<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108732</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/07/2021 20:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2021 20:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>MEA พร้อมดูแลระบบไฟฟ้าพื้นที่รอบจุดเกิดเหตุเพลิงไหม้โรงงานย่านบางพลี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากกรณีเหตุระเบิดและเกิดเพลิงไหม้โรงงาน ภายในซอยกิ่งแก้ว 21 อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เมื่อเวลาประมาณ 03.30 น. ที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้เพลิงยังไม่สงบส่งผลให้เกิดกลุ่มควันที่มีผลกระทบต่อพื้นที่โดยรอบ โดยล่าสุดอำเภอบางพลีได้ออกคำสั่งอพยพประชาชนในพื้นที่โดยรอบจุดเกิดเหตุรัศมี 5 กิโลเมตร การไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA ในฐานะผู้ดูแลระบบจำหน่ายไฟฟ้าในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ ได้บูรณาการร่วมกับ เจ้าหน้าที่ดับเพลิง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในพื้นที่เกิดเหตุ พร้อมทั้งดูแลความมั่นคงของระบบไฟฟ้าในพื้นที่โดยรอบจุดเกิดเหตุเพื่อป้องกันผลกระทบจากเหตุเพลิงไหม้ที่เกิดขึ้น รวมถึงการดูแลระบบไฟฟ้าในพื้นที่ศูนย์อพยพ ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่วัดบางพลีใหญ่กลาง มูลนิธิร่วมกตัญญู โดยมีการประสานงานร่วมกับศูนย์อำนวยการอำเภอบางพลี เพื่อเพิ่มอุปกรณ์จำหน่ายระบบไฟฟ้า ตลอดจนการประสานงานเพื่อจัดหาไฟส่องสว่างให้เจ้าหน้าที่ในบริเวณจุดเกิดเหตุที่อาจต้องดำเนินการถึงช่วงค่ำวันนี้อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ MEA ขอแสดงความห่วงใยกับผู้ได้รับผลกระทบ และขอเสียใจต่อเจ้าหน้าที่ดับเพลิงผู้เสียชีวิตจากภารกิจในครั้งนี้ โดย MEA ยังคงเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อบูรณาการด้านระบบไฟฟ้ากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สถานการณ์เพลิงไหม้ครั้งนี้คลี่คลายโดยเร็วที่สุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108732</URL_LINK>
                <HASHTAG>MEA, การไฟฟ้านครหลวง, ซอยกิ่งแก้ว, ระบบไฟฟ้า, ศูนย์อพยพ, ศูนย์อำนวยการอำเภอบางพลี, อพยพประชาชน, เจ้าหน้าที่ดับเพลิง, เพลิงไหม้โรงงาน, โรงงานย่านบางพลี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210705/image_big_60e304d0b1d40.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108666</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/07/2021 13:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2021 13:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ตร.เร่งลำเลียงอพยพประชาชนออกจากพื้นที่โรงงานย่านกิ่งแก้ว </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.ค.64-พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากกรณีเหตุโรงงานสารเคมีผลิตเม็ดโฟมพลาสติกระเบิด ในพื้นที่ซอยกิ่งแก้ว 21 ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ก่อให้เกิดความเสียหายภายในพื้นที่โรงงานทั้งหมด และบริเวณรอบข้างในรัศมี 1 กิโลเมตร บ้านเรือนของประชาชนได้รับความเสียหายกว่า 70 หลังคาเรือน มีรถยนต์ได้รับความเสียหาย จำนวน 15 คัน และผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนหลายราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากเหตุการณ์ดังกล่าว สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนผู้ที่ได้รับผลกระทบ โดย พล.ต.ท.อำพล&amp;nbsp; บัวรับพร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ลงพื้นที่ และเร่งดำเนินการจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการให้ความช่วยเหลือ พร้อมอำนวยความสะดวกด้านการจราจร เร่งลำเลียงอพยพประชาชนออกจากพื้นที่ เนื่องจากอาจได้รับอันตรายจากสารเคมีที่เผาไหม้ เนื่องมาจากสถานการณ์ล่าสุด ยังไม่สามารถควบคุมเพลิงได้ จึงเกรงว่าจะลุกลามไปติดยังโกดังเก็บสารเคมีในบริเวณใกล้เคียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอประชาสัมพันธ์ แจ้งเตือนมายังพี่น้องประชาชนในพื้นที่รัศมีโดยรอบไม่เกิน 5 กิโลเมตร เร่งอพยพออกจากพื้นที่ โดยได้มีการจัดตั้งศูนย์อพยพไว้รองรับประชาชน ดังนี้ 1.โรงเรียนเตรียมปริญญานุสรณ์ 2. องค์การบริหารส่วนตำบลบางพลีใหญ่ 3. วัดสลุด อ.บางพลีใหญ่ ทั้งนี้ หากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ต้องการขอความช่วยเหลือ หรือสอบถามข้อมูล สามารถโทรมายังสายด่วน 191 และ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108666</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.สมุทรปราการ, ตำรวจ, อพยพประชาชน, โรงงานพลาสติก, ไฟไหม้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210705/image_big_60e2a94eb41ea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53768</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/01/2020 21:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/01/2020 21:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กองทัพออสเตรเลียส่งเรืออพยพประชาชนติดไฟป่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กองทัพออสเตรเลียเปิดปฏิบัติการอพยพทางทะเลเพื่อช่วยเหลือประชาชนนับพันคนที่ถูกไฟป่าปิดเส้นทางหนีในเมืองมัลลาคูตาทางภาคตะวันออกเฉียงใต้เมื่อวันศุกร์ เจ้าหน้าที่เรียกร้องประชาชนรีบอพยพ คาดอุณหภูมิสูงขึ้นอีกในวันเสาร์หวั่นไฟป่ารุนแรงขึ้นอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประชาชนอพยพขึ้นเรือเอชเอ็มเอเอส ชูลส์ ที่เมืองมัลลาคูตาเมื่อวันศุกร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีและรอยเตอร์เมื่อวันศุกร์ที่ 3 มกราคม 2563 อ้างคำกล่าวของเจ้าหน้าที่ออสเตรเลียเช้าวันเดียวกันว่า เรือยกพลขึ้นบกเอชเอ็มเอเอส ชูลส์ และเรือซิคามอร์ ของกองทัพเรือออสเตรเลีย เข้าเทียบฝั่งเมืองมัลลาคูลา รัฐวิกตอเรีย เพื่ออพยพประชาชนประมาณ 1,000 คน จากชาวบ้านและนักท่องเที่ยว 4,000 คนที่ติดค้างอยู่ตามชายฝั่งมาตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม โดยนายกฯ สกอต มอร์ริสัน กล่าวไว้ว่า ชาวบ้านกลุ่มนี้จะถูกอพยพออกมาภายในช่วงบ่ายวันศุกร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิกฤติไฟป่าที่เผาไหม้มายาวนานหลายเดือนครั้งรุนแรงเป็นประวัติการณ์ของออสเตรเลียคร่าชีวิตคนแล้วอย่างน้อย 20 ราย สูญหายอีกหลายสิบราย บ้านเรือนเสียหายมากกว่า 1,300 หลัง มีพื้นที่ถูกไฟเผาผลาญขนาดกว้างใหญ่เท่ากับประเทศเบลเยียมหรือเกาะฮาวายของสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ออกคำแนะนำนักท่องเที่ยวนับแสนคนควรอพยพออกจากอุทยานแห่งชาติและแหล่งท่องเที่ยวชายฝั่งทางใต้ของรัฐนิวเซาท์เวลส์ และพื้นที่ตะวันออกของรัฐวิกตอเรีย หลังจากพยากรณ์อากาศคาดการณ์ว่าอุณหภูมิในวันเสาร์จะพุ่งเกิน 40 องศาเซลเซียสอีกครั้งพร้อมกับกระแสลมแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางการออสเตรเลียประกาศภาวะฉุกเฉินทั่วภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ที่มีประชากรหนาแน่น เพื่อให้อำนาจทางการออกคำสั่งให้ประชาชนหลายแสนคนอพยพออกจากบ้านเรือนในพื้นที่เสี่ยงภัยของ 3 รัฐ โดยรัฐวิกตอเรียประกาศภาวะฉุกเฉินเป็นครั้งแรก ไล่หลังคำประกาศของรัฐนิวเซาท์เวลส์เมื่อวันพฤหัสบดี สำนักงานจัดการภัยฉุกเฉินของรัฐนี้ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงออกจากบ้านเรือนทันทีและอย่าหวังพึ่งโชค ขณะที่กลาดิส แบร์จิกเลียน มุขมนตรีรัฐนิวเซาท์เวลส์ กล่าวเตือนว่า ประชาชนในพื้นที่เหล่านั้นต้องอพยพออกมาเมื่อยังมีโอกาส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประชาชนและนักท่องเที่ยวนับหมื่นคนปฏิบัติตามคำแนะนำนี้แล้ว และพากันหนีออกจากพื้นที่ชายฝั่งยาวเหยียด 300 กิโลเมตร รถยนต์ติดยาวเหยียดไปยังนครซิดนีย์และกรุงแคนเบอร์รา แอนดรูว์ คอนสแตนซ์ รัฐมนตรีคมนาคมรัฐนิวเซาท์เวลส์ กล่าวถึงเหตุการณ์นี้ว่าเป็นการอพยพคนออกจากภูมิภาคนี้ครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทัพส่งเครื่องบินทหารเพื่อจัดส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์ไปยังหลายพื้นที่ที่ถูกตัดขาดด้วย แดน แอนดรูว์ มุขมนตรีรัฐวิกตอเรีย เผยว่า เจ้าหน้าที่ได้หย่อนโทรศัพท์ผ่านดาวเทียมลงไปพร้อมกับน้ำและเสบียงฉุกเฉิน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53768</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพเรือ, วิกตอเรีย, อพยพประชาชน, ออสเตรเลีย, เอชเอ็มเอเอส ชูลส์, ไฟป่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200103/image_big_5e0f50d43b0d8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51517</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/12/2019 17:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/12/2019 17:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟิลิปปินส์ เจ้าภาพซีเกมส์ รับมือไต้ฝุ่นคัมมูริขึ้นฝั่ง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ทางการฟิลิปปินส์เริ่มอพยพประชาชนหลายพันคนจากพื้นที่ต่ำและริมชายฝั่งในเขตบีโกลแล้วตั้งแต่คืนวันเสาร์ เตรียมรับมือพายุไต้ฝุ่นคัมมูริที่คาดว่าจะเคลื่อนถึงฝั่งค่ำวันจันทร์หรือเช้าวันอังคาร ด้านผู้จัดการแข่งขันซีเกมส์ตัดสินใจยกเลิกหรือปรับเปลี่ยนตารางการแข่งขันให้เร็วขึ้นก่อนพายุมาถึง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขบวนนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ของฟิลิปปินส์ในพิธีเปิดการแข่งขันซีเกมส์เมื่อวันเสาร์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของสำนักข่าวเอเอฟพีเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ธันวาคม 2562 กล่าวว่า พายุไต้ฝุ่นคัมมูริเคลื่อนตัวถึงอาณาเขตของฟิลิปปินส์ตั้งแต่ช่วงค่ำวันเสาร์ที่ผ่านมา หรือในช่วงเวลาไม่นานก่อนหน้าที่ประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต และแมนนี ปาเกียว นักมวยอาชีพคนดังของฟิลิปปินส์ จะทำพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 30 ที่กรุงมะนิลา ซึ่งมีนักกีฬาและเจ้าหน้าที่มาร่วมการแข่งขันครั้งนี้ถึงราว 8,750 คน มากที่สุดเป็นประวัติการณ์ ยังไม่นับรวมอาสาสมัครอีกราว 12,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พยากรณ์อากาศคาดว่าไต้ฝุ่นคัมมูริจะเคลื่อนถึงฝั่งฟิลิปปินส์ช่วงค่ำวันจันทร์ หรือเช้าวันอังคาร โดยมีความเร็วลมสูงสุดใกล้จุดศูนย์กลาง 170 กิโลเมตร/ชั่วโมง และความเร็วลมคงที่สูงสุด 140 กิโลเมตร/ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หน่วยงานของรัฐบาลท้องถิ่นบางแห่งในเขตบีโกล ซึ่งอยู่ตอนกลางของประเทศ ได้ขอให้ประชาชนเริ่มอพยพออกจากบ้านเรือนตั้งแต่คืนวันเสาร์ สำนักงานจัดการภัยพิบัติของจังหวัดกามารีเนสนอร์เตในเขตบีโกล รายงานว่า ถึงช่วงบ่ายวันอาทิตย์ มีประชาชนมากกว่า 3,000 คนอพยพมาอยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราว ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโรงเรียนและสนามกีฬา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประชาชนที่อพยพนี้ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ริมชายฝั่งหรือที่ต่ำ ที่อาจได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมฉับพลันและดินถล่มเมื่อพายุไต้ฝุ่นทำให้เกิดฝนตกหนัก อย่างไรก็ดี สำนักงานจัดการภัยพิบัติชี้แจงว่าการอพยพเป็นการป้องกันล่วงหน้า และทางการยังไม่ได้ออกคำสั่งเชิงบังคับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การคาดคะเนว่าจะเกิดฝนตกหนักทำให้โรงเรียนและที่ทำการของรัฐบาลในบางเมืองจะปิดทำการในวันจันทร์และอังคารนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การแข่งขันกีฬาซีเกมส์ครั้งนี้จะจัดไปถึงวันที่ 11 ธันวาคม โดยใช้ 3 เมืองเป็นสถานที่จัดการแข่งขัน ได้แก่เมืองคลาร์ก, ซูบิก และกรุงมะนิลา โดยมีการแข่งขันกีฬามากเป็นสถิติของซีเกมส์ถึง 56 ชนิดกีฬา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กีฬากลางแจ้งที่จะจัดในเมืองซูบิก ซึ่งเป็นเมืองชายฝั่งตะวันตกของเกาะลูซอน เกาะหลักทางเหนือของฟิลิปปินส์ จะได้รับผลกระทบจากพายุคัมมูริก่อน โดยรามอน อาเกรกาโด หัวฝ่ายสถานที่จัดการแข่งขันในเมืองซูบิกของคณะกรรมการจัดการแข่งขันซีเกม เผยกับเอเอฟพีว่า ผู้จัดตัดสินใจยกเลิกการแข่งขันวินด์เซิร์ฟจนกว่าจะมองเห็นสภาพอากาศที่ชัดเจนมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาเผยด้วยว่า ไตรกีฬาประเภทหญิงจะถูกเลื่อนมาแข่งเร็วขึ้นในวันอาทิตย์ เพื่อฉวยจังหวะที่สภาพอากาศยังดีอยู่ ส่วนทวิกีฬาที่วางตารางไว้ในวันอังคารจะเลื่อนมาแข่งในวันจันทร์ ด้านสถานที่จัดการแข่งขันนั้นจะไม่เปลี่ยนแปลง แต่หากสภาพอากาศเลวร้าย เจ้าหน้าที่จะเก็บอุปกรณ์ออกก่อน แล้วค่อยนำมาติดตั้งคืนทันทีที่จัดตารางการแข่งขันใหม่ได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51517</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซีเกมส์, ฟิลิปปินส์, รับมือพายุ, อพยพประชาชน, เจ้าภาพซีเกมส์, ไต้ฝุ่นคัมมูริ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191201/image_big_5de39bbc63b3d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34970</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/05/2019 21:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/05/2019 21:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อินเดียอพยพ 800,000 คน หนีไซโคลน &#039;ฟานิ&#039; ขึ้นฝั่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐโอริสสาทางฝั่งตะวันออกของอินเดียอพยพประชาชนเกือบ 800,000 คน ที่คาดว่าจะอยู่ในเส้นทางผ่านของไซโคลน &amp;quot;ฟานิ&amp;quot; ที่มีความเร็วลมถึง 200 กิโลเมตร/ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวประมงอินเดียช่วยการลากเรือขึ้นที่สูงบนชายหาดในเมืองปูรี รัฐโอริสสา ก่อนที่ไซโคลนจะขึ้นฝั่ง / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมอุตุนิยมวิทยาอินเดียแถลงเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 2 พฤษภาคมว่า คาดการณ์ว่าไซโคลนฟานิ ซึ่งเป็นพายุที่รุนแรงอย่างยิ่ง จะขึ้นฝั่งรัฐโอริสสาทางตะวันออกของประเทศช่วงบ่ายวันศุกร์ตามเวลาท้องถิ่น จากนั้นพายุจะเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ จะมีประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากพายุลูกนี้มากกว่า 100 ล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่กรมบรรเทาภัยพิบัติรัฐโอริสสาเผยกับเอเอฟพีเมื่อวันพฤหัสบดีว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา มีประชาชน 780,000 คนอพยพจาก 13 เขตของรัฐโอริสสาไปอยู่ในศูนย์พักพิง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พิษณุภาดา เสธี กรรมาธิการบรรเทาภัยพิบัติรัฐโอริสสาคาดว่าจะอพยพประชาชนมากกว่า 1 ล้านคน ออกจากโซนอันตรายของไซโคลนลูกนี้ภายใน 12 ชั่วโมงข้างหน้า โดยจัดศูนย์พักพิงราว 3,000 แห่งในโรงเรียนและอาคารรัฐบาล เพื่อรองรับประชาชนที่ประสบภัยพายุ คาดจะเกิดฝนตกหนักในทุกเขตของรัฐโอริสสาที่ติดกับชายฝั่งและอาจจะเกิดน้ำท่วมฉับพลัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันพฤหัสบดี ไซโคลนลูกนี้ก่อตัวอยู่ในอ่าวเบงกอลห่างจากฝั่งราว 250 กิโลเมตร และกำลังเคลื่อนตัวไปทางตะวันตกอย่างช้าๆ โดยมีความเร็วลม 200 กิโลเมตร/ชั่วโมง เท่ากับเฮอริเคนระดับ 3 หรือระดับ 4&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คาดไซโคลนลูกนี้จะขึ้นฝั่งใกล้กับเมืองปูรีของรัฐโอริสสา ซึ่งเป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาฮินดูที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ทางการออกคำเตือนนักท่องเที่ยวให้ออกจากพื้นที่ชายฝั่งของรัฐโอริสสาแล้ว ขณะที่การรถไฟอินเดียสั่งระงับการเดินรถไฟมากกว่า 100 เที่ยว ภายใน 48 ชั่วโมง และส่งรถไฟพิเศษ 3 ขบวน ไปรับผู้แสวงบุญและนักท่องเที่ยวจากเมืองปูรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมีประกาศเตือนให้เฝ้าระวังภัยพายุลูกนี้ที่รัฐอานธรประเทศและรัฐทมิฬนาฑู รวมถึงในบังกลาเทศ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34970</URL_LINK>
                <HASHTAG>พายุไซโคลน, ฟานิ, อพยพประชาชน, อินเดีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190502/image_big_5ccaf75c0a6ce.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
