<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>76151</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2020 15:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2020 15:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทิสโก้จับตาการเมืองกดดันตลาดหุ้นไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.ย. 2563 นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทิสโก้ จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นโลกเดือนส.ค. ฟื้นตัวกลับมาเทียบเท่ากับช่วงก่อนระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยดัชนี MSCI World Index ซึ่งเป็นตัวแทนดัชนีหุ้นโลกปรับเพิ่มขึ้นจากช่วงก่อนมีไวรัสโควิด -19 ไปแล้ว 4% ขณะที่ หุ้นไทยยังคงย่ำอยู่กับที่และมีทิศทางที่แย่กว่าตลาดหุ้นโลก ติดลบ 17% เป็นไปตามที่เคยประเมินไว้ โดยส่วนหนึ่งมาจากโครงสร้างของหุ้นไทยที่มีน้ำหนักหุ้นกลุ่มพลังงานมากเป็นอันดับหนึ่งที่ประมาณ 22%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในช่วงที่ผ่านมาหุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นน้อยกว่าหุ้นโลกอย่างเห็นได้ชัด ส่วนหนึ่งเนื่องจากกลุ่มพลังงานซึ่งมีความอ่อนไหวสูงต่อทิศทางราคาน้ำมันและภาวะเศรษฐกิจมีน้ำหนักต่อการคำนวณดัชนีหุ้นไทยค่อนข้างมาก แถมกว่า 70% ของเศรษฐกิจไทยพึ่งพิงกับภาคต่างประเทศ จึงทำให้ได้รับผลกระทบค่อนข้างมากจากวิกฤตไวรัสโควิด-19 ขณะที่ หุ้นโลกนั้น พบว่าหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศมีน้ำหนักต่อดัชนีมากเป็นอันดับหนึ่งที่ 21% ซึ่งหุ้นกลุ่มนี้ได้รับผลกระทบน้อยมากและกำลังเติบโตตามเทรนด์หลักของโลก&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม แนวโน้มการหั่นประมาณการกำไรบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ไทย จะกดดันระดับการประเมินมูลค่าหุ้นไทยให้ยิ่งแพงขึ้น จากการตรวจสอบประมาณการกำไรของตลาดในปีนี้และปีหน้ายังคงถูกหั่นลงอยู่ โดยในเดือนส.ค.ที่ผ่านมา กำไรบจ.ปีนี้ถูกหั่นลงอีก 3.5% มาอยู่ที่ 59.0 บาท และปีหน้า 4.6% อยู่ที่ 76.7 บาท เป็นเดือนที่ 8 ติดต่อกัน ส่งผลให้ปัจจุบัน ค่าเฉลี่ยอัตราราคาต่อกำไรล่วงหน้า (Fwd. PER) ของตลาดหุ้นไทยปีนี้อยู่ในระดับสูงที่ 22.2 เท่า และปีหน้าอยู่ที่ 17.1 เท่า ถือว่าแพงเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในอดีตที่ประมาณ 15-16 เท่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการชุมนุมทางการเมืองเดือนก.ย. นี้ คาดว่าจะมีน้ำหนักต่อดัชนีหุ้นไทยมากขึ้น และจะเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่จะถ่วงตลาดหุ้นไทยให้มีแนวโน้มปรับขึ้นน้อยกว่าหุ้นโลก โดยจากการเก็บสถิติพบว่า ในช่วงที่มีม็อบ 3 ครั้งล่าสุด คือ ม็อบพันธมิตรฯ ม็อบนปช. และม็อบกปปส. ดัชนีหุ้นไทยมักจะปรับตัวลงเฉลี่ย ลบเกือบ 3% ซึ่งสวนทางกับตลาดหุ้นโลก ที่ในช่วงเวลาเดียวกันจะปรับตัวขึ้นเฉลี่ย 2% นอกจากนี้ ยังพบว่าผลตอบแทนของหุ้นไทยจะผันแปรไปตามระยะเวลาที่มีม็อบ โดยยิ่งมีม็อบนาน ยิ่งกดดันตลาดมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ ในเดือน ก.ย. มีปัจจัยติดตามที่สำคัญคือ การสิ้นสุดมาตรการควบคุมความผันผวนของตลาดในสิ้นเดือน ก.ย. นี้ ทั้งการปรับเกณฑ์ Ceiling &amp;amp; Floor จากเดิม +/- 30% เป็น +/- 15% และการปรับเกณฑ์ Short Sales เป็น &amp;ldquo;Uptick Rule&amp;rdquo; จะทำให้ตลาดหุ้นไทยผันผวนมากขึ้น โดยเฉพาะในประเด็นหลังที่คาดว่าจะทำให้ปริมาณ Short Sales กลับมาทยอยเพิ่มขึ้นสู่ระดับปกติที่ประมาณ 5% ของมูลค่าการซื้อขายของตลาดโดยรวม และความไม่แน่นอนของผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในอดีตมักทำให้ตลาดหุ้นสหรัฐแกว่งพักฐานในกรอบจำกัด คาดดัชนีหุ้นไทยเดือนก.ย. แนวรับสำคัญอยู่ที่ 1,310- 1,290 จุด และมีแนวรับถัดไปที่ 1,270-1,280 และ 1,250 จุด ส่วนแนวต้านสำคัญอยู่ที่ 1,340 - 1,350 จุด และมีแนวต้านถัดไปที่ 1,380 - 1,390 จุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76151</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตลาดหุ้น, ทิสโก้, อภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200901/image_big_5f4e04ef6fcab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
