<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>48934</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/10/2019 11:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/10/2019 11:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จาก&quot;มาเรียม”สู่การจัดการขยะยั่งยืน&quot;เกาะลิบง” </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เขาบาตูปูเต๊ะมีจุดชมพะยูนและเป็นแหล่งเรียนรู้พะยูน ในภาพ &amp;quot;แม่ส้มของน้องมาเรียม&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานการณ์พะยูนปัจจุบันยังน่าเป็นห่วง กรณีพะยูนมาเรียมที่จากไป ทำให้หลายภาคส่วนตื่นตัวที่จะช่วยดูแลชีวิตพะยูนในท้องทะเลไทยกว่า 250 ตัว ซึ่งสถานภาพเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ หน้าที่ของการอนุรักษ์พะยูน ทุกภาคส่วนต้องผนึกกำลังกันไม่ให้พะยูนเหลือเพียงภาพถ่ายภาพเคลื่อนไหวหรือความทรงจำ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขยะทะเล ของเสีย ที่เกิดจากคนทิ้งลงสู่ทะเล ส่วนใหญ่เป็นขยะพลาสติกที่เบาและย่อยสลายยาก ทั้งถุง ขวด หลอด รวมทั้งแห อวน ลอบ เครื่องมือประมงเป็นสาเหตุใหญ่ ทำให้พะยูนลดจำนวนลงอย่างรวดเร็ว รวมทั้งแหล่งหญ้าทะเลแหล่งอาหารที่สำคัญของพะยูนถูกทำลาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;บ้านมดตะนอย จ.ตรัง ชุมชนต้นแบบจัดการขยะชายฝั่งทะเล คุ้มครองบ้านพะยูน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง เปรียบเสมือนบ้านของสัตว์ทะเลที่เลี้ยงลูกด้วยนมอย่างพะยูน ซึ่งรวมฝูงใหญ่อาศัยท้องทะเลตรังในการดำรงชีวิต เกาะแห่งนี้มีการรณรงค์และอนุรักษ์พะยูนอย่างจริงจัง ชาวบ้านบนเกาะรวมตัวกันช่วยอนุรักษ์พะยูนร่วมกับเจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ล่าสุด ชุมชนบ้านมดตะนอย ร่วมกับเอสซีจี กลุ่มอาสาพิทักษ์ดุหยง จัดกิจกรรม &amp;quot;Save Mariam&amp;rsquo;s Family ฟื้นคืนระบบนิเวศ ลดต้นเหตุขยะทะเล&amp;quot; ขึ้นในพื้นที่เกาะลิบง มีการแลกเปลี่ยนแนวทางบริหารจัดการขยะในชุมชนเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อถิ่นที่อยู่อาศัยของพะยูน การวางอวนดักขยะที่คลองต่างๆ ป้องกันขยะถูกพัดพาลงทะเลตรัง การขยายร้านค้าต้นแบบลด ละ เลิก ถุงพลาสติก ปฏิเสธโฟม&amp;nbsp;&amp;nbsp; รวมทั้งเก็บขยะทะเลร่วมกับเยาวชนเกาะลิบง ปลูกฝังเด็กรุ่นใหม่เพื่อวันข้างหน้าจะได้เป็นกำลังสำคัญในการพิทักษ์ทรัพยากรรมชาติทางทะเลให้อยู่คู่ทะเลไทย โดยมี ศ.เกียรติคุณ นพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี และนายลือชัย เจริญทรัพย์ ผู้ว่าราชการจังหวดตรัง ตลอดจนนายศาณิต&amp;nbsp; เกษสุวรรณ ที่ปรึกษาธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้างเอสซีจี ลงพื้นที่ร่วมกิจกรรมครั้งนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เกษม วัฒนชัย และศาณิต เกษสุวรรณ วางบ้านปลาในคลองลัดเจ้าไหม รักษาระบบนิเวศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ณ ศาลา ซึ่งตั้งอยู่ติดทะเลหน้าเขาบาตูปูเต๊ะ แหล่งอนุบาลมาเรียม คนเรียกขานว่า &amp;ldquo;บ้านมาเรียม&amp;rdquo; ขณะนี้ได้ปรับปรุงเป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับพะยูนสัตว์ทะเลหายาก มีป้ายให้ความรู้การกระจายของพะยูนและแหล่งหญ้าทะเลในเกาะลิบงภารกิจการอนุบาลมาเรียม ตลอดจนจัดแสดงเรือแคนูสีส้ม หรือ &amp;ldquo;แม่ส้ม&amp;rdquo; ที่เจ้าหน้าที่ใช้พายป้อนนม น้องมาเรียมว่ายน้ำเล่นข้างๆ และนอนกอด เพื่อกระตุ้นเตือนปัญหาทะเลไทยต้องแก้ไข&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo; บังจ้อน &amp;rdquo; สุวิท สารสิทธิ์ กลุ่มอาสาพิทักษ์ดุหยง กล่าวว่า เกาะลิบงมีความหลากหลายทางชีวภาพมีหน้าทะเล 11 ชนิด จากทั้งหมด 13 ชนิดในประเทศไทย ความอุดมสมบูรณ์ของหญ้าทะเลนี้ ประกอบกับการป้องกันเรือประมงและเรือในชุมชนไม่ให้สัญจรรบกวนถิ่นอาศัยของพะยูน ส่งผลมีฝูงพะยูนกระจายในพื้นที่จำนวนมาก กรณีมาเรียมที่จากไปเพราะกินถุงพลาสติก ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นอีก ที่ผ่านมา มองข้ามการจัดการขยะ ส่วนมากเก็บขยะหน้าหาดและดำน้ำเก็บขยะแนวปะการัง จากนี้จะเพิ่มเก็บขยะแนวหญ้าทะเล เวลานี้เมื่อน้ำลงพบถุงพลาสติกเยอะมาก เป็นภัยคุกคามต่อพะยูน โลมาและเต่า กลุ่มอาสาพิทักษ์ดุหยงจะร่วมกับชุมชนท้องถิ่น 6 หมู่บ้าน โรงเรียนเกาะลิบง&amp;nbsp; โรงเรียนบาตูปูเต๊ะ และกลุ่มเยาวชนเพื่อต่อยอดจัดการขยะที่ถูกต้องตามแนวทางใช้ให้คุ้ม แยกให้เป็น ทิ้งให้ถูก ซึ่งทางเอสซีจีมาส่งเสริมและสนับสนุนความรู้ตั้งแต่ระดับชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;หนึ่งฤทัย สกุลส่องบุญศิริ พยาบาล รพ.สต.บ้านมดตะนอย พาชมจุดคัดแยกขยะริมทะเล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วันนี้ร่องรอยการกินหญ้าทะเลของพะยูนเป็นหลักฐานสำคัญของการมีชีวิตอยู่ เกาะลิบงจึงเดินสู่พื้นที่ต้นแบบจัดการพะยูนและจัดการขยะ นายวิเชียร ขำนุรักษ์ เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง กล่าวว่า มีแผนบริหารจัดการในพื้นที่ โดยจัดประชุมร่วมกับผู้นำชุมชนวางทุ่นผูกเรือจุดชมพะยูน ส่วนพื้นที่ไข่แดงมีแนวหญ้าทะเลอ่าวทุ่งจีน หน้าแหลมจูโหย หน้าเขาปาตูปูเต๊ะ ซึ่งมีประชากรพะยูนมากที่สุดในประเทศไทยบินสำรวจปี 61 เจอพะยูน 210 ปี แต่ปีนี้มีพะยูนตายมากกว่า 10 ตัว ประชากรจึงลดลง ในแผนกำหนดห้ามใช้เครื่องมือผิดกฎหมาย ห้ามเรือใช้ความเร็วสูงสุดเข้าพื้นที่ มีการวางทุ่นแนวเขตห้ามเรือทุกชนิดสัญจรเด็ดขาดในพื้นที่กว่า 100 ไร่ ไม่เพียงอนุรักษ์พะยูน แต่รวมปลิงทะเล หอยชักตีน เต่า โลมา และมีแผนวางทุ่นทะเลเพิ่มปีหน้าอีก 10 ลูกในแหล่งหญ้าทะเลและแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ โดยเลือกพื้นที่สุดขอบแนวหญ้าทะเล เป็นจุดที่พบพะยูนชุกชุมที่สุด เพื่อวางทุ่นผูกเรือรับชมพะยูนโดยมีกฎกติกาชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo; ความเสี่ยงที่น่ากลัวที่สุด คือเครื่องมือประมงผิดกฎหมาย เช่น เบ็ดราไว อวนสามชั้น อันตรายมาก พะยูนตายจากเครื่องมือเหล่านี้ ขยะทะเลก็กระทบมาก ส่วนใหญ่ขยะมาจากบนบก ขณะนี้บนเกาะลิบงมีความตื่นตัวเรื่องขยะ มาเรียมตายจากขยะ ทุกคนเสียใจ เราพบกรณีเต่า โลมากินขยะตาย ส่วนพะยูนเสียชีวิตเมื่อผ่าพิสูจน์พบขยะในท้อง 20-30% ปะปนกับหญ้าทะเล ขยะเป็นปัญหาทั้งทะเลอ่าวไทยและอันดามัน เกาะลิบงมีแผนจัดการขยะที่ครัวเรือน มีการคัดแยกนำไปแปรรูปใช้ประโยชน์ต่างๆ ความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้จากทุกภาคส่วนเข้มแข็งช่วยลดขยะ ลดใช้พลาสติก ดูแลทรัพยากรทั้งสัตว์น้ำหายากและแหล่งหญ้าทะเล&amp;rdquo; วิเชียรย้ำต้องช่วยกันอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากบ้านมาเรียมเดินทางต่อโดยเรือสู่ชุมชนบ้านมดตะนอย ต.เกาะลิบง เป็นชุมชนติดกับทะเล คลองบ้านมดตะนอยและคลองลัดเจ้าไหมประสบปัญหาขยะและช่วยกันหาแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง เริ่มจากจัดการขยะในบ้านก่อนขยายผลไปทั้งหมู่บ้าน มีการคัดแยกขยะนำมารีไซเคิล อีกทั้งเมื่อพบคนในชุมชนเป็นมะเร็งเต้านมมากขึ้น สันนิษฐานว่ามาจากใช้โฟมบรรจุอาหารเป็นเวลานาน จึงมีการรณรงค์และเลิกใช้โฟมในหมู่บ้าน นับเป็นเวลา 3 ปีแล้ว ที่หมู่บ้านแห่งนี้ปลอดโฟมรับรองจากกรมอนามัย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;1 ใน 30 ร้านค้าต้นแบบเลิกถุงพลาสติก ปฏิเสธโฟม ลดขยะลงทะเล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัญหาโฟมในชุมชนหมดไป แต่ภารกิจจัดการขยะทะเลยังรออยู่ โดยเฉพาะมหันตภัยถุงพลาสติก หนึ่งฤทัย สกุลส่องบุญศิริ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการประจำโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านมดตะนอย (รพ.สต.บ้านมดตะนอย) กล่าวว่า ชุมชนบ้านมดตะนอยมี 4 โซน แต่ละพื้นที่วิธีการจัดการขยะแตกต่างกันไป ชุมชนริมชายฝั่งจะประสบปัญหาขยะริมทะเลเยอะในช่วงมรสุม เดิมเก็บขยะไปทิ้ง สุดท้ายขยะก็กลับลงทะเลอีกเพราะขาดความรู้ แต่ปี 2561 เอสซีจีเข้ามาให้ความรู้เรื่องการจัดการขยะแบบองค์รวม ได้จัดทำจุดคัดแยกขยะริมทะเลขยะที่พบมาก เช่น&amp;nbsp; ไฟแช็ก 2 กิโลกรัมต่อวัน รองเท้า 13 กก. ขวดพลาสติก 2 กก. และโฟม 3 กก. ชาวบ้านเก็บแล้วทำอย่างไรต่อ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo; ขยะมีที่ไปใช้ประโยชน์ต่อได้บ้านมดตะนอยได้รู้จักกับกลุ่ม TRASH HERO และทะเลจร ซึ่งทำรองเท้ารีไซเคิลจากขยะทะเล เราส่งรองเท้าขยะไปให้ รวมถึงขยะพลาสติกที่ไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้ก็นำใส่ขวดน้ำเพื่อทำ Eco-Brick สำหรับขยะอันตรายจะนำไปส่งให้ อบต.เกาะลิบงกำจัดอย่างถูกวิธี ขยะทะเลยังนำมาสร้างสรรค์เป็นจุดเช็กอินให้กับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนเกาะลิบงด้วย ช่วยสร้างจิตสำนึกเปลี่ยนโลกด้วยตัวเอง&amp;quot; หนึ่งฤทัย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ขยะรองเท้าแตะรวบรวมส่ง Trash Hero ทำรองเท้าแตะรีไซเคิล &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่ใช่แค่นั้น รพ.สต.ได้ประสานกับร้านค้าในชุมชน 30 ร้าน ลด ละ เลิก ถุงพลาสติก ปฏิเสธโฟม กิจกรรมครั้งนี้หนึ่งฤทัยพาไปเยี่ยมชมร้านค้าต่างๆ เด็กในหมู่บ้านนำถ้วย แก้วน้ำหรือถุงผ้ามาใส่อาหารและเครื่องดื่ม จะมีการสะสมดาวไปแลกรางวัล กล่องใส่ข้าว ถุงผ้า จนกระทั่งหม้อหุงข้าว ที่ รพ.สต. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หนึ่งฤทัยบอกอีกว่า ตามร้านยังมีจุดทิ้งหลอดพลาสติก&amp;nbsp; จากนั้นจะรวบรวมให้กลุ่มขยะ รพ.สต. มีเยาวชนและผู้สูงวัยนำไปทำไส้หมอนให้ผู้ป่วยติดเตียง การจัดการขยะรูปแบบต่างๆ จะช่วยลดขยะทะเล เพราะขยะทะเลไม่ได้มาจากทะเลจริงๆ มาจากบนฝั่ง ปีนี้เราประกาศเป็นชุมชนต้นแบบการจัดการขยะทะเลชายฝั่งในพื้นที่ชุมชนบ้านมดตะนอย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้าน ณัฐวัฒน์ ทะเลลึก ผู้ใหญ่บ้านมดตะนอย กล่าวว่า เราเป็นชุมชนชายฝั่งทำให้ตระหนักในการแก้ปัญหาขยะจากชุมชน ขยะบริเวณท่าเรือและการท่องเที่ยวชายหาดขยะจากประมง ก็วางแผนและมีข้อตกลงจัดการขยะในชุมชน ล่าสุด ชุมชนได้ต่อยอดการพัฒนาอวนดักขยะจากภูมิปัญญาชุมชนเพื่อป้องกันขยะไม่ให้ไหลลงคลองต้นทางก่อนไหลออกสู่ทะเล จะใช้สำหรับตักเก็บขยะช่วงน้ำขึ้นและเก็บกวาดขยะใต้ถุนช่วงน้ำลง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;วางอวนดักขยะในคลองต้นทาง ป้องกันขยะไหลลงทะเล กระทบพะยูน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; กรณีมาเรียมตายในท้องพบพลาสติกและเต่าอีกหลายตัว ชาวบ้านจึงรวมตัวกันคิดค้นอวนดักขยะ ทำจากอวนลอบหมึก จะวางทุกจุดของชุมชน เวลานี้มี 5 จุดในคลอง พบขยะพลาสติกมากกว่า 30% ที่เหลือเป็นเศษไม้ชายเลนโดยหน้ามรสุมจะวางอวนดักขยะให้มากขึ้น เป็นอีกแนวทางจะส่งผลดีต่อพะยูนและสิ่งมีชีวิตในทะเล อย่างไรก็ตาม ชุมชนตั้งเป้าภายในปี 2565 บ้านมดตะนอยจะปลอดขยะ 100% และพร้อมเป็นพื้นที่ตัวอย่างแบ่งปันความรู้และแนวทางปฏิบัติพิชิตขยะให้ชุมชนที่สนใจ&amp;quot; ผู้ใหญ่บ้านมดตะนอย กล่าวทิ้งท้ายเป้าหมายที่เรียกว่าการรักษาทรัพยากรรมชาติให้ยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48934</URL_LINK>
                <HASHTAG>-อนุรักษ์พะยูน, การจัดการขยะเกาะลิบง, ขยะทะเล, ขยะพลาสติก, จ.ตรัง, มาเรียม, ศ.นพ.เกษม วัฒนชัย, ศาณิต เกษสุวรรณ, เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง, เอสซีจี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191027/image_big_5db51474e09a3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42571</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2019 18:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2019 18:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทีโอทีร่วมอนุรักษ์ฟื้นฟูแนวปะการังสร้างความสมดุลในท้องทะเล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;วันนี้ 2 ส.ค.62 ที่ วิหารหลวงพ่อดำ วัดช่องแสมสาร ต.ช่องแสมสาร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี&amp;nbsp; บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) จัดกิจกรรมทำความดีเพื่อสังคม โดยมีคณะกรรมการ บมจ.ทีโอที นำโดย&amp;nbsp; นาวาอากาศเอกสมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประธานกรรมการ บมจ.ทีโอที พร้อมด้วยผู้บริหาร และพนักงาน ทีโอที นำโดย ดร.มนต์ชัย หนูสง&amp;nbsp; กรรมการผู้จัดการใหญ่&amp;nbsp; บมจ. ทีโอที และเยาวชนในโครงการ TOT Young Club ชุมชนบ้านช่องแสมสาร&amp;nbsp; จากโรงเรียนพลูตาเหลืองวิทยา จ.ชลบุรี ร่วมกิจกรรมทำความดีเพื่อสังคม ฟื้นฟูแนวปะการังให้สมบูรณ์ และคืนความสมดุลสู่ท้องทะเล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นาวาอากาศเอก สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมประธานกรรมการ บมจ.ทีโอที&amp;nbsp; กล่าวว่า บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เป็นองค์กรที่บริหารงานภายใต้หลักธรรมาภิบาล ควบคู่กับการใส่ใจดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม (CSR)&amp;nbsp; โดยได้กำหนดเป้าหมายการขับเคลื่อน TOT CSR&amp;nbsp; ไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs)&amp;nbsp; โดยมีการกำกับดูแลและบูรณาการการดำเนินงานด้าน CSR ให้เกิดประสิทธิผลและเป็นไปทั่วทั้งองค์กร&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ ปัจจุบันปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างฟุ่มเฟือยกำลังเป็นที่ให้ความสนใจของทั่วโลก&amp;nbsp;&amp;nbsp; เนื่องจากผลที่จะตามมาเกิดกับมนุษย์และผลที่เกิดเกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิตในแต่ละวัน ซึ่งนับวันจะทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น คณะกรรมการและฝ่ายบริหาร ทีโอที&amp;nbsp;&amp;nbsp; จึงได้จัดกิจกรรมทำความดีเพื่อสังคมในการฟื้นฟูแนวปะการังให้สมบูรณ์ และคืนความสมดุลสู่ท้องทะเล เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2562&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;ดร.มนต์ชัย หนูสง&amp;nbsp; กรรมการผู้จัดการใหญ่&amp;nbsp; บมจ. ทีโอที กล่าวว่า ให้ความสำคัญกับนโนบายด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยการขับเคลื่อนให้ผู้บริหารและพนักงาน โดยมีจิตสาธารณะทำความดีเพื่อสังคม&amp;nbsp; ซึ่งการจัดกิจกรรมทำความดีเพื่อสังคมในครั้งนี้&amp;nbsp; เป็นการร่วมใจประกอบกิจกรรมสาธาณะ เป็นของคณะกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานที่ทุกคนได้มีจิตสาธารณะในการทำประโยชน์ต่อสังคมร่วมกัน&amp;nbsp; การชมผลงานการอนุรักษ์แนวปะการัง/ผลงานด้านการวิจัยของเยาวชน โดยการแนะนำการดูแลรักษาปะการังด้วยกิจกรรมเพาะพันธุ์ปะการัง เพื่อทดแทนแนวปะการังที่เสื่อมโทรม&amp;nbsp; ทั้งนี้ เพื่อปลูกจิตสำนึกในการร่วมอนุรักษ์ฟื้นฟูปะการัง และเพื่อรักษาสมดุลใต้ท้องทะเล ซึ่งมีความสำคัญต่อระบบนิเวศน์โดยเป็นทั้งแหล่งอนุบาล และแหล่งที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตใต้น้ำ นอกจากนี้ยังเป็นเขตกำบังคลื่นลมช่วยป้องกันอันตรายต่อชายฝั่งได้เป็นอย่างดี การปล่อยปูม้าไข่เพื่อแพร่ขยายพันธุ์ การปล่อยฉลามทราย เพื่อทำความสะอาดผิวดินชายหาดและการปล่อยหอยสังข์ เพื่อกำจัดขยะช่วยรักษาชายฝั่ง ซึ่งรับซื้อมาจากพ่อค้าแม่ค้า โดยหอยสังข์จัดเป็นสัตว์ที่หายากและใกล้จะสูญพันธุ์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นางพิมพ์วิมล วงษ์สุวรรณ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาดและเทคโนโลยีสารสนเทศ กล่าวว่า นอกจากการสร้างสรรค์ยกระดับบริการที่ดีมีคุณภาพให้กับลูกค้าอย่างเข้มข้นแล้ว การสร้างโอกาสคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนไทยด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ทีโอที ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด โดยได้มีการบูรณาการการดำเนินงานด้าน CSR ให้เกิดประสิทธิผลและเป็นไปทั่วทั้งองค์กรผ่านโครงการกิจกรรมต่าง ๆ โดยการจัดกิจกรรมทำความดีเพื่อสังคมเป็นกิจกรรม Showcase ชุมชนบ้านช่องแสมสาร ซึ่งเป็นชุมชนในโครงการ TOT Young Club ที่ได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2557 เป็นชุมชนที่มีแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่สวยงามเป็นธรรมชาติ มีหาดทรายขาว แหล่งดูปะการัง โดย ทีโอที ได้สนับสนุน TOT Young Club ชุมชนบ้านช่องแสมสาร ทั้งในด้านการรณรงค์เพื่อร่วมอนุรักษ์ทะเลไทยสร้างแบบอย่างของการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ซึ่งในปี 2561&amp;nbsp; ทีโอที ได้ผลิตภาพยนตร์โฆษณาชุด &amp;ldquo;ทะเลยิ้มได้&amp;rdquo; เพื่อปลูกจิตสำนึกในการอนุรักษ์ฟื้นฟูปะการัง เพื่อเป็นแหล่งอนุบาล พืชและสัตว์ทะเลให้สมบูรณ์ของชุมชนบ้านช่องแสมสาร จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นหนึ่งในความภาคภูมิใจของ ทีโอที ที่ได้จุดประกายความคิดเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42571</URL_LINK>
                <HASHTAG>-อนุรักษ์พะยูน, ชลบุรี, นาวาอากาศเอก สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์, บมจ.ทีโอที, ปะการัง, สัตหีบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190802/image_big_5d4420c12dbe5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38559</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/06/2019 14:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/06/2019 13:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พอช.- depa ลงนามบันทึกความร่วมมือส่งเสริมเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อชุมชน นำร่องใช้โดรนส่งเสริมการท่องเที่ยว-อนุรักษ์พะยูนที่เกาะลิบง จ.ตรัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ตรัง/ พอช. จับมือสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) ลงนามบันทึกความร่วมมือส่งเสริมเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อชุมชน&amp;nbsp; เป้าหมายเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม&amp;nbsp; ระยะเวลาความร่วมมือ 2 ปี&amp;nbsp; งบสนับสนุนไม่เกินโครงการละ 500,000 บาท&amp;nbsp; นำร่องใช้อากาศยานไร้คนขับหรือ &amp;lsquo;โดรน&amp;rsquo; ส่งเสริมการท่องเที่ยว-ปกป้องพะยูน 180 ตัวที่เกาะลิบง จ.ตรัง&amp;nbsp; ยกเคส &amp;lsquo;มาเรียม&amp;rsquo; พะยูนน้อยเป็นต้นแบบความร่วมมืออนุรักษ์และดูแลระบบนิเวศน์ในทะเล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ตามที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; &amp;nbsp;กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&amp;nbsp; และสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม&amp;nbsp; มีแนวทางความร่วมมือในการส่งเสริมและสนับสนุนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลเพื่อชุมชน &amp;nbsp;เปิดโอกาสให้ชุมชนในชนบทเสนอโครงการเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน&amp;nbsp; โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลต่างๆ&amp;nbsp; มาสนับสนุนการผลิตสินค้าเกษตร&amp;nbsp; แปรรูป&amp;nbsp; ท่องเที่ยวโดยชุมชน ฯลฯ&amp;nbsp; วงเงินสนับสนุนไม่เกินโครงการละ &amp;nbsp;500,000 บาท&amp;nbsp; ทั้งนี้ ในช่วงต้นปี 2562 ที่ผ่านมา&amp;nbsp; มีโครงการต่างๆ เสนอขอรับการสนับสนุนเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยขณะนี้ผ่านการอนุมัติจาก depa &amp;nbsp;แล้ว 3 โครงการ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; โครงการใช้อากาศยานไร้คนขับเพื่อการท่องเที่ยวและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่เกาะลิบง&amp;nbsp; จ.ตรัง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ล่าสุดวันนี้&amp;nbsp; (14 มิถุนายน)&amp;nbsp; เวลา 10.00 น. ที่ โรงแรมเรือ รัษฎา จังหวัด ตรัง มีการเปิดโครงการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการท่องเที่ยวและอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่งทะเลเกาะลิบง&amp;nbsp; โดยกลุ่มวิสาหกิจชุมชนการท่องเที่ยวและพัฒนาอาชีพเกาะลิบง&amp;nbsp; ซึ่งได้รับการอนุมัติและสนับสนุนโครงการจาก depa &amp;nbsp;แล้ว &amp;nbsp;จะใช้โดรนหรืออากาศยานไร้คนขับที่ได้รับการสนับสนุนจาก depa มาใช้ในการถ่ายภาพทางอากาศเพื่อติดตามฝูงพะยูนที่อาศัยอยู่ตามชายฝั่งเกาะลิบง&amp;nbsp; รวมทั้งเฝ้าระวังการทำประมงที่ผิดกฎหมาย&amp;nbsp; และเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นอกจากนี้ ยังมีการลงนามบันทึกความร่วมมือด้านการส่งเสริม&amp;nbsp; สนับสนุนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลแก่ชุมชน&amp;nbsp; ระหว่างสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa)&amp;nbsp; โดย ดร.ณัฐพล&amp;nbsp; นิมมานพัชรินทร์&amp;nbsp; ผอ. depa&amp;nbsp; และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) &amp;nbsp;โดยนายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผอ.พอช.&amp;nbsp; มีนายลือชัย&amp;nbsp; เจริญทรัพย์&amp;nbsp; ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&amp;nbsp; และนายไมตรี&amp;nbsp; อินทุสุต&amp;nbsp; ประธานกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; ร่วมแสดงความยินดีและเป็นสักขีพยานการลงนามในครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ยกเคส &amp;lsquo;มาเรียม&amp;rsquo; เป็นต้นแบบความร่วมมืออนุรักษ์ท้องทะเล &amp;ldquo;พะยูนอยู่ได้&amp;nbsp; คนอยู่ได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายลือชัย&amp;nbsp; เจริญทรัพย์&amp;nbsp; ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; การลงนามความร่วมมือในการสนับสนุนชุมชนในการใช้เทคโนโลยีดิจิตัลครั้งนี้เป็นการตอบโจทย์ของชุมชน โดยเฉพาะกรณีการใช้โดรนที่เกาะลิบง ซึ่งเป็นแหล่งอยู่อาศัยแหล่งใหญ่ของพะยูนประมาณ 180 ตัว &amp;nbsp;ถือเป็นเมืองหลวงของพะยูน&amp;nbsp; และแสดงถึงความสมบูรณ์ของระบบนิเวศน์ในเกาะลิบง&amp;nbsp; ซึ่งการใช้โดรนบินถ่ายภาพพะยูนจะทำให้ไม่รบกวนการอยู่อาศัยของพะยูน&amp;nbsp; และจะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยว&amp;nbsp; ส่งเสริมอาชีพและสร้างรายได้ให้แก่ชาวบ้านด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;กรณีของพะยูน &amp;lsquo;น้องมาเรียม&amp;rsquo; ถือเป็นตัวอย่างที่ดีในการร่วมมือกันดูแลพะยูน&amp;nbsp; ทั้งหน่วยงานราชการ&amp;nbsp; ชาวบ้าน&amp;nbsp; และภาคเอกชน&amp;nbsp; เพราะตอนนี้มาเรียมมีอายุประมาณ 6 เดือน&amp;nbsp; ซึ่งจะต้องใช้ระยะเวลาดูแลให้มาเรียมมีอายุประมาณ 1 ปี&amp;nbsp; เพื่อให้ร่างกายมีความแข็งแรง&amp;nbsp; สามารถไปใช้ชีวิตกับพะยูนตัวอื่นๆ ได้&amp;nbsp; ขณะที่การใช้โดรนเฝ้าระวังพะยูนจะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วย&amp;nbsp; คือพะยูนก็อยู่ได้&amp;nbsp; ชาวบ้านอยู่ได้&amp;nbsp; มีรายได้จากการส่งเสริมการท่องเที่ยว&amp;nbsp; และยังช่วยกันดูแลและส่งเสริมระบบนิเวศน์ของท้องทะเลด้วย&amp;rdquo;&amp;nbsp; ผวจ.ตรังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายอีสมาแอน&amp;nbsp; เบ็ญสอาด&amp;nbsp; ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนการท่องเที่ยวและพัฒนาอาชีพเกาะลิบง&amp;nbsp; กล่าวว่า &amp;nbsp;เกาะลิบงเป็นแหล่งอยู่อาศัยของพะยูนแหล่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย&amp;nbsp; เนื่องจากมีหญ้าทะเลที่เป็นอาหารของพะยูนอุดมสมบูรณ์&amp;nbsp; มีพื้นที่ประมาณ&amp;nbsp; 20,000 ไร่&amp;nbsp; มีพะยูนอาศัยอยู่ประมาณ 170-180 ตัว&amp;nbsp; จากพะยูนทั้งหมดในท้องทะเลไทยที่มีอยู่ประมาณ 200 ตัว&amp;nbsp; แต่ที่ผ่านมามีเรือประมงต่างถิ่นลักลอบเข้ามาทำประมงผิดกฎหมาย&amp;nbsp; ทำให้หญ้าทะเลถูกทำลาย&amp;nbsp; และบางครั้งก็มาลักลอบจับพะยูนไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;เราจะใช้โดรนขึ้นบินตรวจพื้นที่จุดเสี่ยงที่อาจจะมีเรือประมงลักลอบเข้ามาทำประมงผิดกฎหมาย&amp;nbsp; หรือเข้ามาจับพะยูน&amp;nbsp; หรือมาขโมยตัดไม้บนเกาะเพื่อเอาไปขาย โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืน เพราะโดรนสามารถบินตรวจการณ์ได้ นอกจากนี้ยังใช้โดรนบินถ่ายภาพฝูงพะยูนแล้วต่อสัญญาณภาพมาที่จอโปรเจคเตอร์เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ดู&amp;nbsp; ไม่ต้องนั่งเรือลงไปดูใกล้ๆ&amp;nbsp; เป็นการรบกวนพะยูน&amp;nbsp; และอาจทำให้พะยูนได้รับอันตราย&amp;nbsp; เพราะเมื่อก่อนเคยมีเรือสปีดโบ๊ทพานักท่องเที่ยวมาดูแล้วชนพะยูนท้องแก่ตาย&amp;rdquo;&amp;nbsp; ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ ยกตัวอย่างการใช้ประโยชน์จากโดรนเพื่อปกป้องทรัพยากรและส่งเสริมการท่องเที่ยวบนเกาะลิบง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายอีสมาแอน&amp;nbsp; เบ็ญสอาด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้ depa ได้สนับสนุนงบประมาณในการจัดซื้อโดรนจำนวน 1 ลำ&amp;nbsp; ในราคา&amp;nbsp; 366,700 บาท&amp;nbsp; โดยชาวบ้านเกาะลิบงร่วมสมทบเงินเพื่อซื้อโดรนจำนวน 150,000 บาท&amp;nbsp; ซึ่งตามแผนงานจะสามารถนำโดรนมาใช้ได้ภายในเดือนกรกฎาคมนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายชัยพฤกษ์&amp;nbsp; วิระวงศ์ &amp;nbsp;หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเกาะลิบง&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; ตนเข้ามาทำงานที่เกาะลิบงเมื่อปี 2554 ซึ่งในปีนั้นมีพะยูนตายประมาณ 10&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตัว&amp;nbsp; ส่วนใหญ่ตายเพราะติดอยู่ในเครื่องมือประมง&amp;nbsp; โดยเฉพาะอวนปลาหมึก&amp;nbsp; และเบ็ดราไวย์&amp;nbsp; ต่อมาจึงได้มีการรณรงค์เพื่อไม่ให้ชาวประมงใช้เครื่องมือที่ผิดกฎหมาย&amp;nbsp; รวมทั้งวางทุ่นเพื่อไม่ให้เข้ามาทำประมงในเขตหญ้าทะเลและแหล่งอยู่อาศัยของพะยูนซึ่งก็ได้ผล&amp;nbsp; ทำให้มีพะยูนเพิ่มขึ้นทุกปีๆ ละ 10-11 คู่&amp;nbsp; และมีอัตราการตายน้อยลงเรื่อยๆ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;ปีนี้มีพะยูนตายประมาณ 3 ตัว&amp;nbsp; ซึ่งเราจะต้องร่วมกันดูแลพะยูนให้มีอัตราการตายไม่เกิน 5&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตัวต่อปี&amp;nbsp; เพราะหากเกินจำนวนนี้&amp;nbsp; จะทำให้พะยูนในท้องทะเลไทยซึ่งเป็นสัตว์หายากสูญพันธุ์ภายใน 10 ปี&amp;nbsp; นอกจากนี้จะต้องระวังเรื่องผลกระทบจากการท่องเที่ยว&amp;nbsp; โดยเฉพาะเรื่องน้ำเสียจากรีสอร์ทและชุมชน&amp;nbsp; มลพิษ&amp;nbsp; และขยะ&amp;nbsp; เพราะจากการตรวจพิสูจน์ซากพะยูนที่ตาย&amp;nbsp; พบว่ามีการติดเชื้อหนอง&amp;nbsp; ซึ่งอาจจะมาจากผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; ดังนั้นต่อไปนี้เราจะต้องมีความเข้มงวดเรื่องเหล่านี้ให้มากขึ้น&amp;nbsp; เพื่อให้พะยูนและสัตว์อื่นๆ&amp;nbsp; อยู่ได้&amp;nbsp; มนุษย์ก็อยู่ได้&amp;rdquo;&amp;nbsp; หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเกาะลิบง กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นอกจากนี้หัวหน้าเขตฯ ยังกล่าวด้วยว่า&amp;nbsp; ตนสนับสนุนให้มีการใช้โดรนเพื่อดูแลพะยูน&amp;nbsp; เพราะหากเป็นช่วงน้ำแห้งหรือตอนกลางคืนจะออกเรือไปดูแลพะยูนไม่สะดวก&amp;nbsp; แต่โดรนสามารถทำได้&amp;nbsp; เพราะมีระบบการถ่ายภาพตอนกลางคืน&amp;nbsp; และอยากให้นักท่องเที่ยวดูฝูงพะยูนจากภาพถ่ายจากโดรน&amp;nbsp; หรือขึ้นไปดูบนเขา&amp;nbsp; ไม่ใช่นั่งเรือไปดูซึ่งจะส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของพะยูน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;พอช.จับมือ depa ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิตัลชุมชน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผอ.พอช.&amp;nbsp; กล่าวถึงบทบาทภารกิจของ พอช.ในการส่งเสริมและสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อชุมชนในด้านต่างๆ&amp;nbsp; เช่น การประสานงาน&amp;nbsp; การเอื้ออำนวยให้เกิดกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องเทคโนโลยีฯ แก่องค์กรชุมชน&amp;nbsp; เครือข่ายองค์กรชุมชน&amp;nbsp; ภาคประชาสังคม&amp;nbsp; และเสนอพื้นที่เป้าหมายที่มีศักยภาพและความพร้อม&amp;nbsp; รวมถึงหนุนเสริมการพัฒนาศักยภาพของพื้นที่เป้าหมาย&amp;nbsp; เพื่อให้สามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีฯ &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังมีการติดตาม&amp;nbsp; สนับสนุนการนำใช้เทคโนโลยีฯ ในพื้นที่ที่ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล&amp;nbsp; เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นตามเป้าหมายและผลลัพธ์ที่กำหนดเอาไว้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ดร.ณัฐพล&amp;nbsp; นิมมานพัชรินทร์&amp;nbsp; ผอ. depa&amp;nbsp; กล่าวถึงบทบาทภารกิจของสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลตามความร่วมมือในครั้งนี้ว่า&amp;nbsp; depa จะให้คำปรึกษา&amp;nbsp; ให้ข้อมูล&amp;nbsp; นโยบาย&amp;nbsp; และมาตรการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล&amp;nbsp; เพื่อส่งเสริมให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชนท้องถิ่นในการขับเคลื่อนงานพัฒนาด้านเศรษฐกิจและสังคม&amp;nbsp; ประสาน&amp;nbsp; เชื่อมโยงหน่วยงาน&amp;nbsp; สถาบันการศึกษา &amp;nbsp;ผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยีดิจิทัลที่มีความเชี่ยวชาญ&amp;nbsp; เพื่อเข้าร่วมหนุนเสริมพื้นที่เป้าหมาย &amp;nbsp;รวมถึงส่งเสริมและสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีฯ&amp;nbsp; แก่องค์กรชุมชน&amp;nbsp; เครือข่ายองค์กรชุมชน&amp;nbsp; รวมถึงภาคประชาสังคม&amp;nbsp; ตามที่ได้รับการสนับสนุนและประสานงานจาก พอช.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;พิธีลงนามความร่วมมือระหว่าง พอช.กับ depa ที่จังหวัดตรัง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; นอกจากการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลที่เกาะลิบงแล้ว&amp;nbsp; ยังมีโครงการที่ผ่านการอนุมัติจาก depa&amp;nbsp; อีก 2 โครงการ&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; การใช้ภาพถ่ายและวิดีโอภาพเสมือนจริง (Virtual&amp;nbsp; Reality)&amp;nbsp; เพื่อการท่องเที่ยวโดยชุมชน&amp;nbsp; ตำบลโนนตาล&amp;nbsp; อ.ท่าอุเทน&amp;nbsp; จ.นครพนม&amp;nbsp; และโครงการเทคโนโลยีการพ่นสารน้ำทางการเกษตรด้วยอากาศยานไร้คนขับ&amp;nbsp; ตำบลคลองหินปูน&amp;nbsp; อ.วังน้ำเย็น&amp;nbsp; จ.สระแก้ว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นอกจากนี้ยังมีอีก 12 โครงการที่กลุ่มวิสาหกิจ&amp;nbsp; สหกรณ์&amp;nbsp; และเครือข่ายองค์กรต่างๆ เสนอโครงการเข้ามาและอยู่ระหว่างการพิจารณาอนุมัติโครงการจาก depa &amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;&amp;nbsp; ระบบสัญญาณเซนเซอร์เพื่อเตือนภัยช้างป่า&amp;nbsp; ตำบลพวา&amp;nbsp; อ.แก่งหางแมว&amp;nbsp; จ.จันทบุรี, เครื่องวัดระดับอ๊อกซิเจนบ่อเลี้ยงปลาดิจิทัล&amp;nbsp; สหกรณ์การประมงบางจะเกร็ง-บางแก้ว&amp;nbsp; อ.เมือง&amp;nbsp; จ.สมุทรสาคร, ระบบโปรแกรมคอมพิวเตอร์การจัดการร้านค้าชุมชน&amp;nbsp; ตำบลท่าเสา&amp;nbsp; อ.ไทรโยค&amp;nbsp; จ.กาญจนบุรี&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ซึ่งโครงการต่างๆ เหล่านี้ depa จะให้งบประมาณสนับสนุนไม่เกินโครงการละ 500,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายไมตรี&amp;nbsp; อินทุสุต&amp;nbsp; ประธานกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; การลงนามในวันนี้จะเป็นกลไกนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศ&amp;nbsp; โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน &amp;nbsp;โดยเฉพาะที่เกาะลิบงที่จะใช้โดรนมาเป็นเครื่องมือ &amp;nbsp;โดยมีหน่วยงานและภาคีต่างๆ 7 ภาคส่วน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; พอช.&amp;nbsp; depa&amp;nbsp; จังหวัดตรัง&amp;nbsp; บริษัทประชารัฐรักสามัคคี จ.ตรัง&amp;nbsp; กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&amp;nbsp;&amp;nbsp; หน่วยงานในท้องถิ่น&amp;nbsp; ภาคประชาชน&amp;nbsp; และชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ร่วมกันหนุนเสริม&amp;nbsp; และแบ่งหน้าที่กันทำงาน&amp;nbsp; แม้ว่าจะมีปัญหาอุปสรรค&amp;nbsp; แต่ทุกหน่วยงานก็จะต้องร่วมกันฟันฝ่า&amp;nbsp; เพื่อนำไปสู่เป้าหมาย&amp;nbsp; คือความสมบูรณ์พูนสุขของพี่น้องประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38559</URL_LINK>
                <HASHTAG>-อนุรักษ์พะยูน, จ.ตรัง, พอช, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ ‘พอช.’, สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa ), เกาะลิบง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190614/image_big_5d0345eb727d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
