<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120059</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2021 11:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2021 11:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ภท.ปรี๊ด! ต้าน&#039;บิ๊กเล็ก&#039;คุมแก้โควิดใต้ บี้&#039;บิ๊กตู่&#039;คืนอำนาจหมอ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ต.ค. 64 - นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า เรื่องโควิดต้องให้หมอนำ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีโอกาสร่วมคณะไปสี่จังหวัดภาคใต้ คือสงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส กับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณาสุข โดยมีผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงร่วมด้วย เนื่องจากสถานการณ์โควิดค่อนข้างตึงเครียด ซึ่งรอบนี้สาธารณสุขได้นำวัคซีนไฟเซอร์จำนวนหนึ่งล้านโดสไปเพื่อฉีดได้อย่างมีประสิทธิภาพและครอบคลุมครบถ้วน และจากการติดตามการร่วมกันทำงานของหน่วยงานในพื้นที่พบว่าเป็นไปอย่างดียิ่ง พูดได้ว่าเอาอยู่อย่างแน่นอนในไม่ช้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่พอกลับมาแค่สองวัน ล่าสุด ท่านนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา กลับมีคำสั่งจัดตั้งศูนย์บูรณาการแก้ไขสถานการณ์โควิด - 19 ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี (พลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์) เป็นผู้อำนวยการศูนย์&amp;nbsp; เพื่อแก้ไขการระบาดของโรคในพื้นที่ปลายด้ามขวาน แล้วให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุข รวมไปถึงปลัดกระทรวงอื่นๆ ไปจนถึงผู้ว่าราชการในจังหวัดที่เกี่ยวข้องไปเป็น &amp;quot;ลูกมือ&amp;quot; ของท่าน แต่หัวโต๊ะ ผู้มีอำนาจสูงสุดคือ &amp;quot;นายทหาร&amp;quot; ยศพลเอก ต้องขอบคุณกับเจตนาดี ในการกระชับอำนาจ เพื่อให้ท่านมีความคล่องตัวในการบริหารงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นคือ นี่ท่านกำลังเอาโมเดล &amp;quot;ความมั่นคงต้องมาก่อน&amp;quot; มาใช้กับเรื่องสาธารณสุข ซึ่งผมเห็นว่ามันไม่เหมาะสม เป็นการนำเอา&amp;rdquo;การทหารนำการสาธารณสุข&amp;rdquo;สอดรับกับแนวทาง&amp;rdquo;การทหารนำการเมือง&amp;rdquo;ที่ท่านนำมาใช้ในการแก้ปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมไม่ได้มีปัญหากับตัวบุคคล แต่ผมมีปัญหากับหลักคิด ที่ใช้ทหารมานำในทุกเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องที่มีรายละเอียดมาก เกี่ยวกับชีวิต เกี่ยวกับสุขภาพของประชาชน ก็สมควรจะให้หน่วยงาน ที่มีความถนัดเฉพาะทางนั้นขึ้นมานำการทำงาน หรือถ้าท่านไม่เชื่อมือใครแล้ว ท่านก็ไม่ต้องตั้งหน่วยงานอื่นๆ มานั่งกับท่าน ท่านใส่ชื่อแพทย์ทหารไปได้เลย ท่านจะได้คุมแบบเบ็ดเสร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอนนี้ สังคมกำลังมองว่านี่คือการ ขยายอำนาจให้ตัวเองของท่าน อย่าลืมว่า ประเทศไทย มีกฎหมายสำหรับการควบคุมโรค หลายต่อหลายตัว สามารถปรับใช้ได้เลย โดยไม่ต้องตั้งใหม่ แล้วเอาทหารมาคุมเหมือนที่กำลังทำอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมจะยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัด คือ เรื่องของ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่ท่านยังตั้งหน้าตั้งตาใช้อยู่นั้น เอาเข้าจริง สามารถแทนที่ได้ด้วย พ.ร.ก.โรคติดต่อ ซึ่งล่าสุด มีการปรับให้เข้ากับสถานการณ์โรคระบาด แต่ท่านก็ไม่ใช้ ยังจะดึงดันรวบอำนาจไว้ที่ตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วที่ผ่านมา การเอาทหารไปนำหมอ เราเคยเรียนรู้ มีประสบการณ์มาแล้ว เดือนพฤษภาคม 2564 เรามี ศูนย์อำนวยการแก้ไขโควิด-19 พื้นที่ กทม.และปริมณฑล ท่านพลเอกประยุทธ์ นั่งเป็น ผอ.ศูนย์ แล้วผลออกมาเป็นอย่างไร ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากเรื่องการตั้ง ศบค.กรุงเทพฯ เท่ากับว่า ท่านพร้อมจะให้ทหารนำหมอในทุกพื้นที่ ดังนั้น อย่ามาอ้างว่า ที่ต้องตั้ง ศบค.ชายแดนใต้ เพราะท่านกังวลเรื่องความมั่นคง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมไม่อยากฟื้นฝอย ไปจนถึงหาเรื่อง แต่การเมืองในระบอบประชาธิปไตย ควรกระจายอำนาจให้แต่ละคน แต่ละฝ่าย แต่ละหน่วย ได้ทำงานที่ถนัดมิใช่หรือ เพราะจะทำให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด ผมเคยแสดงความเห็นมาหลายครั้ง และบางครั้งก็อาจไม่สบอารมณ์ท่านนายกฯ ที่ไปติติงการทำงานของรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร เป็นนักการเมือง ผมต้องยืนหยัดบนจุดยืนของผม เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน ผมจึงไม่เห็นด้วยกับกรณีนี้ #คืนอำนาจให้หมอ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120059</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชายแดนใต้, บิ๊กเล็ก, ภท., ศบค.ส่วนหน้า, ศุภชัย ใจสมุทร, อนุทิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210924/image_big_614d563031dbc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117886</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/09/2021 13:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/09/2021 13:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คิกออฟ 1 ต.ค.&#039;อนุทิน&#039;ปักธงปฎิรูปเขตสุขภาพ ทำงานเชิงรุกพื้นที่ดูแลปชช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.ย.64- นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกำกับทิศทางนโยบายด้านเขตสุขภาพ ครั้งที่ 1/2564 ว่า กระทรวงสาธารณสุขดำเนินการตามนโยบายการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุข จึงกำหนดให้มีการปฏิรูปเขตสุขภาพ มีเป้าหมายดำเนินการ 4 ด้าน คือ 1.การจัดการภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุข โรคระบาดระดับชาติ และโรคอุบัติใหม่ 2.การปฏิรูปเพื่อเพิ่มความรอบรู้ด้านสุขภาพ การป้องกันและดูแลรักษาโรคไม่ติดต่อสำหรับประชาชนและผู้ป่วย 3.ระบบบริการสุขภาพของผู้สูงอายุ และ 4.ระบบหลักประกันสุขภาพและกองทุนที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนุทิน กล่าวว่า การปฏิรูปเน้นการบริหารจัดการแบบบูรณาการระหว่างส่วนกลางและท้องถิ่น โดยมีการตั้งคณะกรรมการกำกับทิศทางและนโยบายด้านเขตสุขภาพ คณะกรรมการอำนวยการเขตสุขภาพ และคณะกรรมการบริหารเขตสุขภาพ พร้อมส่งเสริมภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม โดยอยู่ระหว่างการเสนอให้สำนักงานเขตสุขภาพเป็นหน่วยบริการ เพื่อให้มีงบประมาณดำเนินการ ทั้งงบประมาณจากกรมบัญชีกลาง งบบริการจากกองทุนหลักประกันสุขภาพ และเงินบำรุง เพื่อทำให้เกิดความคล่องตัว ตอบสนองต่อการให้บริการสาธารณสุขได้อย่างทั่วถึง แก้ปัญหาสาธารณสุขในพื้นที่ซึ่งมีความแตกต่างกัน ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างความเข้มแข็งให้รากฐานระบบสาธารณสุข&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุทิน กล่าวว่า ทั้งนี้ ได้กำหนดให้มีเขตสุขภาพนำร่อง 4 เขต ครอบคลุมทั่วทุกภาคประเทศไทย ได้แก่ ภาคเหนือ เขตสุขภาพที่ 1, ภาคกลาง เขตสุขภาพที่ 4 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เขตสุขภาพที่ 9 และภาคใต้ เขตสุขภาพที่ 12 กำหนดระยะเวลาดำเนินการ 12 เดือน โดยตนเองจะเป็นประธานคิกออฟการปฏิรูปเขตสุขภาพ นำร่องแห่งแรกที่เขตสุขภาพที่ 9 ในวันที่ 1 ตุลาคมนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117886</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปฎิรูปเขตสุขภาพ, สธ., อนุทิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210926/image_big_61500c66a1adc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116646</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2021 11:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/09/2021 11:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;เสี่ยหนู&#039;ลั่นต่อให้ตัวเองอยากยุบก็ยุบไม่ได้ เพราะคนยุบสภาฯอยู่บนตึกโน่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ก.ย.64- &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวการยุบสภาทั้งที่กฎหมายลูกยังไม่เสร็จถือว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ว่า &amp;nbsp;ไม่ได้คิดเลย &amp;nbsp;แต่เราพร้อมทำตามกฎหมายและเราก็มีความพร้อมและตนไม่เคยคุยกับใครว่ามีสัญญาณยุบสภาหรือไม่ โดยมั่นใจว่าสภาจะอยู่ไปถึงปี 66 ส่วนจะครบเทอมหรือไม่นั้นไม่ทราบแต่คิดว่าขณะนี้สภาฯมีเสถียรภาพที่ดี และเพิ่งผ่านการอภิปรายไม่ไว้วางใจมารัฐมนตรีทุกคนได้คะแนนออกมาดีสะท้อนได้ว่าตัวแทนปวงชนชาวไทยให้ความไว้วางใจให้รัฐบาลทำงานต่อไป ตนยอมรับว่าสภาพหลายๆอย่างดูดีขึ้น เราก็ต้องรีบหาทางออกจากสถานการณ์วิกฤติต่างๆให้เร็วที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เมื่อถามย้ำว่า ขณะนี้มีความเหมาะสมสำหรับการยุบสภาหรือไม่ นายอนุทิน หัวเราะพร้อมชี้นิ้วไปที่ตึกไทยคู่ฟ้าและระบุว่า &amp;quot;คนยุบสภาอยู่บนตึกโน่น ตึกนี้(ตึกบัญชาการ) ไม่มีใครยุบสภาได้สักคน เรื่องนี้ไม่อยากให้ถามเพราะถามแล้วก็ไม่เกิดอะไรขึ้นมา ต่อให้ตัวเองอยากยุบก็ทำไม่ได้ ผมก็เลยไม่เคยคิดเรื่องพวกนี้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซักว่าความขัดแย้งในพรรคพลังประชารัฐจะส่งผลให้ถึงขึ้นยุบสภาหรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า เรื่องของพรรคใครพรรคมัน ตนก็ต้องกลับไปดูพรรคตัวเองว่ามีความหวั่นไหวอะไรหรือไม่ ถ้ามีก็ต้องไปทำความเข้าใจ และตอนนี้อยู่ในช่วงครึ่งเทอมหลังก็สั่งให้ลูกพรรคลงพื้นที่มากที่สุดรวมทั้งตนและรัฐมนตรีของพรรคก็ต้องลงพื้นที่ ถ้าใครไม่ลงก็น่าดู.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116646</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยุุบสภา, อนุทิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210914/image_big_61401877e62bc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115870</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/09/2021 10:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/09/2021 10:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;เสี่ยหนู&#039;ส่งสัญญาณ ภูมิใจไทยฟรีโหวตแก้รัฐธรรมนูญ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7ก.ย.64-นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุขในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์แนวทางการการลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระสามของพรรคในวันที่ 10 ก.ย. ว่า เป็นเอกสิทธิ์ของส.ส. จุดยืนของพรรคภูมิใจไทย หากจะแก้รัฐธรรมนูญต้องเป็นประโยชน์ต่อประชาชน ไม่ไช่ประโยชน์ของพรรคการเมืองหรือนักการเมืองหลักมีอยู่แค่นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ส.ส.พรรคภูมิใจไทยมีวุฒิภาวะที่จะตัดสินใจได้ว่าจะโหวตแบบไหน เพราะเรื่องรัฐธรรมนูญไปบังคับกันไม่ได้&amp;quot;นายอนุทินกล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115870</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฟรีโหวต, อนุทิน, แก้รธน.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210907/image_big_6136cee6f3fe3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115866</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/09/2021 09:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/09/2021 09:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อนุทิน&#039;รับถูกแฮกจริง! แต่เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ได้เป็นความลับอะไร </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7ก.ย.64-นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุขให้สัมภาษณ์ กรณีกระแสข่าวข้อมูลกระทรวงสาธารณสุขถูกแฮกข้อมูลว่า เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นที่จ.เพชรบูรณ์ และเคยเกิดที่สระบุรี หลังจากทราบข่าวก็ได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุขไปดำเนินการ และท่านได้สั่งการเรียบร้อยแล้ว ที่ทราบมาข้อมูลที่ถูกจรกรรมเป็นข้อมูลเบื้องต้นทั่วๆไปไม่ได้เป็นความลับอะไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าเหตุการที่เกิดขึ้นเป็นครั้งที่สองจะปรับมาตรการอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า หลังจากนี้จะปรับมาตรการทางปลอดภัยทางไซต์เบอร์เพิ่มขึ้น เราไม่คิดจะมีคนคิดทำได้ขนาดนี้แต่เชื่อว่าทางโรงพยาบาลจะมีการจัดข้อมูลชั้นความลับของคนไข้ซึ่งเป็นเรื่องที่สำนักปลัดกระทรวงสธ.ต้องไปแก้ไขให้สอดคล้องกับสถานการอยู่ ดังนั้นไม่ตื่นตระหนกอะไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงแนวทางการยุบ ศบค.กระทรวงสาธารณสุข พร้อมรับไม้ต่ออย่างไร นายอนุทิน ตอบว่า ด้านการสาธารณสุขมีความพร้อมแต่ต้องหาวิธีการบูรณาการกับภาคส่วนอื่นๆ โดยเฉพาะด้านความมั่นคง การบังคับใช้กฎหมาย เรื่องการสนับสนุนระหว่างกันของหน่วยงาน แต่คิดว่าจะต้องหารือกัน.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115866</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประวัติผู้ป่วย, สาธารณสุข, อนุทิน, แฮกข้อมูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210907/image_big_6136ccbbd2788.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115118</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/08/2021 09:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/08/2021 09:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เสี่ยหนู&#039;โล่ง!เผย&#039;บิ๊กป้อม&#039;บอกเชื่อพี่คนเดียว ไม่ต้องคุยกับใคร </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ส.ค.64-นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข &amp;nbsp;ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่ามีความกังวลหรือไม่ว่า ไม่กังวล เพราะเตรียมตัวมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า ทำไมดูเหมือนพรรคพลังประขารัฐขย่มพรรคภูมิใจไทยตลอดเวลา นายอนุทิน กล่าวว่า ทำไมใช้คำว่าขย่มแบบนั้น ที่ผ่านมาตนคุยกับพล.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐอยู่ตลอด เมื่อวานตนเป็นคนโทรศัพท์ไปหาพล.อ.ประวิตรเอง ไม่ใช่เสียงนายเนวิน ชิดชอบ ประธานบริหารสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด โดยโทรเช็คกันว่าเรียบร้อยหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเรื่องความสัมพันธ์พรรคร่วมมีรัฐบาลนั้น ไม่มีอะไร เราทำงานร่วมกันเต็มที่ ส่วนที่เข้าพบพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหมเมื่อวานนี้ไม่ได้มีการกำชับอะไร แต่เป็นการแชร์ข้อมูลเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจระหว่างข้อมูลนายกฯกับกระทรวงสาธารณสุข ที่ต้องใช้ชี้แจงต่อสภาฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามย้ำว่า พล.อ.ประวิตรให้ความมั่นใจในการโหวตครั้งนี้กับพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า &amp;ldquo;มีความมั่นใจ เพราะพล.อ.ประวิตรบอกว่าเชื่อพี่คนเดียว ไม่ต้องคุยกับใคร เราต่างเป็นหัวหน้าพรรคด้วยกันก็ต้องเชื่อกัน ถ้าไม่เชื่อหัวหน้าพรรคแล้วจะไปเชื่อใคร&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า หากมีปัญหาเกิดขึ้น พล.อ.ประวิตรจะรับไหวหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า &amp;ldquo;เชื่อว่าไม่มีหรอกครับ สปิริตของการอยู่ด้วยกันมันมากกว่าความรับผิดชอบ ถ้ามีปัญหาหรือมีอะไรเราก็ต้องเข้าใจ ขอให้รอดูการอภิปราย&amp;rdquo;.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115118</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กป้อม, อนุทิน, อภิปรายไม่ไว้วางใจ, เชื่อพี่คนเดียว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210831/image_big_612d9408ae805.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113063</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/08/2021 12:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/08/2021 12:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อนุทิน&#039;เผยที่ประชุมครม.อนุมัติงบฯกลาง1.2หมื่นล้านให้สธ.แก้ปัญหาโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 &amp;nbsp;ส.ค.64-&amp;nbsp; นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วานนี้ 10 ส.ค.64 ได้มีมติเห็นชอบอนุมัติงบประมาณ 12,669,218,318 บาท ให้กระทรวงสาธารณสุข จากงบกลาง รายการค่าใช้จ่ายในการบรรเทา แก้ไขปัญหา และเยียวยา ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ระยะการระบาดระลอกเมษายน 2564 ประกอบด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ค่าตอบแทนเสี่ยงภัย ค่าล่วงเวลา (OT) และอื่นๆ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจกับเจ้าหน้าที่ จำนวน 4,543,574,263 บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ค่าใช้สอย จำนวน 1,542,027,703 บาท เพื่อใช้ในการดำเนินการต่าง ๆ อาทิ โรงพยาบาลสนามทั้งส่วนกลางและภูมิภาค เพื่อรองรับผู้ติดเชื้อ การค้นหาเชิงรุก ค่าฉีดวัคซีนและการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ค่าจ้างเหมาบริการอื่นๆ เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ค่าวัสดุ จำนวน 6,367,645,590 บาท เป็นค่ายาฟาวิพิราเวียร์ เรมเดซิเวียร์ เวชภัณฑ์ วัสดุวิทยาศาสตร์ ร่วมถึงวัสดุสำหรับ อสม. เพื่อใช้ในการป้องกันโรค &amp;nbsp;ยาสมุนไพร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และ 4.งบลงทุน ครุภัณฑ์และสิ่งก่อสร้าง จำนวน 215,970,762 บาท โดยมีระยะเวลาการใช้จ่ายตั้งแต่เดือนก.ค.-ก.ย. 2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุทิน กล่าวต่อว่า สำหรับยาฟาวิพิราเวียร์ ขณะนี้มีจำนวน 15.1 ล้านเม็ด และได้ให้องค์การเภสัชกรรมจัดหาเพิ่ม โดยทยอยส่งมอบในเดือนส.ค. &amp;ndash; ก.ย. 120 ล้านเม็ด และในเดือนต.ค. &amp;ndash; ธ.ค. 2564 มีแผนจัดหาและส่งมอบอีกเดือนละ 100 ล้านเม็ด &amp;nbsp;และได้กำชับให้ทุกจังหวัดเร่งรัดดำเนินการเบิกจ่าย ให้เสร็จสิ้นภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยเฉพาะค่าตอบแทนเสี่ยงภัย ค่าล่วงเวลา เพื่อเป็นขวัญกำลังใจบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขที่ทุ่มเทปฏิบัติงาน ทั้งการดูแลรักษาผู้ป่วย การคัดกรองค้นหาผู้ติดเชื้อ การป้องกันควบคุมโรค รวมทั้งการเบิกจ่ายงบประมาณต่าง ๆ ต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113063</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบกลาง, อนุทิน, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210812/image_big_6114b04dd2962.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
