<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>47683</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/10/2019 13:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/10/2019 13:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นวัตกรรมพลังงาน อบต.หนองตาแต้ม    คว้าที่ 1ด้านการเข้าถึงพลังงานสะอาดจาก&quot;ยูเอ็น&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แผงโซลาร์เซลล์ ศูนย์เรียนรู้พลังงานทดแทนพึ่งตนเองตำบลหนองตาแต้ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เมื่อช่วง 5-6 ปีก่อน เมื่อถึงวลาค่ำคืนทีไร 400 เรือนในพื้นที่บ้านวังวนชลประทาน หมู่ที่ 8 ต.หนองตาแต้ม อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่มีบ้านเรือนทั้งหมด 905ครัวเรือน กลับตกอยู่ในความมืด เพราะไม่มีไฟฟ้าใช้ &amp;nbsp;เนื่องจาก &amp;nbsp;ติดขัดข้อข้อกฏหมาย ไม่สามารถสร้างสายส่งเข้าไปในพื้นที่ ซึ่งเป็นพื้นที่ของราชพัสดุ &amp;nbsp;ที่ดูแลโดยศูนย์การทหารราบค่ายธนะรัชต์ ได้ั &amp;nbsp;จึงทำให้ประชาชนในพื้นที่เดือดร้อนมาอย่างยาวนานกว่า 60 ปี และเกิดการฟ้องร้องมาหลายต่อหลายครั้ง &amp;nbsp;
จนกระทั่งปี 2557 องค์การบริหารส่วนตำบลหนองตาแต้ม ได้ลงพื้นที่ชุมชน และหาทางออกด้วยการส่งเสริมให้ชาวบ้านใช้โซลาร์เซลล์ผลิตไฟฟ้าในครัวเรือน ทำให้ชาวบ้านมีไฟฟ้าใช้ และมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ผลงานดังกล่าววนี้ &amp;nbsp;ส่งผลให้ อบต.หนองตาแต้ม ได้รับรางวัลจากองค์การสหประชาชาติ จากการประกวด United Nations Public Service Awards 2019 (UNPSA) โดยได้รับรางวัลชนะเลิศในสาขา Developing effective and responsible public instructions ซึ่งเป็นรางวัลด้านการเข้าถึงพลังงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
การส่งเสริมใช้ไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ในครัวเรือน เป็นการบริหารจัดการพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ให้ครัวเรือนสามารถนำไปใช้ได้ 100 %ของพื้นที่ รวมทั้งสร้างศูนย์การเรียนรู้สำหรับชุมชน เพื่อฝึกอบรมประชาชนในพื้นที่ ให้เป็นช่างเทคนิคที่สามารถดูแลระบบต่อไปได้ อีกทั้งยังมีการสนับสนุนเงินทุนหมุนเวียนสำหรับการซื้ออุปกรณ์พลังงานแสงอาทิตย์ เป็นผลให้เกิดความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม จากการลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
สำหรับรางวัล UNPSA เป็นรางวัลที่มีทำขึ้นเพื่อส่งเสริมการใช้นวัตกรรม และการบริการภาครัฐที่ยอดเยี่ยมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน สอดคล้องกับหลักการการพัฒนาอย่างยั่งยืน หรือ &amp;nbsp;SDGs เป็นส่วนสำคัญของวาระการพัฒนาที่ยั่งยืนปี ค.ศ. 2030 (2030 Agenda) ซึ่งประเทศไทยได้รับรางวัลมาอย่างต่อเนื่องทุกปี นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 จนถึงปัจจุบัน รวม 14 ผลงานจาก 11 หน่วยงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศูนย์เรียนรู้พลังงานทดแทนพึ่งตนเองตำบลหนองตาแต้ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทั้งนี้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (สำนักงาน ก.พ.ร.) ได้พาคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ดูงานความสำเร็จของนวัตกรรมชุมชนไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบพึ่งพาตนเอง ในพื้นที่ดังกล่าว โดยนางอารีพันธ์ เจริญสุข รองเลขาธิการ ก.พ.ร. กล่าวว่า โครงการนี้ เป็นผลงานที่ตอบโจทย์ UN ที่อยากให้ประชากรมีพลังงานที่สะอาดใช้ โดยพื้นที่ของ ต.หนองตาแต้ม ในบ้านวังวนชลประทาน อยู่ในพื้นที่เขตไม่มีเอกสารสิทธิ์ทำให้ตลอดระยะเวลา 60 ปี ไม่มีไฟฟ้าใช้ สิ่งที่ อบต.ได้ดำเนินการคิด คือ ทำยังไงให้ประชาชนมีไฟฟ้าใช้ จึงมีการใช้โซลาร์เซลล์ ซึ่งไม่ใช่แค่มีเงินซื้อแล้วจะส่งเสริมชาวบ้านได้ แต่ชาวบ้านต้องรักษาได้ ใช้เป็น มีความเข้าใจว่าจะใช้อย่างไรให้ประหยัดและเพียงพอ &amp;nbsp; ดังนั้นเลยจัดตั้งเป็นศูนย์เรียนรู้ขึ้น เพื่อที่จะทำให้ประชาชนได้เรียนรู้และเข้าใจเกี่ยวกับโซลาร์เซลล์ จนครัวเรือนมีไฟฟ้าใช้ครบทุกครัวเรือน และสามารถดำเนินชีวิตได้ตามปกติ สะดวกสบายขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
รองเลขาก.พ.ร.กล่าวอีกว่า ก่อนหน้าที่จะได้รับรางวัลจาก UN อบต.หนองตาแต้มได้รับรางวัลชนะเลิศระดับประเทศก่อน โดยได้รับอันดับสาม รางวัลของคณะกรรมการกระจายอำนาจของสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี จากนั้นจึงได้รับการสนับสนุนส่งเข้าประกวดในเวทีโลก ซึ่งมีผลงานส่งเข้าประกวดมากกว่า 500 ผลงาน แต่มีประเทศที่ได้รับรางวัลเพียงแค่ 19 รางวัลเท่านั้น ก.พ.ร.เอง ก็มีหน้าที่ส่งเสริมหน่วยงานทุกหน่วยงานที่ได้รางวัลระดับประเทศ เพื่อไปสู่ระดับโลกต่อไป เราแบ่งงานกันระหว่างคณะกรรมการกระจายอำนาจ กับคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ เมื่อส่งเข้าไปแล้ว ยูเอ็นให้ความสนใจเรื่องของความยั่งยืน จึงส่งผลให้ได้รับรางวัลกลับมา นับเป็นความภาคภูมิใจสำหรับคนที่ทำงานในพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลังงานโซลาร์เซลล์ช่วยให้ชีวิตความเป็นอยู่ชาวบ้านดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ด้านนายเชิด ยอดแฉล้ม รองนายก อบต.หนองตาแต้ม กล่าวว่า หลายสิบปีที่ผ่านมา ชาวบ้านวังวนชลประทาน หมู่ที่ 8 เดือดร้อน ไม่มีไฟฟ้าใช้ ต้องใช้เทียนในเวลากลางคืน &amp;nbsp;อยู่อย่างยากลำบากและเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายในยามค่ำคืน บางครั้งเด็กๆ ทำการบ้านหรืออ่านหนังสือ ลมพัดมาเทียนก็ดับ บางครัวเรือนเมื่อก่อนบ้านของประชาชนมุงด้วยหญ้าคา เคยเกิดเหตุไฟไหม้ เพราะเทียนไขล้ม &amp;nbsp; บางครัวเรือนมีฐานะก็ใช้เครื่องปั่นไฟแทน &amp;nbsp;แต่ก็มีค่าใช้จ่ายน้ำมัน อย่างน้อยวันละ 40-60 บาท &amp;nbsp;นับว่าสิ้นเปลืองมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;เหตุที่ไฟฟ้าเข้าไม่ได้ ก็เนื่องด้วยพื้นที่ตรงนี้ เป็นพื้นที่ปลอดภัยทางทหาร &amp;nbsp;ปกครองดูแลโดยทหาร จึงเป็นเรื่องของข้อกฏหมายที่เราไม่สามารถจะก้าวล่วงตรงนั้นได้ &amp;nbsp;ชาวบ้านในหมู่บ้านมีการฟ้องร้องทหารว่า ทำไมถึงไม่สามารถที่จะขยายเขตไฟฟ้าเข้าได้ &amp;nbsp; &amp;nbsp;ฟ้องร้องถึงศาลชั้นต้นก็มีการตัดสินให้ทางประชาชนชนะ เรื่องของสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่ประชาชนพึงจะได้รับ &amp;nbsp;แต่พอถึงศาลอุทธรณ์ประชาชนกลับแพ้ เนื่องด้วยเอกสารหลักฐานต่างๆ เกี่ยวกับที่ดิน เราจึงอยากให้ประชาชนของเราคลายความกังวลเรื่องสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน โดยเฉพาะในเรื่องของไฟฟ้า ก็ได้รวบรวมความคิด สุดท้ายก็มีทางออกว่า สิ่งที่เราจะต้องทำ และไม่มีทางเลือกอย่างอื่นก็ต้องใช้ระบบโซลาร์เซลล์ การผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งเป็นพลังงานสะอาด ฉะนั้นในเรื่องเป้าประสงค์ของเราไม่ได้มุ่งหวังเรื่องรางวัลเลย แต่ที่ได้มาคงเป็นเพราะน้ำพักน้ำแรงของเจ้าหน้าที่ &amp;quot;นายเชิดกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเชิด ยอดแฉล้ม รองนายก อบต.หนองตาแต้ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
รองนายก อบต.หนองตาแต้ม กล่าวต่อว่า กว่าจะมีไฟฟ้าครบไม่ใช่เรื่องง่าย &amp;nbsp;โดยช่วงทางเข้าหมู่บ้าน และปลายหมู่บ้านจะมีไฟฟ้าใช้ปกติ แต่กลางหมู่บ้านนั้นจะไม่มี หลังจากลงพื้นที่ชุมชนเมื่อปี 2557 สำรวจข้อมูล พบว่า ประชาชนได้รับการสนับสนุนระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ระบบโซล่าเซลล์ จากรัฐบาลในขณะนั้นเพื่อผลิตไฟฟ้าใช้ในครัวเรือน ซึ่งระบบประกอบด้วยแผงโซล่าเซลล์ขนาด 120 วัตต์ เครื่องแปลงกระแสไฟฟ้า ที่ชาวบ้านเรียกสั้นๆ ว่าหม้อแปลงไฟ แบตเตอรี่จำนวน 1 ลูก ไว้ก็บไฟ &amp;nbsp;แต่มีเพียงประชาชนบางส่วนเท่านั้นที่ได้รับการสนับสนุน ปัญหาที่พบคือชาวบ้านที่ได้แผงโซลาร์เซลล์ไปใช้ ขาดความรู้เกี่ยว ใช้ไม่เป็น ผลิตไฟฟ้าไม่ได้ ดูแลรักษาระบบไม่ถูกวิธี ทำให้กลับสู่การขาดแคลนไฟฟ้าเหมือนเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;หรือบางคน ก็ใช้ไม่เป็น เอาไปตากปลาบ้าง ตากผ้าบ้าง หรือกองแผงโซล่าเซลล์ไว้ข้างบ้านไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไร ส่วนคนที่พอมีความรู้เกี่ยวกับการใช้ระบบ ก็ประสบปัญหาเครื่องแปลงกระแสไฟฟ้าแบตเตอรี่ และแผงโซล่าฯ เกิดความเสียหาย เนื่องจาก ใช้มาเป็นเวลากว่า 10 ปี &amp;nbsp;ก็ไปจ้างช่างภายนอกหมู่บ้านมาซ่อมให้ ก็เสียค่าใช้จ่ายไป 500-1,200 บาท แล้วแต่กรณี &amp;nbsp;ซึ่งพอได้ข้อมูลแล้ว เราก็ไปปรึกษากัน ได้ไปดูงานที่ศูนย์เรียนรู้เครือข่ายรวมใจตามรอยพ่อ ตำบลป่าเด็ง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ซึ่งมีสภาพพื้นที่เหมือนกับบ้านวังวนชลประทาน มีการใช้เทคโนโลยีพลังงานทดแทนเกี่ยวกับพลังงานแสงอาทิตย์ และบ่อแก๊สชีวภาพ จึงพากันศึกษาการต่อระบบโซล่าเซลล์ทั้งระบบแบตเตอรี่และระบบไฟบ้าน เพื่อนำมาใช้&amp;quot;รองนายก อบต.หนองตาแต้มกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ส่วนนายธีระวัฒน์ วงพล หัวหน้าฝ่ายนโยบายและแผน หัวหน้าทีมงาน กล่าวว่า พอหลังจากศึกษาดูงานเสร็จก็เกิดการชวนให้ประชาชนเข้าร่วมจัดตั้งศูนย์เรียนรู้พลังงานทดแทนในตำบล แต่ตอนแรกประชาชนยังไม่ให้ความเชื่อมั่น จึงดำเนินการไม่สำเร็จ จนปี 2559 จึงดำเนินการส่งเสริมให้ความรู้ประชาชนอีกครั้ง ตอนแรกชาวบ้านยังไม่เข้าใจ วิทยากรที่มาสอนจะสอนสูตรคำนวณ ทางเราก็พยายามถอดออกมาให้คุยกับชาวบ้านได้ง่ายๆ ก็ให้ความรู้พร้อมๆ กับการติดตั้งใช้โซลาร์เซลล์มีการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ 2 ระบบ คือ ระบบ แผงโซล่าเซลล์เชื่อมต่อกับโซล่าคอนโทรลเลอร์ เชื่อมต่อกับแบตเตอรี่ ใช้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าระบบ กระแสตรงและระบบแผงโซล่าเซลล์เชื่อมต่อกับโซล่า คอนโทรลเลอร์ เชื่อมแบตเตอรี่ เชื่อมอินเวอเตอร์ ใช้กับอุปกรณ์ไฟฟ้า กระแสสลับ การทำงานของโซลาร์เซลล์ชาวบ้านมี 120 วัตต์ ซึ่งประมาณ 5 ชม.ผลิตจะผลิตพลังงานได้ประมาณ 600 วัตต์ลงมาสู่แบตเตอรี โดยแบตเตอรรีถ้าเรามี 100 แอมป์ จะได้ไฟฟ้าใช้ 1200 วัตต์ ในจำนวนนี้ชาวบ้านต้องใช้สูงสุดไม่เกิน 50% ที่เหลือก็เผื่อวันไหนไม่มีแดด มีแต่ฝน ต้องสำรองเอาไว้ด้วย เพราะฉะนั้นเขาจะได้ใช้จริงๆ ก็ประมาณ 480 วัตต์ คือใช้หลอดไฟหลอดละ 5 วัตต์ 3 หลอด ทีวีประมาณ 40 วัตต์ 1 เครื่อง และอย่างน้อยดูได้ 3 ชม. พัดลมใช้ได้ประมาณ 8 ชม. ที่เหลืออีก 60-70% ต้องเก็บไว้ เพื่อถนอมแบต ไม่ควรใชหมดภายในวันเดียวจะมีกล่องสำหรับเตือนการใช้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;ชาวบ้านต้องต้านความอยากใช้ของ ตนเองด้วย ปัญหาคือใครที่มีกำลังทรัพย์หน่อย มีบ้างที่พอมีไฟฟ้าใช้แล้วอยากจะขยับขยาย ซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้ามาอีก กำลังไฟฟ้าที่ผลิตได้ก็ไม่พอ ถ้าต้องซื้ออุปกร์ขยายการจ่ายไฟฟ้า มันก็แพงมาก สมมติโซลาร์เซลล์ 120 วัตต์ที่มีอยู่ปัจจุบัน ก็ประมาณ 1,800 บาท รวมทั้งชุดอุปกรณ์ก็น่าจะหลักพันปลายๆ เกือบหมื่น ก็ต้องสร้างความเข้าใจกับชาวบ้านผ่านศูนย์เรียนรู้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ด้านนายชุมพล เหมือนอ่วม ผู้ดูแลศูนย์เรียนรู้พลังงานทดแทนตำบลหนองตาแต้ม ในฐานะชาวบ้าน กล่าวว่า ตั้งแต่มีการใช้ระบบโซลาร์เซลล์ นอกจากชาวบ้านจะได้ใช้ไฟแล้ว ส่วนหนึ่งก็ได้รู้วิธีการใช้งาน และรู้จักการซ่อมแซมเมื่อแผงอุปกรณ์ชำรุด &amp;nbsp;เรามีการแบ่งช่างสำหรับซ่อมอย่างทั่วถึง มีช่างประมาณ 30 คน คนหนึ่งก็ดูแลได้ประมาณ 10 กว่าครัวเรือนไม่ต้องไปจ้างช่างภายนอก การใช้ไฟฟ้าในบ้านเรา นอกจากใช้ในครัวเรือน บางส่วนก็เอามาใช้ในแง่ของการเลี้ยงสัตว์ การเกษตรในพื้นที่ใหญ่ สะดวกขึ้น.

&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47683</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชุมพล เหมือนอ่วม, ธีระวัฒน์ วงพล, นวัตกรรมพลังงาน อบต.หนองตาแต้ม    คว้าที่ 1ด้านการเข้าถึงพลังงานสะอาดจาก&quot;ยูเอ็น&quot;, นางอารีพันธ์ เจริญสุข, บ้านวังวนชลประทาน หมู่ที่ 8 ต.หนองตาแต้ม อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์, สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (สำนักงาน ก.พ.ร.), อบต.หนองตาแต้มไ, เชิด ยอดแฉล้ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191009/image_big_5d9d83038f0ea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
