<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>71311</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2020 16:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2020 16:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จ่อตัดทิ้ง &#039;ต้นยางป่า&#039; อายุ 100 ปี แขวงทางหลวงจันทบุรีเร่งขยายถนน กลุ่มจิตอาสาขอเวลาย้ายปลูกที่อื่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เตรียมโค่นต้นยางป่าอายุกว่า 100 ปี ริมถนนสาย 317 จันทบุรี-สระแก้ว แขวงทางหลวงจันทบุรีเร่งขยายถนน 2 เลนเป็น 4 เลน สมาคมคืนรากแก้วสู่ดินขอยืดชีวิตต้นยางป่า ขอเวลา&amp;nbsp;2 เดือนขุดล้อมย้ายไปปลูกที่ีวัดเขาสอยดาวเหนือ&amp;nbsp;เพราะเป็นหนึ่งสัญลักษณ์&amp;nbsp;อ.สอยดาว หลายฝ่ายพร้อมช่วยกันอนุรักษ์&amp;nbsp;พระสงฆ์บอกไม่อยากใช้คำขอว่าขอบิณฑบาต แต่อยากให้ช่วยกันรักษาต้นยางป่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.ค.63 -&amp;nbsp;นายไพฑูรย์ โพธิพัฒน์ นายกสมาคมคืนรากแก้วสู่ดิน นายสมนึก ค้าผล รองนายกสมาคมคืนรากแก้วสู่ดิน พระครูสุธรรม วิริยาลังการ เจ้าอาวาสวัดตะเคียนทอง ต.ตะเคียนทอง อ.เขาคิชฌกูฎ จ.จันทบุรี ร่วมกันตรวจสอบต้นยางป่าริมถนนสาย 317 จันทบุรี-สระแก้ว หมู่บ้านตามูล หมู่ 1 ต.ทรายขาว อ.สอยดาว จ.จันทบุรี พบว่ามีอายุกว่า 100 ปี สูงกว่า 60 เมตร มองเห็นได้ชัดเจนจากระยะไกล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บริเวณใกล้กันกับต้นยางป่า มีการเร่งขยายถนนจาก 2 เลนเป็น&amp;nbsp;4 เลน เชื่อมต่อจาก อ.สอยดาว ไป&amp;nbsp;อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี และ จ.สระแก้ว รวมทั้งมีเศษซากการตัดโค่นต้นไม้เพื่อการก่อสร้างถนน โดยต้นไม้ใหญ่ทุกต้นในบริเวณดังกล่าวถูกโค่นทิ้ง&amp;nbsp;เหลือเพียงต้นยางป่าเพียงต้นเดียว ทั้งนี้คณะของสมาคมคืนรากแก้วสู่ดิน ใช้เวลาตรวจสอบต้นยางป่าอยู่ระยะหนึ่ง จากนั้นไปเตรียมการหาวิธีชะลอการตัดต้นไม้นี้ออกไป และทราบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการตัดถนนว่าจะมีการโค่นต้นยางป่าในวันที่ 16 ก.ค.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมนึก เปิดเผยว่า ทุกวันนี้จะไปหาต้นสูงใหญ่แบบนี้ได้ที่ไหน โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน จ.จันทบุรี แทบจะหาต้นไม้สูงขนาดนี้ไม่ได้แล้ว ต้นยางป่าต้นนี้อยู่คู่กับ จ.จันทบุรี มานานนับร้อยปี คนในพื้นที่เห็นต้นไม้ต้นนี้มาตั้งแต่เกิด เหมือนอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของ อ.สอยดาว ควรจะอนุรักษ์ไว้ สมาคมคืนรากแก้วสู่ดินจะขอยืดเวลาการตัดต้นยางป่าออกไปอีกไม่เกิน 2 เดือน เพื่อเคลื่อนย้ายไปปลูกที่วัดเขาสอยดาวเหนือ อ.สอยดาว หรือโรงเรียนบ้านตามูล อ.สอยดาว ซึ่งจะร่วมมือกับทุกฝ่าย และไม่มีปัญหาเรื่องค่าใช้แต่อย่างใด ทางสมาคมคืนรากแก้วสู่ดินได้ติดต่อไปยังบริษัทหลายแห่ง ต่างเห็นด้วยและยินดีจะช่วยเหลือด้านค่าใช้จ่าย พร้อมกับสนับสนุนรถแบ็คโฮ รถเทรลเลอร์ในการเคลื่อนย้ายต้นไม้ต้นนี้ สำคัญที่ว่าแขวงการทาง จ.จันทบุรี จะอนุญาตหรือไม่เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านพระครูสุธรรมวิริยาลังการ เปิดเผยว่า ไม่อยากจะใช้คำว่า &amp;ldquo;ขอบิณฑบาต&amp;rdquo; เกรงว่าจะเป็นหักน้ำใจญาติโยมเกินไป อยากใช้คำว่าให้ช่วยกันรักษาต้นยางป่า อยากให้อนุรักษ์ไว้ เพราะตามแนวทางพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในการแสวงหาโมกธรรม พระองค์ก็ใช้ป่าในการแสวงหาธรรม ต้นไม้จึงมีประโยชน์ อยากให้ช่วยกันคิดหาทางอนุรักษ์ จะได้เป็นตัวอย่างให้พื้นที่อื่นที่พบปัญหาแบบเดียวกันกับที่ อ.สอยดาว ช่วยกันอนุรักษ์ต้นไม้กันต่อไป
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71311</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดจันทบุรี, สมาคมคืนรากแก้วสู่ดิน, อนุรักษ์ต้นไม้ใหญ่, แขวงทางหลวงจันทบุรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200713/image_big_5f0c22f1e5475.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71201</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2020 15:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2020 15:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ย้ายสำเร็จ &#039;ต้นยางมันหมู&#039; ไม้หายากใกล้สูญอายุ 300 ปีลงหลุมปลูกใหม่ที่โรงเรียนบ้านป่าคลอก จ.ภูเก็ต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ค.63 - จากกรณีกลุ่มนักธุรกิจและจิตอาสาชาวภูเก็ต ร่วมแรงร่วมใจกันอนุรักษ์&amp;nbsp;&amp;quot;ต้นยางมันหมู&amp;quot; ไม้โบราณใกล้สูญพันธุ์อายุกว่า 300 ปี ซึ่งชาวบ้านเรียกติดปากว่า &amp;quot;ทวดยางนา&amp;quot; ที่ขึ้นอยู่ริมถนนสายบ้านพารา-บ้านป่าคลอก บริเวณหน้าโรงเรียนบ้านพารา หมู่ 4 ต.ป่าคลอง อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ซึ่งกำลังมีการขยายถนน 4 ช่องจราจร&amp;nbsp;จึงต้องขุดล้อมย้ายไปปลูกในพื้นที่โรงเรียนบ้านป่าคลอก โดยเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ต้นยางมันหมูลงหลุมปลูกแล้ว โดยมีการติดตั้งโครงเหล็กค้ำยันรอติดรากใหม่ท่ามกลางความดีใจของชาวภูเก็ต ตลอดจนประชาชนที่ติดตามเหตุการณ์อย่างต่อเนื่องผ่านทางเฟซบุ๊กของนายกิตติศักดิ์ เสียงสลัก ซึ่งเป็นหนุ่มนักธุรกิจ เจ้าของเต็นท์รถมือสองชื่อ&amp;nbsp;&amp;quot;อุ๊หยัดใจได้&amp;quot; เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงออกค่าใช้จ่ายต่างๆในเบื้องต้น โดยร่วมมือกับกลุ่มอาสาสมัครอีกจำนวนหนึ่ง จนกระทั่งประสบความสำเร็จด้วยดี เพื่อต้องการอนุรักษ์ต้นไม้เก่าแก่หายากไว้เป็นมรดกท้องถิ่นให้คนรุ่นหลัง พร้อมนำเสนอให้เป็น &amp;quot;โมเดลป่าคลอก&amp;quot; เพื่อที่หน่วยงานราชการจะใช้เป็นรูปแบบในการอนุรักษ์ต้นไม้ใหญ่เก่าแก่ทั่วประเทศแทนการตัดโค่นทิ้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ทีมงานอาสาสมัคร ได้ยกต้นยางลงปลูกบริเวณที่จัดเตรียมไว้ก่อนหน้านี้ โดยมีการระดมเครื่องจักรกลหนักชนิดต่างๆ เช่น รถเครน รถยก เป็นต้น ยกทวดยางมันหมูลงในหลุม เพื่อเพาะปลูกใหม่ แต่ยังคงมีการประคองต้นไม้ไว้โดยใช้เหล็กค้ำยันเพื่อรอให้รากแข็งแรงขึ้นใหม่อีกครั้ง ท่ามกลางความปลาบปลื้มใจของกลุ่มอาสาสมัคร และชาวบ้านในพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฤษติชัย นพรัตน์ เจ้าของบริษัท ภูเก็ตกฤษติชัยการโยธา จำกัด ผู้ควบคุมการขุดล้อมย้ายต้นไม้ กล่าวว่า ตนและกลุ่มอาสาสมัครมีการวางแผนการเคลื่อนย้ายทวดยางมันหมูต้นนี้มานานแล้ว โดยได้ดำเนินการมาจนถึงวันนี้&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ก.ค. ได้นำต้นไม้ลงหลุมปลูกและสร้างที่ค้ำยันทวดยางเอาไว้อย่างเสร็จสมบูรณ์ หลังจากนี้จะเป็นเรื่องการดูแลและบำรุงรักษาทวดยางมันหมูต้นนี้ให้สามารถยืนต้นอยู่ได้ตามธรรมชาติต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ ต้นยางมันหมู (Dipterocarpus kerrii King) หรือ เรียกว่า ยางมันใส ยางมันข้น ยางวัด ละกูวิง) เป็นไม้วงศ์ยางท้องถิ่นในภาคใต้ อยู่ในสถานะใกล้สูญพันธุ์ (Critically Endangered Species) สมควรแก่การอนุรักษ์ปลูกเพิ่มโดยชุมชนและหน่วยงานต่างๆ ยังสามารถพบได้ในป่าจังหวัดพังงา กระบี่ สุราษฎร์ธานี และในกรุงเทพฯ มีปลูกอยู่ที่บริเวณ ปลูกอยู่บริเวณสวนพฤกษศาสตร์ วงศ์ยาง ข้างพลับพลายอด สวนหลวง ร.9 กรุงเทพมหานคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก&amp;nbsp;กิตติศักดิ์ เสียงสลัก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71201</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดภูเก็ต, ต้นยางมันหมู, ทวดยางนา, อนุรักษ์ต้นไม้ใหญ่, โรงเรียนป่าคลอก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200712/image_big_5f0ac18b21147.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14985</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/08/2018 18:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/08/2018 18:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดตัว &#039;ต้นมะเดื่อกวาง&#039; อายุ270ปี ไม้ใหญ่สวยงามสมบูรณ์สุดในอีสาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ส.ค.61 -&amp;nbsp;ที่ป่าชุมชนดอนดงคำ บ้านหัวบึง หมู่ 9 ตำบลทรายมูล อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานเปิดโครงการ วัฒนธรรมสู่การท่องเที่ยวต้นไม้ใหญ่ รุกขมรดกแผ่นดิน ต้นมะเดื่อกวาง พร้อมพาสื่อมวลชนนั่งรถอีแต๋นเข้าชมเส้นทางธรรมชาติ ที่มีต้นไม้นานาพันธุ์ และสัตว์นานาชนิด ริมถนน 2 ข้างทาง บนเนื้อที่รวม 88 ไร่ พร้อมทั้งชมต้นไม้ขนาดใหญ่ที่มีความอุดมสมบูรณ์และความสวยงาม ประมาณ 3 คนโอบ สูง 30-50 เมตร อายุกว่า 100 ปี ไม่ว่าจะเป็นต้นพะยูง,ต้นยางนา และต้นตะเคียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น ผวจ.ขอนแก่น พร้อมทั้งผู้นำชุมชนได้ร่วมกันนำผ้า 3 สี ผูกรอบต้นมะเดื่อกวาง อายุกว่า 270 ปี &amp;nbsp;ซึ่งมีขนาดเส้นรอบวง 6.35 เมตร เกิดขึ้นอยู่กลางป่าชุมชน เพื่อแสดงถึงการอนุรักษ์ต้นไม้ภายในป่าชุมชนแห่งนี้ พร้อมทั้งเข้าชมบ่อน้ำแร่ผุดศักดิ์สิทธิ์ ขนาดใหญ่ อยู่ใจกลางผืนป่า เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติคู่กับต้นมะเดื่อกวาง โดยบ่อน้ำแร่ผุดนี้มีอายุเกือบ 300 ปี ซึ่งลักษณะของน้ำเป็นสีฟ้าครามผุดตลอดปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมศักดิ์ กล่าวว่า การเปิดตัวต้นมะเดื่อกวางที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของภาคอีสาน เป็นการช่วยกันอนุรักษ์ผืนป่า และปกป้องต้นไม้นานาชนิดที่มีขนาดใหญ่ ที่สมบูรณ์และสวยงามแห่งหนึ่ง่ในประเทศไทย อีกทั้งยังคงเป็นการยืนยันว่าสถานที่แห่งนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชน ด้วยความอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติ ซึ่งต้นมะเดื่อกวางอายุกว่า 270 ปีต้นนี้ ได้รับการพิจารณาจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิให้เป็นต้นไม้ 1 ใน 63 ต้น ที่ถูกรวบรวมไว้ในหนังสือเรื่อง &amp;ldquo;รุกขมรดกของแผ่นดิน&amp;rdquo; เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมายุ 63 พรรษา 2 เมษายน 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หนังสือดังกล่าวเป็นหนังสือรวบรวมประวัติและเรื่องราวเกี่ยวกับต้นไม้ใหญ่ในสถานที่ต่างๆจากทุกภูมิภาค ดังนั้นเมื่อจังหวัดพบต้นมะเดื่อกวาง ต้นที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของไทย จึงควรนำมาแสดง และจัดให้เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์มีการศึกษาความสวยงามและความสมบูรณ์ของธรรมชาติป่าแห่งนี้ และที่ชุมชนแห่งนี้ในเทศกาลต่างๆ จะมีประชาชนนักท่องเที่ยวทยอยเดินทางมาพักผ่อนและชมความอุดมสมบูรณ์ของป่าชุมชนแห่งนี้ และได้เข้ากราบขอพรจากปู่สีทน กิตติปัญโญ และปู่หาญ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คอยปกปักรักษาผืนป่าชุมชนแห่งนี้ เพื่อความเป็นสิริมงคลต่อตัวเองและครอบครัวอีกด้วย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ นายสมจิตร มาตรกำจร อายุ 67 ปี ปราชญ์ชาวบ้านบ้านหัวบึง กล่าวว่า &amp;nbsp;ตั้งแต่เกิดมาได้เห็นต้นมะเดื่อกวางต้นนี้ และต้นไม้อื่นๆที่เติบใหญ่มาจนถึงทุกวันนี้ หลายชั่วอายุคน ซึ่งป่าชุมชนแห่งนี้ยังเป็นที่ตั้งของศาลปู่สีทน กิตติปัญโญ และศาลปู่หาญ ซึ่งเป็นผู้รักษาผืนป่าจำนวน 88 ไร่ พร้อมทั้งมีการกล่าวขานมาอย่างต่อเนื่องในหลายยุคหลายสมัยว่า ปู่สีทนและปู่หาญ จะคอยบอกลูกหลานว่าอย่าตัดต้นไม้ในป่าแห่งนี้ เพราะจะเป็นป่าที่หล่อเลี้ยงชาวบ้านไม่ให้อดอยาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;คำบอกคำสอนดังกล่าวนี้นั้นลูกหลานต่างมีความเชื่อจึงมีการสืบทอดการรักษาดูแลป่ามาจนถึงปัจจุบัน รวมถึงต้นมะเดื่อกวาง ที่มีอายุกว่า 270 ปี และบ่อน้ำแร่ผุดบ่อนี้ที่ชาวบ้านเชื่อว่าเกิดจากสิ่งศักดิสิทธิ์ภายในป่าทำให้เกิดขึ้น เพื่อช่วยเหลือชาวบ้าน ทั้งการนำไปใช้อุปโภคบริโภคก็ไม่มีวันหมด ไม่เคยแห้งแล้งแม้แต่วันเดียว ต่อมาทางผู้นำชุมชนได้ใช้น้ำจากบ่อน้ำผุดไปผลิตเป็นประปาหมู่บ้าน และปล่อยลงไปในพื้นที่การเกษตรให้ชาวบ้านกว่าร้อยไร่ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้เคยมีอาจารย์ซึ่งเป็นนักวิจัยในมหาวิทยาลัยขอนแก่น ลงพื้นที่นำน้ำจากบ่อน้ำผุดไปตรวจพิสูจน์ และพบว่าไม่มีสารอันตรายเจือป่น สามารถดื่มกินและใช้ได้ ทั้งยังมีแร่ธาตุ จำนวน 278 ชนิด เป็นแร่ธาตุที่มีคุณประโยชน์กับร่างกายทั้งสิ้น ชาวบ้านจึงคอยช่วยกันดูแลรักษาบ่อน้ำผุดแห่งนี้ไว้เป็นอย่างดีเรื่อยมาให้อยู่คู่กับป่ากับคนในชุมชนตลอดไป&amp;quot;ปราชญ์ชาวบ้าน กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14985</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอนแก่น, ต้นมะเดื่อกวาง, ต้นไม้อายุ270ปี, นายสมศักดิ์ จังตระกุล, ป่าชุมชนดอนดงคำ, วัฒนธรรมสู่การท่องเที่ยวต้นไม้ใหญ่, หนังสือรุกขมรดกแผ่นดิน, อนุรักษ์ต้นไม้ใหญ่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180808/image_big_5b6acc371c35e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
