<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>87514</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/12/2020 11:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/12/2020 09:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แม้ว&#039; ยังขลัง! ทวงคืนเก้าอี้นายกอบจ.เชียงใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ธ.ค.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานผลการนับคะแนนเสียงเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี (นายก อบจ.) อย่างไม่เป็นทางการ ในส่วนของจังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเป็นการขับเคี่ยวระหว่างผู้สมัครหมายเลข 1 นายพิชัย​ เลิศพงศ์​อดิศร​ หรือ​ ส.ว.ก้อง​ จากพรรคเพื่อไทย ได้รับการสนับสนุนจากนายทักษิณ ชินวัตร&amp;nbsp;กับผู้สมัครหมายเลข &amp;nbsp;2 นายบุญเลิศ​ บูรณุปกรณ์​ ซึ่งแยกตัวจากพรรคเพื่อไทย ลงสมัครในนามกลุ่มเชียงใหม่คุณธรรม และยังเป็นอดีตนายกอบจ.เชียงใหม่&amp;nbsp;ซึ่งมีนายจตุพร &amp;nbsp;พรหมพันธุ์ ประธานนปช. ช่วยหาเสียงเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดเวลา 08.00 น. วันนี้ ผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการพบว่า นายพิชัย ผู้สมัครหมายเลข 1 มาเป็นอันดับหนึ่งได้​ 421,426 คะแนน ขณะที่นายบุญเลิศ ผู้สมัครหมายเลข &amp;nbsp;2 มาเป็นอันดับสองได้ 353,010 คะแนน&lt;/p&gt;


	แลนด์สไลด์ &amp;#39;คณะก้าวหน้า&amp;#39; ส่อชวดนายกอบจ. ไม่ได้แม้แต่จังหวัดเดียว!
	เพื่อไทยพ่าย! &amp;#39;สจ.นก&amp;#39;คว่ำ&amp;#39;น้องยิ้ม&amp;#39;นั่งนายกอบจ.เชียงราย&amp;nbsp;
	&amp;#39;บิ๊กแจ๊ด&amp;#39; โค่นแชมป์เก่า!เข้าวินนายกอบจ.ปทุมธานี
	&amp;#39;น้องขวัญ&amp;#39;ลูกครูแก้วซิวนายกอบจ.นครพนม โค่นแชมป์เก่า5หมื่นกว่าคะแนน


&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87514</URL_LINK>
                <HASHTAG>อบจ.เชียงใหม่, เพื่อไทย, เลือกตั้งอบจ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200730/image_big_5f22cba645ac3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87484</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/12/2020 21:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/12/2020 21:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เชียงใหม่เบียดชิงนายก อบจ.สนุก!&#039;บุญเลิศ-ส.ว.ก้อง&#039;ผลัดกันขึ้นนำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ธ.ค.63-นายเกรียงไกร​ พานดอกไม้​ ​ผอ.กกต.เชียงใหม่​ เปิดเผยภาพรวมของการออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งนายกอบจ.และสมาชิกอบจ.ของเชียงใหม่ว่า เป็นไปด้วยความเรียบร้อยทั้ง 25 อำเภอ ไม่มีเหตุการณ์ผิดปกติหรือร้องเรียนการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ในเบื้องต้นขณะนี้ยังต้องรอการรายงานผลและจำนวนผู้ใช้สิทธิ์​ แต่เริ่มมีการรายงานผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ ของแต่ละหน่วยเลือกตั้งมาบ้างแล้ว แต่ยังไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นต์​ ซึ่งทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ได้มีการ รายงานผลการนับคะแนนไม่เป็นทางการ อยู่ที่ไหนศูนย์อำนวยการเลือกตั้งภายในองค์การบริหารส่วนจังหวัดให้ประชาชน​ได้ติดตามผ่านเว็บไซต์​ขององการบริหาร​ส่วน​จังหวัด​ด้วย​&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลไม่เป็นทางการ ของนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเป็นไปอย่างสูสีผลัดกันนำระหว่างผู้สมัครหมายเลข 1 นายพิขัย​ เลิศพงศ์​อดิศร​ หรือ​ ส.ว.ก้อง​ จากพรรคเพื่อไทยและ ผู้สมัครหมายเลข 2 นายบุญเลิศ​ บูรณุปกรณ์​ จากกลุ่มเชียงใหม่คุณธรรม โดยเขตเมืองและปริมณฑล​ผู้สมัครเพื่อไทยมีคะแนนนำเช่นเดียวกับ คะแนนของ​ ส.อบจ. ส่วนเขตอำเภอรอบนอกคะแนนผู้สมัครหมายเลข​ 2​ นำ​ ล่าสุดภาพรวมหมายเลข​ 2​ อยู่ที่​ 57,972 คะแนน​ หมายเลข​ 1​ มี​ 55,910 คะแนน อย่างไรก็ตาม​กกต.คาดว่า​ ผลไม่เป็นทางการจะเริ่มชัดเจนขึ้นในช่วงเที่ยงคืนนี้เป็นต้นไป​
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87484</URL_LINK>
                <HASHTAG>นับคะแนนเลือกตั้ง, บุญเลิศ​ บูรณุปกรณ์, ส.ว.ก้อง, อบจ.เชียงใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201220/image_big_5fdf5c687ebe7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86982</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/12/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พท.ดาหน้าปัด‘แม้ว’ครอบงำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; เพื่อไทยมั่นใจ &amp;ldquo;แม้ว&amp;rdquo; เขียนจดหมายเชียร์ผู้สมัคร นายก อบจ.เชียงใหม่ ไม่เข้าข่ายครอบงำพรรค &amp;quot;เด็จพี่&amp;quot; ข้องใจ &amp;quot;ศรีสุวรรณ&amp;quot; มีเบื้องหลังหรือไม่ หลังประกาศจะร้อง กกต.ตรวจสอบ ขณะที่ &amp;quot;จตุพร&amp;quot; เดินหน้าลากไส้ &amp;quot;เจ๊เฮงซวย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 15 ธ.ค.63 นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เตรียมยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อไต่สวนสอบสวนกรณีนายทักษิณ ชินวัตร&amp;nbsp; เขียนจดหมายถึงคนเชียงใหม่ให้สนับสนุนผู้สมัครนายก อบจ.เชียงใหม่ ซึ่งสังกัดพรรคเพื่อไทย เป็นการควบคุมครอบงําพรรคการเมืองหรือไม่ ว่าการเลือกตั้งระดับท้องถิ่นหรือระดับชาติ ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งมีสิทธิหาเสียง หรือแสดงเจตจำนงช่วยเหลือผู้สมัครได้ เป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ อีกทั้งระเบียบว่าด้วยการเลือกตั้ง อบจ. ก็เปิดโอกาสให้บุคคลภายนอกช่วยผู้สมัครได้ เพียงแต่กำหนดว่าหากช่วยแล้วต้องใช้จ่ายเงินเกิน 5,000 บาท ก็ต้องแจ้ง กกต.จังหวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ดังนั้นคิดว่าการช่วยเหลือผู้สมัคร การแสดงความเห็นสนับสนุนใครเป็นเสรีภาพที่ทำได้ ส่วนการที่จะบอกว่าเกี่ยวข้องกับกฎหมายพรรคการเมืองหรือไม่ว่ามีบุคคลภายนอกครอบงำพรรคเพื่อไทย ซึ่งบุคคลนั้นไม่เคยได้พูดถึงพรรคเพื่อไทยเลย และมีการแสดงเจตนาว่าเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่ได้บอกว่าให้พรรคเพื่อไทยไปช่วยสนับสนุนอะไร ดังนั้นโดยรวมผมยังสบายใจอยู่&amp;quot; นายชูศักดิ์ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า โดยข้อกฎหมาย การครอบงำ ชี้นำพรรคการเมืองนั้น จะต้องครอบงำกรรมการบริหารพรรคด้วย กรรมการบริหารพรรคต้องรู้เห็นเป็นใจด้วย ส่วนการช่วยหาเสียงเป็นการมุ่งไปที่ตัวบุคคล ไม่ได้มาบังคับว่าพรรคเพื่อไทยต้องทำอย่างนั้น หรือให้กรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยทำอย่างนั้น ดังนั้นประเด็นข้อกฎหมายอย่างนี้ชัดอยู่แล้ว หากจะไปร้องตีความเอาผิดก็คิดว่ามีเป้าหมายพิเศษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายชัยเกษม นิติสิริ ประธานคณะกรรมการการเมือง พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เรื่องการเชียร์ใครในฐานะประชาชนคนไทย ไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็ย่อมเชียร์ได้ อาจจะไม่ได้เชียร์คนที่อยู่ในพรรคเพื่อไทย ไปเชียร์พรรคอื่นก็สามารถทำได้ ไม่มีอะไรห้ามเลย และในแต่ละถ้อยคำก็ไม่มีการเชียร์ในลักษณะของการครอบงำพรรคเพื่อไทย ดังนั้นจึงไม่มีอะไรน่าติดใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงของนายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร ผู้สมัครรับเลือกตั้งนายก อบจ.เชียงใหม่ ในนามพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การเลือกตั้งท้องถิ่นนั้น ตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง กำหนดให้บุคคลที่มิใช่ผู้สมัครหรือพรรคการเมืองหาเสียงสนับสนุนผู้สมัครคนใดทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ การที่ท่านอดีตนายกฯ ทักษิณได้เขียนจดหมายแล้วโพสต์ลงเฟซบุ๊ซในลักษณะสนับสนุนนายพิชัย จึงสามารถทำได้ตามกฎหมาย และท่านก็ได้ระบุเหตุผลไว้ในจดหมายดังกล่าว ว่าท่านเป็นคนเชียงใหม่ มีความเป็นห่วงประชาชน และต้องการเห็นจังหวัดเชียงใหม่มีการพัฒนา ประชาชนอยู่ดีกินดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทั้งหมดนี้ไม่เกี่ยวข้องใดๆ กับการดำเนินกิจการหรือการบริหารงานของพรรคเพื่อไทยเลย และไม่ใช่เป็นการเข้าไปควบคุมหรือครอบงำพรรคตามที่นายศรีสุวรรณจะไปยื่นคำร้องต่อ กกต. จึงขอให้พี่น้องประชาชนไม่ต้องเป็นห่วงและกังวลต่อเรื่องดังกล่าว เพราะจะไม่มีผลใดๆ ต่อการเลือกตั้งครั้งนี้แน่นอน ขณะนี้ทางผู้สมัครกำลังสืบหาข้อเท็จจริงว่ามีบุคคลใดอยู่เบื้องหลังการดำเนินการของนายศรีสุวรรณ เพื่อมีเป้าหมายในการทำลายชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือของพรรค และต้องการให้เกิดความเข้าใจผิดในคะแนนนิยมของนายพิชัยหรือไม่ หากปรากฏว่าเป็นการร้องเท็จ ก็จะดำเนินการทางกฎหมายทั้งผู้ร้องและผู้ที่อยู่เบื้องหลัง โดยมีข้อสังเกตว่านายศรีสุวรรณอยู่นอกพื้นที่เลือกตั้ง และมาทำในช่วงที่ใกล้วันลงคะแนน จะมีเจตนาใดแอบแฝงหรือไม่&amp;quot; นายพร้อมพงศ์ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เฟซบุ๊กไลฟ์ peace talk โดยย้ำว่า เจ๊ที่ใกล้ชิดนายบุญทรงนั้น ตลอดเวลากว่า 7 ปีได้ทำความเสียหายต่อบ้านเมือง และยังพังพรรคพินาศ พร้อมทำลายขบวนการต่อสู้ประชาชนย่อยยับมาแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;มีการถามว่าเจ๊เป็นใครนั้น จะสรุปความง่ายๆ ว่าเจ๊ที่ว่า ไม่ได้เป็นคุณหญิง ไม่เคยเป็นนายกฯ แต่เจ๊ที่ว่ายังมีสิทธิ์ใกล้ชิดบุญทรง ดังนั้นเจ๊อื่นๆ ไม่เข้าข่ายทั้งปวง ถ้าอธิบายว่าเจ๊ที่ใกล้ชิดบุญทรงนั้น คนทั้งบ้านทั้งเมืองจะเข้าใจ&amp;rdquo; นายจตุพรกล่าว และว่า ความจริง ถ้าไม่มีใครมาเล่นกับตนก่อน ด้วยการกล่าวหาให้เสียหาย ทั้งที่ตนต่อสู้ทางประชาธิปไตยมาค่อนชีวิต และไม่ได้เป็นคนลมเพลมพัดไปตามกาลเวลา ดังนั้นหากไม่ลุกขึ้นมาต่อสู้กับคนที่กล่าวหา เพื่อปกป้องจุดยืนทางการเมืองของตัวเองแล้ว ตนก็เป็นคนที่ใช้ไม่ได้เช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพรกล่าวช่วงหนึ่งว่า &amp;ldquo;เมื่อเกิดกรณีเชียงใหม่ขึ้น พฤติกรรมของนักเลือกตั้งและของเจ๊เฮงซวยทั้งหลายนี่ เขาก็ใช้วิธียืมพร้าที่ใส่ด้ามไผ่มาฟาดฟันกอไผ่ คือยืมมือคนเสื้อแดงมากล่าวหาว่าผมไปพลังประชารัฐ ไปรับจ้างบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ มาแก้เกม เมื่อเล่นวิธีการโสมมแบบนี้ ผมก็ไม่ไว้หน้าเหมือนกัน ไม่ว่าหน้าเจ๊หรือหน้าใครก็ตาม เพราะเป็นวิธีที่สามานย์ชั่วช้าที่สุดที่รู้กันเต็มอก&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกทั้งเรื่องราวมากมายนั้น คนที่ตนพูดถึงย่อมรู้ดีว่าเจ๊หมายถึงใคร พรรคเพื่อไทยถ้าไม่ไขสือกันก็รู้กันเต็มอก แต่มาไขสือกันแล้ว ตนขอถามหัวใจหน่อยว่ารับพฤติกรรมในคดีบอส กระทิงแดง ได้หรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องหลักที่ตนออกมาพูดถึงเจ๊ แต่ตนทนไม่ได้คือ กล่าวหาว่าไปร่วมกับเผด็จการ นั่นเป็นเรื่องสำคัญในอันดับรอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมถามพรรคการเมืองที่ส่ง กล้าการันตีหรือไม่ว่าคนที่ส่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้ หากดูข่าวย้อนหลังไป โดยพิจารณาผลการสอบของชุดนายวิชา มหาคุณแล้ว ย่อมรู้กันทั้งนั้นว่า ส.ว.ชื่อ ช. หมายถึงใคร&amp;rdquo; นายจตุพรกล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86982</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคเพื่อไทย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อบจ.เชียงใหม่, เลือก อบจ., เลือกตั้ง, เลือกตั้งท้องถิ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201215/image_big_5fd8c4feee100.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86698</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/12/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ทักษิณ’โผล่อ้างสูญเสียไปเยอะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สนามเลือกตั้ง อบจ.เชียงใหม่ร้อนกว่าที่คิด &amp;quot;ทักษิณ&amp;quot; โผล่อีก ไล่ยำ &amp;quot;จตุพร&amp;quot; เดินออกจากเพื่อไทยแล้วโจมตีบ้านเดิมตัวเอง ลั่นตัวเองรักษาอุดมการณ์จนต้องสูญเสียไปเยอะ ไม่ได้อยู่ในแผ่นดินเกิด ขอบคุณคนที่ยังอยู่กับพรรคเพื่อไทยต่อ พาพรรคสู่ความสำเร็จอีกครั้ง ด้าน &amp;quot;ก่อแก้ว&amp;quot; ซัด &amp;quot;ตุ๊ดตู่&amp;quot; ควรหาเสียงอย่างสร้างสรรค์ เปิดศึกทะเลาะกับ &amp;quot;คุณแดง&amp;quot; เพราะเป็นน้องสาวทักษิณ ภรรยาสมชาย พี่ยิ่งลักษณ์ ที่พวกเราเคารพอย่างยิ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ทวีตข้อความ &amp;ldquo;ช่วงนี้ได้ข่าวมีหลายคนที่เดินออกจากพรรคเพื่อไทย หลายคนออกมาโจมตีบ้านเดิมของตัวเอง ผมในฐานะคนที่รักพรรคนี้ ซึ่งเป็นพรรคที่ได้วางรากฐานมาตั้งแต่ครั้งเป็นไทยรักไทยมาจากอุดมการณ์อันแน่วแน่ที่ต้องการเห็นประเทศพัฒนาไปข้างหน้า ภายใต้ระบอบประชาธิปไตยที่แข็งแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เราจึงได้รวบรวมคนที่มีแนวคิดและอุดมการณ์เดียวกันกับเราจนมาเป็นพรรคการเมืองใหญ่ ที่ผ่านมา เพื่อรักษาอุดมการณ์นั้น ผมได้ต่อสู้ และสูญเสียอะไรไปมาก ทั้งการไม่ได้อยู่ในแผ่นดินเกิด ไม่ได้อยู่กับครอบครัว และคนที่ผมรัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมทำเต็มที่มาตลอด เพื่อเดินบนเส้นทางแห่งอุดมการณ์ที่ผมได้ให้สัญญาไว้กับพี่น้องประชาชน และคนที่ฝากความหวังไว้ ดังนั้น ผมไม่เสียใจที่วันนี้จะมีคนเดินจากไปเพื่อไปมีเส้นทางใหม่ เพราะผมคงไปบังคับหัวใจใครให้อยู่กับพรรคตลอดไปไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมจึงขอขอบคุณคนที่ยังอยู่กับพรรคเพื่อไทย พรรคที่ผมเคยวางรากฐานไว้ ผมเชื่อว่า อุดมการณ์ที่มั่นคงของพรรคจะนำพาพรรคไปสู่ความสำเร็จได้อย่างที่เคยทำสำเร็จมาแล้วในอดีต และจะยังสามารถเป็นที่พึ่งที่หวังให้ประชาชนได้อย่างที่เคยเป็นมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายก่อแก้ว พิกุลทอง แกนนำ นปช. กล่าวถึงกรณีการลงพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ของนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. ช่วยนายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ หาเสียงนายก อบจ. และกล่าวพาดพิง นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ และมวลชนในพื้นที่ว่า เข้าใจเหตุผลที่นายจตุพรไปหาเสียงช่วยนายบุญเลิศ เพราะมีความผูกพันกัน นายจตุพรไม่ควรโจมตีพรรคเพื่อไทย เพราะตนและนายจตุพรต่างเป็นอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย ถือว่ามีผูกพันกับพรรคและครอบครัวชินวัตรมายาวนาน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า การหาเสียงควรหาเสียงกันอย่างสร้างสรรค์ เน้นนโยบายที่จะแก้ปัญหาและพัฒนาจังหวัดเชียงใหม่ให้ดียิ่งๆ ขึ้นอย่างไร สิ่งที่มวลชนตั้งคำถามเรื่องการไปช่วยนายบุญเลิศ นายจตุพรควรจะชี้แจงด้วยเหตุผล ซึ่งส่วนตัวเชื่อว่าอธิบายได้ ไม่ควรไปตอบโต้ฟาดงวงฟาดงากับมวลชน โดยเฉพาะการขู่ว่าจะฟ้อง ยิ่งไม่ควร การเป็นประธาน นปช. ต้องทำให้มวลชนและสังคมยอมรับ ทุกอย่างที่มวลชนสงสัย ต้องสามารถอธิบายและชี้แจงให้เข้าใจได้หมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายก่อแก้วกล่าวว่า จ.เชียงใหม่ถือเป็นบ้านเกิดของครอบครัวชินวัตร การที่ครอบครัวชินวัตร เลือกที่จะสนับสนุนใคร เชื่อว่าก็เพราะมั่นใจว่าจะทำงานด้วยกันได้ และจะทำตามนโยบายที่แนะนำไว้ จึงต้องเคารพการตัดสินใจลงสมัครนายก อบจ.ของนายบุญเลิศ อดีตแชมป์เก่า ทางสมาชิกพรรคเพื่อไทยก็ต้องเคารพและแข่งขันหาเสียงกันไปให้ชาวเชียงใหม่ตัดสินใจ ตามระบอบประชาธิปไตย ว่าใครจะสามารถพัฒนา จ.เชียงใหม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การเปิดศึกทะเลาะกับคุณแดง ซึ่งเป็นน้องสาวนายกฯ ทักษิณ เป็นภรรยานายกฯ สมชาย และเป็นพี่สาวนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ล้วนแต่บุคคลที่พวกเราให้ความเคารพอย่างยิ่งและทำงานร่วมกันมายาวนาน จะไม่เป็นผลดีต่อการทำงานของ นปช.ตราบที่คุณจตุพรยังนั่งในตำแหน่งประธาน นปช. ต้องนึกถึงผลกระทบที่ตามมาด้วย ในฐานะมิตร จึงขอร้องคุณจตุพรและพรรคเพื่อไทย ยุติการตอบโต้กันไปมา ให้จบกันเพียงเท่านี้ ที่ออกหมัดกันไปแล้ว ก็ให้เจ๊ากันไป ต่อจากนี้ไป ไม่ว่าเวทีไหน หาเสียงกันแบบฉันมิตรและสร้างสรรค์เพื่อประชาชนในจังหวัดนั้นๆ&amp;quot; นายก่อแก้วกล่าว
ข้องใจ&amp;quot;จตุพร&amp;quot;เชียร์พปชร.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย และแกนนำ นปช. ให้สัมภาษณ์ว่า ในการเลือกตั้งที่ผ่านมา เราจะเห็นคนที่ออกจากพรรคเพื่อไทยไปเยอะ ไม่ว่าจะเป็นคนที่โดนคดี หรือออกไปเพื่อตั้งพรรคการเมืองเอง มีอยู่หลายพรรค จากจำนวนส.ส.ที่ได้มา พรรคพลังประชารัฐได้บัญชีรายชื่อเยอะ เขตได้น้อยมาก รัฐธรรมนูญกำหนดอย่างนี้ทำให้คนย้ายออกจากพรรคเพื่อไทยไปเยอะ เรื่องการเลือกตั้งเชียงใหม่ เกี่ยวเนื่องกับการเลือกตั้งที่ผ่านมา ที่เชียงใหม่ภาพที่ออกมาว่าใครไปช่วยใครมันเห็นชัด วันนั้นเราจะเห็นว่าคนที่เคยอยู่ในพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าจะลงเลือกตั้งท้องถิ่นหรือระดับชาติ ก็ไปร่วมช่วยเหลือพรรคที่ตรงข้ามกับพรรคเพื่อไทยหลายคนด้วยกัน ภาพที่ออกมาเห็นชัด ความรู้สึกของประชาชนที่เห็นถามทำไมคนนั้นไปช่วยพลังประชารัฐ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า พรรคเพื่อไทยมีมติให้นายพิชัย เบอร์ 1 เป็นผู้สมัครของพรรค มีการคัดเลือกยึดหลัก เป็นคนที่ยึดหลักไม่เปลี่ยนแปลง ไม่ไปร่วมมือกับพรรคพลังประชารัฐ พรรคการเมืองที่ตรงกันข้ามกับประชาธิปไตย สืบทอดอำนาจ เราเห็นชัดเจนกันอยู่ แล้วนายกท้องถิ่นไหนไปช่วยพรรคพลังประชารัฐ เราเห็นว่าเชียงใหม่ คนที่เคยสมัคร เคยได้ตำแหน่งจากการลงสมัครในนามพรรคเพื่อไทย รูปออกไปทั่ว ความรู้สึกประชาชนและพรรคเพื่อไทยก็เห็นอย่างนั้น และไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย ฉะนั้นพรรคเพื่อไทยก็เลือกคนที่มีอุดมการณ์ประชาธิปไตย ยึดมั่นอยู่กับพรรคเพื่อไทยตลอดเวลาไม่ยอมเปลี่ยนแปลง นายพิชัยก็อยู่มาตั้งแต่พรรคไทยรักไทย พลังประชาชน ถึงเพื่อไทยไม่เปลี่ยนแปลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวรชัยกล่าวว่า ส.ว.ก๊องยังเป็นทนายให้พี่น้องพวกเราที่ถูกดำเนินคดีหลายคน เป็นทนายคนจนดูแลช่วยเหลือคดีต่างๆ อย่างตนถูกดำเนินคดี ติดคุก ก็ยังไม่ไปไหนเลย ก่อนเลือกตั้งที่ผ่านมาก็มีการเจรจาซื้อตัวคนของพรรคเพื่อไทยหรือพรรคอื่น 30-40 ล้าน แต่คนที่ไม่ยอมไปร่วมก็ติดคุก อย่างตนก็ติดคุกมาแล้ว ถือว่าการต่อสู้ต้องยึดหลัก ไม่ทรยศขายศักดิ์ศรีของตัวเอง ไม่ยอมขายอุดมการณ์ พรรคเพื่อไทยก็เลือกอุดมการณ์ คนที่ยึดมั่นต่อพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงเหตุที่นายบุญเลิศไม่เป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย นายวรชัยชี้แจงว่า นายบุญเลิศออกจากพรรคไปนานแล้ว ไม่ทราบว่าสาเหตุอะไร แต่ตอนเลือกตั้งที่ผ่านมา ภาพอย่างที่คนเห็นว่าเกิดอะไรขึ้น คนก็เห็นภาพเป็นอย่างนั้น ในการพิจารณามีองค์ประกอบส่วนนี้ด้วย การช่วยเหลือพรรคที่ตรงกันข้ามต่อท่ออำนาจ บางทีไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ แต่ไปช่วยเหลือเกื้อกูลให้การสนับสนุนพรรคพลังประชารัฐ อย่างเที่ยวที่แล้วพรรคพลังประชารัฐได้รับการสนับสนุนจากนักการเมืองท้องถิ่นที่ จ.เชียงใหม่ ได้เสียงถึง 2 แสน ได้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ 4 คน ใครเป็นผู้สนับสนุนตามภาพที่เห็น ตนไม่อาจฟันธง แต่ภาพที่เห็นมันฟ้องเด่นชัด จนพี่น้องเสื้อแดงออกมาพูดแถลงข่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สำหรับคุณจตุพรไปช่วยเหลือคุณบุญเลิศ ก็เป็นเรื่องส่วนตัวของคุณจตุพรกับบุญเลิศ เรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนตัวกัน แต่ว่าพรรคเพื่อไทยเขาสนับสนุนใครต้องดูจุดยืน ยึดมั่นในจุดยืนอุดมการณ์ประชาธิปไตยหรือไม่ ถ้ามีอุดมการณ์นี้ยังอยู่กับพรรค ไม่ไปไหน ไม่ทอดทิ้งพรรคเวลาพรรคถูกกระทำ พวกเราถูกกระทำด้วยความยากลำบากมา ยุบพรรคมาหลายรอบหลายครั้ง ติดคุกกันมาหลายคน เพราะฉะนั้นเราก็ยืนอยู่จุดนี้ ผมก็ไม่ไปไหน แล้ว ส.ว.ก๊องอยู่กับพรรคมาตลอดเวลา ไม่เคยย้ายข้างย้ายพรรค แล้วก็ไม่เคยไปสนับสนุนฝ่ายเผด็จการที่ต่อท่ออำนาจจนมาถึงวันนี้&amp;quot; นายวรชัย กล่าว
ยืนยัน ส.ว.ก๊องไม่ผิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีที่นายจตุพรยกความเกี่ยวข้องกับคดีบอส วรยุทธ มาโจมตีด้วย นายวรชัยกล่าวว่า คดีบอสเกิดขึ้นเมื่อปี 2555 มาพูดถึง ส.ว.ก๊อง ปี 2563 เพราะนายจารุชาติ มาดทอง (พยาน) มาสมัครทำงานกับ ส.ว.ก๊องเมื่อปีสองปีที่ผ่านมานี้เอง รับนายจารุชาติมาทำงานขับรถรับ-ส่งนักฟุตบอล เผอิญเหตุการณ์อัยการสั่งไม่ฟ้องบอส ประจวบกับเหตุนายจารุชาติขับรถชนตาย มีการพิสูจน์ของตำรวจหลายคนสอบสวนผ่าศพ ศพนายจารุชาติไม่ได้เผาต้องเอามาผ่าอีก เพื่อที่จะเอาความผิดให้ ส.ว.ก๊องให้ได้ เพราะอยู่เพื่อไทยจะสมัครนายก อบจ. ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ไม่ให้เผา ต้องเอามาผ่าพิสูจน์ที่ รพ.เชียงใหม่ ผ่าแล้วยังยืนยันชัดเจนเป็นเรื่องอุบัติเหตุ ตำรวจทำคดีตามความเป็นจริง เรื่องนี้ถ้า ส.ว.ก๊องผิด ทำไมไม่ถูกแจ้งข้อหา เขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง นี่คือความอยุติธรรม เขาไม่ได้ทำผิดในประเด็นนี้ เป็นการเชื่อมโยงใส่ร้ายป้ายสี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงความเกี่ยวข้องของ ส.ว.ก๊อง ในสำนวนตามการตรวจสอบของคณะกรรมการตรวจสอบคดีบอสชุดนายวิชา มหาคุณ เป็นประธาน นายวรชัยกล่าวว่า นายวิชาพาดพิงถึงหรือเปล่าว่าต้องมีการสอบสวน ส.ว.ก๊อง ไม่เคยมีการเรียกไปสอบสวนเลย ถ้านายวิชาพาดพิงถึงใคร เห็นใครน่าสงสัยเขาจะสอบทันที แต่ ส.ว.ก๊องไม่เคยถูกเรียกไปสอบแม้แต่ครั้งเดียว เพราะฉะนั้นจะอ้างนายวิชาไม่ได้ สำนวนอาจจะพาดพิงเป็นนายจ้างของนายจารุชาติแค่นี้ แล้วเอาไปพูดขยายใหญ่โต ก่อนหน้าสมัครนายก อบจ.ทำไมไม่พูดแต่แรก ทำไมเอามาพูดตอนนี้ นี่คือการใส่ร้ายป้ายสีที่สกปรกที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมไม่มีอะไรส่วนตัวกับคุณจตุพร ผมยังยืนเคียงข้างพี่น้องประชาชนที่ออกมาต่อสู้ ยังยึดมั่นในหลักประชาธิปไตย ไม่มีวันทรยศต่ออุดมการณ์และตัวเอง แต่สำหรับเพื่อนร่วมอุดมการณ์ที่เคยต่อสู้มาด้วยกัน ใครจะเป็นอย่างไรก็เป็นเรื่องของคนคนนั้น ประชาชนเป็นคนตัดสินว่าใครยึดมั่นในหลัก ใครไม่ทรยศ ประชาชนตัดสินเอง ผมจะไม่ฟันธงชี้ใครทั้งนั้น&amp;quot; นายวรชัยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่จังหวัดมุกดาหาร นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ร่วมรณรงค์หาเสียงให้กับนายสุพจน์ สุอริยพงศ์ ผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) มุกดาหาร เบอร์ 1 ได้ปราศรัยว่า จากพรรคอนาคตใหม่ที่ถูกยุบไปจนมาถึงคณะก้าวหน้า เราเกิดขึ้นมาเพื่อหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจของ คสช.และประยุทธ์ จันทร์โอชา แม้พวกตนจะถูกตัดสิทธิ์ แต่ก็ไม่ยอมอยู่เฉย ยังคงทำงานสืบสานแนวคิดของพรรคอนาคตใหม่อยู่ หนึ่งในนั้นคือการผลักดันการกระจายอำนาจ ส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งท้องถิ่นเพื่อเปลี่ยนการเมืองท้องถิ่นจากระบบอุปถัมภ์ การเมืองของบ้านใหญ่ การซื้อเสียงทุจริต ให้เป็นการเมืองของประชาชน นั่นจึงทำให้เราตกเป็นเป้าของการเมืองเก่าทุกฝ่าย แม้กระทั่งพวกที่อ้างว่าตัวเองเป็นฝ่ายประชาธิปไตย ทั้งนี้ สิ่งที่พวกเราต้องคิดกันคือการที่คนในบ้านเดียวกันเป็น ส.ส. อีกคนหนึ่งเป็นนายก อบจ. อีกคนเป็นนายกเทศมนตรี ฯลฯ เหมากวาดทุกตำแหน่งในจังหวัดหมด แบบนี้เราเรียกว่าผูกขาดการเมืองหรือไม่ การที่ตระกูลหนึ่งหรือบ้านหนึ่งสามารถยึดได้ทั้งจังหวัดทุกตำแหน่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตรกล่าวว่า อบจ.มุกดาหาร ไม่ใช่สมบัติของตระกูลใดตระกูลหนึ่ง ที่พอได้เป็นนายก อบจ.แล้วเอาตำแหน่งมาเกลี่ยให้คนในครอบครัวผลัดสลับกันไป ได้เวลาหยุดการเมืองแบบเก่าที่ผูกขาดอยู่กับตระกูลๆ เดียวแบบนี้ รวมทั้งการเมืองเก่าประเภทที่ว่าเวลาอยู่ในการเมืองระดับชาติก็เป็นฝ่ายประชาธิปไตย ฟาดฟันกับฝ่ายเผด็จการ แต่พอถึงเวลาการเมืองท้องถิ่น ก็ไปจูบปากจับมือกับพรรคพวกของฝ่ายเผด็จการ สนับสนุนผู้สมัครของพรรคพวก คสช.ที่หนุนการสืบทอดอำนาจด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากว่าวันนี้พี่น้องหลายคนที่มีจิตใจรักประชาธิปไตย ต่อต้านการสืบทอดอำนาจของ คสช. แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เยาวชนที่ชุมนุมอยู่ที่กรุงเทพฯ ทำอย่างไรประยุทธ์ก็ไม่ออกเสียที อยากช่วยแต่ต้องทำมาหากิน ไม่สามารถเสียค่ารถไปได้ มีวิธีง่ายๆ ที่เราสามารถใช้ในการแสดงออกได้ทุกคน นั่นคือ 20 ธันวาคมนี้ เข้าคูหากาเลือกผู้สมัครของคณะก้าวหน้าให้เป็นนายก อบจ. เพราะนี่คือคนที่คณะก้าวหน้า ซึ่งมีจุดยืนตรงข้ามกับ คสช.และประยุทธ์อย่างชัดเจน ถ้าพี่น้องร่วมกันกาให้มากๆ จนถล่มทลาย นั่นก็คือการส่งสัญญาณไปดังๆ แล้วว่าเราไม่เอาประยุทธ์ จันทร์โอชา&amp;quot; เลขาธิการคณะก้าวหน้ากล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86698</URL_LINK>
                <HASHTAG>สนามเลือกตั้ง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อบจ.เชียงใหม่, เลือก อบจ., เลือกตั้ง, เลือกตั้งท้องถิ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200730/image_big_5f22cba645ac3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86289</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/12/2020 15:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/12/2020 15:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เชียงใหม่ระอุ! เพื่อไทยลุยหาเสียงเลือกตั้ง &#039;นายกอบจ.&#039; อัดคนเคยรักแปรพักตร์ใส่ร้ายป้ายสี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ธ.ค.63 - พรรคเพื่อไทย นำโดย นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรค นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย นายวรชัย เหมะ อดีตส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทยและแกนนำคนเสื้อแดง นายพิพัฒน์ชัย ไพบูลย์ สมาชิกพรรคเพื่อไทยและนางเยาวเรศ ชินวัตร ลงพื้นที่ปราศรัยหาเสียงช่วยนายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร ผู้สมัครนายกอบจ.เชียงใหม่ ที่สนามกีฬาเทศบาลต.ดอยสะเก็ด อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ มีพี่น้องชาวดอยสะเก็ดและอำเภอใกล้เคียงร่วมฟังปราศรัยจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวรชัย ปราศรัยว่า ในขณะนี้บรรยากาศการหาเสียงนายกอบจ.เชียงใหม่ มีความเข้มข้นมาก มีคู่แข่งพยายามใส่ร้ายป้ายสีพรรคเพื่อไทย พยายามทำให้ประชาชนเข้าใจผิดไปว่าตัวเองคือตัวแทนของพรรคเพื่อไทย ที่เจ็บกว่านั้นคือคนเคยรักแปรพักตร์มาใส่ร้ายป้ายสีเรา ที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทย ไม่เคยตอบโต้ เพราะยืนยันเสมอว่า จะหาเสียงด้วยความสร้างสรรค์ นำเสนอนโยบายมากกว่าการโจมตีใส่ร้าย เพราะพี่น้องประชาชนกำลังลำบากจากปัญหาเศรษฐกิจ และปัญหาโรคระบาดโควิด-19 อยากขอความยุติธรรมจากชาวเชียงใหม่ให้พรรคเพื่อไทย เลือกนายพิชัย เพื่อตบหน้าเผด็จการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร ผู้สมัครนายกอบจ.เชียงใหม่ กล่าวว่า ไม่กังวลใจที่ถูกโจมตีทางการเมือง ไม่ขอตอบโต้ ขอเดินหน้าตั้งใจทำงานเพราะอยากให้พี่น้องชาวเชียงใหม่ มีชีวิตที่ดีขึ้นพยายามหานโยบายที่จะทำให้ประชาชนได้อยู่ดีกินดี ด้วยนโยบายใกล้บ้าน ของพรรคเพื่อไทย เอาประสบการณ์ทีมงานระดับชาติมาแก้ไขปัญหาท้องถิ่น เพื่อสร้างโอกาส สร้างงาน สร้างรายได้ และสร้างอนาคตเพื่อชาวเชียงใหม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;


	เพื่อไทยระส่ำ! &amp;#39;วัฒนา&amp;#39; แย้มจะมีอีกหลายคนลาออก
	&amp;#39;3 ส.ว.&amp;#39; ยกเหตุผล 5 ข้อตอกกลับ &amp;#39;แทมมี่ ดักเวิร์ธ&amp;#39;&amp;nbsp;
	&amp;#39;ธนาธร&amp;#39; รับทราบข้อหาฝ่าฝืน พรก.ฉุกเฉิน
	&amp;#39;มายด์ ภัสราวลี&amp;#39; พร้อมพวก 9 คน มอบตัว
	4 แกนนำม็อบเข้ารับทราบข้อหา ม.112
	&amp;#39;คอมมิวนิสต์&amp;#39; เคลื่อนไหวแล้ว! โจมตีพระราชวัง อ้างแรงงานสร้างชาติ
	&amp;#39;คอมมิวนิสต์&amp;#39; ชัดๆ แนวร่วมม็อบ 3 นิ้วผวาหนัก จี้เลิกใช้สัญลักษณ์ &amp;#39;ค้อนเคียว&amp;#39;

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86289</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกอบจ.เชียงใหม่, พรรคเพื่อไทย, พิชัย เลิศพงศ์อดิศร, อบจ.เชียงใหม่, เลือกตั้งท้องถิ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201208/image_big_5fcf371d3909e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85996</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/12/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตู่ทิ้งบอมบ์ชิงเก้าอี้อบจ. พระปกเกล้าชี้ฟัดเดือด!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถาบันพระปกเกล้าชี้เลือกตั้ง อบจ. 20 ธ.ค.น่าสนใจ เป็นการวัดพลังอำนาจ &amp;ldquo;เก่า-ใหม่&amp;rdquo; ชิงเก้าอี้ &amp;ldquo;อบจ.เชียงใหม่&amp;rdquo; ระอุ &amp;ldquo;สุนัย&amp;rdquo; ประกาศตุ๊ดตู่เป็นศัตรู 100% ให้ดูท่าทีที่เปลี่ยนไป &amp;ldquo;จตุพร&amp;rdquo; ซัดกลับเตรียมฟ้องทุกคนที่กล่าวหาฝักใฝ่เผด็จการ ทิ้งบอมบ์ลูกใหญ่มีคนชิงตำแหน่งพัวพันคดีบอส
เมื่อวันศุกร์ที่ 4 ธ.ค. สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หลักสูตรพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง พตส.?11 ได้จัดเสวนาเรื่อง &amp;ldquo;พรรคการเมืองกับการเลือกตั้งท้องถิ่น&amp;rdquo; โดยนายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ระบุว่า พรรคการเมืองไม่ควรไปยุ่งกับการเลือกตั้งท้องถิ่น เพราะเห็นว่าจะเป็นการทำลายตัวเอง คือการที่คนทั้งจังหวัดเลือกพรรคแล้วจะให้ไปเลือกเขตในจังหวัด จะทำให้เกิดความขัดแย้ง แตกแยกกันเอง&amp;nbsp; ทำให้พรรคเล็กลง แต่เห็นด้วยกับการที่พรรคการเมืองจะเริ่มจากการเมืองท้องถิ่นมาเป็นระดับชาติ และไม่ได้กลัวว่าหากไปทำผิดในการเมืองระดับท้องถิ่นแล้วจะส่งผลกระทบต่อพรรค หรือทำให้ถูกยุบพรรค เพราะเรื่องนี้เป็นกฎหมายคนละฉบับกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
นายสติธร ธนานิธิโชติ นักวิชาการสถาบันพระปกเกล้า กล่าวว่า พรรคการเมืองควรส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งท้องถิ่นหรือไม่ ต้องดูว่าพรรคมีที่มาอย่างไร ถ้าเป็นพรรคที่ต้องการเป็นพรรคระดับชาติอาจต้องคิดถึงเรื่องการสมัครท้องถิ่น ส่วนพรรคเกิดขึ้นมาเพื่อประเด็นใดประเด็นหนึ่ง หรือกลุ่มผลประโยชน์ ก็ไม่จำเป็นที่จะไปครอบพื้นที่ในระดับท้องถิ่น สำหรับพรรคท้องถิ่นก็จะเป็นพรรคเฉพาะพื้นที่ที่อยากเป็นผู้บริหารเฉพาะในพื้นที่ เมื่อถามว่าพรรคการเมืองควรเล่นพรรคเมืองระดับไหน ขึ้นอยู่กับว่าคุ้มหรือไม่ในการลงทุนของพรรคและต้นทุนทางการเมือง ที่พรรคจะต้องตัดสินใจเลือกระหว่างอำนาจกับความนิยม ซึ่งบางส่วนที่ลงสมัครขณะนี้เป็นการจัดสรรของพรรค ผลประโยชน์ของท้องถิ่นผสมกับผลประโยชน์ระดับชาติ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
นายสติธรกล่าวว่า กล่าวถึงการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ที่จะมีขึ้นในวันที่ 20 ธ.ค.นี้มีความน่าสนใจ เนื่องจากเราไม่ได้เลือกตั้งท้องถิ่นมากว่า 8 ปีแล้ว ก็คาดหวังว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงในสนามเลือกตั้งท้องถิ่น เพราะมีพรรคการเมืองจำนวนหนึ่งส่งผู้สมัครลงเปิดเผยในนามพรรค รวมถึงคณะการเมืองกลุ่มหนึ่งที่หวังเปลี่ยนแปลงการเมืองในระดับท้องถิ่น จึงเป็นการประลองกันระหว่างกลุ่มอำนาจเก่ากับกลุ่มอำนาจใหม่ที่เข้ามาท้าทาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การเลือกตั้ง อบจ.ส่วนหนึ่งอาจไม่ใช่ในสนามที่คนชนะเลือกตั้งสามารถไปเปลี่ยนแปลงอะไรในจังหวัดได้มาก แต่ก็เป็นสัญลักษณ์ทางการเมือง อย่างน้อยๆ คือการชนะในจังหวัดจังหวัดหนึ่ง ถ้ามานับกันใน 76 จังหวัดแล้วแยกการเมืองระดับชาติลงไปจัดการ เช่น พรรคหรือกลุ่มที่สนับสนุนรัฐบาลชนะเท่าไร ฝ่ายค้านชนะเท่าไรก็มีนัยสำคัญทางการเมืองเหมือนกัน และการเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งนี้ไม่ใช่ผู้สมัครที่เป็นเจ้าของพื้นที่เดิมจะได้เปรียบ เหมือนเช่นอดีต เพราะครั้งนี้มีความท้าทายว่ากลุ่มที่เข้าไปแข่งขันมีความต้องการเปลี่ยนขั้วอำนาจในจังหวัด&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกันยังคงมีความต่อเนื่องจากการชิงเก้าอี้นายก อบจ.เชียงใหม่ โดยนายสุนัย จุลพงศธร อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย (พท.) ซึ่งลี้ภัยอยู่ที่ประเทศสหรัฐอมริกาพูดผ่านรายการชาแนล Sunai TV ตอบโต้นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ปมขัดแย้งกรณีนายจตุพรช่วยหาเสียงให้นายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ ผู้สมัครหมายเลข 2 ในนามกลุ่มเชียงใหม่คุณธรรม อดีตนายก อบจ.เชียงใหม่ 2 สมัยที่มีคะแนนนิยมนำนายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร หรือชื่อเดิมชูชัย หรือ ส.ว.ก๊อง ที่เปลี่ยนชื่อเล่นเป็น ก้อง ประธานสโมสรเชียงใหม่ ยูไนเต็ด และอดีต ส.ว.เชียงใหม่ ผู้สมัครของพรรคเพื่อไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายสุนัยกล่าวตอนหนึ่งว่า ที่นายจตุพรวิจารณ์โดยใช้ภาษาที่เรียกว่าเป็นศัตรู 100% ใช้คำดูถูกเหยียดหยาม ซึ่งนายจตุพรถนัดอยู่แล้ว เพราะใครก็รู้ว่า จ.เชียงใหม่คือฐานที่มั่นของพรรคเพื่อไทยและนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ นายจตุพรก็รู้จึงไปเจาะเพื่อให้พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ปักหลักผ่านนายบุญเลิศ ซึ่งเป็นผู้สมัครที่หัวใจไปอยู่กับ พปชร.แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นายจตุพรก็ไปเจาะตรงนั้น ให้การเมืองเขาก็รู้ว่าอะไรเป็นอะไร เรื่องของนายจตุพรผมไม่วิจารณ์ไม่ด่า ให้ประชาชนดูเอง คนก็รู้แล้วว่านายจตุพรเปลี่ยนไปเปลี่ยนแค่ไหน ท่านไปดูเอง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายจตุพรเฟซบุ๊กไลฟ์ในหัวข้อ ใครพูดเท็จขอให้มีอันเป็นไป โดยระบุว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา มีกระบวนการต่างๆ ในลักษณะพูด โพสต์ เขียน เพื่อใส่ความ แม้ว่าอยากจะดำเนินคดีกับเรื่องเหล่านี้ในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะการใส่ความที่ร้ายแรงที่สุดคือการกล่าวหาว่าไปอยู่กับเผด็จการนั้น เป็นเรื่องที่ใช้ไม่ได้มากที่สุด ดังนั้นบรรดาคนที่โพสต์เรื่องเหล่านี้ทั้งหลายขอให้หาความสำราญกันให้สบาย เพราะจะใช้สิทธิ์ทางกฎหมาย รวบรวมข้อมูลเพื่อดำเนินคดีโดยไม่ละเว้น
&amp;ldquo;ชีวิตก็เข้าคุกออกคุกขึ้นโรงขึ้นศาลกันสารพัด จนกระทั่งวันหนึ่งเมื่อมีความเชื่อทางการเมืองที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะเรื่องตัวบุคคลในการลงรับสมัครรับเลือกตั้ง อบจ.เชียงใหม่ ถึงขนาดกล่าวหายัดเยียด เลยเถิดว่าไปยืนเคียงข้างพรรค พปชร. ไปยืนเคียงข้างกับเผด็จการ โดยไม่ได้นึกถึงว่าตลอดเส้นทางที่ได้สู้กันด้วยความยากลำบากกันอย่างไร&amp;rdquo;
นายจตุพรกล่าวว่า อะไรที่ทนได้ก็จะสงบปากสงบคำ แต่หลายเรื่องราวก็ต้องยืนหยัดทำความจริงให้ปรากฏ ซึ่งความจริงที่ปรากฏนั้นเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจของประชาชน โดยเฉพาะเรื่องคดีบอส กระทิงแดง ซึ่งความจริงนั้นคณะกรรมการสอบสวนชุดของนายวิชา มหาคุณ ที่ทำรายงานถึงนายกฯ โดยไม่มีการเปิดเผยถึงตัวบุคคลอย่างชัดเจน และหากปล่อยปละละเลยกันไป จะสร้างความเสียหายในอนาคต เพราะบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องกับการทำลายกระบวนการยุติธรรมอย่างต่ำช้ามากที่สุดนั้นยังลอยนวลอยู่ในสังคม
&amp;ldquo;วันนี้ที่ผมบอกเรื่องนี้ เพราะว่าเรื่องนี้มันเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งนายก อบจ. คนที่มีมลทินมัวหมอง กระทำความผิดแล้วยังลอยหน้าลอยตาอยู่ในสังคม และคนในสังคมนี้ก็ยังไปยกย่อง ยังไปสนับสนุน หรือว่าพรรคการเมืองไปสนับสนุน ซึ่งคงไม่ต้องระบุว่าเป็นพรรคไหนที่เกี่ยวข้องกับความมัวหมองของการทำลายกระบวนการยุติธรรม&amp;rdquo;
นายจตุพรกล่าวอีกว่า สำหรับเรื่องบุคคลที่เกี่ยวข้องตามความหมายของคณะกรรมการการสอบสวนนั้น จะต้องปรากฏ จะต้องทันการณ์ เพราะวันหนึ่งหากประชาชนตัดสินใจไปเชื่อคนที่เกี่ยวข้องทำลายกระบวนการอันนี้ แล้วก็ยกย่องทั้งที่เป็นคนที่ใช้ไม่ได้ เป็นคนที่ต้องถูกดำเนินคดีดำเนินการ แต่ปล่อยลอยนวลโดยที่ประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยไม่ได้รู้ว่าคนคนนี้เกี่ยวข้องกับการทำลายกระบวนการยุติธรรมในคดีนี้อย่างไร อยากให้เสียงนี้ได้ยินไปยังนายวิชา มหาคุณ หลายเรื่องในชีวิตเรามีความเห็นต่างกันมากมาย แต่ผลสอบเรื่องนี้มันจะเป็นประโยชน์ของประเทศไทย อย่างน้อยที่สุดคำว่าคุกมีไว้ขังคนจนนั้นมันจะได้ถูกทำลายล้าง ด้วยพลานุภาพแห่งความจริง คนชั่วต้องไม่มีที่ยืน ดังนั้นที่หยิบยกเรื่องนี้มาพูดนั้น ใครก็รู้ว่าพูดหมายถึงอะไร แต่ต้องการทำให้ความยุติธรรมนั้นปรากฏ &amp;nbsp;
&amp;ldquo;ตลอดระยะเวลาความหาเศษหาเลยกันนั้น ที่พยายามปั่นกระแสสกปรกกันมา แต่ที่ยืนกันอยู่นั้น สะอาดสะอ้านกันดีแล้วหรืออย่างไร ดังนั้นการจะผลักไสหรือตราหน้าใครก็ตาม ชะโงกดูเงาตัวเองด้วยว่ามีความสะอาดพอกันหรือไม่ และหากสังคมนี้กำลังจะปั้นปีศาจชั่วร้าย ด้วยการฟอกให้ปีศาจกลายเป็นเทวดานั้น ในทางการเมืองเราไม่อาจที่จะยอมรับกันได้&amp;rdquo; นายจตุพรกล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85996</URL_LINK>
                <HASHTAG>สถาบันพระปกเกล้า, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อบจ.เชียงใหม่, เลือก อบจ., เลือกตั้ง, เลือกตั้งท้องถิ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201204/image_big_5fca47993c35a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29610</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/02/2019 10:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/02/2019 10:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรีสุวรรณ&#039; ฟ้องศาลปกครอง อบจ.เชียงใหม่ ตัดต้นยางนาอายุ 100 ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.พ.62 - นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน เปิดเผยว่า วันนี้สมาคมฯ ได้ยื่นคำฟ้องต่อศาลปกครองเชียงใหม่ เพื่อฟ้องนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp;และองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ฐานใช้อำนาจโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ในการสั่งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ไปทำการตัดฟัน ทำลายต้นยางนา 2 ต้นบริเวณที่แยกกองทราย ซึ่งมีอายุกว่า 100 ปี บริเวณถนนต้นยาง หรือถนนสายเชียงใหม่-ลำพูน จนมีสภาพเหลือแต่ตอโด่เด่เป็นที่อุจาดตาและครหาของผู้คนที่พบเห็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า ต้นยางนาดังกล่าวปลูกมาตั้งแต่ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ถือว่าเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญของจังหวัดเชียงใหม่ จนกระทั่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ออกประกาศให้ถนนสายดังกล่าวเป็น &amp;ldquo;พื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม&amp;rdquo; แล้วตั้งแต่ปี 2558 และกำหนดมาตรการคุ้มครองการห้ามตัด ห้ามทำลายต้นยางนาโดยเด็ดขาด หากฝ่าฝืนมีบทลงโทษตาม ม.100 แห่ง พ.ร.บ.สิ่งแวดล้อม 2535 มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยให้คณะกรรมการกํากับดูแลและติดตามผลการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมของจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นผู้ควบคุมดูแล แต่ทว่ากลับถูกหน่วยงานราชการต่างๆทำลาย โดยเฉพาะกรมทางหลวงได้ก่อสร้างถนนวงแหวนรอบนอกเมืองเชียงใหม่ โดยการเทคอนกรีตทับรากและโคนต้นจนทำให้ต้นยางนาขาดอากาศหายใจ เริ่มชะงักการเติบโต อ่อนแอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่กลับถือวิสาสะให้พนักงานเจ้าหน้าที่มาตัดฟัน ทำลายเหลือสภาพแค่ครึ่งต้น ทำให้ผู้พบเห็นรู้สึกสลดใจ และวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างรุนแรงต่อการกระทำเยี่ยงนั้นว่าเป็นการกระทำที่ลุแก่อำนาจ ไม่สนใจบริบททางประวัติศาสตร์ของต้นยาง และขัดต่อนโยบายของรัฐบาลที่ส่งเสริมการปลูกและดูแลต้นไม้ โดยเฉพาะในช่วงที่กำลังเกิดปัญหาฝุ่นพิษเกินมาตรฐานในจังหวัดเชียงใหม่ในขณะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นอกจากนั้นไม้ยางนา ถือว่าเป็นไม้หวงห้ามประเภท ก. เป็นไม้ต้องห้ามตาม ม.6, 7 ประกอบ ม.11 แห่ง พ.ร.บ.ป่าไม้ 2484 การตัดฟันหรือทำลายย่อมมีความผิดตาม ม.73 ผู้กระทำผิดต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปีถึง 20 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ และยังมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ม.360 ที่บัญญัติว่าผู้ใดทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่าหรือทำให้ไร้ประโยชน์ ซึ่งทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณะประโยชน์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับอีกด้วย ซึ่งกรณีที่เกิดขึ้นกับต้นยางประวัติศาสตร์ของเชียงใหม่ สมาคมฯไม่อาจยอมรับได้ต้องสู้คดีกันให้ถึงที่สุด และจะนำความไปร้องต่อ ป.ป.ช. เพื่อให้เอาผิดต่อผู้สั่งการในเรื่องดังกล่าวต่อไปด้วย&amp;quot; นายศรีสุวรรณ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29610</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตัดต้นยางนาร้อยปี, ต้นยางนาเชียงใหม่, ศรีสุวรรณ จรรยา, สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน, อบจ.เชียงใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190221/image_big_5c6e12b55d541.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
