำพิพากษาศาลฎีกาเคยระบุไว้ในคดีจำนำข้าวว่า การทำจีทูจีต้องเป็นการทำระหว่างรัฐต่อรัฐเท่านั้น เรื่องนี้ต้องถึงป.ป.ช.แน่ เพราะเป็นการกระทำผิดกฎหมาย ทั้งนี้ ในการประชุมอนุกมธ.วันที่ 21 ส.ค. 2563 กองทัพเรือได้ยืนยันถึงความจำเป็นในการจัดซื้อเรือดำน้ำ ไม่สามารถเลื่อนการจัดซื้อได้อีกแล้ว แต่ปรากฏว่า การประชุมวันดังกล่าว อนุกมธ.ที่เคยคัดค้านการซื้อเรือดำน้ำ มากลับลำในสิ่งที่ตัวเองเคยพูด อนุมัติให้ซื้อเรือดำน้ำได้ จะเป็นไปได้อย่างไร ถ้าไม่มีใครสั่งมา ขอท้าให้เปิดบันทึกชวเลขในที่ประชุมวันที่ 17 ส.ค.2563 จะได้รู้ว่าใครพูดอย่างไรบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยุทธพงศ์ กล่าวด้วยว่า ในช่วงที่อนุกมธ.ลงมติแล้วคะแนนเสมอกัน 4 ต่อ 4 นั้น ตนขอร้องนายสุพล ฟองงาม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานอนุกมธ. ขอให้อย่าลงมติตัดสิน ให้นำเรื่องนี้ไปหาข้อยุติในที่ประชุมกมธ.งบประมาณฯชุดใหญ่ แต่นายสุพลไม่ยอม และลงมติเห็นชอบการจัดซื้อ คะแนนจึงกลายเป็น 5 ต่อ 4&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นการประชุมกมธ.งบประมาณชุดใหญ่วันที่ 26 ส.ค.นี้ จะขอให้ทบทวนมติของอนุกมธ. เพราะกองทัพเรือชี้แจงไม่เคลียร์ สัญญาจีทูจีไม่มีผลผูกพันกับการซื้อเรือดำน้ำลำที่ 2 และ 3 ถึงจะเป็นงบประมาณเดิมที่ตั้งไว้ตั้งแต่งบประมาณปี 2563 แต่ขณะนี้ปี 2564 วิกฤติโควิดยังคงอยู่ อยากให้เลื่อนการจัดซื้อไป 1 ปี เพราะเรือดำน้ำลำแรกจะได้มาในปี 2567 ควรรอให้ได้ลำแรกมาก่อน แล้วค่อยซื้อลำที่ 2 และ 3 หรือเลื่อนซื้อลำที่ 2-3 ไปปีหน้า เพราะขณะนี้ประชาชนกำลังลำบาก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75385</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.งบประมาณ 64, ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร, สุพล ฟองงาม, อนุกมธ.ครุภัณฑ์ ไอซีที รัฐวิสาหกิจ และทุนหมุนเวียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200824/image_big_5f436c0c46439.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
