<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118090</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/09/2021 13:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/09/2021 13:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อนุดิษฐ์&#039; ผิดหวัง &#039;แอร์บูล&#039; ฟอกขาว 3 บิ๊กโปรเจกต์ทอ. ปูดขบวนการ &#039;อ-บ-จ&#039; เขมือบงบแผ่นดิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.ย.64 - น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย และกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร กล่าวกรณีที่ พล.อ.อ.แอร์บูล สุทธิวรรณ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) ออกมาชี้แจงกับสื่อมวลชนว่า กองทัพอากาศ มีความจำเป็นต้องแก้ไขเปลี่ยนแปลง&amp;nbsp;TOR&amp;nbsp;การจัดซื้อยุทโธปกรณ์ 3 โครงการ มูลค่าเกือบ 3 พันล้านบาท เนื่องจาก&amp;nbsp;TOR&amp;nbsp;เดิมทำให้กองทัพอากาศ (ทอ.) เสียเปรียบ และเพื่อเป็นการรักษาผลประโยชน์ของ ทอ.ว่า รู้สึกแปลกใจและผิดหวังกับคำชี้แจงผบ.ทอ. เพราะข้อมูลที่ ผบ.ทอ.ชี้แจงนั้น ขัดแย้งกับข้อเท็จจริงที่ กมธ.ป.ป.ช.สภาผู้แทนราษฎร ตรวจสอบเสร็จสิ้นแล้วโดยสิ้นเชิงและต้องขอทำความเข้าใจกับผบ.ทอ.ว่า เรื่องการที่ กมธ.ป.ป.ช.และตน ตรวจสอบโครงการของกองทัพอากาศนั้น ไม่ใช่การโจมตีทางการเมือง แต่เป็นประเด็นความถูกต้องของระเบียบและกฎหมาย ที่ต้องการให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ไม่ให้เกิดการลุแก่อำนาจจนเกิดความเสียหายกับกองทัพอากาศอย่างที่เป็นอยู่ในขณะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่า ผบ.ทอ.ชี้แจงว่าการเปลี่ยนแปลง&amp;nbsp;TOR&amp;nbsp;ทั้ง 3 โครงการในครั้งนี้เป็นไปตามระเบียบ และ ทอ.ได้สอบถามกรมบัญชีกลางแล้วว่า สามารถกระทำได้ แต่จากการให้ถ้อยคำของผู้แทนจากกรมบัญชีกลางที่มาให้ข้อเท็จจริงกับ กมธ.ป.ป.ช.พบว่า ทอ.ไม่เคยมีหนังสือสอบถามกรมบัญชีกลางในเรื่องนี้เป็นลายลักษณ์อักษรเลย สอดคล้องกับคำให้การของผู้อำนวยการสำนักงานพระธรรมนูญทหารอากาศ ที่ระบุว่า หาก ทอ.มีความประสงค์จะเปลี่ยน&amp;nbsp;TOR&amp;nbsp;จะต้องทำหนังสือหารือไปที่ คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ กรมบัญชีกลาง เสียก่อน แต่ ทอ.ก็ละเลยไม่ดำเนินการ โดยฝ่ายเสนาธิการของ ผบ.ทอ.อ้างคำสั่ง ผบ.ทอ. แจ้งให้ข้าราชการผู้รับผิดชอบไม่ต้องทำหนังสือไปสอบถามกรมบัญชีกลาง แต่ให้ดำเนินการเปลี่ยนแปลง&amp;nbsp;TOR&amp;nbsp;ไปได้เลย ซึ่งหลักฐานชัดเจนแบบนี้ ผบ.ทอ.กลับออกมาให้สัมภาษณ์ยืนยันว่าทำถูกต้องได้อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวอีกว่า ที่แย่ไปกว่านั้นคือคำชี้แจงของ ผบ.ทอ.เรื่องการจัดหาวิทยุพื้นดิน-อากาศทดแทน ที่ ผบ.ทอ.ระบุว่าช่วยประเทศชาติประหยัดงบประมาณไป 510 ล้านบาทนั้น แสดงว่า ผบ.ทอ.ไม่ได้ให้ความสำคัญ หรืออาจรู้เห็นเป็นใจกับกระบวนการฉ้อฉลในครั้งนี้ เพราะเรื่องนี้ได้อภิปรายในสภาฯอย่างชัดเจนว่า ใครก็ตามโปรดอย่าอ้างว่า ปรับปรุง&amp;nbsp;TOR&amp;nbsp;แล้ว ทำให้ ทอ.ซื้อของถูกลง เพราะ กมธ.ป.ป.ช.ตรวจสอบเอกสารหลักฐานที่ ทอ.ส่งมาให้แล้วพบว่าโครงการมูลค่า 900 ล้านบาท มีการตัดเนื้องานออกไป 2 รายการ มูลค่าประมาณ 500 ล้านบาท แต่กลับไม่ปรับราคากลางให้เหลือ 400 ล้านบาทตามรายละเอียดใหม่ของโครงการ เมื่อ ทอ.ดำเนินกระบวนการจัดซื้อยังคงกำหนดราคากลางไว้เหมือนเดิมคือประมาณ 900 ล้านบาท และเมื่อ กมธ.ป.ป.ช.ตรวจเชิงลึกไปที่การเสนอราคาของบริษัทที่ ทอ.เชิญให้มาเสนอราคานั้นพบว่า มี 2 รายที่เสนอราคามาที่ 834 ล้านบาท แต่มีบริษัทอีกรายที่เสนอราคาตามความเป็นจริงตามรายละเอียดของงานที่ปรับใหม่ และต่ำกว่าราคากลางถึงราว 400 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การที่ ผบ.ทอ.ระบุว่าการเปลี่ยน&amp;nbsp;TOR&amp;nbsp;ทำให้เกิดการแข่งขันและทำให้ประหยัดไปได้ 510 ล้านบาท จึงเป็นแค่คำกล่าวอ้างให้ดูดีเท่านั้น แต่ความสกปรกอยู่ที่คนอนุมัติ&amp;nbsp;TOR&amp;nbsp;และฝ่ายเสนาธิการที่สั่งแก้&amp;nbsp;TOR&amp;nbsp;รู้ดีว่ามีการลดสเปคด้วยการตัดเนื้องานออกไป 500 ล้านบาท คณะกรรมการราคากลางก็ทราบว่าเนื้องานหายไป แต่เหตุใด ทอ.จึงยืนยันราคากลางไว้เหมือนเดิมไม่ปรับลดลงตามความจริง เช่นเดียวกับบริษัทเอกชนที่เหตุใดกล้าเสนอราคาเกินกว่าเนื้องานที่ปรากฎใน&amp;nbsp;TOR&amp;nbsp;มากกว่า 1 เท่าตัว ยังดีที่มีอีกบริษัทที่เสนอคาคามาเพียง 400 กว่าล้านบาทใกล้เคียงกับเนื้องานจริง&amp;rdquo;&amp;nbsp;น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวถึงโครงการพัฒนาการป้องกันฐานที่ตั้งทางทหารของกองทัพอากาศ (GBAD)&amp;nbsp;มูลค่าโครงการ 940 ล้านบาทด้วยว่า แม้ ผบ.ทอ.ระบุว่า ได้จรวดป้องกันฐานบินจากอิสราเอล และผ่านการใช้งานในการสู้รบจริง (Combat Proven)&amp;nbsp;ในสมรภูมิต่างๆ มาแล้ว ก็เป็นความเห็นส่วนตีว แต่ กมธ.ป.ป.ช.มีหน้าที่ในการตรวจสอบเรื่องการทุจริต ซึ่งโครงการนี้ส่งกลิ่นเหม็นเน่ามาก เพราะ ทอ.ดำเนินการจัดหาโครงการนี้ด้วยวิธีเฉพาะเจาะจง คือการเลือกบริษัทเพียงรายเดียวให้มาเสนอราคา ทั้งๆที่มีบริษัทหลายรายต้องการเข้าแข่งขัน ซึ่งไม่ถูกต้องตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 เนื่องจาก ทอ.ระบุตลอดมาว่าต้องการให้เกิดการแข่งขันอย่างเป็นธรรม แต่ในโครงการ&amp;nbsp;GBAD&amp;nbsp;นี้มีเอกสารหลักฐานชัดเจนว่า มีการกีดกันไม่เปิดโอกาสให้ผู้เสนอราคารายอื่นๆ เข้าเสนอราคาได้ การที่ ท.อ.ปฏิเสธไม่ให้มีผู้เสนอราคารายอื่นเข้าเสนอราคาถือว่ามีพิรุธอย่างชัดเจน เพราะเมื่อมีบริษัทเพียงรายเดียวย่อมสามารถตั้งราคาได้ตามอำเภอใจ และที่สำคัญก็คือ กมธ.ป.ป.ช. มีหลักฐานการเปลี่ยนแปลง&amp;nbsp;TOR&amp;nbsp;ที่มีการลดสเปคอย่างเห็นได้ชัด แต่ ท.อ.ก็ไม่ปรับลดราคากลางเหมือนเช่นเคย แถมงวดนี้เลือกบริษัทให้เข้ามาเสนอราคาเพียงรายเดียวด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เรื่องนี้จึงไม่ใช่แค่คำครหา แต่อาจเป็นกระบวนการหากินงบประมาณแผ่นดินที่คนใน ทอ.รู้ดี และเรียกขบวนการนี้ว่า อบจ.&amp;nbsp;ส่วนใครเป็นใครถามญาติพี่น้องใน ทอ.คงตอบคำถามนี้ได้ไม่ยาก เรื่องผิดปกติแบบนี้และมีการตรวจสอบของสภาฯ ผมเชื่อว่าถ้าเป็น ผบ.ทอ.ท่านอื่น คงรีบตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนเรื่องนี้อย่างเร่งด่วนแล้ว แต่ ผบ.ทอ.ท่านนี้กลับฟอกขาวโครงการ ด้วยการยืนยันว่าเป็นเรื่องถูกต้องซึ่งถือเป็นเรื่องผิดปกติอย่างมาก จึงมีความจำเป็นที่จะต้องขอมติ กมธ.ป.ป.ช.เพื่อเชิญ ผบ.ทอ.มายืนยันคำพูดต่างๆที่ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน และให้ถ้อยคำกับเรื่องที่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดซื้อฯที่ไม่ชอบต่อไป&amp;ldquo;น.อ.อนุดิษฐ์กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118090</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.ปปช., กองทัพอากาศ, พรรคเพื่อไทย, พล.อ.อ.แอร์บูล สุทธิวรรณ, อนุดิษฐ์ นาครทรรพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210928/image_big_6152af4b105bc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117867</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/09/2021 11:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/09/2021 11:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อนุดิษฐ์&#039;ข้องใจโครงการ GBAD  ทัพอากาศ ส่อผิด พ.ร.บ.ฮั้วประมูลฯ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.ย. 2564 &amp;nbsp;น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติผิดมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยถึงความคืบหน้าการติดตามตรวจสอบความไม่ชอบมาพากลของโครงการจัดหายุทโธปกรณ์ของกองทัพอากาศ 3 โครงการ มูลค่ารวมเกือบ 3 พันล้านบาทว่า หลังจากที่ใช้เป็นประเด็นในการอภิปรายไม่ไว้วางใจอภิปราย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะ รมว.กลาโหม ตลอดจนได้ยื่นเรื่องต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้พิจารณาส่งคำร้องดังกล่าวไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ไต่สวน และดำเนินการต่อไปแล้วนั้น ยังคงมีผู้หวังดีต่อกองทัพอากาศส่งข้อมูลความผิดปกติมาให้ตน และ กมธ.ป.ป.ช.อย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่า โดยเฉพาะโครงการพัฒนาการป้องกันฐานที่ตั้งทางทหารของกองทัพอากาศ (GBAD) มูลค่าโครงการ 940 ล้านบาท ที่มีความพยายามรวบรัดให้จบก่อนสิ้นเดือน ก.ย.64 ซึ่งเป็นช่วงปลายปีงบประมาณ และเป็นช่วงที่ข้าราชการ รวมไปถึงข้าราชการทหารระดับสูงจะเกษียณอายุราชการ ล่าสุดทราบได้สรุปผลและได้เอกชนผู้ดำเนินการแล้วเมื่อ 23 ก.ย.64 หลังจากที่ก่อนหน้านั้นมีการล้มการประกวดราคาไปถึง 3 ครั้ง และครั้งล่าสุดเป็นครั้งที่ 4 ได้มีการเปลี่ยนวิธีการประกวดราคาจากเดิมที่ใช้การคัดเลือก มาใช้วิธีการเจาะจง โดยอ้างว่าในการประกวดราคาครั้งที่ 3 ที่ล้มไปนั้นมีผู้เข้ายื่นเสนอราคาเพียงรายเดียว แต่ในข้อเท็จจริงนั้นมีอีก 2 บริษัทที่ยื่นเสนอราคาไม่ทัน เพราะกรรมการจัดซื้อฯ กำหนดเวลาไว้เพียง 14 วัน ซึ่งสั้นกว่าปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการที่มีมูลค่านับพันล้านบาท และมีผลต่อความมั่นคงของประเทศ แต่แม้ยื่นไม่ทัน ทั้ง 2 บริษัทก็ได้ยื่นสงวนสิทธิ์ขอเข้าร่วมการประกวดราคาในครั้งต่อไปไว้ ในขณะที่อีก 1 บริษัท เป็นบริษัทที่กองทัพอากาศสืบราคาช่วงที่ขออนุมัติโครงการ กลับถูกกีดกันจากประธานกรรมการซื้อไม่ให้เข้าร่วมการเสนอราคามาโดยตลอด แม้ทางบริษัทจะทำหนังสือขอเข้าร่วมในครั้งที่ 3 ก็ถูกกรรมการจัดซื้อฯ ปฏิเสธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การประกวดราคาครั้งที่ 4 ผบ.ทอ.อนุมัติให้ซื้อโดยวิธีเจาะจง ทั้ง ๆ ที่การจัดซื้อครั้งที่ 3 คณะกรรมการจัดซื้อฯ ยังไม่ได้เปิดซองเพื่อพิจารณาเชิงเทคนิคของบริษัทใดเลย แล้วเหตุใดจึงเจาะจงกับบริษัทที่มาเสนอราคาทันในครั้งที่ 3 เพียงบริษัทเดียว ทั้ง ๆ ที่ยังไม่เห็นรายละเอียดทางเทคนิคของบริษัทดังกล่าว เว้นเสียแต่มีการเตรียมการกันไว้ล่วงหน้าแล้วหรืออาจเข้าข่ายว่าฮั้ว หรือล็อกกันไว้ก่อนแล้ว&amp;rdquo; น.อ.อนุดิษฐ์ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวอีกว่า จากที่ติดตามการดำเนินโครงการ GBAD มาโดยตลอดเห็นถึงความไม่ชอบมาพากลในกระบวนการหลายจุด ซึ่งส่อไปในทางขัด พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐฯ และ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานภาครัฐ หรือ พ.ร.บ.ฮั้วประมูล ทั้งการกีดกันเอกชนบางรายไม่ให้เข้าร่วมการประกวดราคา ก็เท่ากับเอื้อประโยชน์ให้เอกชนบางราย รวมถึงการเปลี่ยนแปลงวิธีการประกวดราคาโดยไม่มีการแก้ไขปรับปรุง TOR ตลอดจนการกำหนดระยะเวลาการยื่นเสนอราคา ที่เมื่อครั้งที่ 3 กำหนดไว้เพียง 14 วัน ทั้งที่ตามปกติโครงการอื่น ๆ ให้เวลา 30 สำหรับบริษัทในประเทศ และให้เวลา 45 วันสำหรับบริษัทต่างชาติ แล้วในครั้งที่ 4 นี้ยังมีข้อสั่งการที่อ้างถึงระดับผู้บังคับบัญชาว่า ให้เร่งกระบวนการซื้อให้เสร็จสิ้นภายใน 10 วัน ถือว่าผิดปกติและเป็นเป็นไปไม่ได้สำหรับโครงการใหญ่ขนาดนี้วงเงิน 940 ล้านบาท ถือเป็นการรวบรัดเร่งรีบผิดปกติอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กระบวนการที่เกิดขึ้นถือว่าทำผิดขั้นตอน เร่งรัด ไม่รอบคอบ ลักไก่แก้วิธีประกวดราคา ไม่เปิดให้เกิดการแข่งขันอย่างเป็นธรรม กีดกันผู้เข้าประกวดราคารายอื่น ๆ กองทัพอากาศและภาครัฐย่อมเสียประโยชน์อย่างแน่นอน และอาจหนีไม่พ้นข้อหาทุจริตคอร์รัปชันด้วย ล่าสุดได้รับการแจ้งมาว่า โครงการ GBAD ที่ลักไก่ปรับเป็นวิธีเจาะจง ได้คัดเลือกเอกชนที่ได้รับงานแล้วเสร็จเมื่อ 23 ก.ย.64 และต้องสรุปให้ ผบ.ทอ.ลงนามภายใน 28 ก.ย.64 เท่านั้น ทั้งหลายทั้งปวงก็เพื่อให้ปิดจ็อบทันสิ้นเดือน ก.ย. ที่เป็นช่วงปลายปีงบประมาณ 2564 และเป็นช่วงที่บิ๊กทหารอากาศบางคนจะเกษียณอายุราชการหรือไม่&amp;rdquo; น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.อ.อนุดิษฐ์ เปิดเผยด้วยว่า นอกจาก 3 โครงการที่ตน และ กมธ.ป.ป.ช.ติดตามตรวจสอบอยู่ ยังได้รับข้อมูลโครงการขนาดใหญ่ของกองทัพอากาศ ที่เข้าข่ายไม่ชอบมาพากลอีก 1 โครงการ คือ โครงการดาวเทียมของกองทัพอากาศวงเงินประมาณ 1,400 ล้านบาท ซึ่งกองทัพอากาศมอบให้ &amp;ldquo;ฝ่าย เสธ.&amp;rdquo; เป็นประธานจัดซื้อ และพบว่ามีการแก้ไขเปลี่ยนแปลง TOR และหลักเกณฑ์การพิจารณามากกว่า 2 ครั้ง มีการลดเกณฑ์การให้คะแนน Purchase and Development ทำให้กองทัพอากาศเสียประโยชน์ หากนำเกณฑ์ที่เปลี่ยนแปลงมาเปรียบเทียบกับเกณฑ์เดิมคงเห็นความไม่ชอบมาพากลอีกมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เรื่องนี้หากปลัดกระทรวงกลาโหมอนุมัติจัดซื้อและ ทอ.ประกาศผู้ชนะอย่างเป็นทางการ อาจมีผู้ที่เกษียณอายุราชการไปแล้วต้องกลับมาชี้แจงหลายคน และเหตุจากเรื่องนี้ในช่วงโยกย้ายครั้งที่ผ่านมา ได้ส่งผลให้นายพลในกรมที่รับผิดชอบเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างโครงการนี้ ต้องถูกส่งออกไปนอกหน่วยในตำแหน่งที่ผิดธรรมเนียมปฏิบัติของกองทัพอากาศ&amp;rdquo; น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117867</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคเพื่อไทย, อนุดิษฐ์ นาครทรรพ, โครงการพัฒนาการป้องกันฐานที่ตั้งทางทหารของกองทัพอากาศ (GBAD)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210512/image_big_609bd27cc6fdb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111800</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/08/2021 09:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/08/2021 09:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พท.พบปมน่าสงสัยจัดซื้อยุทโธปกรณ์ของทัพอากาศ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ส.ค. 2564 &amp;nbsp;น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติผิดมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยถึงความคืบหน้าการตรวจสอบการจัดหายุทโธปกรณ์ของกองทัพอากาศ 3โครงการ ได้แก่ โครงการพัฒนาและปรับปรุงระบบป้องการทางอากาศ ระยะที่ 7 ( N-SOC C2) &amp;nbsp;โครงการพัฒนาการป้องกันฐานที่ตั้งทางทหารของกองทัพอากาศ (GBAD) และโครงการจัดหาทดแทนวิทยุพื้นดิน-อากาศ มูลค่ารวมเกือบ 3 พันล้านบาทว่า คณะกรรมาธิการได้เชิญผู้เกี่ยวข้องจาก ทอ.มาชี้แจงแล้ว 2 ครั้ง และยังอยู่ระหว่างการเชิญผู้แทนจาก ทอ.ที่เกี่ยวข้องมาแถลงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมอีก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
โดยในเบื้องต้น ผู้แทนจาก ทอ.ซึ่งทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการปรับปรุงขอบเขตความต้องการของโครงการ (SOPR) และขอบเขตของงานหรือรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุที่จะซื้อหรืองานที่จะจ้าง (TOR) ทั้ง 3 ท่าน ยอมรับว่ามีการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงรายละเอียดของ SOPR และ TOR จริง และยืนยันว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวทำไปตามสั่งการของ ผบ.ทอ. มิได้กระทำขึ้นโดยพลการแต่อย่างใด และการดำเนินการดังกล่าวก็ได้รับการยืนยันจากฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชาว่า สามารถกระทำได้ เพราะไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์และสาระสำคัญแต่ประการใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
โดยเจ้ากรมส่งกำลังบำรุงทหารอากาศที่รับผิดชอบเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างยืนยันว่าได้สอบถามไปยังกรมบัญชีกลางแล้วว่าสามารถเปลี่ยนแปลงรายละเอียดตามที่ ผบ.ทอ.ต้องการได้ อย่างไรก็ตามเมื่อคณะกรรมาธิการขอดูหนังสือราชการที่ ทอ.หารือไปยังกรมบัญชีกลาง เจ้ากรมส่งกำลังบำรุงทหารอากาศตอบแต่เพียงว่า ไม่ได้มีการทำหนังสือสอบถามไปเป็นทางการ เป็นแต่เพียงการยกหูโทรศัพท์ไปขอคำปรึกษาเท่านั้น ดังนั้น ประเด็นนี้จึงทำให้คณะกรรมาธิการยังไม่สามารถเชื่อได้ว่า การดำเนินการเปลี่ยนแปลง SOPR และ TOR ตามสั่งการของ ผบ.ทอ.นั้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เพราะยังไม่มีความเห็นของหน่วยงานรับผิดชอบอย่างเป็นทางการ อีกทั้ง ทอ.ยังไม่มีหนังสือยืนยันจากสำนักงบประมาณซึ่งเป็นฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมาธิการงบประมาณปี 64 และคณะอนุกรรมาธิการงบประมาณปี 64 (ครุภัณฑ์) ระบุว่า ทอ.สามารถเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์และสาระสำคัญของโครงการได้ &amp;nbsp;ซึ่งคณะกรรมาธิการฯ ต้องเชิญผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมบัญชีกลาง และสำนักงบประมาณ มาตอบข้อซักถามและแถลงข้อเท็จจริงในข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
กรณีที่ผู้แทนจาก ทอ.ชี้แจงว่า การที่ ผบ.ทอ.ท่านปัจจุบันต้องสั่งการให้มีการเปลี่ยนแปลง SOPR และ TOR ของ 3 โครงการดังกล่าว เป็นเพราะของเดิมที่ทำไว้ในสมัยอดีต ผบ.ทอ.ท่านที่แล้ว เป็นการดำเนินการที่ไม่เป็นไปตาม พรบ.การจัดซื้อจัดจ้างฯ และอาจขัดต่อกฎหมาย จึงจำเป็นต้องแก้ไขนั้น เมื่อผู้แทน ทอ.ชี้แจงมาเช่นนี้ก็ต้องถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ เพราะเท่ากับยอมรับว่ามีผู้ที่ดำเนินการไม่เป็นไปตามกฎหมาย แต่จะเป็นของเดิมหรือของใหม่นั้น ก็คงต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยคณะกรรมาธิการฯได้มีมติเชิญ พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ อดีต ผบ.ทอ. เข้าชี้แจงในประเด็นที่ถูกพาดพิงทั้งหมดต่อไป อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ผู้แทน ทอ.ชี้แจงว่าโครงการทั้ง 3 โครงการซึ่งระบุวัตถุประสงค์และสาระสำคัญของโครงการที่ผ่านรัฐสภาจนออกเป็นกฎหมายเรียบร้อยนั้นขัดต่อกฎหมายเสียเอง ถือเป็นเรื่องใหญ่มาก เพราะไม่ได้เป็นการกล่าวหาเฉพาะกระบวนการภายในของ ทอ. และข้าราชการระดับสูงของ ทอ.เท่านั้น แต่เป็นการกล่าวหาผู้ที่อยู่ในกระบวนการออกกฎหมายทั้งหมดว่ามีส่วนร่วมในการกระทำที่อาจขัดต่อกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็น กระทรวงกลาโหม สำนักงบประมาณ กรมบัญชีกลาง คณะอนุกรรมาธิการงบประมาณปี 64 (ครุภัณฑ์) คณะกรรมาธิการงบประมาณปี 64 สภาผู้แทนราษฎร รัฐสภา รวมทั้ง นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและคณะรัฐมนตรีที่เป็นผู้เสนอกฎหมายด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เรื่องนี้คณะกรรมาธิการฯจะตรวจสอบอย่างละเอียดต่อไป เนื่องจากสิ่งที่ ทอ.ชี้แจงมานั้นอ้างถึงนั้น เป็นเพียงการอ้างถึง พรบ.การจัดซื้อจัดจ้างฯ เท่านั้น แต่กระบวนการออกกฎหมายยังมี พรบ.อีกหลายฉบับที่ใช้บังคับหน่วยงานต่างๆ ให้ต้องปฏิบัติตาม เช่นโครงการ 3 โครงการของ ทอ.นั้น ต้องคำนึงถึง พรบ.ไม่ต่ำกว่า 5 ฉบับ ได้แก่ พระราชบัญญัติเทคโนโลยีป้องกันประเทศ พ.ศ. 2562 พระราชบัญญัติสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติพ.ศ. 2561 พระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม 2551 พระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณพ.ศ. 2561และ พระราชบัญญัติการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติพ.ศ. 2560 ซึ่งการแก้ไข SOPR และ TOR ของ ทอ.ในครั้งนี้ อาจเป็นการกระทำโดยพลการ เป็นการปฏิบัติที่เกินกว่าอำนาจ และอาจขัดกับ พรบ.ฉบับอื่นๆ ที่ใช้บังคับหน่วยงานต่างๆให้ปฏิบัติตามก็เป็นไปได้เช่นกัน ยังไม่รวมถึง สิ่งที่ผู้แทน ทอ.ชี้แจงยังไม่ส่งเสริมหรือสนับสนุนทิศทางทางการพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศตามที่รัฐบาลเองเป็นผู้กำหนด ซึ่งคณะกรรมาธิการฯ จะรีบตรวจสอบและทำความจริงให้ปรากฏโดยเร็วที่สุด เนื่องจากโครงการดังกล่าวต้องใช้งบประมาณหลายพันล้านในการจัดหา จึงต้องทำให้ถูกกฎหมายและเป็นประโยชน์กับกองทัพอากาศและประเทศชาติมากที่สุด
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111800</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พรรคเพื่อไทย, กองทัพอากาศ, จัดซื้อยุทโธปกรณ์, อนุดิษฐ์ นาครทรรพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210512/image_big_609bd27cc6fdb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107759</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/06/2021 10:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/06/2021 10:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อนุดิษฐ์เตรียมสอบกองทัพอากาศจัดหายุทโธปกรณ์  3 พันล้านบาทส่อไม่โปร่งใส </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 มิ.ย.2564 &amp;nbsp;น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทยในฐานะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมาธิการ ปปช.ให้เป็นผู้รับผิดชอบเรื่องร้องเรียนจากกลุ่มกองทัพอากาศรักความก้าวหน้าและความถูกต้อง ที่ระบุว่า ขอให้ตรวจสอบผู้มีอำนาจของกองทัพอากาศ กรณีความไม่โปร่งใสในการจัดหายุทโธปกรณ์ของกองทัพอากาศ 3 โครงการ มูลค่าเกือบ 3 พันล้านบาท ที่ถูกกล่าวหาว่ามีการดำเนินการผิดระเบียบและขัดต่อกฎหมาย ในลักษณะที่มีการเร่งรีบผิดปกติ และมีการสั่งการให้เปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์และขอบเขตของแต่ละโครงการขึ้นมาใหม่ ซึ่งไม่เป็นไปตามหลักการจัดหาแบบเดิมที่ผ่านการพิจารณาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ มาเรียบร้อยแล้ว เช่น กระทรวงกลาโหม สำนักงบประมาณ และคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างงบประมาณประจำปี 2564 เป็นต้น ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริงย่อมไม่สามารถกระทำได้ เพราะอาจเข้าข่ายการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในเบื้องต้น ตนเองและคณะทำงานได้ตรวจสอบเอกสารที่แนบมาโดยละเอียด เชื่อได้ว่าเป็นหนังสือราชการของกองทัพอากาศ เพราะมีเลขที่หนังสือและมีลายมือชื่อผู้มีอำนาจของหน่วยงานต่างๆ ลงนามอยู่จริง ส่วนรายละเอียดของหนังสือราชการนั้น ระบุชัดเจนว่ามีผู้มีอำนาจสั่งการให้มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขวัตถุประสงค์และสาระสำคัญของทั้ง 3 โครงการจริง ซึ่งกรรมาธิการคงต้องตรวจสอบว่าการกระทำเช่นนี้ เป็นไปตามหลักเกณฑ์แนวทางปฏิบัติที่อนุญาตให้ทำเช่นนี้ได้หรือไม่ หรือกองทัพอากาศเคยดำเนินการในลักษณะนี้มาก่อนหรือเปล่า ซึ่งโครงการจัดหายุทโธปกรณ์ที่สำคัญและมีมูลค่าสูงเช่นนี้ เชื่อว่าผู้มีอำนาจของกองทัพอากาศคงไม่กล้าเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์และสาระสำคัญของโครงการโดยพลการอย่างแน่นอน เพราะหากมีข้อสงสัยย่อมสามารถสอบถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้วินิจฉัย เพื่อความรอบคอบ รัดกุม และตรวจสอบให้มั่นใจว่าได้ดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนด &amp;nbsp;อย่างไรก็ตามเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย &amp;nbsp;คณะกรรมาธิการ ปปช.จะได้เรียกผู้เกี่ยวข้องมาชี้แจงเพื่อรวบรวมข้อเท็จจริงและตรวจสอบรายละเอียดที่เกี่ยวข้องตามที่ได้รับการร้องเรียนต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการเปิดเผยรายละเอียดของโครงการได้หรือไม่นั้น โครงการ 3 โครงการ ประกอบด้วย โครงการพัฒนาและปรับปรุงระบบป้องการทางอากาศ ระยะที่ 7 ( N-SOC C2) &amp;nbsp;โครงการพัฒนาการป้องกันฐานที่ตั้งทางทหารของกองทัพอากาศ (GBAD) และโครงการจัดหาทดแทนวิทยุพื้นดิน-อากาศ มีมูลค่ารวมเกือบ 3 พันล้านบาท &amp;nbsp;ซึ่งโครงการทั้งหมดได้รับอนุมัติจากกระทรวงกลาโหม โดยกองทัพอากาศได้ขออนุมัติหลักการ/โครงการนำร่อง ตามแนวทางการจัดหาพร้อมการพัฒนา (Purchase and Development : P&amp;amp;D) ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ นโยบายประเทศไทย 4.0 ของรัฐบาลเป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ ลำดับที่ 11 (New S-Curve 11) นอกจากนี้ ยังเป็นไปตามแผนพัฒนาของกระทรวงกลาโหม พ.ร.บ.เทคโนโลยีป้องกันประเทศ ยุทธศาสตร์กองทัพอากาศ 20 ปี (พ.ศ.2561-2580) ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2563 &amp;nbsp;และสอดคล้องกับสมุดปกขาวกองทัพอากาศ รวมทั้งได้รับการอนุมัติงบประมาณจากกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 &amp;nbsp;ซึ่งการขอแก้ไขขอบเขตความต้องการของโครงการ (SOPR) และ ขอบเขตของงาน (TOR) รวมทั้งกระบวนการในการขอแก้ไขเปลี่ยนแปลง ซึ่งกองทัพอากาศดำเนินการไปแล้วนั้นสามารถกระทำได้หรือไม่ และเป็นการกระทำที่ถูกต้องหรือขัดกฎหมายอย่างไร คงต้องให้เวลากับคณะกรรมาธิการในการทำความจริงให้ปรากฏต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107759</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มกองทัพอากาศรักความก้าวหน้า, กองทัพอากาศ, การจัดหายุทโธปกรณ์ของกองทัพอากาศ, อนุดิษฐ์ นาครทรรพ, อนุมัติ 3 โครงการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210512/image_big_609bd27cc6fdb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102724</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/05/2021 21:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฉีด-ไม่ฉีด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยังเป็นข้อถกเถียงในวงกว้างทางสังคมต่อประเด็น ควรฉีดหรือไม่ฉีดวัคซีนดี เนื่องจากส่วนใหญ่เกรงเกิดผลกระทบข้างเคียงตามมา ซึ่งก็แล้วแต่ชุดข้อมูลที่ได้รับมา&amp;nbsp; เรื่องนี้เกิดขึ้นในหลายครอบครัว ไม่เว้นแม้แต่ครอบครัว นาครทรรพ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้การป๊อบ-น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย หยิบยกเคสใกล้ตัวมาบอกเล่าในเฟซบุ๊กส่วนตัวตอนหนึ่งว่า &amp;quot;หลังอาหารเย็นวันก่อน ครอบครัวของผมนั่งเมาธ์สัพเพเหระกันตามปกติ คุยไปคุยมาจนถึงเรื่องวัคซีน คุณแม่ก็ประกาศกลางวงกับทุกคนว่า หัวเด็ดตีนขาดยังไงแม่ก็ไม่ยอมไปฉีดวัคซีนอย่างแน่นอน ผมเลยถามแม่ว่าเอาความคิดพวกนี้มาจากไหน แม่เลยถามผมกลับว่า ลูกไม่เคยดูทีวีหรืออ่านข้อมูลที่เขาส่งกันทางไลน์เลยหรือ&amp;nbsp; วัคซีนน่ากลัวมาก คนที่ฉีดมีผลข้างเคียง เขาบอกว่าฉีดแล้วตายไปเลยก็มี แม่แก่แล้วไม่อยากเสี่ยงหรอก เกิดเป็นอะไรขึ้นมาจะได้ไม่คุ้มเสีย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมเชื่อว่าในเมืองไทย คงมีคนที่คิดเหมือนแม่ผมไม่มากก็น้อย ทั้งกลัวผลกระทบจากผลข้างเคียง และไม่มั่นใจในประสิทธิภาพของวัคซีน แต่ถ้าถามคนที่อยู่ในวิชาชีพก็คือคุณหมอทั้งหลาย ก็ให้ความเห็นคล้ายๆ กันว่า วัคซีนที่ดีที่สุดก็คือการมาฉีดให้เร็วที่สุด แปลเป็นไทยอีกทีก็คือ&amp;nbsp; ใครถึงคิวฉีดจะได้รับวัคซีนยี่ห้อไหนก็รีบฉีดกันเถอะ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในฐานะที่ผมฉีดแล้ว และก่อนฉีดก็ศึกษามาพอสมควรว่าจะต้องฉีดอะไรเข้าไปในร่างกาย เลยต้องนั่งอธิบายให้คุณแม่และสมาชิกคนอื่นๆ ในครอบครัวฟัง เราไปฉีดวัคซีนต่างๆ เพื่อให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันต่อโรคนั้นๆ เมื่อฉีดไปแล้ว ไม่ได้แปลว่าเราจะปลอดโรค 100% แต่หากเราติดเชื้อโรคนั้นๆ ร่างกายของเราจะมีภูมิคุ้มกันที่ดี มีกองทัพที่แข็งแกร่งออกไปจัดการกับผู้บุกรุกได้อย่างราบคาบในเวลาอันรวดเร็ว ผู้ที่รับวัคซีนครบถ้วนทั้งจำนวนและเวลา ส่วนใหญ่หากติดเชื้อในภายหลังแทบจะไม่มีอาการ หรือมีอาการเพียงเล็กน้อยหายได้เองโดยไม่ต้องไปหาหมอ เหลือเพียงแค่ส่วนน้อยเท่านั้นที่ยังต้องไปโรงพยาบาล ส่วนผลข้างเคียงของการฉีดวัคซีน ใครที่มีอาการก็เหมือนกับถูกหวยครับ ต้องมีเงื่อนไขและปัจจัยที่พอดีจริงๆ ซึ่งก่อนฉีดเราต้องตอบคำถามที่เชื่อว่า ผู้รับวัคซีนอาจเกิดผลข้างเคียงได้ทุกข้อ ถ้าคำตอบของเราไม่มีอะไรให้กังวล ก็ลุยเลยครับ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนภูมิคุ้มกันหมู่ จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อเราไปฉีดกันแล้วเกือบทั้งประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาอีกนาน แต่ตอนนี้ใครถึงคิวฉีด รีบไปฉีดเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้กับตัวเองก่อน น่าจะดีกว่านะครับ&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การแพร่ระบาดของโรคโควิดในประเทศ ผู้ติดเชื้อนับวันจะยิ่งพุ่งสูง รุนแรงน่ากลัว เวลานี้ก็อย่างที่คุณหมอทั้งหลายบอก วัคซีนที่ดีที่สุดคือ การได้ฉีดโดยเร็วที่สุด..นั่นเอง. &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ม้าไม้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102724</URL_LINK>
                <HASHTAG>คันปากอยากเล่า, ฉีด-ไม่ฉีด, ม้าไม้, อนุดิษฐ์ นาครทรรพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200809/image_big_5f2ff6c243787.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101699</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/05/2021 14:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/05/2021 11:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อนุดิษฐ์&#039;ชื่นชมอาสาสมัครกู้ภัย-กู้ชีพ วอนรัฐบาลกำหนดเบี้ยเสี่ยงภัยให้ฮีโร่สู้โควิด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 พ.ค.64- น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า โควิด ระลอกล่าสุดกำลังแพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว จนทำให้บุคลากรทางการแพทย์ต้องทำงานหนักขึ้น เหนื่อยขึ้น โดยไม่มีวันหยุดพักขณะที่ตัวเลขของผู้ติดเชื้อที่พุ่งสูงขึ้นกว่าวันละ 2000 คน ต่อเนื่องมาเกือบสัปดาห์เต็ม ก็ยังไม่มีทีท่าจะลดลง เรายังเจอ Cluster ใหม่ๆ เพิ่มขึ้นทุกวัน ประกอบกับการบริหารจัดการของรัฐที่ขาดประสิทธิภาพ จึงยังพบผู้ป่วยที่ตกค้างตามบ้านอีกจำนวนไม่น้อย โควิดรอบนี้ ถ้าพวกเราไม่มี อาสาสมัคร ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น อาสาสมัครมูลนิธิ อาสาสมัครกู้ภัย-กู้ชีพ ผมยังนึกไม่ออกว่าเราจะช่วยระบายผู้ป่วยที่ตกค้างตามบ้านทั้งหลายได้ยังไง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมขอขอบคุณทุกท่านจากใจจริง เพราะทุกท่านคือ คนทำงาน ที่ควรได้รับการยกย่อง สรรเสริญ พี่น้องอาสาทุกคนปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ แม้จะไม่มีเงินเดือน ไม่มีสวัสดิการใดๆ จากรัฐ &amp;nbsp;แต่มูลนิธิต่างๆ ก็ยินดีควักเงินทุกบาททุกสตางค์ ไม่เว้นแม้แต่ค่าน้ำมันรถรับส่งผู้ป่วยโควิด ก็เติมกันเอง เพื่อช่วยพี่น้องคนไทยด้วยกัน&amp;quot; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่า โควิดระลอกใหม่นี้ ผมได้ทำงานใกล้ชิดกับกลุ่มอาสาสมัครหลายๆกลุ่ม เชื่อไหมครับว่าหลายท่านต้องกักตัวอยู่บ้าน เนื่องจากเผชิญกับกลุ่มเสี่ยงที่ปกปิดว่าติดเชื้อ จนน้องๆอาสาบางคนพลาดติดเชื้อโควิดไปแล้วก็มี น้องกู้ภัยหลายคนที่ถูกกักตัว ส่งข้อความมาหาผมว่า ขณะนี้ออกไปทำงานประจำไม่ได้ ชีวิตที่ลำบากอยู่แล้วก็ลำบากหนักขึ้นไปอีก ผมนับถือหัวใจของพี่น้องอาสาสมัครทุกคน น้ำใจเป็นสิ่งมีค่าที่ยิ่งใหญ่ &amp;nbsp;เป็นไปได้หรือไม่ หากรัฐบาลจะพิจารณากำหนดเบี้ยเสี่ยงภัยให้กับอาสาสมัครของเรา ผมเชื่อครับว่าพี่น้องคนไทย ยินดีแบ่งปันภาษีของเราเพื่อดูแลอาสาสมัครเหล่านี้อย่างแน่นอน จึงขออนุญาตส่งข้อเสนอแนะไปถึงผู้มีอำนาจดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ช่วยเยียวยาพี่น้องที่ต้องกักตัวจากการปฏิบัติหน้าที่ด้วยครับ 2.จัดสรรงบประมาณที่มีอยู่ 3.8 แสนล้าน มาเป็นเบี้ยเสี่ยงภัยให้แก่พวกเขา 3.ให้ค่าทำขวัญสำหรับอาสาสมัครที่ติดโควิดจากการปฏิบัติหน้าที่ 4. รถกู้ภัยที่ได้ร่วมรับส่งพี่น้องที่ติดเชื้อโควิด &amp;nbsp;ออกนโยบายให้ปีหน้าไม่ต้องเสียภาษีรถยนต์ไปเลยครับ และสวัสดิการอะไรอีกก็ได้ที่รัฐควรจะตอบแทนน้ำใจพวกเขาบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พี่น้องอาสาฯไม่เคยปฏิเสธและพร้อมช่วยเหลือคนไทยทุกคนในยามวิกฤต ดังนั้นยามพวกเขาลำบาก อย่าทิ้งฮีโร่ของเรา ให้เผชิญอยู่กับความรู้สึกที่ไม่มีใครมาเหลียวแลเลยนะครับ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101699</URL_LINK>
                <HASHTAG>อนุดิษฐ์ นาครทรรพ, เพื่อไทย, เยี่ยวยาโควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201211/image_big_5fd37ec4f2065.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92824</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/02/2021 16:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/02/2021 16:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อนุดิษฐ์&#039; แฉเกมล็อบบี้ ส.ว. ล็อกคนนั่ง &#039;กสทช.&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.พ.64 - น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ได้รับข้อมูลความไม่ชอบมาพากลเกี่ยวกับการสรรหาคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ที่อยู่ในการพิจารณาขั้นสุดท้ายของ ส.ว. มีสัญญาณโดนแทรกแซงการสรรหา เนื่องจากผู้นำรัฐบาลพยายามผลักดันคนสนิทของตัวเองเข้าไปในคณะกรรมการ กสทช. ทั้งที่คุณสมบัติไม่เหมาะสม ไม่ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการสรรหา ล่าสุด เพื่อนสนิทผู้นำรัฐบาล ที่เคยเป็นถึงอดีตรองนายกฯ ออกโรงรวบรวมคะแนนเสียงจาก ส.ว. เพื่อกดปุ่มสั่งให้ ส.ว. ผลักดันร่าง พ.ร.บ.กสทช. ที่มีเนื้อหาระบุว่าถ้าพ.ร.บ.ฉบับนี้มีผลบังคับใช้ต้องสรรหากรรมการ กสทช.ชุดใหม่มาทำหน้าที่ทันที ทำให้คณะกรรมการกสทช.ที่กำลังสรรหาอยู่นี้จะทำหน้าที่ไม่เพียงไม่นานเท่านั้นเพื่อให้คนของตัวเองได้เข้าสู่กระบวนการสรรหารอบใหม่ที่จะเกิดขึ้นหลังกฎหมายบังคับใช้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หากเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงถือว่าเป็นการกระทำที่ไม่สมควรอย่างยิ่งเนื่องจากการเข้าไปแทรกแซงการทำงานของส.ว.เพียงเพื่อต้องการผลักดันคนของตัวเอง ถือเป็นการไม่ให้เกียรติส.ว.อย่างสิ้นเชิง และเป็นสิ่งที่ผู้นำรัฐบาลไม่ควรกระทำ ดังนั้นจึงต้องติดตามการประชุมของส.ว.วันที่ 15 ก.พ.นี้ ว่าสิ่งที่ได้ข้อมูลมานั้นจะเป็นไปตามนั้นหรือไม่&amp;quot;น.อ.อนุดิษฐ์ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 8 ก.พ. ในการประชุมวุฒิสภา ได้ตั้งคณะคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำหน่งเป็นกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ตามที่คณะกรรมการสรรหา กสทช. นำเสนอรายชื่อบุคคลที่ผ่านการคัดเลือก จำนวน 14 คน ซึ่งในการประชุมวุฒิสภาขณะนั้น มีส.ว. อภิปรายไม่เห็นด้วยที่วิปวุฒิสภากำหนดระยะเวลาการทำงานของคณะกมธ.ตรวจสอบประวัติฯ เพียง 15 วัน เพราะถือเป็นการเร่งรีบผิดปกติ และได้เสนอให้กมธ.ทำงาน 25 วันแทน แต่สุดท้าย ที่ประชุมได้ลงมติด้วยเสียงข้างมาก 126 ต่อ 68 เสียง ให้ยืนตามที่วิปวุฒิสภาเสนอมา กล่าวคือ ให้คณะกมธ.พิจารณาตรวจสอบประวัติฯ 15 วัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ในการประชุมวุฒิสภาที่จะถึงนี้ 15 ก.พ. จะมีวาระพิจารณาเรื่องด่วน ร่างพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว ด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92824</URL_LINK>
                <HASHTAG>อนุดิษฐ์ นาครทรรพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200814/image_big_5f3669be4f0cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
