<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>59087</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/03/2020 14:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/03/2020 14:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อนุทิน&#039; ย้ำนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศต้องถูกกักตัว​ 14​ วันก่อนเที่ยว​ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 มี.ค.63 - &amp;nbsp;เวลา​ 12.30 น.​ ที่กระทรวงสาธารณสุข​ นายอนุทิน​ ชาญวีรกูล​ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข​ กล่าวถึงการเฝ้าระวังการระบาดของโรคโควิด-19​ ว่า ยอมรับว่าทุกคนมีความกังวล แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานที่ให้เราสามารถทำงานได้ การควบคุมโรคของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทุกด่านตรวจ ถือว่าทำได้ไม่เลว &amp;nbsp;​ประเทศไทยเคยมีผู้ติดเชื้ออันดับ​ 2 ของโลก​ ปัจจุบัน​บันเราอยู่ในลำดับที่​ 25​ มีผู้ป่วยรวม​ 50​ ราย​ รักษาหายกลับได้กว่า​ 70​ เปอร์เซ็นต์​&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนใหญ่เรารักษาให้หายแทบทุกราย​ กรณีเสียชีวิต​ 1 ราย​ แม้เป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากให้เกิด​ แต่ก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้​ถ้าพูดให้เกิดความมั่นใจ​คือผลจากการทำงานหนักของสาธารณสุขสะท้อนให้เห็นว่า เราสามารถควบคุมโรคได้​ ประเทศอื่นมีคนป่วยเป็นหมื่น​เป็นพันราย​ แต่ไทยรักษาและควบคุมได้​ ดังนั้นความกังวลต่างๆจึงต้องอยู่บนพื้นฐานข้อเท็จจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุทิน กล่าวว่าส่วนมาตรการควบคุมโรคของคนไทยที่กลับมาจากประเทศเกาหลีใต้​นั้น​ รัฐบาลได้สั่งการให้กักกันตัวกลุ่มแรงงานนอกระบบจากประเทศเกาหลีใต้​ โดยผู้ที่มาจากเมืองแทกู​ และคย็องซัง​ ต้องอยู่ในสถานที่กักกันโรคที่รัฐจัดให้​ ขณะที่มาจากเมืองอื่นๆ​ของเกาหลีใต้​ จะส่งไปควบคุมในพื้นที่ตามภูมิลำเนาของบุคคลนั้นๆ​ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัด​ จะเป็นผู้จัดเตรียมสถานที่​ และมาตรการดูแลเป็นเวลา​ 14​ วันตามมาตรฐานกรมควบคุมโรค​ ส่วนผู้ที่เดินมาจากประเทศสุ่มเสี่ยงอื่นๆจะดำเนินดารตามดุลยพินิจของแพทย์​ ตนจะไปพูดแทนหมอ หรือจะสั่งหมอให้รักษาอย่างไรนั้นไม่ได้​ ดังนั้นจึงไม่สามารถก้าวกายเทคนิคทางการแพทย์ไม่ได้​ ตนเป็นผู้สนับสนุนแพทย์​ ไม่ว่าจะเป็นวิธีการใดๆตนสนับสนุนทั้งสิ้น​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมไม่สามารถเอา คอตตอนบัต ไปเช็กตรวจสารคัดหลั่งได้​ สิ่งที่ผมทำได้คือขอสนับสนุนงบประมาณจากนายกรัฐมนตรี​ หรือกรณีขาดยาก็ขอให้นายกฯไปหาคอนเน็กชั่นพูดคุยกับประเทศต่างๆ​ ขอให้เขาส่งยามาให้ไทย​ ส่วนผู้ที่เดินทางมาจากประเทศเกาหลีใต้​ พวกเขาอยู่ในข่ายการเฝ้าระวังไม่ใช่อาชญากร​ไม่ได้ทำผิดกฎหมาย แต่คือประชาชนที่อยู่ภายใต้สถานการที่ต้องเฝ้าระวัง​ เขาเดินทางมาจากสถานที่ที่มีการระบาดอย่างรุนแรง​ เราจึงต้องปฏิบัติตามหลักมนุษยธรรม​ เคารพสิทธิในฐานะที่เขาเป็นคนที่คนหนึ่ง​ ในส่วนของนักท่องเที่ยว​ที่เดินทางมาจากกลุ่มประเทศเสี่ยง​ ต้องแสดงใบรับรองแพทย์และใบจองโรคแรมกรณีจะมาเที่ยว​ 7​ วันก็ต้องเสียค่าโรงแรม​ 21 ​วัน​ เพราะต้องกักกันโรคภายในโรคแรมเป็นเวลา​ 14​ วัน​ ห้ามออกจากสถานที่เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากกรมควบคุมโรค​ ไม่ใช่เรื่องที่อยากจะเดินไปไหนก็ได้​ เช่นเดียวกับนักธุรกิจหรือคนไทยที่ไปดูงานในต่างประเทศที่ต้องถูกกักตัวเป็นเวลา​ 14 ​วัน ตามมาตรฐาน​ กรณีที่ไม่ใช่เป็นการขอความร่วมมือ​ แต่เป็นกฎหมาย​ บอกให้ชัดถ้าอยากจะไปเที่ยวก็มา&amp;quot; นายอนุทิน​ ระบุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59087</URL_LINK>
                <HASHTAG>อนุทิน​ ชาญวีรกูล​</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200307/image_big_5e6347e5b2ad1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48260</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยิงถล่มผู้ช่วยส.ส. ปมขัดแย้งรับเหมา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดับผู้ช่วย ส.ส.พัทลุงพรรคภูมิใจไทย มือปืนยิงถล่มด้วยเอ็ม 16-อาก้าร่างพรุน ขณะขับรถกลับจากไซต์งานรับเหมาขุดลอกคูคลอง เผยเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงด้านธุรกิจโดยมีพี่น้องยึดครองการเมืองท้องถิ่น ตำรวจฟันธงปมขัดแย้งธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง น้องชายก็มั่นใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 17 ตุลาคมนี้ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวว่า กรณีนายสุนทร เรืองแก้ว ผู้ช่วย ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงเสียชีวิตบนถนนสายหัวถนนท่านช่วย-ทุ่งนาชี หมู่ที่ 6 ต.นาท่อม อ.เมือง จ.พัทลุง ว่า ขณะนี้ พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภ.9 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันลงไปทำการตรวจสถานที่เกิดเหตุ เพื่อเก็บรวบรวมพยานหลักฐานโดยละเอียดอีกครั้ง ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนได้ลงพื้นที่หาเบาะแสเพื่อตรวจสอบหาข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในบริเวณที่เกิดเหตุ ตรวจสอบการใช้โทรศัพท์ของผู้เสียชีวิต รวบรวมพยานหลักฐาน และจะมีการสอบปากคำพยาน รวมทั้งญาติที่เกี่ยวข้อง โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการพิสูจน์ทราบสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ฟันธงไปที่ประเด็นใด และยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้งไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะกล่าวว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้สั่งการให้เร่งสืบสวนสอบสวนและติดตามผลการชันสูตรให้ได้โดยเร็ว เพื่อพิสูจน์ทราบถึงสาเหตุการตายที่แท้จริง และสร้างความกระจ่างให้แก่ญาติและประชาชนโดยเร็ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้ เหตุเกิดเมื่อค่ำวันที่ 16 ต.ค.ที่ผ่านมา คนร้ายดักยิงนายสุนทร เรืองแก้ว บนถนนสายหัวถนนท่านช่วย-ทุ่งนาชี ท้องที่หมู่ 6 ต.นาท่อม อ.เมือง จ.พัทลุง ต่อมา ร.ต.อ.เอก เต็มพุฒิ ร้อยเวร สภ.โคกชะงาย พร้อมเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานไปตรวจสอบ พบรถมิตซูบิชิ ปาเจโร่ สีดำ หมายเลขทะเบียน กก 1999 พัทลุง จอดอยู่ในสวนยางพารา สภาพมีร่องรอยกระสุนฝั่งประตูด้านคนขับ กระจกด้านหน้ารถแตกละเอียด ตัวรถพังเสียหายจากการเฉี่ยวชนต้นไม้ข้างทาง ภายในรถพบนายสุนทร เรืองแก้ว อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 113 ต.ชุมพล อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง เป็นผู้ช่วยของนายฉลอง เทอดวีระพงศ์ ส.ส.พัทลุง เขต 2 พรรคภูมิใจไทย และเป็นนักธุรกิจรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ในพื้นที่ จ.พัทลุง บริษัท เรืองแก้วการโยธา จำกัด สภาพศพมีบาดแผลถูกยิงเข้าที่ลำตัวหลายนัด โดยมีปลอกกระสุนปืนเอ็ม 16 และกระสุนปืนอาก้าตกอยู่บนถนน รวม 15 นัด จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ นายสุนทรขับรถออกจากไซต์งานรับเหมาขุดลอกในพื้นที่ไม่ไกลจากจุดเกิดเหตุ และกำลังขับรถกลับบ้านพักในพื้นที่ อ.ศรีนครินทร์ เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุได้มีรถเก๋งสีบรอนซ์ ไม่ทราบป้ายทะเบียนและยี่ห้อ ขับไล่ยิงรถของนายสุนทร ขณะที่นายสุนทรพยายามเร่งเครื่องหลบหนี แต่ก็ไม่รอด ถูกยิงเข้าที่ลำตัว ทำให้รถเสียหลักพุ่งข้ามเลนไปชนต้นไม้ ก่อนจะพุ่งลงไปในสวนยางพาราข้างทาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ได้ข้อมูลด้วยว่า นายสุนทรเป็นน้องชายของนายถาวร เรืองแก้ว กำนันตำบลอ่างทอง อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง น้องชายคนหนึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้าน และน้องชายอีกคนเป็นสมาชิกสภาเทศบาลตำบลโคกชะงาย ส่วนสาเหตุการสังหารยังอยู่ระหว่างสอบสวน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้มุ่งไปที่ประเด็นขัดแย้งผลประโยชน์รับเหมาก่อสร้าง เนื่องจากในพื้นที่ จ.พัทลุง โดยเฉพาะโครงการขนาดใหญ่มีการยื่นซองประมูล และตัดราคาเพื่อให้ได้รับงานก่อสร้างอยู่เป็นประจำ อีกทั้งนายสุนทรเป็นผู้รับเหมาที่กลายเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงหลังเข้ามาเป็นผู้ช่วย ส.ส.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประเทือง เรืองแก้ว อายุ 47 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ต.อ่างทอง อ.ศรีนครินทร์ กล่าวว่า สาเหตุการดักยิงนายสุนทรพี่ชายน่าจะมาจากเรื่องธุรกิจรับเหมาก่อสร้างอย่างแน่นอน เพราะพี่ชายไม่เคยมีเรื่องขัดแย้งอะไรกับใคร นอกจากเรื่องธุรกิจรับเหมาที่ทำอยู่ ก่อนหน้านี้หลังจากที่รัฐมนตรีหลายคนมาในพื้นที่ จ.พัทลุง ทำให้คู่แข่งอาจเกิดความไม่พอใจ เพราะหวั่นเกรงว่าต่อไปโครงการต่างๆ ที่รัฐมนตรีอนุมัติ พี่ชายของตนจะดำเนินการก่อสร้างเพียงคนเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทิน​ ชาญวีรกูล​ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข​ ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย​ (ภท.)​ กล่าวว่า ประเด็นการสังหารนายสุนทรจะเกี่ยวกับการเมืองหรือไม่ต้องถามนายฉลอง เทอดวีระพงศ์ ส.ส.พัทลุง​ พรรคภูมิใจไทย ​ แต่ตนหวังว่าจะไม่ใช่​ เพราะการเมืองไม่ฆ่ากันตายอย่างนี้หรอก​ ยังไม่เคยเห็น ถ้าทำถึงขนาดนี้ก็แย่เต็มที ถ้าเล่นกันแบบนี้มันก็ไม่จบ อย่างไรก็ตาม จะได้โทรศัพท์ไปสอบถามรายละเอียดจาก ผบก.ภ.จว.พัทลุง เพราะสนิทกันอยู่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48260</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประเทือง เรืองแก้ว, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, ร.ต.อ.เอก เต็มพุฒิ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุทิน​ ชาญวีรกูล​</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191017/image_big_5da85a4b3f27a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
