<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114093</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โกรธสลายม็อบสภาถล่มงบฯสตช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ฝ่ายค้านถล่มงบฯ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จับผิดสะสมอาวุธ คิดต่อจำนวนประชากรมากกว่าสหรัฐอเมริกาถึง 5 เท่า ในระยะเวลาที่เร็วกว่า 5 เท่า รวมซื้ออาวุธมากกว่าถึง 25 เท่า ก้าวไกลโกรธ พอเจอม็อบมีการพูดว่ายิงเลย กระสุนไม่อั้น ข้องใจหน่วยงานควบคุมฝูงชน ปีนี้ทำงานเยอะเป็นพิเศษ แต่กระมิดกระเมี้ยนของบมา 3 ล้าน สุดท้ายงบผ่านฉลุย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 10.15 น. วันที่ 21 สิงหาคม 2564 มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาฯ ทำหน้าที่ประธานการประชุม มีวาระพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 วงเงิน 3.1 ล้านล้านบาท ที่กรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วในวาระสอง เป็นการพิจารณาต่อจากเมื่อคืนวันที่ 20&amp;nbsp; ส.ค.ซึ่งเป็นวันที่สี่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนเข้าสู่การประชุม นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) แจ้งต่อที่ประชุมว่า ตั้งใจจะให้จบการพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าวในวันนี้ ถ้ามีอะไรที่จะสามารถไม่ต้องอภิปรายได้ก็ขอความร่วมมือจากสมาชิกด้วย แต่หากวันนี้พิจารณาไม่เสร็จจริงๆ จะขอเว้นวันที่ 22 ส.ค.และประชุมใหม่อีกครั้งในวันที่ 23 ส.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายขจิตร ชัยนิคม ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นคัดค้านฝ่ายรัฐบาลอย่ามาขอร้องกำหนดวันจบการอภิปราย เพราะงบประมาณจำนวน 3.1 ล้านล้านบาทถือว่าไม่น้อย ดังนั้นอย่ารวบรัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยที่จะกำหนดเวลาอภิปรายของ ส.ส. วันนี้อภิปรายให้เต็มที่เพื่อเป็นการไม่ปิดกั้นการพูดของ ส.ส. เพราะอย่างไรเสีย parliament ก็แปลว่าที่ถ่มน้ำลายอยู่แล้ว เชื่อว่าสมาชิกทุกคนพร้อมอยู่ ฝากถึงนายชวน หลีกภัย ประธานสภาด้วยว่ายาวๆ ไปเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการอภิปรายงบประมาณ นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขอปรับลด 7 เปอร์เซ็นต์ เพราะ สธ.ถูกทำลายศักดิ์ศรี และโดนยึดอำนาจจาก ศบค.ซึ่งขาดความเชี่ยวชาญกว่า สธ. บริหารโดยกลุ่มคนที่หาผลประโยชน์บนซากศพและความตายของประชาชน เมื่อปี 63 กู้เงินหลักล้านล้านบาทมาแก้โควิด คนไทย&amp;nbsp; 67 ล้านคน วันนี้ฉีดวัคซีนไปเพียง 25 ล้านคน หรือประมาณ 1 ใน&amp;nbsp; 3 เท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วัคซีนไฟเซอร์ที่ได้รับการบริจาคจากอเมริกาอยู่ที่ไหน คนด่านหน้าต้องการฉีด หมอ พยาบาล ตลอดจนสัปเหร่อคือด่านหน้า แล้ว ส.ส.คือด่านหน้าหรือไม่ ถึงจะเป็นด่านหน้าแต่ต้องเสียสละให้บุคคลอื่น อย่าให้ผมได้ข่าวว่าพรุ่งนี้จะมี ส.ส.ปักเข็มที่แขน อย่าให้รู้ ต้องเสียสละให้พี่น้องประชาชนที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนอีก 40 ล้านคน และขอให้หมอลุกขึ้นสู้เพื่อชีวิตประชาชนในแนวทางที่ถูกต้อง ในสถานการณ์นี้ควรจะเอานายกฯ คนนี้ออกไป และเอาคนเป็นหมอมาเป็นนายกฯ แทน&amp;rdquo; นายพิเชษฐ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 14.04 น. ที่ประชุมมีมติเห็นชอบมาตรา 25 งบประมาณรายจ่ายกระทรวงสาธารณสุข ตามที่คณะ กมธ.แก้ไขด้วยคะแนน 242 ต่อ 123 งดออกเสียง 1 ไม่ออกเสียง 2 เสียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมามีการพิจารณามาตรา 26 งบประมาณรายจ่ายกระทรวงอุตสาหกรรม 2,128,298,100 บาท ซึ่ง ส.ส.ใช้เวลาอภิปรายกันอย่างกว้างขวางประมาณ 40 นาที จากนั้นนายชวนในฐานะประธานการประชุมได้ให้ที่ประชุมลงมติ ซึ่งผลปรากฏว่าเสียงส่วนใหญ่เห็นชอบมาตรา 26 ตามที่ กมธ.แก้ไข โดยเห็นด้วย 239 ไม่เห็นด้วย 98 งดออกเสียง 2 และไม่ออกเสียง 2 เสียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามด้วยการอภิปรายมาตรา 27 งบประมาณของส่วนราชการไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวง หรือทบวง และหน่วยงานภายใต้การควบคุมดูแลของนายกรัฐมนตรี
ถล่มงบฯ ตำรวจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยที่ขอสงวนความเห็น ได้อภิปรายขอปรับลดงบประมาณว่า ตนขอปรับลดงบประมาณในโครงการจัดซื้ออาวุธสงคราม 3 โครงการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) คือการจัดซื้อปืนเล็กสั้น 1,000 กระบอก การจัดซื้อปืนเล็กยาว 2,000 กระบอก และปืนกลมือ 4,000 กระบอก รวม 7,000 กระบอก ทั้งที่ในหลายประเทศ โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกานั้นมีการศึกษาผลกระทบถึงการสะสมอาวุธสงครามที่เพิ่มขึ้น พบว่าการสะสมอาวุธนอกจากจะไม่ได้ช่วยลดอัตราการเกิดอาชญากรรมแล้ว ยังมีแนวโน้มใช้ความรุนแรงกับประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เขาได้ยกตัวอย่างจอร์จ ฟลอยด์ ตลอด 25 ปีที่ผ่านมาสหรัฐอเมริกาซื้อปืนให้ตำรวจ 7.8 หมื่นกระบอก คิดเป็น 24 กระบอกต่อประชาชน 1 แสนคน เมื่อหันกลับมาดูไทยภายใต้รัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตั้งแต่ปี 2561-2563 ซื้อปืนให้ตำรวจไปแล้ว 7.3&amp;nbsp; หมื่นกระบอก รวมอีก 7,000 กระบอกที่จะซื้ออีกปี 2565 นี้ รวม 8 หมื่นกระบอก คิดเป็น 116 กระบอกต่อประชาชน 1 แสนคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เมื่อนำไปเทียบกับสถิติของสหรัฐ เท่ากับว่าตำรวจไทยสะสมอาวุธสงครามต่อจำนวนประชากรมากกว่าถึง 5 เท่า ในระยะเวลาที่เร็วกว่า 5 เท่า รวมซื้ออาวุธมากกว่าถึง 25 เท่า&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิจารณ์กล่าวว่า เข้าใจว่าตำรวจบางหน่วยต้องใช้อาวุธสงคราม&amp;nbsp; แต่ที่เป็นประเด็นปัญหาคือ ในช่วงปี 2553-2556 มีการซื้ออาวุธสงครามให้ตำรวจเพียง 116 กระบอกเท่านั้น เพิ่งจะมาเพิ่มจำนวนช่วงของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ โดยหลังปี 2561 เป็นต้นมามีการซื้อมากกว่า&amp;nbsp; 632 เท่า ราวกับจะตั้งกองทัพ ยิ่งต้องตั้งคำถาม เพราะความจำเป็นของการซื้อปืน 7,000 กระบอกนี้ เป็นคนละส่วนกับกองบัญชาการตำรวจสันติบาลที่เพิ่งซื้อไป 280 กระบอกเมื่อปี 2561 เป็นคนละส่วนกับกองบังคับการปราบปรามที่ซื้อไปเมื่อปี 2561 และ 2563 อีก 268 กระบอก&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนละส่วนกับสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษที่เพิ่งซื้อไปในปี 2563&amp;nbsp; อีก 150 กระบอก เป็นคนละส่วนกับกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ที่เพิ่งซื้อไปในปี 2564 อีก 84 กระบอก และเป็นคนละส่วนกับ 3&amp;nbsp; จังหวัดชายแดนใต้ที่เพิ่งซื้อไปในปี 2564 อีก 500 กระบอก เหตุผลความจำเป็นของปืน 7,000 กระบอกนี้มันมากเกินไปแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ใช้สิทธิ์สงวนความเห็นอภิปรายปรับลดงบประมาณของ สตช. 7% ว่า วันนี้ สตช.มีกำลังพล 212,982 นาย มีระดับนายร้อยขึ้นไป 63,288 คน ถือเป็นกองกำลังที่ใหญ่มาก คิดเป็นอัตราส่วนตำรวจ 1 คนต่อประชาชน 304 คน ตนคิดว่าสัดส่วนนี้มากเกินไป ถ้าอัตราเท่านี้แล้วยังมีนักโทษเต็มคุกและยังมีปัญหาอาชญากรรมมากมาย ก็ถือว่าไร้ประสิทธิภาพ เราจึงจะต้องลดกำลังตำรวจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาอภิปรายว่า ในประเทศที่เจริญแล้วแทบมองหาตำรวจไม่เจอเลย&amp;nbsp; ตำรวจอยู่ในที่ตั้งของตำรวจ ไม่ได้ออกมาทำมาหากินเบียดเบียนประชาชน แต่เมื่อคุณทำผิดกฎหมาย ตำรวจจะมาทันที ตำรวจทราบได้อย่างไรว่าเราทำผิดกฎหมาย นี่คือเทคโนโลยีและการบริหารจัดการดูแลบ้านเมืองอย่างมีประสิทธิภาพ หากเราลดกำลังตำรวจจาก 2 แสนนาย เหลือ 1 แสนนาย แล้วนำเงินไปดูแลสวัสดิการ ที่พักอาศัย เบี้ยเลี้ยง และครอบครัวตำรวจ จึงอยากให้บริหารจัดการกำลังของตำรวจให้เล็กลง&amp;nbsp; แล้วใช้เทคโนโลยีทดแทนให้มากขึ้น เพื่อที่จะควบคุมและสร้างประสิทธิภาพให้ตำรวจไทย
ตรงนี้กระสุนไม่อั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล ใช้สิทธิ์อภิปรายสอบถามไปยังกรรมาธิการงบประมาณ เพราะมาตรา 27 มีงบ&amp;nbsp; สตช. 32,776,031,300 บาท ถูกปรับลดเพียง 55 ล้าน อยากตั้งคำถามว่า การทำงานของ สตช.เวลานี้ถูกจับตามองจากประชาชน เนื่องจากได้ใช้ตำรวจหน่วยควบคุมฝูงชนเข้าควบคุมสถานการณ์จนเกิดความรุนแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การออกมาเรียกร้องของประชาชนเพื่อหาทางรอดจากวิกฤติต่าง ๆ จากการความล้มเหลวของผู้บริหารราชการแผ่นดินที่ทำให้พวกเขาบาดเจ็บล้มตาย คนที่ออกมาเรียกร้องหันไปข้างหลังพ่อแม่ป่วยไม่มีเตียง&amp;nbsp; ไม่มียารักษา ท่ามกลางวิกฤติโรคระบาด แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจเพิ่มความรุนแรงขึ้นหลังการยุติการชุมนุมในแต่ละวัน และมีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฐชาอ้างว่า มีความพยายามที่จะส่งสัญญาณมาจากเจ้าหน้าที่ชั้นผู้น้อยบอกว่า การใช้อาวุธกระสุนในการฝึกนั้นยากลำบากอย่างยิ่ง&amp;nbsp; เซ็นเบิกมาตอนฝึกซ้อม 100 นัด ได้ยิงจริงประมาณ 20 นัด อีก 80 เรียกว่านายเล่นยอด เอาไปปล่อยสนามยิงปืน ปล่อยตามพรรคพวกเอาไปขายตามตลาดมืด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;แต่นี่สถานการณ์การชุมนุมที่ออกมาปราบประชาชน มีการพูดถึงว่ายิงเลย ตรงนี้กระสุนไม่อั้น มีภาพการฝึกซ้อม จึงต้องถามหาว่าการปราบปรามประชาชนที่ใช้หลักสากล และบอกว่ามีภาพการฝึกซ้อมเป็นขั้นเป็นตอน คิดว่าตอนนี้เป็นหลักสาแก่ใจมากกว่า&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาอภิปรายว่า และหน่วยงานควบคุมฝูงชน (คฝ.) ปีนี้ทำงานเยอะเป็นพิเศษ แต่กระมิดกระเมี้ยนของบมา 3 ล้านซื้อแผงเหล็กเท่านั้น แต่ตนไม่เชื่อว่าจะใช้เงิน 3 ล้านเท่านั้น เพราะในปี 2564 คฝ.ของบ 893&amp;nbsp; ล้านบาท เป็นสิ่งที่เอามาใช้ในวันนี้ คือ โล่ตำรวจ กระสุนยาง กระบองยาง อยากสอบถามว่างบ 893 ล้านที่อนุมัติไปปีที่แล้วสุดท้ายมาทำลายประชาชน ขณะนี้มีความรู้สึกอย่างไร และตนสามารถตัดสินใจได้ไม่อนุมัติให้แม้แต่บาทเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานายวิเชียร ชวลิต กรรมาธิการ ชี้แจงว่า งบประมาณของ สตช.เป็นการจัดซื้อเนื่องจากครบอายุการใช้งานและซื้อทดแทนของเก่าที่หมดอายุการใช้งาน เป็นการจัดหาทดแทน เช่น อาวุธปืน หรือกรณีรถดับเพลิงเป็นการซ่อมแซม จากที่มีการรับโอนมา 150 คัน ใช้ในภารกิจป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งเวลา 17.00 น. ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบมาตรา&amp;nbsp; 27 งบประมาณรายจ่ายของส่วนราชการไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp; ด้วยคะแนน 244 ต่อ 119 งดออกเสียง 1 ไม่ออกเสียง 0 เสียง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114093</URL_LINK>
                <HASHTAG>ควบคุมฝูงชน, งบประมาณ, ประชุมสภา, ฝ่ายค้าน, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อภิปรายงบประมาณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210821/image_big_6120f0dce653a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104870</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/06/2021 09:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/06/2021 09:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กพปชร.&#039;ฝ่ากระแส&#039;ถ้าเขาไม่รักกลับบ้านดีกว่า&#039; ยันรัฐบาลยังเหนียวแน่น </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 มิ.ย.64- ​ นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกฯในฐานะ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์กรณีการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 ที่พรรคร่วมรัฐบาลทั้งประชาธิปัตย์และภูมิใจไทย อภิปรายโจมตีการจัดทำงบประมาณเหมือนพรรคพลังประชารัฐถูกโดดเดี่ยวหรือไม่ว่า ไม่มีอะไรหรอกก็ธรรมดา พรรคร่วมรัฐบาลยังเหนียวแน่นอยู่แล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการอภิปรายนั้นมองว่าพรรคร่วมรัฐบาลไม่ได้ถล่มก็พูดกันถึงเรื่องที่ต้องทำร่วมกันไม่มีอะไรขัดแย้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามย้ำกรณี นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยและ ส.ส.อุทัยธานี &amp;nbsp;อภิปรายบอกหัวหน้าพรรคถ้าเขาไม่รักกลับบ้านดีกว่า นายอนุชา ไม่ตอบคำถามก่อนโบกมือให้สื่อมวลชน.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104870</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถ้าเขาไม่รักกลับบ้านดีกว่า, พรรคร่วมรัฐบาล, อนุชา นาคาศัย, อภิปรายงบประมาณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210601/image_big_60b598a12c99e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77896</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/09/2020 07:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/09/2020 07:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สส.เจี๊ยบ ก้าวไกล สุดปลื้มบุกบัลลังก์ประชิดนายกฯ จี้ถามสกัดกั้นคนร่วมม็อบหรือไม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.ย.63 - &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานงานว่า ภายหลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวขอบคุณที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ภายหลังมีมติเห็นชอบร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 ในวาระสาม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนที่นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม จะสั่งปิดการประชุมนั้น &amp;nbsp;นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้ลุกขึ้นขอหารือเร่งด่วนทันทีถึงสถานการณ์ของการชุมนุม โดยระบุว่า &amp;quot;ขออนุญาตครึ่งนาที ดิฉันในฐานะผู้แทนราษฎร ขณะนี้มีเรื่องเร่งด่วนที่จะต้องหารือกับท่านนายกรัฐมนตรี ตอนนี้มวลชนที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด และถูกตรวจบัตรประชาชน&amp;quot; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ยังพูดไม่ทันจบ นายสุชาติ ได้ตัดบททันที เนื่องจากไม่ได้อยู่ในระเบียบวาระ มิเช่นนั้นจะถูกประท้วง จึงไม่อนุญาต และกดปิดไมค์ และสั่งปิดประชุมทันที อย่างไรก็ตาม หลังปิดประชุม นางอมรรัตน์ ยังกล่าวผ่านไมค์ต่อว่า &amp;quot;ไม่แฟร์&amp;quot; แล้วเดินไปยังบัลลังก์ในขณะที่พล.อ.ประยุทธ์ กำลังจะเดินออกจากที่ประชุม ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของบรรดา ส.ส. &amp;nbsp;โดยมีรายงานว่า นางอมรัตน์ได้บุกขึ้นไปถามพล.อ.ประยุทธ์ ว่า จะสกัดกั้นประชาชนออกมาแสดงออกวันพรุ่งนี้(19ก.ย.)หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมานางอมรัตน์ ได็โพสต์เฟซบุ๊กว่า ได้ถามคุณประยุทธ์ไปแล้วเมื่อสักครู่ว่าจนท.วันนี้ตำรวจสกัดกั้นตั้งด่านตรวจทั่วประเทศ มีภาพและคลิปหลักฐานมากมายเพื่อไม่ให้คนตจว.เดินทางมาชุมนุม แบบนี้มันเป็นแฟร์เกมหรือไม่ ประธานปิดไมค์ จึงไปถามต่อที่หลังบัลลังค์คุณประยุทธ์ตอบว่า..จะดูให้ แล้วเดินหนีไป #อย่างน้อยคุณต้องรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น #ประชุมสภา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77896</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ม็อบ19กันยา, รัฐสภา, ส.ส.ก้าวไกล, อภิปรายงบประมาณ, อมรัตน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200919/image_big_5f654d72e6c14.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77802</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/09/2020 08:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/09/2020 08:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> สภาฯระอุ!&#039;สส.ก้าวไกล&#039;จวก&#039;ศุภชัย&#039;ดึงงบลงพื้นที่ตัวเองเจ้าตัวท้าเดิมพันถ้าผิดจริงพร้อมทิ้งตำแหน่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
18 ก.ย.63 - เมื่อเวลา 21.40 น. คืนวันที่ 17 ก.ย. นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายงบประมาณของกระทรวงคมนาคม ซึ่งขอปรับลง 5.55 เปอร์เซ็นต์ โดยยกตัวอย่างโครงการที่ส.ส.พยายามแปรญัตติดึงงบไปลงพื้นที่ตัวเอง เอาเงินภาษีประชาชนไปหาเสียง เช่น โครงการบูรณะทางผิวถนนแอสฟัสต์ อ.บ้านแพง จ.นครพนม ที่มีการทำป้ายขอบคุณส.ส.ในพื้นที่ในการปรับปรุงถนนเส้นดังกล่าว วิธีการแบบนี้เรียกว่าสูบเลือดจากคนทั้งแผ่นดิน เพราะมีโลโก้พรรคการเมือง และชื่อส.ส.ชัดเจน คำถามคือการใช้เงินภาษีไปหาเสียงขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ รัฐธรรมนูญมาตรา 144 ไม่มีงบส.ส. และส.ส.ไม่สามารถดึงงบไปลงพื้นที่ตัวเองได้ ระบบมือใครยาวสาวได้สาวเอา ไม่ใช่สิ่งดี เราควรใช้วิธีการกระจายอำนาจนำเม็ดเงินลงสู่ท้องถิ่นอย่างจริงจัง จึงเสนอให้ตัดงบ 5.55 % เพราะเป็นตลกร้าย ใช้งบประมาณเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการเมือง รมว.คมนาคมและเป็นเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ต้องตอบคำถามให้ได้ว่าการกระทำแบบนี้ผิดหรือไม่ จะแก้ปัญหามือใครยาวสาวได้สาวเอาอย่างไร เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นไม่น่าภูมิใจเลย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากประเด็นนี้ ทำให้นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาฯ คนที่ 2 และส.ส.นครพนม พรรคภูมิใจไทย ลงจากบัลลังก์ประธานสภาฯ ไปนั่งที่ในที่นั่งส.ส.พรรคภูมิใจไทย ใช้สิทธิ์ถูกพาดพิงว่า ไม่เคยประสานงานของบประมาณจากรมว.คมนาคม ทั้งทางเอกสารและวาจา ไม่เคยทำหนังสือขอแปรญัตติ แม้จะอยู่พรรคเดียวกัน เมื่อประชาชน อ.บ้านแพง จ.นครพนม เดือดร้อน ถนนทรุดโทรมมานานหลายปี เรียกร้องมายังส.ส.ให้ช่วยเหลือ ในฐานะส.ส.พื้นที่ จะละเลยได้อย่างไร เมื่อทราบว่าเป็นความรับผิดชอบของทางหลวงแผ่นดิน ได้ให้ลูกน้องประสานงานไปยังเจ้าหน้าที่แขวงการทางว่าถนนชำรุดให้ไปดู เมื่อเจ้าหน้าที่ลงมาดูชาวบ้านได้นัดหมายจะชุมนุมกันที่ตรงนั้น ตนได้ลงไปในพื้นที่ดังกล่าวและได้รับหนังสือร้องเรียนจากชาวบ้าน ก็นำหนังสือมอบให้เจ้าหน้าที่แขวงที่รับผิดชอบนำไปพิจารณาแก้ไขให้ประชาชน ไม่ทราบว่านานกี่เดือนจึงมีการซ่อมถนนตรงนี้ เมื่อลงพื้นที่ตรงนั้นอีกครั้ง เห็นถนนซ่อมแซมแล้ว สาเหตุที่เกิดเหตุน่าจะมาจากป้าย น่าจะเป็นความบริสุทธิ์ใจของพี่น้องตรงนั้นที่เขาคงดีใจ คงเข้าใจว่าเป็นเพราะส.ส.ประสานงานให้จึงทำป้ายขอบคุณ ตนไม่ทราบว่าใครเป็นคนขึ้นป้าย และป้ายขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ เมื่อเห็นป้ายก็ไม่สบายใจจึงขอให้ชาวบ้านเอาออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ถ้าผมต้องหลุดจากส.ส. ส.ส.ทั้งสภาจะต้องหลุดด้วย เพราะทุกคนล้วนแต่รับปัญหาของชาวบ้านมาสะท้อนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องฟัง การกล่าวหาของนายสุรเชษฐ์ เป็นเหตุรุนแรง ถ้าผมกระทำผิดกฎหมายจริงจะต้องหลุดจากส.ส. จึงขอท้านายสุรเชษฐ์ หรือจะทั้งพรรคก็ได้ว่า ถ้ามีหนังสือว่าผมทำหนังสือไปของบจากรมว.คมนาคม หนังสือแปรญัตติของบประมาณ ถ้าผมผิดจริง ยินดีลาออกจากการเป็นส.สเขต 1 และรองประธานสภาฯคนที่ 2 ทันที แต่ถ้าไม่มีนายสุรเชษฐ์จะรับผิดชอบอย่างไร การกล่าวหาคนอื่นลอยๆแบบนี้คนอื่นเสียหายไม่ควรกระทำ&amp;rdquo; นายศุภชัย กล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น นายสุรเชษฐ์ ลุกขึ้นชี้แจงว่า เรื่องนี้ตั้งเป็นคำถาม ถูกผิดอยู่ที่ศาลตัดสิน แต่รัฐธรรมนูญมาตรา 144 จะตีความอย่างไรอยากให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ดังนั้น คำถามคือ ภาพที่ตนแสดงไปเป็นการกระทำผิดจริงหรือไม่ และหากมีการดึงงบลงพื้นที่จริง จะแก้ไขกันอย่างไร&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77802</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายศุภชัย โพธิ์สุ, สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ, อภิปรายงบประมาณ, โครงการบูรณะทางผิวถนนแอสฟัสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200918/image_big_5f64082193310.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77587</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/09/2020 09:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/09/2020 09:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ฝ่ายค้าน&#039;ชี้อภิปรายงบคุณภาพขอพ่นน้ำลายเกิน3วัน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.ย.2563 - &amp;nbsp;นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน กล่าวถึงการอภิปรายงบประมาณปี 2564 ว่ามีจำนวนผู้อภิปรายของฝ่ายค้าน 75 คน ซึ่งแต่ละคนจะอภิปรายในหลายมาตรา &amp;nbsp;โดยเฉลี่ยแล้วจะใช้เวลาคนละ 7 นาที เวลาอภิปราย 3 วันอาจไม่พอ จึงจะหารือกับฝ่ายรัฐบาลว่าถ้าอยากให้สมาชิกได้ทำงานอย่างเต็มที่ ก็ต้องให้เวลาเต็มที่เหมือนกัน เพราะมีสมาชิกแจ้งความจำนงมาก และที่คาดว่าจะใช้เวลาจบภายในเที่ยงคืนวันที่ 17 ก.ย. ก็อาจไม่เป็นไปตามนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุทิน กล่าวว่า ส่วนการพิจารณาที่มีความล่าช้าออกไป อาจเป็นเหตุให้การเบิกจ่ายงบประมาณล่าช้าด้วยนั้น มองว่าถ้าช้าก็ช้าตั้งแต่ผู้ที่เสนอเข้ามา เพราะฉะนั้นถ้าช้าก็ช้าไม่เกิน 1 วัน เพราะจะเป็น 1 วันที่มีคุณภาพกับการที่ยอมทิ้งไป 1 วัน และผ่านงบประมาณไปแบบลวกๆ คิดว่าสังคมน่าจะเข้าใจได้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77587</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน, พท., พรรคเพื่อไทย, ส.ส.มหาสารคาม, สุทิน คลังแสง, อภิปรายงบประมาณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200916/image_big_5f617c4443a69.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70333</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2020 15:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/07/2020 15:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดุดัน! &#039;รังสิมันต์ โรม&#039; อัด กอ.รมน.เพิ่มงบสร้างความแตกแยก ล้างสมองคน 3 จังหวัดชายแดนใต้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.ค.63 - ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฏร นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 ว่า การแก้ปัญหาชายแดนใต้&amp;nbsp;ขณะนี้มีการเขียนงบตบตาสภาฯ ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ&amp;nbsp;ขณะที่โครงการปัญหายังซุกเอาไว้ เช่นโครงการโฆษณาชวนเชื้อ หรือ งบล้างสมอง ปลูกค่านิยมให้คิดแบบกองทัพแบบทหาร&amp;nbsp;โดยปีนี้ได้เปลี่ยนชื่อ เป็นโครงการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อสันติสุข ขณะที่รายละเอียดยังเหมือนปี 63&amp;nbsp;&amp;nbsp;การทำเอกสารเช่นนี้คืดว่าสภาฯเป็นตายางเหมือนยุคคสช. หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมทั้งในปีนี้ กอ.รมน. ได้เพิ่มงบข่าวกรอง 926 ล้านบาท โดยเพิ่มขึ้น 17 ล้านบาท&amp;nbsp;แบ่งเป็นงบข่าวกรองเชิกรุก จำนวน 369 ล้านบาท&amp;nbsp;ยังใช้งบมวลชนด้านความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนใต้ นอกแผนบูรณาการฯอีก 665 ล้านบาท&amp;nbsp;รวม กอ.รมน. มีงบสร้างความแตกแยกในพื้นที่ 1,034 ล้านบาท&amp;nbsp;รวมทั้งเว็บไซต์&amp;nbsp;Pulony.blogspos&amp;nbsp;ที่ถูกอภิปรายในปีที่ผ่านมาเพราะสร้างความแตกแยก วันนี้ เว็บไซต์ดังกล่าวก็ยังดำรงอยู่ นี่คือการสร้างเพิ่มสร้างความแตกแยกในหมู่ประชาชน รวมทั้ง ยังมีการตั้งกล้องวงจรปิดเป็นงบผูกพันปี 60-65 รวม 611 ล้านบาท และปี 64 ตั้งงบ 122&amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงเป็นสิ่งที่น่ากังวลเพราะทิศทางของความมั่นคงไปใช่เทคโนโลยีมาแอบและเก็บข้อมูลบุคคล และ โดยตำรวจ และทหาร ได้เก็บดีเอ็นเอ บุคคล&amp;nbsp;&amp;nbsp;และเหมารวมในชุมชนหลายครั้งโดยไม่ได้ยินยอม โดยปี 62 ถูกเก็บไป 600 คน ประกอบด้วยเด็ก นักเรียน ครู คนชรา&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีทหารเกณฑ์ในพื้นที่ชายแดนใต้ 1.9 หมื่นคนถูกขอให้ยินยอมเก็บดีเอ็นเอ ถือว่าขัดสิทธิมนุษยชน&amp;nbsp;อยากถามว่าหากเป็น ส.ส.หากมีเหตุไม่คาดฝันที่สภาฯ และมีตำรวจมาบังคับเก็บดีเอ็นเอเราจะรู้สึกอย่างไร&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีการลงทะเบียนผู้ซื้อซิมใหม่&amp;nbsp;โดยเก็บรูปภ่าย และ ข้อมูลบัตรประชาชนในพี่น้องมุสลิมชายแดนใต้ ด้วยการบังคับ&amp;nbsp;&amp;nbsp;และขณะนี้รุกมาถึงคนทั่วประเทศ แต่ยังไม่สำเร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จังหวัดชายแดนใต้ จะเป็นห้องทดลอง ให้ประชาชนกว่า2 ล้านคน เป็นหนูทดลองนวัตกรรมการควบคุมเก็บข้อมูลล้างสมองประชาชน วันนี้ยังไม่พร้อม ขอทดลองไปก่อน&amp;nbsp;&amp;nbsp;จนกว่าจะมีจังหวะ ก็ค่อยเอาใช้กับคนทั้งประเทศเพื่อให้ควบคุมได้ง่ายขึ้น เพื่อให้ทนต่อรัฐบาลต่อไป การจัดงบเช่นนี้จึงทำให้เกิดประชาชนไม่ไว้ใจและยากต่อการทำให้เกิดสันติภาพได้&amp;quot; นายโรม กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70333</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบประมาณ ปี 2564, พรรคก้าวไกล, รังสิมันต์ โรม, อภิปรายงบประมาณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200702/image_big_5efd958b3849c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48521</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/10/2019 15:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/10/2019 15:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพื่อไทยแจงงดออกเสียงพ.ร.บ.งบ63 ไม่ได้แปลว่าเห็นด้วย ยกผลโพลฝ่ายค้านอภิปรายได้ดีกว่าแจกกล้วยให้ลิง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ต.ค 62 - ที่พรรคพื่อไทย น.ส.สรัสนันท์ อรรณนพพร ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย และรองโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงว่า สำหรับกรณีที่มีการตั้งคำถามถึงการที่ฝ่ายค้านลงมติงดออกเสียงในร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณิพ.ศ 2563 นั้น การงดออกเสียงไม่ได้แปลว่าเราสนับสนุนให้ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวผ่านสภาฯ แต่อยากจะให้รัฐบาลรับคำแนะนำของฝ่ายค้านไปปรับแก้ ส่วนงบกลางที่ถูกตั้งคำถามว่าสูงอย่างมีนัยสำคัญนั้น ตลอดการอภิปรายทั้ง 3 วันที่ผ่านมา เราไม่ได้รับคำตอบอย่างชัดเจนจากทั้งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรัฐธรรมนูญ 2560 ได้ให้อำนาจนายกฯ โดยตรงในการใช้งบนี้ รวมถึงไม่สามารถตรวจสอบการใช้จ่ายได้อีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ดังนั้น อยากเชิญชวนให้ประชาชนทุกภาคส่วนจับตาวิธีใช้งบกลางของนายกฯ ขณะที่งบของกระทรวงกลาโหมที่อ้างว่าสูงขึ้นเพราะสถานการณ์ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังไม่สงบนั้น มองว่าไม่ตอบโจทย์ในการแก้ปัญหาไฟใต้ เพราะเป็นการแก้ไขปัญหาที่ผิดจุด เหมือนกับงบในด้านเศรษฐกิจที่ไม่ตอบโจทย์ ไม่มียุทธศาสตร์ที่จะดำเนินการต่อไปอย่างเป็นรูปธรรมเช่นกัน ทั้งนี้ อยากให้รัฐมนตรีเปิดใจรับคำแนะนำไปปฏิบัติ เพื่อแก้ไขให้งบประมาณดำเนินการไปอย่างตรงจุดด้วย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.สรัสนันท์ กล่าวว่า สำหรับผลโพลที่ระบุว่า ประชาชนต้องการให้รัฐบาลจัดงบประมาณโดยเน้นไปที่1.ด้านสุขภาพ 2.การศึกษา 3.การสร้างงานสร้างรายได้และ4.ด้านความมั่นคงนั้น แต่สัดส่วนของงบประมาณรัฐบาลกลับเน้นไปที่1.งบกลาง 2.กระทรวงศึกษาธิการ และ3.กระทรวงมหาดไทย ซึ่งตรงข้ามกับความต้องการของประชาชนอย่างชัดเจน จึงอยากให้รัฐบาลปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ตรงนี้เสียใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีที่พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่า เป็นเรื่องดีถ้าผบ.ทบ.เป็นนายกฯ นั้น พล.อ.ประวิตรไม่ควรจุดประเด็นถกเถียงในสังคม เพราะบรรยากาศการเมืองขณะนี้ค่อนข้างเปราะบาง พล.อ.ประวิตรควรพูดว่าไม่รู้ แบบที่พูดตามปกติจะดีกว่า เพราะมีแต่จะทำให้สถานการณ์ยิ่งแย่ลง หากผบ.ทบ.จะเป็นนายกฯ ก็คงจะมาจากการยึดอำนาจ เพราะหากจะมาตามกลไกจากการเลือกตั้งนั้นคงเป็นไปไม่ได้ เพราะผบ.ทบ.มองคนรุ่นใหม่ว่าเป็นปรปักษ์ และมีทัศนคติที่ไม่ดีกับประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สำหรับผลโพลของประชาชนที่ให้คะแนนฝ่ายค้านในการอภิปรายงบประมาณที่ผ่านมาว่าดีกว่าฝ่ายรัฐบาลนั้น เป็นเพราะเราติวแล้วติวอีก มีการซักซ้อมทำความเข้าใจร่วมกัน เชิญผู้เกี่ยวข้องและผู้เชี่ยวชาญมาให้คำแนะนำ จึงได้ผลลัพธ์ที่ดี ต่างจากฝ่ายรัฐบาลที่ไม่ค่อยเห็นข่าวการฝึกอบรม มีแต่ความพยายามแจกกล้วยให้กับลิง ตรงนี้ถือเป็นผลงาน 7 ไม่ของรัฐบาลคือ 1.ไม่เข้าใจกฎหมาย หน้าที่ และบทบาทของส.ส. 2.ไม่โปร่งใส โดยเฉพาะงบกลาง 3.ไม่มีอะไรใหม่ หลายนโยบายหาเสียงไว้ก็ไม่ได้เอามาปฏิบัติ 4.ไม่สมเหตุสมผล โดยเฉพาะงบของกระทรวงกลาโหมกว่า 2 แสนล้านบาท 5.ไม่เกิดความเชื่อมั่น เพราะหลายนโยบายไม่ตอบโจทย์และไม่เสริมศักยภาพของประเทศ 6.ไม่เลิกโทษคนอื่น และ 7.ตอบไม่ตรงคำถาม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุสรณ์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ยังพบความเคลื่อนไหวผิดปกติอย่างมีนัยยะสำคัญของชุดข้อมูลที่สนับสนุนกองทัพและรัฐบาลเพิ่มขึ้น เรียกว่าเป็นไซเบอร์วอร์ ต้องฝากคำถามว่า กองทัพและรัฐบาลนั้นได้ทำกับใคร ใช้งบส่วนใดมาทำ ใช้เจ้าหน้าที่ภาครัฐหรือเอกชนดำเนินการ ซึ่งตรงนี้รัฐบาลจะต้องตอบให้ชัดเจน และหวังว่าจะไม่มองประชาชนเป็นศัตรู ขณะที่ศูนย์ปราบปรามข่าวปลอมก็ควรเข้าไปตรวจสอบเรื่องนี้ด้วย อย่างไรก็ตาม สำหรับการชี้แจงของนายกฯ คณะกรรมการที่ติดตามการอภิปรายของพรรคเพื่อไทยได้ประเมินเบื้องต้นสอดคล้องกับหลายโพลที่ออกมาว่า รัฐบาลสอบตก.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48521</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคเพื่อไทย, อภิปรายงบประมาณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191021/image_big_5dad7111b6cc0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
