<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>20963</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จัดทัพสู้ศึกเลือกตั้ง (เตรียม) เดินสายเช็กเรตติ้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สมาชิกพรรคเพื่อไทยกว่า 300 ราย โหวตเลือกหัวหน้าพรรค กรรมการบริหารพรรค 15 คน ผลออกมา พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ เป็นหัวหน้าพรรค นายปลอดประสพ สุรัสวดี, นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง, นายเกรียง กัลป์ตินันท์, พล.ต.ท.สมศักดิ์ จันทะพิงค์ เป็นรองหัวหน้าพรรค นายภูมิธรรม เวชยชัย เป็นเลขาธิการพรรค นายดนุพร ปุณณกันต์, น.ส.อนุตตมา อมรวิวัฒน์, นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล, นายธวัชชัย สุทธิบงกช เป็นรองเลขาธิการพรรค นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ เป็นโฆษกพรรค นายทวีศักดิ์ อนรรฆพันธ์ เป็นเหรัญญิกพรรค นายจักรพงษ์ แสงมณี เป็นนายทะเบียนสมาชิกพรรค นายพิทยา พุกกะมาน และ นายปรีชา ธนานันท์ เป็นกรรมการบริหารพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นโฉมหน้า กรรมการบริหารพรรคยุคใหม่ จะเรียกว่าใหม่เสียทีเดียวก็ไม่ได้ เพราะร้อยละ 80 ยังเป็น คณะทำงานชุดเดิม คงต้องใช้คำว่า กรรมการเก่าในชุดใหม่ น่าจะเหมาะสมถูกต้องกว่า เป็นอย่างที่ทราบกัน ตำแหน่งกรรมการบริหารพรรค มีเดิมพันชะตากรรมทางการเมืองสูง ยิ่งในยุคเพื่อไทยถูกอีกฟากฝั่งจับจ้อง จับตาทุกฝีก้าว เพราะปัจจุบันกระแสยุบพรรคถาโถมเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทำให้สมาชิกพรรคไม่ว่าจะเป็นพวกบิ๊กเนม ไม่บิ๊กเนม ต่างพากันโดดหนี หากพรรคถูกยุบ กรรมการบริหารพรรคโดนตัดสิทธิ์ เว้นวรรคการเมืองยาว กรรมการบริหารพรรคชุดนี้จึงเต็มไปด้วยคนเก่า เป็นหน่วยกล้าตาย ตั้งขึ้นมาเพื่อให้ครบตามองค์ประกอบเงื่อนไขตามกฎหมายเท่านั้น&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในการประชุมโหวตเลือกยังมีการลงคะแนนเลือก คณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง 11 คน ผลออกมา พล.ต.ท.วิโรจน์, นายกิตติรัตน์, นายปลอดประสพ, นายภูมิธรรม, คุณหญิงสุดารัตน์, นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล, นายชูศักดิ์ ศิรินิล, นายชัยเกษม นิติสิริ นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์, น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ และ นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นอีกชุดหนึ่งที่น่าสนใจ 4 คนมาจากกรรมการบริหารพรรค 7 คน จากการสรรหาของสมาชิก ซึ่งแต่ละคน ล้วนเป็นคีย์แมนสำคัญ คนใกล้ชิดคนแดนไกล แต่ชุดที่มีการจับจ้องมากที่สุด คงเป็น &amp;lsquo;คณะกรรมการยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง&amp;rsquo; ที่หัวหน้าพรรคคนใหม่ ใช้อำนาจหน้าที่แต่งตั้ง &amp;lsquo;หญิงหน่อย-คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์&amp;rsquo; เข้ามาเป็นประธาน ว่ากันว่า คณะกรรมการชุดนี้คือของจริง &amp;lsquo;ถือธงศึกสู้ศึกเลือกตั้ง&amp;rsquo; ทั้งกำหนดกลยุทธ์การเมือง แนวทางหาเสียง ที่คณะทำงานจะเต็มไปด้วยคีย์แมนของพรรค และอดีต ส.ส.ผู้เจนจัดสนามเลือกตั้ง เข้ามาร่วมกำหนดยุทธศาสตร์&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; หลังจากได้คณะกรรมการชุดที่เป็นหัวเรือใหญ่ของพรรค จากนี้ไปมีเสียงแว่วตามมา จะมีการแตกสำนักงาน แยกย่อยเป็นอีกหลายสาขาเข้ามาช่วยงานพรรค วางแกนนำพรรค อดีต ส.ส.ที่มีประสบการณ์ เข้ามาทำงานตามความถนัดอีกหลายสำนัก อาทิ สำนักเทคโนโลยีและสารสนเทศ สำนักการสื่อสาร สำนักกฎหมาย สำนักธรรมาภิบาล สำนักเครือข่ายและกิจกรรม สำนักกิจการสาขาพรรค สำนักงบประมาณและการจัดหารายได้ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม่บ้านพรรค-ภูมิธรรม บอก &amp;lsquo;จากนี้จะมีการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค และส่งมอบงาน แม้จะเป็นคณะกรรมการชุดเก่า แต่มีการเพิ่มเติมคณะกรรมการขึ้นมาหลายตำแหน่ง จะใช้เวลาในการเตรียมการประมาณ 2-3สัปดาห์ จากนั้นจะเดินสายออกไปพบพี่น้องประชาชนตามภาคต่างๆ เพื่อที่จะเชิญมาร่วมอุดมการณ์กับพรรคในการเป็นสมาชิก และคัดเลือกคณะกรรมการประจำจังหวัด คาดว่าจะลงพื้นที่ 6 ทีม ออกไป 4 จังหวัดต่อสัปดาห์ ใน 3สัปดาห์เราจะได้ 73 จังหวัด คิดว่าเราจะมีความพร้อมตามกฎหมายการเลือกตั้งทั้งหมด และพร้อมที่จะเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้ง&amp;rsquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สัญญาณเลือกตั้งชัดเจนเกิดขึ้นแน่นอนในปี 2562 เพื่อไทยจัดทัพแต่งตั้งขุนพลเตรียมชักธงรบผ่านสนามเลือกตั้ง มีทั้งฝ่ายบุ๋น ฝ่ายบู๊ ทัพหน้าถือธงสู้ศึกเลือกตั้งขอคะแนนเสียง ทัพหลังเฝ้าพรรค บริหารจัดการงานภายใน เตรียมประเดิมงานแรก เดินสายพบประชาชนตามจังหวัดต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถือเป็นการเช็กเรตติ้งในตัวผู้นำคนใหม่ แฟนคลับฐานเสียงยังเหนียวแน่นหรือไม่ ไปพร้อมกับอุ่นเครื่องหาเสียง เช็กปฏิกิริยาผู้มีอำนาจฝ่ายตรงข้าม ที่คงจะเตรียมพร้อมรับน้องทัพเพื่อไทยเช่นเดียวกัน.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20963</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, กิตติรัตน์ ณ ระนอง, จักรพงษ์ แสงมณี, ดนุพร ปุณณกันต์, ทวีศักดิ์ อนรรฆพันธ์, ธวัชชัย สุทธิบงกช, ปรีชา ธนานันท์, ปลอดประสพ สุรัสวดี, พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์, พล.ต.ท.สมศักดิ์ จันทะพิงค์, พิทยา พุกกะมาน, ภูมิธรรม เวชยชัย, ลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์, อนุตตมา อมรวิวัฒน์, เกรียง กัลป์ตินันท์, เผ่าภูมิ โรจนสกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181029/image_big_5bd70fc504efc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12452</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> พท.โวยสองมาตรฐาน  &#039;สามมิตร&#039;เดินสายดูด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; รุมยำ &amp;quot;สามมิตร-คสช.&amp;quot; คุยเรื่องการเมืองแต่ &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; กลับปกป้อง เพื่อไทยยัวะจัด! ซัดสองมาตรฐาน ทีพรรคแถลงประเมินผลงาน 4 ปีรัฐบาลกลับถูกดำเนินคดี แต่อีกพวกชุมนุมเกิน 5 คน &amp;nbsp;เดินสาย ให้ข่าว เปิดหน้าโชว์ ประกาศสนับสนุน &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; เป็นนายกฯ กลับทำได้ &amp;quot;วรชัย&amp;quot; ท้าดูดได้ดูดไป &amp;nbsp;พิสูจน์แล้วชาวบ้านยังเชิญไปเป็นเจ้าภาพงานศพ แสดงว่าอุดมการณ์ของพรรคไม่เสื่อมคลาย เลือกตั้งเมื่อไหร่มาอันดับหนึ่งแน่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกระแสข่าวพรรคพลังประชารัฐเตรียมดูดนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเข้าร่วมว่า ไม่เคยได้ยินข่าวดังกล่าว &amp;nbsp;เพราะก่อนหน้านี้ได้พูดคุยกับนายอภิรักษ์ ซึ่งก็ได้รับการยืนยันว่าไม่มีอะไร และเท่าที่ทราบขณะนี้นายอภิรักษ์กำลังทำธุรกิจอยู่ ซึ่งเจ้าตัวก็บอกด้วยว่าอาจจะไม่ค่อยได้เข้าพรรคเพราะยุ่งกับเรื่องธุรกิจ ส่วนจะส่งผลต่อสนามเลือกตั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) หรือไม่นั้น คิดว่าไม่มีปัญหาที่ต้องกังวล เพราะรองหัวหน้าพรรคที่ดูแล กทม.ยืนยันทุกอย่างเรียบร้อยดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (กห.) ยืนยันกลุ่มสามมิตรรวมตัวกันเกิน 5 คน แต่ไม่ได้ออกมาพูดคุยเรื่องการเมืองนั้น นายอภิสิทธิ์เผยว่า ไม่ทราบว่าพวกเขาไปทำอะไร ถ้าทำตามกฎหมายก็ไม่มีปัญหา ถ้าทำผิดกฎหมายก็ต้องดำเนินการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามต่อถึงความเหมาะสมที่ผู้ใหญ่ในรัฐบาลเปิดทางให้เดินสายดูดนักการเมือง นายอภิสิทธิ์ปฏิเสธที่จะตอบคำถาม และกล่าวสั้นๆ ว่า &amp;quot;อยากให้รัฐบาลทุ่มเททุกอย่างช่วยเหลือเด็กๆ ไปที่ถ้ำหลวงมากกว่า&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า นักการเมืองที่มาเจอกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปคงไม่คุยกันว่าเมื่อเช้ากินข้าวกับอะไร และเมื่อมาเจอกัน 5 คนขึ้นไป แน่นอนต้องคุยกันเรื่องการเมืองไม่คุยเรื่องอื่น และตนไม่แน่ใจว่ากลุ่มสามมิตรมั่นใจว่าพวกเขาจะได้เป็นรัฐบาลต่อไปหรือไม่ แต่พวกเขามั่นใจว่าในขณะนี้กลุ่มคนที่เขาสนับสนุน คือผู้ที่มีอำนาจสูงสุดที่สามารถดูแลคุ้มครองเขาได้ &amp;nbsp;เขาจึงไม่กลัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีอำนาจตามมาตรา 44 เท่ากับมี 3 อำนาจอยู่ในมือ คืออำนาจบริหาร &amp;nbsp;นิติบัญญัติ และตุลาการ อย่างไรก็ตามคิดว่า พล.อ.ประวิตรต้องพยายามเดินสายกลาง คือการไม่เลือกปฏิบัติหรือใช้คำว่าสองมาตรฐาน เพราะจะกลายเป็นเงื่อนไขของความขัดแย้งเช่นที่เกิดขึ้นในอดีต
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า การพูดคุยกันห้ามยาก การดูดเหมือนกับการซื้อเสียง ต้องห้ามทั้งสองฝ่ายทั้งฝ่ายซื้อและฝ่ายขาย การดูดก็ต้องดูทั้งคนดูดและคนถูกดูดด้วย เพราะวัฒนธรรมการเมืองไทยเป็นอย่างนี้ จึงต้องมีการปฏิรูปการเมือง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ต้องทำความเข้าใจว่าการพูดคุยกันแล้วขัดกับความมั่นคง เป็นความมั่นคงของใคร ของรัฐบาลหรือของคนในรัฐบาล คนที่อยู่ในระบอบนี้อาจจะเข้าใจว่าตัวเองเป็นศูนย์กลางของทุกอย่าง เป็นผู้รับผิดชอบเพียงผู้เดียว ดังนั้นถ้าตัวเองไม่มั่นคง รัฐบาลก็ไม่มั่นคงไปด้วย&amp;quot;&amp;nbsp;
วิจารณ์ได้ทุกรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ระบุว่า พรรคอื่นสามารถพูดคุยกันได้แต่ห้ามด่ารัฐบาลนั้น นายนิพิฏฐ์กล่าวว่า ไม่ว่ารัฐบาลจะมาจากระบอบไหน จากยึดอำนาจหรือจากการเลือกตั้ง การวิพากษ์วิจารณ์ทำได้ทั้งนั้น และตนเห็นว่าตั้งแต่ยึดอำนาจมายังไม่มีคำสั่ง คสช.ห้ามวิจารณ์รัฐบาลที่มาจากการยึดอำนาจ เว้นแต่การวิจารณ์นั้นทำให้ผู้ถูกวิจารณ์เสียหาย ซึ่งจะเป็นเรื่องการหมิ่นประมาทบุคคลธรรมดา ที่ผู้ถูกหมิ่นประมาทสามารถใช้สิทธิ์ตามกฎหมายในเรื่องนี้ได้ และหมายความว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงของรัฐ มีเพียงห้ามให้สัมภาษณ์ที่รุนแรงกับสื่อ ซึ่งการวิจารณ์ไม่ต้องมี 5 คน แค่คนเดียวก็วิจารณ์ได้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ดังนั้นควรเอากลางๆ อย่าตึงเกินไป อย่าหย่อนเกินไป หรืออย่าตึงกับอีกฝ่ายหนึ่ง อย่าหย่อนกับอีกฝ่ายหนึ่ง ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นว่าฝ่ายหนึ่งทำอะไรก็ได้ ขณะที่อีกฝ่ายทำอะไรไม่ได้เลย ความวุ่นวายในประเทศเกิดจากสิ่งนี้ เพราะคนกลุ่มหนึ่งคิดว่าตัวเองไม่ได้รับความยุติธรรม ดังนั้น พล.อ.ประวิตรควรวางใจเป็นกลาง และคิดว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่ตอนนี้ทำในแบบเดียวกับทุกกลุ่มการเมืองหรือไม่&amp;quot; นายนิพิฏฐ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การแสดงความเห็นทางการเมืองต่างๆ ประชาชนฟังอยู่ การพูดแบบนี้ฟังได้หรือไม่ประชาชนคิดได้ และอยากตั้งคำถามว่า การส่งสัญญาณแบบนี้เป็นการรับลูกทำกันเป็นขบวนการหรือไม่ ฝ่ายหนึ่งเดินสายดูดเต็มที่ อีกฝ่ายก็กางปีกปกป้องคุ้มครองกันในทุกกรณี กลุ่มสามมิตรกำลังทำในสิ่งที่ห้ามพรรคอื่นทำหรือไม่ มีการโน้มน้าวจูงใจโดยวิธีต่างๆ เพื่อให้คนไปสมัครเป็นสมาชิกพรรค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทำโดยโจ่งแจ้ง เดินสาย ให้ข่าว เปิดหน้าโชว์ ชุมนุมกันเกิน 5 คนแถลงข่าวสนับสนุนใครเป็นนายกฯ ก็ทำได้ แต่พรรคเพื่อไทยแถลงประเมินผลงาน 4 ปีรัฐบาล คสช.ทำไม่ได้ จนแกนนำพรรคถูกดำเนินคดีทั่วหน้า แต่สามมิตรไม่โดนและยังคงทำต่อไป เหมือนกติกาเขียนไว้บังคับใช้กับพรรคที่เห็นต่างฝ่ายเดียว เพียงเพราะกลุ่มสามมิตรประกาศหนุนพลเอกประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรีต่อเท่านั้นหรือ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า ความจริงการย้ายพรรคของนักการเมืองเป็นเรื่องธรรมดา เหมือนนักฟุตบอลย้ายสโมสร ซึ่งเขาเปิดช่วงเวลาให้เจรจาได้ตอนที่ตลาดนักเตะเปิด ถ้าย้ายแล้วกองเชียร์ไม่พอใจเขาก็ตามโห่นักเตะรายนั้นตลอดชีวิต การแอบไปเจรจากันก่อนหรือนอกช่วงเวลาจะถูกลงโทษ ทั้งตัวนักเตะและสโมสรจะถูกแบน ในขณะที่พรรคอื่นๆ ถูกห้ามทำกิจกรรมทางการเมือง แต่กลุ่มหนุน คสช.ทำได้เต็มที่ ทั้งใช้เงิน ใช้งบประมาณมาล่อ ใช้คดีความมากดดัน ใช้ข้าราชการระดับสูงมาเป็นเครื่องมือในการดูด ใครดูดได้กลุ่มใหญ่ ในพื้นที่รับผิดชอบของใครได้ ส.ส.มาก ก็จะเป็นเกณฑ์ในการประเมินขึ้นสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้นไปอีก ประเทศใดที่มีข้าราชการวางตัวไม่เป็นกลาง ประเทศชาตินั้นจะเกิดความยุติธรรม เกิดการพัฒนาได้อย่างไร เมื่อความยุติธรรมไม่มีความสามัคคีก็ไม่เกิด และเป็นที่น่าตกใจที่สิ่งเหล่านี้ประชาชนเห็น แต่ กกต.และหน่วยงานที่กำกับดูแลบังคับใช้กฎหมายไม่เห็นหรือไม่
เลือกตั้งเมื่อไหร่ชนะแน่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การเคลื่อนไหวของกลุ่มสามมิตรชัดเจนเป็นเรื่องการเมืองเพื่อสนับสนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.ได้เป็นนายกฯ ต่อ การออกมาพูดเช่นนี้ของ พล.อ.ประวิตรถือเป็นเรื่องสองมาตรฐาน เพราะพรรคเพื่อไทยซึ่งเป็นพรรคที่มีผู้สนับสนุนอันดับหนึ่งไม่สามารถทำกิจกรรมอะไรได้ แถลงข่าวผลงาน คสช. 4 ปีก็ถูกแจ้งความดำเนินคดี แม้กระทั่งคนคุ้นเคยสื่อสารมาหาก็ถูก กกต.ตรวจสอบ แต่กับกลุ่มสามมิตรเดินสายดูดส.ส.โจ๋งครึ่มก็ไม่มีความผิด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่กังวลอยากดูดได้ก็ดูดไป พรรคเพื่อไทยมีคนพร้อมลงสมัคร ส.ส.อยู่แล้ว มั่นใจประชาชนยังยึดมั่นในอุดมการณ์ของพรรคเพื่อไทยไม่เสื่อมคลาย เลือกตั้งเมื่อไหร่เรามาอันดับหนึ่งแน่ เพราะเห็นได้จากเมื่อสัปดาห์ก่อน มีประชาชนในเขตบางกรวย จ.นนทบุรี เชิญผมไปเป็นเจ้าภาพงานศพ ทั้งๆ ที่เขตนั้นมีส.ส.เพื่อไทยเป็นเจ้าของพื้นที่ เมื่อสอบถามเจ้าภาพงานศพบอกว่า ส.ส.ในพื้นที่คิดออกจากพรรคเลยต้องเชิญผมมาเป็นเจ้าภาพแทน&amp;quot; นายวรชัยกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ อดีต รมช.พาณิชย์ กล่าวถึงการเคลื่อนไหวดูด ส.ส.ของกลุ่มสามมิตรว่า คนที่ไปมีทั้งที่เต็มใจและถูกดูดด้วยเงื่อนไขคดีความและเห็นแก่เงิน ส่วนตัวมองว่าผู้ที่ย้ายพรรคไปแล้วมีโอกาสสอบตกเยอะ แต่เป้าหมายของเขาไม่ได้อยู่ที่คะแนนเขต แต่อยู่ที่คะแนนปาตี้ลิสต์ ตามระบบเลือกตั้งใหม่ที่ทุกคะแนนมีค่า คนที่ไปไม่ได้เป็น ส.ส.แต่ได้เงินก้อนเขาก็พอใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนจะกระทบกับพรรคเพื่อไทยหรือไม่นั้น ถ้าบอกว่าไม่กระทบเลยคงไม่จริง ยอมรับว่ามีผลกระทบบ้างแต่ไม่ใช่เรื่องหนักหนาอะไร เรามีคนที่มีความรู้ความสามารถพร้อมลงสมัครรับเลือกตั้งอยู่แล้ว และมองว่าเป็นผลดีกับพรรคเสียด้วยซ้ำ เพราะทำให้เราจัดพื้นที่เลือกตั้งง่ายขึ้น เพราะมีปัญหาพื้นที่ทับซ้อนอยู่ รวมถึง ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์เดิมก็อยากมาลงเลือกตั้งเขตในรอบนี้เพิ่มมากขึ้นด้วย ดังนั้นเรื่องนี้จึงไม่ทำให้เกิดการหวั่นไหวอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า ถือเป็นเรื่องปกติ ถ้าเป็นพรรคเพื่อไทยหรือพรรคอื่นทำก็ต้องถูกมองด้วยสายตาแบบหนึ่ง แต่หากเป็นพรรคพวกตนเองก็จะถูกมองด้วยสายตาอีกแบบหนึ่ง เขาถึงบอกกันว่าสองคนยลตามช่อง คนหนึ่งมองเห็นโคลนตม ซึ่งกรณีดังกล่าวยิ่งทำให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นว่า รัฐบาล คสช.มีพรรคการเมืองเพื่อมาสนับสนุนตัวเองให้เป็นรัฐบาลต่อ ถือว่าเป็นแนวทางที่มีความชอบธรรม เป็นไปตามกติกา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่าถ้าจะให้ชอบธรรมกว่านี้ รัฐบาล คสช.ควรประกาศตัวออกมาให้ชัดเจนเลยตั้งแต่วันนี้ว่า &amp;nbsp;ตนเองพร้อมที่จะลงสู่สนามเลือกตั้ง เสนอเป็นทางเลือกสำหรับประชาชน จะได้ไม่มีใครต่อว่ารัฐบาลได้ &amp;nbsp;เพราะเป็นคนไทยเหมือนกัน ถ้าประกาศตัวชัดเจนประชาชนที่เห็นว่ารัฐบาล คสช.ทำงานเข้าตาก็พร้อมสนับสนุนอยู่แล้ว เหมือนสมัยที่ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ตัดสินใจลาออกจาก ผบ.ทบ.เพื่อลงสนามเลือกตั้งก็ได้รับเสียงชื่นชม ไม่ใช่มาใช้หลักศรีธนญชัยทางกฎหมายเพื่อมาสร้างความได้เปรียบให้ตนเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.อนุตตมา อมรวิวัฒน์ รักษาการรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายจุติ ไกรฤกษ์ &amp;nbsp;เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาแย้งนายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน พรรคเพื่อไทย โดยอ้างว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยมีประวัติร่วมมือกับ คสช.ล้มพรรคเพื่อไทย ว่าก็อยากให้นายจุติและคนของพรรคประชาธิปัตย์เข้าไปดูรูปในโซเชียล จะเห็นได้ชัดว่าคนของพรรคใดที่ห้อยนกหวีดออกมาร่วมกับ กปปส.ประท้วงและชัตดาวน์กรุงเทพฯ ทำความเสียหายทางเศรษฐกิจและเสียโอกาสอย่างมหาศาล &amp;nbsp;และต่อมายังบอยคอตการเลือกตั้งอีกครั้ง จนนำมาสู่การปฏิวัติ ซึ่งยังสร้างความเสียหายเพิ่มขึ้นอยู่จนถึงปัจจุบัน คงไม่มีใครไม่เชื่อว่าจะไม่มีการร่วมมือกัน&amp;nbsp;
อวยพรรคเพื่อไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ การที่นายจุติอ้างว่านายพิชัยไม่รู้เศรษฐกิจจริง ก็อยากให้บุคลากรทางเศรษฐกิจของพรรคประชาธิปัตย์ทั้งหลายออกมาบอกว่า นายพิชัยพูดไม่ถูกตรงประเด็นใดจะได้รู้แนวคิดของพรรคประชาธิปัตย์ให้ชัดเจนเสียที เพราะตลอด 4 ปีที่ผ่านมาประชาชนเดือดร้อนกันอย่างมาก แต่กลับไม่เคยเห็นคนของพรรคประชาธิปัตย์ออกมาเป็นปากเป็นเสียงแทนประชาชน วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลและ คสช.เลย &amp;nbsp;ในขณะที่คนของพรรคเพื่อไทยอยู่เคียงข้างประชาชน เป็นปากเป็นเสียงแทนประชาชนมาโดยตลอด จนถูกเรียกไปปรับทัศนคติกันหลายครั้งและหลายคน เพราะพูดโดนใจประชาชนจนรัฐบาลและ คสช.ต้องเดือดร้อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.อนุตตมากล่าวว่า การที่พรรคประชาธิปัตย์ไม่มีจุดยืนชัดเจนที่จะอยู่เคียงข้างประชาชน กลับกันมีจุดยืนที่จะอยู่เคียงข้าง คสช. และผลงานในอดีตตอนเป็นรัฐบาลก็ไม่โดนใจประชาชน จึงทำให้ผลโพลล่าสุดพรรคประชาธิปัตย์กลับถูกพรรคอนาคตใหม่ ที่เป็นพรรคการเมืองที่เพิ่งตั้งใหม่แซงหน้าไปได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ก็อยากให้พรรคประชาธิปัตย์ต้องพิจารณาตัวเองแล้ว ก่อนที่จะถูกพรรคใหม่พรรคอื่นแซงจนเป็นพรรคต่ำร้อยเหมือนที่หลายคนคาดกันได้ โดยเฉพาะจะมีพรรคของนายสุเทพมาแย่งเสียงอีก พรรคการเมืองที่จะครองใจประชาชนได้จะต้องเป็นพรรคการเมืองที่มั่นคงในหลักการประชาธิปไตย มีแนวคิดและผลงานทางเศรษฐกิจอย่างชัดเจน ก็อยากให้พรรคประชาธิปัตย์ได้เรียนรู้จากพรรคเพื่อไทย ซึ่งผลโพลสุดท้ายประชาชนยังเชื่อมั่นในพรรคเพื่อไทยอย่างมาก โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ&amp;quot; น.ส.อนุตตมากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวัฒนา เมืองสุข อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กกล่าวถึงนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีว่า เมื่อครั้งที่พรรคไทยรักไทยชนะเลือกตั้งเข้ามาเป็นรัฐบาลครั้งแรกในปี 2544 นายทักษิณเผชิญวิกฤติทุกด้าน ได้แก่ วิกฤติเศรษฐกิจจากการที่ไทยต้องเข้าโปรแกรมไอเอ็มเอฟ วิกฤติที่เกิดจากภัยธรรมชาติหลายครั้ง เช่น พายุโคลนถล่มที่บ้านน้ำก้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ น้ำท่วมใหญ่ที่อีสาน ไข้หวัดนกระบาดกระทบการส่งออกสินค้าสัตว์ปีก ไข้หวัดซาร์สระบาดกระทบการท่องเที่ยว หรือสึนามิที่ภาคใต้ รวมทั้งวิกฤติจากมนุษย์ได้แก่การจลาจลเผาสถานทูตไทยในกัมพูชา เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวัฒนาระบุว่า นายทักษิณใช้ภาวะความเป็นผู้นำและสติปัญญาแก้ไขปัญหา ตัดสินใจชำระหนี้ไอเอ็มเอฟก่อนกำหนดเพื่อให้รัฐบาลมีอิสระในการดำเนินนโยบายการคลัง ไม่เช่นนั้นจะต้องทำตามเงื่อนไขที่ไอเอ็มเอฟกำหนดให้ทุกอย่าง รัฐบาลได้ใช้งบประมาณสร้างความเข้มแข็งให้ประชาชนแทนที่จะเอาไปซื้ออาวุธ ทำให้เศรษฐกิจดีประชาชนมีเงินจับจ่ายใช้สอย ส่วนวิกฤติที่เกิดจากภัยธรรมชาตินั้น &amp;nbsp;ท่านเป็นผู้นำในการแก้ไขปัญหาจนสำเร็จได้ในเวลาอันรวดเร็ว นอกจากนี้ยังสร้างโอกาสให้ประเทศอีกมากมาย เช่น การก่อตั้งการประชุมสุดยอดกรอบความร่วมมือเอเชีย เพื่อเป็นเวทีให้ทุกประเทศได้ใช้เป็นที่พูดคุย หรือการจัดประชุมเอเปกที่ผู้นำสำคัญของโลกมารวมกันในประเทศไทย เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมยกตัวอย่างของนายกฯ ทักษิณที่ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นราชสีห์ในเวทีโลก เพื่อเปรียบเทียบกับผู้นำคนปัจจุบันทั้งด้านการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ หรือการวางตัวในฐานะผู้นำเวลาไปเยือนต่างประเทศ ล่าสุดคือภาวะผู้นำในการช่วยชีวิตนักบอลทีมหมูป่าที่หน้าถ้ำหลวง ด้วยการปาฐกถาถึงการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจให้แม่ของเด็กที่กำลังใจจดใจจ่อกับการช่วยชีวิตลูกชายฟัง ผู้นำแบบนี้คือคนที่วางยุทธศาสตร์ชาติให้เราท่านทั้งหลายต้องเดินตามไปอีก 20 ปี เป็นผู้นำที่หลายพรรคการเมืองกำลังทำทุกทางเพื่อให้ได้มาเป็นนายกฯ คนต่อไป&amp;quot; นายวัฒนากล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12452</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทักษิณ ชินวัตร, นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ, พรรคประชาธิปัตย์, พรรคเพื่อไทย, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, วรชัย เหมะ, วัฒนา เมืองสุข, สงคราม กิจเลิศไพโรจน์, สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุตตมา อมรวิวัฒน์, อภิรักษ์ โกษะโยธิน, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180630/image_big_5b377793ae4e6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12426</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/06/2018 13:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/06/2018 13:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพื่อไทยด่า&#039;ปชป.&#039;ยืนข้าง&#039;คสช.&#039;ไม่ยืนข้างประชาชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 มิ.ย.61 - น.ส.อนุตตมา อมรวิวัฒน์ รักษาการรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.)&amp;nbsp;ออกมาแย้งนายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน&amp;nbsp;พรรคเพื่อไทย&amp;nbsp;โดยอ้างว่า พรรค ปชป. ไม่เคยมีประวัติร่วมมือกับ คสช. ล้มพรรคเพื่อไทย ว่า&amp;nbsp;ก็อยากให้นายจุติและคนของพรรค ปชป. เข้าไปดูรูปในโซเชียลจะเห็นได้ชัดว่าคนของพรรคใดที่ห้อยนกหวีดออกมาร่วมกับ กปปส. ประท้วง และชัตดาวน์กรุงเทพฯ ทำความเสียหายทางเศรษฐกิจและเสียโอกาสอย่างมหาศาล และต่อมายังบอยคอตการเลือกตั้งอีกครั้ง จนนำมาสู่การปฏิวัติ ซึ่งยังสร้างความเสียหายเพิ่มขึ้นอยู่จนถึงปัจจุบัน คงไม่มีใครไม่เชื่อว่าจะไม่มีการร่วมมือกัน นอกจากนี้ การที่นายจุติอ้างว่านายพิชัยไม่รู้เศรษฐกิจจริง&amp;nbsp;ก็อยากให้บุคลากรทางเศรษฐกิจของพรรค ปชป. ทั้งหลายออกมาบอกว่านายพิชัยพูดไม่ถูกตรงประเด็นใด จะได้รู้แนวคิดของพรรค ปชป. ให้ชัดเจนเสียที เพราะตลอด 4 ปี ที่ผ่านมาประชาชนเดือดร้อนกันอย่างมาก แต่กลับไม่เคยเห็นคนของพรรค ปชป. ออกมาเป็นปากเป็นเสียงแทนประชาชน วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลและ คสช. เลย ในขณะที่คนของพรรคเพื่อไทยอยู่เคียงข้างประชาชนเป็นปากเป็นเสียงแทนประชาชนมาโดยตลอด&amp;nbsp;จนถูกเรียกปรับทัศนคติกันหลายครั้งและหลายคน เพราะพูดโดนใจประชาชนจน รัฐบาลและ&amp;nbsp;คสช. ต้องเดือดร้อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ดังนั้น การที่ พรรค ปชป. ไม่มีจุดยืนชัดเจนที่จะอยู่เคียงข้างประชาชน กลับกันมีจุดยืนที่จะอยู่เคียงข้าง คสช. และผลงานในอดีตตอนเป็นรัฐบาลก็ไม่โดนใจประชาชน จึงทำให้ผลโพลล่าสุด พรรค ปชป. กลับถูกพรรคอนาคตใหม่ ที่เป็นพรรคการเมืองที่พึ่งตั้งใหม่แซงหน้าไปได้ ก็อยากให้พรรค ปชป. ต้องพิจารณาตัวเองแล้ว ก่อนที่จะถูกพรรคใหม่พรรคอื่นแซงจนเป็นพรรคต่ำร้อย เหมือนที่หลายคนคาดกันได้ โดยเฉพาะจะมีพรรคของนายสุเทพมาแย่งเสียงอีก พรรคการเมืองที่จะครองใจประชาชนได้จะต้องเป็นพรรคการเมืองที่มั่นคงในหลักการประชาธิปไตย มีแนวคิดและผลงานทางเศรษฐกิจอย่างชัดเจน ก็อยากให้ พรรค ปชป. ได้เรียนรู้จากพรรคเพิ่อไทย ซึ่งผลโพลสุดท้ายประชาชนยังเชื่อมั่นในพรรคเพื่อไทยอย่างมาก&amp;nbsp;โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ&amp;quot; น.ส.อนุตตมา กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12426</URL_LINK>
                <HASHTAG>คสช., จุติ ไกรฤกษ์, ปชป., อนุตตมา อมรวิวัฒน์, เพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180630/image_big_5b372596c1d96.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
