<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>102155</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>WHOอนุมัติการใช้งานวัคซีน&#039;ซิโนฟาร์ม&#039;ของจีนแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;องค์การอนามัยโลก (WHO) อนุมัติการใช้งานวัคซีนซิโนฟาร์มแบบฉุกเฉินแล้วเมื่อวันศุกร์ เป็นวัคซีนโควิด-19 ชนิดที่ 6 ที่ผ่านการรับรองจาก WHO และเป็นชนิดแรกของจีนที่ได้รับไฟเขียวจากองค์กรนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ พยาบาลเปรูเตรียมฉีดวัคซีนซิโนฟาร์มที่จีนส่งมาให้ชุดแรก 300,000 โดส เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2564 (Photo by Alex Rosemberg/picture alliance via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า ตามข้อมูลที่รวบรวมได้ วัคซีนป้องกันโควิด-19 ของซิโนฟาร์ม ซึ่งต้องฉีด 2 โดส ถูกใช้อยู่แล้วใน 42 ประเทศและดินแดนทั่วโลก โดยใช้มากเป็นอันดับ 4 รองจากแอสตร้าเซนเนก้า (166 ดินแดน), ไฟเซอร์-ไบออนเทค (94) และโมเดอร์นา (46)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ WHO อนุมัติการใช้งานฉุกเฉินวัคซีนแล้ว 5 ชนิด ได้แก่ ไฟเซอร์-ไบออนเทค, โมเดอร์นา, จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน และแอสตร้าเซนเนก้าที่แยกผลิตกัน 2 แห่ง คือที่อินเดียและเกาหลีใต้ แต่ในวันศุกร์ที่ 7 พฤษภาคม ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการ WHO แถลงข่าวที่นครเจนีวา ว่าบ่ายวันเดียวกันนี้ WHO ขึ้นบัญชีการใช้งานฉุกเฉินวัคซีนซิโนฟาร์มของจีน และถือเป็นวัคซีนโควิด-19 ชนิดที่ 6 ที่ได้รับการตรวจสอบจากดับเบิลยูเอชโอด้านความปลอดภัย, ประสิทธิภาพและคุณภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้ กลุ่มคณะที่ปรึกษายุทธศาสตร์ของผู้เชี่ยวชาญด้านการก่อภูมิคุ้มกัน หรือ SAGE ยังได้พิจารณาทบทวนข้อมูลที่ได้ และให้การรับรองการใช้วัคซีนชนิดนี้กับผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป โดยการฉีด 2 โดสตามกำหนดเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การขึ้นทะเบียนอนุมัติใช้งานแบบฉุกเฉินจะเปิดทางให้ประเทศต่างๆ ทั่วโลกอนุมัติและนำเข้าวัคซีนได้อย่างรวดเร็วเพื่อการแจกจ่าย โดยเฉพาะในประเทศที่ไม่มีผู้กำกับดูแลของตนเองที่ได้มาตรฐานสากล อีกทั้งยังเปิดกว้างให้โครงการวัคซีนโคแวกซ์รับวัคซีนซิโนฟาร์มเข้าร่วมโครงการแบ่งปันวัคซีนทั่วโลกนี้ด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากจีนที่ใช้วัคซีนซิโนฟาร์ม ประเทศอื่นที่ใช้วัคซีนนี้มีอาทิ แอลจีเรีย, แคเมอรูน, ฮังการี, อิรัก, อิหร่าน, ปากีสถาน, เปรู, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, เซอร์เบีย และเซเชลส์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังเหลือวัคซีนอีกหลายชนิดที่รอคิวการขึ้นบัญชีใช้งานแบบฉุกเฉินของ WHO ซึ่งรวมถึงวัคซีนซิโนฟาร์มตัวที่ 2 ที่ผลิตในเมืองอู่ฮั่น ซึ่งพบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิดนี้เป็นครั้งแรก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนวัคซีนของจีนอีกชนิดคือ ซิโนแวค ที่ใช้อยู่แล้วใน 22 ประเทศ คาดว่า WHO จะตัดสินใจภายในไม่กี่วันข้างหน้า โดยวัคซีนสปุตนิก วี ของรัสเซียเป็นวัคซีนที่อยู่ท้ายๆ แถวที่รอกระบวนการพิจารณาต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102155</URL_LINK>
                <HASHTAG>WHO, ซิโนแวค, ดับเบิลยูเอชโอ, วัคซีนซิโนฟาร์ม, วัคซีนโควิด-19, องค์การอนามัยโลก, อนุมัติใช้งานแบบฉุกเฉิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210507/image_big_60956f8fc15e5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95489</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/03/2021 14:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/03/2021 14:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อินโดนีเซียอนุมัติใช้งานฉุกเฉินแอสตร้าเซนเนก้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ทางการอินโดนีเซียอนุมัติการใช้งานแบบฉุกเฉินของวัคซีนโควิด-19 ที่พัฒนาโดยบริษัทแอสตร้าเซนเนก้าแล้วเมื่อวันอังคาร หลังจากได้รับวัคซีน 1.1 ล้านโดสจากโครงการโคแวกซ์เมื่อหนึ่งวันก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพนนี เค. ลูกิโต ผู้อำนวยการสำนักงานอาหารและยาของอินโดนีเซีย แถลงเมื่อวันอังคารว่า วัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้าจากโครงการพันธมิตรวัคซีนโลกหรือโคแวกซ์ ซึ่งส่งมาถึงอินโดนีเซียชุดแรกจำนวน 1.1 ล้านโดสเมื่อวันจันทร์ ได้รับการอนุมัติเพื่อใช้งานแบบฉุกเฉินแก่ประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ เรตโน มาร์ซูดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอินโดนีเซีย เปิดเผยว่า อินโดนีเซียจะได้รับวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าผ่านโครงการโคแวกซ์จำนวนประมาณ 11.7 ล้านโดส ซึ่งจะทยอยส่งมอบจนถึงเดือนพฤษภาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงขณะนี้ อินโดนีเซียได้รับวัคซีนแล้วประมาณ 38 ล้านโดสที่ผลิตโดยบริษัท ซิโนแวคไบโอเทค ของจีน ซึ่งบางส่วนถูกนำมาฉีดให้แก่ประชาชนในโครงการฉีดวัคซีนที่เริ่มต้นมาตั้งแต่เดือนมกราคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อินโดนีเซียเป็นประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 รุนแรงที่สุด ประเทศที่มีประชากร 270 ล้านคนแห่งนี้มีผู้ติดเชื้อสะสม 1,386,556 คน และเสียชีวิตแล้ว 37,547 คน ถึงแม้ผู้เชี่ยวชาญจะกล่าวกันว่าการตรวจเชื้อที่ไม่ทั่วถึงอาจทำให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อที่แท้จริงสูงกว่านี้มาก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95489</URL_LINK>
                <HASHTAG>อนุมัติใช้งานแบบฉุกเฉิน, อินโดนีเซีย, แอสตร้าเซนเนก้า, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210309/image_big_60471b9e27c88.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
