<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>45687</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2019 19:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2019 07:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;สายตรวจซาเล้ง&quot; บทบาทสำคัญ ลดปัญหาขยะอ่าวนาง    </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สองมือคัดแยกขยะเพื่อหาเงิน และช่วยรักษาความสะอาดบ้านเกิด
&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; การเสียชีวิตของพะยูนมาเรียม ที่มีการตรวจพบเศษพลาสติกในท้อง กลายเป็นกระแสและสะท้อนให้เห็นว่าปัญหาของขยะยังคงเป็นเรื่องที่หลายคนออกมารณรงค์ แต่ก็มีอีกหลายคนเลือกที่จะเมินเฉย และสัตว์อีกมากมายที่อาศัยอยู่ในทะเลก็อาจจะมีชะตากรรมเดียวกับพะยูนมาเรียม หรือแม้แต่มนุษย์อย่างเราแม้จะไม่ต้องตายเพราะขยะ แต่ก็พบเจอขยะในชีวิตประจำวันซะจนชินชา ทั้งที่ทิ้งไม่เป็นที่ กลิ่นเน่าเหม็น &amp;nbsp;โดยเฉพาะตามเมืองใหญ่ๆหรือแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ คณะสื่อมวลชนได้มีโอกาสเดินทางไปที่ ต.อ่าวนาง อ.เมืองกระบี่ จ.กระบี่ ใน&amp;quot;กิจกรรม ธรรมนูญ เขยื้อนขยะ&amp;quot; ที่ได้ไปชมการจัดการแก้ไขปัญหาขยะ ในแนวคิด ธรรมนูญสุขภาพ ที่ใช้เป็นเครื่องมือสร้างกติกาหนุนเสริมการทำงานของท้องถิ่น ต่อยอดเป็นมาตรการ ในโครงการ &amp;ldquo;สายตรวจซาเล้ง&amp;rdquo; ที่จะช่วยคัดแยกขยะ และยังสามารถนำไปขายสร้างรายได้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซาเล้งเก็บชยะ หนทางช่วยรักษาธรรมชาติอ่างนาง และทะเล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำบลอ่าวนาง นับว่ามีแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลยอดนิยมและมีชื่อเสียง ที่ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติต่างเดินทางมาจำนวนมาก อาทิ อ่าวนาง, หมู่เกาะพีพี, อ่าวโละซามะเกาะไก่ , เกาะหม้อ , เกาะปอดะ , เกาะทัพ หรือทะเลแหวก สามารถสร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้าง รายได้ให้กับท้องถิ่น และประเทศชาติอย่างต่อเนื่องตลอดมา และสิ่งที่ต้องรับมือก็คือ ขยะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขยะจำนวนมหาศาลที่มากถึงวันละ 65-70 ตัน ทั้งจากนักท่องเที่ยวและคนในท้องถิ่น ที่เป็นแหล่งรายได้ของซาเล้งเก็บขยะที่มีทั้งคนในและนอกพื้นที่ ที่เป็นอีกหนึ่งปัจจัยทำให้ขยะเกิดความสกปรกเพิ่มขึ้น จากการรื้อค้นขยะในถุงดำของชาวบ้าน และผู้ประกอบการที่นำมาวางไว้ข้างถนน นี่จึงเป็นสิ่งที่ทั้งภาครัฐ สถานประกอบการร้านอาหารและโรงแรม และชาวบ้าน จึงได้ร่วมมือกันในการสร้างข้อตกลง หรือกติกา ที่เรียกว่าธรรมนูญสุขภาพ นำมาใช้ในโครงการ สายตรวจซาเล้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพันคำ กิตติธรกุล นกยก องค์การบริหารส่วนตำบลอ่าวนาง (อบต.อ่าวนาง) กล่าวว่า ปัจจุบัน ต.อ่าวนาง มีปริมาณขยะมูลฝอยเฉลี่ยวันละประมาณ 65-70 ตัน คิดเป็นกว่า 50% ของขยะทั้งหมดในจังหวัดกระบี่ โดยในระหว่างปี 2558-2560 ต้องสูญเสียงบประมาณในการจัดการไม่ต่ำกว่าปีละ 27 ล้านบาท ซึ่งต้นทางของขยะก็มาจากนักท่องเที่ยวและคนในพื้นที่ โดยได้มีการดำเนินงานแก้ไข ทั้ง รณรงค์ให้เก็บกวาด แจกขยะตามครัวเรือน สร้างจุดทิ้งขยะ แต่ก็ยังไม่สามารถควบคุมขยะได้ เพราะประชาชนยังขาดจิตสำนึกและไม่ยอมทำตามกฎหมาย จึงได้มีความคิดที่จะนำทุกภาคส่วนมาร่วมแก้ไขปัญหา ตั้งแต่เดือนเมษายน ปี 2562 ภายใต้ พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ ปี 2550 ในเรื่องของ ธรรมนูญสุขภาพตำบล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุพจน์ ชดช้อย และถุงกึ่งใสที่จะพัฒนาใส่ขยะในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุพจน์ ชดช้อย รักษาการผู้อำนวยการกองสาธารณสุข อบต.อ่าวนาง กล่าวเพิ่มเติมว่า ในพื้นที่ต.อ่าวนาง มี 8 หมู่บ้าน มีประชากรประมาณ 13,000-14,000 คน ในส่วนนี้ยังมีประชากรแฝงที่เข้ามาประกอบธุรกิจอีกประมาณ 3 หมื่นคน ดังนั้นใน 100% ปริมาณขยะที่มาจากประชากรในพื้นที่ประมาณ 30-35% และจากการเจริญเติบโตทางด้านท่องเที่ยวไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยว ธุรกิจ อื่นๆ ประมาณ 60-65% ทำให้ภาพที่ผู้คนพบเห็นตามท้องถนนหรือแหล่งท่องเที่ยวจึงมีแต่ขยะจำนวนมาก และถังขยะที่ได้แจกจ่ายให้กับครัวเรือนก็เพิ่มขึ้น รถเก็บขยะไม่ได้คัดแยกขยะ &amp;nbsp;คนเก็บขยะรื้อค้นขยะเลอะเถอะ บ้างก็แอบขโมยของ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาจึงได้ปรับแผนให้มีการเรียกเก็บถังขยะกลับคืน และหันมาใช้ถุงดำในการคัดแยกและเก็บขยะ ต้องผูกปากถุงให้มิดชิด และนำมาวางไว้ยังจุดที่กำหนดระหว่างเวลา 19.00-24.00 น. นอกจากที่จะมีรถไปเก็บขยะแล้ว การดึงกลุ่มซาเล้งเข้ามามีส่วนร่วมก็สำคัญ เพราะจำนวนซาเล้งมีจำนวนมาก &amp;nbsp; โดยซาเล้งต้องเข้าร่วมโครงการ สายตรวจซาเล้ง ซึ่งจะมีการลงทะเบียน และสวมใส่เสื้อกั๊ก สีสะท้อนแสงมีหมายเลขกำกับส่วนตัว ในระหว่างเก็บขยะ และยังจำแนกจุดเก็บขยะเพื่อจะได้ไม่เป็นการขัดแย้งพื้นที่กัน และมีเจ้าหน้าที่เทศกิจคอยตรวจดูเพื่อไม่ให้คนที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการเข้ามาเก็บขยะ &amp;nbsp; นอกจากนี้ในระหว่างการรื้อค้นขยะเมื่อแล้วเสร็จต้องจัดการมัดถุงให้เรียบร้อย ห้ามปล่อยให้เลอะเทอะ หากไม่ทำตามก็จะยึดเสื้อคืน เพราะนี่คือสิ่งที่เราได้ทำการตกลงกับครัวเรือน และสถานประกอบการ ที่ให้เฉพาะคนสวมเสื้อของโครงการและรถเก็บขยะของพื้นที่เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบันมีซาเล้งที่ลงทะเบียนแล้วนั้นมีอยู่ 52 คน ซึ่งมาช่วยคัดแยกขยะที่สามารถนำไปขายได้ เช่น กระดาษ กระป๋อง ขวดพลาสติก เหล็ก ทองแดง อื่นๆ ไปขายได้ประมาณ 50 กิโลกรัม/คัน &amp;nbsp;และตั้งแต่เมษายนปี 2562 ได้ประมาณ 100 กว่าตัน ขึ้นอยู่กับปัจจัยในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวในแต่ละช่วงด้วย แต่เป้าหมายที่คิดว่าจะต้องทำให้ได้คือ 50 ตัน/วัน นับว่ายากเหมือนกัน &amp;nbsp; และคาดว่าจะมีซาเล้งเข้าร่วมโครงการอีกประมาณ 5-6 คน นอกจากนี้ยังมีแนวคิดที่จะเปลี่ยนการใช้ถุงดำ เพราะถุงดำเยอะมากๆ มาใช้ถุงกึ่งใส มีโลโก้เทศบาล เพื่อสามารถตรวจนับจำนวนถุงที่ใช้ในแต่ละวันด้วย ซึ่งอยู่ในระหว่างการพัฒนาเพื่อให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งในอนาคตก็อยากที่จะลดขยะให้ได้มากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดิศักดิ์ แซ่หลี หรือพี่อี๊ด &amp;nbsp;ชายวัยกลางคนสวมใส่เสื้อกั๊กเบอร์ 3 มีไฟฉายคาดศีรษะคอยให้แสงสว่าง กำลังวุ่นกับการคัดแยกขยะ หนึ่งใน 4 จุดของสถานีขยะของ ต.อ่าวนาง เล่าว่า ทำอาชีพเก็บขยะมาตั้งแต่อายุ 18 ปี จนปีนี้อายุ 37 ปีแล้ว เพราะเราเป็นเสาหลักของครอบครัว &amp;nbsp;เมื่อก่อนที่ยังไม่ได้เข้าร่วมโครงการมีรถซาเล้งเยอะ บางคันก็ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ และเราก็ออกจากบ้านตั้งแต่บ่าย 2 ไปจนถึงเที่ยงคืน บางคืนก็ถึงเช้า ไล่เก็บไปตามถนน โรงแรม เก็บไม่เป็นที่ เพราะคนทิ้งขยะทุกที่เยอะไปหมด แต่บางคืนขยะเยอะเก็บก็ไม่ไหว เคยเก็บได้เยอะสุดคืนหนึ่งก็ 2 พันบาท รายได้ก็พอที่จะเลี้ยงครอบครัว ทำให้เราภูมิใจในอาชีพ และยังได้ช่วยดูแลความสะอาดให้บ้านเกิดอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชัย ลำพาย อายุ 57&amp;nbsp;ปี ใส่เสื้อกั๊กเบอร์ 15 และนางอัว ลำพาย อายุ 45&amp;nbsp;ปี สามีภรรยาพากันขับรถซาเล้งคู่ใจมาเก็บขยะบริเวณซอย 8 หาดอ่าวนาง-&amp;nbsp;หาดนพรัตน์ธารา ซึ่งมีหลายโรงแรมในซอยนี้ บอกว่า เก็บขยะมา 7 ปี มาตั้งแต่ 2 ทุ่มไปถึงเที่ยงคืน ไม่เคยคิดจะหยุด เพราะเป็นเหมือนรายได้อีกทางหนึ่งจุนเจือครอบครัว แต่ก่อนใครก็สามารถเข้ามาเก็บได้ พอเข้าร่วมโครงการทำให้มีระเบียบมากขึ้น ทางโรงแรมก็จะดูก่อนว่าคนที่มาเก็บขยะสวมใส่เสื้อกั๊กรึป่าว และเราก็ต้องดูความสะอาดบริเวณด้านหน้าโรงแรมไม่ให้มีขยะ ส่วนอื่นๆบริเวณซอย 8 เราก็คอยเป็นหูเป็นตาดูแลความสะอาด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อรพรรณ ศรีสุขวัฒนา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางอรพรรณ ศรีสุขวัฒนา ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ กล่าวทิ้งท้ายว่า ธรรมนูญสุขภาพ เป็นเครื่องมือที่ให้บทบาทแก่คนทุกคน ดังนั้นทุกคนในสังคมไม่ว่าจะเป็นคนเล็กคนน้อยก็ต้องมีส่วนรับผิดชอบร่วมกัน เพราะปัญหาขยะไม่ใช่เพียงเรื่องเศษผงที่ทิ้งอยู่ข้างทาง แต่เป็นเรื่องการจัดการเชิงระบบที่ใหญ่มาก เห็นได้จากการให้ความสำคัญทั้งในส่วนของสมัชชาสุขภาพจังหวัดกระบี่ และยังถูกกำหนดเป็นยุทธศาสตร์และนโยบายของจังหวัดด้วย และความท้าทายการทำให้พื้นที่ตำบลอ่าวนาง เป็นต้นแบบเรียนรู้และขยายผลเพื่อรับมือกับปัญหาในพื้นที่อื่นๆ ได้อย่างไร
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45687</URL_LINK>
                <HASHTAG>&quot;สายตรวจซาเล้ง&quot; บทบาทสำคัญ ลดปัญหาขยะอ่าวนาง, ต.อ่าวนาง อ.เมืองกระบี่ จ.กระบี่ ใน&quot;กิจกรรม ธรรมนูญ เขยื้อนขยะ&quot;, นายพันคำ กิตติธรกุล, อบต.อ่าวนาง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190913/image_big_5d7b9d862d98a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11372</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/06/2018 18:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/06/2018 18:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลุยตรวจโรงแรมเถื่อนบุกรุกเขตอุทยานฯเกาะพีพี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่สนธิกำลังลุยจัดระเบียบโรงแรมเถื่อนเกาะพีพี หลังถูกชาวบ้านร้องเรียนไม่มีเอกสารสิทธิ บุกรุกเขตอุทยานแห่งชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2561 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ว่าที่ ร.ต.อภินันท์ เผือกผ่อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกองทัพภาคที่ 4 , พ.ต.ท.จิรทีปค์ จำปาทอง สารวัตรสืบสวน กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่ , พ.ต.ท.โชคดี มาบางยาง สวญ.สภ.เกาะพีพี , พ.ต.ต.ทรงวุฒิ หวังหมัด สวป.สภ.เกาะพีพี ร่วมกับข้าราชการตำรวจ สภ.เกาะพีพี ,ตำรวจท่องเที่ยว, ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ,สภ.เมืองกระบี่ อำเภอเมืองกระบี่ และองค์การบริหารส่วนตำบลอ่าวนาง สนธิกำลังกันเข้าตรวจสอบการก่อสร้างอาคารที่พักโรงแรม รวมถึงตรวจสอบการเข้าอาศัยในพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ มทน.4 จึงได้สั่งการให้ทหารในสังกัด นำโดย รท.ณรงค์พรหม นามทอง รองผู้บังคับหมวดรักษาความสงบ (ร.15 พัน1) ส่วนควบคุม มทบ.43 สนธิกำลังกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบในพื้นที่ของเกาะพีพี เป็นการตรวจสอบซ้ำเพื่อจัดระเบียบให้มีความเรียบร้อยและปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว หลังมีการร้องเรียนจากชาวบ้านว่าพื้นที่ก่อสร้างและโรงแรมบางแห่งไม่มีเอกสารสิทธิ์และรุกล้ำพื้นที่อุทยานฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จุดแรกคือ พื้นที่ก่อสร้างที่พักโรงแรมที่พักอาศัยตั้งอยู่บนเนินเขาสูง มองเห็นวิวทะเล ซึ่งขณะนี้ขึ้นโครงสร้างของที่พักไว้กว่า 30 หลัง นอกจากนี้ยังมีการก่อสร้างบ่อน้ำขนาดใหญ่ไว้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณรงค์ศักดิ์ ปัทมปาณีวงศ์ เจ้าของกิจการโรงแรมที่ยังอยู่ระหว่างการก่อสร้างดังกล่าวได้นำเอกสารสิทธิ์การครอบครองที่ดินที่ทำการก่อสร้างมาแสดงกับเจ้าหน้าที่ว่า ที่ดินนี้มีเอกสารสิทธิ์ นส.3 ก จำนวน 47 ไร่และได้ขออนุญาตก่อสร้างเป็นอาคารที่พักเพื่อเปิดเป็นโรงแรม ในครั้งแรกยื่นขอก่อสร้างจำนวน 9 หลัง และมีการยื่นแบบเพื่อขอก่อสร้างเพิ่มเติมอีก 2 ครั้ง รวมอาคารที่ก่อสร้างขณะนี้จำนวน 34 หลัง เริ่มสร้างมาตั้งแต่ปี 2560&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จุดที่ 2 เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบการก่อสร้างลิฟต์คล้ายกับบันไดเลื่อนเพื่อขึ้นไปยังอาคารที่พัก ซึ่งขณะนี้ยังไม่แล้วเสร็จ โดยนายปิยะวัฒน์ ชูเทพ ผู้อำนวยการกองช่าง อบต.อ่าวนาง เปิดเผยว่า สำหรับสถานที่แห่งนี้มีการขออนุญาตก่อสร้างลิฟต์กับทาง อบต.อ่าวนาง แล้ว โดยเสนอแบบมาอย่างถูกต้อง เพราะลักษณะการก่อสร้างลิฟต์ลักษณะนี้แหล่งท่องเที่ยวอื่นๆก็มี แต่ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัย ทาง อบต. ก็ได้มีการเข้ามาร่วมตรวจสอบเป็นระยะเพื่อดูเรื่องของความปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จุดที่ 3 เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบสถานประกอบกิจการโรงแรมที่พัก ที่ทำการก่อสร้างไว้ในพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธาราฯ ที่พบว่า ขณะนี้ยังมีโรงแรมที่พักที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบเอกสารสิทธิ์การครอบครองที่ดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพัฒพงศ์ การดี ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ให้ข้อมูลว่า ในจุดที่เข้ามาตรวจสอบยังมีอีก 5 ผู้ประกอบการที่อ้างว่า ได้เช่าสิทธิ์ต่อจากผู้เช่ารายเดิมที่อยู่มาก่อนจะประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ ซึ่งทางอุทยานฯก็ให้สิทธิ์ผู้ประกอบการในการชี้แจงเอกสารการครอบครอง หากยังไม่มีการชี้แจงถึงการครอบครองได้ก็จะต้องแจ้งความดำเนินคดีตามขั้นตอน เพราะก่อนหน้านี้ทางอุทยานฯได้แจ้งความผู้ประกอบกิจการโรงแรมไปแล้ว 9-10 ราย ที่ทำการก่อสร้างที่พักบุกรุกที่อุทยานฯรวมกว่า 50 ไร่ ส่วนที่เหลืออีก 30-40 ไร่ที่ยังมีการรุกที่ของอุทยานฯนั้นอยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบเอกสาร ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ต้องให้ความเป็นธรรมกับผู้ประกอบการเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านรท.ณรงค์พรหม นามทอง รองผู้บังคับหมวดรักษาความสงบ &amp;nbsp;(ร.15 พัน1) ส่วนควบคุม มทบ.43 กล่าวว่า การเข้ามาตรวจสอบของทางเจ้าหน้าที่ทหารร่วมกับหลายหน่วยงานในครั้งนี้เป็นไปตามข้อสั่งการของ พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ มทน.4 ที่ได้ให้นโยบาย เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและดูแลความเรียบร้อยบนเกาะพีพี 6 เรื่อง อาทิ ปัญหาเกี่ยวกับที่ดินทำกินที่สาธารณะประโยชน์ , ปัญหาที่เกี่ยวกับทรัพยากรป่าไม้ , การจัดระเบียบการท่องเที่ยวแนวชายหาด และปัญหาเกี่ยวกับความมั่นคง ทั้งนี้เพื่อการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับการท่องเที่ยวไทยและเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและความเป็นอยู่ของคนในพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11372</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระบี่, จัดระเบียบเกาะพีพี, จับโรงแรมเถื่อนรุกเขตอุทยาน, ว่าที่ ร.ต.อภินันท์ เผือกผ่อง รองผู้ว่าฯกระบี่, อบต.อ่าวนาง, อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180614/image_big_5b224db32fb1a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
