<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109108</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/07/2021 06:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/07/2021 06:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอนิธิ&#039;เผยจะแจ้งจำนวนวัคซีนที่อปท.ได้รับการจัดสรร เริ่มลงทะเบียนเข้าระบบในอาทิตย์หน้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
09 ก.ค.64 - ศ.นพ.นิธิ มหานนท์&amp;nbsp; เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์&amp;nbsp; และผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬา​ภรณ์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า
วันนี้ได้ประชุมรวบรวมข้อมูลกลุ่มกิจกรรมและกลุ่มตามคุณสมบัติต่างๆจากที่ อปท.ทำลำดับความสำคัญกันมาในระบบพร้อมหนังสือรับรองจากผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วได้ตัดสินใจเบื้องต้นว่าจะจัดสรรให้ผู้ที่ยังไม่เคยได้รับวัคซีนใน 1)กลุ่มบุคลากรการแพทย์และสาธารณสุข 2)กลุ่มการศึกษาและโรงเรียน 3)กลุ่มองค์กรการกุศล และผู้ด้อยโอกาสในท้องถิ่น จากกลุ่มที่จะได้รับวัคซีนบริจาค1.คนพิการ 2.คนในชุมชน 3.พระนักบวช โดยจะมีหนังสือกลับไปให้เริ่มขบวนการ ลงทะเบียน นัดโรงพยาบาล และใส่ชื่อคนรับวัคซีนให้ตรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จะแจ้งจำนวนที่แต่ละอปท.ได้รับการจัดสรร(ไม่ทั้งหมด)ในรอบแรก(จะมีรอบต่อๆไป)&amp;nbsp; อปท.จะเริ่มลงทะเบียนเข้าระบบได้ในอาทิตย์หน้าได้แต่การนัดฉีดอาจเป็นปลายเดือนนี้ถึงต้นเดือนหน้าครับ
สำหรับหลาย อปท ที่ไม่ได้ส่งแผนเข้ามาในระบบตามเวลาที่กำหนทางทีมงานจะประสานแจ้งให้ทราบท่านจะยังไม่ได้รับการจัดสรรในคราวนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และในกลุ่มบุคคลทั่วไปที่บางอปท เสนอมานั้นทางราชวิทยาลัยฯในเบื้องต้นไม่สามารถจัดหาให้ได้เพราะจะไปซับซ้อนกันกับการฉีดแบบปูพรมที่รัฐบาลต้องทำให้ประชาชน
สำหรับรายบุคคลธรรมดานั้นเราก็จะเปิดให้ลงทะเบียนยิ่นความจำนงอาทิตย์หน้าเช่นกัน โดยวันนี้ที่ได้ประชุมได้นัดหารือทำความเข้าใจโรงพยาบาลต่างๆที่จะรับช่วยบริการฉีดให้ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิธิ มหานนท์
เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์
และเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์
8 กรกฎาคม 2564
#โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ #ทุกชีวิตของคนไข้คือหัวใจของเรา #ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ #เป็นเลิศเพื่อทุกชีวิต&amp;nbsp; #วัคซีนช่วยชาติ #เราไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109108</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉีดวัคซีนซิโนฟาร์ม, ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์, ศ.นพ.นิธิ มหานนท์, อปท.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210528/image_big_60b0a699546e4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105861</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/06/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตีกรอบปลดล็อกอปท.ซื้อวัคซีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; เรียก &amp;ldquo;วิษณุ&amp;rdquo; หารือประเด็นให้เอกชน-อปท.จัดหาวัคซีนหลังออกประกาศในราชกิจจาฯ&amp;nbsp; &amp;ldquo;ณัฐพล&amp;rdquo; ย้ำไม่ใช่เดินดุ่มๆ ไปซื้อเองได้ ต้องซื้อผ่านหน่วยงานรัฐที่กำหนดไว้ หวังให้ อปท.แค่ทำหน้าที่สนับสนุน เพราะกลัวซ้ำซ้อนแผน ศบค. &amp;ldquo;หมอหนู&amp;rdquo; เล็งเพิ่มโควตาวัคซีนให้ กทม. ชี้หากคนกรุงมีภูมิเท่ากับแก้ทั้งประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธ ยังคงมีความต่อเนื่องในกรณีประกาศศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ
ไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. เรื่องแนวทางการบริหารจัดการวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ที่ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 138 ตอนพิเศษ 123 ง ที่สาระสำคัญคือการให้สถานพยาบาลเอกชน, เอกชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) สามารถจัดหาวัคซีนเองได้
โดยมีรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เรียกนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ เข้าพบประมาณ 1 ชั่วโมง โดยคาดว่าเป็นการหารือถึงข้อกฎหมายและรายละเอียดการปลดล็อกให้ อปท.สามารถจัดซื้อวัคซีนฉีดให้ประชาชนในพื้นที่เองได้ โดยต้องผ่านความเห็นชอบจาก ศบค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข กล่าวเรื่องนี้ว่า การฉีดวัคซีนหากมีหน่วยงานใดเข้ามาให้การสนับสนุนช่วยเหลือและเป็นประโยชน์กับประชาชน สธ.ก็ยินดีและขออนุโมทนาสาธุ พร้อมให้ความร่วมมือเต็มที่ ซึ่งในส่วนของ สธ.นั้น อปท.ยังไม่มีใครประสานมา ถ้าติดต่อมาก็ต้องพิจารณา แต่เรื่องนี้ต้องชี้แจงว่า สธ.จัดซื้อนั้นมีการใช้เงินภาษีของประชาชน ดังนั้นวัคซีนที่ได้มาต้องเป็นวัคซีนที่ฉีดให้ประชาชนฟรี ซึ่งขณะนี้ก็ครอบคลุมกลุ่มประชากร ดังนั้นถ้า อปท.จะจัดซื้อและฉีดก็ต้องดูแผนของ ศบค. ต้องไม่ซ้ำซ้อนกัน การจัดซื้อต้องเป็นไปตามกฎหมาย เป็นไปตามระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง&amp;nbsp; เป็นไปตามพระราชบัญญัติยา
&amp;ldquo;ย้ำว่าสิ่งที่ทำจะต้องเกิดประโยชน์กับประชาชนอย่างแท้จริง แต่หากผลประโยชน์เกิดกับคนใดคนหนึ่ง กระทรวงสาธารณสุขก็ไม่ยอม&amp;rdquo; นายอนุทินกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษก ศบค.แถลงว่า&amp;nbsp; พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการ ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศปก.ศบค.) ได้ชี้แจงเกี่ยวกับประกาศ ศบค.เรื่องดังกล่าวต่อที่ประชุม โดยสาระสำคัญคือการให้กรมควบคุมโรค, องค์การเภสัชกรรม, สถาบันวัคซีนแห่งชาติ,&amp;nbsp; สภากาชาดไทย และราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ หรือหน่วยงานภาครัฐที่มีหน้าที่และอำนาจในการให้บริการทางการแพทย์หรือสาธารณสุขแก่ประชาชนร่วมมือกันจัดหาวัคซีน ส่วนที่เปิดให้ อปท.รวมถึงสถานพยาบาลภาคเอกชนจัดหาวัคซีนนั้น ก็ต้องดำเนินการจัดหากับหน่วยงานข้างต้น ไม่ได้หมายความว่า อปท.จะนำเข้าวัคซีนได้เอง และต้องทำตามกฎหมายโดยสอดคล้องกับงบประมาณ ที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดและคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดคอยกำกับดูแล
พล.อ.ณัฐพลให้สัมภาษณ์เรื่องนี้อีกครั้งว่า ผู้ตรวจการแผ่นดินทำข้อเสนอแนะมาที่ ศบค. โดยอยากให้ ศบค.กำหนดแนวปฏิบัติเกี่ยวกับวัคซีน จึงเรียนให้ พล.อ.ประยุทธ์รับทราบ และได้ออกเป็นประกาศในราชกิจจานุเบกษามีผลบังคับใช้ในทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า การสั่งซื้อต้องซื้อจากหน่วยงานรัฐที่นำเข้ามาในราชอาณาจักร ไม่สามารถซื้อโดยตรงกับบริษัทผู้ผลิตใช่หรือไม่ พล.อ.ณัฐพลกล่าวว่า ในระยะนี้ขอให้เป็นแบบนี้ไปก่อน เนื่องจากวัคซีนมีปริมาณจำกัด ซึ่งแต่ละประเทศผู้ผลิตกำหนดเงื่อนไขจำหน่ายให้คือ จำหน่ายให้หนึ่งประเทศหนึ่งสัญญา สมมุติว่าถ้าทั้งรัฐและเอกชนต้องการซื้อต้องแบ่งปริมาณกัน ก็จะมีข้อจำกัดมากขึ้น โดยเนื้อหาประกาศมี 3 ส่วนสำคัญ คือ 1.กำหนดหน่วยงานที่สามารถนำเข้ามา 2.ให้เอกชนและ รพ.เอกชนสามารถสั่งซื้อจากหน่วยงานที่กล่าวข้างต้น ไม่สามารถซื้อโดยตรงจากบริษัทได้ และ 3.ให้ อปท.ดูกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง แผนงานงบประมาณ แผนกระจายวัคซีนของ ศบค. เนื่องจาก&amp;nbsp; อปท.ต้องใช้เงินแผ่นดิน จึงต้องใช้งบให้คุ้มค่ามากที่สุดและสอดคล้องกับแผนวัคซีนที่กำหนดแนวทางไว้
&amp;ldquo;หากเป็นไปได้อยากให้ อปท.ทำหน้าที่แค่สนับสนุนและอำนวยความสะดวกในการจัดประชาชนเข้ามาฉีดวัคซีนตามที่ ศบค.หรือกระทรวงสาธารณสุขดำเนินการอยู่แล้ว&amp;rdquo; พล.อ.ณัฐพลระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า อปท.ควรให้ ศบค.พิจารณาว่าจะจัดซื้อได้จำนวนเท่าไหร่ โดยดูจากรายได้เงินอุดหนุนของรัฐด้วยหรือไม่ พล.อ.ณัฐพลกล่าวว่าคงไม่ถึงขนาดนั้น แต่ย้ำว่าต้องดูกฎหมาย ดูแผนงานที่ ศบค.แจกจ่ายให้ ซึ่งเราพิจารณาอย่างเหมาะสมแล้ว และไม่ได้หมายความว่า&amp;nbsp; อปท.ทุกแห่งจะซื้อได้ ต้องดูหลักเกณฑ์แนวทางนี้และพิจารณามาตามลำดับ ตั้งแต่คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดที่มีผู้ว่าราชการเป็นประธาน จากนั้นนำเข้า ศบค.พิจารณาอย่างรอบคอบ ไม่ใช่ว่าประกาศออกไปแล้ว อปท.สามารถซื้อได้เองทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามอีกว่า จำนวนที่จะให้เอกชนหรือหน่วยงานซื้อได้กำหนดช่วงเวลาของการจัดซื้อในช่วงเวลาใด พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่าไม่ได้กำหนด เพราะยิ่งได้ฉีดมากขึ้นเร็วขึ้นยิ่งดี&amp;nbsp; แต่เราจะดูปริมาณที่มา ขณะนี้รัฐบาลเตรียมวัคซีนให้ประชาชน 100 ล้านโดส สำหรับ 50 ล้านคน คนไทยมีประมาณ 67 ล้านคน ต่างชาติที่อยู่ในประเทศไทยประมาณ 2.6 ล้านคน รวมประมาณ 70 ล้านคน การที่เตรียมไว้สำหรับ 50 ล้านคนเพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ แต่ถ้าสามารถฉีดให้ได้มากกว่านี้ก็ดี
อนุทินเล็งเพิ่มวัคซีนให้ กทม.
นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp; (มท.) ในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับการสั่งการและประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า&amp;nbsp; ได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดให้ดำเนินการตามแนวทางการบริหารจัดการวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19&amp;nbsp; ตามประกาศ ศบค.อย่างเคร่งครัด ส่วนการจัดหาวัคซีนของ อปท.นั้น หากจะจัดหาวัคซีนมาให้บริการแก่ประชาชนในพื้นที่ ให้จัดหาจากกรมควบคุมโรค, องค์การเภสัชกรรม, สถาบันวัคซีนแห่งชาติ, สภากาชาดไทย และราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ หรือหน่วยงานของรัฐ และต้องดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎ หรือระเบียบที่เกี่ยวข้อง และหลักเกณฑ์หรือแผนการใช้จ่ายงบประมาณของ อปท.รวมทั้งสอดคล้องกับ ศบค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายอนุทินพร้อมคณะลงตรวจเยี่ยมศูนย์ฉีดวัคซีนเดอะมอลล์ บางแค โดยนายอนุทินกล่าวภายหลัง ว่า การฉีดวัคซีนนอกสถานพยาบาลถือเป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อให้บริการฉีดวัคซีนอย่างทั่วถึง ซึ่งการฉีดเป็นไปตามนโยบายของ ศบค. โดยส่วนของกรุงเทพมหานคร (กทม.) เห็นได้ชัดว่า สธ.จัดส่งมาตามคำร้องขอของกรุงเทพฯ ก่อนกระจายไปยังจุดฉีดทั้งในและนอกสถานพยาบาล แต่จากการมาตรวจเยี่ยมที่เดอะมอลล์ บางแค มีความพร้อมรองรับคนได้วันละ 3,000&amp;nbsp; คน แต่ได้รับการจัดสรรวัคซีนเพียงวันละ 500 โดส ดังนั้นสิ่งที่อยู่ในหัวคือจัดสรรวัคซีนเพิ่ม ดังนั้นต้องหารือกับ สธ.และ ศบค.เพื่อทำการเพิ่มประสิทธิภาพในการฉีดให้ได้มากที่สุด ครอบคลุมประชากรมากที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;จริงๆ กรุงเทพฯ ได้รับการจัดสรรวัคซีนจำนวนมาก&amp;nbsp; 2 ล้านโดส เพราะระบาดมาก ส่วนในต่างจังหวัดสถานการณ์เบาลงแล้ว มีเพียง 3-4 จังหวัดที่ยังมีคลัสเตอร์อยู่ แต่ก็ควบคุมได้ ดังนั้นวันนี้ปัญหาใหญ่คือกรุงเทพฯ ถ้าแก้ปัญหาในกรุงเทพฯ ได้เท่ากับแก้ปัญหาของประเทศไทยได้ เพราะเป็นศูนย์กลางที่ผู้คนทั่วประเทศมาทำมาหากิน&amp;nbsp; ดังนั้นเราจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับกรุงเทพฯ&amp;quot; นายอนุทินกล่าว
เมื่อถามถึงการจัดสรรวัคซีนไปยังพื้นที่ต่างๆ ที่ยังมีไม่เพียงพอ เช่น อ.สังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ที่มีรายงานว่าได้วัคซีนเพียง 1 ขวด จะพิจารณาจัดสรรเพิ่มเติมหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า การจัดสรรวัคซีนจะคำนวณจากจำนวนวัคซีนหารด้วยจำนวนจังหวัด และหารด้วยจำนวนประชากรในจังหวัด แล้วมาเทียบกับปัจจัยเสี่ยงในพื้นที่ ก็จะออกมาเป็นตัวเลขของวัคซีนในแต่ละจังหวัด&amp;nbsp; ซึ่งไม่มีจังหวัดไหนที่ได้เท่ากันแน่นอน แต่เป็นการจัดสรรอย่างเป็นธรรม &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกรณีข่าวหญิงอายุ 46 ปีเสียชีวิตจากฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้านั้น นายอนุทินกล่าวว่า ต้องขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิต สธ.มีการเฝ้าระวังติดตามเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ภายหลังได้รับวัคซีนโควิด- 19 (AEFI) โดยมีการสอบสวนโรค ชันสูตร รวบรวมข้อมูล นำสู่เข้าที่ประชุมคณะกรรมการ AEFI เพื่อพิจารณาว่าเกี่ยวข้องกับวัคซีนหรือไม่ หากทราบผลการพิจารณาจะชี้แจงสร้างความเข้าใจกับครอบครัวและสังคมต่อไป และได้สั่งการให้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เร่งเยียวยาเบื้องต้นให้เร็วที่สุดแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการ สปสช. กล่าวว่า ทันทีเมื่อทราบข่าวการเสียชีวิตก็ได้ส่งเจ้าหน้าที่จากสำนักงาน สปสช. เขต 13 ลงไปในพื้นที่เพื่อติดตามประสานงานในเรื่องการจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้นแล้ว
พิสูจน์แล้วดับ 12 ไม่เกี่ยววัคซีน &amp;nbsp;
นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค&amp;nbsp; (คร.) กล่าวถึงกรณีพบคนหนุ่มสาวมีอาการไข้หลังได้รับวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าว่า เป็นเรื่องปกติของการรับวัคซีน&amp;nbsp; ไม่ว่าจะเป็นวัคซีนป้องกันโรคอื่นหรือโควิดก็จะมีปฏิกิริยาคล้ายคลึงกัน ส่วนใหญ่เป็นอาการชั่วคราว ไม่นานก็หาย&amp;nbsp; สามารถรับประทานยาแก้ปวด ลดไข้ เพื่อบรรเทาอาการได้&amp;nbsp; แต่หากอาการไม่ดีขึ้นก็สามารถมาพบแพทย์
นพ.เฉวตสรร นามวาท ผู้อำนวยการกองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค กล่าวว่า&amp;nbsp; ตั้งแต่เริ่มฉีดวัคซีนวันที่ 28 ก.พ. มีจำนวนวัคซีนที่จัดสรรซิโนแวค 4,982,313 โดส แอสตร้าเซนเนก้า 1,774,180 โดส รวมทั้งสิ้นการจัดสรรวัคซีนสองชนิด 6,756,493 โดส ซึ่งถ้าแยกจำนวนการฉีดวัคซีนในวันที่ 7-8 มิ.ย.จะเห็นว่าสามารถฉีดได้เกินวันละ 400,000 โดส ทั้งนี้ยอดรวมของการฉีดมาตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.คือ 5,107,069 โดส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เฉวตสรรยังกล่าวถึงกรณีผู้เสียชีวิตหลังรับวัคซีนว่า มีรายงานมาแล้ว 28 ราย แต่หลังจากตรวจชันสูตรแล้วพบว่ามี 12 รายสาเหตุการเสียชีวิตไม่เกี่ยวกับวัคซีน ส่วนอีก 16 รายนั้นอยู่ระหว่างตรวจสอบ จึงขอให้ประชาชนมั่นใจในความปลอดภัยของวัคซีน และจะติดตามเรื่องเหล่านี้มานำเสนอให้ทราบเป็นระยะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.อภิสมัยแถลงว่า เมื่อวันที่ 8 มิ.ย.ที่ผ่านมา มีการฉีดวัคซีนทั้งสิ้น 472,128 โดส แบ่งเป็นเข็มแรก 428,549&amp;nbsp; ราย เข็มสอง 43,669 ราย ทำให้ยอดรวมสะสมการฉีดวัคซีนตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. มีทั้งสิ้น 5,107,069 โดส
สำหรับการฉีดวัคซีนในพื้นที่ต่างๆ ในวันที่ 3 นั้น พบว่ายังคงคึกคักอยู่ต่อเรื่อง โดยที่ จ.ปทุมธานียังมีผู้ลงทะเบียนเดินทางมาใช้บริการต่อเนื่อง โดยนางสาวเรวิญานันท์ ทาเกิด หรือเบญ นักแสดงนางร้ายหน้าสวย&amp;nbsp; เจ้าของบทบาทลาวทองในละครเรื่องวันทอง ก็ได้เดินทางมาฉีดวัคซีนพร้อมเชิญชวนให้ทุกคนมาร่วมฉีดด้วย
ส่วนที่ จ.ขอนแก่น ซึ่งตั้งเป้าการฉีดไว้ 70% คือ 1,285,000 คน ขณะนี้ได้ฉีดวัคซีนไปแล้ว 7.12% หรือ 91,504 ราย โดยแยกเป็นการฉีดเข็มที่ 1 จำนวน 63,576 ราย และเข็มที่ 2 จำนวน 27,828 ราย และจากการตรวจสอบภาวะไม่พึงประสงค์ที่ฉีดมา 2 วันนั้น พบว่ามีเพียง 2.2% เท่านั้นมีอาการความดันโลหิตสูง ปวดบวม ปวดศีรษะ วิงเวียน คลื่นไส้&amp;nbsp; และเหนื่อยอ่อนเพลีย ส่วน จ.ภูเก็ตก็ตั้งเป้าเช่นกันว่าจะฉีดให้ประชากรบนเกาะให้เสร็จสิ้นภายใน 30 มิ.ย.เพื่อให้เกาะปลอดโรค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105861</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, จัดหาวัคซีน, ฉีดวัคซีน, ซื้อผ่านหน่วยงานรัฐ, ซื้อวัคซีน, วัคซีนโควิด, ศบค., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อปท., โควิด, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210609/image_big_60c0d11e250bd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105076</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/06/2021 18:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/06/2021 18:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อนุพงษ์&#039; แจง อปท.จัดซื้อวัคซีนได้ แต่ต้องขอ ศบค. เหตุแต่ละแห่งมีงบต่างกันหวั่นเหลื่อมล้ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 มิ.ย.64 -&amp;nbsp; เวลา 15.35 น. พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ชี้แจงกรณีการจัดซื้อวัคซีนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.)ว่า พล.อ.ประยุทธ์ เตรียมให้ ศบค.แจ้งไปยังอปท.ว่า สามารถซื้อวัคซีน&amp;nbsp;5 ชนิดที่อย.รับรองได้ แต่ต้องอยู่ในแผนของศบค. และติดต่อซื้อผ่านรัฐ ที่ผ่านมา อปท.ต้องการเข้ามาช่วยดูแลสถานการณ์ป้องกัน สกัดโควิด ซึ่งตามกฎหมาย&amp;nbsp;อปท.ให้ซื้อวัคซีนได้ เพราะเป็นการรักษาและฟื้นฟู เพียงแต่มีคำแนะนำจากผู้ตรวจการแผ่นดิน ไปยังกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นว่า การจัดหาวัคซีนระยะแรก เข้าใจดีที่อปท.ต้องการช่วยเหลือเรี่องวัคซีน แต่มีรายละเอียดที่ต้องพิจารณา อาทิ อปท.บางแห่งมีงบ บางแห่งไม่มี รวมถึงการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่&amp;nbsp;70%&amp;nbsp;ของประชากรนั้น หากให้อปท.จัดซื้ออาจเกิดความเหลื่อมล้ำ การสร้างภูมิคุ้มกันหมู่อาจเกิดขึ้นได้แค่พื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง ไม่ตรงกับเจตนากระทรวงสาธารณสุข ที่ต้องการให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ไปพร้อมๆกันทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการดูแลสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;จำเป็นต้องใช้ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน เพราะไม่ใช่แค่ต้องการบูรณาการ หรือทำให้อำนาจเป็นเอกภาพเท่านั้น แต่มีแง่ทางกฎหมาย ต้องให้ข้าราชการประจำเป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งนักการเมือง รัฐมนตรีทุกคนต้องรับผิดชอบด้วย เพราะร่วมเป็น ศบค.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105076</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา, วัคซีนโควิด, อปท.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210602/image_big_60b765244335d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104912</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/06/2021 14:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/06/2021 14:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กฤษฎีกา​ แจง​ไม่รับตีความปมองค์กรท้องถิ่นจัดซื้อวัคซีน​ เหตุ​ 3​ สมาคมฯไม่ได้อยู่อำนาจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1​ มิ.ย.64 - นายนพดล เภรีฤกษ์​ โฆษกสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา​ ได้ชี้แจงกรณีขอหารือประเด็นการวินิจฉัยของผู้ตรวจการแผ่นดินกรณีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดซื้อวัคซีน Covid-19 เพื่อฉีดให้กับประชาชน​ ว่า​ ตามที่สื่อมวลชนได้มีการเสนอข่าวว่ามีการหารือการวินิจฉัยของผู้ตรวจการแผ่นดินกรณีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดซื้อวัคซีนโควิด-19 เพื่อฉีดให้กับประชาชน ขณะนี้รอการวินิจฉัยของคณะกรรมการกฤษฎีกา นั้น สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาขอเรียนว่า เรื่องนี้ได้มีการหารือโดยสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย และสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย ซึ่งการพิจารณาให้ความเห็นทางกฎหมายของคณะกรรมการกฤษฎีกาต้องเป็นไปตามระเบียบคณะกรรมการกฤษฎีกา ว่าด้วยการรับปรึกษา ให้ความเห็นทางกฎหมายของกรรมการกฤษฎีกา พ.ศ.2522&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ข้อ 3 แห่งระเบียบดังกล่าวกำหนดว่า กรรมการกฤษฎีกาจะพิจารณาให้ความเห็นทางกฎหมายแก่คณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง กรม รัฐวิสาหกิจ คณะกรรมการซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายเฉพาะเรื่องโดยผ่านทางกระทรวง ทบวง กรม ผู้ว่าราชการจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือผู้ซึ่งคณะรัฐมนตรี หรือนายกรัฐมนตรีเห็นสมควรให้ขอความเห็นทางกฎหมายเป็นการเฉพาะราย แต่โดยที่สมาคมทั้ง 3 แห่ง ดังกล่าวมิได้เป็นหน่วยงานของรัฐหรือบุคคลตามที่กำหนด &amp;nbsp;ดังนั้น สำนักงานฯ จึงไม่อาจรับข้อหารือดังกล่าวไว้พิจารณาได้ และได้แจ้งให้ผู้ขอหารือทราบแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104912</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฤษฎีกา, นพดล เภรีฤกษ์, วัคซีนโควิด, อปท.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210601/image_big_60b5e08d48e19.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104910</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/06/2021 18:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/06/2021 13:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอนิธิ &#039;เผยราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ยังไม่มีนโนบายคุยกับ&#039; อปท.&#039;ถึง &#039;วัคซีนตัวเลือก&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1มิ.ย.64- ศ.นพ.นิธิ มหานนท์ ผอ.โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ &amp;nbsp;โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Nithi Mahanonda&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต้องขอโทษอีกแล้ว &amp;nbsp;ผมพูดไม่ชัด&amp;hellip;.. ณ วินาทีนี้ผมและราชวิทยาลัยฯยังไม่มีนโยบายหรือได้พูดคุยกับองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นที่ไหนๆในเรื่องวัคซีนตัวเลือกนะครับ&amp;nbsp;
นิธิ 1/6/64&amp;nbsp;
#วัคซีนคืนชีวิตชีวาให้สังคมไทย
#วัคซีนช่วยชาติ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104910</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.นิธิ มหานนท์, ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์, วัคซีนตัวเลือก, อปท.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210407/image_big_606d10578e063.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104812</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2021 17:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2021 17:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กป๊อก&#039; เข้าพบนายกฯ คาดถกปมจัดซื้อวัคซีนโควิดของ อปท.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 พ.ค.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 14.30 น. พล.อ.ประยุทธ์จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล ภายหลังเสร็จสิ้นการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมหน่วยความร่วมมือบริการฉีดวัคซีน covid 19 ของกรุงเทพฯ-สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย-เซ็นทรัลเวิลด์และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ปทุมวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย พล.อ.ประยุทธ์ เข้ามาไม่นานนัก จากนั้นพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย พร้อมด้วย นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทยได้เดินทางเข้าพบ โดยใช้เวลาหารือประมาณครึ่งชั่วโมง ซึ่งคาดว่าเป็นการมาหารือเกี่ยวกับการจัดซื้อวัคซีนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) ที่ยังมีปัญหาอยู่ในขณะนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104812</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.ประยุทธ์จันทร์โอชา, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา, วัคซีนโควิด, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, อปท.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210531/image_big_60b4bb706e99a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97836</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/03/2021 08:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/03/2021 08:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘พิมพ์รพี’จี้มท.เลิกคำสั่งห้ามท้องถิ่นจัดซื้อวัคซีนเอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 มี.ค.2564 - น.ส.พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงกรณีรัฐบาลเริ่มผ่อนคลายเงื่อนไขการเปิดประเทศนำร่องที่ภูเก็ต เริ่มวันที่ 1 เมษายนนี้ ว่ารัฐบาลเริ่มเดินมาถูกทางแล้ว ที่เริ่มมีการเปิดประเทศอย่างเป็นระบบ แต่ที่อยากให้เร่งรัดดำเนินการให้เร็วคือ แผนการฉีดวัคซีนโควิด-19 ซึ่งควรเร่งนำเข้ามากระจายให้เอกชนที่พร้อมจะแบ่งเบาภาระด้านงบประมาณให้กับรัฐบาล พร้อมควักเงินตัวเองร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ฉีดวัคซีนให้กับประชาชน โดยเฉพาะในจังหวัดท่องเที่ยว แต่ตอนนี้ไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะกระทรวงมหาดไทย (มท.) มีหนังสือห้ามองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) จัดซื้อวัคซีน ให้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลเท่านั้น เป็นการสูญเสียโอกาสที่ประชาชนจะได้ฉีดวัคซีนเร็วขึ้น และยังตัดทางเลือกวัคซีนของประชาชนด้วย &amp;nbsp;ซึ่งจะช่วยลดภาระรัฐบาลกลางได้ด้วย จึงอยากให้มีการทบทวนหนังสือฉบับดังกล่าว เปิดทางให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดซื้อวัคซีนมาบริหารจัดการภายในจังหวัดตัวเองได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;รัฐต้องหยุดผูกขาดวัคซีนโควิด-19 แต่ควรหารือร่วมกับภาคเอกชน กำหนดแผนกระจายวัคซีนในส่วนของภาคเอกชนให้ชัดเจน คู่ขนานไปกับแผนเดิมของรัฐบาลที่จะฉีดวัคซีนฟรีให้กับประชาชนวางบทบาทเป็นผู้เจรจาแทนภาคเอกชน เพราะวัคซีนหลายยี่ห้อจะเจรจากับรัฐบาลเท่านั้น บางประเทศถึงขั้นใช้การฉีดวัคซีนเป็นจุดขายดึงดูดนักท่องเที่ยวแล้ว ยิ่งช้าเท่าไหร่ เศรษฐกิจไทยก็ยิ่งเสียโอกาสเท่านั้น อย่าลืมว่าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในเส้นเลือดสำคัญที่หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจไทยคิดเป็นร้อยละ 16-17 ต่อจีดีพี ถ้าวัคซีนยังล่าช้า การฟื้นเศรษฐกิจก็เป็นไปได้ยาก&amp;rdquo; น.ส.พิมพ์รพีกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.พิมพ์รพี กล่าวด้วยว่า สิ่งที่น่ากังวลคือภาครัฐยังมีการประมาณการสถานการณ์อุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่ดีเกินความจริง ไม่เว้นแม้กระทั่งธนาคารแห่งประเทศไทยที่ระบุตัวเลขนักท่องเที่ยวในปีนี้ว่าจะมีมากถึง 3 ล้านคน ซึ่งคิดว่าไม่ใช่เรื่องง่าย ตราบใดที่การเปิดประเทศยังล่าช้า การฉีดวัคซีนยังไม่ได้ตามเป้าหมาย &amp;nbsp;ล่าสุดมีการทำโกดังหนี้ช่วยเหลือธุรกิจเอสเอ็มอี เป็นเรื่องดี แต่ปัญหาคือถ้าไม่รีบสร้างรายได้ให้เร็วที่สุด แม้มีโกดังเก็บหนี้แต่ผู้ประกอบการก็ไม่มีกำลังจ่ายหนี้อยู่ดี สุดท้ายก็ไปต่อไม่ได้อยู่ดี คนที่รอดทุกสถานการณ์กลายเป็นสถาบันการเงิน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97836</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล, ปชป., พรรคประชาธิปัตย์, มท., วัคซีน, ส.ส.บัญชีรายชื่อ, อปท.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210331/image_big_6063ca614258a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
