<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>91021</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/01/2021 09:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/01/2021 09:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธนาธร&#039; ร่อนจดหมายบี้ &#039;อนุทิน&#039; แจง 5 ข้อวัคซีนโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ม.ค.64 - นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ได้โพสต์เฟซบุ๊ก โดยมีรายละเอียดดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรียนคุณอนุทิน ชาญวีรกูล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมติดตามการทำงานของรัฐบาลในการจัดหาวัคซีนให้กับประชาชนไทยด้วยความเป็นห่วง ผมได้แถลงถึงข้อสงสัยของผมในสัปดาห์ที่แล้ว มีผู้แสดงความคิดเห็นต่อการแสดงออกของผมหลายคน มีทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ซึ่งรวมถึงคุณอนุทินเองด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมจึงอยากขอใช้โอกาสนี้ สื่อสารถึงคุณอนุทินและหวังว่าคุณอนุทินจะชี้แจงประเด็นเหล่านี้ให้สังคมหายสงสัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อแรก ข้อเท็จจริงที่ปฏิเสธไม่ได้คือ จนถึงวันนี้เรามีวัคซีนที่เจรจาเสร็จ มีความชัดเจนในการส่งมอบ ครอบคลุมเพียงแค่ร้อยละ 21.5 ของจำนวนประชากรเท่านั้น ในจำนวนนี้ มาจาก AstraZeneca 26 ล้านโดส (หรือร้อยละ 20 ของจำนวนประชากร) และ Sinovac 2 ล้านโดส (หรือคิดเป็นร้อยละ 1.5 ของจำนวนประชากร)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การจัดหาวัคซีนที่ครอบคลุมประชากรเพียงร้อยละ 21.5 ต่ำกว่าและช้ากว่าหลายประเทศในโลก การฉีดวัคซีนเพียงร้อยละ 21.5 ของจำนวนประชากรสร้างภูมิคุ้มกันให้กับสังคมไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อสอง นอกจากการจัดหาวัคซีนจะครอบคลุมคนจำนวนน้อยแล้ว การฉีดวัคซีนยังล่าช้ากว่าช่วงเวลาที่ควรจะเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามกรอบเวลาที่เจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขได้อธิบายกับกรรมาธิการสาธารณสุขของสภาฯ เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาระบุว่า รัฐบาลวางแผนจะฉีดวัคซีนให้กับประชาชนกร 11 ล้านคนในปี 2564, อีก 11 ล้านคนในปี 2565 และอีก 10.5 ล้านคนในปี 2566 (ผมแนบสไลด์ที่ใช้ในการนำเสนอในชั้นกรรมาธิการเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน &amp;nbsp;2563 ของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข มาให้ประชาชนดูในที่นี้ด้วย)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมกันเท่ากับ 32.5 ล้านคน หรือกล่าวได้ว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนประชากรจะได้รับวัคซีนแล้วเสร็จในปี 2566&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นั่นหมายความว่า หากผมไม่ออกมาตั้งคำถาม รัฐบาลเดินหน้าตามแผนนี้ ประชาชนจะต้องอดทนกับสถานการณ์กึ่งปิดกึ่งเปิดอย่างนี้ต่อไปอีกอย่างน้อย 3 ปี และอีกสามปีนี้อาจจะมีความเสี่ยงแพร่ระบาดครั้งที่สามครั้งที่สี่ต่อไปได้ คนที่ต้องแบกรับผลกระทบทางเศรษฐกิจที่หนักที่สุดคือคนหาเช้ากินค่ำ คือแรงงานนอกระบบ คือคนที่ชีวิตมีความเปราะบาง ไม่มีสวัสดิการใดๆ รองรับ คนเหล่านี้ต้องอยู่กับความกลัวและความไม่แน่นอนในชีวิตไปอีกสามปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประชาชนต้องการ์ดอย่าตกไปอีกสามปี ขณะที่รัฐบาลไม่ได้แสดงให้เห็นเลยว่าเข้าใจประชาชน และพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อหาวัคซีนให้กับประชาชนอย่างครอบคลุมและฉับไว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อสาม การมีวัคซีนคือแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ แต่ตราบใดที่เรายังไม่สามารถฉีดวัคซีนในกับประชากรได้ในจำนวนที่มากพอ เราก็ยังอยู่ในอุโมงค์ที่มืดมิดอยู่ ประชาชนยังต้องใช้ชีวิตอยู่กับความกลัวอยู่ นักท่องเที่ยวจะไม่กลับเข้ามา ภาคธุรกิจไม่มีความแน่นอน การเจรจาการค้ากับต่างประเทศก็ชะงักชะงัน และที่สำคัญ เราจะเสียเปรียบทางการแข่งขันกับประเทศที่ฉีดวัคซีนเสร็จก่อนเรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ผ่านมาหนึ่งสัปดาห์น่าจะพอพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าประเทศอื่นกำลังดำเนินการเช่นไร อิสราเอลประกาศจะฉีดวัคซีนให้กับผู้ใหญ่ทุกคนภายในไตรมาสแรกของปีนี้ อินโดนีเชียเริ่มฉีดวัคซีนแล้วในต้นเดือนมกราคม ประเทศที่ทำสัญญาที่ผูกพันทางกฎหมายกับ COVAX จะได้วัคซีนในเดือนกุมภาพันธ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การไม่พยายามจัดหาวัคซีนนี้ อาจเกิดจากรัฐบาลประมาท คิดว่าสามารถรับมือกับโควิดได้ จึงไม่รีบจัดหาวัคซีน ซึ่งการแพร่ระบาดรองสองปลายเดือนธันวาคมที่ผ่านมาพิสูจน์แล้วว่ารัฐบาลจัดการการแพร่ระบาดไม่ได้อย่างเบ็ดเสร็จตามที่คาดไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(ถึงแม้ว่าจะมีการแถลงภายหลังว่าภายในปีนี้รัฐบาลจะฉีดวัคซีนให้ครอบจำนวนร้อยละ 50 ของประชากร แต่ก็ยังไม่มีรายละเอียดว่าจะเอาวัคซีนมาจากไหน และจะฉีดอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แผนนี้ออกมาแถลงเมื่อไม่นานมานี้ และดูแล้วไม่น่ามีความเป็นไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ทราบว่าแผนจริงๆ ของรัฐบาลเป็นอย่างไร เพราะข้อมูลขัดแย้งกันเอง)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อสี่ การจัดหาวัคซีนไม่ครบนี้ อาจมาจากการฝากความหวังไว้ที่บริษัทบริษัทเดียว ผมจำเป็นต้องย้ำในที่นี้อีกครั้งว่าผมเห็นด้วยและสนับสนุนให้เกิดการผลิตวัคซีนในประเทศตั้งแต่ต้นน้ำ และผมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกคนที่พยายามทำเรื่องนี้ให้สำเร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่สิ่งที่ผมกำลังตั้งคำถามคือกระบวนการคัดเลือกบริษัทเอกชนรายใดรายหนึ่งมาทำภารกิจนี้ ได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลเป็นจำนวนมาก โดยไม่มีการเปรียบเทียบคุณสมบัติกับรายอื่นๆ อย่างเป็นระบบ เป็นเรื่องที่เหมาะสมหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลายฝ่ายพยายามลดความน่าเชื่อถือของผมโดยพยายามพูดให้สังคมคล้อยตามว่าผมไม่รู้จริงหรือทำการบ้านมาไม่ดีพอ ผมยืนยันในที่นี้อีกครั้งว่าจากเอกสารของหลายหน่วยงานและการให้สัมภาษณ์หลายครั้ง ความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธได้ก็คือ สัญญาซื้อวัคซีนระหว่างรัฐบาลกับ AstraZeneca , สัญญาจ้างผลิตระหว่าง AstraZeneca กับบริษัท Siam Bioscience และสัญญาการสนับสนุนงบประมาณระหว่างรัฐบาลและ Siam Bioscience เจรจาในเวลาพร้อมๆ กัน มีเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องกันไปมา ไม่ได้เจรจาเป็นเอกเทศ เป็นอิสระจากกันและกัน และไม่ปรากฏว่ามีตั้งคณะกรรมการเฟ้นหาผู้ที่เหมาะสมในการผลิตหรือกำหนดคุณสมบัติการคัดเลือกอย่างเป็นระบบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อห้า ในเมื่อรัฐบาลเป็นผู้สนับสนุนทั้งงบประมาณและการเจรจาให้เกิดสัญญาต่างๆ เหล่านี้ขึ้นมา อย่าอ้างว่าเป็นสัญญาระหว่างเอกชนกับเอกชน ประชาชนย่อมมีความชอบธรรมที่จะขอเปิดเอกสารที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการเจรจาทั้งหมดของทุกหน่วยงานและเอกสารสัญญาเหล่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมตั้งคำถามเหล่านี้ด้วยความปรารถนาดีต่อประชาชนไทย ด้วยหวังว่ารัฐบาลจะเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ในการจัดหาวัคซีน ปรับเปลี่ยนแผนเดิมและมุ่งมั่นจัดหาและฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมกับจำนวนประชากรมากที่สุดและเร็วที่สุด เพื่อให้ประชาชนคนไทยได้กลับมาใช้ชีวิตตามปกติ ปราศจากความกลัว เศรษฐกิจไทยกลับมาเดินหน้าอย่างมีพลัง ลดความไม่แน่นอนให้กับผู้ประกอบการ ลดงบประมาณที่จะต้องใช้จ่ายเพื่อพยุงเศรษฐกิจในช่วงที่อนาคตไม่ชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยความหวังว่าคนไทยจะได้วัคซีนอย่างทั่วถึง เป็นธรรมโดยเร็ว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91021</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะก้าวหน้า, ธนาธร, วัคซีนโควิด, อนุทิน ชาญวีรกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210126/image_big_600f77fba8b5e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59842</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2020 19:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2020 19:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ธุรกิจการบินอ่วม จับตาเอกชนเสนอรัฐปิดพรหมแดน 1เดือนสู้ COVID-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 มี.ค.63-ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการประชุมวัน ที่ 16 มีนาคม นี้ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข จะหารือร่วมกับนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านการบิน ภาคเอกชนสายการบินต่างๆจะหารือเพื่อพิจารณาการซักซ้อมมาตรการต่างๆที่สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย หรือ กพท.ได้ออกประกาศไปก่อนหน้านี้ แต่ยังมีความสับสนและประชาชนผู้เดินทางยังไม่เข้าใจแนวทางปฏิบัติ เช่น มาตรการเรื่องการให้ผู้เดินทางเข้าจากต่างประเทศที่เป็นกลุ่มเสี่ยงต้องมีใบรับรองแพทย์แจ้งให้แก่สายการบินพิจารณาก่อน และอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามมีรายงานข่าวระบุว่าในส่วนของเอกชน ผู้แทนสมาคมธุรกิจการบิน ได้เตรียมมีข้อเสนอให้แก่ภาครัฐพิจารณา เนื่องจากสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ขณะนี้ เริ่มทวีความรุนแรงขึ้น หากปัญหายืดเยื้อ และมีการระบาดในประเทศหนัก ก็จะเกิดความเสียหายต่อธุรกิจและเศรษฐกิจของประเทศอย่างใหญ่หลวง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวแจ้งว่าผู้บริหาร ของสมาคมที่มีสมาชิกสายการบิน 94 แห่ง รายหนึ่งระบุว่า สถานการณ์ด้านการบินทั่วโลกขณะนี้มีประเทศอย่างน้อย 12 ประเทศทำการปิดประเทศ ในส่วนนี้ต้องยอมรับว่า เมื่อมีการเดินทางน้อยลงธุรกิจสายการบิน คงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องได้รับผลกระทบอยู่แล้ว แต่ก็เป็นโจทก์สำคัญให้ผู้บริหารประเทศทั่วโลกต้องมาคิดว่า จะมีมาตรการเบ็ดเสร็จอย่างไรที่ทำให้ปัญหาการระบาดของไวรัสCOVID-19 จบเร็ว ไม่ยืดเยื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; มีข้อเสนอแนะจากผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจการบินขณะนี้ เห็นว่า ตอนนี้บางเที่ยวบิน ก็มีคนบินน้อยมาก พูดง่ายๆว่าลูกเรือ กับผู้โดยสารจำนวนใกล้เคียงกัน แต่บางสายการบิน ก็ยังจำเป็นต้องทำการบินทั้งที่ขาดทุน ข้อเสนอที่จะให้รัฐบาลพิจารณาขณะนี้ คืออาจจำเป็นต้องมีการปิดประเทศ และพรมแดนของไทยเป็นเวลา 1 เดือน เพื่อให้ระบบสาธารณสุขของประเทศ ได้ทำงานกับภาระผู้ป่วยที่มีในขณะนี้ได้อย่างเต็มที่ เพราะหากยังเปิดบริการการบินทางอากาศ มีการบินไปมา และมีผู้ติดเชื้อใหม่เดินทางเข้ามาทุกวัน สุดท้ายก็จะคุมการระบาดได้ยาก&amp;quot; ผู้บริหารสมาคมการบินรายหนึ่งกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามขณะนี้ผู้บริหารธุรกิจการบินเห็นตรงกันว่า จำเป็นต้องพักเรื่องผลประโยชน์ทางธุรกิจไว้ก่อน แต่เอาความมั่นคงและความปลอดภัยของประเทศเป็นตัวตั้ง เพราะหากการระบาดกระจายเป็นวงกว้าง และระบบสาธารณสุขของไทยไม่สามารถจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากมีภาระผู้ป่วยมากเกินไป สุดท้ายหากปัญหาลากยาว ธุรกิจทุกประเภทและเศรษฐกิจก็จะได้รับความเสียหายอยู่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ยืนยันว่าแนวคิดดังกล่าวไม่ใช่ความตื่นตระหนกจนเกินเหตุ แนวคิดเรื่องการปิดประเทศ ปิดเมือง จะเห็นว่ามีหลายประเทศ หลายเมืองนำมาใช้ ถือเป็นมาตรการที่จัดการหนักในครั้งเดียวและเมื่อสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย ก็เริ่มผ่อนคลายมาตรการลง คือเริ่มจากหนักไปเบา แต่หากประเทศไทยทำกระจายเป็นส่วนๆปิดเฉพาะบางชุมชนบางพื้นที่ หรือทำจากเบาไปหาหนัก ในสถานการณ์การคุมโรคระบาดนั้นคงเป็นเรื่องที่จะประสบความสำเร็จได้ยากในเวลาอันสั้น อย่างไรก็ตามท้ายที่สุดคนตัดสินใจ คงต้องเป็นนโยบายที่ชัดเจนของรัฐบาลเอง&amp;quot;ผู้บริหารสมาคมการบินกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59842</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ, หน่วยงานด้านการบิน, อนุทิน ชาญวีรกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190721/image_big_5d346eb043dec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58628</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/03/2020 10:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/03/2020 10:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อนุทิน&#039;ยังไม่ประกาศยกระดับโควิด-19ระบาดระยะ3 ถกจีนขอซื้อยาต้านไวรัส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 มี.ค. 63 &amp;ndash;&amp;nbsp; เมื่อเวลา 08.15 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ภายหลังรักษาการอุปทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย เข้าพบว่า เราได้ติดต่อผ่านทางสถานทูตจีนประจำประเทศไทย เพื่อขอให้ช่วยเจรจากับทางบริษัทผู้ผลิตยาที่เพิ่งได้ลิขสิทธิ์ในการผลิตยาที่ทางการจีนประกาศว่ามีสรรพคุณที่ใช้ได้ดีกับผู้ป่วย ให้ช่วยเจรจาเพื่อให้ทางการไทยได้ซื้อยาได้ตัวนี้ได้ โดยขอให้เป็นนโยบายพิเศษ เพราะขณะนี้ทางการจีนยังไม่อนุญาตให้มีการขายยาตัวนี้ออกนอกประเทศ เนื่องจากในประเทศเขายังมีความต้องการมาก แต่เราบอกเขาว่าความจริงที่ต้องการยาตัวนี้มาเพื่อนำมารักษาคนจีนที่ป่วยในประเทศไทย จึงขอให้ช่วยประสานงานเพื่อให้เราซื้อได้ ซึ่งทางจีนให้ความร่วมมือเต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุทิน กล่าวว่า ทางองค์การเภสัชกรรมได้ยามาส่วนหนึ่งแล้วจากบริษัทผู้ผลิต ซึ่งใช้คอนเน็กชั่นในการที่เป็นผู้ผลิตยาด้วยกัน นำเข้ามาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทั้งนี้ ยาที่อยู่ในสต็อกของกระทรวงสาธารณสุข หากสถานการณ์ไม่บานปลายไปมากกว่านี้ เรามีมากเพียงพอที่จะเอามารักษาผู้ป่วยได้ ขอย้ำว่ายาไทยที่เราผลิตเองก็รักษาได้ อย่างกรณีที่ใช้ผู้ป่วยที่ รพ.ราชวิถีสามารถยับยั้งอาการของโรคนี้ได้เป็นอย่างดี ดังนั้นตามข่าวที่ว่าเราขาดยา ไม่มียารักษาโควิด-19 นั้นไม่เป็นความจริง ยิ่งตอนนี้เรายิ่งมีความมั่นใจยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ดูจากผู้ป่วย 43 ราย เสียชีวิตไป 1 ราย ซึ่งการเสียชีวิตยังต้องไปดูว่าเสียด้วยโควิด-19 หรือโรคอื่นที่ผู้ป่วยเป็นอยู่แล้ว เพราะตอนผู้ป่วยเข้ามารักษาตัวมีอาการค่อนข้างหนักอยู่แล้ว แต่ในผู้ป่วย 43 คน กลับบ้านไปแล้ว 28 คน ดังนั้นมีผู้ป่วยอยู่ 13-14 คน ซึ่งการรักษาโดยใช้ยาของเราเอง ขณะนี้พยายามเร่งผลิตให้เพียงพอกับความต้องการและยืนยันว่าเพียงพอแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันต้องยอมรับว่า โควิด-19 ยังไม่มียารักษา แต่ยาที่ใช้เป็นลักษณะของการประคองอาการให้ผู้ป่วยสามารถสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาต่อสู้กับโรคได้ ขอให้มั่นใจว่ายาเรามีพร้อมและสามารถนำมาใช้รักษาประคองอาการโควิด-19 ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีนายกรัฐมนตรีระบุว่าจะมีการประกาศเรื่องสำคัญในวันนี้ เป็นเรื่องเกี่ยวกับควิด-19 หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า น่าจะเป็นเรื่องของประกาศให้โควิด-19 เป็นโรคติดต่ออันตราย เป็นการประกาศบูรณาการทั้งหมด ที่ผ่านมาตนได้เรียบเรียงเรื่องต่างๆ ขอบเขตของกฎหมาย อำนาจที่อยู่ภายใต้กฎหมายมีอะไรบ้าง ซึ่งนายกฯคงจะไปรวบรวมข้อมูลจากหน่วยงานต่างๆ ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า จะเป็นการประกาศให้เป็นโควิด-19 ขึ้นเป็นระดับ 3 หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ยัง ถ้าในทางการแพทย์ตอนนี้ยังไม่ใช่ระยะที่ 3 เพราะระยะที่ 3 ต้องเป็นการติดต่อจากคนสู่คนในประเทศในลักษณะที่เป็นคนหมู่มาก ตอนนี้เรายังอยู่ในระยะที่ 2 อยู่ ขอไม่ต้องกังวลกันมาก เพียงแต่ทุกคนต้องช่วยกันดูแล ให้ความร่วมมือกันทุกฝ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเรื่องหน้ากากอนามัยนั้น นายอนุทิน กล่าวว่า ส่วนใหญ่ควรให้ผู้ป่วยเป็นผู้ใส่ เพื่อไม่ให้เชื้อแพร่กระจายไปยังผู้อื่น สำหรับผู้ที่ไม่ป่วยนั้นไม่จำเป็น กรณีที่มีการขาดตลาดนั้น เรารู้ว่ามีการกักตุน ซึ่งทางกรมการค้าภายในคงมีการดำเนินการไปตามกฎหมาย แต่อยากฝากให้ทุกคนคิดใช้หน้ากากที่ทำมาจากผ้า และสามารถนำมาซักได้ เพราะเราต้องการแค่ปิดอวัยวะที่รับเชื้อได้เท่านั้น ดังนั้น หากส่วนใหญ่ใช้หน้ากากที่ทำจากผ้ากันเอง คนที่กักตุนไว้จะนำออกมาขายแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามกรณีที่มีนักวิทยาศาสตร์ออกมาตั้งข้อสังเกตว่ายิ่งใส่หน้ากากยิ่งเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ทำให้ประชาชนเริ่มสับสน นายอนุทิน กล่าวว่า จะให้กรมควบคุมโรคชี้แจงเรื่องนี้ แต่ส่วนตัวเห็นด้วยกับตรงนี้ ซึ่งเราต้องทำความเข้าใจและให้คิดว่าจะต้องกินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ ตลอด ไม่เอาตัวเองไปอยู่ในที่แออัด มีคนเยอะ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58628</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, นายกฯ, ระยะ3, สธ., อนุทิน ชาญวีรกุล, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200302/image_big_5e5c7afa5684c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58483</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/02/2020 11:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/02/2020 11:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ราชกิจจาฯแพร่ด่วนประกาศสาธารณสุข &#039;โควิด-19&#039; เป็นโรคติดต่ออันตราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.พ. 63 - &amp;nbsp;เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง&amp;nbsp;ชื่อและอาการสำคัญของโรคติดต่ออันตราย (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2563 โดยที่เป็นการสมควรให้มีการประกาศให้โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 (Coronavirus Disease 2019 (COVID-19)) เป็นโรคติดต่ออันตรายตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 เพื่อประโยชน์ในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคติดต่ออันตราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 วรรคหนึ่ง และมาตรา 6(1) แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขโดยคำแนะนำของคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 1 ประกาศนี้เรียกว่า &amp;ldquo;ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ชื่อและอาการสำคัญของโรคติดต่ออันตราย (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2563&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 2 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 3 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น (14) ของข้อ 1 แห่งประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ชื่อและอาการสำคัญของโรคติดต่ออันตราย พ.ศ. 2559 &amp;ldquo;(14) โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 (Coronavirus Disease 2019 (COVID-19)) มีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ หอบเหนื่อย หรือมีอาการของโรคปอดอักเสบ ในรายที่มีอาการรุนแรงจะมีอาการระบบทางเดินหายใจล้มเหลว และอาจถึงขั้นเสียชีวิต&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;(14) โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 (Coronavirus Disease 2019 (COVID)) มีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ หอบเหนื่อย หรือมีอาการของโรคปอดอักเสบ ในรายที่มีอาการรุนแรง จะมีอาการระบบทางเดินหายใจล้มเหลว และอาจถึงขั้นเสียชีวิต.&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58483</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงสาธารณสุข, อนุทิน ชาญวีรกุล, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190418/image_big_5cb8838b37db0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56589</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มาฆะ-ไวรัส-ไวรัล-วาเลนไทน์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เฮ้อออ........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกแล้วเรอะ คุณอนุทิน?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชื่อเล่นว่า &amp;quot;หนู&amp;quot; น่ะ น่ารัก แต่โตเป็นถึง &amp;quot;รองนายกฯ&amp;quot; แล้ว &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉะนั้น จะพูด จะทำอะไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ควรให้พ้นความเป็น &amp;quot;คุณหนู&amp;quot; ที่น่าเบื่อหน่ายซะทีได้มั้ย?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวาน (๗ ก.พ.๖๓) ไปเดินแจกหน้ากากอนามัยผู้คนตามถนนหนทาง ก็รณรงค์ป้องกันการแพร่เชื้อไวรัสอู่ฮั่นนั่นแหละ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทุกคนรับไปสวม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยกเว้นฝรั่ง ไม่รับ และไม่ยอมสวม!&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐมนตรีอนุทินโกรธ เหวี่ยงใส่แบบคุณหนู
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;....ไอ้พวกฝรั่งนักท่องเที่ยว ต้องบอกไปยังสถานทูต บอกประชาชนทั่วไปด้วย ไม่ยอมใส่ แจกแล้วไม่ยอมใส่ แจกแล้วไม่ยอมรับ แบบนี้ ต้องไล่ออกจากประเทศไทย&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักพัก คุณอนุทิน รีบโพสต์เฟซ........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขออภัย ที่วันนี้ มีอาการ &amp;#39;หลุด&amp;#39; ใส่ชาวต่างชาติ แถบยุโรป บางคน ที่แสดงอาการรังเกียจคนไทยใส่ &amp;nbsp;mask และไม่ร่วมมือในการใส่ mask
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในขณะที่พวกเรากำลังรณรงค์ป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรนา ในประเทศไทย...............&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พูดก่อน คิดทีหลัง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหมือนอมปากกระบอกปืนแล้วลั่นไก จะเขียนจดหมายลาตายหรือไม่เขียน ค่าเท่ากัน!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดี๋ยวจะบินไปรับคนไทยที่อู่ฮั่นเอง เดี๋ยวจะยกเลิกวีซ่านักท่องเที่ยวจีนหน้าด่าน แล้วนี่ จะไล่ฝรั่งที่ไม่สวมหน้ากากออกจากประเทศอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลูกพรรคตัวเองซน จน พ.ร.บ.งบประมาณเจ๊ง เกือบต้องชัตดาวน์ประเทศ แทนจะรู้สึก-รู้สา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เปล่าเลย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หัวหน้าพรรคก็ยังซนตามประสาคุณหนูไปได้เรื่อยๆ จนอดสยองไม่ได้ว่า พรุ่งนี้ ปะรืน ปะเรื่อง จะซนอะไรจนตกเปลอีก?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็เห็นพูดกัน ไวรัล ร้ายกว่า ไวรัส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐมนตรีอนุทิน เดี๋ยวหลุด เดี๋ยวหัวร้อน รายเรื่อง-รายวัน แบบนี้แหละ มันแพร่เชื้อไวรัลให้ระบาดใส่รัฐบาลและประเทศ ที่ดูจะร้ายกว่าไวรัสจริงๆ?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรื่องการแพร่เชื้อ กับเรื่องสวมหน้ากาก ตอนนี้ ผมเห็นแล้วก็คันใจ แต่พูดไป ก็จะกลายเป็น &amp;quot;ขวางคลอง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การกลัวไวรัส การสวมหน้ากาก เป็นเรื่องดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่การกลัว การสวม แบบตื่นตระหนก ให้กระแสลากไป โดยแต่ละคนไม่ใช้สติใคร่ครวญถึงเหตุผลตามกาล ตามสถานที่ และตามบุคคล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แบบนี้ บางที คนสวมนั่นแหละ ติดก่อนคนไม่สวม!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฝรั่งยุโรป ที่มาเที่ยวเมืองไทย หรือเมืองไหนๆ ที่เขาไป แล้วไม่สวม Mask เพราะเขาก็มีเหตุผล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คือไม่ใช่ฝรั่งไม่กลัวโรคระบาด แต่ที่ไม่สวม เพราะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๑.มั่นใจ ประเทศที่เขาไป อย่างไทย ว่าปลอดโรคระบาด เชื่อมาตรฐาน &amp;quot;แพทย์-สาธารณสุข&amp;quot; ว่าเยี่ยม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๒.มั่นใจ ระบบคัดกรองคนติดเชื้อ ทั้งประเทศต้นทาง และปลายทาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๓.เส้นทางที่เขาเดินทาง ไม่ทรานสิตจีน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๔.ฝรั่งถือว่า เฉพาะคนป่วยเท่านั้นที่สวม Mask ในเมื่อเขาไม่ป่วย และมั่นใจไทยปลอดโรคระบาด &amp;nbsp;เรื่องอะไรจะต้องสวม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยเหตุนี้ ที่ฝรั่งเขาปัดมือ ไม่รับแจก ไม่ใช่เขาเหยียดหยาม แต่เพราะเขาเข้าใจว่า เราเห็นเขาเป็นคนป่วย เป็นตัวแพร่เชื้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งเขาไม่ป่วย ไม่เป็น เขาจึงปัดมือด้วยไม่ชอบใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สรุปคือ เป้าหมายเดียวกัน &amp;quot;ไม่มีโรค&amp;quot; แต่ตีเจตนาในการทำไปคนละทาง จึงเข้าตำรา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทำคุณบูชาโทษ-โปรดสัตว์ได้บาป&amp;quot; ประมาณนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนี่ย....ความจริง เราควรดีใจนะ!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ฝรั่งยังมาเที่ยวไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และควรต้องรีบใช้แบรนด์ &amp;quot;ฝรั่งไม่หน้ากาก&amp;quot; นี่แหละ เป็นตัวสร้างความมั่นใจ &amp;quot;เที่ยวไทย&amp;quot; ต่อตลาดโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ใช่ไปโกรธเขา จะไล่เขาออกไปจากประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฝรั่งน่ะ เขาตีค่าพวกเขาสูงกว่าชาวเอเชียมาก ฉะนั้น เขาคำนึงถึงความปลอดภัยของเขาอยู่แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อมา แสดงว่า &amp;quot;ไทยไร้ระบาด&amp;quot; ชัวร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คิดกลับในมุมนี้ รัฐมนตรีอนุทิน ควรไปจับมือฝรั่ง บอกเวลคัม มากกว่า เก็ตเอาต์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่สำหรับคนอาเซียน-เอเชีย ต้องยอมรับ ระยะนี้ &amp;quot;จิตตก&amp;quot; และเป็นโรคอุปาทานหมู่ กลัวไวรัสอู่ฮั่นระบาดใส่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็มีเหตุผล เพราะจีน เหมือนคนร่วมหมู่บ้าน ป่วย-ตายด้วยไวรัส เห็นกันตำตา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อะไรที่ &amp;quot;ตำตา-ตำใจ&amp;quot; เห็นจะจะ ระยะแรก จะหวาดผวาเป็นธรรมดา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เห็นเพื่อนบ้านตาย กลางคืน กล้าเดินผ่านบ้านมั้ยล่ะ?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉะนั้น ที่รัฐมนตรีอนุทินออกแจกหน้ากาก ชาวเรา &amp;quot;อาเซียน-เอเชีย&amp;quot; รับไปสวมนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นที่เข้าใจได้และแปลงภาษา &amp;quot;จิตผวา-ระแวง&amp;quot; ด้วยกลัวติดกัน เป็นภาษาสวยๆ ว่า &amp;quot;ป้องกัน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็ดี สนับสนุน เห็นด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะ คนจีน-ไทย-พม่า-ลาว-ญวน-เขมร-ญี่ปุ่น-สิงคโปร์-ไต้หวัน-ฮ่องกง-มาเก๊า รูปร่าง หน้าตาแยกกันยาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และสถานที่ไปกิน ไปเที่ยว ไปสังสรรค์ ไปสมาคม คือที่จะไปรวมอยู่ที่เดียวกันมากๆ จะรวมแหล่งเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น ป้องกันไว้ก่อน ถูกต้องในเบื้องต้นที่สุด!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ฝรั่ง ที่กิน ที่เที่ยว ที่ช็อป ที่จะไปรวมสังสรรค์ คนละแหล่ง ฝรั่งไม่ผวา-ระแวงไวรัส เขาจึงไม่เห็นเหตุต้องสวม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ย้อนมาดูเฉพาะ &amp;quot;บ้านเรา&amp;quot; กันเองบ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในชั่วโมงนี้ ผมยังแยกไม่ออก ระหว่างกลัว &amp;quot;โรคไวรัส&amp;quot; กับโก้เก๋ &amp;quot;แฟชั่นหน้ากาก&amp;quot; ว่าไหนเป็นกระแสจริงตอนนี้?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลัว..ก็เฮกันกลัว แล้วก็..เฮกันซื้อหน้ากาก-แอลกอฮอล์ จนเป็นปัญหาขาดตลาด กักตุน โก่งราคา &amp;nbsp;รัฐบาลต้องเป็นพ่อค้าขายเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อะไรมันจะขนาดนั้น...หือ?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลกำลังส่งสัญญาณว่า ควบคุมไม่ได้ มันระบาดสู่คนไทย เมืองไทยแล้ว ต้องสวมหน้ากากทุกตัวคนอย่างนั้นหรือ?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะพาสติแตกกันไปหมด ของที่ไม่ขาด แทนที่จะส่งขายไปยังประเทศที่จำเป็นจริงๆ ก็ส่งไม่ได้ เพราะต้องเอามายื้อแย่งกันเอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า มันจำเป็น วิกฤติ ถึงขนาดนั้นแล้วหรือ?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็ยังมองไม่เห็น ผมมีอยู่กล่อง-ครึ่งกล่อง เหลือแต่ครั้งหวัดนก หวัดซาร์ส&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็เอามาใช้ เลือกสถานที่ที่จะไป เลือกกลุ่มคนที่เราจะไปร่วม ว่าจำเป็นหรือสมควรสวมมั้ย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็ไม่เห็นที่ไหน ใคร ในเมืองไทย เป็นแหล่งแพร่ และใครไปติดเชื้อมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขนาดตามห้าง ตามรถเมล์ รถไฟฟ้า กระทั่งเห็นภาพคนไปเที่ยวงานเกษตรแฟร์ แน่นเป็นหัวถั่วงอกในเข่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าบ้านเรามีไวรัสระบาดน่ะนะ..........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากตรุษจีน มาถึงวันนี้ &amp;quot;มาฆบูชา&amp;quot; มีแต่ด่ารถติด ด่าพีเอ็ม ๒.๕ ด่าประชาธิปไตยเลือกตั้งเฮงซวย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่มีเสียงด่า ไปติดไวรัสมา จากที่นั้น-ที่นี้เลย!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉะนั้น ใครตื่น ก็ให้เขาตื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พวกตื่นตามกระแสน่ะ ถ้าระบาดจริง ตายก่อน ส่วนพวกตื่นแบบสติ จะไม่ตาย ถึงตายก็ตายทีหลังเขา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะรู้กาล รู้สถานที่ รู้บุคคล รู้ตอนไหนควร ตอนไหนไม่ควร &amp;quot;สติใคร่ครวญ&amp;quot; ใช้ป้องกันได้แน่นอนกว่า &amp;quot;ผ้าปิดจมูก&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ผมสังเกต........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระหายหากันในลักษณะ &amp;quot;แฟชั่นหน้ากาก&amp;quot; มากกว่า เอามาอวดกัน โพสต์อวดกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ของชั้นของนอกนะ ของชั้นกรองได้จากชั้นนรกถึงชั้นสวรรค์นะ ของชั้นทรงใหม่ สีแซ่บนะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คอยดูเหอะ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกวัน-สองวัน พอหายเห่อ และหายใจไม่ค่อยคล่อง โรคตื่นกระแสหน้ากากก็จะหายไปเอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โรคตื่น &amp;quot;วาเลนไทน์&amp;quot; เข้ามาแทน!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลต้องคัดท้าย ด้วยการ &amp;quot;นำกระแส-คุมกระแส&amp;quot; ให้ตรงทิศ ตรงทาง อย่าทำอะไรแบบ &amp;quot;ประจบ-เอาใจ&amp;quot; ประชาชนจนเกินเหตุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนไทยวันนี้ เหลืออย่างเดียวที่ไม่เรียกร้องให้รัฐบาลช่วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คือ &amp;quot;ช่วยเช็ดก้น&amp;quot;!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกนั้น แทบจะ &amp;quot;ทุกเรื่อง&amp;quot;!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตบท้ายไว้นิด เรื่อง พ.ร.บ.งบประมาณ ปี ๖๓ ที่รอศาลรัฐธรรมนูญว่าเอายังไง?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวาน ศาลฯ มีมติเสียงข้างมาก ๕ ต่อ ๔ ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ปี ๖๓ &amp;quot;ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ให้สภาผู้แทนราษฎร กลับไปโหวตใหม่ในวาระ ๒ และวาระ ๓&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานสภา &amp;quot;ชวน หลีกภัย&amp;quot; นัดประชุมโหวตใหม่แล้ว พฤหัสบดีที่ ๑๓ ก.พ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๓ วัน &amp;quot;มาฆบูชา&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่ทำชั่ว ทำแต่ความดี ทำจิตใจให้ผ่องใส&amp;quot; นี้คือหัวใจพระพุทธศาสนา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56589</URL_LINK>
                <HASHTAG>สภาผู้แทนราษฎร, อนุทิน ชาญวีรกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180511/image_big_5af4fe504cfd9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38021</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/06/2019 20:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/06/2019 20:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยุ่งแล้ว!หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยโวยลั่นกระทรวงมีไว้ให้คนเข้าไปทำงาน ไม่ใช่มีไว้ให้มาเที่ยวแลกไปมา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 มิ.ย.62 - นายอนุทิน ชาญวีรกูล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย หนึ่งในพรรคที่มีมติร่วมกับพรรคพลังประชารัฐเพื่อจัดตั้งรัฐบาล และเลือกพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก &amp;nbsp; Anutin Charnvirakul &amp;nbsp;ระบุว่า &amp;quot;กระทรวงมีไว้ให้คนเข้าไปทำงาน ไม่ใช่มีไว้ให้มาเที่ยวแลกไปมา จบข่าว !!!&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ยังโพสต์ในช่องแสดงความคิดเห็นว่า คมนาคม สาสุข ท่องเที่ยวครับ เปลี่ยนไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38021</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดตั้งรัฐบาล, ภูมิใจไทย, อนุทิน ชาญวีรกุล, เสี่ยหนู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190525/image_big_5ce8a406cbff8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37182</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่ร่วมรัฐบาลข้างน้อย ‘เสี่ยหนู’ยื่นเงื่อนไขต้องมีปชป./พปชร.ปัดแย่งรมว.เกษตรฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;วิษณุ&amp;quot; เผยกรอบเวลาเดิมที่คาดจะได้นายกฯ พ.ค.นี้อาจขยับออกไป &amp;quot;ประยุทธ์&amp;quot; โบ้ยตั้งรัฐบาลเป็นเรื่องพรรคการเมือง เป็นไปตามขั้นตอน ขอทุกฝ่ายคำนึงถึงบ้านเมืองก่อน แนะอ่าน &amp;quot;การเมืองเรื่องสรรพสัตว์&amp;quot; แกนนำ พปชร.ปัดไม่มีปัญหาภายในระบุต้องดูนโยบายก่อนแบ่งเค้ก รับเป็นอำนาจ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ดูเก้าอี้ รมต. หลังโหวตนายกฯ ปัดขู่ตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย-ยุบสภา แกนนำ ปชป.ลั่นต้องรับเงื่อนไขก่อนคุยกัน อบรมเจ้าบ่าวต้องอดทน ให้เกียรติ ดีลให้จบก่อนเลือกนายกฯ &amp;quot;อนุทิน&amp;quot; ประกาศชัดไม่ร่วมรัฐบาลเสียงข้างน้อย หาก ปชป.ไม่ร่วม ภท.ก็ไม่เอาด้วย &amp;nbsp;เตือนนายกฯ คนไหนกล้าพา ครม.เสียงข้างน้อยเข้าถวายสัตย์ฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 29 พฤษภาคม นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรอบเวลาที่จะได้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ ว่าจะล่าช้าไปกว่าที่ตนคาดคิด เพราะกระบวนการเลือกประธานและรองประธานสภาฯ ใช้เวลาถึง 2 วัน จึงเกิดปัญหา ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2551 ซึ่งนายชวน หลีกภัย ว่าที่ประธานสภาฯ จะแม่นในข้อบังคับนี้ &amp;nbsp;โดยตามกำหนดการจะโหวตเลือกนายกฯ จะต้องแจ้งสมาชิกรัฐสภาล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วัน และสามารถนัดประชุมในวันเสาร์-อาทิตย์ได้ แต่ก็เป็นห่วงว่าสัปดาห์นี้มีวันหยุดยาว สมาชิกอาจอยู่ต่างจังหวัดและเดินทางมาไม่ทันส่งผลต่อการแพ้ชนะโหวตได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมเห็นแล้วว่าเมื่อเปิดประชุมสภาแล้วจะใช้เวลาปุบปับ 2-3 ชั่วโมงเสร็จทันทีคงเป็นเรื่องยาก เพราะดูจากการประชุมสภาในรอบแรก ตามกรอบเวลาเดิมที่คาดว่าจะได้นายกฯ ภายใน พ.ค.นี้ อาจจะขยับออกไป แต่ไม่นาน ซึ่งในการเรียกประชุม ขึ้นอยู่กับประธานสภาฯ ผมไม่อยากก้าวล่วง&amp;quot; นายวิษณุกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวถึงกรณีการจัดตั้งรัฐบาลว่า เป็นเรื่องของพรรคการเมือง จึงขอให้รอความชัดเจน ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายและธรรมเนียมปฏิบัติ ส่วนตัวนายกฯเคารพกฎหมาย คะแนนเสียงของทุกพรรค และความต้องการของประชาชน ไม่ว่าใครจะมาเป็นนายกฯ ก็ต้องทำตามนโยบายของรัฐบาลที่มาจากการมีส่วนร่วมของทุกพรรคการเมือง นายกฯ หวังเพียงให้บ้านเมืองเดินต่อไปข้างหน้าได้อย่างต่อเนื่อง จึงอยากให้สังคมมองเรื่องของผลประโยชน์ประเทศชาติเป็นหลักด้วยความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เพราะขณะนี้เรากำลังเผชิญกับปัญหาท้าทายหลายอย่าง โดยไม่อยากให้โยงนายกฯ ไปเกี่ยวข้องกับเรื่องการเมืองของพรรค ดังนั้นหากเป็นเรื่องการเมือง ให้สอบถามกับพรรคการเมืองจะเหมาะสมกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วันนี้นายกฯ ยังคงทำงานตามปกติ โดยเฉพาะงานเอกสารที่มีเข้ามาให้พิจารณาทุกวัน และยังฝากแนะนำให้อ่านหนังสือ Animal Farm ฉบับภาษาไทย ซึ่งเป็นหนังสือน่าอ่านที่ให้ข้อคิดเกี่ยวกับการดำเนินชีวิตได้เป็นอย่างดี&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ สำหรับ Animal Farm หรือการเมืองเรื่องสรรพสัตว์ เป็นวรรณกรรมอมตะเชิงอุปมานิทัศน์ เขียนโดยจอร์จ ออร์เวลล์ ชาวอังกฤษ ตีพิมพ์ครั้งแรกในเดือนสิงหาคม พ.ศ.2488 สะท้อนถึงเหตุการณ์การปฏิวัติรัสเซียและการครองอำนาจของสตาลิน โดยใช้สัตว์เป็นตัวดำเนินเรื่องเพื่อเสียดสีการปกครองของสตาลิน เนื้อหาว่าด้วยเรื่องราวของสัตว์ในฟาร์มที่ปฏิวัติล้มล้างมนุษย์และยึดครองฟาร์มมาเป็นของสัตว์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานจากทำเนียบรัฐบาลระบุว่า ในวันที่ 30 พ.ค.นี้ เวลา 08.30 น. ทางกองพิธีการ ทำเนียบรัฐบาล จะมีการเรียกประชุมเตรียมความพร้อมรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมประมาณ 30 คน ที่ห้องประชุม 235 ตึกสำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ขณะที่ภารกิจนายกฯ ในวันดังกล่าว ยังคงไม่มีวาระงานหรือภารกิจอย่างเป็นทางการแต่อย่างใด ทั้งนี้มีรายงานจากคนในรัฐบาลระบุว่า รัฐบาลมีเวลานับจากนี้อีก 15 วัน ที่จะสะสางงานก่อนส่งมอบให้รัฐบาลใหม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับความเคลื่อนไหวการจัดตั้งรัฐบาล ภายหลังที่มีการเลื่อนประชุมร่วมระหว่าง ส.ส.และคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) ในเรื่องการพิจารณาการร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เมื่อวันที่ 28 พ.ค.ที่ผ่านมายังไม่ลงตัว&amp;nbsp;
พปชร.เดินหน้าต่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 12.00 น. ที่ทำการพรรค พปชร. นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค พร้อมด้วยนายสนธิรัตน์สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค ร่วมแถลงถึงความชัดเจนการเจรจากับพรรคการเมืองเพื่อจัดตั้งรัฐบาล โดยนายอุตตมกล่าวว่า พรรค พปชร.กำลังพูดคุยหารือกับพรรคการเมืองอื่นที่มีอุดมการณ์ร่วมกันในการร่วมจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งการดำเนินการมีหลักการใหญ่คือการให้ความสำคัญกับนโยบาย จากนั้นจึงแบ่งจัดสรรงานให้บุคลากรของแต่ละพรรคการเมือง ต้องมีการเจรจาตกลงร่วมกัน เหมือนกับที่ไปเชิญพรรค ปชป.และพรรคภาคภูมิใจไทย (ภท.) มาร่วมรัฐบาล ซึ่งทั้งสองพรรคเห็นชอบในหลักการเบื้องต้นของเรา จากนั้นจะไปตกลงในรายละเอียดจัดสรรแบ่งกระทรวง หลังจากนี้ พปชร.จะเดินทางไปเชิญพรรคการเมืองอื่นอย่างเป็นทางการในเร็วๆ นี้ต่อไป จากนั้น พปชร.จะรับข้อเสนอต่างๆ ที่เจรจากับพรรคอื่นมาหารือภายในพรรค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยืนยันว่าพรรคยังเดินหน้ารวมเสียงจัดตั้งรัฐบาลต่อไปโดยไม่หยุด โดยยึดประโยชน์ของบ้านเมืองเป็นหลัก มากกว่าการต่อรองทางการเมืองหรือแบ่งเค้กกัน เชื่อว่าจะแล้วเสร็จตามกรอบที่กำหนด เพราะการเจรจาไม่ได้มีปัญหาอะไรทั้งสิ้น&amp;quot; นายอุตตมกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่ ปชป.ยังไม่ตอบรับเข้าร่วมรัฐบาล เป็นเพราะยังไม่มีความชัดเจนเรื่องการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรี โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรฯ กลับคืน นายอุตตมกล่าวว่า การหารือกับ ปชป.เมื่อวันที่ 27 พ.ค.ที่ผ่านมา เป็นการพูดคุยในหลักการเบื้องต้นยังไม่ลงรายละเอียด ใครจะดูแลกระทรวงใดจนถึงเวลานี้ก็ยังเจรจากันอยู่ ส่วนที่มีกระแสข่าวว่า พปชร.มีปัญหาขัดแย้งภายในพรรคไม่เป็นความจริง เราไม่มีปัญหา กระทรวงเกษตรฯ จะเป็นของพรรคใด รวมทั้งกระทรวงอื่นๆ ด้วย ต้องมาพูดคุยกัน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ยังไม่สามารถสรุปได้เนื่องจาก พล.อ.ประยุทธ์จะพิจารณารายชื่อรัฐมนตรีด้วยตัวเอง นายอุตตมกล่าวว่า การดำเนินการต่างๆ เป็นเรื่องของพรรค ตอนนี้ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้เข้ามาเกี่ยวข้อง ส่วนตำแหน่งในรัฐบาลใหม่พรรคจะเป็นผู้ดำเนิน วันนี้เป็นเรื่องของพรรคการเมืองพูดคุยกัน แต่เมื่อเลือกนายกฯแล้ว นายกฯ มีอำนาจทางกฎหมายที่จะพิจารณาจัดตั้งรัฐมนตรี เชื่อว่าประเด็นนี้จะไม่ทำให้พรรคร่วมไม่สบายใจ เพราะคนเป็นนายกฯ มีหน้าที่จัดตั้งรัฐบาล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อข้อถามว่า เวลานี้ยังมีความจำเป็นที่จะให้เสียง ส.ว.มาช่วยโหวตเลือกนายกฯ อยู่หรือไม่ นายอุตตมกล่าวว่า อย่าเพิ่งคาดการณ์ เพราะเป็นเรื่องของพรรคเรากำลังพูดคุยกับพรรคร่วมเพื่อจัดตั้งรัฐบาล และจะทำให้ดีที่สุด ซึ่งจะใช้ระยะเวลาซักระยะ ส่วนกระแสข่าวว่า พปชร.จะต่อรองให้พรรคร่วมโหวตเลือกนายกฯ ก่อนถึงจะมาตกลงเรื่องตำแหน่งรัฐมนตรี ไม่มีเรื่องเช่นนั้น แต่ยืนยันว่าพรรคจะเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ แน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าหาก ปชป.ไม่ตอบรับร่วมรัฐบาลจะทำอย่างไร หัวหน้าพรรค พปชร.กล่าวว่า อย่าเพิ่งคาดการณ์หรือแสดงเงื่อนไขมากเกินไป เพราะกระบวนการเจรจายังเดินอยู่ เชื่อว่าสุดท้ายจะมีข้อยุติ เรายังมั่นใจว่าจะจัดตั้งรัฐบาลได้เห็นได้จากการเลือกประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ ส่วนที่มีข้อสังเกตว่าหาก พปชร.ต้องเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย และจะรอให้โหวตนายกฯ ผ่านไปก่อนจะมีการยุบสภาในภายหลัง เรายังไม่บอกถึงขั้นนั้น แต่จะทำอย่างเต็มที่ เชื่อว่าทุกอย่างจะเดินหน้าไปด้วยดี เรื่องนี้อาจเป็นมุมมองผ่านการวิเคราะห์ของนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ &amp;nbsp;รองหัวหน้าพรรค แต่ไม่ได้หมายความว่า พปชร.จะทำ
ปัดตั้ง รบ.ข้างน้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสนธิรัตน์ กล่าวถึงเงื่อนไขของ ปชป.ที่ให้แก้ไขรัฐธรรมนูญว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นสิ่งที่ปชป.ได้นำมาพูดคุยกับเรา พปชร.ก็รับข้อเสนอของพรรคร่วมว่ามีความคิดเห็นอย่างไร และไม่ต้องเป็นกังวลกับความเป็นเอกภาพของ พปชร. การที่พรรคมีบุคลากรหลากหลาย และมีสมาชิกค่อนข้างมาก ก็เป็นธรรมดาที่มีการพูดคุยกัน ขอให้สบายใจในความเป็นเอกภาพของพรรค การตัดสินใจทั้งหมดในทางการเมืองจะเป็นการตัดสินใจในระบบพรรค โดยมี กก.บห.และมีหัวหน้าพรรคในการนำเจรจากับพรรคการเมืองต่างๆ เพื่อจัดตั้งรัฐบาล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในเรื่องของกระทรวงต่างๆ เป็นเพียงแนวทางการหารือ เป้าหมายของ พปชร.ในฐานะพรรคแกนนำเราต้องการพาประเทศไปข้างหน้า มากกว่าการดูว่ากระทรวงจะเป็นของใครก่อน ช่วงนี้เป็นช่วงที่กำลังรวบรวมนโยบายของพรรคร่วมทั้งหมดที่ได้หาเสียงไว้แล้วถึงจะดำเนินการไปสู่ขั้นตอนการหารือในส่วนของกระทรวง เราดำเนินการอยู่ในขั้นตอนของการพูดคุยเรื่องนโยบายของแต่ละพรรคเท่านั้นเอง และยังมีเวลาในการดำเนินการ&amp;quot; นายสนธิรัตน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รองหัวหน้า พปชร.ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กชี้ แจงถึงการให้สัมภาษณ์เมื่อค่ำวันอังคารที่ผ่านมา มีใจความหลักดังนี้ 1.เราผ่านขั้นตอนการเลือกประธานสภามาเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการเลือกนายกฯ 2.พปชร.ไปเชิญและเราให้เกียรติทุกพรรคการเมืองที่เราไปเชิญมาร่วมบริหารรัฐบาล ตอนนี้ยังอยู่ในช่วงการปรึกษาหารือกัน เพราะแต่ละพรรคก็มีความประสงค์จะผลักดันนโยบายที่เคยให้ไว้ต่อประชาชน 3.ผมมั่นใจว่าน่าจะมีการปรึกษาหารือและแนวทางทำงานร่วมกันได้ก่อนการเลือกนายกฯ 4.โดยที่คุณสันติสุขได้ถามช่วงท้ายรายการถึงสถานการณ์ที่เลวร้าย หากหาแนวทางทำงานกันไม่ลงตัว แม้ได้นายกฯ แล้ว และนายกฯ ตัดสินใจยุบสภา เป็นไปได้ไหมครับ ผมตอบว่า &amp;ldquo;ผมไม่อยากให้สถานการณ์ไปถึงจุดตรงนั้น เพราะประชาชนได้มาลงคะแนนเสียงเลือกตั้งอย่างท่วมท้น ไม่อยากให้การเดินไปข้างหน้าสะดุด แต่หากเป็นความจำเป็นก็เป็นดุลยพินิจของท่านนายกรัฐมนตรี&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษก พปชร. เปิดเผยว่า วันที่ 30 พ.ค. เวลา 10.00 น. พปชร.นำโดยนายอุตตม นายสนธิรัตน์ และแกนนำพรรค จะเดินทางไปส่งเทียบเชิญพรรคชาติไทยพัฒนาเข้าร่วมรัฐบาลอย่างเป็นทางการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ทำการพรรค ปชป. บรรยากาศยังเงียบเหงา มีเพียงแกนนำบางส่วนเดินทางเข้าพรรคตามปกติ เช่น นายชวน หลีกภัย ว่าที่ประธานสภาฯ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรค, นายชำนิ ศักดิเศรษฐ์, นายสาธิต ปิตุเตชะ ซึ่งเป็นกลุ่มที่เดินทางเข้าพรรคเป็นประจำอยู่แล้ว ส่วน ส.ส.และ กก.บห.คนอื่นๆ ไม่ได้เดินทางเข้ามาที่ทำการพรรค เพราะยังไม่มีความชัดเจนว่าจะมีการประชุมร่วมระหว่าง กก.บห.และ ส.ส. เมื่อไหร่&amp;nbsp;
รับเงื่อนไขก่อนเจรจา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้า ปชป.กล่าวว่า ปชป.ได้เสนอแนวทางในการทำงานร่วมกันคือแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย ต้องนำนโยบายแก้จน สร้างคน สร้างชาติ รวมถึงการประกันรายได้พืชผลทางการเกษตร ต้องเป็นส่วนหนึ่งในนโยบายรัฐบาล หากพรรคแกนนำรับเงื่อนไขนี้ได้ค่อยมาคุยกันในรายละเอียดในเรื่องการจัดสรรตำแหน่ง ดังนั้นคนที่เป็นแกนหลักต้องพิจารณาจะทำอย่างไรให้ได้สมบูรณ์ทั้งหมด ไม่ใช่ได้แค่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ฉะนั้นคนที่เป็นแกนหลักต้องมีความอดทน ประสาน เจรจาโดยต้องรู้ว่าจุดไหนที่จะทำให้เดินหน้าต่อไปได้ ที่สำคัญคือต้องให้เกียรติกันและกัน และพูดจากันด้วยเหตุผล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีที่นายอุตตมแถลงว่าจะให้มีการเลือกนายกฯ ก่อนค่อยจัดสรรตำแหน่งทีหลังนั้น นายนิพนธ์ กล่าวว่า เป็นดุลยพินิจของ พปชร.ที่จะตัดสินใจ หากต้องการเดินแบบนี้ก็เป็นสิทธิ เพราะมีเสียง ส.ว. 250 เสียงสนับสนุนอยู่แล้ว ส่วน ปชป.จะตัดสินใจอย่างไรต้องหารือกันในที่ประชุมร่วมระหว่าง กก.บห.และ ส.ส.ขณะนี้ยังไม่กำหนดว่าจะประชุมเมื่อไหร่ ที่ผ่านมาการจัดตั้งรัฐบาลจะดีลทุกอย่างให้จบก่อนแล้วค่อยเลือกนายกฯ ซึ่งจะทำให้การตัดสินใจเป็นไปพร้อมกันทีเดียว คิดว่าเจ้าของบ้านต้องมีความอดทนในการเชิญแขก แต่ทั้งหมดก็เป็นเรื่องภายในที่ พปชร.ต้องไปจัดการ ตนยังคิดว่าขณะนี้ยังเจรจากันต่อได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หากไม่ได้ตำแหน่ง รมว.เกษตรฯ แล้วจะสามารถผลักดันนโยบายของ ปชป.ได้หรือไม่ นายนิพนธ์กล่าวว่า ต้องพิจารณาถึงกลไกในการแก้ปัญหาว่าเมื่อเรากำหนดเรื่องการแก้ปัญหาพืชผลการเกษตร ต้องใช้เครื่องมือบริหารอย่างไร ซึ่งต้องพูดคุยกันสิ่งที่ควรชัดเจนก่อนคือใน พปชร. ใครคือบุคคลที่มีอำนาจในการเจรจา เรื่องนี้จะต้องนิ่ง และเป็นเอกภาพก่อน เพราะขณะนี้พรรคการเมืองที่จะไปร่วมก็ไม่ทราบว่าพูดจากับใคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้า ปชป. กล่าวถึงกรณีที่ พปชร.ยืนยันว่ายังสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ ต่อ ว่ายอมรับว่าเสียงในที่ประชุมร่วมของ ส.ส.กับ กก.บห.มีความหลากหลาย จึงต้องหารือกันอีกครั้ง แต่การมองว่าควรจะสนับสนุนใครเป็นนายกฯนั้น ขณะนี้ยังมีเวลาในการถกเถียงและหารือกัน จนกว่าจะมีการโหวตเลือกนายกฯ ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นช่วงต้นเดือน มิ.ย.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช ปชป. กล่าวว่า สาเหตุที่ยังไม่จบ เพราะเกิดจากปัญหาภายใน พปชร.ที่มีหลายก๊วนหลายก๊ก และมีการต่อรองตำแหน่งกัน แล้วก็มากระทบกับ ปชป. เมื่อ 28 พ.ค. พรรคได้นัดหมายที่จะประชุม กก.บห. และ ส.ส.ทางเลขาธิการพรรคเป็นผู้ไปเจรจา แต่เมื่อถึงเวลาเลขาฯ ไม่ได้เข้ามาประชุม ทางพรรคก็เลยไม่มีข้อมูลการเจรจาว่าเป็นอย่างไร จึงต้องเลื่อนออกไปโดยปริยายแบบไม่มีกำหนด แต่กลายเป็นวันเราถูกสังคมต่อว่าเล่นตัว ต่อรอง กลายเป็นจำเลยของสังคมทั้งที่ต้นเหตุเกิดจาก พปชร.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;จุดหลักตอนนี้คือพรรค พปชร. ซึ่งเป็นพรรคแกนนำจะต้องมีความชัดเจน และต้องนิ่งก่อนว่าจะเอาอย่างไร จากนั้นค่อยมาคุยกับพรรคร่วมเพื่อให้เขานำข้อมูลไปพิจารณา ไม่ใช่ว่าพรรคแกนนำไม่นิ่ง ยังฝุ่นตลบอยู่เลย แล้วจะให้พรรคร่วมพิจารณาได้อย่างไร&amp;rdquo;นายเทพไทกล่าว
ไม่ร่วมรบ.เสียงข้างน้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ถ้านายกฯ ขอเซ็นเซอร์รายชื่อรัฐมนตรีของพรรคร่วมจะทำอย่างไร นายเทพไทกล่าวว่า ทางปฏิบัตินั้น เขาก็ต้องหารือร่วมกันอยู่แล้ว แต่ไม่ควรแสดงท่าทีที่ชัดเจนในทางสาธารณะแบบนี้ เพราะถือว่าไม่เหมาะสม เวลาเขาจะจัดใครร่วมรัฐบาลนั้น ก็ต้องพิจารณากันแล้ว ทั้งองค์ประกอบ ข้อจำกัด และคัดเลือกคนที่ดีที่สุด เป็นที่ยอมรับของคนในพรรคมากที่สุดอยู่แล้ว ไม่มีใครรู้ดีว่าใครเหมาะสมกับตำแหน่งไหนเท่ากับคนในพรรค การที่นายกฯ พูดแบบนี้ เหมือนไม่ให้เกียรติกับพรรคร่วมรัฐบาล และไม่ให้เกียรติกับคนที่ไปเป็นรัฐมนตรี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ภท.กล่าวในรายการเจาะลึกข่าวร้อนช่อง TNN 16 ว่า เงื่อนไขที่ตนตั้งไว้คือจะไม่ยอมให้ ส.ว. 250 คนซึ่งไม่ได้มาจากการเลือกตั้งโดยประชาชนมากำหนดว่าใครจะเป็นนายกฯ ของประเทศไทย ซึ่งถึงวันนี้ตนก็ยังไม่ได้ทำผิดสัญญา หากพรรคประชาธิปัตย์ไม่มาร่วมพรรคภูมิใจไทยก็ร่วมไม่ได้ เพราะก่อนจะไปโหวตนายกฯ ก็ต้องแถลงกันก่อน อันนี้ก็เป็นหนึ่งในเงื่อนไขก่อนจะไปโหวตนายกฯ พรรคแกนนำจะต้องนำพรรคที่จะเป็นพรรคร่วมรัฐบาลมาแถลงร่วมกันก่อนว่าเราได้พูดคุยกันเรียบร้อยแล้ว มีเสียงจำนวนสมาชิกเพียงพอต่อการจัดตั้งรัฐบาลแล้ว และจะต้องเป็นเสียงข้างมากซึ่งจะทำให้รัฐบาลมีเสถียรภาพ ถ้าอย่างนั้นผมไป แต่ผมก็หวังว่าท่านณัฏฐพลไม่ได้ให้สัมภาษณ์จริงนะ ที่บอกว่าพร้อมจะเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย เพราะถ้าไม่รวมประชาธิปัตย์แล้วก็ยังมีเสียง ส.ว.อยู่ อันนั้นต้องลบผมออกไปด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทินกล่าวย้ำว่า หากตนไปร่วมรัฐบาลเสียงข้างน้อย ก็จะถือว่าตนทำผิดคำพูด ตอนนี้ไม่มีพรรคประชาธิปัตย์ ปีกพรรคพลังประชารัฐจะมี 188 เสียง รวมพรรคตนด้วย ไปรวมกับ ส.ว. 250 เสียง แม้จะสามารถเป็นรัฐบาลได้ แต่ก็ถือว่าผิด และหากไม่มีพรรคตน พรรคพลังประชารัฐก็สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ต่ำกว่า 250 ไปไม่ได้ผิดหลักการ เรามีรัฐบาลที่ไม่มีเสถียรภาพไม่ได้ ประเทศไทยไม่เคยมีรัฐบาลเสียงข้างน้อยแม้แต่ครั้งเดียว รัฐบาลต้องเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ฯ นายกฯ คนไหนจะกล้าพาคณะรัฐมนตรีที่มีเสียงข้างน้อยเข้าไปถวายสัตย์ฯ และสุดท้ายก็ต้องจบด้วยการยุบสภา มันจะมีปัญหาอื่นๆ มากมายเต็มไปหมด&amp;rdquo; นายอนุทินกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) เปิดเผยว่า ตามที่ พปชร.ระบุว่าวันที่ 30 พ.ค. เวลา 10.00 น. แกนนำ พปชร.จะเดินทางไปส่งเทียบเชิญ ชทพ.เข้าร่วมรัฐบาลอย่างเป็นทางการนั้น ได้มีการประสานมาที่นายวราวุธ ศิลปอาชา ส.ส. บัญชีรายชื่อ ในฐานะแกนนำพรรค ชทพ. และที่พรรคว่าจะมาหารือเรื่องการเชิญไปร่วมรัฐบาล ซึ่งทาง ชทพ.ก็ยินดีที่จะพูดคุยด้วย โดยเฉพาะในเรื่องนโยบาย ทาง ชทพ.ก็เตรียมหารือด้วย เวลา 10.00 น. โดยนางสาวกัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรค, นายประภัตร โพธสุธน เลขาธิการพรรค, นายวราวุธ ประธานนโยบายและยุทธศาสตร์พรรค, นายธีระ วงศ์สมุทร ประธานคณะกรรมการดำเนินกิจกรรมของพรรค และตน จะเข้าร่วมหารือ แล้วผลการหารือจะเป็นประการใดจะได้แถลงข่าวให้ทราบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) กล่าวว่า พรรคที่เป็นแกนนำจะต้องมีความกล้าหาญ เด็ดเดี่ยว และเด็ดขาดมากกว่านี้ และใช้จุดแข็งของตัวเองให้เป็นประโยชน์ในการต่อรอง ส.ว.มีอิสระในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี บนพื้นฐานของประโยชน์สูงสุดของชาติและประชาชน ซึ่งในการโหวตเลือกนายกฯ นี้ ส.ว.ก็ต้องตัดสินใจคิดกันเองให้ดี เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดของชาติบ้านเมืองดังกล่าว
เข็น&amp;quot;พ่อฟ้า&amp;quot;ชิงนายกฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย(พท.) โพสต์เฟซบุ๊กว่า ถึงวันนี้เชื่อว่าทุกฝ่ายคงได้ประจักษ์ถึงความบิดเบี้ยวที่พิสดารของรัฐธรรมนูญปี 2560 ซึ่งเป็นผลงานของ คสช. และพวกที่ออกแบบมาเพื่อหวังการสืบทอดอำนาจ &amp;nbsp;วันนี้มีข่าวว่าหากการร่วมจัดตั้งรัฐบาลไม่สำเร็จถึงขั้นมีการกล่าวอ้างอาจจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยแล้วจะยุบสภา สะท้อนให้เห็นว่ การต่อรองทางการเมืองนับวันจะเป็นปัญหาที่ไม่มีวันจบสิ้นลงง่ายๆ ทำให้ปัญหาของประเทศและประชาชนที่เดือดร้อนที่กำลังต้องการการแก้ไข กลับต้องสะดุดเพราะความพยายามของพลังประชารัฐที่จะให้อดีตนายกฯ ทำหน้าที่ต่อ อยากเรียกร้องให้พรรคการเมืองทุกพรรคที่เคยได้รับผลกระทบจากกติกาของผู้มีอำนาจมาร่วมผนึกกำลังกันเพื่อต่อรองผลประโยชน์ให้กับประชาชนถึงวันนี้ก็ยังไม่สาย จนถึงวันนี้ หากพรรคใดจะเปลี่ยนใจก็ยังไม่สายเกินไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พท. &amp;nbsp;กล่าวว่า การที่นายณัฏฐพลออกมาขู่ว่าจะยุบสภาเพื่อให้เลือกตั้งใหม่แล้วจะตอบประชาชนในเรื่องงบประมาณ 6 พันล้านบาทที่ใช้ในการจัดการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มีนาคมอย่างไร หรือจะตอบว่าเพราะพล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้เป็นนายกฯ จึงต้องยุบสภาใช่หรือไม่ การจะยุบสภาต้องมีเหตุผล กล้าพูดเลยว่าในการทางการเมืองไม่มีใครกลัวใครหรอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยยังไม่มีข้อสรุปเรื่องการเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ ในส่วนของพรรคเพื่อไทย ขณะนี้แกนนำของพรรคอยู่ระหว่างหารือกับ 7 พรรคฝ่ายประชาธิปไตย โดยจะนำสถานการณ์ทางการเมืองซึ่งเปลี่ยนแปลงทุกวันมาประกอบการพิจารณาอย่างรอบด้าน เมื่อได้หารือทั้ง 7 พรรคแล้วได้ข้อสรุปว่าจะเสนอชื่อใครจะได้แถลงให้ทราบต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ในการประชุม 7 พรรคการเมือง ที่ประชุมไปเมื่อวันที่ 27 พ.ค. ที่มีตัวแทนระดับแกนนำทุกพรรคไปร่วมหารือ ได้พูดคุยถึงการเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ ของฝ่ายประชาธิปไตยที่มี 7 พรรคการเมืองได้ร่วมลงสัตยาบันไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ได้เสนอว่าทั้ง 7 พรรคควรเสนอชื่อคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทยต่อที่ประชุมรัฐสภา แต่คุณหญิงสุดารัตน์ปฏิเสธ พร้อมกับเสนอว่าควรเป็นนายธนาธร ตามที่นายธนาธรได้ประกาศไปก่อนหน้านี้ ซึ่งนายธนาธรไม่ได้ปฏิเสธ ในเบื้องต้นที่ประชุมได้เห็นพ้องกันว่าควรเสนอชื่อนายธนาธร แต่มีการตั้งข้อสังเกตในข้อกฎหมายว่าการที่นายธนาธรถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ส.ส. จะกระทบกับการเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกฯหรือไม่ จึงได้มอบให้ 2 พรรคใหญ่คือเพื่อไทยและอนาคตใหม่ร่วมกันหารือในเรื่องนี้ ได้ข้อสรุปเช่นใดให้แจ้งกลับมายัง 7 พรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงาน กกต. น.ส.จิตภัสร์ กฤดากร หรือตั๊น ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เข้ารับหนังสือรับรองจาก กกต.เพื่อนำไปรายงานตัวต่อสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร โดย น.ส.จิตภัสร์กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ได้มอบคะแนนให้กับทางพรรคประชาธิปัตย์ในครั้งนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกัน น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี หรือมาดามเดียร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐ ได้เดินทางมารับหนังสือรับรอง ส.ส. เพื่อไปรายงานตัวที่สภา &amp;nbsp; พร้อมกล่าวว่า รู้สึกดีใจ และตั้งใจว่าในการเข้ามาทำหน้าที่ ส.ส.ครั้งแรก ในฐานะตัวแทนของพี่น้องประชาชน จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ น.ส.ศรีนวล บุญลือ ส.ส.เขต 8 พรรคอนาคตใหม่ เดินทางเข้ารับหนังสือรับรองจาก กกต. เพื่อนำไปรายงานตัวต่อสำนักเลขาธิการสภาฯ เช่นกัน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น น.ส.จิตภัสร์และ น.ส.ศรีนวล เข้ารายงานตัวที่อาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ถ.เกียกกาย ในส่วนของน.ส.วทันยา ยังไม่ได้เดินทางมารายงานตัว ทำให้ขณะนี้มี ส.ส.เข้ารายงานตัวแล้ว 499 คน.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37182</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอทุกฝ่ายคำนึงถึงบ้านเมืองก่อน, ขู่ตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย-ยุบสภา, นายวิษณุ เครืองาม, ปชป.ลั่นต้องรับเงื่อนไข, พปชร., หนังสือพิมพ์, อนุทิน ชาญวีรกุล, ไม่ร่วมรัฐบาลข้างน้อย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190529/image_big_5cee9f117ba83.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
