<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>110526</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2021 09:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2021 09:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เฮ! อนุมัติวงเงิน 13,500 ล้าน เยียวยาแรงงาน ผู้ประกอบการ 10 จังหวัด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;21 กรกฎาคม 2564 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวานนี้ (20 ก.ค.64) ว่า ที่ประชุมเห็นชอบอนุมัติวงเงินงบประมาณจำนวนทั้งสิ้น 13,500 ล้านบาท เพื่อเยียวยากลุ่มแรงงานและผู้ประกอบการตามมาตรการบรรเทาผลกระทบโควิด-19 ที่อยู่ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด จากเดิม 10 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร นราธิวาส ปัตตานี ยะลา สงขลา ใน 9 ประเภทกิจการ ได้แก่ กิจการก่อสร้าง กิจการที่พักแรงบริการด้านอาหาร กิจกรรมศิลปะ ความบันเทิงและนันทนาการ กิจกรรมบริการด้านอื่น ๆ สาขาการขนส่งและสถานที่เก็บสินค้า สาขาขายส่งและการขายปลีก การซ่อมยานยนต์ สาขากิจกรรมการบริหารและบริการสนับสนุน สาขากิจกรรมวิชาชีพ วิทยาศาสตร์และกิจกรรมทางวิชาการ สาขาข้อมูลข่าวสารและการสื่อสาร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุชาติ กล่าวต่อไปว่า ผู้ประกันตนมาตรา 33 นอกจากได้รับชดเชยเหตุสุดวิสัย 50% แล้วผู้ประกันตน ที่มีสัญชาติไทย จะได้รับการเยียวยา จากรัฐบาล เพิ่มเติม เป็นเงินอีกคนละ 2,500 บาท โดยโอนผ่านบัญชีพร้อมเพย์เลขประจำตัวประชาชนเท่านั้น ส่วนนายจ้างจะได้รับการเยียวยา จากรัฐบาล ตามจำนวนลูกจ้าง หัวละ 3,000 บาท สูงสุดลูกจ้างไม่เกิน 200 คน โดยนายจ้างบุคคลธรรมดา จะได้รับเงินโอนผ่านบัญชีพร้อมเพย์เลขประจำตัวประชาชนเช่นกัน นายจ้างสถานะนิติบุคคล จะโอนเข้าบัญชีธนาคารตามชื่อนิติบุคคลนายจ้าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ท่านนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้มีความห่วงใยพี่น้องผู้ใช้แรงงานทุกกลุ่ม รวมทั้งนายจ้างผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 จึงได้ออกมาตรการเยียวยา เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ซึ่ง มติ ครม.ดังกล่าวจะทำให้กลุ่มแรงงานและผู้ประกอบการในพื้นที่ 10 จังหวัดได้รับการเยียวยา นายจ้างประมาณ &amp;nbsp;160,000 ราย เป็นเงิน 6.4 พันล้านบาท ส่วนลูกจ้างมีจำนวน 2.8 ล้านราย เป็นเงิน 7.1 พันล้านบาท โดยลูกจ้างและนายจ้างที่เป็นบุคคลธรรมดาสามารถตรวจสอบสิทธิ์ได้ทางเว็บไซต์สำนักงานประกันสังคมตั้งแต่วันที่ 20 ก.ค.64 เป็นต้นไป ทั้งนี้ คาดว่าลูกจ้างและนายจ้างในพื้นที่ 10 จังหวัดจะได้รับเงินเยียวยาในวันที่ 6 ส.ค.นี้ &amp;quot; นายสุชาติ กล่าวในท้ายสุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110526</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครม, ผู้ประกอบการ, สุชาติ ชมกลิ่น, อนุมัติงบ, เยียวยาแรงงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210520/image_big_60a61f781c70a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71509</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/07/2020 12:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/07/2020 12:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กสทช. อนุมัติงบ 132 ล้านบาท สนับสนุนสถานพยาบาลและโรงพยาบาลภาคสนามของรัฐอีก 77 แห่ง สู้โควิด-19 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ค. 2563 นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (รักษาการแทน เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยว่า วันนี้ (15 ก.ค. 2563) ที่ประชุม กสทช. ได้อนุมัติเงิน 132.498 ล้านบาท สนับสนุนสถานพยาบาลของรัฐและโรงพยาบาลภาคสนามของรัฐ 77 แห่ง ต่อสู้สถานการณ์ไวรัสโคโรนา สายพันธ์ใหม่ 2019 (COVID-19) ดังนี้
1. โครงการเพิ่มศักยภาพการให้บริการทางการแพทย์ผู้ป่วย COVID-19 ของโรงพยาบาลค่ายธนะรัชต์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ วงเงิน 2.73 ล้านบาท
2. โครงการส่งเสริมความปลอดภัยของบุคลากรทางการแพทย์เฉลิมพระเกียรติ กรณีดูแลผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ของโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชธาตุพนม จังหวัดนครพนม วงเงิน 3.50 ล้านบาท
3. โครงการขอรับการสนับสนุนอุปกรณ์และครุภัณฑ์ทางการแพทย์เพื่อปฏิบัติการต่อสู้ ป้องกันและควบคุม การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ 2019 (COVID-19) ของโรงพยาบาลพระพุทธบาท จ.สระบุรี วงเงิน 4.30 ล้านบาท
4. โครงการขอสนับสนุนงบประมาณด้านเครื่องมือแพทย์และสิ่งก่อสร้างของโรงพยาบาลกำแพงเพชร วงเงิน 1.60 ล้านบาท
5. โครงการเฝ้าระวังป้องกัน และควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ของโรงพยาบาลอุตรดิตถ์ วงเงิน 3.743 ล้านบาท
6. โครงการพัฒนาศักยภาพระบบบริการผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) โรงพยาบาลสุรินทร์ วงเงิน 9 ล้านบาท
7. โครงการเตรียมรับผู้ป่วยติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ 2019 (COVID-19) โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา วงเงิน 6.15 ล้านบาท
8. สนับสนุนสถาบันพยาธิวิทยา ศูนย์การแพทย์พระมงกุฎเกล้า กรมการแพทย์ทหารบก วงเงิน 10.645 ล้านบาท
9. สนับสนุนโรงพยาบาลนครพนม จังหวัดนครพนม วงเงิน 9.13 ล้านบาท
10. สนับสนุนโรงพยาบาลโพธาราม จังหวัดราชบุรี วงเงิน 3.11 ล้านบาท
11. สนับสนุนโรงพยาบาลหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ วงเงิน 3.90 ล้านบาท
12. สนับสนุนโรงพยาบาลภูเขียวเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดชัยภูมิ วงเงิน 1.495 ล้านบาท
13. สนับสนุนโรงพยาบาลแกลง จังหวัดระยอง วงเงิน 3.10 ล้านบาท
14. สนับสนุนโรงพยาบาลด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี วงเงิน 4.31 ล้านบาท
15. สนับสนุนโรงพยาบาลสมเด็จ จังหวัดกาฬสินธุ์ วงเงิน 0.883 ล้านบาท
16. สนับสนุนโรงพยาบาลขาณุวรลักษบุรี จังหวัดกำแพงเพชร วงเงิน 0.739 ล้านบาท
17. สนับสนุนโรงพยาบาลพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา วงเงิน 1.40 ล้านบาท
18. สนับสนุนโรงพยาบาลสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา วงเงิน 1.40 ล้านบาท
19. สนับสนุนโรงพยาบาลทุ่งใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช วงเงิน 1.917 ล้านบาท
20. สนับสนุนโรงพยาบาลสัตหีบ กม. 10 จังหวัดชลบุรี วงเงิน 2.42 ล้านบาท
21. สนับสนุนโรงพยาบาลตากฟ้า จังหวัดนครสวรรค์ วงเงิน 1.733 ล้านบาท
22. สนับสนุนโรงพยาบาลจะแนะ จังหวัดนราธิวาส วงเงิน 2.522 ล้านบาท
23. สนับสนุนโรงพยาบาลค่ายกฤษณ์สีวะรา จังหวัดสกลนคร วงเงิน 0.842 ล้านบาท
24. สนับสนุนโรงพยาบาลนายายอาม จังหวัดจันทบุรี วงเงิน 0.196 ล้านบาท
25. สนับสนุนโรงพยาบาลโนนนารายณ์ จังหวัดสุรินทร์ วงเงิน 1.05 ล้านบาท
26. สนับสนุนโรงพยาบาลบ้านโคก จังหวัดอุตรดิตถ์ วงเงิน 0.318 ล้านบาท
27. สนับสนุนโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเด่นชัย จังหวัดแพร่ วงเงิน 1.646 ล้านบาท
28. สนับสนุนโรงพยาบาลเขาชะเมาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จังหวัดระยอง วงเงิน 0.818 ล้านบาท
29. สนับสนุนโรงพยาบาลโกสัมพีนคร จังหวัดกำแพงเพชร วงเงิน 0.490 ล้านบาท
30. สนับสนุนโรงพยาบาลหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ วงเงิน 2.78 ล้านบาท
31. สนับสนุนโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย วงเงิน 0.321 ล้านบาท
32. สนับสนุนโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี วงเงิน 1.60 ล้านบาท
33. สนับสนุนโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร วงเงิน 0.70 ล้านบาท
34. สนับสนุนโรงพยาบาลรามาธิบดี วงเงิน 0.33 ล้านบาท
35. สนับสนุนโรงพยาบาลตะกั่วป่า จังหวัดพังงา วงเงิน 2.10 ล้านบาท
36. สนับสนุนโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชปัว จังหวัดน่าน วงเงิน 1.10 ล้านบาท
37. สนับสนุนโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชธาตุพนม จังหวัด นครพนม วงเงิน 0.321 ล้านบาท
38. สนับสนุนโรงพยาบาลสมเด็จยุพราชเลิงนกทา จังหวัดยโสธร วงเงิน 6.71 ล้านบาท
39. สนับสนุนโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชนครไทย จังหวัดพิษณุโลก วงเงิน 0.835 ล้านบาท
40. สนับสนุนโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราช วงเงิน 0.321 ล้านบาท
41. สนับสนุนโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสายบุรี จังหวัดปัตตานี วงเงิน 0.321 ล้านบาท
42. สนับสนุนโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชยะหา จังหวัดยะลา วงเงิน 0.35 ล้านบาท
43. สนับสนุนโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชจอมบึง จังหวัดราชบุรี วงเงิน 1.181 ล้านบาท
44. สนับสนุนโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชตะพานหิน จังหวัดพิจิตร วงเงิน 2.668 ล้านบาท
45. สนับสนุนโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเชียงของ จังหวัดเชียงราย วงเงิน 0.321 ล้านบาท
46. สนับสนุนโรงพยาบาลพระทองคำเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จังหวัดนครราชสีมา วงเงิน 0.161 ล้านบาท
47. สนับสนุนโรงพยาบาลพนมดงรักเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จังหวัดสุรินทร์ วงเงิน 0.161 ล้านบาท
48. สนับสนุนโรงพยาบาลเบญจลักษ์เฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จังหวัดศรีสะเกษ วงเงิน 0.161 ล้านบาท
49. สนับสนุนโรงพยาบาลยะลาสิริรัตนรักษ์ จังหวัดยะลา วงเงิน 0.321 ล้านบาท
50. สนับสนุนโรงพยาบาลวังโป่ง จังหวัดเพชรบูรณ์ วงเงิน 0.321 ล้านบาท
51. สนับสนุนโรงพยาบาลนาวังเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จังหวัดหนองบัวลำภู วงเงิน 0.161 ล้านบาท
52. สนับสนุนโรงพยาบาลห้วยกระเจาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จังหวัดกาญจนบุรี วงเงิน 0.161 ล้านบาท
53. สนับสนุนโรงพยาบาลนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม วงเงิน 0.65 ล้านบาท
54. สนับสนุนโรงพยาบาลพรเจริญ จังหวัดบึงกาฬ วงเงิน 1.886 ล้านบาท
55. สนับสนุนโรงพยาบาลยางสีสุราช จังหวัดมหาสารคาม วงเงิน 0.388 ล้านบาท
56. สนับสนุนโรงพยาบาลเจริญศิลป์ จังหวัดสกลนคร วงเงิน 1.941 ล้านบาท
57. สนับสนุนโรงพยาบาลเลาขวัญ จังหวัดกาญจนบุรี วงเงิน 1.775 ล้านบาท
58. สนับสนุนโรงพยาบาลวังหิน จังหวัดศรีสะเกษ วงเงิน 2.176 ล้านบาท
59. สนับสนุนโรงพยาบาลป่าบอน จังหวัดพัทลุง วงเงิน 0.75 ล้านบาท
60. สนับสนุนโรงพยาบาลปากชม สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเลย วงเงิน 2.601 ล้านบาท
61. สนับสนุนโรงพยาบาลเทพา จังหวัดสงขลา วงเงิน 0.70 ล้านบาท
62. สนับสนุนโรงพยาบาลลานกระบือ จังหวัดกำแพงเพชร วงเงิน 0.301 ล้านบาท
63. สนับสนุนโรงพยาบาลสุวรรณคูหา จังหวัดหนองบัวลำภู วงเงิน 0.65 ล้านบาท
64. สนับสนุนโรงพยาบาลทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ วงเงิน 0.70 ล้านบาท
65. สนับสนุนโรงพยาบาลหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี วงเงิน 1.383 ล้านบาท
66. สนับสนุนโรงพยาบาลภูเวียง จังหวัดขอนแก่น วงเงิน .635 ล้านบาท
67. สนับสนุนโรงพยาบาลจักราช จังหวัดนครราชสีมาวงเงิน 1.268 ล้านบาท
68. สนับสนุนโรงพยาบาลจตุรพักตรพิมาน จังหวัดร้อยเอ็ด วงเงิน 0.933 ล้านบาท
69. สนับสนุนโรงพยาบาลคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ วงเงิน 1.715 ล้านบาท
70. สนับสนุนโรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติ ตำบลตาเป๊ก จังหวัดบุรีรัมย์ วงเงิน 0.11 ล้านบาท
71. สนับสนุนโรงพยาบาลหนองกุงศรี จังหวัดกาฬสินธุ์ วงเงิน 1.32 ล้านบาท
72. สนับสนุนโรงพยาบาลหาดสำราญเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จังหวัดตรัง วงเงิน 0.078 ล้านบาท
73. สนับสนุนโรงพยาบาลวัดจันทร์เฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จังหวัดเชียงใหม่ วงเงิน 0.161 ล้านบาท
74. สนับสนุนโรงพยาบาลน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ วงเงิน 0.321 ล้านบาท
75. สนับสนุนโรงพยาบาลพนา จังหวัดอำนาจเจริญ วงเงิน 1.04 ล้านบาท
76. สนับสนุนโรงพยาบาลวังเจ้า จังหวัดตาก วงเงิน 0.078 ล้านบาท
77. สนับสนุนโรงพยาบาลละอุ่น จังหวัดระนอง วงเงิน 0.448 ล้านบาท
รักษาการแทน เลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ กสทช. ได้อนุมัติกรอบวงเงินงบประมาณเพื่อสนับสนุนสถานพยาบาลของรัฐและโรงพยาบาลภาคสนามของรัฐ จำนวน 1,294.979 ล้านบาท เพื่อต่อสู้สถานการณ์ ไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ 2019 (COVID-19) และได้พิจารณาอนุมัติให้สนับสนุน ล้านบาท รวมตลอดระยะเวลาที่ กสทช. เปิดยื่นขอรับการสนับสนุนฯ ตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค. &amp;ndash; 30 มิ.ย. 2563 กสทช. ได้อนุมัติวงเงินงบประมาณเพื่อสนับสนุนสถานพยาบาลของรัฐและโรงพยาบาลภาคสนามของรัฐที่ผ่านตามเกณฑ์การพิจารณาสนับสนุนฯ ไปแล้วทั้งสิ้น 307 แห่ง วงเงินรวม 1,097.631 ล้านบาท
&amp;ldquo;เงินสนับสนุนสถานพยาบาลของรัฐและโรงพยาบาลภาคสนามของรัฐนี้ กสทช. ใช้เงินจากเงินกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) และงบประมาณของสำนักงาน กสทช. ที่ปรับเกลี่ยจากงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 มาใช้สนับสนุนการต่อสู้กับวิกฤตโควิด -19 ในประเทศไทย เพื่อสนับสนุนการทำงานของรัฐบาล โรงพยาบาล เพื่อให้ประชาชนคนไทยผ่านวิกฤตโควิด &amp;ndash; 19 ครั้งนี้ไปด้วยกัน&amp;rdquo; นายไตรรัตน์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71509</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสทช, ช่วยโรงพยาบาล, อนุมัติงบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200715/image_big_5f0e99a6c35f7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35917</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/05/2019 11:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/05/2019 11:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดอยากได้ไม่อดตาย! &#039;บวรศักดิ์&#039;เตือนพปชร.อนุมัติงบให้รอบคอบ ไม่งั้นปิ๋วทั้งครม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 พ.ค. 62 - ที่แรมเดอะซายน์ พัทยา จังหวัดชลบุรี การสัมมนาพรรคพลังประชารัฐเริ่มขึ้นตั้งแต่ก่อนเวลา 09.00 น. โดยนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค และแกนนำพรรค ทั้ง ส.ส.ทั้ง ระบบเขต และบัญชีรายชื่อ ถ่ายรูปหมู่รวมกัน ก่อนจะเริ่มการสัมมนา ในหัวข้อพิเศษ &amp;nbsp;&amp;ldquo;บทบาทและหน้าที่ ส.ส.ตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน&amp;rdquo; โดยนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายบวรศักดิ์ กล่าวแสดงความยินดีกับ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ที่ได้มาทำหน้าที่ ส.ส. ชุดแรกตามรัฐธรรมนูญปี2560 &amp;nbsp;พร้อมระบุสาเหตุที่ตัดสินใจมาบรรยายพิเศษ เนื่องจากได้รับการทาบทามจากนายสุวิทย์ เมษิณทรีย์ รองหัวหน้าพรรค รวมถึงคนคุ้นเคยอีกหลายคนในพรรคที่เคยทำงานร่วมกันมาก่อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายบวรศักดิ์ กล่าวว่า หัวข้อ บทบาทหน้าที่ ส.ส.ตามรัฐธรรมนูญนั้นเป็นเรื่องที่ ส.ส.ทุกคนทราบดี ว่าหน้าที่ของตัวเองคืออะไร หน้าที่อันดับแรก คือการทำหน้าผู้แทนของประชาชน เพราะทุกคนเป็นตัวแทนของเสียงที่ประชาชนเลือกเข้ามาทำหน้าที่ ที่มาระบอบประชาธิปไตย &amp;nbsp;โดยกล่าวอ้างคำนักวิชาการระดับโลก อมาตยา เซ็น ที่ศึกษาที่ว่า ความอดอยากเกิดขึ้นได้ทุกระบอบการบริหารการปกครอง แต่การอดตายจะเกิดขึ้นในระบอบเผด็จการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในระบอบประชาธิปไตย อดอยากได้แต่จะไม่อดตาย &amp;nbsp;เพราะผู้ที่มีหน้าที่ในบ้านเมือง ต้องทำหน้าที่ผู้แทนประชาชนแก้ไขปัญหาความทุกข์ร้อน &amp;nbsp;หน้าที่อันดับสอง คือการออกกฎหมาย หน้าที่อันดับสาม ของ ส.ส. คือการอนุมัติการงบประมาณในการบริหารประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องที่ควรระมัดระวังมากที่สุด ขอให้ทุกคนได้ไปศึกษารัฐธรรมนูญ มาตรา 144 ให้ชัดเจน เพราะหากทำไม่รอบคอบ คณะรัฐมนตรีอาจต้องพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ &amp;nbsp;รวมถึงรัฐธรรมนูญมาตรานี้จะเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งตลอดชีวิต ต้องคืนเงินเดือนพร้อมดอกเบี้ยย้อนหลังด้วย&amp;quot; นายบวรศักดิ์ ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35917</URL_LINK>
                <HASHTAG>บวรศักดิ์, พปชร., พลังประชารัฐ, ม.144, สัมมนาส.ส., อนุมัติงบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190515/image_big_5cdb96418f775.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
