<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119711</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/10/2021 12:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/10/2021 12:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อพท. โชว์ผลงานพัฒนาท่องเที่ยวยั่งยืนปี 64 โกยรางวัลเพียบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14&amp;nbsp; ต.ค. 2564 นาวาอากาศเอกอธิคุณ คงมี ผู้อำนวยการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. เปิดเผยว่า&amp;nbsp; ผลดำเนินงานด้านการพัฒนายกระดับแหล่งท่องเที่ยวและชุมชนในรอบปีงบประมาณ 2564 ทำให้เกิดกิจกรรมและเส้นทางการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนจากการใช้องค์ความรู้ที่มีมาตรฐานการท่องเที่ยวโดยชุมชนและแหล่งท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยชุมชนและแหล่งท่องเที่ยวที่ อพท. รับผิดชอบ ได้รับการยอมรับจากองค์กรทั้งภายในและภายนอกประเทศอย่างมากมาย และล่าสุดแหล่งท่องเที่ยวที่ อพท. เข้าไปพัฒนา ได้รับคัดเลือกเป็นสุดยอดแหล่งท่องเที่ยวยั่งยืน 100 แหล่งของโลก ปี 2021 ( Global Sustainable Destinations Top 100 ) จำนวน 2 แหล่ง ได้แก่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตำบลเมืองเก่า จังหวัดสุโขทัย และตำบลในเวียง จังหวัดน่าน&amp;nbsp; ซึ่งในส่วนของตำบลในเวียงได้รับการคัดเลือกดังกล่าวเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน

&amp;ldquo;รางวัล Top 100&amp;nbsp; เป็นการจัดโดยหน่วยงานระดับโลก คือ Green Destinations Foundation ประเทศเนเธอร์แลนด์ ร่วมกับคณะผู้จัดงานส่งเสริมการท่องเที่ยวระดับโลก ITB (Internationale Tourismus-B&amp;ouml;rse) กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ซึ่งแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับคัดเลือกนี้จะได้รับการประชาสัมพันธ์ไปยังเครือข่ายผู้ประกอบการท่องเที่ยวทั่วโลก รวมถึงการเผยแพร่ข่าวสารไปยังนักท่องเที่ยว ซึ่งจะมีผลให้เกิดการรับรู้ทางการตลาดได้อย่างกว้างขวาง ดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพเข้ามาสู่ประเทศไทย&amp;rdquo;

ทั้งนี้จุดเด่นของสุโขทัย คือเป็นเมืองอุทยานประวัติศาสตร์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งอาจเป็นแห่งแรกของประเทศไทยที่คำนึงถึงระบบนิเวศธรรมชาติและการจัดการมลพิษต่างๆ&amp;nbsp; ขณะที่เมืองน่านก็ได้มาตรฐานเมืองท่องเที่ยวสะอาดของอาเซียนหรือ ASEAN Clean Tourist City Standard จากเวทีการประชุมการท่องเที่ยวอาเซียน ครั้งที่ 37 พ.ศ. 2561 ณ จังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp; แต่จุดสำคัญที่ทำให้ได้รับคัดเลือกเป็นสุดยอดแหล่งท่องเที่ยวยั่งยืน 100 แหล่งของโลก คือการมีเอกลักษณ์โดดเด่นเป็นของตัวเอง และมีความงดงามในเชิงวัฒนธรรม วิถีชีวิต มีการจัดการและการให้บริการที่เป็นมาตรฐาน ซึ่งได้จากองค์ความรู้ที่ อพท. เข้าไปพัฒนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนของภาคชุมชน ปี 2564 ชุมชนที่ อพท.&amp;nbsp; นำองค์ความรู้ตามเกณฑ์การพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชน หรือ CBT Thailand ไปพัฒนา&amp;nbsp; ได้รับรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (กินรี) ครั้งที่ 13 จัดโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จำนวน&amp;nbsp; 23 ชุมชน แบ่งเป็น สาขาแหล่งท่องเที่ยวชุมชน ได้รับรางวัลระดับยอดเยี่ยม 6 ชุมชน และรางวัลระดับดีเด่น 14 ชุมชน และในสาขาแหล่งเรียนรู้ ได้รับรางวัลระดับดีเด่น 3 ชุมชน&amp;nbsp; ซึ่งทั้งหมดเป็นชุมชนที่ อพท. ได้นำองค์ความรู้ด้านการพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชนเข้าไปส่งเสริมและยกระดับการพัฒนา&amp;nbsp; การได้รับรางวัลครั้งนี้จึงถือเป็นความสำเร็จที่เป็นรูปธรรมของ อพท. ในการพัฒนาและยกระดับชุมชนท่องเที่ยวให้มีคุณภาพในระดับประเทศ ที่นักท่องเที่ยวสามารถคาดหวังในบริการที่ได้มาตรฐาน ทั้งการบริหารจัดการ มีความปลอดภัย และสุขอนามัย และทุกชุมชนมีความพร้อมที่จะเสนอขายแก่นักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางไปเยือนภายหลังสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิดคลี่คลาย

ผู้อำนวยการ อพท.&amp;nbsp; กล่าวเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้ อพท. ได้เข้ารับมอบรางวัล PATA Gold Awards 2021 จากสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก หรือ Pacific Asia Travel Association : PATA&amp;nbsp; ประเภทความยั่งยืน (Sustainability Awards) ด้านการริเริ่มพัฒนาทุนมนุษย์ (Human Capital Development Initiative Awards) หัวข้อ &amp;ldquo;หลักสูตรการจัดการการท่องเที่ยวโดยชุมชน เพื่อชุมชนเชิงบูรณาการ&amp;rdquo; (DASTA CBT Integrated Curriculum: the Training for Community-based Tourism Stakeholder Empowerment) และล่าสุด สภาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก (Global Sustainable Tourism Council: GSTC) ซึ่งเป็นองค์กรระดับสากล ยังได้รับรองและคงสถานะ GSTC Recognized ซึ่งเป็นการยอมรับว่า &amp;quot;มาตรฐานการจัดการการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน หรือ หรือ Sustainable Tourism Management Standard : STMS ของ อพท. มีมาตรฐานเทียบเท่ากับหลักเกณฑ์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก สำหรับสถานที่แหล่งท่องเที่ยวของ GSTC (GSTC Destination Criteria) เวอร์ชั่น 2.0

&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับมาตรฐาน STMS&amp;nbsp; หรือเรียกว่า อพท. น้อย เป็นมาตรฐานองค์ความรู้ด้านการจัดการการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ที่ อพท. นำไปอบรมให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และนำไปใช้พัฒนาให้แก่ชุมชนของตัวเอง ซึ่งในปีงบประมาณ 2564 อพท. ได้นำมาตรฐานฯ ไปขยายผลส่งเสริมให้แก่องค์กรจัดการด้านการท่องเที่ยว (Destination Management Organization: DMO) จำนวน 8 แห่ง ซึ่งนับว่ามีบทบาทสำคัญอย่างมากในการส่งเสริมให้เกิดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ในพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาและเขตพัฒนาการท่องเที่ยวอารยธรรมอีสานใต้ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการฝึกอบรมให้กับองค์กรที่เข้าร่วมโครงการ และคาดว่าจะประกาศผลหน่วยงานที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน STMS ในสิ้นปีนี้

&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตามรางวัลต่างๆ ที่แหล่งท่องเที่ยวและชุมชนได้รับ มาจากการร่วมแรงร่วมใจของ อพท. กับ ภาคีภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และชุมชนที่สนับสนุน และมีส่วนร่วมในการพัฒนาให้เกิดความยั่งยืน ซึ่งนับเป็นความภูมิใจและความสำเร็จของ อพท. ที่สามารถดำเนินการได้ตามวัตถุประสงค์ สนองตอบต่อนโยบายของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี&amp;nbsp; ที่ต้องการสร้างอาชีพและกระจายรายได้ลงสู่ชุมชน&amp;nbsp; โดยใช้ฐานทุนทางวัฒนธรรม วิถีชีวิต และสิ่งแวดล้อม มาต่อยอดให้เกิดรายได้ และนักท่องเที่ยวยังได้มีเส้นทางและกิจกรรมทางการท่องเที่ยวใหม่ๆ ที่มีคุณภาพและการจัดการอย่างมีมาตรฐาน นอกจากนั้นยังสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยในด้านการมีแหล่งท่องเที่ยวที่มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับสากลด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119711</URL_LINK>
                <HASHTAG>อพท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211014/image_big_6167bd8d8914a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97443</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/03/2021 13:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/03/2021 13:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อพท.ประกาศต้านคอรัปชั่น </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นาวาอากาศเอก อธิคุณ คงมี ผู้อำนวยการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท.ลงนามประกาศเจตจำนงสุจริต พร้อมนำคณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ในส่วนกลางและสำนักงานพื้นที่พิเศษ ร่วมแสดงพลัง &amp;ldquo;เจตจำนงสุจริต&amp;rdquo; ป้องกันและปราบปรามการทุจริตในการบริหารงาน รวม 6 ด้าน คือ (1) โปร่งใส (2) พร้อมรับผิด (3 ) ปลอดจากการทุจริตในการปฏิบัติงาน (4) วัฒนธรรมสุจริตในองค์กร (5) คุณธรรมการทำงานในหน่วยงาน และ(6) การสื่อสารภายในหน่วยงาน เพื่อยกระดับการดำเนินงานของ อพท. ให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่ให้ความสําคัญกับคุณธรรมและความโปร่งใสในการดําเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ ณ สำนักงาน อพท. อาคารทิปโก้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97443</URL_LINK>
                <HASHTAG>อธิคุณ คงมี, อพท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210327/image_big_605ecc3fedf0c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86398</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/12/2020 15:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/12/2020 14:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไปแอ่วน่าน ชมผ้าทอพื้นเมือง&quot;น่านเน้อเจ้า&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;


	
		
			ซิ่นลายน้ำไหลหยดน้ำของกลุ่มสตรี ในจ.น่าน ภายใต้แบรนด์ &amp;quot;น่านเน้อเจ้า&amp;quot;
		
	


&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จังหวัดน่าน หากใครได้มาเยือนก็ต้องตกหลุมรัก &amp;nbsp;อบอวลด้วยกลิ่นอาย ความเป็นเมืองเหนือเต็มขนาด &amp;nbsp;ยิ่งชาวบ้านก็น่ารัก ง อาหารอร่อยกินง่าย มีโบราณสถานเมืองเก่าสำคัญๆ &amp;nbsp;มีวัฒนธรรมประเพณี ภูมิปัญญาที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน &amp;nbsp;ยิ่งการผ้าทอ น่านก็มีชื่อเสียงไม่น้อยหน้าไปกว่าจังหวัดอื่นๆ เมื่อเร็วๆนี้ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. &amp;nbsp;พาไปเที่ยวน่าน &amp;nbsp;ผ่านเรื่องเล่าของผ้าทอพื้นเมือง ภูมิปัญญาที่ผู้หญิงเมืองน่านทุกคนสมัยก่อนต้องเรียนรู้ &amp;nbsp;และความรู้นี้สืบทอดมาจนถึงคนรุ่นลูกหลานในปัจจุบัน &amp;nbsp;ด้วยลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์งดงามของแต่ละท้องถิ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;


	
		
			สินค้าจากกลุ่มส่งเสริมอาขีพบ้านเชียงราย
		
	


&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; แบรนด์ &amp;ldquo;น่านเน้อเจ้า&amp;rdquo; ก็เป็นหนึ่งในภูมิปัญญาที่ตกทอดกันมาหลายชั่วคน และคนรุ่นปัจจุบันได้ขับเคลื่อน โดยนำกลุ่มสตรีแม่บ้านที่ว่างงาน ต้องการหารายได้เสริม &amp;nbsp;4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มทอผ้าโฮงเจ้าฟองคำ ต.ในเวียง กลุ่มทอผ้าบ้านซาวหลวง ต.บ่อสวก กลุ่มทอผ้าบ้านนาปงพัฒนา &amp;nbsp;ต.บ่อสวก และกลุ่มส่งเสริมอาชีพบ้านเชียงราย ต.ดู่ใต้ ซึ่งอยู่ในพื้นที่พิเศษของอพท. และยังได้รับรางวัล PATA Gold Awards 2020 ประเภทรางวัล Women Empowerment Initiative &amp;nbsp;มารวมตัวกันถักทอผ้า ออกขายในชื่อแบรนด์ &amp;quot;น่านเน้อเจ้า&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;


	
		
			สินค้าจาก 4 กลุ่มจะติดป้ายแบรนด์น่านเน้อเจ้า
		
	


&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุขสันต์ เพ็งดิษฐ์ ผู้จัดการสำนักงานพื้นที่พิเศษ 6 ของ อพท .ให้ข้อมูลว่า การรวมกลุ่มของที่เข้มแข็งของสตรีแม่บ้านทั้ง 4 กลุ่ม &amp;nbsp;จนพัฒนาเป็นแบรนด์ น่านเน้อเจ้า &amp;nbsp; สร้างผ้าทอที่ทรงคุณค่าของเมืองน่านผ่าน 5 แนวทางหลักคือ 1.การเชื่อมศิลปวัฒนธรรมที่เกิดจากภูมิปัญญาในชุมชน 2.ทำโดยคนในชุมชน 3.มีความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งทุกคนก็ค่อยๆปรับและเรียนรู้ 4.ผลกำไรที่ได้มาต้องเอากลับไปต่อยอดหรือจัดทำเป็นสวัสดีการของคนที่อยู่ในกลุ่ม 5. ลูกค้าจะต้องไม่ซื้อสินค้าเพราะความสงสาร แต่ต้องซื้อเพราะเห็นว่าเป็นผลิตภัณฑ์มีคุณภาพ &amp;nbsp; นอกจากนี้ ยังทำให้เกิดการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวโดยชุมชน ที่จะนำนักท่องเที่ยวเข้ามาสัมผัสวิถีชีวิตของกลุ่มคนทอผ้า เรียนรู้วิธีการทอลวดลายที่มีเอกลักษณ์ ชิมรสอาหารแต่ละชุมชน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรายังได้เตรียมดำเนินการ ยกระดับเมืองเก่าน่านเข้าสู่สมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก เพื่อเปิดประสบการณ์การท่องเที่ยวมุมมองใหม่ได้อีกด้วย&amp;quot;สุขสันต์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เรื่องราวการทอผ้า ไม่ได้่ทำให้รู้จักแต่ผ้าทอที่สวยงามเท่านั้น แต่ยังพาไปรู้จักสถานที่ที่ใช้ทอผ้าอีกด้วย จุดหมายแรก คือ &amp;quot;เฮือนเจ้าฟองคำ &amp;quot;เป็นเรือนไม้ล้านนาใต้ถุนสูง 3 หลังติดกัน &amp;nbsp;เปิดด้านหนึ่งให้นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปชมตัวเรือนด้านในได้ &amp;nbsp;พื้นที่ใต้ถุนเรือน จัดเป็นศูนย์เรียนรู้การทอผ้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ.ภัทราภรณ์ ปราบริปู ทายาทเจ้าฟองคำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; อ.ภัทราภรณ์ ปราบริปู ทายาทเจ้าของเฮือนเจ้าฟองคำ &amp;nbsp;ทำหน้าที่ไกด์นำชมเรือนและการทอผ้า เล่าว่า เรือนหลังนี้สร้างมาตั้งแต่ปี 2368 และตัดสินใจเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมในปลายปี 2554 จุดประสงค์เพื่อสะท้อนความเป็นเมืองเก่า ที่ยังมีลมหายใจมาจนถึงปัจจุบัน &amp;nbsp; ตัวเรือนมีการซ่อมแซมมาเรื่อยๆ &amp;nbsp;แต่ไม่ให้มีสภาพต่างไปจากสมัยดั้งเดิมมากนัก &amp;nbsp;ส่วนพื้นที่ใต้ถุนถูกจัดระเบียบ วางกี่ทอผ้า 10 กี่ &amp;nbsp;ใช้สาธิตการทอผ้าซิ่น รวมถึงถ่ายทอดความรู้ให้กับคนรุ่นใหม่ที่สนใจ &amp;nbsp;ผ้าที่ทอมีทั้งซิ่นลายดั้งเดิมโบราณ 7 ลาย อาทิ &amp;nbsp;ลายเชียงแสน ม่าน คำเคิบ น้ำไหล ป้อง คาดก่าน และซิ่นลายประยุกต์ที่สร้างขึ้นมาเอง คือ ซิ่นลายน้ำไหลหยดน้ำ โดยพี่ชาย มณฑล คงกระจ่าง ด้วยจุดเด่นลายน้ำไหลที่พริ้วไหวดังสายน้ำ แต่งแต้มด้วยจุดกลมระหว่างลายน้ำ คล้ายกับละอองน้ำที่กระเซ็นขึ้นมา และเทคนิคการทอด้วยการล้วงด้ายด้วยมือทำให้ผ้าทอลายนี้ใช้เวลาทอนานได้เพียงเดือนละ 1 ผืน เพราะต้องใช้ความปราณีตและความชำนาญ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เฮือนเจ้าฟองคำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เฮือนเจ้าฟองคำ &amp;nbsp; เป็นบ้านทรงล้านนา มีลานกว้างด้านหน้า &amp;nbsp;สร้างเป็นเรือนแฝด &amp;nbsp;ชั้นบนมีจุดไฮท์ไลต์คือ ห้องพระที่จะแตกต่างจากภาคกลางคือ ไม่มีโต๊ะหมู่บูชา แต่มีหมอนพิง หรือหมอนผา ของเจ้ามโน ซึ่งมีศักดิ์เป็นคุณทวดของอ.ภัทราภรณ์ หมอนอิงนี้ มีการปักลวดลายดั้งเดิมหาดูยาก พร้อมกับมีตราประจำตระกูลติดอยู่บนบานประตูก่อนเข้าสู่ห้องส่วนอื่นๆของบ้าน เรียกว่าหำยนต์ &amp;nbsp;เป็นไม้แกะสลักลายดอกแก้วและหงส์คู่ โดยจะต้องลงคาถาอาคมก่อนจะเอามาติด เพื่อความอยู่เย็นเป็นสุข และห้องจัดแสดงเครื่องเงิน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ห้องพระในเฮือนเข้าฟองคำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;


	
		
			สินค้าจาก 4 กลุ่มจะติดป้ายแบรนด์น่านเน้อเจ้า
		
	


&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังมีกิจกรรมทำสรวยดอก หรือ กรวยดอกไม้ ที่เราจะนำไปไหว้ที่วัดภูมินทร์ ที่ห่างจากเฮือนเจ้าฟองคำไม่มากนัก เพราะมาแล้วก็ไม่พลาดที่จะไปชมความสวยงามของจิตรกรรมฝาผนังที่วัด อย่าง ภาพกระซิบรักบันลือโลก และเรื่องราวอื่นๆที่ช่างได้สะท้อนวิถีชีวิตคนเมืองน่านเอาไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มทอผ้าบ้านซาวหลวง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เราเดินทางต่อไปที่ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มสตรีทอผ้าบ้านซาวหลวง &amp;nbsp;กรกฎ แปงใจ เลขานุการกลุ่ม รับหน้าที่เป็นคนให้ข้อมูล &amp;nbsp;เนื่องจาก คลุกคลีกับกี่ทอผ้ามาตั้งแต่ยังเด็ก และเริ่มทอผ้าเช็ดหน้าเป็นตั้งแต่ 6 ขวบ มีความรักผูกพันธ์ในการทอผ้า &amp;nbsp;และเป็นหนึ่งในเรื่ยวแรงสำคัญของกลุ่ม เล่าว่า &amp;nbsp;ลายดั้งเดิมของที่นี่ก็จะเหมือนกับชุมชนอื่นๆ ตนจึงได้ออกแบบลายที่เอกลักษณ์ คือ ลายบ่อสวก ที่ประยุกต์มาจากลายนกฮูกและอินธนูที่ปรากฎบนเครื่องปั้นดินเผาโบราณอายุ 700 ปี สร้างเป็นลายคั้น ผสมผสานกับลายอื่นๆ &amp;nbsp;สร้างความสวยงามให้กับผืนผ้ามาก &amp;nbsp;ที่นี่มีกว่า 20 กี่ &amp;nbsp;ผลิตสินค้านอกจากซิ่นแล้ว ยังมีเสื้อทั้งผู้หญิงและผู้ชาย เน้นสีที่ใส่ง่ายไม่จัดจ้าน ปัจจุบันยังทำช่องทางการขายผ่านออนไลน์เพิ่มขึ้นด้วย &amp;nbsp;ทำให้ได้กลุ่มลูกค้าทั้งวัยรุ่น วัยทำงาน หากนักท่องเที่ยวเข้ามาเราจะสอนการทอผ้าตั้งแต่เริ่มต้น &amp;nbsp;เพราะบางคนที่สนใจก็ชอบการทำกิจกรรมนี้ และยังสามารถไปทำกิจกรรมปั้นดินเผาภายในชุมชนได้อีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรกฎ แปงใจ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;


	
		
			ลายบ่อสวก นำมาทอคันลายผ้าอื่นๆสร้างความงดงามยิ่งขึ้น
		
	


&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จุดสุดท้าย &amp;nbsp;กลุ่มส่งเสริมอาขีพบ้านเชียงราย มีเอกลักษณ์ที่ชัดเจนของผ้าสีดำ-แดง ทอด้วยลายตาโก้ง หรือสมัยก่อนเรียกว่าลายตาแสง พวงทอง สุทธิจินดา เลขากลุ่ม เล่าว่า ผ้าห่มในครัวเรือนที่ใช้จะมีการทอด้วยฝ้ายลายตาโก้ง &amp;nbsp;ที่ต้องทอโดยผู้หญิง เพราะมีความหมายที่สื่อถึงความพร้อมในการออกเรือน หรือพร้อมแต่งงานเพื่อสร้างครอบครัว แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนแปลงไป &amp;nbsp;ชาวบ้านได้รวมกลุ่มกันเพื่อพัฒนาลายตาโก้งให้ทันสมัยมากยิ่งขึ้น จึ งได้พัฒนาลายใหม่ขึ้นมาคือ ลายก้างปลา ซึ่งจริงๆ เกิดจากการทอลายพลาดของช่าง แต่กลับทำให้ได้ลายใหม่ที่สวยงาม อีกลายคือลายลูกแก้ว ที่ทำให้ลายตาโก้งมีลูกเล่นมากขึ้น นอกจากพัฒนาลายยังได้ปรับรูปแบบการใช้โทนสี ให้เข้ากับยุคสมัยด้วย &amp;nbsp;โดยมีสินค้าอาทิ กระเป๋า เสื้อ พวงกุญแจ ผ้ารองจาน เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าเข้าถึงง่าย และยังมีกิจกรรมปักกระเป๋า ที่นักท่องเที่ยวสามารถปักด้วยฝีมือตนเอง เป็นของที่ระลึกจากชุมชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้หญิงต่องสืบทอดทักษะการทอผ้าห่มลายตาโก้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;


	
		
			พวงทอง สุทธิจินดา ถือผ้าห่อทอลายตาโก้ง
		
	


&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;


	
		
			ลายกางปลา(ซ้าย)-ลายตาโก้ง(ขวา)
		
	


&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;


	
		
			
			&lt;p&gt;กิจกรรมปักกระเป๋าเป็นของฝาก&lt;/p&gt;

			&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
			
		
	


&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การมาเที่ยวชมวิถีชีวิตของช่างทอผ้า ทำให้เข้าใจว่าผ้าแต่ละผืนไม่ได้ทอกันง่ายๆ ต้องใช้ทั้งใจรัก ความชำนาญ ทุ่มเท และความคิดสร้างสรรค์ &amp;nbsp;ผ้าทอหนึ่งผืน จึงสมกับราคาที่ขาย และคุณภาพที่ลูกค้าได้รับ หากใครมาน่านลองเปิดประสบการณ์เที่ยวชุมชนทอผ้าดูสักครั้งแล้วจะไม่ผิดหวังแน่นอน&amp;nbsp;

&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86398</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.น่าน, น่านเน้อเจ้า, อพท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201209/image_big_5fd070eb94ed1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83387</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/11/2020 16:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/11/2020 16:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กทท. จัดอบรมส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพที่พักนักเดินทาง(Home Lodge) ภาคกลาง  หนุนที่พักนักเดินทางที่มีคุณภาพ พร้อมอบรมการเป็นเจ้าบ้านที่ดี เพื่อรองรับท่องเที่ยววิถีใหม่  สร้างรายได้สู่ชุมชน เพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;(10 พฤศจิกายน 2563) &amp;nbsp;กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยกรมการท่องเที่ยว &amp;nbsp;ร่วมกับททท. และอพท จัดกิจกรรมอบรมส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพที่พักนักเดินทาง (Home Lodge) เพื่อรองรับการท่องเที่ยววิถีใหม่ ( New Normal) การเป็นเจ้าบ้านที่ดี &amp;nbsp;พร้อมส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน &amp;nbsp;ณ ห้องประชุมแกรนด์บอลรูม ไมด้า รีสอร์ท จังหวัดกาญจนบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;Default&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;Default&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;Default&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;Default&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;สำหรับการอบรมส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพที่พักนักเดินทาง (Home Lodge) ในครั้งนี้เป็นโครงการที่เกิดขึ้นจากนโยบายของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่ต้องการจะเพิ่มจำนวนที่พักเพื่อการท่องเที่ยวให้มากขึ้น เพื่อเกิดการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นชุมชนอย่างแท้จริง&amp;nbsp; ส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ กระตุ้น ภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาตามสภาวการณ์โลกและพฤติกรรมของผู้บริโภคอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทย โดยเฉพาะหลังจากสถานการณ์ ไวรัสโคโรนา2019 (COVID-19) คุณภาพของสินค้าและบริการ &amp;nbsp;ด้านการท่องเที่ยว จะต้องมีความสะดวก สะอาด ปลอดภัย &amp;nbsp;มีความเป็นธรรมต่อนักท่องเที่ยว &amp;nbsp;และรักษ์สิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;Default&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;Default&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;Default&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;สำหรับการอบรมในครั้งนี้ ได้กำหนดจัดขึ้นในพื้นที่ภาคกลาง &amp;nbsp;ครอบคลุมพื้นที่ 6 &amp;nbsp;&amp;nbsp;จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี&amp;nbsp; ราชบุรี&amp;nbsp; นครปฐม สุพรรณบุรี &amp;nbsp;สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร โดยมีผู้เข้าอบรมรวมกว่า 200 คน &amp;nbsp;ทั้งนี้มีการเสวนาร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน ได้แก่ ผู้แทนจากองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.)&amp;nbsp; ผู้ประกอบการ Online Platform ที่มีชื่อเสียง ได้แก่ Local Alike และ Blogger ด้านการท่องเที่ยวเพจไปไหนดี การให้สินเชื่อรายบุคคลจากธนาคารออมสิน รวมถึงการบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับ การท่องเที่ยววิถีใหม่ (New Normal) การเป็นเจ้าบ้านที่ดี และมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย (SHA) จากผู้แทนการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และการป้องกันไวรัสโคโรนา (COVID-19) และการเสริมสร้างสุขอนามัยของเจ้าบ้านและนักท่องเที่ยว จากผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุข เพื่อเป็นประโยชน์กับผู้เข้าร่วมอบรมในครั้งนี้ โดยหลังจากการจัดอบรมฯ คาดว่าจะมีผู้ประกอบการขนาดกลางขนาดเล็ก และชุมชนสมัครขอรับการพิจารณาตามเกณฑ์คุณภาพที่พักนักเดินทาง(Home Lodge)เพิ่มขึ้นจากเดิมร้อยละ 50&amp;nbsp; ในพื้นที่ภาคกลาง ช่วยให้เกิดการกระจายรายได้สู่ชุมชนลดความเหลื่อมล้ำ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;สามารถสอบถามรายละเอียดขอขอรับการพิจารณาตามเกณฑ์คุณภาพที่พักนักเดินทาง(Home Lodge) ได้ที่กรมการท่องเที่ยว โทร 02-141-3235 &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83387</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, อพท, โครงการ Home Lodge</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201110/image_big_5faa5c51ca5fe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
