<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>43000</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/08/2019 15:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/08/2019 12:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กป๊อก&#039; ย้ำนายกฯรับผิดชอบปมถวายสัตย์ฯเอง เชื่อแก้ปัญหาเดินหน้าทำงานได้​ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ส.ค.62 - ที่เมืองทองธานี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการให้นโยบายต่อข้าราชการระดับสูงของ​ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี​ และรมว.กลาโหม ว่า สิ่งสำคัญคือต้องร่วมมือกัน และบูรณาการร่วมกันในการทำงาน ส่วนที่นายกรัฐมนตรีระบุว่าให้ทุกคนต้องช่วยกันทำงานนั้น ทุกภาคส่วนจะต้องช่วยกันเพราะทุกวันนี้ประเทศไทยยังมีปัญหาภายใน ซึ่งจะส่งผลกระทบไปทุกภาคส่วนทั้งเรื่องความเชื่อมั่นและเรื่องการดึงนักลงทุนเข้ามาลงทุน ดังนั้นทุกคนต้องร่วมใจกันทำงานและขอร้องให้ร่วมมือกัน หากเราสร้างแต่สิ่งแตกแยก สร้างแต่สิ่งที่ไม่ช่วยให้เดินไปข้างหน้ามันก็จะเกิดปัญหา เหมือนประเทศอื่นเวลาที่จะเดินไปข้างหน้าทุกภาคส่วนเขาจะช่วยกัน แต่ของเรามีปัญหามากมาย ขอใช้คำว่ามันเกินเลยกว่าคำว่า ติติง มันเป็นการให้ร้ายมากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรณีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ​ รองนายกรัฐมนตรี​ สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดตรวจสอบเรื่องการข่าว ในทุกพื้นที่เพราะ 10 ปีที่ผ่านมาการข่าวของประเทศไทยนั้นเสียท่า พล.อ.อนุพงษ์​ กล่าวว่า จุดเน้นของพล.อ.ประวิตรคือเรื่องความมั่นคง​ ซึ่งถือเป็นฐานของทุกเรื่องที่จะต้องเน้น เพราะขณะนี้มีเรื่องความมั่นคงขึ้นมา ซึ่งที่แน่ๆ ของความมั่นคงคือ​ เรื่องการข่าว เพราะไม่อย่างนั้นจะไม่ทำให้เกิดความเรียบร้อยขึ้นได้ การข่าวจะต้องร่วมมือกันทุกฝ่าย แต่การเฝ้าระวังพื้นที่โดยรวม จะต้องใช้พี่น้องประชาชนด้วยส่วนหนึ่ง และใช้กล้องซีซีทีวีอีกสวนหนึ่ง เป็นการเสริมกันในการเฝ้าระวังพื้นที่ ดังนั้น​ ต้องร่วมมือกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่าการที่นายกรัฐมนตรีระบุว่าจะรับผิดชอบเพียงคนเดียว หมายความว่าอย่างไร พล.อ.อนุพงษ์​ กล่าวว่า &amp;ldquo;ถามอย่างนี้ ถามผมหรือถามนายกฯ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อข้อถามว่า​ จะให้กำลังใจนายกรัฐมนตรีอย่างไร หลังที่จะต้องเผชิญปัญหาหลายประการด้วยตัวเอง พล.อ.อนุพงษ์​ กล่าวว่า ก็ต้องให้กำลังใจนายกฯ และทุกคนที่จะต้องมีส่วนร่วมในการทำงาน ตนอยากเรียนว่ารัฐบาลเข้ามาใช้อำนาจรัฐในการแก้ปัญหาของประเทศชาติ ซึ่งมีหลายเรื่องด้วยกัน ต้องให้กำลังใจกันและตั้งใจในการทำงาน ต้องลุยและต้องเร่งกันไปตอนนี้ ทุกเรื่องรอไม่ได้ ตนเองก็ให้กำลังใจนายกฯเต็มเปี่ยมอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า การที่นายกรัฐมนตรีระบุว่าจะเป็นผู้รับผิดชอบเพียงคนเดียวนั้น​ แล้วแต่นายกฯจะตัดสินใจเลยใช่หรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าว​ว่า​ อันนี้ไม่ทราบ แต่ถ้าให้พูดโดยรวม นายกฯจะแก้ปัญหานี้เอง ในฐานะความรับผิดชอบของนายกฯ เชื่อว่านายกจะแก้ไขปัญหานี้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า​ การที่ฝ่ายค้านออกมาโจมตีในเรื่องนี้จะสร้างปัญหาให้กับรัฐบาลหรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า &amp;ldquo;ผมขอตอบแบบนี้ได้หรือไม่ว่า ท่านนายกฯ จะรับผิดชอบเรื่องนี้เอง สรุปว่าท่านจะแก้ปัญหานี้ และคงแก้ได้เรียบร้อย การทำงานก็คงจะทำได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43000</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถวายสัตย์, ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ประวิตร วงษ์สุวรรณ, อนุพงษ์ เผ่าจินดา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190808/image_big_5d4bafb983ced.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42148</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/07/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จากอนาคตเก่าถึงอนาคตใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไหนๆ ก็อุตส่าห์นั่งฟังจนเหนื่อย...เปิดฉากสัปดาห์นี้ เลยคงต้องขออนุญาตกลับไปเก็บเอา ควันหลง ของฉากเหตุการณ์ การแถลงนโยบายของรัฐบาล เมื่อช่วงวัน-สองวันที่ผ่านมา มาว่ากล่าวเพิ่มเติมไว้อีกซักนิด โดยเฉพาะช่วงที่ต้องถือเป็น ช็อตเด็ด เป็น ไฮไลต์ ของการเริ่มเปิดฉาก เปิดม่านประชาธิปไตย ที่ไม่ถึงกับน่าเหนื่อย น่าทุเรศ เวทนา ไปด้วยกันซะทั้งหมด แต่ยังพอมีอะไรใหม่ๆ ให้น่าทึ่ง น่าประทับใจ อยู่พอสมควรเหมือนกัน...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นั่นก็คือช็อตว่าด้วยการถกเถียง อภิปราย การลุกขึ้นมาโต้ตอบ ระหว่าง ส.ส.หนุ่ม ส.ส.ใหม่ระดับทั้งแท่ง ทั้งด้าม แห่งพรรค อนาคตใหม่ ผู้มีนามว่า พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ กับพลเอกวัยเกษียณ วัยชรา ที่ไม่ใช่ แก่แล้ว-แก่เลย แต่ได้แสดงออกถึงความเป็น ผู้หลัก-ผู้ใหญ่ ที่น่าเคารพ นับถือ มิใช่น้อย นั่นก็คือท่านรัฐมนตรีมหาดไทย อนุพงษ์ เผ่าจินดา ซึ่งน่าจะมีส่วนส่งผลให้สีสัน บรรยากาศ ของการประชุมรัฐสภาคราวนี้ ยังพอหลงเหลือกลิ่นอายของการเป็นที่พบปะ เสวนา ของบรรดา สัตบุรุษ อยู่บ้าง ไม่ได้ถึงกับต้องกลายเป็นที่พบปะ ที่ปะทะ ของบรรดาเสือ สิงห์ กระทิง แรด กระซู่ และสมเสร็จ ไปด้วยกันทั้งหมด...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คือคนหนุ่ม หรือคนรุ่นใหม่ อย่างคุณน้อง พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ นั้น...แทบไม่รู้เหมือนกันว่า ก่อนหน้านี้ท่านไปเก็บตัว ฟักตัว งำประกายไว้อย่างมิดชิด ณ ที่ไหน และแม้หลุดเข้ามาเป็น ส.ส.ในพรรคการเมืองที่ไม่ได้คิดจะ นับญาติ ไม่ได้สนใจลุง-ป้า-น้า-อา แต่โดยบุคลิกลักษณะ โดยแนวคิด วิธีคิด ตลอดไปจนพฤติกรรมและการแสดงออก ในระหว่างการอภิปรายเรื่องปัญหาการเกษตร เรื่องชีวิตของพี่น้องชาวนา-ชาวไร่ คงต้องยกให้ขึ้นชั้นระดับ ดาวรุ่ง ที่เจิดจรัสซะยิ่งไปกว่าระดับ ดาวสภาฯ คือไม่ใช่แค่เชี่ยวชาญ ชำนาญ แต่เฉพาะในเชิงโวหารเท่านั้น แต่ในเรื่องข้อมูล หลักคิด จุดยืนและทัศนคติ ต้องถือเป็นคนหนุ่ม หรือ คนรุ่นใหม่ ที่น่าหวัง และน่าสนใจ เอามากๆ...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -----------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อีกทั้งการที่ไม่ได้คิดจะประพฤติ ปฏิบัติ ตามแบบฉบับเดียวกันกับบรรดาคนรุ่นใหม่ ประเภทพวก กะปอม ทั้งหลาย ไม่ได้คิดจะเชือดเฉือน ส่อเสียด เสียดสี แจกกล้วย แจกผลไม้รวม ประทุษร้ายใครต่อใครโดยอาศัย วจีทุจริต ใดๆ เอาเลยแม้แต่น้อย แต่อาศัย ปิยวาจา และสัมมาวาจา ค่อยๆ ไล่ ค่อยๆ เรียง ทัศนะและแนวคิดของของท่านออกมาเป็นฉากๆ กระชับและรัดกุม ไม่ได้เพ้อเจ้อเหลวไหล แน่นไปด้วยข้อมูล และความรู้ลึก รู้จริง เลยส่งผลให้ ผู้หลัก-ผู้ใหญ่ ที่แม้ว่าจะเคยเป็นถึงพลเอกอัตราจอมพล เป็นอดีตผู้บัญทหารบก เป็นรัฐมนตรีมหาดไทย และเป็น ฝ่ายรัฐบาล ไม่ได้เป็นฝ่ายเดียวกับฝ่ายค้าน อดไม่ได้ที่จะลุกขึ้นมาแสดงความทึ่ง ความประทับใจ ต่อ คนรุ่นใหม่ ไม่ว่าจะเด็ก หรือผู้ใหญ่ อย่างชนิดจริงจัง จริงใจ บริสุทธิ์ใจ ไม่ได้หลงเหลือร่องรอย ช่องว่างระหว่างวัย&amp;nbsp; หรือระหว่าง ไดโนเสาร์ กับ กะปอม เอาไว้เลยแม้แต่น้อย...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;---------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และระหว่างที่ ผู้หลัก-ผู้ใหญ่ ฉบับของจริง-ของแท้ อย่าง พลเอก อนุพงษ์ ท่านได้แสดงออกถึงกับความชื่นชม ต่อข้อเสนอแนะต่างๆ ของคนรุ่นใหม่อย่างตรงไป-ตรงมา เด็กๆ อย่างคุณน้อง พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ท่านก็ยังอุตส่าห์ยกมือขึ้นไหว้ แสดงความขอบคุณ แสดงความอ่อนน้อมถ่อมตน ให้เห็นเป็นที่ประจักษ์อีกด้วยต่างหาก ไม่ได้คิดจะเลิกนับญาติ เลิกนับถือลุง-ป้า-น้า-อา อย่างที่หัวหน้าพรรคของท่านเคยคิดจะประดิษฐ์ คิดค้น วัฒนธรรมองค์กร ชนิดนี้ขึ้นมา อันนี้...ก็เลยยิ่งน่าดีใจ น่าปลาบปลื้ม ยิ่งขึ้นไปใหญ่ เพราะสำหรับ สังคมไทย แล้ว...ไม่ว่าจะอนาคตเก่า หรืออนาคตใหม่ อะไรต่อมิอะไรเหล่านี้นี่แหละ ย่อมถือเป็นสิ่งสำคัญ เป็นแก่น เป็นสาระ อย่างมิอาจปฏิเสธและหลีกเลี่ยงได้ เป็นสิ่งที่ฝังลึกแนบแน่นอยู่ในสิ่งที่เรียกว่า ค่านิยม-วัฒธรรม-ประเพณี อันเป็นตัวเชื่อมโยง อดีต-ปัจจุบัน-และอนาคต ไม่ให้เกิดรอยต่อ หรือเกิดความกลมกลืนกันไปเสมอๆ...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; --------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้น...การที่พรรคการเมืองของคนรุ่นใหม่ อย่าง พรรคอนาคตใหม่ ยังมีคนหนุ่ม นักการเมืองรุ่นหนุ่ม อย่างคุณน้อง พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นส่วนหนึ่ง หรือส่วนสำคัญของพรรคการเมืองนี้ บรรดา ไดโนเสาร์ อย่างเราๆ-ทั่นๆ ทั้งหลาย ก็อย่าถึงกับต้องไปตั้งข้อรังเกียจ เดียดฉันท์ ใครต่อใครในพรรคการเมืองพรรคนี้อย่างไม่มีการจำแนกแยกแยะ ยิ่งถ้าได้ฟังคำแถลง คำอภิปราย ของตัวเลขาธิการพรรค อย่างอาจารย์ อองตวน ปิยบุตร ในคราวนี้ด้วยแล้ว อย่างน้อย...ก็คงต้องให้โอกาส ให้ที่ยืน กับบรรดา กะปอม ทั้งหลายเอาไว้มั่ง ให้เวลาสำหรับการเจริญเติบโตทาง วุฒิภาวะ การเคี่ยวกรำประสบการณ์ทางการเมือง แบบเดียวกับที่พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา ท่านแสดงให้เห็นถึง ความเป็นผู้หลัก-ผู้ใหญ่ ฉบับของจริง-ของแท้เอาไว้แล้วนั่นแหละ...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ----------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พูดง่ายๆ ว่า...ถ้าหาก ผู้หลัก-ผู้ใหญ่ มีความเป็นผู้หลัก-ผู้ใหญ่ที่แท้จริง ไม่คิดเล็ก-คิดน้อย หรือคิดมาก และถ้าหากเด็กๆ ยังพอมีความรู้สึก สำนึก ถึงสิ่งที่สูงค่ายิ่งไปกว่าแนวคิด หรือทฤษฎี การเมือง ใดๆ นั่นก็คือ จิตวิญญาณความเป็นมนุษย์ ซึ่งล้วนถูกหล่อหลอมขึ้นมาจาก วัฒนธรรม-ประเพณี ในลักษณะที่หลากหลาย แตกต่างกันไปตามแต่ละสภาพแวดล้อม โอกาสที่จะเกิด ช่องว่างระหว่างวัย หรือแม้แต่ ช่องว่างทางสังคม ไปจนกระทั่ง ช่องว่างทางชนชั้น ย่อมมีแต่ต้องลดน้อยถอยลงไปตามลำดับ จนไม่ว่าอนาคตเก่า หรืออนาคตใหม่ ย่อมสามารถหลอมรวมกันกลายมาเป็น อนาคตประเทศไทย&amp;nbsp; น่าจะมีความเป็นไปได้สูงยิ่งขึ้นไปเท่านั้น...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; --------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Confucius (อีกครั้ง)... Men&amp;rsquo;s natures are alike; it is their habits that carry them far apart. &amp;ndash; ธรรมชาติของมนุษย์นั้นเหมือนกัน...อุปนิสัยใจคอของมนุษย์ต่างหาก ที่ทำให้เขาต้องแยกห่างออกจากกัน...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;-----------------------------------------------------&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42148</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท่านขุนน้อย, พิธา ลิ้มเจริญรัตน์, อนุพงษ์ เผ่าจินดา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180113/5a59fd579d53a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13408</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขอบคุณพี่จ่าแซม ‘ณรงค์ศักด์ิ’อ่านคำอาลัยแทนหมูป่า/พระราชทานยศ‘นาวาตรี’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระราชทานยศ &amp;quot;นาวาตรี&amp;quot; แก่ &amp;quot;จ่าแซม&amp;quot; พร้อมเครื่องราชฯ เป็นกรณีพิเศษ ขณะที่งานพิธีพระราชทานเพลิงศพมีประชาชนเข้าร่วมจำนวนมาก &amp;nbsp; &amp;quot;พล.อ.สุรยุทธ์&amp;quot; เป็นผู้แทนพระองค์ ผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์กล่าวคำไว้อาลัยจากใจทีมหมูป่าฯ วันนี้เหมือนมีชีวิตใหม่ ได้กลับสู่ครอบครัวอีกครั้ง เหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นไม่ได้หากปราศจากพี่จ่าแซม ที่พยายามช่วยเหลือสุดความสามารถ ขอบคุณพี่จ่าแซม พวกเราจะจดจำพี่จ่าแซมตลอดไป บิ๊กคลีนนิ่งเดย์ถ้ำหลวงจิตอาสาทะลัก คนละไม้คนละมือเรียบกริ๊บ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศเรื่อง พระราชทานยศทหารและเครื่องราชอิสริยาภรณ์เป็นกรณีพิเศษ &amp;nbsp; สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ประกาศว่า
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ่าเอก สมาน กุนัน ทหารกองหนุนประเภทที่ 1 ชั้นที่ 3 สังกัดกองเรือยุทธการ เป็นผู้ที่ประกอบคุณงามความดี และได้อุทิศความช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์จนกระทั่งตนเองเสียชีวิต มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ต่อสาธารณชน องค์กร และนานาประเทศ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 9 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 5 และมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติยศทหาร พุทธศักราช 2479 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานยศ นาวาตรี เป็นกรณีพิเศษ ให้แก่จ่าเอก สมาน กุนัน และพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นประถมาภรณ์ช้างเผือก เป็นกรณีพิเศษ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 14 กรกฎาคม พุทธศักราช 2561 &amp;nbsp; ประกาศ ณ วันที่ 14 กรกฎาคม พุทธศักราช 2561 เป็นปีที่ 3 ในรัชกาลปัจจุบัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับพิธีพระราชทานเพลิงศพ น.ต.สมาน กุนัน หรือ น.ต.แซม เป็นกรณีพิเศษ ที่วัดบ้านหนองคู ต.หนองหงส์ อ.จตุรพักตรพิมาน จ.ร้อยเอ็ด จัดขึ้นอย่างสมเกียรติ ท่ามกลางญาติมิตร ข้าราชการ ทีมกู้ภัย และประชาชนที่เดินทางมาร่วมเป็นจำนวนมาก บรรยากาศภายในงานเป็นไปด้วยความโศกเศร้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ทหารกองเกียรติยศจากมณฑลทหารบกที่ 27 จำนวนกว่า 1 กองร้อย เคลื่อนศพ น.ต.สมาน
&amp;nbsp;อดีตเจ้าหน้าที่หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ หรือหน่วยซีล จากศาลาวัดหนองคู ต.เมืองหงส์ อ.จตุรพักตรพิมาน จ.ร้อยเอ็ด ขึ้นเมรุชั่วคราว
องคมนตรีเป็นประธาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลาประมาณ 16.15 น. พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ เป็นประธานพิธีพระราชทานเพลิงศพ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหายในวนอุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย (ศอร.) กล่าวคำไว้อาลัยแทนทีมหมูป่าฯ ว่า วันนี้เหมือนมีชีวิตใหม่ ได้กลับสู่ครอบครัวอีกครั้ง เหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นไม่ได้ หากปราศจากพี่จ่าแซม ที่พยายามช่วยเหลือสุดความสามารถ ขอบคุณพี่จ่าแซม พวกเราจะจดจำพี่จ่าแซมตลอดไป
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมกันนี้ ได้นำดอกไม้จันทน์จากครอบครัวน้องๆ 13 ทีมหมูป่าฯ ไปวางที่หน้าหีบศพของวีรบุรุษถ้ำหลวงด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้แทนรัฐบาล เป็นผู้เชิญผ้าไตรประทานของเจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก จำนวน 5 ไตร ทอดในพิธีพระราชทานเพลิงศพ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อนุพงษ์เผยว่า ขอให้ชาวจังหวัดร้อยเอ็ดได้ภาคภูมิใจในตัว น.ต.สมาน และการใดที่จะดูแลครอบครัว คุณพ่อคุณแม่ของ น.ต.สมานได้ รัฐบาลก็พร้อมและยินดีเป็นอย่างยิ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ได้มีลูกหลาน ญาติ และเพื่อนทหารเรือของน.ต.สมาน ร่วมทำพิธีบวชหน้าไฟด้วย โดยมีสามเณรร่วมบวชหน้าไฟ 18 รูป มีพระครูประภัสร์สิทธิคุณ เจ้าคณะอำเภอจตุรพักตรพิมาน เป็นผู้ทำพิธี
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการบวชหน้าไฟครั้งนี้ มีรุ่นน้องทหารเรือของ น.ต.สมาน ซึ่งเดินทางมาจากจังหวัดเชียงราย ร่วมพิธีเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับ น.ต.สมาน ขณะที่รุ่นพี่ร่วมหมู่บ้านก็ได้ร่วมพิธีบวชหน้าไฟเป็นครั้งสุดท้ายด้วยเช่นกัน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่เพจเฟซบุ๊ก Thai NavySEAL ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอรำลึกถึง น.ต.สมาน กุนัน อดีตหน่วยซีลที่เสียชีวิตระหว่างปฏิบัติการช่วยเหลือทีมหมูป่าฯ ออกจากถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย พร้อมระบุข้อความว่า
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ร่วมส่ง &amp;ldquo;นาวาตรีสมาน กุนัน&amp;rdquo;..... สู่สวรรค์ คุณความดีของท่าน จะอยู่ในใจเราชั่วนิรันดร์&amp;quot;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.อ.ต.นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต ให้สัมภาษณ์ว่า กรมสุขภาพจิตได้จัดหน่วยแพทย์เยียวยาใจเคลื่อนที่ชุดใหญ่ ร่วมกับ รพ.ใน จ.ร้อยเอ็ด เพื่อให้บริการดูแลสุขภาพกายและใจครอบครัวและญาติของจ่าแซม และประชาชนที่ไปร่วมไว้อาลัยอย่างเต็มที่และดีที่สุด โดยจะทำการเฝ้าระวังเป็นพิเศษในเรื่องของความโศกเศร้า เนื่องจากการเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ของจ่าแซม เป็นความสูญเสียของคนไทยทุกคน ซึ่งความรู้สึกอาลัยต่อการสูญเสียของคนหมู่มาก อาจเหนี่ยวนำให้เกิดความโศกเศร้าที่แพร่ถึงกันได้
ความภาคภูมิใจไทยทั้งชาติ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาบอกว่า อีกด้านหนึ่งของความสูญเสียจ่าแซมคือความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งประเทศ เพราะวีรกรรมและคุณความดีเป็นที่รับรู้อย่างกว้างขวางทั้งในและต่างประเทศ เป็นตัวอย่างของการทำความดีเพื่อผู้อื่นอย่างเต็มความสามารถโดยไม่คิดถึงแม้ตนเอง จ่าแซมถือเป็นสัญลักษณ์ของจิตอาสา เป็นผู้ที่สร้างความผาสุกทางจิตใจให้คนอื่นในยามที่เกิดภาวะคับขัน หรือเกิดวิกฤตการณ์ ภัยพิบัติต่างๆ ขอให้คนไทยร่วมกันแปรเปลี่ยนความเศร้าโศกหรือความอาลัยต่อการจากไปของจ่าแซม ให้เป็นพลังในการทำความดี เป็นพลังของจิตอาสา ที่จะช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน โดยไม่มีการแบ่งกั้น ยิ่งห่วงหามากเท่าใด ก็จะยิ่งทำความดีไปกว่านั้น จะช่วยเยียวยาให้พ้นจากความเศร้าโศกและความอาลัยได้ เป็นการเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาสที่ยิ่งใหญ่ของตนเองและครอบครัวด้วย จะทำให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งน้ำใจ ผู้คนมีมิตรไมตรีต่อกันอย่างยั่งยืน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.ณัฐกร จำปาทอง ผอ.รพ.จิตเวชขอนแก่นราชนครินทร์ กล่าวว่า ในมุมมองของจิตแพทย์ ความเศร้าโศกจากการสูญเสียนับเป็นภาวะวิกฤติทางจิตใจอย่างหนึ่ง ขณะเดียวกันก็สามารถพลิกฟื้นภาวะวิกฤติให้เป็นพลังได้เช่นกัน โดยการผันตัวเองมาเป็นผู้ร่วมกอบกู้วิกฤติ โดยเป็นจิตอาสาช่วยเหลือผู้อื่น เกิดเป็นความภาคภูมิใจ เป็นการเยียวยาจิตใจตนเองที่ดีและยั่งยืน อีกทั้งเกิดการยกระดับจิตใจให้สูงขึ้น โดยจะได้ผลดีที่สุดเมื่อการช่วยเหลือนั้นไม่มุ่งหวังสิ่งตอบแทน คำชมเชย และช่วยเหลือโดยไม่มีการแบ่งแยก ทั้งนี้ การเป็นจิตอาสา ควรเริ่มต้นตั้งแต่วัยเด็ก ซึ่งเป็นวัยแห่งการเรียนรู้ เป็นการบ่มเพาะความงอกงามทางจิตใจของเด็ก เสริมสร้างให้เกิดคุณธรรมและจริยธรรม เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ มีมุมมองโลกในแง่บวก ช่วยเหลือสังคม สามารถใช้ชีวิตอยู่ในสังคมไทยในยุค 4.0 ได้อย่างมีความสุข และช่วยให้ประเทศเจริญก้าวหน้า
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;ขอแนะนำให้พ่อแม่ใช้โอกาสช่วงที่สังคมไทยและทั่วโลกกล่าวขานยกย่องจ่าแซมเป็นวีรบุรุษถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอนช่วยทีมหมูป่าฯ 13 ชีวิตออกมาจากถ้ำอย่างปลอดภัย สอนลูกหลาน โดยยกเอาภาพของแซมที่เห็นตามสื่อ เป็นภาพสัญลักษณ์ของการทำความดีเพื่อผู้อื่น และควรสอนด้วยการลงมือพาเด็กทำจริง ปฏิบัติไปพร้อมๆ กับพ่อแม่ผู้ปกครอง ซึ่งถือว่าเป็นการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด สามารถทำได้ทุกที่ ทุกเวลา เพราะการสอนคุณธรรม จริยธรรมโดยตรงให้แก่เด็กนั้น เด็กอาจยังไม่เข้าใจ เนื่องจากเป็นเรื่องที่เป็นนามธรรม ไม่มีตัวตนให้เห็น&amp;quot; นพ.ณัฐกรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา นายกแพทยสภา เปิดเผยว่า ในแต่ละปีแพทยสภาจะมีคณะกรรมการคัดเลือกแพทย์ที่ยังมีชีวิตอยู่ ที่ทำคุณประโยชน์แก่สังคมในทุกๆ ด้าน ไม่เฉพาะทางด้านการแพทย์เท่านั้น ซึ่งที่ผ่านมาก็มีแพทย์จำนวนมากที่ได้รับการยกย่องให้เป็นต้นแบบของการทำความดี&amp;nbsp;
หมอภาคย์แพทย์ดีเด่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ปีนี้มีความพิเศษ เนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปีแพทยสภา ทางคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกแพทย์ต้นแบบทำคุณงานความดี ก็ได้มีการคัดเลือกมาระยะหนึ่งแล้ว ซึ่ง พ.ท.นพ.ภาคย์ โลหารชุน ผอ.พัน.สร.3 ซึ่งเป็นหนึ่งในแพทย์ที่มีการทำคุณงามความดีมาอย่างต่อเนื่อง ไม่เฉพาะเท่าที่เราเห็นภารกิจกู้ภัยนักฟุตบอลเยาวชนทีมหมูป่าอะคาเดมีและโค้ช 13 คน ซึ่งติดอยู่ในถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอนได้จนสำเร็จเท่านั้น แต่ภารกิจดังกล่าวมาชัดเจนในช่วงนี้ ซึ่งความเป็นจริง พ.ท.นพ.ภาคย์ เป็นคนที่ทำคุณความดีต่อสังคมมาอย่างสม่ำเสมอ ทั้งนี้ แพทยสภาจะมีการประกาศเชิดชูอย่างเป็นทางการ ร่วมกับแพทย์ท่านอื่นๆ ในเร็วๆ นี้ เพื่อเป็นต้นแบบให้แพทย์ทั่วประเทศได้ยึดเป็นแบบอย่าง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ประสิทธิ์กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม เราทุกคนต่างมีหน้าที่ สามารถทำความดีได้ในแบบของตน และเนื่องจากแพทยสภาเป็นหน่วยงานที่ดูแล ดังนั้นตนอยากฝากไปถึงแพทย์ทั่วประเทศ ว่าเราสามารถทำคุณความดีได้ในทุกๆ เรื่อง ทุกๆ วัน ทั้งการช่วยเหลือผู้ป่วย รวมถึงสังคมด้านอื่นๆ ดังที่สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร &amp;nbsp;อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก มีพระราชดำรัสว่านอกจากการเป็นแพทย์แล้ว ต้องมีความเป็นคนด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้กันนี้ มีการเผยแพร่คลิปของทีมหมูป่าอะคาเดมีแม่สายทั้ง 13 คน ที่ขณะนี้นอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ เพื่อให้แพทย์ดูอาการหลังจากเข้าไปติดอยู่ภายในถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอนเป็นเวลานานนับครึ่งเดือน โดยให้สมาชิกทีมหมูป่าอะคาเดมีแนะนำตัวทีละคน&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยน้องโน้ต ด.ช.ประจักษ์ สุธรรม อายุ 14 ปี กล่าวว่า ตอนนี้สุขภาพดีครับ ขอบคุณที่ช่วยพวกผมครับ ด้านน้องดอม ด.ช.ดวงเพชร พรมเทพ อายุ 13 ปี กล่าวว่า สุขภาพดีครับ อยากกินข้าวขาหมู อยากจะบอกว่าขอบคุณที่ให้กำลังใจครับ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น้องเติ้ล ด.ช.ณัฐวุฒิ ทาคำทรง อายุ 14 ปี กล่าวว่า สุขภาพแข็งแรงดีครับ อยากกินข้าวผัดกะเพราะหมูกรอบครับ ขอบคุณที่เป็นห่วงครับ, น้องบิว ด.ช.เอกรัตน์ วงค์สุขจันทร์ อายุ 14 ปี กล่าวว่า สบายดีครับ (เบ่งกล้ามโชว์) อยากขอบคุณทุกคนครับที่เป็นห่วง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนน้องนิค นายพิพัฒน์ โพธิ อายุ 15 ปี กล่าวว่า ร่างกายแข็งแรงดีครับ อยากกินข้าวหมูกรอบกับข้าวหมูแดงครับ ขอบคุณที่มาช่วย และขอบคุณที่เป็นกำลังใจให้ครับ, น้องไนท์ นายพีรภัทร สมเพียงใจ อายุ 16 ปี แข็งดีครับ อยากกินหมูกระทะครับ ขอบคุณสำหรับกำลังใจที่ส่งมาให้ พร้อมกับชู 2 นิ้ว
Thank you so much
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; น้องมิกซ์ ด.ช.ภาณุมาศ แสงดี อายุ 13 ปี กล่าวว่า แข็งแรงครับ ขอบคุณที่เป็นห่วงครับ ขอบคุณที่เข้าไปช่วยเหลือครับ ไม่ต้องเป็นห่วงแล้วครับ ปลอดภัยแล้วครับ, น้องดุล ด.ช.อดุลย์ สามออน อายุ 14 ปี กล่าวว่า สุขภาพเริ่มดีแล้วครับ อยากทานเคเอฟซีครับ ตอนนี้วาดภาพเพื่อนร่วมทีมอยู่ครับ I&amp;rsquo;am Adul. Now I&amp;rsquo;am very fine, Thank you so much.
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่น้องไตตั้น ด.ช.ชนินทร์ วิบูลย์รุ่งเรือง อายุ 11 ขวบ กล่าวว่า ร่างกายเริ่มเป็นปกติแล้วครับ อยากกินซูชิครับ ขอขอบคุณพี่ๆ หน่วยซีลที่เข้ามาช่วยผม แล้วก็ขอบคุณทุกๆ คนที่เป็นกำลังใจให้จนถึงวันนี้ครับ, น้องตี๋ นายพรชัย คำหลวง อายุ 16 ปี กล่าวว่า อยากกินข้าวผัดหมูกรอบครับ ขอบคุณพี่ๆ น้องๆ ที่คอยเป็นกำลังใจให้ พวกผมขอขอบคุณครับ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น้องพงศ์ ด.ช.สมพงศ์ ใจวงศ์ อายุ 13 ปี กล่าวว่า แข็งแรงดีแล้วครับ อยากกินกะเพราไข่ดาว ขอบคุณทุกคนที่เป็นกำลังใจ ขอบคุณคนทั่วโลกที่มาช่วยผมครับ Thank you., น้องมาร์ค ด.ช.มงคล บุญเปี่ยม อายุ 13 ปี กล่าวว่า สบาย แข็งแรงดีแล้วครับ อยากกินสเต๊กครับ ขอบคุณชาวไทยทุกคนที่ให้กำลังใจ ผมจะแข็งแรงและสู้ต่อไปครับ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และคนสุดท้าย โค้ชเอก นายเอกพล จันทะวงษ์ อายุ 25 ปี กล่าวว่า ตอนนี้เริ่มแข็งแรงดีเป็นปกติแล้วครับ ตอนนี้ทานข้าวได้ปกติครับ เมนูที่อยากกินที่สุดคือข้าวผัดหมูกรอบ ก่อนอื่นต้องขอบคุณพี่ๆ น้องๆ ทุกคน ขอบคุณทุกกระทรวงที่คอยช่วยเหลือตลอด แล้วก็ขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรี พี่ๆ หน่วยซีล คุณหมอทุกคน ต้องขอบคุณมากครับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมคณะ ร่วมแถลงข่าวหลังจากเยี่ยมให้กำลังใจทีมหมูป่าฯ ว่า ล่าสุดทุกคนมีสภาพร่างกายที่ฟื้นตัวตามลำดับ ปฏิบัติกิจวัตรประจำวันได้ดี อยู่ระหว่างให้ยาปฏิชีวนะครบ 7 วัน ตามแผนการรักษา ทุกคนมีสภาพจิตใจดี ครอบครัวและญาติเข้าเยี่ยมแบบใกล้ชิดโดยไม่ต้องสวมหน้ากากอนามัยได้แล้ว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลการตรวจไม่พบเชื้อโรคติดต่อที่เป็นอันตราย ทุกคนมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นคนละประมาณ 2 กิโลกรัม คาดว่าจะสามารถออกจากโรงพยาบาลได้ภายในวันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม 2561 นี้ โดยสิ่งที่น่าเป็นห่วง 2 เรื่องคือ เมื่อกลับไปอยู่บ้าน ต้องระวังการติดเชื้อจากคนหมู่มากที่เข้าไปเยี่ยม เนื่องจากทีมหมูป่าฯ ยังอยู่ในระยะพักฟื้น อาจจะติดเชื้อได้ง่าย &amp;nbsp;
ฟื้นฟูจิตใจอย่างน้อย 1 เดือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเรื่องที่สองคือ ทีมหมูป่าฯ อาจจะถูกเชิญไปสัมภาษณ์หรือออกรายการต่างๆ โดยทีมจิตแพทย์ได้แนะนำให้ทีมหมูป่าฯ ได้รับการฟื้นฟูจิตใจอย่างน้อย 1 เดือน ให้เขาได้อยู่กับครอบครัวและเพื่อนก่อนพ้นช่วงรักษาบาดแผลทางใจ โดยทีมแพทย์ยังคงดูแลอย่างต่อเนื่อง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ จะมีการปรึกษากับคณะทำงานต่อไปถึงการดูแลอย่างต่อเนื่อง ขอความร่วมมือกับสื่อมวลชน ไม่ควรถามคำถามที่ไม่สร้างสรรค์ โดยขอให้คำนึงถึงจิตใจเด็กเป็นสำคัญ ในการนี้ได้เปิดคลิปวิดีโอที่น้องๆ ได้เริ่มวาดภาพและแนะนำตัวรายบุคคล โดยเด็กๆ ได้กล่าวขอบคุณนายกรัฐมนตรี หน่วยซีล แพทย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งกำลังใจจากประชาชนทุกคนที่เป็นห่วง &amp;nbsp;พร้อมบอกว่าอยากรับประทานอาหารที่ชอบและอยากทานมากที่สุดเมื่อหายดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน พลอากาศตรี สุพิชัย สุนทรบุระ รองเลขาธิการพระราชวัง ได้ทำพิธีเปิด โครงการจิตอาสาพระราชทาน เราทำความดีด้วยหัวใจ เพื่อฟื้นฟูและพัฒนาพื้นที่วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ตำบลโป่งผา อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย หลังทำพิธีเปิดจิตอาสาจำนวนกว่า 4,000 คน ร่วมทำงาน Big Cleaning Day บริเวณภายในถ้ำหลวง และโดยรอบถ้ำหลวง ในการทำความสะอาดเก็บขยะ ทำความสะอาดพื้นที่และปรับภูมิทัศน์ รวม 5 จุดพร้อมกัน จิตอาสาชาวอำเภอแม่สายและข้างเคียงกว่า 4,000 คนได้เดินทางมายังถ้ำหลวงตั้งแต่เช้า เพื่อทำความสะอาดปรับปรุงและฟื้นฟูบริเวณถ้ำหลวง วนอุทยานถ้ำหลวง- ขุนน้ำนางนอน ตำบลโป่งผา อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย และพื้นที่โดยรอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยการทำความสะอาดวันนี้มี 5 จุดพร้อมกัน จุดแรกคือ บริเวณหน้าถ้ำหลวง, จุดที่ 2 คือผาหมี เป็นจุดที่เหล่าจิตอาสาจะไปช่วยกันรื้อฝายกันน้ำ รวมทั้งท่อที่นำไปวางเพื่อเบี่ยงทางน้ำไม่ให้เข้าถ้ำ ที่ทำไว้ในช่วงภาระกิจช่วยทั้ง 13 ชีวิต, จุดที่ 3 กิ่วคอนาง เป็นจุดที่ทั้งกั้น และเบี่ยงทางน้ำไม่ไห้ไหลเข้าถ้ำ, จุดที่ 4 ขุนน้ำนางนอน เป็นจุดที่ระบบสูบน้ำต่างๆ มารวมกัน และจุดที่ 5 วัดในบริเวณถ้ำหลวงรวม 3 วัด เป็นสถานที่พักอาศัยของเจ้าหน้าที่ และไว้เก็บอุปกรณ์เครื่องมือในการช่วยเหลือทั้ง 13 ชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยจิตอาสาจะกระจายกำลังเข้าพื้นที่ทั้ง 5 จุด และกำหนดระยะเวลาดำเนินการทำความสะอาด เก็บรื้อถอนเต็นท์ อุปกรณ์ท่อน้ำรอบๆ บริเวณทั้งหมด รวมทั้งเก็บกวาดขยะในบริเวณหน้าถ้ำ รวม 2 วันคือ วันที่ 14 และ 15 กรกฎาคมนี้ ซึ่งทุกคนทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ต่างตั้งใจเพื่อที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการทำความดีด้วยหัวใจ ในกิจกรรมในครั้งนี้
ขอบคุณเกษตรกรผู้เสียสละ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. รับทราบความคืบหน้าการช่วยเหลือเยียวยาแก่เกษตรกร 4 ตำบล ใน อ.แม่สาย จ.เชียงราย ที่เสียสละพื้นที่ปลูกพืชเป็นที่รับน้ำเพื่อช่วยเหลือทีมหมูป่าฯ ล่าสุด กระทรวงเกษตรฯ ได้ลงพื้นที่มอบปัจจัยการผลิต ได้แก่ ต้นพันธุ์ลิ้นจี่ มะเขือ พริก เชื้อรากำจัดโรคข้าว ไส้เดือนฝอยชนิดผง ปุ๋ย และน้ำหมักชีวภาพ พร้อมทั้งจัดบริการซ่อมแซมเครื่องจักรกลการเกษตร เช่น รถอีแต๋น เครื่องสูบน้ำ เครื่องตัดหญ้า เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.สรรเสริญกล่าวว่า นอกจากนี้ จะมีการจ่ายเงินชดเชยความเสียหายไร่ละ 1,113 บาท รายละไม่เกิน 30 ไร่ ผ่านบัญชีของเกษตรกรโดยตรงในเร็วๆ นี้ รวมมูลค่าความช่วยเหลือราว 1.4 ล้านบาท รวมทั้งจะส่งเจ้าหน้าที่ลงไปให้ความรู้ในการฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำลด และมอบเมล็ดพันธุ์ข้าวเหนียว 2 สายพันธุ์ คือ ข้าวขาวทิพย์ 105 และสายพันธุ์ กข 6 จำนวน 14 ตัน ให้แก่เกษตรกรด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;นายกฯ รับทราบว่ามีเกษตรกร 19 ราย ที่ไม่ขอรับเงินช่วยเหลือ เพราะตั้งใจเสียสละเพื่อช่วยเหลือเยาวชนทั้ง 13 คนให้สามารถออกจากถ้ำได้อย่างปลอดภัย จึงแสดงความชื่นชมและขอบคุณจากใจจริง อย่างไรก็ตาม รัฐบาลพร้อมที่จะช่วยเหลืออย่างเต็มที่เท่าที่จะทำได้ เพื่อตอบแทนความมีน้ำใจโอบอ้อมอารีที่ทุกคนมีต่อเพื่อนมนุษย์&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ขัวศิลปะบ้านขัวแขร่ ตำบลบ้านดู่ อำเภอเมืองฯ &amp;nbsp;จังหวัดเชียงราย อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติชาวเชียงราย ผู้ออกแบบและสร้างวัดร่องขุ่นแหล่งท่องเที่ยวทางพุทธศิลป์ชื่อดังของจังหวัดเชียงราย พร้อมศิลปินขัวศิลปะแขนงต่างๆ เกือบ 100 ชีวิต ร่วมกันแถลงข่าวการสร้างศาลา และปั้นรูปประติมากรรมจ่าเอกสมาน กุนัน หรือจ่าแซม ขนาด 1 เท่าครึ่งของตัวจ่าแซม ซึ่งเป็นผู้สละเสียชีวิตในถ้ำหลวงขณะดำน้ำนำขวดอากาศเข้าไปยังถ้ำหลวงเพื่อช่วยทีมหมู&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และอาจารย์เฉลิมชัยยังร่วมกับศิลปินขัวศิลปะยังร่วมกันวาดภาพฮีโร่ ภาพประวัติศาสตร์เพื่อให้โลกจดจำมิตรภาพและความร่วมมือที่ไร้พรมแดน ซึ่งเป็นภาพรวมบุคคลต่างๆ ที่มีส่วนร่วมเข้าไปช่วย 13 ชีวิตในถ้ำหลวง มีความกว้าง 3 เมตร ความยาว 13 เมตร หลังวาดเสร็จจะโชว์ที่ขัวศิลปะ และนำไปเก็บที่วัดร่องขุ่น ก่อนจะนำไปโชว์ที่ถ้ำหลวง หลังสร้างศาลาเสร็จนำไปโชว์ที่ศาลา &amp;nbsp;ซึ่งกำลังจะสร้างไว้ที่หน้าถ้ำหลวง วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำทางนอน ซึ่งอาจารย์เฉลิมชัยบอกว่าในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ก็จะสามารถเปิดศาลาพร้อมภาพวาดให้นักท่องเที่ยวชมได้ สำหรับการสร้างรูปปั้นประติมากรรมจ่าแซม และวาดภาพฮีโร่ รวมทั้งศาลาตนเองใช้งบส่วนตัวจำนวน 10 ล้านบาท
ขอสัญชาติหมูป่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร.ต.ท.อาทิตย์ บุญญะโสภัต อธิบดีกรมการปกครอง กล่าวว่า กรณีการพิจารณาให้สัญชาติแก่ทีมหมูป่าอะคาเดมี จำนวน 13 คน พบว่า ไม่มีสัญชาติไทย 4 คน โดยเป็นเด็ก 3 คน และผู้ฝึกสอน 1 คน ประกอบด้วย ด.ช.มงคล บุญเปี่ยม อายุ 13 ปี, ด.ช.อดุลย์ สามอ่อน อายุ 14 ปี, นายพรชัย คำหลวง อายุ 16 ปี และ นายเอกพล จันทะวงษ์ หรือโค้ชเอก อายุ 25 ปี ทั้งนี้สาเหตุที่บุคคลทั้ง 4 คนไม่ได้สัญชาติไทย เนื่องจากมีบิดาและมารดาเป็นคนต่างด้าว ซึ่งข้อมูลที่ตรวจพบปรากฏว่าทั้ง 4 คนไม่ได้แจ้งการเกิด ไม่มีสูติบัตร ในส่วนของเด็ก 3 คน ได้รับการสำรวจจัดทำทะเบียนราษฎรในกลุ่มบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน ตามมติ ครม. วันที่ 18 ม.ค.2548 โดยมีเลขประจำตัว 13 หลัก ขึ้นต้นด้วยเลข 0 ขณะที่โค้ชเอกมีหนังสือรับรองการเกิดของโรงพยาบาลแม่สาย แต่ไม่ได้แจ้งเกิด และไม่ได้จัดทำทะเบียนราษฎร จึงไม่มีเลขประจำตัว 13 หลัก
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม การขอสัญชาติไทยของทั้ง 4 คน จะต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดใน พ.ร.บ.สัญชาติ โดยแม้บิดามารดาของทั้ง 4 คนไม่ใช่คนสัญชาติไทย แต่ทั้ง 4 คนเกิดในดินแดนประเทศไทย ดังนั้นสำคัญที่หลักฐานที่แสดงว่าเป็นผู้ที่เกิดในประเทศไทย ได้แก่ สูติบัตร หรือใบเกิด หรือหนังสือรับรองการเกิดที่นายทะเบียนออกให้ หรือ ท.ร.20/1 ขณะนี้ประเด็นการขอสัญชาติไทยของทั้ง 4 คน จึงต้องเริ่มต้นด้วยการพิสูจน์ว่าเกิดในประเทศไทย และเมื่อได้รับสูติบัตรหรือหนังสือรับรองการเกิดจากนายทะเบียนแล้ว จึงเข้าสู่ขั้นตอนการยื่นขอมีสัญชาติไทยต่อไป
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร.ต.ท.อาทิตย์กล่าวต่อว่า สำหรับระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่ขั้นตอนการรับคำขอมีสัญชาติไทยพร้อมพยานหลักฐานครบถ้วน จนถึงการพิจารณาอนุมัติของนายอำเภอ จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน แต่ถ้ามีเหตุจำเป็น ไม่ว่าด้วยเหตุใด สามารถขยายเวลาได้อีกไม่เกิน 30 วัน เมื่อรวมแล้วจะต้องไม่เกิน 120 วัน ทั้งนี้ กรมการปกครองยืนยันหลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินการใช้ปฏิบัติกับทุกคนที่มีปัญหา และข้อเท็จจริงในลักษณะเดียวกัน ไม่ได้กำหนดขึ้นเพื่อให้ประโยชน์กับเด็กทีมหมูป่าอะคาเดมี หรือบุคคลอื่นใดหรือกลุ่มใดเป็นการเฉพาะ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13408</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ่าแซม, ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร, นาวาตรีสมาน กุนัน, พระราชทานยศนาวาตรี, พระราชทานเพลิงศพ, หนังสือพิมพ์, อนุพงษ์ เผ่าจินดา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180714/image_big_5b49dca31bb2e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12952</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พท.ปูด‘พลังดูด4.0’แรง ‘มทภ.2’ฮึ่ม!ทหารไม่ยุ่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; มท.1 ย้ำเลือกตั้ง ส.ส.กับท้องถิ่นต้องห่างกัน 3 เดือน &amp;quot;กำนัน&amp;quot; ยันไม่เคยติดต่อกับ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; เผยรวมพลังประชาชาติไทยรวบรวมผู้ร่วมก่อตั้งพรรคได้ครบ 500 คนแล้ว ไม่ดูดใคร แต่จะสร้างคนรุ่นใหม่ ขณะที่เพื่อไทยยังรุมยำพลังดูด 4.0 ฝ่ายประชาธิปไตยหนวดจิ๋มแฉฝ่ายเผด็จการใช้เงินล่อ ปูดใช้หนี้พนันให้ แม่ทัพภาคที่ 2 ลั่นไม่เคยสั่งการให้ทหารชั้นผู้ใหญ่ไปดึงตัวนักการเมือง &amp;nbsp;ทหารเราไม่ได้ไปเกี่ยวข้องกับการดูด ส.ส.ในพื้นที่ภาคอีสาน ไม่ใช่หน้าที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงไทม์ไลน์การเลือกตั้งท้องถิ่นว่า อันดับแรกตัวกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่นยังไม่เสร็จ บางคนบอก 2-3 เดือนก็ว่าไป แต่สมมติว่าเสร็จเดือน ก.ค.หรือ ส.ค. หรือ ก.ย. ที่เหลืออย่างเดียวเท่านั้นคือเวลาที่เหมาะสม ซึ่งนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ได้พูดให้ฟังไปหมดแล้วว่าเวลาที่เหมาะสม ทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เขาขอว่าหากเลือกตั้งใหญ่เมื่อไหร่ ขอให้ห่างกัน 3 เดือน จะได้มีเวลาในการเตรียมการ ไม่อย่างนั้นเขาจะไม่ไหว และมันจะไม่เหมาะ เพราะประชาชนจะงง หากมีการเลือกตั้งติดๆ กัน อีกทั้งคนหาเสียงจะได้มีเวลาในการหาเสียง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แต่ทั้งนี้หากมีช่องว่างสามารถเลือกก่อนได้ก็เลือกก่อน เพราะสังคมก็บอกเลือกก่อนหากคนลงไม่ได้เขาก็จะไปลงสนามใหญ่ แต่บางคนก็บอกเลือกทีหลังสอบตก ส.ส.ก็มีโอกาสไปลง ก็แล้วแต่ มีข้อคิดทั้งนั้น ดังนั้นต้องดูช่วงเวลาที่เหมาะสม แต่หากพูดตามหลักการ ถ้ากฎหมายเสร็จ กกต.บอกพร้อม ก็ดูวันเหมาะสมเลือกได้ แต่จะต้องห่างกัน 3 เดือน&amp;quot; พล.อ.อนุพงษ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) กล่าวถึงสถานการณ์การเมือง หลังจากตั้งพรรคว่า ขณะนี้ทางพรรคกำลังรวบรวมผู้ร่วมจัดตั้งให้ได้ 500 คน ตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งตอนนี้ใกล้จะครบแล้ว จากนั้นเราจะประชุมผู้จัดตั้งพรรค และตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชั่วคราว เพื่อดำเนินการจัดตั้งพรรคตามกฎหมาย ส่วนการหาสมาชิกพรรคนั้น ก็ต้องรอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ปลดล็อกให้ก่อน เราจะดำเนินกิจกรรมทางการเมืองได้ พร้อมทั้งยืนยันว่าพรรคเราจะทำตามกฎหมายและคำสั่ง คสช. ขณะเดียวกันเราเข้าใจ คสช.ในสถานการณ์ปัจจุบันที่ต้องทำให้บ้านเมืองมีความสงบเรียบร้อย และยังเชื่อมั่นในประชาชน แม้ว่าตอนนี้จะมีความจำกัดอยู่บ้าง แต่ถึงเวลาประชาชนจะตัดสินใจได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุเทพกล่าวว่า กระแสการดูด ส.ส.ในขณะนี้ ทางพรรค รปช.ไม่สนใจประเด็นนี้ ซึ่งยืนยันว่าพรรคเราจะไม่ดูดใคร แต่จะสร้างนักการเมืองรุ่นใหม่ ซึ่งตนมองว่าการย้ายพรรคของ ส.ส.มีมาตลอด และเรื่องนี้ต้องอยู่กับจุดยืน ความคิดของนักการเมืองแต่ละคนที่จะย้ายพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกระแสข่าวที่ว่าฝ่ายรัฐบาลใช้พลังดูดนักการเมือง จะสวนทางกับการปฏิรูปการเมืองหรือไม่ ตนคิดว่า การไปคิดว่าสิ่งที่รัฐบาลทำเป็นการใช้พลังดูดนั้น อาจเป็นการปรักปรำรัฐบาลหรือไม่ เราต้องดูเรื่องนี้กันต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หลังจากนี้จะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.หรือไม่ นายสุเทพตอบว่า พรรค รปช.ต้องการให้การเมืองในอนาคตเป็นการเมืองที่ดี เราไม่ยึดติดตัวบุคคล เรายึดแนวทางการปฏิรูปประเทศทุกๆ ด้าน โดยที่ผ่านมารัฐบาลก็ดำเนินการปฏิรูป ขณะนี้การปฏิรูปที่ใกล้สำเร็จคือ ปฏิรูปตำรวจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า วันเกิดปีนี้ พล.อ.ประยุทธ์ได้ส่งคำอวยพรหรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า &amp;ldquo;ไม่มี ผมไม่ได้ติดต่อกับ พล.อ.ประยุทธ์&amp;rdquo;
ตกผลึกแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างพรรคประชาธิปัตย์กับพรรครวมพลังประชาชาติไทยว่า เรื่องส่วนตัวไม่มีเปลี่ยนแปลง เพราะเคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา เป็นเรื่องปกติ ส่วนทางการเมืองต่างคนก็ต่างทำหน้าที่ของตัวเอง แข่งขันกันธรรมดา ทั้งนี้ เมื่อมีการตั้งพรรคขึ้นมาใหม่ ย่อมต้องแย่งฐานเสียงกันแน่นอน ไม่ใช่เฉพาะแค่เพียงพื้นที่ภาคใต้ แต่แย่งกันทั่วประเทศ ถือเป็นเรื่องปกติธรรมดา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงอดีต ส.ส.ของพรรคจะมีใครย้ายอีกหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า สมาชิกแต่ละคนต้องตัดสินใจ ซึ่งเดือนกว่าที่ผ่านมาเชื่อว่าหลายคนตกผลึกและมีความคิดเป็นของตัวเอง ทั้งนี้ที่ลาออกไปแล้วก็มีที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีและจังหวัดจันทบุรีตามที่ปรากฏเป็นข่าว &amp;nbsp;ส่วนคนอื่นๆ ต้องถามกับเจ้าตัวเอง ด้านนายสุรเชษฐ์ แวอะแซ อดีต ส.ส.นราธิวาส ปรารภอยู่บ้าง แต่ยังไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ ส่วนกรณีนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ และนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ &amp;nbsp;อดีต ส.ส.กทม.นั้น นายพุทธิพงษ์ ยังไม่เปลี่ยนแปลง แต่นายณัฏฐพลอยู่ระหว่างการตัดสินใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ตนห่วงเรื่องหลังเลือกตั้งมากกว่า อยากให้การเมืองเดินหน้าหลังการเลือกตั้งได้ ไม่ได้อยากให้เกิดความขัดแย้ง รวมทั้งประชาชนคาดหวังว่าอยากให้หลุดพ้นจากการเมืองเก่าๆ และแก้ปัญหาปากท้องให้เกิดการเปลี่ยนแปลงชัดเจน ดังนั้น &amp;nbsp;จึงอยากให้พรรคการเมืองคิดถึงเรื่องเหล่านี้มากกว่า ส่วนการดูด เสนอต่อรอง คิดว่าประชาชนเบื่อหน่าย และหากตอกย้ำเรื่องแบบนี้ เมื่อไหร่อนาคตของประชาชนจะลืมตาอ้าปากกันได้ ดังนั้นใครที่ยังทำเรื่องเก่าๆ แบบนี้ อย่าทำ เกรงใจประชาชนบ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ถ้าทำเรื่องการเมืองให้เป็นเรื่องการแลกเปลี่ยนต่อรองผลประโยชน์ ผมไม่ได้ติดใจเรื่องการได้เปรียบเสียเปรียบ แต่มองว่าประเทศจะเสียหาย ที่สำคัญการเมืองจะปฏิรูปไม่ได้หากไม่เริ่มด้วยความสุจริตเที่ยงธรรม เพราะฉะนั้นรัฐบาลบอกเองว่าจะเป็นผู้ทำหน้าที่ปฏิรูป ก็ต้องปฏิบัติให้เห็นด้วย&amp;rdquo; หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนความเคลื่อนไหวของพรรคเพื่อไทยนั้น นายชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีตรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้ความเห็นกรณีมีผู้อ้างว่าเป็นอดีต ส.ส.พท.ภาคอีสาน ให้ข่าวว่าสาเหตุที่ย้ายไปซบพลังดูดเพราะผู้ใหญ่ของพรรคกลับกลอก ไม่สู้จริง เอาตัวรอด ฯลฯ นั้น ตนไม่เชื่อว่าจะมีอดีต ส.ส.พท.ท่านใดให้ข่าวดังกล่าว เพราะผิดวิสัยคนอีสาน ที่มีความสัตย์ซื่อ ไม่กินบนเรือนแล้วขี้รดบนหลังคา ประการสำคัญ ผู้ใหญ่ของพรรคก็มิได้มีพฤติการณ์ดังที่ถูกกล่าวหา เพราะถ้าเป็นเช่นนั้น พท.ก็คงไม่ได้รับความนิยมจากประชาชนมาอย่างต่อเนื่องและยาวนานจนถึงปัจจุบัน
พลังดูดปล่อยข่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คาดว่าผู้ให้ข่าวน่าจะเป็นคนของทีมพลังดูดมากกว่า เพราะผู้ที่ย้ายไปซบพลังดูดกำลังถูกประชาชนและกระแสสังคมโจมตีอย่างหนักว่าละทิ้งอุดมการณ์ เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนเฉพาะหน้า ลืมประชาชน จนอาจกล่าวได้ว่ากระแสกดดันจากประชาชนแรงมากถึงขนาดทีมพลังดูดต้องเลื่อนนัดการแถลงข่าวเปิดตัวรอบสองออกไปไม่มีกำหนด&amp;quot;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวลิตกล่าวว่า การย้ายพรรคแต่ละคนก็อาจมีเหตุผลส่วนตัว เมื่อจะจากกัน ก็ขอให้จากกันด้วยดี ส่วนที่มีสมาชิกพรรคบางคนโจมตีบ้าง ก็เป็นเรื่องธรรมดา เมื่อเขารักท่านมาก เพราะผูกพันจากการทำงานร่วมกันมา เมื่อมาตีจากไปยามยาก การมีอารมณ์โกรธชั่วคราวบ้าง ถือเป็นเรื่องธรรมดาดังกล่าว แต่พวกเราส่วนใหญ่เข้าใจความจำเป็นแต่ละบุคคล ก็ขออวยพรให้โชคดี เพียงแต่เมื่อจะจากบ้านไป ก็อย่าเผาบ้านที่ตนเองเคยอยู่ เพราะจะพาให้เพื่อนๆ ที่ยังรักบ้านหลังนี้พลอยลำบากไปด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พวกเราสมาชิกเพื่อไทยไม่อาจละทิ้งอุดมการณ์ประชาธิปไตย ไม่อาจลืมประชาชนที่สนับสนุนพรรคมาอย่างยาวนานได้ ขอยืนหยัดเพื่อรอส่งไม้ให้น้องๆ รุ่นต่อไปมารับช่วง และขณะนี้เป็นที่น่ายินดีว่ามีคนรุ่นใหม่จำนวนมากซึ่งเปรียบเสมือนหน่อไม้กำลังแทงหน่อขึ้นมาอย่างงดงาม ได้อาสามารับช่วง ต่อยอดอุดมการณ์ประชาธิปไตยจากรุ่นสู่รุ่นอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย&amp;quot; นายชวลิตกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช. โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กว่า สามมิตรพลังประชารัฐล้มเหลวอย่างไม่เป็นท่าตั้งแต่เป็นวุ้น ผู้ที่ถูกทาบทามหรือดูดเริ่มจับทางได้ว่าเป็นการให้สัญญาที่เกิดขึ้นไม่ได้ ที่ให้สัญญาว่าจะล้มเลิกคดีให้ เป็นไปไม่ได้ เพราะเป็นคดีที่มีผู้ถูกกล่าวหาในคราวเดียวกัน ในสำนวนเดียวกันกว่า 40 คน แล้วจะแยกช่วยเป็นคนๆ ไป เป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ให้สัญญาว่า ผู้ถูกดูดเป็นผู้กำหนดเขตเลือกตั้งให้มั่นใจในชัยชนะ ไปจนกระทั่งกำหนดผู้บริหารระดับต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในการเลือกตั้งได้ เพื่อประกันว่าได้รับเลือกได้อย่างแน่นอนนั้น เป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ
เพราะเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงานที่มีความเป็นเอกเทศจากกัน ทำให้เกิดความยุ่งเหยิงปั่นป่วนขนานใหญ่ระดับประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ให้สัญญาว่าจะให้เงินก้อนโต เพื่อเคลียร์หนี้ต่างๆ มีการพนันเป็นอาทิ เป็นไปไม่ได้ เพราะใครจะเอาเงินมาให้ หากจ่ายจริง เรื่องจะฉาวโฉ่ระดับประเทศระดับโลกประมาณช้างตายทั้งตัวเอาใบบัวมาปิด คราวนี้คงจะสนุก เพราะยักษ์ใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังจะถูกกระชากหน้ากากลากไส้ให้ประชาชนทั้งประเทศเห็น เขาจะยอมหรือ และหากเขามีตัณหาต้องการเป็นใหญ่ทางการเมืองจะไปรอดหรือ
&amp;quot;เหวง&amp;quot;ย้อนศร คสช.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เหวงยังระบุว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ยิ่ง คสช.กระหน่ำโจมตีนักการเมืองเก่าๆ พรรคการเมืองเก่าๆ มาอย่างสาดเสียเทเสียตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา แต่ในขณะนี้พวกคุณกำลังไปรวบรวม (ดูด) เอานักการเมืองจากพรรคการเมืองที่ คสช.ประณามหยามเหยียดโจมตีตลอดสี่ปีเพื่อมาดำเนินการตั้งพรรคไปบรรลุเจตจำนงทางการเมืองของพวกคุณ เช่นนี้พวกคุณก็จะยิ่งทำให้การเมืองเน่าเหม็น ยิ่งกว่าการเมืองน้ำเน่าเดิมเสียอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พวกคุณไม่มีความกล้าหาญทางการเมือง การอ้างว่ายังไม่พร้อมก็เลยยังไม่เปิดศักราชชัดเจน นั่นแสดงว่า ความพยายามในการ &amp;ldquo;ดูด&amp;rdquo; นักการเมืองเกรดเอ จากพรรคเพื่อไทย ยังไม่ได้คืบหน้าไปไหนมากกว่า เปิดตัวกลุ่มปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข ได้เพียงสามคนจากเลยเท่านั้น อดีต ส.ส.ในพื้นที่อีสานก็ได้อธิบายให้พวกคุณฟังแล้วว่า พวกเขาได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่แล้ว ยืนยันว่าประชาชนในพื้นที่อีสานและเหนือยี้พวกคุณ ไม่เช่นนั้นถ้าประชาชนตอบรับอย่างครึกโครม ผู้ที่ถูกพวกคุณชักชวนเชื้อเชิญมีหรือจะไม่รีบวิ่งแจ้นไปหาพวกคุณ&amp;quot; นพ.เหวงระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชินวัฒน์ หาบุญพาด อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำคนเสื้อแดง ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ได้โพสต์เฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 6 ก.ค.อย่างดุเดือดต่อนักการเมืองพรรคเพื่อไทยที่ย้ายออกไปร่วมงานกับขั้วตรงข้ามว่า ที่ได้เขียนเฟซบุ๊กไปเมื่อวันที่ 6 ก.ค.ไว้อย่างนั้น เพื่อจะบอกว่า คนที่ย้ายออกบางคน โดยเฉพาะคนที่เคยร่วมเวทีเสื้อแดงแล้วย้ายออกไป เป็นเหมือนพวกยาหมดอายุแล้ว คนพวกนี้จะไปอยู่ซีกเสื้อเหลืองเขาก็ไม่เอา เลยต้องมาอยู่ตรงนี้ บางคนเคยต่อสู้กับประชาชนมา เรียกร้องประชาธิปไตย หากไปอยู่พรรคซีกประชาธิปไตยจะไม่ว่าเลย แต่ไปอยู่กับซีกเผด็จการอย่างนี้ ไม่นึกถึงวันที่เคยขึ้นเวทีพูดเรื่องประชาธิปไตย บอกเผด็จการไม่ดี ที่เคยพูดไว้กับประชาชนบ้างหรือ การทำอย่างนี้เท่ากับโกหกคนทั้งประเทศใช่หรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แล้วแน่ใจหรือ ไปอยู่ตรงนั้นจะได้เป็น ส.ส. จะได้ทำงาน เพราะภาพคุณมีความเป็นเสื้อแดงอยู่ ไปอยู่ตรงนั้นก็เป็นแกะดำอีก สำหรับแกนนำกลุ่มสามมิตร ต้องดูว่ามาเล่นการเมืองหวังเรื่องอะไร ในอดีตเคยมีตำแหน่ง เป็นอดีตเลขาธิการพรรค เป็นเพราะประชาชนศรัทธาในความเป็นพรรค ไม่ใช่ตัวคุณ ดังนั้นอย่าทะนงตัวว่าไปอยู่พรรคไหนแล้วจะได้เป็นรัฐบาล&amp;quot;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาบอกว่า ที่ระบุเปรียบเทียบพวกย้ายพรรคเป็นเหมือนโสเภณีนั้น ไม่ได้ดูถูกเหยียดหยามผู้หญิงที่ทำอาชีพนี้ แต่เพื่อต้องทำให้มองให้เห็นชี้ชัดว่า ไม่ใช่ว่าซ่องไหนดีกว่า ได้ตังค์มากกว่า ได้ประโยชน์มากกว่าเลยต้องถีบออกจากที่เดิม ที่ผ่านมาก็เห็นแล้ว การบริหารเป็นอย่างไร เศรษฐกิจก็ไม่ได้ บ้านเมืองก็วุ่นวาย แล้วยังไปอยู่กับกลุ่มนี้ แล้วประเทศ ประชาชนจะเป็นอย่างไร อย่างนี้เท่ากับทำลายนักการเมืองในระบอบประชาธิปไตยทั้งหมดหรือไม่ คนเลยยิ่งด่าว่านักการเมืองเข้ามาเพื่อแสวงหาผลประโยชน์
ตัดขาดความเป็นเพื่อน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ถูกทาบทามให้ไปร่วมงานพรรคการเมืองอื่นบ้างหรือไม่ นายชินวัฒน์กล่าวว่า มี แต่ไม่ใช่พรรคทหาร แต่เป็นพรรคที่พรรคพวกแยกออกไปตั้งพรรคเอง แต่ก็ได้บอกว่า ถึงเป็นนักการเมืองคนจน ก็ไม่ได้ต้องการตำแหน่ง ขออยู่กับพรรคที่ยังยืนในระบอบประชาธิปไตยต่อไป พรรคไหนที่ตั้งขึ้นแล้วสนับสนุนฝ่ายประชาธิปไตย ยินดีกับทุกพรรค แต่ถ้าไปอิงกับทหาร รัฐบาลนี้หรือไปสนับสนุนบิ๊กไหนก็ตาม หากเป็นเพื่อนกันก็ต้องขอตัดขาดจากความเป็นเพื่อนกัน
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จากการพูดคุยกลับกลุ่มเพื่อนอดีต ส.ส. ทำให้ทราบว่าอดีต ส.ส.ที่เข้าร่วมพรรคพลังประชารัฐ หรือแค่มีชื่อว่าจะเข้าร่วมพรรคพลังประชารัฐ จะประสบปัญหาเดียวกัน คือประชาชนในพื้นที่ไม่ให้การต้อนรับเหมือนตอนที่ยังอยู่พรรคเก่า มีงานบุญงานบวชอะไรชาวบ้านเขาก็เมินเฉย แม้ไปร่วมงานเขาก็ไม่ยอมพูดคุยด้วย ทำให้ไปไหนไม่ได้ ต้องอยู่แต่ในบ้าน เพราะชาวบ้านมองว่าคนที่ยอมถูกดูดเหล่านี้ ยอมขายอุดมการณ์เพื่อไปเป็นเครื่องมือต่อท่ออำนาจให้รัฐบาลที่มาจากการรัฐประหาร ทำให้อดีต ส.ส.ที่ยังไม่ถูกดูดไม่กล้าไปเข้าร่วม แม้จะถูกข่มขู่ก็ยังอยู่กับพรรคเก่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมยังทราบว่าพรรคที่กำลังเดินสายดูดได้ประเมินสถานการณ์ ถ้าเป็นเช่นนี้อาจต้องเปลี่ยนวิธีจากดูดจากนำมาร่วมไว้ที่พรรคเดียวอาจต้องกระจายไปอยู่ในหลายๆ พรรคที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เพื่อหนุนการสืบทอดอำนาจต่อไป&amp;quot; นายวรชัยกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย จัดเวทีสาธารณะเครือข่ายตรวจสอบภาคประชาชน หัวข้อ พรรคการเมืองกับแนวทางการสามัคคีปรองดองแห่งชาติ โดนนายจุรินทร์กล่าวว่า ความขัดแย้งถ้าเกิดจากการที่ความคิดต่างกันเป็นเรื่องปกติของทุกสังคม กติกาในประชาธิปไตยมีวิธีการตัดสินอยู่แล้วว่าความคิดเห็นใดที่สังคมจะนำไปปฏิบัติ แต่ถ้าเกิดจากการทำผิด ทุจริต ก็ต้องใช้กฎหมายควบคุม ซึ่งจะทำให้สังคมเกิดความสันติได้ ดังนั้นเราต้องสร้างสังคมที่เคารพกฎหมาย เมื่อไหร่ที่ผู้ทำผิดไม่ได้รับผิด คนที่เคารพกฎหมายจะรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ดังนั้น 3 ฝ่ายจะต้องช่วยกันเพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ 1.นักการเมือง ต้องไม่สร้างเงื่อนไขให้ประชาธิปไตยต้องสะดุด อย่าให้เข้าทางผู้ที่จะทำรัฐประหาร 2.ผู้ที่คิดจะยึดอำนาจส่วนใหญ่เป็นทหาร ถ้าทหารยืนอยู่ หลักการเป็นทหารต้องอดทนให้ประชาธิปไตยคลี่คลายไปเอง 3.ประชาชน ที่ไม่ยอมรับเรื่องอำนาจนิยม แต่รับประชาธิปไตยนิยม คิดว่าการเกิดวงจรอุบาทว์จะน้อยลงมากขึ้น
เป็นเรื่องตัวบุคคล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุรินทร์ยังกล่าวถึงพลังดูดว่า ไม่ขอให้ความเห็น เพราะเป็นเรื่องของตัวบุคคล หากใครจะอยู่ที่ไหนเป็นเรื่องของแต่ละคน และไม่ว่าจะไปอยู่พรรคใดด้วยหรือเหตุผลอะไร ย่อมเป็นหน้าที่ของคนคนนั้นชี้แจงกับประชาชน และประชาชนเป็นผู้ตัดสิน ทั้งนี้ การเลือกตั้งทุกครั้งย่อมมีคนเข้าคนออกเป็นเรื่องปกติ แต่การเข้า-ออกเริ่มนำไปสู่ความไม่ปกติทางการเมือง เนื่องจากมีการให้ผลประโยชน์และตำแหน่งเข้ามาแลก ซึ่งการให้ผลประโยชน์ในลักษณะนี้ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากเอาเงินทอนจากการทำรัฐนำมาให้ อีกทั้งยังยอมรับว่าตนเป็นห่วงกับการนำเรื่องคดีความเข้ามาแลกเปลี่ยน &amp;nbsp;เพราะจะเป็นการทำลายระบบนิติรัฐและนิติธรรมของประเทศ ไม่ต่างจากที่เราเคยเห็นพยายามผลักดันให้มีกฎหมายนิรโทษกรรม ตนอยากเตือนว่ากงล้อประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นจะต้องไม่สมควรเกิดขึ้นอีก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ตนไม่อยากให้บ้านเมืองซ้ำรอยอดีตพฤษภาทมิฬ ปี 2535 ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นกำลังจะฉายสถานการณ์การเมือง 4 เรื่อง 1.การเมืองกำลังเดินย้อนกลับไปในอดีต 2.กำลังมีความคิดดำเนินการไปถึงจุดที่ทำอย่างไรก็ได้ขอให้ชนะ โดยไม่คำนึงถึงความชอบธรรม 3.แสดงให้เห็นว่ายิ่งกว่านักการเมืองเป็นอย่างไร 4.ภารกิจการปฏิรูปการเมืองต้องกินขอบเขตนักการเมืองขาจรไปด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องการเป็นผู้เล่นขอเปลี่ยนจากทหารเป็น คสช. เพราะทหารส่วนใหญ่ก็ไม่ใช่ว่ามีความคิดสอดคล้องไปทางเดียวกับ คสช. คสช.เองกลายเป็นผู้ขัดแย้งในสถานการณ์ปัจจุบัน เพราะได้เปลี่ยนจากคนเขียนกติกามาเป็นผู้เล่น&amp;quot; นายจุรินทร์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.พงศกร รอดชมภู ว่าที่รองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า วิธีการสร้างความปรองดองคือการไม่ไปก้าวล่วงซึ่งกันและกัน ทุกฝ่ายการเมืองคือผู้ให้นโยบายกับภาคประชาชนเพื่อแข่งขัน แต่ถ้าใช้อำนาจรัฐของผู้มีอำนาจไปกดขี่ผู้อื่น ก็ยังต้องเกิดความขัดแย้งอยู่ การเปิดให้มีการรัฐประหารได้เกิดจากที่กฎหมายยังไม่มีความชัดเจน นักการเมืองต้องร่วมใจแก้ไขรัฐธรรมนูญบางข้อเพื่อไม่ให้ทหารเข้ามายึดอำนาจได้อีก ทหารที่เข้ามาการเมืองจะทำให้การปกป้องประเทศลดลง พรรคการเมืองต้องยุติการทำรัฐประหาร ประชาชนจะต้องหนุนนักการเมืองที่แก้ไขการรัฐประหาร ทหารส่วนใหญ่กลายเป็นทหารการเมือง ดังนั้นพรรคการเมืองต้องช่วยให้ทหารเป็นทหารอาชีพ ฝ่ายทหารจะต้องปล่อยให้ประชาชนทำ เพราะฝ่ายทหารเป็นองค์กรที่ไม่ตอบสนองความต้องการของประชาชนได้จริง การดูดถ้าดูดแล้วชนะการเลือกตั้ง เมื่อตั้งรัฐบาลแล้ว ก็ไม่ได้แปลว่าจะมีเสถียรภาพ ต้องขึ้นอยู่กับความชอบธรรมด้วย แต่ถ้าการเลือกตั้งสุจริต ไม่ว่าประชาชนจะเลือกไปทางไหน ประชาชนก็จะรับได้
ประชาชนเบื่อแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิชัย นริพทะพันธุ์ คณะทำงานฝ่ายเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ความขัดแย้งในอดีตที่ผ่านมามีความซับซ้อนและมีหลายปัจจัยเข้ามาเกี่ยวข้อง ทั้งอำนาจและการเปลี่ยนแปลง โดยตั้งแต่ปี 2549 เศรษฐกิจโตเพียง 3 เปอร์เซ็นต์ และ 4 ปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจโตเพียง 2.6 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น และเชื่อว่าประชาชนเริ่มเบื่อหน่ายกันแล้ว ส่วนปัจจัยในการสร้างความปรองดองและสามัคคีนั้น ผู้นำพรรคการเมืองต้องไม่มีรูปแบบของความขัดแย้ง ต้องมีความรู้ความสามารถในการพัฒนาประเทศ และต้องไม่มีข้อครหาเกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชัน อีกทั้งการสืบทอดอำนาจก็เป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้ง รวมถึงการดูดอดีต ส.ส.ในการเสนอเงิน ตำแหน่ง คดีความ และยุบพรรคการเมืองก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง ดังนั้นถือว่าไม่ใช่การดูดแบบปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิชัยกล่าวว่า หากทหารลงมาเป็นผู้เล่นเองจากเดิมที่เป็นคนกลาง จะเป็นปัญหาของความแตกแยกสามัคคีในอนาคต ดังนั้นคนในรัฐบาลต้องมาปฏิเสธเรื่องการดูด ส.ส. โดยเฉพาะนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ต้องออกมาปฏิเสธว่าไม่เคยกระทำหรือเคยรู้จักกับบุคคลที่ออกมาเคลื่อนไหว เพราะหลักฐานต่างๆ ออกมาให้เห็นแล้ว เนื่องจากจะกระทบต่อความน่าเชื่อถือและผลกระทบด้านเศรษฐกิจ รวมทั้งที่ออกมาบอกว่ามีคนสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีอีกสมัยนั้น จะต้องประกาศลงเลือกตั้งให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้ต้องถูกใครมาถล่มเช่นนี้ เพราะจะเกิดความอับอาย และจะสร้างศักดิ์ศรีที่ดีและมีคนยกย่อง นอกจากนี้ จะต้องต้องทิ้งตำแหน่งและเดินตามระบบการเมือง เพราะหากมีตำแหน่งและลงเล่นการเมือง ถือว่าเป็นการเอาเปรียบและไม่ยุติธรรม และสร้างความแตกแยกมากขึ้น จนก่อให้เกิดเหตุการณ์คล้ายคลึงกับพฤษภาทมิฬ ปี 2535
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.ธรากร ธรรมวินทร แม่ทัพภาคที่ 2 ในฐานะผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.กองทัพภาคที่ 2) กล่าวถึงกรณีพรรคเพื่อไทยอ้างถึงนายทหารระดับสูงสังกัดกองทัพบกเคลื่อนไหวดึงนักการเมืองจังหวัดนครราชสีมามาร่วมพรรคพลังประชารัฐว่า &amp;nbsp;ตนไม่ทราบข้อมูลตรงนี้เลย แต่ขอยืนยันว่าไม่เคยสั่งการให้ทหารชั้นผู้ใหญ่ในพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 ไปดำเนินการในลักษณะเช่นนั้นอย่างที่พรรคเพื่อไทยกล่าวอ้าง เพราะไม่ใช่หน้าที่ของทหารที่จะต้องทำ เพราะสิ่งนั่นเป็นงานการเมือง ซึ่งหน้าที่หลักของเราคือภารกิจการดูแลรักษาความมั่นคง และดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย เพื่อให้ประเทศชาติเราสามารถเดินต่อไปได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ทหารเราไม่ได้ไปเกี่ยวข้องกับการดูด ส.ส.ในพื้นที่ภาคอีสานเลย มันไม่เกี่ยวข้อง และไม่ใช่หน้าที่ของเรา เพราะนั่นเป็นเรื่องของการเมือง ก็ต้องว่าไปตามกระบวนการ และตามกรอบโรดแมป ขณะที่อีกมุมหนึ่งอาจเป็นการดำเนินการในลักษณะส่วนตัวกันมากกว่า เพราะอยู่ในพื้นที่ก็คงรู้จักนักการเมืองกัน เจอหน้าเจอตากันบ่อยอยู่แล้ว ดังนั้นผมก็ขอย้ำว่าไม่ได้สั่งให้ไปทำแบบนั้นแน่นอน เพราะไม่ใช่หน้าที่ของทหาร&amp;rdquo; แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12952</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชวลิต วิชยสุทธิ์, ชินวัฒน์ หาบุญพาด, พรรคประชาธิปัตย์, พรรคเพื่อไทย, พล.ท.พงศกร รอดชมภู, พลังดูด, มท.1, สุเทพ เทือกสุบรรณ, หนังสือพิมพ์, อนุพงษ์ เผ่าจินดา, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, เหวง โตจิราการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180707/image_big_5b40ca9228774.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12396</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/06/2018 00:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มั่นใจช่วย13ชีวิตได้ บิ๊กตู่ลงพื้นที่ย้ำผู้ปกครองสัญญาณบวกพบโพรงลึก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ลงพื้นที่ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน &amp;nbsp;ติดตามการค้นหาโค้ชและเด็กนักฟุตบอลหมูป่าฯ 13 ชีวิต พร้อมให้กำลังใจผู้ปกครอง ขออย่าท้อแท้หมดหวัง ตั้งจิตภาวนาเจ้าป่าเจ้าเขาคุ้มครอง มั่นใจทุกคนปลอดภัย &amp;quot;ผู้ว่าฯ เชียงรายวาง 4 แผนค้นหา เร่งติดตั้งเครื่องระบายน้ำเปิดทางหน่วยซีล ใจชื้น &amp;quot;บิ๊กแป๊ะ&amp;quot; นำทีมตชด.ขึ้นเขาพบโพรงลึก 40 เมตร โรยตัวลงไปเจอโถงกว้าง เตรียมขยายผลหาทางเชื่อมจุดเป้าหมาย &amp;quot;จีน&amp;quot; ขนอุปกรณ์ไฮเทคเสริม &amp;quot;อดีตอธิบดีกรมอุทยานฯ&amp;quot; ให้ 1 แสนชาวบ้านชี้จุดเข้าหาเด็กๆ ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 07.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมด้วย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย, พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ., นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และคณะ ขึ้นเครื่องจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง เดินทางไปที่ จ.เชียงราย เพื่อตรวจเยี่ยมการดำเนินการและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ในการช่วยเหลือ 13 ชีวิต ทีมฟุตบอลเยาวชนหมูป่าอะคาเดมีและโค้ช ซึ่งติดอยู่ในถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย รวมถึงให้กำลังใจผู้ปกครองของทั้ง 13 คน โดยพล.อ.ประยุทธ์สวมเสื้อเหลืองลายฝีพระหัตถ์ในหลวง รัชกาลที่ 10 พร้อมผ้าพันคอจิตอาสาที่ได้รับพระราชทานเมื่อวันที่ 26 มิ.ย.ที่ผ่านมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเมื่อถึง จ.เชียงราย พล.อ.ประยุทธ์เดินทางด้วยรถยนต์มาที่วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน และเข้ารับฟังบรรยายสรุปจากนายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร &amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ถึงการระบายน้ำออกจากถ้ำ การสำรวจโพรงถ้ำ ตลอดจนการขุดเจาะทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการรับฟังบรรยายสรุปการทำงาน พล.อ.ประยุทธ์ได้แสดงความห่วงใยเรื่องความปลอดภัยของกระแสไฟฟ้าที่ใช้กับเครื่องสูบน้ำ โดยให้มีระบบตัดไฟอัตโนมัติป้องกันกระแสไฟรั่ว เพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่และเด็ก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ให้ระบายน้ำออกหลายๆ ท่อ หลายๆ เครื่อง ขาดเหลืออะไรบอกมา รัฐบาลเต็มที่ เรื่องนี้ถือเป็นภัยพิบัติเร่งด่วน จะมีการประสานงานกับทางการพม่าให้การช่วยเหลือเกี่ยวกับการลดระดับน้ำ เพื่อไม่ให้ไหลเข้าถ้ำด้วย&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ ยังได้เดินไปพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน โดยระบุว่า รู้ว่าใจถึงทุกคน แต่อะไรที่พ้นพื้นไปแล้วมันต้องระวัง ขอให้ปลอดภัย บนยอดเขาสูง หากอันตรายอย่าไปดันทุรังลงไป ตนไม่ได้กังวลกับการทำงาน แต่กังวลกับเวลา กับผู้ที่เขาหลงอยู่ข้างใน นั่นเป็นเป้าหมายที่สำคัญที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มาวันนี้มาให้กำลังใจ ไม่ได้อยากเป็นภาระใคร ผู้ว่าฯ ห้ามหยุดงาน ห้ามมารับผม ทุกคนทำตามหน้าที่ ผมก็อยากมาดูพื้นที่ ไม่ได้อยากมามีข่าวอะไรให้เห็น ความจริง ไม่อยากบอกด้วยซ้ำว่าจะมา แต่ผมจัดเวลามา เพราะมีงานเยอะพอสมควร การมาครั้งนี้เพื่อมาให้กำลังใจ ไม่ได้มาเพื่อการเมืองหรือหาเสียง&amp;quot; นายกฯ ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ได้เดินไปดูการทำงานภายในถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน พูดคุยสอบถามการทำงานกับผู้ปฏิบัติหน้าที่ และเดินออกมาพบผู้ปกครองเด็กและโค้ชทั้ง 13 คน โดยนั่งพูดคุยให้กำลังใจ นำความห่วงใยของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาแจ้งให้กับผู้ปกครองรับทราบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เหตุการณ์นี้ถือเป็นประสบการณ์ครั้งหนึ่งของประเทศ ทำให้เห็นน้ำใจของคนไทยและจากต่างประเทศที่เข้าให้การช่วยเหลือโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ขอให้ทุกคนมีความหวัง อย่าท้อแท้ ขอให้เชื่อมั่นว่าเด็กทุกคนจะปลอดภัย เจ้าหน้าที่จะสามารถช่วยเหลือเด็กทุกคนได้ ผมเข้าใจความรู้สึกของพ่อแม่ผู้ปกครองดี ขอให้ทุกคนเชื่อมั่นและศรัทธาตัวเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ และเชื่อมั่นรัฐบาล ผมอยากให้ทุกคนปลอดภัย ไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นมาอีก&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์บอกกับผู้ปกครองเด็กทีมหมูป่าฯ
&amp;#39;บิ๊กตู่&amp;#39;มั่นใจช่วยสำเร็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นายกฯ พูดคุย ผู้ปกครองบางคนได้ร้องไห้และเช็ดน้ำตาอยู่ตลอดเวลา และในจังหวะหนึ่งมีผู้ปกครองของเด็กคนหนึ่งได้พูดขึ้นว่า &amp;quot;ช่วยลูกหนูด้วย&amp;quot; โดยนายกฯ กล่าวว่า ตนเข้าใจทุกคน เราพยายามที่จะช่วยอย่างดีที่สุด แต่ก็มีอุปสรรคเรื่องของน้ำและดินโคลน และขอให้ทุกคนช่วยกันบนบานศาลกล่าวขอเจ้าป่าเจ้าเขาช่วยคุ้มครองทุกคน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ นายกฯ ยังได้พูดคุยกับผู้ปกครองเด็กถึงเรื่องการเกษตร เรื่องชีวิตความเป็นอยู่ เพื่อให้ผู้ปกครองคลายความเครียดลง พร้อมระบุว่าเป็นห่วงเรื่องสุขภาพ โดยเฉพาะโรคน้ำกัดเท้า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์แถลงภายหลังการตรวจเยี่ยมว่า &amp;nbsp; ด้วยพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยแรงศรัทธา จะต้องสำเร็จ ซึ่งพระองค์ทรงเป็นห่วง การเดินทางมาวันนี้ด้วยความห่วงใย และนายกฯ ไม่ต้องการสร้างภาระให้ใคร สิ่งสำคัญคือขวัญและกำลังใจเจ้าหน้าที่แต่ละหน่วย เพราะแต่ละหน่วยมีคุณภาพที่แตกต่างกัน เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นบทเรียน ซึ่งในวันหน้าจะต้องมีการฝึกกู้ภัยให้มากขึ้น โดยเฉพาะเหตุการณ์แบบนี้ เราต้องใช้วิกฤติเป็นโอกาส สร้างมาตรฐาน ยกระดับเรื่องนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คาดว่าการช่วยเหลือครั้งนี้จะประสบความสำเร็จ ส่วนโซเชียลมีเดียเป็นเรื่องน่ากังวล เพราะก่อให้เกิดการแบ่งออกเป็นหลายฝ่าย สิ่งสำคัญวันนี้คือโอกาสที่ประเทศมีความสงบ มีมาตรฐานของเรา รู้ว่าทุกคนตั้งใจแต่ขอให้เป็นหนึ่งเดียว สร้าง Impact ให้ต่างประเทศเห็นมาตรฐานของเรา&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า สถานการณ์ตอนนี้จะต้องเพิ่มเติมส่วนใดบ้าง นายกฯ กล่าวว่า ไม่มีอะไรเพิ่มเติม แต่ความยากง่ายในการช่วยเหลือนั้น มีน้ำเป็นอุปสรรค ทำให้หน่อยซีลไม่สามารถเข้าไปได้ และในพื้นที่เป็นน้ำโคลน อย่างไรก็ตาม ทหารได้สำรวจด้านบนภูเขาหมดแล้วเพื่อหาปล่อง และมีการเบี่ยงเบนทางน้ำ ซึ่งทำได้พอสมควร ดังนั้นจึงต้องลดระดับน้ำจากด้านบนลงมา และลดระดับน้ำใต้ดินที่จะเข้าถ้ำด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วันนี้พอใจเจ้าหน้าที่ เพราะได้เตรียมมาตรการต่างๆ ไว้หมดแล้ว ทั้งการระบายน้ำ การเข้าไปค้นหา &amp;nbsp;พร้อมวางแผนร่วมกันภายใต้ศูนย์บัญชาการที่ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน มีหน่วยงานเตรียมพร้อม 24 ชั่วโมง จึงถือเป็นการทำงานแบบประชารัฐ คือรัฐกับประชาชน วันนี้ขอให้ทุกคนช่วยกัน ขอเทพเทวดาทั้งหมด ขอให้ฝนอย่าตกอีกเลย ให้ฟ้าเปิดเถอะ ขอให้ทุกคนมีความสุข คิดว่าประสบความสำเร็จแน่นอน ขอให้ ทุกอย่างเรียบร้อย ขอให้ทุกคนทำงานอย่างเต็มที่ด้วยใจ ด้วยแรงรัก ศรัทธา และห่วงใย ใต้ร่มพระบารมีของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งท่านทรงติดตามทุกข่าว ดังนั้น การเสนอข่าวอะไรไป ท่านทอดพระเนตรหมด และยังพระราชทานคำแนะนำกลับมาด้วย ในนามของรัฐบาล ขอให้ทุกคนช่วยกันแล้วจะสำเร็จ ขอให้คิดแต่สิ่งดีๆ&amp;rdquo; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ปฏิบัติการค้นหาโค้ชและเด็กนักฟุตบอลทีมหมูป่าฯ ทั้ง 13 คน ซึ่งเป็นวันที่ 7 นั้น นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าฯ เชียงราย แถลงช่วงเช้าว่า แนวทางการทำงานในวันที่ 29 มิ.ย.นี้ แผน 1 คือเข้าค้นหาทางปากถ้ำโดยเร่งสูบน้ำ ซึ่งปริมาณสูบน้ำ เราเท่าทุนอยู่ เช้านี้ได้เครื่องสูบน้ำจากกรุงเทพฯ เพิ่มอีก 40 ตัว หากไม่มีปัญหาจะทำงานได้เยอะพอสมควร, แผน 2 ที่เจาะตามโพรงต่างๆ เจาะอยู่ 3 โพรงใหญ่ มีโพรงหนึ่งอาจมีโชค วันนี้จะเอาเครื่องสแกนหย่อนเข้าไปสำรวจ ส่วนเรื่องที่คาดการณ์กันว่าน้องๆ อาจไปทางขวา เราไม่ได้นิ่งนอนใจ หากสแกนเจอทีมจะเข้าไปเช่นกัน
วาง 4 แผนเข้าค้นหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ว่าฯ จ.เชียงรายกล่าวว่า ส่วนแผน 3 ด้านข้างปลายถ้ำระเบิดน้ำได้เพิ่มขึ้น น้ำต้นทุนลดไปบ้าง, แผน 4 รมว.มหาดไทยสั่งการว่าเราจะทะลวงจากด้านล่างขึ้นไปได้หรือไม่ เป็นอีกช่องทางหนึ่ง การใช้เครื่องสแกนผนังถ้ำ ทฤษฎีเป็นไปได้หมด แต่การปฏิบัติต้องคิดกันหนัก เพราะเครื่องจักรหนักไม่น้อยกว่า 2 ตัน และต้องวางเครื่องให้มั่นคงได้ระดับในสภาพภูมิประเทศเช่นนี้ รวมถึงอุปกรณ์ที่จะยกวางเครื่องมือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่จะหารือวันนี้ คือเรื่องสูบน้ำ ถ้ายังอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ เราจะปรับแผน 2 ให้มีราคาเท่ากับแผน 1 หรือไม่ หรือจะมีวิธีให้ที่ทำให้แผน 2 เจาะแล้วเจอได้เลยหรือไม่ ซึ่งเรามีโอกาสเพียงครั้งเดียว&amp;quot; ผู้ว่าฯ จ.เชียงรายกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดทั้งคืนวันพฤหัสฯ ต่อเนื่องเช้าวันศุกร์ เจ้าหน้าที่มีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ 40 แรงม้า พร้อมไดรโว่ (เครื่องสูบน้ำขนาดเล็ก) อีก 2 ชุด สูบน้ำออกทางรูไปสู่ด้านนอก และไดรโว่อีกชุดก็สูบผ่านเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ 40 แรงม้า พอเวลา 03.00 น. เจ้าหน้าที่ติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่อีกเครื่อง เพื่อเร่งระบายน้ำออกมา รวมบริเวณหน้าถ้ำตอนนี้มีเครื่องสูบขนาดใหญ่อยู่ 2 เครื่อง โดยต้องรอเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบภายในถ้ำว่า ระดับน้ำจากโถงที่ 2 มาโถงที่ 1 และโถงที่ 3 ซึ่งยังเข้าไปไม่ได้ ลดลงมากน้อยเพียงใด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม การติดตั้งเครื่องมือสำหรับเจาะตาน้ำช่วงแรกเป็นการเจาะในแนวทแยง แต่เจาะได้ประมาณ 70 เมตร เจ้าหน้าที่แจ้งว่าไม่พบตาน้ำ จึงเปลี่ยนเป็นเจาะตามแนวดิ่ง เจาะได้ประมาณ 30 เมตร มีปัญหาระบบไฟฟ้า จึงต้องหยุดชั่วคราว เพื่อเปลี่ยนเครื่องปั่นไฟ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 08.00 น. เจ้าหน้าที่หลายภาคส่วนยังคงเร่งช่วยระดมสูบน้ำออกจากถ้ำในวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน แต่ปริมาณน้ำในถ้ำที่มีเป็นจำนวนมากประกอบกับยังมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง ทำให้น้ำยังไม่พร่อง โดยบางเวลามีระดับเพิ่มขึ้น ส่งผลทำให้ชุดซีลยังไม่ทะลุเข้าไปยังโถงด้านในสุดที่เรียกว่าพัทยาบีช หรือหาดพัทยา ซึ่งเป็นจุดที่คาดว่าเด็กทั้ง 13 คนพักอยู่ได้ เนื่องจากน้ำที่ท่วมปิดปากทางลอดยังมีระดับสูงไม่มีพื้นที่ให้ทางชุดซีลได้หายใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งให้ทางกรมทรัพยากรน้ำบาดาลและกรมทรัพยากรธรณี นำเครื่องเจาะน้ำขนาดใหญ่น้ำหนักกว่า 10 ตัน เข้าไปขุดทางปลายน้ำทางด้านดอยผาหมี เพื่อนำน้ำออกอีกทางหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกด้านก่อนหน้านี้ เวลา 07.00 น. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ต.มนต์ชัย เรืองจรัส ผบก.ตชด.ภ.3, พ.ต.อ.รังสิมันต์ สงเคราะห์ธรรม และ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกองร้อย ตชด.ที่ 327, เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองร้อยกู้ชีพ (ค่ายนเรศวร), ตำรวจสื่อสาร และผู้ที่เกี่ยวข้อง เดินเท้าสำรวจโพรงถ้ำที่ค้นพบ เมื่อวาน (28 มิ.ย. 61) จำนวน 3 โพรง เพื่อหาเส้นทางเชื่อมภายในถ้ำในการค้นหาเด็กนักฟุตบอลหมูป่าฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.ไกรบุญ ทรวดทรง ผู้บัญชาการสำนักยุทธศาสตร์ตำรวจ กล่าวว่า การปฏิบัติงานของชุดพล.ต.อ.จักรทิพย์ จะนำกล่องช่วยเหลือ 20 กล่องลงไปในปล่องถ้ำต้นน้ำเพื่อให้ลอยไปตามกระแสน้ำ โดยมีแผนที่มาร์กจุด เพื่อให้ลอยน้ำออกมา จะได้ช่วยเหลือให้ตรงจุด โดยเจ้าหน้าที่ได้เขียนข้อความไว้ในกระดาษว่า &amp;quot;ถ้าได้รับของแล้วรีบตอบกลับนะ ด่วน! ว่าอยู่ตรงไหนของแผนที่ ทุกคนจะรีบเข้าไปช่วย&amp;rdquo; รวมทั้งยังมีอาหารแห้ง นม ขนมปังหลายชิ้น และน้ำดื่ม เพื่อให้ 13 ชีวิตได้ประทังชีวิตหากพบกล่องดังกล่าว
ขยายผลโพรงลึก 40 ม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งเวลา 11.20 น. ทีม ตชด.ชุดของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ บนเขาพบโพรงอีกหนึ่งจุด มีความกว้างประเมินเบื้องต้นลึกราว 70 เมตร พร้อมได้ยินเสียงน้ำ จึงประสานขอเฮลิคอปเตอร์โรยตัวสำรวจ จนเวลา 14.55 น. ตำรวจพลร่ม โรยตัวลงตามโพรง พบโพรงจุดนี้ที่ตรงกับห้องโถงถ้ำขุนน้ำนางนอนฝั่งขวา สามารถปลดเชือกเซฟตี้ได้ เพราะมีทางเดินอากาศหายใจสะดวก ทาง ผบ.ตร.สั่งให้ถ่ายภาพตรงจุดที่อยู่มาวิเคราะห์ว่าตรงกับกายภาพห้องโถงเป้าหมายในถ้ำหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการค้นหาภายในถ้ำ เวลา 10.00 น. ชุดซีลจัดนักดำน้ำเพื่อไปเปิดเครื่องสูบน้ำที่โถง 3 และสนับสนุนการดำน้ำของทีมกองบัญชาการสหรัฐภาคพื้นแปซิฟิก (US Pacific Command) เวลา 11.40 น. นักดำน้ำผู้เชี่ยวชาญด้านการดำน้ำในถ้ำจากประเทศอังกฤษ 3 คน สามารถดำน้ำเลยโถง 3 ไปประมาณ 100 เมตร พบกระแสน้ำวนแรง ไม่สามารถไปต่อได้ เวลา 13.30 น. นักดำน้ำของหน่วยซีลดำน้ำเข้าไปถึงโถง 3 เรียบร้อย และทดสอบการติดต่อสื่อสาร ซึ่งสามารถติดต่อได้ รวมทั้งทดลองคัตเอาต์เครื่องสูบน้ำ โดยสถานการณ์น้ำเริ่มลดลงเล็กน้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.ร.อ.นริส ประทุมสุวรรณ ผบ.ทร. เดินทางมาตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ รวมทั้งนำชุดปฏิบัติการสงครามพิเศษทางเรือ หรือหน่วยซีล ทีมที่ 3 จำนวน 12 นายมาเพิ่มเติม พร้อมนำยุทธอาภรณ์และสิ่งของเครื่องใช้จำเป็น เช่น เสื้อผ้า ถุงเท้า &amp;nbsp;กางเกงใน มีดสปาร์ต้า เข็มทิศ เสื้อกันฝน มามอบให้แก่กำลังพลทุกนายที่ปฏิบัติภารกิจที่ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 15.00 น. ได้เกิดเหตุระทึกขึ้นบริเวณภายในถ้ำ โดยมีการนำรถโรงพยาบาลเคลื่อนมาจอดทางเข้าถ้ำ พร้อมทีมแพทย์ทหารต่างวิ่งกรูเข้าไปภายในถ้ำ เพราะมีการหามเจ้าหน้าที่รายหนึ่งขึ้นเปลออกจากถ้ำขึ้นรถโรงพยาบาลออกจากพื้นที่ ท่ามกลางความตื่นตระหนกของสื่อมวลชน โดยมีกระแสข่าวลือว่าสาเหตุจากไฟดูด เนื่องจากมีการตัดไฟฟ้าทั่วบริเวณ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 16.00 น. นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าฯ จ.เชียงราย ชี้แจงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ไม่ใช่ถูกไฟฟ้าชอร์ตตามที่ลือกัน ในข้อเท็จจริงเป็นเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จาก จ.อุบลราชธานี ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการติดตั้งเครื่องสูบน้ำ อาสาเดินทางมาช่วยงานจากอุบลราชธานี เมื่อเดินทางมาถึงก็เข้าไปทำงานทันทีโดยไม่ได้รับประทานอาหาร จึงเกิดอาการเป็นลม และถูกนำส่งโรงพยาบาลสนามของ มทบ. ซึ่งตรวจร่างกายครบถ้วนแล้ว ยืนยันว่าเป็นลม ล่าสุดอาการปลอดภัยแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ว่าฯ จ.เชียงรายกล่าวถึงความคืบหน้าการช่วยเหลือทั้ง 13 ชีวิตว่า ล่าสุดชุดปฏิบัติการนเรศวรประสานกำลังกับ ตชด.32 และชุดกู้ภัย ได้ตรวจสอบบริเวณถ้ำพระและโรยตัวลงไปในบริเวณปล่องได้ ลงไปถึงพื้น 40 เมตร พบบริเวณพื้นถ้ำไม่มีน้ำ แต่เป็นดินโคลน มี 2 ตาน้ำผุดเล็กๆ เราจึงได้ระดมกำลังพลส่วนหนึ่งไปขยายผลต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนจะเชื่อมไปยังพื้นที่ที่คาดว่าเด็กและโค้ชทั้ง 13 คนอยู่หรือไม่ ยากที่จะคาดเดา โดยหวังเพียงแต่ว่าจะไม่มีฝนตกมาเพิ่มในเร็ววันนี้&amp;quot; ผู้ว่าฯ จ.เชียงรายกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 18.00 น. ดร.ธนา สราญเวทย์พันธุ์ วิศวกรอาวุโส ปตท.สผ. กล่าวถึงการนำอากาศยานไร้คนขับ หรือโดรน ประเภท Multipurpose Plant Inspection Octocopter (MPIO) บินขึ้นสำรวจยอดเขาเพื่อทำแผนที่ทางอากาศ และใช้กล้องเทอร์มอลสแกนอุณหภูมิพื้นผิวภายนอก เพื่อหาอุณหภูมิที่แตกต่าง ซึ่งจะชี้นำว่าอาจจะเป็นช่องที่เชื่อมต่อกับโถงภายในถ้ำตามที่ผู้ว่าฯ จ.เชียงรายมอบหมายว่า การใช้โดรนสำรวจในช่วง 2 วันที่ผ่านมา พบกับอุปสรรคบ้าง เนื่องจากสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงเร็ว และมีฝนตกเป็นระยะ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ข้อมูลที่ได้จากการสำรวจด้วยโดรน ทีมงานได้รายงานต่อศูนย์ประสานกู้ภัยฯ เป็นระยะ เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจวางแผนช่วยเหลือในขั้นต่อไป นอกจากนี้ ทีมงานบางส่วนได้เข้าสนับสนุนงานติดตั้งเครื่องปั๊มน้ำ รวมถึงระบบท่อส่งและดูดน้ำ เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำจากภายในถ้ำ สำหรับหุ่นยนต์อีก 3 ชนิดที่นำไปด้วย ซึ่งได้แก่ ยานยนต์ใต้น้ำควบคุมระยะไกลขนาดเล็ก (Mini Remotely Operated Underwater Vehicle : Mini-ROV) หุ่นยนต์ตรวจสอบภายในท่อ (In-pipe Inspection Robot : IPIR) และหุ่นยนต์ใต้น้ำอัตโนมัติไร้สาย (Autonomous Underwater Vehicles : AUV) นั้น ยังคงพร้อมให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติม โดยจะพิจารณาร่วมกับศูนย์ประสานกู้ภัยฯ เพื่อเลือกใช้ตามสถานการณ์ และสภาพพื้นที่หน้างาน&amp;quot; วิศวกรอาวุโส ปตท.สผ.ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 19.20 น. ได้เกิดฝนตกหนักบริเวณถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอนอีกครั้ง หลังตลอดวันท้องฟ้าแม้มีเมฆมากแต่ก็ยังมีแดดออก&amp;nbsp;
ต่างชาติระดมปฏิบัติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เฟซบุ๊ก China Xinhua News ของสำนักข่าวซินหัว สำนักข่าวทางการของจีน รายงานว่า รัฐบาลจีนได้ส่งผู้เชี่ยวชาญด้านการกู้ภัยและการค้นหาผู้ประสบภัยในถ้ำจำนวน 6 คน พร้อมอุปกรณ์ต่างๆ มายังประเทศไทย มาช่วยเหลือการหาเยาวชนและครูฝึกทีมหมูป่าฯ ที่หายตัวไปในถ้ำหลวงฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญจากจีนได้ขนอุปกรณ์ช่วยชีวิตต่างๆ มาด้วย เช่น หุ่นยนต์ใต้น้ำ อุปกรณ์ดำน้ำ สเปกโทรมิเตอร์สามมิติ ซึ่งเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานนี้เคยมีประสบการณ์ช่วยชีวิตคนติดถ้ำในเมียนมาและเนปาลมาก่อน&amp;quot; ซินหัวระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เข่นเดียวกับองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (ไจกา) ได้จัดส่งผู้เชี่ยวชาญชาวญี่ปุ่น 2 คน ร่วมสนับสนุนและให้คำปรึกษาแก่คณะเจ้าหน้าที่จากกรมชลประทาน ในการปฏิบัติการระบายน้ำออกจากพื้นที่บริเวณโดยรอบถ้ำหลวงฯ อย่างมีประสิทธิภาพและเร่งด่วน รวมถึงการประเมินความเป็นไปได้ในการนำเทคโนโลยีล่าสุดจากประเทศญี่ปุ่น เพื่อให้ความช่วยเหลือลำดับถัดไป โดยกรมชลประทานโครงการชลประทานพระนครศรีอยุธยาได้จัดส่งรถบรรทุกเครื่องสูบน้ำพลังแรงดันสูง 2 คัน ซึ่งได้รับมอบจากโครงการความร่วมมือของรัฐบาลญี่ปุ่นไปร่วมปฏิบัติการระบายน้ำครั้งนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงค่ำ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวในรายการศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ตอนหนึ่งว่า จากปฏิบัติการค้นหาและช่วยเหลือเด็กและโค้ชทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมีแม่สายทั้ง 13 คน ที่พลัดหลงในถ้ำหลวงฯ จ.เชียงราย สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงใย ได้ทรงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งพระราชทานกำลังใจไปยังครอบครัวผู้ประสบภัยทุกคน รวมถึงพระราชทานกำลังใจ จัดตั้งโรงครัวพระราชทาน อาหาร เครื่องดื่ม แก่จิตอาสาและผู้ปฏิบัติหน้าที่ให้ประสบความสำเร็จโดยสวัสดิภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จะเห็นได้ว่าทุกข์สุขของพสกนิกรปวงชนชาวไทย ทุกหย่อมหญ้า แม้จำนวนเพียง 13 จากเกือบ 70 ล้านชีวิต ก็อยู่ในพระเนตรพระกรรณของพระองค์ท่าน นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้นะครับ&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า เหตุการณ์นี้สะท้อนอะไรมากมายให้กับพวกเราทุกคน ซึ่งตนไม่อาจจะละเลยหรือปล่อยให้วิกฤตินี้ผ่านเลยไป โดยไม่ได้ชวนให้คิดหรือหยิบยกมาเป็นโอกาสในการสร้างคุณประโยชน์ให้กับสังคมของเรา อาทิ น้ำจิตน้ำใจของพี่น้องชาวไทยที่รวมกันเป็นหนึ่งยามมีความสุข เราจะสุขด้วยกัน หากมีทุกข์ เราก็จะทุกข์ด้วยกัน แล้วร่วมกันแก้ไข ทุกข์ให้เกิดสุข โดยจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายดำรงค์ พิเดช อดีตอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า &amp;quot;ผมอยากจะขอให้ราษฎรที่อยู่ในพื้นที่โครงการพัฒนาดอยตุงทั้ง 27 หมู่บ้าน โดยเฉพาะบ้านผาฮี้ ผาหมี รวมทั้งเจ้าหน้าที่หรือประชาชนทั่วไปในบริเวณนั้น ช่วยกันระดมค้นหาช่องทางน้ำที่ไหลเข้าไปเติมในถ้ำหลวง วนอุทยานขุนน้ำนางนอน เพื่อจะได้ทำการปิด หรือเบี่ยงเส้นทางน้ำ เพราะถ้าไม่มีน้ำมาเติมเพิ่ม การสูบน้ำจะทำได้ง่ายขึ้น และเป็นผลดีกับเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากผู้ใดพบและชี้จุดได้ ผมมีรางวัลให้ 100,000 บาท โดยสามารถแจ้งได้ที่คุณประเสริฐ ภาคภูมิ หัวหน้าหน่วยไฟป่าดอยตุง (081) 288-6858 ฝากทุกคนกระจายข้อความนี้ไปให้ถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องด้วยนะครับ ช่วยกันแข่งกับเวลาครับ&amp;rdquo; นายดำรงค์กล่าว.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12396</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉัตรชัย พรหมเลิศ, ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน, ทีมหมูป่า, ประยุทธ์ จันทร์โอชา, มาให้กำลังใจ, หนังสือพิมพ์, อนุพงษ์ เผ่าจินดา, เฉลิมชัย สิทธิสาท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180629/image_big_5b3641a711361.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
