<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>66245</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/05/2020 14:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/05/2020 14:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;หมออนุพงศ์&quot;ตำหนิห้างฯ  ตรงๆ เปิดวันแรก ปล่อยให้คนแออัด ทั้งที่ตกลงกันแล้ว  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18พ.ค.63-นพ.อนุพงศ์ &amp;nbsp;สุจริยากุล นายแพทย์ผู้ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึง การผ่อนปรนระยะที่ 2 ของการล็อกดาวน์ เมื่อวันที่ 17 พ.ค.ที่ปรากฎภาพว่ามีคนมาเเดินห้างสรรพสินค้าเยอะมาก &amp;nbsp;บางห้าง มีภาพความแออัดอย่างมาก ซึ่งเป็นเรื่องไม่น่าเกิดขึ้น &amp;nbsp;เนื่องจาก ช่วงแรก&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ของการนำเสนอมาตรการผ่อนปรน ห้างสรรพสินค้าต่างๆ &amp;nbsp;ได้ให้ความมั่นใจมาตรการต่างๆ โดยเฉพาะ 5มาตรการหลัก ได้แก่ การคัดกรองผู้มีอกาารไช้ &amp;nbsp;การมีเจลแอลกอฮอล์ตามจุดต่างๆ &amp;nbsp;การเว้นระยะห่างประชาชนที่มาเดินเพิ่อลดความแออัด และมาตรการทำความสะอาด เป็นเรื่องที่คุยกันแล้ว &amp;nbsp;แต่ภาพที่ออกมา ยังมีความหนาแน่นของคนใช้บริการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ผู้ทรงคุณวุฒิฯ กล่าวอีกว่า วันแรกของการผ่อนปรน อาจเป็นแบบนี้ได้ เพราะคนอัดอั้นกันมานาน &amp;nbsp; แต่วันหลังถัดไป ห้างฯ ต้องทำให้ได้ตตามคำแนะนะของสธ. การ์ดจะต้องไม่ตก ประชาชนต้องตระหนัก &amp;nbsp;มีพฤตจิกรรมใหม่ ใช้หน้ากาก ล้างมืบ่อยๆ &amp;nbsp;ซึ่งถ้าเห็นว่าสถานที่แห่งนั้น แน่นเราต้องไม่เข้าไป ไม่อย่างนั้น จะติดโรคได้ &amp;nbsp;เนื่องจากยังมีผู้ติดเชื้อไม่มีอาการ ซึ่งช่วงๆ หลังเราพบว่า ผู้ป่วยบยืนยันหลายคน &amp;nbsp;ที่ผ่านการตรวจแบบบพีซีอาร์ &amp;nbsp;พบผลบวก กลุ่มนี้ เป็นพวกมีอาการน้่อย และไม่มีอาการ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;นอกจากนี้ เป็นเรื่องน่าสังเกตุ &amp;nbsp;เราตรวจผู้ที่สัมผัสผู้ป่วยยืนยันเดิม และถือว่าเป็นผู้มีความเสี่ยงสูง &amp;nbsp;พบว่าเป็นกลุ่มไม่มีอาการ แต่ผลตรวจออกมาเป็นผลบวก &amp;nbsp;ถึงบอกว่าคนทั่วไปเดินไปที่ต่างๆ &amp;nbsp;แต่ไม่รู้ว่ามีคนมีเชื้่อรวมอยู่ด้วย &amp;nbsp;ถ้าเกิดการเบียดเสียด คนมีเชื้อแต่ไม่มีอาการเหล่านี้ อาจแพร่เชื้่อได้ ตั้งแต่เขาไม่ออกอากาารไม่สบาย &amp;quot;นพ.อนุพงศ์กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66245</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผ่อนปรนระยะ2, ห้างเปิดวันแรก, อนุพงศ์ สุจริยากุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200518/image_big_5ec2344cb6b10.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61280</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ติดเชื้อก้าวกระโดด! สธ.ชี้ครบฟักตัว1สัปดาห์กลุ่มเดินทางเพราะล็อกดาวน์กทม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; สธ.แถลงผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่เพิ่ม 109 ราย เสียชีวิต 1 ราย มีประวัติโรคเบาหวาน ไขมันสูง ดันยอดติดเชื้อสะสมพุ่ง 1,245 คน อาการหนัก 17 คน เสียชีวิตรวม 6 คน พบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น 5 จังหวัด คาดหลังจากนี้จะพบผู้ป่วยเพิ่มแบบก้าวกระโดด เพราะจะครบ 1 สัปดาห์ของระยะฟักตัวของเชื้อในคนที่เดินทางออกจาก กทม.หลังปิดสถานประกอบการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่?อวันที่ 28 มี.ค.63 ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.อนุพงศ์ สุจริยากุล ผู้ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรค แถลงข่าวสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ว่า ตัวเลขการแพร่ระบาดทั่วโลกใกล้แตะ 6 แสนราย &amp;nbsp;ส่วนตัวเลขผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นกว่า 3,700 ราย โดยจำนวนผู้ติดเชื้อสูงสุดคือสหรัฐอเมริกา รองลงมาเป็นอิตาลี ส่วนจีนตกลงมาเป็นอันดับ 3 ขณะที่ผู้เสียชีวิตมากที่สุดยังเป็นอิตาลีซึ่งมีมากกว่า 9,000 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนสถานการณ์ในไทยพบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่ม 109 ราย ยังคงรักษาอยู่ใน รพ. 1,139 ราย กลับบ้านได้แล้ว 3 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย เป็นผู้หญิงอายุ 55 ปีในพื้นที่ กทม. มีประวัติเป็นผู้ป่วยเบาหวานที่ควบคุมน้ำตาลได้ไม่ดีและมีไขมันในเลือดสูง เข้ารับการรักษาเมื่อวันที่ 23 มี.ค.ด้วยอาการหอบเหนื่อย อีกทั้งพบว่ามีอาการปอดอักเสบรุนแรง ส่งผลให้วันนี้มียอดรวมสะสมผู้ติดเชื้อ 1,245 ราย รักษาหายกลับบ้านได้แล้ว 100 ราย และเสียชีวิตสะสม 6 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.อนุพงศ์กล่าวอีกว่า สำหรับผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่พบในวันนี้แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 คือผู้ที่มีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วยหรือเกี่ยวข้องกับสถานที่พบผู้ป่วยก่อนหน้านี้ จำนวน 39 ราย สนามมวย 10 &amp;nbsp;ราย อยู่ที่ กทม. สถานบันเทิง 8 ราย กระจายอยู่ใน กทม.และศรีสะเกษ และผู้มีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วย &amp;nbsp;21 ราย กลุ่มที่ 2 ผู้ป่วยรายใหม่ จำนวน 17 ราย เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 8 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แบ่งเป็นคนไทย 6 ราย มาจากประเทศสหรัฐอเมริกา อินเดีย ฝรั่งเศส เยอรมนี และญี่ปุ่น และชาวต่างชาติ 2 ราย เป็นชาวยูเครนและโปรตุเกส และเป็นผู้ที่อาศัยหรือทำงานอยู่ในสถานที่แออัด 7 &amp;nbsp;ราย เช่น พนักงานร้านนวด สปา พนักงานต้อนรับในโรงแรม เชฟ เจ้าของร้านขายเครื่องประดับ รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์ติดเชื้อเพิ่ม 2 ราย กลุ่มที่ 3 เป็นผู้ที่พบเชื้อซึ่งต้องรอสอบประวัติและรอสอบสวนโรคจำนวน 53 ราย เชียงราย ปทุมธานี สมุทรสาคร ภูเก็ต นนทบุรี มุกดาหาร ปัตตานี นราธิวาส ยะลา &amp;nbsp;กทม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.อนุพงศ์กล่าวอีกว่า ผู้ป่วยอาการหนักขณะนี้มีจำนวน 17 ราย ยังต้องให้เครื่องช่วยหายใจ 12 &amp;nbsp;ราย ซึ่งรักษาอยู่ในโรงพยาบาลพื้นที่ กทม. ส่วนผู้ป่วยอาการหนักอีก 5 รายรักษาตัวอยู่ที่ จ.เชียงใหม่ &amp;nbsp;สุราษฎร์ธานี เพชรบุรี นครราชสีมา และบุรีรัมย์ โดยมีช่วงอายุระหว่าง 31-?76 ปี สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการน้อยอีกกว่า 1,000 ราย พบว่ายังมีปัจจัยเสี่ยงจึงยังไม่อนุญาตให้กลับบ้าน นอกจากนี้ยังพบว่าผู้ป่วยอายุน้อยที่สุดมีอายุ 6 เดือน และอายุมากที่สุด 84 ปี และมีสัดส่วนเป็นผู้ชายมากกว่าผู้หญิง
กลุ่มสนามมวยยังไม่จบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากแผนที่ประเทศไทย ขณะนี้มีผู้ป่วยติดเชื้อกระจายใน 57 จังหวัด จากเมื่อวาน (27 มี.ค.) ?มีจำนวน 52 จังหวัด ซึ่งผู้ป่วยส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ กทม. 515 ราย นนทบุรี 65 ราย ภูเก็ต 41 ราย ยะลา &amp;nbsp;40 ราย ชลบุรี 36 ราย สมุทรปราการและปัตตานีจังหวัดละ 33 ราย สงขลา 27 ราย ปทุมธานี 14 ราย &amp;nbsp;อุบลราชธานี 12 ราย เชียงใหม่ 11 ราย ทั้งนี้การพบผู้ป่วยรายใหม่จากสนามมวยและสถานบันเทิง แสดงว่าทั้ง 2 กลุ่มนี้ยังไม่จบ เพราะทุกสนามมวยปิดตัวลงในวันที่ 24 มี.ค.ตามคำสั่งผู้ว่าฯ กทม. และขอให้ผู้เดินทางกลับภูมิลำเนาสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ล้างมือบ่อยๆ แยกกักตัวเอง 14 วัน เว้นระยะห่างทางสังคม เพื่อให้เราปลอดภัย อยู่ห่าง หยุดเชื้อเพื่อชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงกรณี รพ.หลายแห่งระบุว่าเวชภัณฑ์ที่มีอยู่จะเพียงพอแค่ 2 สัปดาห์นั้น นพ.อนุพงศ์ตอบว่า &amp;nbsp;ผู้บริหารได้สั่งการให้ สธ.ทำแผนสำรวจการใช้หน้ากากอนามัย เวชภัณฑ์ เครื่องช่วยหายใจ โดยให้องค์การเภสัชกรรม (อภ.) เป็นผู้กระจายเวชภัณฑ์และยาไปให้ รพ.ทั้งของรัฐและเอกชน ในจำนวนที่เหมาะสมพอดีกับสิ่งที่ขอมา และพอดีกับที่เราสั่งซื้อไปยังต่างประเทศ สิ่งเหล่านี้จะค่อยๆ ทยอยส่งไปให้รพ. ส่วนเรื่องการบริจาคนั้นคนไทยมีจิตกุศล สธ.ไม่เคยห้าม รพ.เรื่องการรับบริจาค สามารถรับได้ตามจิตศรัทธาของประชาชน ไม่ได้หมายความว่าขอรับบริจาคเพราะของขาด แต่เพื่อให้มีสต๊อกไว้ใช้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การสอบสวนโรคไม่ใช่งานง่ายๆ กรณีที่เขตเตาปูนจากผู้ติดเชื้อ 1 ราย ขยายการติดเชื้อในวงกว้างถึง 10 ราย หากเราไม่มีมาตรการใดๆ ปล่อยให้การแพร่ระบาดติดเชื้อสูงถึง 33% โดยไม่ทำอะไรเลย &amp;nbsp;เราจะเป็นเหมือนอิตาลีกับอิหร่าน สิ้นเดือน เม.ย.ตัวเลขอาจมากกว่า 3,500 ราย ถ้าเราหยุดเชื้อเพื่อชาติร่วมกับ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ห้ามการเดินทาง ผู้ว่าฯ บางจังหวัดประกาศปิดเมือง จะทำให้ทุกอย่างเข้าที่เข้าทาง&amp;quot; นพ.อนุพงศ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผอ.กองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค กล่าวว่า สิ่งที่ สธ.เป็นกังวลและอยากให้ประชาชนร่วมมือ เนื่องจากผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้น แม้ผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงและเสียชีวิต จะมีจำนวนน้อย โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่กว่า 80% อาการน้อยเหมือนไม่ป่วย ส่วนผู้ป่วยหลักที่มีอาการรุนแรงจนเสียชีวิตเป็นเพียง 0.5% ซึ่งยังน้อยกว่าประเทศอื่น โดยผู้เสียชีวิตมักเป็นผู้สูงอายุมากซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงสูง ที่ผ่านมาเราจึงรณรงค์ให้ปกป้องผู้สูงอายุไม่ให้ติดเชื้อ เพราะเป็นกลุ่มเปราะบางมีโอกาสเสียชีวิตสูง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คนที่พาเชื้อเข้าบ้านมักเป็นคนอายุน้อย หรือคนที่เดินทางกลับจาก กทม.และปริมณฑล จึงต้องแยกตัวเพื่อลดโอกาสการถ่ายทอดเชื้อไปให้ญาติผู้ใหญ่ เป็นการป้องกัน เมื่อไม่ป่วยก็ไม่เสียชีวิต หากเจ็บป่วยต้องรีบพบแพทย์ ให้ประวัติการสัมผัสใกล้ชิดและประวัติการเดินทางโดยเร็ว ย้ำว่าผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคประจำตัว ความดัน เบาหวาน ไต มะเร็ง ต้องระวังการติดเชื้อโควิด-19 เป็นพิเศษ เพราะมีโอกาสเสียชีวิตมากกว่า 10% ขณะที่คนอายุน้อยมีโอกาสตายไม่ถึง 1%&amp;quot;
จะยังพบคนป่วยเพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โสภณกล่าวย้ำว่า สธ.จะทำให้ดีที่สุดเพื่อลดการป่วยและลดการเสียชีวิต แต่โรคติดต่อทางเดินหายใจป้องกันได้ยากมาก เมื่อเทียบกับการติดต่อทางอาหารและน้ำหรือเพศสัมพันธ์ ที่ผ่านมาถือว่าเราป้องกันคนป่วยได้มาก ถ้าไม่ทำอะไรเราจะล้ำหน้าประเทศอื่นไปมาก และเราจะสามารถทำได้ดีกว่านี้เมื่อได้รับความร่วมมือจากประชาชน ซึ่งวันนี้มีความร่วมมือมากจริงๆ ถ้าเราร่วมกันสู้ต่อไปจนถึง เม.ย.และยาวไปจนถึงปลายปีจะลดความสูญเสียลงได้มาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ระยะหลังจากนี้เราจะยังพบคนป่วยเพิ่มมากขึ้น และจะพบผู้ป่วยอาการรุนแรงเพิ่มมากขึ้นด้วย &amp;nbsp;เพราะครบรอบ 1 สัปดาห์ที่เป็นระยะฟักตัวของเชื้อในกลุ่มคนเป็นแสนคนที่เดินทางออกจากรุงเทพฯ และปริมณฑลหลังมีประกาศปิดสถานประกอบการ&amp;quot; ผอ.กองโรคติดต่อทั่วไปกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. &amp;nbsp;ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค.แถลงว่า วันนี้นายกฯ ขอบคุณบุคลากรทางการแพทย์และประชาชน รวมถึงจิตอาสาที่มีส่วนร่วมในการหยุดการแพร่ระบาดไวรัสโคโรนา และฝากย้ำเตือนประชาชนขอให้อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ เรามีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้น 109 คน รวมยอดทั้งหมดในประเทศ 1,245 คน จึงเป็นตัวเลขที่เรายังไม่สามารถนิ่งนอนใจได้ โดยนายกฯ ได้ให้ความสำคัญเรื่องการจัดหายาและเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ โดยสั่งการให้กรมบัญชีกลาง สำนักงานอาหารและยา องค์การเภสัชกรรมของกระทรวงสาธารณสุข อำนวยความสะดวกอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ไม่ใช่ยา นำเข้ามาได้อย่างถูกต้อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยผลการประชุมมีการกำหนดแนวทางปฏิบัติ ให้มีการผ่อนปรนระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานราชการ ซึ่งทั้ง 3 หน่วยงานนี้ได้มีมติให้มีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุสำหรับป้องกัน ควบคุม หรือรักษาโรคโควิด-19 ทุกวงเงิน เพราะเป็นเรื่องเร่งด่วน จึงยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวง ซึ่งขณะนี้ได้รับรายงานว่ามีการสั่งซื้อหน้ากาก N95 และชุด PPE ที่บุคลากรทางการแพทย์ใช้ในการป้องกันการติดเชื้ออย่างละ 4 แสนชุด ซึ่งของเหล่านี้เมื่อสั่งซื้อแล้วจะถูกจัดส่งเข้ามาโดยเร็ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีชาวบางบอนออกมาเรียกร้องให้คนติดเชื้อโควิด-19 ออกจากพื้นที่ นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ภาพดังกล่าวจะเห็นในช่วงแรกที่มีการระบาดที่ประชาชนกังวล แต่พอคนเข้าใจมากขึ้นว่าเชื้อนี้จะติดต่อในระยะใกล้มากๆ สถานการณ์ก็จะดีขึ้น อย่างตนทำงานใกล้สถาบันนำราศนราดูรก็ไม่มีปัญหา คนที่อยู่รอบข้างก็ทำงานกันได้ จึงไม่อยากให้ประชาชนกังวล ในอนาคตอาจารย์แพทย์ก็ประเมินว่าจะมีผู้ติดเชื้อหลักหลายพันเหมือนต่างประเทศ คนที่ติดเชื้ออาจเป็นคนใกล้ตัวจะมารังเกียจกันไม่ได้ จึงอยากบอกว่าโรคนี้ไม่น่ากังวลแต่ต้องเตรียมการทุกอย่าง สำหรับประชาชนที่เดินทางกลับต่างจังหวัดก็ไม่อยากให้กังวล เพราะเรามี อสม.ทั่วประเทศกว่าล้านคนที่จะคอยดูแลประชาชนอย่างทั่วถึง.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61280</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, กรมควบคุมโรค, ตัวเลขการแพร่ระบาด, ตัวเลขการแพร่ระบาดทั่วโลก, ติดเชื้อก้าวกระโดด, ล็อกดาวน์กทม., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุพงศ์ สุจริยากุล, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200326/image_big_5e7c55dec2abe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
