<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>25679</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/01/2019 16:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/01/2019 16:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปัตตานีเริ่มย้ายผู้ป่วยติดเตียงก่อนอพยพชาวบ้านในพื้นที่เสี่ยงภัยพายุปาบึก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ม.ค.62 - นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ได้ออกหนังสื่อด่วนสั่งการให้นายอำเภอทั้ง 12 อำเภอเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์พายุโซนร้อนปาบึกที่กรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งเตือนว่า พายุปาบึกจะเคลื่อนเข้ามาอ่าวไทยในวันนี้ โดยเฉพาะอำเภอที่ติดแนวชายฝั่งทั้ง 6 อำเภอ ประกอบด้วย อ.เมือง อ.หนองจิก อ.ยะหริ่ง อ.ปะนาเระ อ.สายบุรี และ อ.ไม้แก่น ซึ่งมีบ้านเรือนราษฎรอยู่บริเวณแนวชายฝั่งให้ประกาศแจ้งเตือนประชาชนเฝ้าระวังและหากพื้นที่ไหนเป็นจุดเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายหรือเคยเกิดก็ให้รีบอพยพประชาชนออกจากพื้นที่ก่อนเพื่อความปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเอก ยังอภัยย์ ณ สงขลา นายอำเภอหนองจิก ได้เรียกประชุมด่วนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง แพทย์ อาสาสมัครในพื้นที่วางแผนการเข้าทำการอพยพประชาชนในพื้นที่ ม.1 ม.2 ต.บางตาวา เนื่องจากตำบลแห่งนี้อยู่บริเวณชายฝั่งอ่าวไทยและเป็นพื้นที่เคยเกิดเหตุพายุคลื่นซัดฝั่งจนเกิดน้ำท่วมมาแล้วเมื่อปี 2553 จนทำให้บ้านเรือนประชาชนกว่า 500 หลังได้รับความเสียหาย&amp;nbsp;และทุกปีในช่วงปลายปีก็จะเกิดอุทกภัยและวาตภัย ซึ่งหลังจากการประชุม นายอำเภอหนองจิกก็ได้ลงพื้นที่ทันทีเพื่ออำนวยการอพยพประชาชนออกจากพื้นที่ ไปอยู่ที่โรงเรียนปทุมคงคาเป็นการชั่วคราว โดยนำกำลังทหารจากหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 ตำรวจ สภ.หนองจิก และอาสาสมัครกว่า 100 นายกระจายกำลังไปตามบ้านเรือนประชาชนเพื่อจัดระเบียบในการเคลื่อนย้าย แผนแรกคือนำผู้ป่วยติดเตียงออกจากพื้นที่ก่อน จากนั้นทยอยนำประชาชนและทรัพย์สินบางส่วนที่สำคัญเคลื่อนย้ายออกมา โดยจะมีรถบรรทุกข์สิบล้อกว่า 10 คันอำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสภาพอากาศล่าสุดท้องฟ้ามืดและมีฝนตกทั่วทั้ง 12 อำเภอ ขณะที่คลื่นในทะเลสูง 3-4 เมตร และมีรายงานว่า หลายอำเภอกำลังเตรียมที่จะอพยพประชาชนที่อาศัยอยู่ตามแนวชายฝั่งออกจากพื้นที่แล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25679</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.ปัตตานี, นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์, ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี, พายุปาบึก, พายุโซนร้อน, พายุโซนร้อนปาบึก, อพยพประชาชนหนีพายุ, เตรียมพร้อมรับพายุปาบึก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190103/image_big_5c2dd3f5e1dcb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25660</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/01/2019 12:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/01/2019 12:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จนท.เร่งอพยพชาวนครศรีธรรมราชในพื้นที่เสี่ยงภัยพายุปาบึกไปหลบในที่ปลอดภัย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ม.ค.62 - ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ขณะนี้ท้องฟ้ามืดครึ้มฝนตกตลอดเวลาหนักบ้างเบาบ้างหลายอำเภอ ขณะที่คลื่นลมในทะเลอ่าวไทยเริ่มมีคลื่นลมแรงขึ้นเรื่อยๆตลอดเวลาและน้ำทะเลเริ่มมีสีขุ่น ซึ่งเจ้าหน้าที่เริ่มเฝ้าระวังตลอดเวลา โดยนายไพบูลย์ นาคทิพย์พิมาน นายอำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมด้วย พ.ต.ประเสริฐ สายทองแท้ ผบ.ค่ายฝึกการรบพิเศษสิชล ทภ.4 , พ.ต.อ.โชคดี รักษ์วัฒนพงษ์ ผกก.สภ.สิชล ได้ร่วมกันนำกำลังทหาร ตำรวจ ตชด. อส.ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิต่างๆกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต.และเทศบาลในพื้นที่ระดมเข้าช่วยเหลืออพยพชาวบ้านในพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณชายหาดทะเลบ้านฝายท่า หมู่ 1 ต.ทุ่งใส และพื้นที่ต่างๆที่บ้านพักอยู่ติดริมทะเลอ่าวไทย รวมจำนวนกว่า 600 ครัวเรือน ประชาชนกว่า 2,000 คน ส่วนใหญ่เป็นเด็ก ผู้หญิง คนชราและผู้ป่วยติดเตียงขึ้นรถทหารยีเอ็มซี รถยนต์กระบะจำนวนหลายคันไปพักยังศูนย์พักพิงผู้อพยพตามจุดต่างๆที่ปลอดภัยแล้วอย่างชุลมุนตลอดทั้งวัน โดยโรงเรียนทุกแห่งในพื้นที่ อ.สิชล ปิดหมด ยังคงเหลือชาวบ้านที่เป็นคนหนุ่มคอยเฝ้าหมู่บ้านจนกว่าเหตุการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ และให้คอยเฝ้าระวังพายุตลอดเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ อ.ท่าศาลา ที่หมู่บ้านปากดวด หมู่ 1 ต.กลาย อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช นายสุพงษวิณัย ชูยก นายอำเภอท่าศาลา ได้ระดมเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายเข้าช่วยเหลืออพยพราษฎรที่อาศัยริมทะเลในหมู่บ้านดังกล่าวจำนวน 100 กว่าคน ส่วนใหญ่เป็นคนชรา เด็ก ผู้หญิง คนป่วยคนพิการและผู้สูงอายุ ไปพักอาศัยในโรงเรียนบ้านพังปริง หมู่ 1 ต.กลาย อ.ท่าศาลา โดยทิ้งให้คนหนุ่มจำนวนหนึ่งเฝ้าบ้านและเฝ้าคอยระวังพายุหากเกิดเหตุพายุพัดถล่มจริงก็ให้รีบอพยพทุกคนไปอยู่ในที่ปลอดภัยทันทีแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่ ต.ปากนคร อ.เมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นพื้นที่ติดอยู่ริมทะเลอ่าวไทย ทางอำเภอและจนท.ท้องถิ่นและมูลนิธิต่างๆเร่งอพยพชาวบ้าน 2,000 คนในพื้นที่เสี่ยงภัยไปอยู่ที่โรงเรียนท่านครญาณวโรภาส แล้วเช่นกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25660</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลื่นลมแรง, จ.นครศรีธรรมราช, ทะเลอ่าวไทยมีคลื่นสูง, พายุปาบึก, อพยพประชาชนหนีพายุ, อำเภอท่าศาลา, อำเภอสิชล, อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช, เฝ้าระวังพายุพัดถล่มชายฝั่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190103/image_big_5c2d9cee2642e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
