<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>86509</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/12/2020 15:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/12/2020 15:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ม็อบจัดเสวนา &#039;ปฏิรูปสถาบัน&#039; เนื้อหาสอดรับสัญลักษณ์ &#039;ค้อนเคียว&#039; หวังนำประเทศสู่รัฐสวัสดิการ-สังคมนิยม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ม็อบเฟส&amp;quot; จัดเวทีเสวนา &amp;quot;ปฏิรูปสถาบันสู่รัฐสวัสดิการ&amp;quot; ยกโครงการ 30 บาทยุคทักษิณตอนแรกถูกโจมตีหนักแต่วันนี้ก็ยังอยู่ ส่วนสัญลักษณ์ค้อนเคียว ไม่ได้น่ากลัวแต่เป็นการพัฒนาประเทศให้ดียิ่งขึ้น เผยนัดหยุดงานคือเครื่องมือการเปลี่ยนแปลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ธ.ค.63 - ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา ม็อบเฟสจัดการเสวนา &amp;ldquo;ปฏิรูปสถาบันนำไปสู่รัฐสวัสดิการอย่างไร&amp;rdquo; ซึ่งในการเสวนามี 2 คำถามที่ผู้ร่วมเสวนาได้ปอภิปราย คือ อุปสรรคของการเกิดรัฐสวัสดิการ และการปฏิรูปสถาบันเกี่ยวข้องกับรัฐสวัสดิการอย่างไร นายศุภณัฐ กิ่งแก้ว ผู้ร่วมก่อตั้งสหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย หรือ สนท.เปิดเผยว่า รัฐสวัสดิการและสังคมนิยมไปด้วยกันได้ หัวใจหลักของรัฐสวัสดิการคือการกระจายทรัพยากรสู่คนทั้งประเทศทำให้เกิดความเท่าเทียมกัน ชนชั้นแรงงานและชนชั้นกลางถูกนายทุนขูดรีด ทำอย่างไรก็ได้ให้นายทุนที่ถือครองทรัพยากรส่วนใหญ่และสถาบันกษัตริย์ที่ถือครองทรัพย์สินกว่าหนึ่งล้านล้านบาท ให้ถูกจัดเก็บในรูปภาษีนำมาเป็นสวัสดิการของคนทั่วไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แนวคิดเรื่องสังคมนิยมประชาธิปไตย ไม่ใช่เรื่องใหม่มีวิวัฒนาการทางประวัติศาสตร์ของประเทศไทย หลังจากยุคเดือนตุลา ยิ่งรัฐบาลของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นโยบายบัตรทอง 30 บาท ช่วงแรกถูกโจมตีอย่างหนัก ว่าเป็นไปไม่ได้ถูกท้วงติงจากนักเศรษฐศาสตร์ประเทศจะล่มจมขาดทุน ปรากฏว่า 30 บาทยังอยู่ทุกวันนี้ ตรงกันข้ามคนไทยไม่ต้องขายที่ไปรักษาตัวเอง และปัจจุบันนี้สังคมนิยมเริ่มกลับมาเป็นกระแสอีกครั้งทั้งผู้สนับสนับและไม่สนับสนุน อ้างว่ารัฐสวัสดิการเป็นเฟคนิว มีการปั้นข้อมูลปลอมให้ประชาชนหลงเชื่อ นอกจากนี้ยังโจมตีว่าสังคมนิยมและรัฐสวัสดิการเป็นคอมนิวนิสต์ ข้อเท็จจริงคือการกระจายทรัพยากรและสนับสนุนโครงสร้างการเมืองแบบประชาธิปไตยด้วยซ้ำ ยืนยันว่ารัฐสวัสดิการและสังคมนิยมคือเครื่องมือที่จะทำให้คนไทยมีสเถียรภาพ อิสรภาพ กระจายความมั่งคงจากกลุ่มทุนมาสู่คนไทยทุกคน มีคนกล่าวถึงสัญลักษณ์ค้อนเคียว บอกว่าไม่ได้น่ากลัว แต่เป็นการสัญลักษณ์พลักดันพัฒนาประเทศให้ดียิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายษัษฐรัมย์ ธรรมนุษดี อาจารย์วิทยาลัยสหวิทยาการ มหาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยว่า สถาบันกษัตริย์ กองทัพ ชนชั้นนายทุนใช้เวลามากกว่าครึ่งศตวรรษในการใช้งบประมาณปีหนึ่งมากกว่าแสนล้านบาทในการโฆษณาสังคมนิยมคือปีศาจร้าย ความเหลื่อมล้ำในสังคมเป็นสิ่งปกติไม่สามารถแก้ไขได้ การเติบโตมากับการเหลื่อมล้ำเป็นสิ่งปกติมีการโฆษณายาวนานของคนชั้นนำ จึงไม่แปลกใจว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่แปลกเมื่อเจอเรื่องเสมอภาคเพียงนิดหน่อยจึงมองว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งปกติ รัฐสวัสดิการเงินบาทแรกและจนกระทั่งถึงบาทสุดท้ายของประเทศนี้ต้องมาดูแลชีวิตของประชาชราก่อน ถ้าหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้ายังไม่ดีต้องเติมให้มันดี ทุกวันนี้หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าอยู่ที่ 3,000 บาท&amp;nbsp;ต่อหัวต่อคนต่อปี ข้าราชการ 14,000 บาท ถ้าเราเพิ่มงบประมาณจาก 3,000 บาทเป็น 8,000 บาท เพิ่มงบประมาณ หนึ่งแสนห้าหมื่นถึงสองแสนล้านบาทจะทำให้คุณภาพการรักษาพยาบาลเทียบเท่าข้าราชการ ตัดงบประมาณของกระทรวงกลาโหมครึ่งหนึ่งคนก็สามารถเรียนมหาวิทยาลัยฟรีได้ทั้งประเทศ ตัดงบมหาไทยครึ่งหนึ่งสามารถเพิ่มบุคลากรทางการแพทย์ได้อีกเท่าตัว การกดเครื่องคิดเลขคือวาทกรรมที่ชนชั้นนำพยายามบอกว่ารัฐสวัสดิการเป็นไปไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ประเทศเพื่อนบ้านเราอย่างอินเดีย นัดหยุดงาน100 กว่าล้านคน สามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงได้ ส่งเสียงสัญญานว่าการต่อสู้ครั้งนี้ต้องชนะ ถ้าไม่คุยกันวันนี้พวกอภิสิทธิ์ชนจะคุยแทนเรา คิดแทนเรา เหมือนครั้งหนึ่งปี 34 ปี 35 และครั้งหนึ่งหลังปี 2475 เอ็นเกมส์วันนี้คือรัฐสวัสดิการถ้วนหน้าครบวงงจร ปฏิรูปสถาบันฯตั้งแต่บาทแรกถึงบาทสุดท้ายเป็นรัฐสวัสดิการ และการหยุดงานทั่วประเทศคือเครื่องมือที่เราต้องมาทบทวนเพื่อนำไปสู่กสารเปลี่ยนแปลงครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วน นายรชต เอี่ยมตระบุตร นักศึกษามหาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวถึงอุปสรรคของรัฐสวัสดิการว่า ตั้งแต่เกิดมาถูกกำหนดโดยชนชั้นแล้ว ระดับชั้นเศรษฐกิจที่ไม่เท่าเทียมกันเป็นอุปสรรคที่ทำให้คนไม่เท่าเทียมกันรวมทั้งแนวคิดแบบสถาบันกษัตริย์ที่ครอบงำสังคมไทยเป็นอุปสรรคต่อแนวคิดรัฐสวัสดิการ ความหวาดกลัวในสังคมที่ครอบงำอยู่ ความหวาดกลัวต่อสถาบันฯ รัฐ หากไม่สามารถพูดถึงสถาบันฯได้ สถาบันพระมหากษัตริย์ก็จะเป็นม่านในอคติขวางกั้นอุปสรรคเรื่องรัฐสวัสดิการ นอกจากต้องปฏิรูปสถาบันฯแล้ว ต้องปฏิรูปความคิดความเชื่อแบบเดิมๆ เริ่มต้นจากที่บ้านพ่อแม่ควรสอนให้ลูกรู้จักความเสมอเท่าเทียมกัน แนวคิดแบบกษัตริย์ไม่ได้สำคัญกว่าหลักการสิทธิมนุษยชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางศรีไพร นนทรี จากเครือข่ายสหภาพแรงงาน เผยว่าถ้าคณะราษฎร 2475 ยังอยู่ ป่านนี้ไทยคงเป็นรัฐสวัสดิการไปนานแล้ว ปัญหานั้นมีอุปสรรคมากกมายทั้งเรื่องสิทธิเสรีภาพและกฎหมายแรงงาน มีการละเมิดมากมาย อย่างลูกจ้างรัฐกฎหมายแรงงานเข้าถึงยากมาก ลูกจ้างต้องทำงานแบบปีต่อปี นายจ้างให้ลูกจ้างเซ็นสัญญาชั่วโมงงานเพิ่มมากขึ้น ค่าจ้างเท่าเดิม ชนชั้นใดร่างกฎหมายก็เพื่อชนชั้นนั้น ผู้ใช้แรงงานเสนอกฎหมายเข้าไปไม่เคยผ่าน ครม. เราถูกกดขี่มากว่า 200 กว่าปี แต่เขาบอกให้อดออมหรือทำเศรษฐกิจพอเพียงแต่แรงงานหลายคนไม่มีแม้ที่จะทำกินแล้วจะให้ทำอย่างไร อุปสรรคของรัฐสวัสดิการคือกลุ่มนายทุนที่อยู่กับสถาบันฯที่เป็นกลุ่มเดียวกัน&lt;/p&gt;


	&amp;#39;ประธานวุฒิสภา&amp;#39; หนุน &amp;#39;สสร.&amp;#39; มาจากเลือกตั้ง
	&amp;#39;วิรัช&amp;#39; เคาะ กมธ.พิจารณาร่าง รธน.แล้วเสร็จในเดือน ม.ค.64
	อดีตนักโทษมาตรา 112 ร้องยูเอ็น
	&amp;#39;ประธานรัฐสภา&amp;#39; ลุยตั้งคกก.สมานฉันท์
	คึกคัก! เลิก 112 สิแล้วจะเล่าให้ฟัง
	&amp;#39;หมอวรงค์&amp;#39; ร่วม &amp;#39;Save112&amp;#39;
	นักวิชาการแนะ &amp;#39;รองนายกฯ&amp;#39; คิดให้ดีก่อนด่วนสรุป &amp;#39;แก๊งแครอท&amp;#39;
	&amp;#39;เจี๊ยบคอนถม&amp;#39; พอมีสำนึกอยู่บ้าง ขออภัยโพสต์เหยียดเชื้อพระวงศ์

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86509</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปฏิรูปสถาบัน, ม็อบ10ธันวา, ม็อบเฟส, อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201210/image_big_5fd1dda178cec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86476</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/12/2020 09:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/12/2020 09:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจนำตู้คอนเทนเนอร์ปิดถนน สกัดม็อบชุมนุมเชิงสัญลักษณ์วันรัฐธรรมนูญ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ธ.ค.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่ช่วงเที่ยงคืนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตู้คอนเทนเนอร์ปิดถนนซึ่งเป็นจุดสำคัญ เพื่อป้องกันกลุ่มผู้ชุมนุมที่อาจจะมีการเคลื่อนขบวนไปยังพื้นที่สำคัญเพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ในวันรัฐธรรมนูญ ซึ่งพบว่ามีการแจ้งการชุมนุมที่แยกมัฆวานและที่กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนอีกจุดคือ อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา ที่แกนนำคณะราษฎร นัดทำกิจกรรม &amp;quot;ยกเลิก&amp;nbsp;112 สิแล้วจะเล่าให้ฟัง&amp;quot; คาดว่าจะมีมวลชนเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก กำหนดการของกลุ่มคณะราษฎร ช่วงเช้าจะเป็นการเสวนา &amp;quot;ปฏิรูปสถาบันนำไปสู่รัฐสวัสดิการอย่างไร&amp;quot; ขณะที่ช่วงบ่ายจะเป็นการเสวนา &amp;quot;112&amp;quot; มีแกนนำเข้าร่วมเสวนาหลายคนอย่าง นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า นายสมยศ พฤกษาเดษมสุข กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย และการปาฐกถาของ น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง โดยกิจกรรมวันนี้เป็นการเรียกร้องยกเลิกมาตรา 112 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถึงแม้ทางแกนนำแจ้งมาจะไม่มีการเคลื่อนขบวน เพื่อการป้องกันความสงบเรียบร้อย เจ้าหน้าที่ได้นำตู้คอนเทนเนอร์ปิด 7 จุด 1.บนสะพานเทเวศรนฤมิตร ถนนสามแสน &amp;nbsp;2.บนสะพานวิศกรรมนฤมาณ ถนนนครราชสีมา 3.บนสะพานมัฆวานรังสรรค์ ถนนราชดำเนินนอก &amp;nbsp;4.บนสะพานชมัยมรุเชฐ ถนนพิษณุโลก 5.ถนนลูกหลวงบริเวณด้านหน้าสะพานอรทัย&amp;nbsp;6.ถนนราชดำเนินใน บริเวณหน้าศาลฎีกา 7.ถนนหน้าพระธาตุ บริเวณวัดหน้ามหาธาตุยุวราชรังสฤษธิ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมออกประกาศ กำหนดเงื่อนไขการชุมนุมสาธารณะ ข้อ 1.ห้ามบุคคลและยานพาหนะฝ่าแนวเครื่องกีดขวางและอุปกรณ์ ตามที่เจ้าพนักงานดูแลการชุมนุมสาธารณะและข้าราชการตำรวจที่ได้รับมอบหมายจัดไว้ ข้อ 2. ห้ามรื้อทำลายทำให้เสียหายหรือทำให้เสื่อมค่าซึ่งเครื่องกีดขวางและอุปกรณ์ตามข้อ 1 ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2563 ตั้งแต่เวลา 00.01 น.เป็นต้นไป จนกว่าจะเสร็จสิ้นการชุมนุม&lt;/p&gt;


	&amp;#39;ธนกร&amp;#39; จวก &amp;#39;ส.ศิวรักษ์&amp;#39; มีโทสาคติกับ &amp;#39;บิ๊กตู่&amp;#39;
	&amp;#39;ศรีสุวรรณ&amp;#39; จี้รัฐบาลปัดฝุ่น พรบ.ป้องกันคอมมิวนิสต์
	อดีตรองอธิการฯมธ. เตือนสติม็อบอย่าเพ้อฝันล้มสถาบัน
	&amp;#39;ทูตนริศโรจน์&amp;#39; แนะ &amp;#39;ม็อบค้อนเคียว&amp;#39; ลองฝึกใช้ชีวิตที่อิสราเอล
	&amp;#39;สมชาย&amp;#39; ชี้ช่องตำรวจเร่งรื้อคดี &amp;#39;น้องชายธนาธร&amp;#39;
	แตกเละ! &amp;#39;นักเคลื่อนไหวชื่อดัง&amp;#39; โวยเสียแรงร่วมม็อบ
	&amp;#39;แกนนำ 3 นิ้วกระบี่&amp;#39; แจงหนีคดี 112 ซุกฝรั่งเศส
	&amp;#39;ฟันเฟือง&amp;#39; ถอนตัวพ้น &amp;#39;การ์ดภาคีฯ&amp;#39;
	&amp;#39;ดร.อานนท์&amp;#39; ข้องใจ &amp;#39;อัยการปรเมศวร์&amp;#39;


&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86476</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชุมนุมสาธารณะ, ตู้คอนเทนเนอร์, ปฏิรูปสถาบัน, ปิยบุตร แสงกนกกุล, มาตรา112, ม็อบ10ธันวา, ยกเลิกมาตรา 112, รุ้ง ปนัสยา, สมยศ พฤกษาเกษมสุข, อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา, เพนกวิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201210/image_big_5fd1814d3a146.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86460</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/12/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โชว์พลังเลิกม.112 3นิ้วโหนวันรธน.ปลุกม็อบ/ส.ศิวรักษ์หยามบิ๊กตู่เชียร์ค้อนเคียว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ส.ศิวรักษ์&amp;quot; โชว์วิสัยทัศน์เหรียญด้านเดียว หยาม &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; โง่กว่า &amp;quot;บิ๊กสุ&amp;quot; ถ้ารัฐบาลมีความจงรักภักดีจริง ต้องเลิกม.112 แล้วจะเกิดความยุติธรรมในสังคม เชียร์ 3 นิ้วร้องหาสาธารณรัฐค้อนเคียว ให้โอกาสเป็นคอมมิวนิสต์ &amp;quot;บิ๊กกวิ้น&amp;quot; กดรีโมต เรียกชุมนุม 10 ธ.ค. อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา ท้าเลิก ม.112 แล้วจะเล่าให้ฟัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม นายสุลักษณ์ ศิวรักษ์ หรือ ส.ศิวรักษ์ นักเขียนและนักวิชาการอิสระ กล่าวในงานกิจกรรมแนะนำอนุสาวรีย์วีรชนพฤษภา 2535 ว่าอยากให้นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันนี้ได้เรียนรู้จากอนุสาวรีย์วีรชน 2535 และไม่ทำผิดพลาดเหมือน พล.อ.สุจินดา คราประยูร อดีตนายกฯ ซึ่ง พล.อ.สุจินดาเป็นคนเก่ง คนฉลาดมาก แต่หลงอำนาจจนเกิดหายนะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอพูดตรงๆ ว่า พล.อ.ประยุทธ์คนปัจจุบันฉลาดไม่ได้เสี้ยวของ พล.อ.สุจินดา นอกจากโง่แล้วยังงก ถ้าเขาเรียนรู้จากสุจินดาบ้าง จะเห็นว่าการฆ่าประชาชนผิด วันนี้เขาขอเวลานานเกินไปแล้วจากเผด็จการ แล้ววันนี้มาอ้างว่าเป็นประชาธิปไตย ซึ่งก็เป็นประชาธิปไตยจอมปลอมที่ควรระลึกได้ ก่อนจะเป็นก็ควรถางทางให้เป็นประชาธิปไตยแท้จริง เคารพประชาชน แก้ไขรัฐธรรมนูญให้ราษฎรมามีส่วนร่วม ไม่ใช่ให้เนติบริกรรอบๆ มาร่าง ทำแค่นี้ก็จะเป็นการล้างบาป&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ขณะนี้ พล.อ.ประยุทธ์ยังไม่ลาออกและประวิงเวลาผ่านกลไกสภา ทิศทางต่อไปจะเป็นอย่างไร นายสุลักษณ์เชื่อว่าการชุมนุมเรียกร้องจะมีมากขึ้นเรื่อยๆ วันนี้ถ้าเขาฟังคำเรียกร้อง เอาใจเขามาใส่ใจเรา ฟังเสียงคนรุ่นใหม่บ้าง เชื่อว่าบ้านเมืองไปได้ เพราะบ้านเมืองนี้อยู่ได้ไม่ใช่ด้วยคนแก่อย่างเดียว ต้องอยู่กับคนรุ่นใหม่ ต้องฟังเขาด้วย แล้วจะเปลี่ยนแปลงอะไรได้มาก ซึ่งคนรุ่นใหม่ไม่ได้เรียกร้องอะไรมาก นอกจากเสรีภาพ เสมอภาค ความเป็นประชาธิปไตย ซึ่งเป็นพื้นฐานความเป็นมนุษย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องเพียงเท่านี้ไม่ทำให้พวกเขา แต่ยังไปทำร้ายเขา มองว่าเป็นเรื่องน่าสงสาร และเกรงว่าจะเกิดความรุนแรงขึ้น ซึ่งผมก็เชื่อว่าความรุนแรงจะไม่เกิดจากฝ่ายประชาชน โดยการเอาน้ำไปฉีดเขา ใส่สารพิษ แล้วเอาลูกปืนยิงเขา ก็เกิดความเดือดร้อน ผมขอเตือนรัฐบาลให้ใช้สันติประชาธรรม อย่าใช้ความรุนแรง แล้วเชิญกลุ่มผู้ชุมนุมมาพูดคุยกันเพื่อหาทางออก คนไทยเรามีออมชอมและสติปัญญาพอ แต่นายกฯ ควรใช้สติปัญญาบ้าง อย่าใช้ความดื้อรั้นโง่เขลาปกครองบ้านเมือง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงกรณีตำรวจบังคับใช้ ม.112 กับแกนนำผู้ชุมนุมหลายราย นายสุลักษณ์ตอบว่า เคยพูดไว้ชัดเจนแล้วว่า ม.112 ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเคยมีพระราชดำรัส การใช้ ม.112 เป็นการทำร้ายพระองค์ และเป็นการทำลายล้างสถาบัน และเมื่อรัชกาลที่ 10 เสด็จขึ้นครองราชย์ มีพระราชหัตถ์ถึงประธานศาลฎีกาให้ยุติคดีนี้&amp;nbsp; ถ้ารัฐบาลจงรักภักดีจริงๆ ก็ควรจะออกกฎหมาย ม.112 ถ้าไม่ยกเลิก ก็ต้องแก้ไข เพื่อให้ฟังขึ้น เช่น ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำผิดก่อนใช้ ม.112 ซึ่งคณะกรรมการนี้อาจมาจากกระทรวงยุติธรรมและสำนักพระราชวังก็ได้ อีกทั้ง ม.112 โทษขั้นต่ำ 3 ปี ฉะนั้นจึงต้องยกเลิกโทษขั้นต่ำ การทำเช่นนี้จะทำให้เกิดความยุติธรรมในสังคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่าได้เห็นข้อความบนกำแพงและถนนในพื้นที่ชุมนุมหรือไม่&amp;nbsp; เพราะอาจเข้าข่าย ม.112 นายสุลักษณ์เลี่ยงตอบว่า คนมีอำนาจ ถ้าคิดจะใช้อำนาจ อะไรก็เล่นงานได้หมด แม้ไม่มี ม.112 ก็ใช้มาตราอื่น ฉะนั้นแล้วคนมีอำนาจต้องใช้อำนาจที่เป็นธรรม ไม่ใช่ใช้อำนาจด้วยตัวเอง
อยากเป็นคอมฯ ก็เป็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีแกนนำผู้ชุมนุมเสนอแนวคิดสาธารณรัฐและภาพค้อนเคียว นายสุลักษณ์กล่าวว่า ไม่เป็นไร ต่างคนก็ต่างมีความหมายต่างกัน ใครอยากเป็นมหาชนรัฐ ใครอยากเป็นคอมมิวนิสต์ก็ไม่เป็นไร แต่ควรให้โอกาสเขาแสดงออก ดีกว่าให้เขาไปซ่องสุม เช่น ประเทศอังกฤษ ที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และมีคน 20 เปอร์เซ็นต์ ไม่ต้องการเป็นประชาธิปไตย ซึ่งเขาก็ไม่ได้ว่าอะไร ส่วนตนมองว่าประเทศไทยมีไม่ถึงขนาดนั้น ให้เขาแสดงออกไปเถอะ ไม่เป็นไร ถ้าเราเชื่อมั่นในวิถีทางปกครองของเรา ว่าการปกครองเป็นไปเพื่อสันติประชาธรรมจริงๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า รัฐบาลไม่ตอบรับ 1 ใน 3 ข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุม จะนำไปสู่จุดที่ทุกคนกังวลหรือไม่ นายสุลักษณ์กล่าวว่า &amp;ldquo;รัฐบาลที่ปกครองแบบมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รัฐบาลต้องรับผิดชอบแทนพระองค์ แต่ประยุทธ์เตะลูกบอลถวายในหลวง แล้วจะเรียกว่าจงรักภักดีได้อย่างไร จึงขอเตือนว่าถ้าประยุทธ์ยังมีสติปัญญาต้องปกป้องสถาบัน แต่นี่ไม่ปกป้อง และทำไปเพื่อประโยชน์ส่วนตัว&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กรุงเทพฯ พรรคพลังประชารัฐ เป็นประธาน เพื่อศึกษาข้อเท็จจริง หลักเกณฑ์การบังคับใช้กฎหมายในการชุมนุมทางการเมือง โดยได้เชิญตัวแทนที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ 5 แกนนำกลุ่มราษฎร นายพริษฐ์ ชิวารักษ์, น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล, น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์, นายอานนท์ นำภา และนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา เข้าให้ข้อมูลต่อกรรมาธิการเกี่ยวปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนในการชุมนุมทางการเมือง นอกจากนี้ มีการเชิญผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.), ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.),&amp;nbsp; ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล (ผบช.ส.) และประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เข้าชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายในการชุมนุมทางการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายสิระกล่าวว่า วันนี้เป็นโอกาสที่ดีในการชี้แจงวิธีปฏิบัติที่ถูกต้องตามกฎหมายของเจ้าหน้าที่ และเป็นไปตามข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุม ว่าจะเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน แต่ปรากฏว่าแกนนำผู้ชุมนุมทั้งหมดไม่ได้มาร่วม เนื่องจากต้องไปรายงานตัวรับทราบข้อกล่าวหาในคดีตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
&amp;quot;กวิ้น-รุ้ง&amp;quot;รับทราบ ม.112
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ส่วนฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐ โดยเฉพาะ ผบ.ตร. เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ท่านก็มารายงานตัวสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ที่รัฐสภา ซึ่งตึกฝั่งนั้นกับฝั่งนี้ก็ไม่ไกลกัน สมควรที่จะมาชี้แจงทางออกของประเทศ แต่ก็ไม่ได้มา และไม่ได้ชี้แจงเหตุผล หากไม่ใช้ความสำคัญ ถือว่าไม่รับผิดชอบ ตนจะเชิญ ผบ.ตร.มาเป็นการส่วนตัว เพื่อสอบถามว่าไม่ให้ความสำคัญอย่างไร&amp;rdquo; นายสิระกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะโฆษก กมธ. กล่าวว่า ต้องขอชี้แจงว่าจากการประสานแกนนำกลุ่มราษฎรดังกล่าว การที่ไม่ได้มาเข้าร่วมวันนี้เป็นเพราะมีเหตุจำเป็น ไม่สามารถมาได้ ยืนยันว่าแต่ละคนไม่ได้ปฏิเสธที่จะไม่เข้าร่วม และยินดีที่จะมาชี้แจงในการประชุมครั้งต่อไป ดังนั้นที่ประชุมจึงได้มีมติเชิญแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมมาอีกครั้งในการประชุมครั้งหน้า อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมากรรมาธิการประสบปัญหาไม่ได้รับความร่วมมือจากฝ่ายเจ้าหน้าที่เท่าที่ควร ตนขอเสนอให้มีการทำหนังสือเรียก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้มาชี้แจงแทน เพราะการเชิญนายกรัฐมนตรีมาพูดคุยอาจสามารถหาทางออกได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อย่างไรก็ตาม วันนี้ฝ่ายตำรวจ ผบ.ตร. และ ผบช.น. ไม่ได้เดินทางมาด้วยตนเอง แต่มอบหมายให้ผู้แทนมาทำหน้าที่แทน โดยไม่มีการแจ้งเหตุผลที่ไม่สามารถมาด้วยตัวเอง กมธ.จึงเชิญตัวแทนฝ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจออกจากห้องประชุม เนื่องจากเห็นว่าเป็นฝ่ายปฏิบัติไม่สามารถตอบเรื่องนโยบายของผู้บังคับบัญชาได้ และมีมติเสนอเรื่องไปยังนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้บังคับบัญชาของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้รับทราบ จากที่ที่ประชุมมีมติให้มีการทำหนังสือเชิญนายกรัฐมนตรี ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล มาชี้แจงนโยบายในการจัดการกับผู้ชุมนุม รวมทั้งประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และผู้ชุมนุม ให้เข้ามาชี้แจงในวันที่ 16 ธันวาคม 2563 เวลา 13.00 น.เป็นต้นไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บ่ายวันเดียวกัน ที่กองบังคับการ?ปราบปราม?การกระทำ?ความผิด?เกี่ยวกับ?อาชญา?กรร?มทาง?เทคโนโลยี? (บก.ปอท.)? นายพริษฐ์&amp;nbsp; และ น.ส.ปนัสยาเดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาที่ บก.ปอท.ในความผิดตาม ม.112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ตามหมายเรียกพร้อมทีมทนายความ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนความเคลื่อนไหวการชุมนุมในปีหน้านั้น นายพริษฐ์กล่าวว่า การชุมนุมในปีหน้าจะดุเดือดขึ้น กระบวนการจะเข้มข้นมากขึ้นรวมถึงแพร่หลายเป็นวงกว้าง และจะทำให้เรื่องปฏิรูปสถาบันกษัตริย์เป็นเรื่องของทุกคน เพราะปีนี้เป็นเหมือนการปักธง พูดถึงปัญหาและทางออก แต่ปีหน้าจะไปให้ถึงแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์
นัดชุมนุม 10 ธ.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ แฟนเพจเฟซบุ๊กแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม- United Front of Thammasat and Demonstration ได้โพสต์ข้อความนัดชุมนุม โดยระบุว่า &amp;ldquo;แนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ x Mob Fest ขอเชิญทุกท่านเข้าร่วมงาน &amp;ldquo;ยกเลิก 112 สิ แล้วเราจะเล่าให้ฟัง&amp;rdquo; ในวันที่ 10 ธันวาคม ณ อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา ตั้งแต่เวลา 10.00-18.00 น. พบกับวงเสวนาวิชาการ นิทรรศการ ม.112 วงดนตรี ปาฐกถา และบูธต่างๆ มากมาย แล้วเจอกัน&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งต่อมา นายพริษฐ์ได้ออกมาโพสต์ข้อความเชิญชวนผ่านเฟซบุ๊ก เพนกวิน-พริษฐ์ ชิวารักษ์ Parit Chiwarak พร้อมระบุว่า &amp;ldquo;มาร่วมแสดงพลัง #ยกเลิก112 ด้วยกันในวันพรุ่งนี้ เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป งานนี้มีทั้งเสวนา นิทรรศการ การแสดง และดนตรี ส่วนตัวผมจะขึ้นแสดงฉ่อยกับคณะลำตัดราษฎร จะฉ่อยเรื่องอะไรนั้น มาฟังกันนะครับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. ในฐานะโฆษก บช.น. พร้อมด้วย พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกันแถลงถึงมาตรการดูแลความเรียบร้อยการชุมนุมในวันที่ 10 ธ.ค. โดยพล.ต.ต.ปิยะกล่าวว่า ตามที่มีประกาศนัดหมายชุมนุม 2 จุด คือ 1.บริเวณหน้าองค์การสหประชาชาติ หรือยูเอ็น น.ส.สุวรรณา ตาลเหล็ก ผู้แทนกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย ได้ยื่นแจ้งการชุมนุมตั้งแต่เวลา 08.00-14.00 น. 2.บริเวณกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ตั้งแต่เวลา 16.00-20.00 น. นายบรรพต ไชยราษฎร์ ตัวแทนผู้ชุมนุมเรียกร้องความเหลื่อมล้ำคนพิการ ได้ยื่นแจ้งการชุมนุมแล้ว ทั้งนี้ ทาง พ.ต.อ.ประสพโชค เอี่ยมพินิจ ผกก.สน.นางเลิ้ง ได้ขอให้ผู้จัดการชุมนุมทั้ง 2 แห่งปฏิบัติตามข้อกำหนดให้อยู่บริเวณทางเท้าไม่ลงมาพื้นผิวการจราจร ห้ามมีป้ายข้อความปลุกระดมยุยง ห้ามเคลื่อนย้ายผู้ชุมนุม ห้ามชุมนุมระยะ 50 เมตร จากทำเนียบรัฐบาล ห้ามใช้เครื่องขยายเสียงเกินกว่าอัตรากำหนด ไม่เกิน 115 เดซิเบล และการชุมนุมจะต้องเป็นไปโดยสงบ ไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อย ไม่ละเมิดสิทธิผู้อื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการชุมนุมเสวนาที่บริเวณอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา ไม่ต้องขออนุญาตจากเจ้าหน้าที่ เนื่องจากเป็นพื้นที่ของเอกชน ยกเว้นแต่หากมีกลุ่มผู้ชุมนุมมาเป็นจำนวนมากและเคลื่อนขบวนไปยังพื้นที่สาธารณะ จะต้องมีการแจ้งขออนุญาตการชุมนุม โดยให้ บก.น.6 ลงพื้นที่ดูแลความสงบเรียบร้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ปิยะกล่าวว่า ได้มีการดำเนินคดีกับแกนนำชุมนุมในพื้นที่ บช.น.ไปแล้ว 120 คดี ส่งพนักงานอัยการ 39 คดี อีก 81 คดีที่เหลืออยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวน ส่วนคดีมาตรา 112 เป็นการกระทำความผิดตามกฎหมาย จะมีการเร่งดำเนินการสืบสวนสอบสวนต่อไป สำหรับเหตุการณ์เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. เวลา 21.00 น. ที่ทางกลุ่มการ์ดอาสาวีโว่ได้รื้อถอนทำลายทรัพย์สินนั้น ได้จับกุมดำเนินคดี 19 นาย นอกจากนี้ยังมีการทุบทำลายรถตู้ราชการเสียหาย 3 คัน ซึ่งได้แจ้งร้องทุกข์อีกส่วนหนึ่งไว้แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พ.ต.อ.กฤษณะกล่าวว่า แม้ว่าจะแจ้งการชุมนุมหากปฏิบัติผิดเงื่อนไขต้องถูกดำเนินคดี ซึ่งขณะนี้มีการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ขอให้มีการสวมหน้ากาก เว้นระยะห่าง หากเป็นกลุ่มเสี่ยงขออย่าให้มาชุมนุม ขอให้รับผิดชอบต่อสังคมด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ สน.ลุมพินี นายอรรถพล บัวพัฒน์ หรือครูใหญ่ นายธานี สะสม และนายณวรรษ เลี้ยงวัฒนา พร้อม น.ส.ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เข้าพบพนักงานสอบสวน สน.ลุมพินี เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาฐานร่วมกันชุมนุมโดยไม่แจ้งจัดการชุมนุมและไม่จัดให้มีมาตรการป้องกันโรคอันเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จากกรณีการชุมนุมที่แยกราชประสงค์เมื่อวันที่ 25 ตุลาคมที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอรรถพลกล่าวว่า ในวันนั้นตนเพียงเดินผ่านไปในที่ชุมนุมตรงแยกราชประสงค์เพื่อไปฟังการปราศรัย ก่อนจะมีคนเชิญให้ขึ้นปราศรัย แต่จำหัวข้อไม่ได้ แล้วมาถูกหมายเรียกในคดีดังกล่าวโดยจะให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ซึ่งตอนนี้รวมแล้วมีหมายเรียกกับหมายจับในคดีการชุมนุมทางการเมืองรวม 5 หมาย วันนี้มีของ สน.ลุมพินี 1 หมาย และช่วงบ่ายจะไปรับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียกในคดี ม.112 ที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ หลังจากที่เคยไปรายงานตัวในหมายเรียกคดี ม.116 ไปแล้วจากการชุมนุมที่สถานทูตเยอรมนี ทั้งนี้ ตนยังมีกำลังใจดี และในวันที่ 10 ธันวาคมนี้ จะไปร่วมกิจกรรมที่ จ.มหาสารคาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่กลุ่มฟันเฟืองประชาธิปไตยออกแถลงการณ์เรื่องการถอนตัวจากการ์ดภาคีเพื่อประชาชน โดยมีสาระสำคัญคือ กลุ่มฟันเฟืองฯ รวมตัวกันเพื่อพบปะพูดคุยสร้างมิตรภาพ เพื่อนำไปสู่การทำสิ่งที่ก่อประโยชน์แก่สังคมส่วนรวม และเดินหน้าเรียกร้องประชาธิปไตยเคียงข้างเพื่อนนักเรียน นิสิต นักศึกษา ประชาชน ไม่ได้รวมตัวกันเพื่อเป็นการ์ดของการชุมนุมอย่างเป็นจุดมุ่งหมายหลัก อีกทั้งสมาชิกกลุ่มฟันเฟืองฯ ส่วนหนึ่งเป็นเพียงเยาวชนเท่านั้น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86460</URL_LINK>
                <HASHTAG>10 ธ.ค., ม.112, ส.ศิวรักษ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา, เลิกม.112</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201209/image_big_5fd0e2aa3b1a1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
