<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112533</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/08/2021 21:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/08/2021 21:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพิ่มทางเลือกวัคซีน อินเดียอนุมัติจอห์นสัน&amp;จอห์นสันเป็นชนิดที่5</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ทางการอินเดียอนุมัติการใช้งานแบบฉุกเฉินวัคซีนโควิด-19 ของจอห์นสันแอนด์จอห์นสันซึ่งเป็นชนิดฉีดโดสเดียว เป็นวัคซีนชนิดที่ 5 ของประเทศเมื่อวันเสาร์ หวังเพิ่มทางเลือกการจัดหาวัคซีนในช่วงเวลาที่หวั่นเกรงกันมากขึ้นว่าจะเกิดการแพร่เชื้อระลอกใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เอเอฟพีรายงานอ้างคำกล่าวของมันสุข มันทวิยา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขของอินเดีย เมื่อวันเสาร์ที่ 7 สิงหาคมว่า การอนุมัติวัคซีนจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน (เจ&amp;amp;เจ) จะช่วยสนับสนุนการต่อสู้กับโรคระบาดนี้ในอินเดีย ที่มีผู้เสียชีวิตภายในช่วงเวลาวิกฤติ 2 เดือนนับถึงกลางเดือนมิถุนายนไม่ต่ำกว่า 200,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ ทางการอินเดียอนุมัติการใช้งานฉุกเฉินวัคซีนโควิด-19 แล้ว 4 ชนิด ได้แก่ โควิชีลด์ ของออกซ์ฟอร์ด-แอสตร้าเซนเนก้า, โคแวกซิน ที่อินเดียพัฒนาเอง, สปุตนิกวี ของรัสเซีย และโมเดอร์นา จากสหรัฐ ยังไม่มีข้อมูลบ่งบอกว่าวัคซีนเจ&amp;amp;เจจะส่งมาถึงอินเดียได้เมื่อใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเทศเอเชียใต้ที่มีประชากร 1,300 ล้านคนแห่งนี้ฉีดวัคซีนโควิด-19 แล้ว 500 ล้านโดส แต่มีประชากรแค่ราว 8% ที่ฉีดครบ 2 โดสแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อินเดียยังคงเป็นประเทศที่สถานการณ์การระบาดรุนแรงเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากสหรัฐอเมริกา โดยมีผู้ติดเชื้อยืนยันสะสมมากกว่า 32 ล้านคน เสียชีวิต 427,000 คน แต่ผู้เชี่ยวชาญกล่าวกันว่า เพราะรายงานที่ไม่ครบถ้วน ตัวเลขจริงจึงน่าจะสูงกว่านี้มาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พวกเขายังเตือนด้วยว่า อัตราการฉีดวัคซีนที่ยังต่ำทำให้อินเดียเสี่ยงกับวิกฤติผู้ติดเชื้อรอบใหม่ ในช่วง 2 สัปดาห์ที่่ผ่านมาจำนวนผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตเริ่มกลับมาสูงขึ้นอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โครงการฉีดวัคซีนฟรีของรัฐบาลอินเดียพึ่งพาวัคซีนโควิชีลด์และโคแวกซินเป็นหลัก และผู้ผลิตก็กำลังดิ้นรนผลิตให้พอกับความต้องการ ส่วนสปุตนิกวีก็ยังไม่ขยายการผลิต และโมเดอร์นาก็ยังไม่ได้นำเข้าอินเดียแม้แต่โดสเดียว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112533</URL_LINK>
                <HASHTAG>จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน, อนุมัติวัคซีน, อินเดีย, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210807/image_big_610e935419dd5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110363</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/07/2021 20:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2021 20:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อนุมัติ&#039;เมดิเจน&#039;วัคซีนเมดอินไต้หวัน คุยประสิทธิภาพใกล้เคียงแอสตร้าฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลไต้หวันอนุมัติการใช้งานแบบฉุกเฉินวัคซีนป้องกันโควิด-19 &amp;quot;เมดิเจน&amp;quot; (Medigen) ที่พัฒนาโดยบริษัทยาของไต้หวันเอง แม้จะยังอยู่ในขั้นการทดลองทางคลินิก แต่ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าข้อมูลเบื้องต้นบ่งชี้ว่าประสิทธิภาพใกล้เคียงกับวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ชาวไต้หวันฉีดวัคซีนโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้าเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2564 (Photo by Ceng Shou Yi/NurPhoto via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า การตัดสินใจของรัฐบาลไต้หวันจะช่วยส่งเสริมโครงการฉีดวัคซีนที่ยังไม่เพียงพอต่อประชากร 23 ล้านคนของไต้หวัน วัคซีนนี้พัฒนาโดยบริษัท เมดิเจนวัคซีนไบโอโลจิกส์ ของไต้หวัน โดยมีชื่ออย่างเป็นทางการว่า MVC-COV1901 แม้การทดลองทางคลินิกยังไม่เสร็จ แต่บริษัทตีพิมพ์ข้อมูลของการทดลองระยะที่ 2 แล้วเมื่อเดือนมิถุนายน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงสาธารณสุขของไต้หวันแถลงเมื่อวันจันทร์ที่ 19 กรกฎาคมว่า คณะผู้เชี่ยวชาญอนุมัติการใช้งานแบบฉุกเฉินวัคซีนเมดิเจนเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา และคาดว่าจะเริ่มฉีดให้แก่ประชาชนได้อย่างเร็วภายในเดือนสิงหาคม แม้ว่าจะยังไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับอัตราประสิทธิภาพของวัคซีนนี้ แต่กระทรวงกล่าวว่า การสร้างแอนติบอดีจากการฉีดวัคซีนเมดิเจนนั้น &amp;quot;ไม่ได้ยิ่งหย่อนไปว่าผลการฉีดวัคซีนของออกซ์ฟอร์ด-แอสตร้าเซนเนก้าที่ได้ฉีดให้แก่ประชาชน&amp;quot; อีกทั้งไม่มีความกังวลด้านความปลอดภัยที่สำคัญด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เฉิน สือจง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า การขยายศักยภาพในการผลิตยังต้องใช้เวลา แต่คาดว่าจะมีวัคซีนชุดแรกจำนวนหนึ่งที่ฉีดให้แก่ประชาชนได้ในเดือนสิงหาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วัคซีนของเมดิเจนเป็นวัคซีนชนิดเชื้อตายที่ทำขึ้นจากบางส่วนของไวรัส (subunit vaccine) เพื่อกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายรู้จักกับโปรตีนหนามส่วนเปลือกของไวรัสโคโรนาที่แทรกซึมเข้าร่างกาย วัคซีนชนิดนี้ต้องฉีด 2 โดส สำหรับผู้ที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงกำหนดให้บริษัทส่งรายงานติดตามความปลอดภัยเป็นประจำทุกเดือน และส่งรายงานเกี่ยวกับประสิทธิภาพภายในเวลา 1 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลไต้หวันลงนามสัญญาซื้อวัคซีนเมดิเจนไว้ 5 ล้านโดส และทำสัญญาซื้อวัคซีนอีกชนิดในจำนวนเท่ากันจากบริษัท ยูไนเต็ดไบโอเมดิคัล ของไต้หวัน ซึ่งยังไม่ได้รับอนุมัติสำหรับการใช้แบบฉุกเฉิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไต้หวันเคยควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้อย่างดีเมื่อปีที่แล้ว แต่เดือนพฤษภาคมปีนี้ การแพร่เชื้อที่เริ่มต้นจากนักบินสายการบินพาณิชย์หลายคนได้ระบาดเข้าสู่ชุมชน และทำให้ขณะนี้ไต้หวันมีผู้ติดเชื้อสะสมราว 15,000 คน เสียชีวิตเกือบ 800 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดินแดนเกาะแห่งนี้เคยได้รับวัคซีนเพียง 726,000 โดส ก่อนหน้าที่สหรัฐและญี่ปุ่นจะบริจาควัคซีนให้รวมแล้ว 2.5 ล้าน และ 3.37 ล้านโดส ตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลไต้หวันกล่าวหารัฐบาลจีนว่าขัดขวางแผนการซื้อวัคซีนไฟเซอร์-ไบออนเทคจากบริษัท ไบออนเทค ของเยอรมนี แต่สุดท้ายสองบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของไต้หวัน คือ ฟอกซ์คอนน์ และไต้หวันเซมิคอนดักเตอร์แมนูแฟคเจอริง บรรลุข้อตกลงซื้อวัคซีนไฟเซอร์กับผู้จัดจำหน่ายในเซี่ยงไฮ้ได้บริษัทละ 5 ล้านโดส เพื่อบริจาคให้แก่รัฐบาลไต้หวัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110363</URL_LINK>
                <HASHTAG>Medigen, อนุมัติวัคซีน, เมดิเจน, แอสตร้าเซนเนก้า, ไต้หวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210719/image_big_60f57c5a92f1a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105294</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2021 20:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2021 20:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เวียดนามอนุมัติวัคซีน&#039;ซิโนฟาร์ม&#039;ของจีนเป็นชนิดที่ 3</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ทางการเวียดนามอนุมัติการใช้งานวัคซีนซิโนฟาร์มของจีนแล้วตามรายงานของสื่อเวียดนามเมื่อวันศุกร์ เป็นวัคซีนชนิดที่ 3 ที่ได้รับการอนุมัติในประเทศนี้ ด้านอนามัยโลกยืนยันไวรัสที่เวียดนามเชื่อว่าเป็นลูกผสมนั้นเป็นแค่การกลายพันธุ์เพิ่มเติมของสายพันธุ์เดลตา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเวียดนามนิวส์กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขอนุมัติการใช้งานวัคซีนซิโนฟาร์มของจีนแล้ว ซึ่งเป็นวัคซีนชนิดที่ 3 ต่อจากวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้า และวัคซีนสปุตนิกวีของรัสเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวียดนามมีผู้ติดเชื้อไวรัสสะสมในประเทศเพียง 8,115 ราย เสียชีวิตแล้ว 49 ราย โดยเกือบ 60% เป็นการติดเชื้อในเดือนที่ผ่านมา รัฐบาลเวียดนามกำลังพยายามเร่งการฉีดวัคซีนในประเทศเพื่อรับมือกับการแพร่เชื้อไวรัสในประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธ รัฐมนตรีสาธารณสุข&amp;nbsp; เหงียน ทัญ ลอง กล่าวว่า เวียดนามใกล้บรรลุเป้าหมายของการจัดหาวัคซีน 150 ล้านโดสในปีนี้ เพื่อฉีดให้กับประชากร 75% ของประเทศที่มี 98 ล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงขณะนี้เวียดนามได้รับมอบวัคซีนแล้วเกือบ 2.9 ล้านโดส ส่วนใหญ่เป็นแอสตร้าเซนเนก้า และได้ฉีดให้ประชาชนแล้วประมาณ 1 ล้านโดส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ คีดง ปาร์ก ผู้แทนองค์การอนามัยโลกในเวียดนาม ยืนยันว่า การกลายพันธุ์ของไวรัสโคโรนาที่ทางการเวียดนามคิดว่าเป็นการผสมผสานกันระหว่างสายพันธุ์อินเดียกับสหราชอาณาจักรนั้น ดูเหมือนจะไม่ใช่ไวรัสสายพันธุ์ใหม่หรือลูกผสม แต่เป็นการกลายพันธุ์เพิ่มเติมในสายพันธุ์เดลตา หรือสายพันธุ์กลายพันธุ์ที่พบครั้งแรกในอินเดีย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105294</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซิโนฟาร์ม, องค์การอนามัยโลก, อนุมัติวัคซีน, เวียดนาม, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210604/image_big_60ba2ca25a344.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94294</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/02/2021 00:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/02/2021 00:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จีนอนุมัติวัคซีนโควิด-19 พัฒนาเองเพิ่มอีก2ขนาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ทางการจีนอนุมัติวัคซีนป้องกันไวรัสโคโรนาเพิ่มอีก 2 ชนิดสำหรับใช้งานแบบฉุกเฉิน เป็นวัคซีนที่ผลิตเองภายในประเทศ 4 ชนิดแล้วที่สามารถใช้กับประชาชนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า คณะกรรมการผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ของจีนแถลงเมื่อวันพฤหัสบดีว่า วัคซีนที่ผลิตโดยบริษัท แคนซิโนไบโอโลจีส์ และวัคซีนที่ผลิตโดยหน่วยหนึ่งของบริษัท ซิโนฟาร์ม ได้รับการอนุมัติการใช้งานแบบมีเงื่อนไข หลังจากพบว่าวัคซีนทั้ง 2 ชนิดนี้สามารถป้องกันโควิด-19 ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การอนุมัติอย่างมีเงื่อนไขช่วยให้ยาสามารถเข้าสู่ตลาดเพื่อใช้งานแบบฉุกเฉินได้เร็วขึ้นเมื่อการทดลองทางคลินิกยังไม่ถึงเกณฑ์มาตรฐานปกติ แต่มีสิ่งบ่งชี้ว่าจะใช้ได้ผลในการรักษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถาบันผลิตภัณฑ์ชีวภาพอู่ฮั่นในเครือของซิโนฟาร์มกล่าวว่า วัคซีนของพวกเขามีประสิทธิภาพในอัตรา 72.51% ขณะที่ประสิทธิภาพโดยรวมของวัคซีนของแคนซิโนอยู่ที่ 65.28% ภายหลังรับวัคซีน 28 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงขณะนี้ จีนอนุมัติวัคซีนที่ผลิตภายในประเทศแล้ว 4 ขนานด้วยกัน วัคซีนที่ผ่านการอนุมัติก่อนหน้านี้ในเดือนกุมภาพันธ์คือ โคโรนาแวค ของซิโนแวค และวัคซีนอีกขนานของซิโนฟาร์มที่ได้รับอนุมัติเมื่อเดือนธันวาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานด้านผลิตภัณฑ์ยาของจีนยังกล่าวด้วยว่า ผู้ถือใบอนุญาตทั้งสองรายนี้จะต้องทำการวิจัยที่เกี่ยวข้องต่อไป, ดำเนินการให้เป็นไปตามเงื่อนไขจนเสร็จสิ้น และส่งผลการวิจัยอย่างทันท่วงที อย่างไรก็ดี ประสิทธิภาพของวัคซีนจีนยังคงตามหลังคู่แข่งอย่างไฟเซอร์-ไบออนเทค และโมเดอร์นา ซึ่งอยู่ในอัตรา 95% และ 94% ตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จีนเร่งรุดพัฒนาวัคซีนในประเทศโดยตั้งเป้าจะฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชน 50 ล้านคนภายในกลางปีกุมภาพันธ์ ข้อมูลถึงวันที่ 9 กุมภาพันธ์ มีการฉีดวัคซีนในจีนแล้วมากกว่า 40 ล้านโดส จีนยังจัดส่งวัคซีนให้แก่ 53 ประเทศแบบฟรีๆ และยังขายให้แก่อีกมากกว่า 20 ประเทศ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94294</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, ซิโนฟาร์ม, วัคซีนโควิด, อนุมัติวัคซีน, แคนซิโน, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210215/image_big_602aa0c967f57.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93912</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/02/2021 23:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/02/2021 23:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟิลิปปินส์อนุมัติวัคซีนซิโนแวค แต่ยังไม่ฉีดให้บุคลากรแพทย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ทางการฟิลิปปินส์อนุมัติการใช้งานแบบฉุกเฉินของวัคซีนโควิด-19 ที่ผลิตโดยบริษัท ซิโนแวค ของจีนแล้วเมื่อวันจันทร์ คาดวัคซีนโดสแรกมาถึงสัปดาห์นี้ แต่จะเลือกฉีดให้ทหารและแรงงานที่สำคัญต่อเศรษฐกิจก่อน โดยยังไม่ฉีดให้บุคลากรทางการแพทย์เนื่องจากประสิทธิภาพของวัคซีนนี้ค่อนข้างต่ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า วัคซีนโคโรนาแวคที่ผลิตโดยบริษัท ซิโนแวค ของจีน เป็นวัคซีนชนิดที่ 3 ที่ได้รับอนุมัติการใช้งานแบบฉุกเฉินจากทางการฟิลิปปินส์ แม้ว่าจนถึงขณะนี้ฟิลิปปินส์ยังไม่เริ่มฉีดวัคซีนเลย และรัฐบาลของประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต กำลังถูกวิจารณ์เรื่องความล่าช้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่กล่าวกันว่า รัฐบาลจีนตกลงบริจาควัคซีนแก่ฟิลิปปินส์ 600,000 โดส ซึ่งจะมาถึงภายใน 3-5 วัน แม้ว่าจะยังมีความคลางแคลงเรื่องความปลอดภัยและประสิทธิผลของวัคซีนจากจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระนั้น เอริก โดมิงโก ประธานคณะกรรมการอาหารและยาของฟิลิปปินส์ กล่าวว่า ได้ตัดสินใจแล้วว่า ประโยชน์ของการฉีดวัคซีนมีมากกว่าความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นหรือที่รู้กันอยู่แล้ว โคโรนาแวคสามารถฉีดให้แก่ผู้ใหญ่สุขภาพดีที่อายุระหว่าง 18-59 ปี แต่ไม่แนะนำสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ที่ทำงานด่านหน้าหรือผู้ที่สูงอายุกว่าเกณฑ์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แฮร์รี โรเก โฆษกของประธานาธิบดี กล่าวว่า แรงงานที่มีความสำคัญต่อภาคเศรษฐกิจและทหารน่าจะเป็นกลุ่มแรกที่ได้รับวัคซีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้การทดลองในตุรกีจะพบว่าโคโรนาแวคมีประสิทธิภาพ 91.25% แต่การทดลองที่บราซิลกลับมีประสิทธิภาพในอัตราแค่ประมาณ 50% โฆษกประธานาธิบดีฟิลิปปินส์กล่าวปกป้องการผลักดันวัคซีนของซิโนแวคว่า มันยังดีกว่าที่ไม่ได้มีการป้องกันเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้นำของหลายประเทศเป็นกลุ่มแรกๆ ที่ฉีดวัคซีนเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในหมู่ประชาชน แต่โรเกกล่าวว่า ดูเตร์เตอยากรอวัคซีนอีกชนิดหนึ่งของจีนที่ผลิตโดยบริษัท ซิโนฟาร์ม มากกว่า เหตุผลเนื่องจากอายุที่มากของเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วัคซีนของซิโนฟาร์มเคยถูกลอบฉีดให้แก่ทีมอารักขาของดูเตร์เตอย่างลับๆ เมื่อปีที่แล้ว ในเวลานั้นวัคซีนนี้ยังไม่ได้รับการอนุมัติจากทางการฟิลิปปินส์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลฟิลิปปินส์เจรจากับผู้ผลิตวัคซีน 6 ราย รวมถึงซิโนแวค โดยหวังว่าจะจัดหาวัคซีนให้ได้สำหรับประชากร 60 ล้านคน หรือราว 60% ของประชากรทั้งประเทศ ภายในปีนี้ แต่การขาดความโปร่งใสและการส่งมอบวัคซีนชุดแรกที่ล่าช้าทำให้รัฐบาลโดนวิจารณ์เรื่องการจัดการกับวิกฤติโรคระบาดนี้ ซึ่งได้คร่าชีวิตผู้ป่วยในฟิลิปปินส์แล้วเกิน 12,000 คน จากผู้ติดเชื้อมากกว่า 560,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เคยคาดว่า วัคซีนอีกมากกว่า 100,000 โดสของไฟเซอร์-ไบออนเทค จะส่งถึงฟิลิปปินส์กลางเดือนนี้ ผ่านโครงการวัคซีนโคแวกซ์ แต่การจัดส่งล่าช้าเพราะข้อตกลงเรื่องค่าสินไหมทดแทนที่จะคุ้มครองผู้ผลิตวัคซีนไม่ให้โดนฟ้องร้องเกี่ยวกับผลข้างเคียงของวัคซีน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93912</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซิโนแวค, ฟิลิปปินส์, อนุมัติวัคซีน, โคโรนาแวค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201207/image_big_5fcdd6af33c25.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
