<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115683</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/09/2021 15:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/09/2021 15:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ภัยโควิด!คุณภาพการศึกษาทรุดหนัก ไทยส่อรั้งท้ายในเอเชียตะวันออก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.ย.64 - รศ. ดร. อนุสรณ์ ธรรมใจ อดีตกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สภาการศึกษาแห่งชาติ และ อดีตประธานอนุกรรมการจัดทำแผนการศึกษาชาติฯ กล่าวว่า ประเทศจะเผชิญปัญหาวิกฤติทางการศึกษาพร้อมกับวิกฤติเศรษฐกิจ ซึ่งจะส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันลดลง การเติบโตทางเศรษฐกิจลดลง ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคมเพิ่มขึ้น ผลิตภาพแรงงานลดลง และคุณภาพชีวิตลดลงในระยะกลางและระยะยาว ในส่วนของวิกฤติเศรษฐกิจนั้นหากสามารถฉีดวัคซีนได้มากกว่าวันละ 600,000 รายและจำนวนติดเชื้อลดลงต่อเนื่องอย่างในปัจจุบัน และ สามารถเดินหน้าทยอยเปิดประเทศได้ในเดือนตุลาคม ปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจจะคลี่คลายในทิศทางที่ดีขึ้นในระดับหนึ่ง ส่วนปัญหาวิกฤติการศึกษานั้นจะแก้ไขยากกว่าและจะมีผลต่อเศรษฐกิจและสังคมยาวนาน ส่งผลต่อผลิตภาพแรงงานอย่างมากและจะทำให้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคมรุนแรงขึ้นจากโอกาสในการเข้าถึงคุณภาพการศึกษาแตกต่างกันอย่างมากในช่วงการ ล็อกดาวน์ และ การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด19&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รศ. ดร. อนุสรณ์ กล่าวว่า ประเมินในเบื้องต้นเห็นได้อย่างชัดเจนว่า ในระยะ 4-5 ปีแรกของแผนการศึกษาแห่งชาตินั้น ยุทธศาสตร์ เป้าหมาย แผนการดำเนินการล้วนสะดุดมาอย่างต่อเนื่องทั้งจากความไม่ชัดเจนของนโยบายการศึกษาของรัฐมนตรีแต่ละท่านที่มีการปรับเปลี่ยนบ่อยครั้ง และ สดุดลงอย่างหนักสุดจากวิกฤตการณ์โควิด ตัวชี้วัดต่างๆที่อยู่ในแผนระยะ 5 ปีแรก (พ.ศ. 2560-2565) ของแผนการศึกษาชาติ (พ.ศ. 2560-2569) จึงบรรลุตามเป้าหมายไม่ถึง 40% ไม่ว่าจะเป็นมิติการเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาที่มีคุณภาพ (Access) มิติความเท่าเทียมทางการศึกษา (Equity) มิติคุณภาพการศึกษา (Quality) มิติประสิทธิภาพ (Efficiency) มิติการตอบโจทย์บริบทที่เปลี่ยนแปลง (Relevancy)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รศ.ดร.อนุสรณ์ ระบุว่า ในส่วนการปฏิบัติตามยุทธศาสตร์ 10 ข้อ (หากพิจารณาจากแผนเดิม 15 ปี) และ ยุทธศาสตร์ 6 ข้อ (ตามแผนที่มีแก้ไขเพิ่มเติมเป็น 20 ปี) นั้นพบว่า มีเพียงยุทธศาสตร์การจัดการศึกษาเพื่อความมั่นคงของสังคมและประเทศชาติ ยุทธศาสตร์การพัฒนาศักยภาพคนทุกช่วงวัย มีแผนการดำเนินการที่มีความคืบหน้าระดับหนึ่ง ส่วนยุทธศาสตร์อื่นๆ เช่น ยุทธศาสตร์การสร้างโอกาสความเสมอภาคทางการศึกษาก็ดี ยุทธศาสตร์การพัฒนาประสิทธิภาพของระบบบริหารจัดการศึกษาก็ดี ยุทธศาสตร์การจัดการศึกษาเพื่อสร้างเสริมคุณภาพชีวิตและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมก็ดี ยุทธศาสตร์การผลิตและพัฒนากำลงคนการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศก็ดี ล้วนไม่มีความคืบหน้าและยังห่างไกลการบรรลุเป้าหมายตามกรอบเวลา และหากนำเอาแผนเดิมก่อนปรับปรุงจาก 20 ปีเป็น 15 ปี ยิ่งเห็นถึงความอ่อนแอลงของระบบการศึกษาไทยอย่างชัดเจนและจะเป็นปัจจัยสำคัญในการถ่วงรั้งให้ประเทศไทยรั้งท้ายที่สุดในเอเชียตะวันออก (ยกเว้น พม่า เขมรและเกาหลีเหนือ) หลังยุคโควิดภายใต้เศรษฐกิจดิจิทัล เศรษฐกิจบนฐานความรู้และการวิจัยนวัตกรรม &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รศ. ดร. อนุสรณ์ &amp;nbsp;ยังกล่าวอีกว่า นอกจากปัญหาวิกฤติคุณภาพการศึกษาแล้ว สิ่งที่น่าเป็นห่วงมากขณะนี้ คือ การปิดตัวลงของสถานศึกษาเอกชนขนาดเล็กและขนาดกลางจากปัญหาสภาพคล่องจำนวนมาก เพราะผู้ปกครองไม่สามารถจ่ายค่าเทอมได้และบางส่วนไม่ยอมจ่ายเนื่องจากไม่ได้มีการจัดการศึกษาตามที่คาดหวัง เด็กๆเกือบทั้งหมดเรียนหนังสืออยู่ที่บ้านเนื่องจากมีการ &amp;ldquo;ล็อกดาวน์&amp;rdquo; ยาวนาน มีโรงเรียนและครอบครัวจำนวนมากไม่มีความพร้อมในการจัดการศึกษาทางออนไลน์ การศึกษาทางไกล และ การศึกษาที่เด็กๆต้องถูกกักตัวอยู่ที่บ้าน &amp;nbsp;และ มีการเลิกจ้างบุคลากรการศึกษาจำนวนมากในโรงเรียนระดับปฐมวัย ประถมและมัธยม ขณะนี้มีการเลิกจ้างไปแล้วประมาณ 20,000 คนคาดว่าถ้าไม่มีเข้ามาแก้ปัญหาจำนวนเลิกจ้างอาจแตะ 35,000 คนได้ในภาคการศึกษาหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รศ.ดร.อนุสร์ ระบุว่า ขณะที่ สถานศึกษาเอกชนที่ยังประคับประคองตัวเองไปได้ก็ใช้วิธีลดเงินเดือนบุคลากรลงมาประมาณ 10-70% ทำให้ครูในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานประสบปัญหาทางการเงินและมีหนี้ส่วนบุคคลจำนวนมาก ส่วนใหญ่จะเป็นหนี้สหกรณ์ออมทรัพย์ &amp;nbsp;จึงทำให้มีบุคลากรทางการศึกษาจำนวนไม่น้อยขาดขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ เมื่อโรงเรียนและบุคลากรทางการศึกษาอ่อนแอลงอย่างมาก ประเทศย่อมอ่อนแอลงและผลกระทบจะยาวนานกว่า วิกฤติเศรษฐกิจหรือวิกฤติการเมืองใดๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รศ ดร. อนุสรณ์ คาดการณ์ว่า หากไม่ได้รับการแก้ไขอย่างตรงจุดและเร่งด่วน จะมีสถานศึกษาระดับการศึกษาพื้นฐาน (ปฐมวัย จนถึงมัธยม) เอกชนปิดกิจการเพิ่มเติมอีกจำนวนมาก &amp;ldquo;การล็อกดาวน์&amp;rdquo; &amp;ldquo;การปิดสถานศึกษา&amp;rdquo; &amp;ldquo;การแพร่ระบาดของโควิดในหมู่บุคลากรทางการศึกษา&amp;rdquo; รัฐมีหน้าที่แก้ไขปัญหาและรัฐบาลต้องจัดการให้ พลเมืองทุกคนให้รับการศึกษาที่มีคุณภาพและมาตรฐาน จากการวิจัยทางด้านเศรษฐศาสตร์การศึกษาบ่งชี้ชัดเจนว่า การลงทุนทางการศึกษาที่คุ้มค่าที่สุดเมื่อพิจารณาจากผลตอบแทนทางเศรษฐกิจและสังคม คือ การลงทุนการศึกษาในช่วงปฐมวัย เด็กประถมจำนวนมากในหลายประเทศรวมทั้งไทยกลับไปอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ ทักษะทางคณิตศาสตร์ ทักษะทางด้านสังคมอ่อนแอลงเพราะหยุดเรียนในชั้นเรียนไปนานจากปัญหาการแพร่ระบาดโควิด ซึ่งจะนำสู่ปัญหาการศึกษาอีกมากที่จะตามมา ความรู้ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ วิทยาศาสตร์ สุขอนามัยศึกษา สังคมศาสตร์และคณิตศาสตร์สำหรับทุกระดับในการศึกษาขั้นพื้นฐานอ่อนแอลงหมด ซึ่งโรงเรียนของรัฐและเอกชนต้องใช้เวลาเสริมสร้างทักษะชดเชยที่ขาดไป เด็กนักเรียนจะมีปัญหาทางการศึกษาในการเรียนรู้ขั้นสูงต่อไปในระดับอุดมศึกษา เด็กเหล่านี้จะมีความ &amp;ldquo;อ่อนแอ&amp;rdquo; ในวิชาพื้นฐานต่างๆที่ทำให้ไม่สามารถเรียนต่อในขั้นสูงได้เลย และ ประเทศไทยก็จะขาดกำลังทั้งที่มีความรู้พื้นฐานและความรู้ขั้นสูงและการวิจัยด้านต่างๆ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รศ.ดร.อนุสรณ์ ระบุว่า ทางกระทรวงศึกษาธิการน่าจะต้องจัดตารางการเรียนการสอนใหม่เพื่อให้เด็กสามารถตามบทเรียนที่ขาดพร่องไปจากการเรียนออนไลน์เป็นเวลานานในวิชาที่ต้องใช้ &amp;ldquo;ทักษะ&amp;rdquo; เหล่านี้ในภาคปฏิบัติในชั้นเรียน โดยจำเป็นต้องเพิ่มชั่วโมงเรียนภาษาและคณิตศาสตร์ และตัดชั่วโมงเรียนของวิชาที่จำเป็นน้อยหรือสามารถเรียนรู้ในภายหลังได้ออกไปก่อน&amp;nbsp;เพื่อแก้ปัญหาวิกฤติทางการศึกษาดังกล่าว จึงมีข้อเสนอดังต่อไปนี้&amp;nbsp; ข้อเสนอที่หนึ่ง จัดสรรเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ (ดอกเบี้ยไม่ควรเกิน 1%) สำหรับสถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่มีปัญหาสภาพคล่องและเตรียมปิดกิจการให้สามารถดำเนินการต่อไปได้ และ ต้องมีการเพิ่มเงินอุดหนุนรายหัวให้นักเรียนเอกชน&amp;nbsp; ข้อเสนอที่สอง ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีและสิทธิประโยชน์ในการลงทุนเพื่อให้มีการควบรวมสถานศึกษาให้มีขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อสามารถบริหารทรัพยากรทางการศึกษาและการเงินได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และ ทำให้การศึกษามีคุณภาพมากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รศ.ดร.อนุสรณ์ กล่าวว่า ข้อเสนอที่สาม จัดตั้งกองทุนขนาด 2,000 ล้านบาทใหม่หรือใช้กลไกกองทุนทางการศึกษาที่มีอยู่แล้วเพื่อช่วยเหลือบุคลากรทางการศึกษาเพื่อให้ชะลอการเลิกจ้าง หรือกรณีถูกเลิกจ้างให้มีเงินทุนในการประกอบอาชีพอย่างอื่นหากไม่ประสงค์ทำงานในระบบการศึกษาอีกต่อไป และ ให้ใช้ประโยชน์จากกองทุนนี้ในการให้ &amp;ldquo;ทุนการศึกษา&amp;rdquo; ให้กับบรรดาครูอาจารย์ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานในการศึกษาในขั้นสูงขึ้น&amp;nbsp; ข้อเสนอที่สี่ มีความจำเป็นต้องทบทวนแผนการศึกษาชาติใหม่ โดยนำเอายุทธศาสตร์จากแผนการศึกษาชาติฉบับ 15 ปีที่ถูกตัดทิ้งไปให้นำกลับมาพิจารณาใหม่ ไม่ว่า จะเป็น ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการระบบข้อมูลและสารสนเทศเพื่อการศึกษา ยุทธศาสตร์การกระจายอำนาจไปสู่สถานศึกษา ในยุทธศาสตร์มีการเสนอแผนดำเนินการให้ โรงเรียนของรัฐ มีสภาพเป็น &amp;ldquo;นิติบุคคล&amp;rdquo; ได้ ยุทธศาสตร์การส่งเสริมการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนของสังคม ยุทธศาสตร์การปรับระบบและกลไกในการบริหารงานบุคคล มีเสนอให้มี ระบบครูสัญญาจ้าง ที่สามารถจ่ายค่าตอบแทนสูงเพื่อดึงดูดบุคคลากรที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาทำงานในระบบการศึกษาขั้นพื้นฐานมากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รศ.ดร.อนุสรณ์ กล่าวว่า ข้อเสนอที่ห้า ใช้งบประมาณที่มีอยู่ในกระทรวงศึกษาธิการ ใน การจัดการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อชดเชยการปิดโรงเรียนหรือการเรียนออนไลน์อย่างไม่มีคุณภาพ หลังจากการแพร่ระบาดโควิดมีทิศทางดีขึ้นอย่างชัดเจน ทางกระทรวงศึกษาธิการน่าจะต้องจัดตารางการเรียนการสอนใหม่เพื่อให้เด็กสามารถตามบทเรียนที่พร่องไปจากการเรียนออนไลน์เป็นเวลานานในวิชาที่ต้องใช้ &amp;ldquo;ทักษะ&amp;rdquo; และการปฏิบัติจริงในห้องเรียนหรือนอกห้องเรียน โดยจำเป็นต้องเพิ่มชั่วโมงเรียนทางด้านวิทยาศาสตร์ ภาษา คณิตศาสตร์ และการทักษะทางด้านอาชีพ รวมทั้ง วิชาหน้าที่พลเมืองและสังคมศาสตร์&amp;nbsp; และข้อเสนอที่หก จัดการฉีดวัคซีนคุณภาพสูงให้บุคลากรทางศึกษาให้ได้ 100% และ จัดสรรงบเพื่อให้โรงเรียนทั้งรัฐและเอกชนสามารถจัดการเรียนการสอนในชั้นเรียนให้เป็นไปตามมาตรฐานสาธารณสุข.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115683</URL_LINK>
                <HASHTAG>การศึกษา, อนุสรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210523/image_big_60aa2f95dde14.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107011</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/06/2021 20:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/06/2021 20:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษก พปชร.ซัด&#039;อนุสรณ์&#039;อย่ามั่วยัน&#039;บิ๊กป้อม&#039;มีผลงานช่วยปชช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 มิ.ย.64-น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ในฐานะโฆษก พปชร. ตอบโต้กรณีนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย(พท.) วิจารณ์พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรค พปชร. แก้ปัญหาพรรคตัวเองประชาชนถูกลอยแพว่า เป็นการตำหนิหัวหน้าพรรคที่ไม่มีมูลความจริง เพราะที่ผ่านมาพล.อ.ประวิตรก็ได้ทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนในหลายเรื่อง เห็นเป็นที่ประจักษ์แล้วไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของที่ทำกิน ที่ดินสปก. การบริหารจัดการน้ำ และการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ และอื่นๆอีกมากมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกพรรค พปชร.กล่าวว่า เป็นเรื่องปกติของการดำเนินการของพรรคการเมือง ที่จะต้องปรับโครงสร้างเพื่อพัฒนาระบบพรรคการเมือง เพื่อเพิ่มศักยภาพในการวางนโยบายช่วยเหลือประชาชน ดังนั้นการปรับเปลี่ยนภายในพรรค ก็ย่อมถือเป็นส่วนหนึ่งของการวางแนวทางช่วยเหลือประชาชนตามยุทธศาสตร์พรรค และยืนยันว่าพรรคไม่ได้มีปัญหาภายในอย่างที่กล่าวอ้าง หัวหน้าพรรคเป็นผู้นำที่สามารถบริหารจัดการพรรค และประสานทุกภาคส่วน เพื่อร่วมมือกันขับเคลื่อนประเทศในฐานะพรรคแกนนำรัฐบาลได้อย่างราบรื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขอความกรุณานายอนุสรณ์อย่ามามัวแต่ตำหนิจับผิดพรรคอื่นอยู่ตลอดเวลา ช่วงเวลานี้เราควรร่วมมือกัน ช่วยคิดและแก้ไขปัญหาให้กับบ้านเมืองดีกว่า ถ้ามีความจริงใจที่จะแก้ปัญหาให้กับประชาชน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107011</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กป้อม, พลังประชารัฐ, อนุสรณ์, เพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210414/image_big_6076b74a0e220.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106972</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/06/2021 14:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/06/2021 14:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตือนรีบเปิดประเทศซ้ำรอยชิลี หนุนรัฐเทงบฯเดินหน้าวัคซีนโควิดChulaCov19 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 มิ.ย.64 - นายอนุสรณ์ ธรรมใจ อดีตกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิสภาวิจัยแห่งชาติ สาขาเศรษฐศาสตร์ และ อดีตรองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า การเร่งเปิดประเทศโดยไม่มีมาตรการทางด้านสาธารณสุขที่ดีพออาจทำให้ไทย เผชิญความเสี่ยงการระบาดครั้งใหญ่ด้วย Covid-19 กลายพันธุ์ และ อาจซ้ำรอยความผิดผลาดของประเทศชิลีต้องกลับมาปิดประเทศและปิดเมืองหลวงอีกรอบหนึ่งแม้นฉีดวัคซีนให้กับประชาชนไปแล้วกว่า 75% มีความเสี่ยงและมีความเป็นไปได้เพิ่มขึ้นเพราะประเทศชิลีใช้ ซิโนแวค เช่นเดียวกับประเทศไทย ซึ่งอาจมีประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อต่ำแม้นจะป้องกันการเจ็บป่วยหรือการเสียชีวิตได้ก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายอนุสรณ์ กล่าวว่า &amp;nbsp;ประเทศชิลี ถือเป็นกรณีศึกษาที่ไทยสมควรให้ความสนใจอย่างยิ่ง เพราะถึงแม้ว่าชิลีจะได้ฉีดวัคซีนเข็มแรกกระจายให้ประชากรคิดเป็นร้อยละของประชากรกลุ่มเสี่ยงแล้วกว่า 75% แต่ก็ยังการแพร่ระบาดของเชื้อระลอกใหม่ จากข้อมูลล่าสุด พบว่า ชิลีใช้วัคซีนของ Sinovac 17.2 ล้านโดส ซึ่งคิดเป็น 75% ของวัคซีนทั้งหมดที่ชิลีใช้ ส่วนที่เหลืออีก 25% นั้นเป็นของ Pfizer และ AstraZeneca ส่วนของไทยนั้น เราใช้วัคซีนเข็มที่ 1 ไปแล้ว 8.21% ของประชากร และรับวัคซีน 2 เข็มแล้ว 3.09% ของประชากร ส่วนใหญ่ฉีดวัคซีน Sinovac การระบาดระลอกใหม่ในชิลีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นในระดับ 7,000 รายต่อวัน ขณะที่ไทยระบาดระลอกสามตอนนี้มีผู้ติดเชื้อวันละมากกว่า 3,000 คน ไทยใช้วัคซีน Sinovac เช่นเดียวกันกับชิลีฉะนั้นต้องมีความระมัดระวังการเกิดการระบาดระลอกใหม่ได้อีก ดังนั้นจึงไม่ควรประมาทว่าเมื่อได้รับวัคซีนเข็มแรกแล้วร่างกายจะปลอดภัยหยุดรับหรือแพร่เชื้อได้ ขณะที่ทฤษฎีการเข้าสู่ภาวะมีภูมิคุ้มกันหมู่ที่ 70% ของประชาชนนั้น ก็ยังมีเงื่อนไขเรื่องของการฉีดวัคซีนที่มีประสิทธิภาพสูงจนครบ 2 เข็มและร่ายกายได้สร้างภูมิคุ้มกันจนสำเร็จหลังฉีดวัคซีนอย่างน้อยสองสัปดาห์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายอนุสรณ์ &amp;nbsp;กล่าวอีกว่า จากการประเมินความเสี่ยงต่างๆและการกระจายฉีดวัคซีนในไทยแล้ว เห็นว่าควรชะลอการเปิดประเทศไปช่วงต้นเดือนธันวาคม และ เลื่อน &amp;ldquo;ภูเก็ตแซนด์บ๊อกซ์&amp;rdquo; (Phuket Sandbox) เป็นต้นเดือนกันยายน หากเร่งเปิดประเทศ เปิดเมืองท่องเที่ยว โดยที่ยังไม่พร้อมในการรับมือการควบคุมการแพร่ระบาดได้มากกว่า 90% ต้องชะลอแผนเปิดเมืองไปก่อน ส่วนธุรกิจและผู้ใช้แรงงานที่ได้รับความเดือดร้อนทางเศรษฐกิจ รัฐบาลควรจัดสรรงบประมาณชดเชยรายได้และบรรเทาความเดือดร้อนทางเศรษฐกิจไปอีกสองเดือนนับตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคม หากต้องการเร่งเปิดเกาะภูเก็ตในเดือนกรกฎาคมไม่ควรอนุญาตให้นักท่องเที่ยวต่างชาติออกไปยังพื้นที่อื่นๆนอกเกาะภูเก็ต หากมีความจำเป็นต้องเดินทางจริงให้ขออนุญาตเจ้าหน้าที่และต้องมีผลการตรวจโควิด-19 เป็นลบเท่านั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุสรณ์ &amp;nbsp;กล่าวอีกว่า รัฐบาลควรจัดงบประมาณเพิ่มเติมเพื่อการสนับสนุนการผลิตวัคซีนของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยซึ่งคาดว่าจะได้วัคซีนคุณภาพสูงป้องกันเชื้อ Covid-19 กลายพันธุ์ได้ ขณะนี้ จุฬาลงกรณ์กำลังผลิตวัคซีนสองขนาน ขนานหนึ่ง พัฒนาโดยศูนย์วัคซีน คณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาฯ ซึ่งพัฒนาวัคซีนโควิด ChulaCov19 เป็นชนิด mRNA ใช้เทคโนโลยีแบบไฟเซอร์และโมเดอร์นา ทำให้ได้วัคซีนประสิทธิภาพสูง การที่จุฬาฯผลิตวัคซีนโดยใช้เทคโนโลยี mRNA เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องเพราะเทคโนโลยีนี้จะเป็นเทคโนโลยีสำคัญมากในอนาคตเพราะสามารถใช้ผลิตวัคซีนป้องกันโรคอื่นๆได้อีกด้วย รัฐบาลควรลงทุนโครงสร้างพื้นฐานทางด้านโรงงานเพื่อให้ วัคซีนโควิด ChulaCov19 สามารถผลิตได้ในประเทศไทยเอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุสรณ์ กล่าวเสนอแนะว่า เพื่อลดขั้นตอนในการทดสอบวัคซีน ChulaCov19 รัฐบาลไทยควรยื่นเรื่องให้องค์การอนามัยโลกกำหนดเกณฑ์ให้ชัดเจนว่า &amp;ldquo;วัคซีนที่มีประสิทธิภาพต้องกระตุ้นภูมิได้เท่าไหร่&amp;rdquo; หากมีความชัดเจนเรื่องเกณฑ์ อาจไม่ต้องทดสอบทางคลินิกเฟสสาม จะทำให้เราสามารถใช้วัคซีน ChulaCov19 ซึ่งมีคุณภาพเทียบเท่าไฟเซอร์ฉีดให้ประชาชนชาวไทยได้เร็วขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุสรณ์ กล่าวในช่วงท้ายว่า สำหรับ วัคซีนอีกขนานหนี่งของจุฬาฯนั้น รัฐก็ควรส่งเสริมเช่นเดียวกันเพราะเป็นการใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพที่เรามีอยู่ วัคซีนขนานนี้พัฒนาโดยบริษัท Start Up ของคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาฯ บริษัท ใบยา ไฟโตฟาร์ม พัฒนาโปรตีนวัคซีนจากใบพืช &amp;nbsp; นอกจากนี้ ควรจัดงบเพิ่มเติมเพื่อลงทุนในการวิจัยเกี่ยวกับยารักษาโรคระบาดอุบัติใหม่ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตผ่านทางมหาวิทยาลัยต่างๆและองค์การเภสัชกรรม ประเทศไทยน่าจะมีศักยภาพสูงในการเป็นฐานผลิตวัคซีนเพื่อป้องกันโรค covid-19 และรักษาโรคอุบัติใหม่ในอนาคต และ ไทยมีความพร้อมในการเป็นฐานการผลิตวัคซีนเพื่อการส่งออกไปยังอาเซียนอีกด้วย การดำเนินการกระจายวัคซีนและทำให้ประเทศเพื่อนบ้านเข้าถึงวัคซีนมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจไทยและความมั่นคงทางด้านสาธารณสุขของไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุสรณ์ ระบุว่า &amp;nbsp;การเดินหน้าให้ประเทศไทยเป็น ศูนย์กลางทางการแพทย์และการบริการสาธารณสุข ต้องอาศัยยุทธศาสตร์และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในอุตสาหกรรมยา อุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพ การบริการทางการแพทย์และสาธารณสุข การผลิตยาหรือวัคซีนภายใต้ทรัพย์สินทางปัญญาของบรรษัทข้ามชาติย่อมมีข้อจำกัด ในอนาคตประเทศไทยควรมีบริษัทที่สามารถผลิตวัคซีนและยาภายใต้ทรัพย์สินปัญญาของประเทศไทยเอง ความอยู่รอดทางเศรษฐกิจ ระบบสาธารณสุขและสุขภาพของประชาชนจะได้ไม่ต้องขึ้นอยู่กับบริษัทยาและวัคซีนข้ามชาติมากเกินไป .
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106972</URL_LINK>
                <HASHTAG>อนุสรณ์, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210523/image_big_60aa2f95dde14.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96035</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/03/2021 16:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/03/2021 16:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อนุสรณ์ชี้ถ่วงแก้รัฐธรรมเข้าสู่วิกฤตการเมืองรอบใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 มี.ค.64- นายอนุสรณ์ ธรรมใจ อดีตกรรมการนโยบายและกำกับการบริหารหนี้สาธารณะ กระทรวงการคลังและอดีตคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ ม. รังสิต กล่าวว่า การถ่วงเวลาในการแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยวิธีการต่างๆของผู้มีอำนาจ และ ขัดขวางการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยโดยประชาชนนั้นจะทำให้เกิดการเผชิญหน้าทางการเมือง ความขัดแย้งเพิ่มขึ้นได้ และ อาจนำไปสู่วิกฤตการณ์ทางการเมืองรอบใหม่อันไม่เป็นผลดีต่อการฟื้นตัวของภาคการลงทุนและเศรษฐกิจโดยภาพรวม. &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96035</URL_LINK>
                <HASHTAG>อนุสรณ์, แก้รัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201129/image_big_5fc3335ff203d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89166</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/01/2021 10:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/01/2021 10:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุภรณ์&#039; ลากไส้รัฐบาลยุคเพื่อไทยเซ่น &#039;รองหัวหน้าพรรค&#039; ปากเสียรายวัน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ม.ค.64 - นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ระบุรัฐบาลในฐานะเจ้าของแอปหมอชนะ ได้แพ้แล้ว และกลายเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญ ที่บ่งชี้ว่ารัฐบาลได้เป็นตัวการสร้างความ สับสนวุ่นวายขึ้นมาเสียเอง โดยนายสุภรณ์&amp;nbsp;ยืนยันว่าการที่ศบค.ขอความร่วมมือให้ประชาชนโหลดแอป &amp;ldquo;หมอชนะ&amp;rdquo; มีเจตนาดีที่อยากให้ประชาชนได้ใช้แอปที่เป็นประโยชน์ในสถานการณ์เช่นนี้ เพราะช่วยให้ประชาชนมีความระมัดระวังมากขึ้น และป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อ โควิด-19 &amp;nbsp;โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง สามารถติดตามการเดินทางได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุภรณ์ กล่าวว่าเรื่องนี้นายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงแล้วว่าจากการสอบถามไปยังกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแล้ว ก็ได้รับการยืนยันว่าไม่ได้มีความผิดอะไร ถ้ามีโทรศัพท์ที่โหลดแอปไม่ได้ ก็ต้องลงทะเบียน เพื่อควบคุมได้ว่าจะไปไหนต่อไปอย่างไรก็ต้องเขียนแผนเดินทางต่างๆเพื่อที่จะได้ตรวจสอบได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ดังนั้นจึงไม่เข้าใจว่าเหตุใดนายอนุสรณ์จึงคิดว่ามาตรการต่างๆที่มีประโยชน์ &amp;nbsp;เป็นการสร้างความโกลาหล สับสนวุ่นวาย &amp;nbsp;ทั้งที่ทำขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือประชาชนให้มีความปลอดภัย จึงยืนยันว่า คนที่ไม่ใช้แอปก็ไม่มีความผิดอะไร เพียงแต่ต้องให้ความร่วมมือในการแจ้งเป็นเอกสารจะได้ติดตามว่าไปที่ไหนบ้างในกรณีบุคคลนั้นติดเชื้อโควิดจะได้ควบคุมพื้นที่ และตรวจสอบกลุ่มบุคคลที่มีความเสี่ยงรับเชื้อได้ เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เชื้อโควิดแพร่กระจายไปสู่ชีวิตประชาชนจำนวนมาก วิธีการเช่นนี้ไม่ดีต่อประชาชนตรงไหน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า และการที่นายอนุสรณ์ระบุว่านายกฯไม่เคยทำนโยบายได้สำเร็จ ทั้งจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวข้ามชาติ &amp;nbsp;ปราบปรามบ่อนการพนัน &amp;nbsp;จับตรวจกวดขันแหล่งมั่วสุม แหล่งอบายมุข ที่เป็นแหล่งแพร่กระจายเชื้อไวรัสโควิด-19 นายสุภรณ์ระบุว่าเป็นการกระทำของผู้ที่ทำผิดกฎหมาย ซึ่งถ้านายกฯไม่เอาจริงเอาจังกับเรื่องดังกล่าวก็คงไม่สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้อย่างต่อเนื่อง นายกฯเอาจริงอย่างเด็ดขาดแน่นอน ใครทำผิดต้องถูกเอาตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายไม่มีละเว้นใครทั้งสิ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อย่าเที่ยวทำตัวเป็นคนขี้แพ้ชวนตี ตีรัฐบาลเสียทุกเรื่อง บางเรื่องยังฟังไม่ได้ศัพท์จับมากระเดียดเสียแล้ว รีบตีกินทันที ผมเองสงสัยว่าในสมัยพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลไม่เห็นมีการจับกุมบ่อนการพนัน หรือแรงงานข้ามชาติ แหล่งมั่วสุม แหล่งอบายมุข ปล่อยให้มีเกลื่อนบ้านเต็มเมืองยิ่งกว่าในยุครัฐบาลนี้อีกมากมายหลายเท่า&amp;quot; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;กล่าวด้วยว่า ตนมั่นใจว่านายอนุสรณ์ก็รู้แก่ใจเพราะตอนนั้นเป็นรองโฆษกรัฐบาลไม่เห็นออกมาพูดมากห้ามปรามอะไรเหมือนในขณะนี้เลย หรือมีอะไรมาจุกปากเอาไว้ ทั้งนี้ก่อนที่จะวิพากษ์วิจารณ์ใครให้หันกลับไปดูรัฐบาลเพื่อไทยในอดีตก่อนว่าทุกเรื่องที่นายอนุสรณ์พูดมานั้นในอดีตมีมากกว่าในปัจจุบันหลายเท่าตัว ไม่ว่าจะเป็นบ่อนการพนัน หรือแรงงานข้ามชาติ ก็คงพอรู้กันว่าเป็นเพราะรัฐบาลพรรคเพื่อไทยให้การสนับสนุนหรือไม่ เลยไม่สนใจที่จะเอาจริงเอาจังกับการปราบปรามสิ่งเหล่านี้เลย เพราะมีนักการเมืองใหญ่คับฟ้าในรัฐบาลเพื่อไทยเป็นผู้หาผลประโยชน์ เป็นนายทุนให้กับพรรคในสมัยนั้นด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ถ้านายอนุสรณ์อยากรู้ให้มาถามผมจะบอกให้ทราบ จะได้หยุดอ้าปากเสียที่ชอบจ้อๆรายวัน โดยไม่กลับไปดูความเละเทะของการบริหารงานในยุคพรรคเพื่อไทยที่ปล่อยเจ้าของบ่อนมาเป็นนายทุนให้กับพรรคน่าอับอายที่สุด&amp;quot; นายสุภรณ์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;


	ข่าวด่วน! &amp;#39;รองหัวหน้าเพื่อไทย&amp;#39; ชี้เปรี้ยงรัฐบาลแพ้แล้ว เซ่นแอพฯ &amp;#39;หมอชนะ&amp;#39;
	แย่ว่ะ! &amp;#39;คุณปลื้ม&amp;#39; วิจารณ์อีกแล้ว รัฐบาลทอดทิ้งนักเรียนให้เรียนออนไลน์

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89166</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, สุภรณ์ อัตถาวงศ์, อนุสรณ์, เพื่อไทย, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210108/image_big_5ff7d1108f5e5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88381</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/12/2020 13:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/12/2020 13:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แรมโบ้&#039; แนะ &#039;สมพงษ์&#039; เขี่ยทิ้ง &#039;เอี่ยม&#039; กู้ศรัทธาพรรคเพื่อไทย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ธ.ค.63 - นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย บอกว่ายุครัฐบาลพลเอกประยุทธ์มีปัญหาธุรกิจสีเทา-ดำ ที่ปราบปราม ไม่ได้จำนวนมาก ทั้งกระบวนการค้ามนุษย์ ลักลอบนำเข้าแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย โดยยืนยันว่าที่ผ่านมานายกฯและรัฐบาลได้พยายามแก้ไขปัญหาในทุกเรื่องเหล่านี้มาโดยตลอด ทั้งบ่อนการพนัน ที่มีการปราบปรามจับกุมอย่างต่อเนื่อง ขณะที่การแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ ลักลอบนำเข้าแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย รัฐบาลได้พยายามแก้ไขปัญหาจนไทยได้รับการจัดอันดับที่ดีขึ้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นายอนุสรณ์และฝ่ายค้านก็เห็นการทำงานของนายกฯและรัฐบาล อยู่แล้ว เพราะมีผลงานที่ชัดเจน แต่ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น และตำหนิโดยไม่ได้ดูเนื้อหาสาระ พร้อมกันนี้ยังขอให้นายอนุสรณ์อย่ามาว่านายกฯและรัฐบาลเลย แต่ให้ย้อนดูรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ที่นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกฯ ที่ไม่เคยคิดจะเข้ามาแก้ไขปัญหาใดๆเลย ทั้งบ่อนการพนัน &amp;nbsp;ค้ามนุษย์ &amp;nbsp;ยกเว้นปัญหาของครอบครัว และพวกพ้องของตัวเอง &amp;nbsp;จนทำให้รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ เข้ามาแก้ไขจนดีขึ้น&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 หากรัฐบาลหละหลวม ล้มเหลว ไร้ประสิทธิภาพ ก็คงไม่ได้รับเสียงชื่นชมจากคนในประเทศ และนานาชาติ ในการแก้ไขปัญหาของ ซึ่งเรื่องนี้นายอนุสรณ์ย่อมรู้ดีเช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมยอมรับว่า เหนื่อยใจที่นายคนนี้ดื้อมาก พูดจ้อรายวัน หัวหน้าพรรคอย่างนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ คงเตือนจนปากเมื่อย เจอเด็กหัวดื้อพูดมากรายวันคงเวียนหัวที่สุด ผมก็สงสารเห็นใจนายสมพงษ์ที่สุด เพราะนายอนุสรณ์ยิ่งพูดพรรคยิ่งทำให้แตกแยกและตกต่ำตลอด &amp;nbsp;หนทางที่ดีคือให้ออกจากพรรคเพื่อไทยเสียที พรรคจะได้มีการปรับปรุงให้ดีขึ้น ไม่ต้องมาปวดหัวกับคนประเภทนี้น่ารำคาญมากครับ&amp;quot; นายสุภรณ์ กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88381</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, สุภรณ์, อนุสรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200916/image_big_5f61b0e32bdc5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86649</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/12/2020 11:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/12/2020 11:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;รองเอี่ยม&#039; ซัดรัฐบาลบิ๊กตู่ อ้างปราบคนอื่นโกง เอาเข้าจริงตัวเองโกงมากกว่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ธ.ค.63 - นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ( ป.ป.ช.) ยอมรับสถานการณ์คอร์รัปชันไทยเข้าขั้นวิกฤติ เปิดตัวเลขรับเรื่องทุจริต ปี 62 มี 10,382 เรื่อง คิดเป็นเงินงบประมาณกว่า 238,209 ล้านบาท จัดซื้อจัดจ้างโกงสุดแตะ 2 แสนล้าน ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ใช้ข้ออ้างในการรัฐประหารยึดอำนาจจะเข้ามาปราบโกง แต่อยู่มากว่า 6 ปี ประธานป.ป.ช.ที่ตั้งมากับมือ ออกมาสารภาพสถานการณ์คอร์รัปชันไทยเข้าขั้นวิกฤติ ค่าของคน อยู่ที่ผลของงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ป.ป.ช.เหมือนหลับไปนานแล้วเพิ่งตื่นหรืออย่างไร ถึงไม่รู้หน้าที่ขององค์กรตัวเอง ต้องตรวจสอบทุจริตอย่างไร สารภาพชัดขนาดนี้ ไม่ใช่เพียงเงินกว่า 2 แสนล้านบาทรั่วไหล แต่อาจหมายถึงความเป็นมืออาชีพรั่วไหล ที่สำคัญเมื่อรู้แล้ว ต้องดำเนินการตรวจสอบแก้ไข ไม่ใช่แค่บ่น เงินงบประมาณกว่า 2 แสนล้านบาท รั่วไหลไปเข้ากระเป๋าใคร ป.ป.ช.ตามไม่ได้หรือ สมัย คสช.มีอำนาจเต็ม มีมาตรา 44 อยู่ในมือ แต่ตรวจสอบทุจริตอะไรพวกพ้องตัวเองไม่ได้ ประชาชนตั้งคำถาม ที่อ้างว่ามาปราบคนอื่นโกง แต่เอาเข้าจริงตัวเองโกงมากกว่า และโกงแบบแบบห้ามตรวจสอบหรือไม่ประชาชนจับตา ป.ป.ช.สามารถตรวจสอบทุจริตฝ่ายรัฐบาลและเครือข่ายใกล้ชิดได้หรือไม่ หรือมีหน้าที่ตรวจสอบแต่ฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองเพียงฝ่ายเดียว&amp;rdquo; รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าว&lt;/p&gt;


	เลขาฯยูโทเปีย เพ้อสังคมประชาธิปไตยสมัยใหม่&amp;nbsp;
	สว.วันชัย สวมบทโหร
	ถึงเวลาเบิกเนตร! อิสรภาพแบบไหนที่คอยทำตามคำสั่งใครบางคน
	สาธารณรัฐสะดุ้ง! &amp;#39;เหวง&amp;#39; อยากเห็นมาตรา 113 สำเร็จโทษพวกกบฏ
	&amp;#39;โบว์&amp;#39;เฮ! มาสเตอร์การ์ดประกาศหยุดให้บริการธุรกรรมบน Pornhub แล้ว
	เงียบจัง &amp;#39;พุทธะอิสระ&amp;#39; ง้างปากทอน พูดสิทำไมน้องชายรอดคุก!
	112 ไม่คุกคามใคร!ฉะพวกไร้สำนึกอ้างชื่อนิสิตจุฬา​ฯ ทำหนังสือกราบบังคมทูล​
	ผงะ!แผนก่อสงครามกลางเมืองเพื่อความเป็นใหญ่
	เปิดเอกสาร &amp;#39;กระทรวงวัง&amp;#39; ประจานกาเหว่าลวงโลก หลอกเด็กอีกแล้ว!
	สะพัด! &amp;#39;อ๋อย&amp;#39; จะมีพรรคการเมืองเป็นของตัวเองแล้ว เตรียมเปิดตัวต้นปีหน้า

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86649</URL_LINK>
                <HASHTAG>คอร์รัปชัน, ปปช., อนุสรณ์, เพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200831/image_big_5f4d0a59ec215.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
