<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>54236</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/01/2020 12:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/01/2020 12:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผมไม่กินกาแฟ!พปชร.จวกส.ส.อนค.เล่นการเมืองสกปรกถกงบ63นอกประเด็น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10ม.ค.63-จากกรณีการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 ที่นายวิโรจน์ ลักขณาอดิสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่ หยิบยกข้อความที่อ้างว่ามีคนชวนกินกาแฟ เพื่อหารือในสิ่งที่พรรคอนาคตใหม่อยากจะทำโดยจะนำมาช่วยทำ ก่อนที่นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จะลุกขึ้นอภิปรายขอรายละเอียดเพิ่มเติมว่า บุคคลที่ชวนไปทานกาแฟคือใคร ชวนเมื่อไหร่ เพื่อไม่ให้สังคมสับสน เพราะหลายคนอาจจะเข้าใจผิดคิดว่าเป็นตนเองได้ เพราะตนรับผิดชอบกระทรวงดิจิทัลฯ และหากบอกได้ว่าเป็นใครก็พร้อมจะไปตรวจสอบให้ว่าเหตุการณ์และเหตุผลนั้นเป็นอย่างไร ทำให้ นายวิโรจน์ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ชี้แจงว่า ไม่ใช่นายพุทธิพงษ์ และจะส่งรายละเอียดให้ภายหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดเฟซบุ๊กแฟนเพจพรรคพลังประชารัฐ โพสต์คลิปวิดีโอ พร้อมข้อความ สืบสานเจตนารมณ์ฝ่ายค้านรุ่นต่อรุ่น มุขเก่า ให้อภิปรายเรื่องหนึ่งแต่ไปพูดอีกเรื่องหนึ่ง ใส่ร้ายป้ายสีคนอื่น เพราะเนื้อหาการกินกาแฟไม่มีสิ่งใดที่เกี่ยวกับการอภิปรายร่างงบประมาณปี 63 แม้แต่น้อย อีกทั้งผู้อภิปรายยังอ้างถึงเหตุการณ์ที่ผู้อื่นไม่สามารถตรวจสอบได้ ย่อมทำให้สังคมเกิดความสับสน
และสุดท้าย #ผมไม่กินกาแฟ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54236</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.วิโรจน์ ลักขณาอดิสร, นายพุทธิพงษ์ ปุณณกัณต์, อภิปรายงบประมาณ63</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200110/image_big_5e1804fc3233a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48454</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2019 16:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2019 16:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จิรายุ จวกโทรโข่งพปชร.มัวแต่โทษรัฐบาลปูไม่ดูหัวหน้าตัวเองกู้ไป 2.5 ล้านล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20ต.ค.2562 นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีการอภิปรายงบประมาณของฝ่ายค้านในช่วงสามวันที่ผ่านมาว่า&amp;nbsp;จากโพลที่ฝ่ายค้านดำเนินการจัดทำพบว่าหลังการอภิปรายงบประมาณปี2563 ประชาชนชื่นชม ฝ่ายค้านว่าทำหน้าที่ชำแหละการจัดทำงบประมาณแบบขาดดุลของรัฐบาล ได้โดนใจ มากถึง 72.5% และไม่มั่นใจในการใช้งบประมาณของฝ่ายรัฐบาลเนื่องจากชี้แจงหลายประเด็นไม่ชัดเจน งบความมั่นคง งบกลางและงบที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาและพัฒนาคน โดยเฉพาะเรื่องการกู้เงินที่มีเป็นจำนวนมากทั้งๆที่เป็นรัฐบาลต่อเนื่องมากว่า6ปี

นายจิรายุ กล่าวว่า รู้สึกผิดหวังกับการทำงานของ ทีมโทรโข่งพรรคพลังประชารัฐที่มุ่งแต่โจมตีเรื่องอดีตทั้งที่พรรคตัวเองมักออกมาพูดอยู่เสมอว่าอยากให้ประเทศก้าวไปข้างหน้าไม่ควรจมอยู่กับอดีต และควรทำการเมืองแบบสร้างสรรค์&amp;nbsp;แต่วันนี้รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐก็ยังเป็นพวกแผ่นเสียงตก ร่องอ้างเหตุผลว่าต้องกู้เงินมากใน พรบ.งบ2563เพราะเอามาใช้หนี้จำนำข้าว ทั้งๆที่ผ่านมาแล้วเกือบ6ปี สะท้อนให้เห็นถึงการด้อยฝีมือของรัฐบาลตู่1ต่อเนื่องมาจนถึงตู่2ที่สำคัญฝ่ายค้านผ่านวาระ1มาแล้วก็ยังไม่วายออกมาโทษรัฐบาลก่อนหน้านี้ซึ่งคงจะพยายามจะหาความชอบธรรมให้กับรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ในการกู้เงินจำนวนมหาศาลทั้งๆรัฐบาลที่แล้วบริหารราชการแผ่นดินมากว่า6ปีสร้างหนี้เป็นเงิน 2.2 ล้านล้านบาท แต่กลับทำเป็นตาถั่วมองไม่เห็น พอหาความดีให้ตัวเองไม่ได้ก็หันไปโทษรัฐบาลยิ่งลักษณ์ใช่หรือไม่

นายจิรายุ กล่าวอีกว่า พลเอกประยุทธ์บริหารประเทศผ่านมาแล้วเกือบ6ปีวันนี้ประชาชนจนจะตายกันหมดแล้ว เศรษฐกิจดิ่งเหว ดัชนีทุกตัวตกต่ำมีแต่ใช้งบประมาณแบบตำน้ำพริกละลายแม่น้ำแต่พลพรรคพลังประชารัฐยังใช้วิธีการเล่นการเมืองแบบน้ำเน่า จึงขอเรียกร้องให้พรรคพลังประชารัฐหันมาตอบสังคมว่าจะกู้เงินแบบนี้ต่อเนื่องไปอีกกี่ปี แล้วช่วยหารัฐมนตรีฝีมือดีๆมาโชว์ประชาชนว่าจะแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่รวยกระจุกจนกระจาย คนฆ่าตัวตายเพราะพิษเศรษฐกิจกันทุกวันได้อย่างไรจะดีกว่า

นายจิรายุกล่าวอีกว่า อยากแนะนำทีมโฆษกของพรรคพลังประชารัฐ เวลาเป็นพรรคซีกรัฐบาลถ้าด่าคนอื่นเพียงอย่างเดียวต้องที่แจ้งว่าจะทำความเชื่อมั่นและเศรษฐกิจให้ประชาชนกินดีอยู่ดีจะดีกว่า ขืนยังทำพฤติกรรม รำไม่ดีโทษปี่โทษปู ระวังจะเป็นบูมเมอร์แรงเพราะการกล่าวหาเรื่องเงินใช้หนี้โครงการจำนำข้าวซึ่งก่อนหน้ารัฐบาลยิ่งลักษณ์รัฐบาลอภิสิทธิ์ก็เป็นหนี้คงค้างนโยบายประกันราคาต่อมาเกือบ3ปีโดยมารยาททางการเมืองถือเป็นเรื่องปกติของการจัดทำนโยบายเพราะถ้าเกิดรัฐบาลไหนทำกำไรกับเกษตรกรหรือหากำไรเรื่องสวัสดิการสังคมการศึกษาและการพยาบาลก็จะถือว่ารัฐบาลนั้นเป็นรัฐบาลเหล่าเหย่

และที่สำคัญรัฐบาลพรรคพลังประชารัฐก็จัดทำงบประมาณแบบขาดดุลเพื่อไปค้ำประกันราคาสินค้าการเกษตร แถมแจกเงินเป็นว่าเล่น ซึ่งก็เป็นเงินที่กู้มาทั้งสิ้น&amp;nbsp;แบบนี้รัฐบาลต่อไปเขาจะโทษได้บ้างหรือไม่ว่าเป็นเพราะรัฐบาลชุดที่แล้วตนอยากจะบอกทีมโทรโข่งมือใหม่ว่าโดยมารยาทการบริหารราชการแผ่นดินเขาจะไม่พูดเรื่องนี้มาเล่นเป็นประเด็นทางการเมือง โดยเฉพาะคนที่มีความรู้ทางด้านการเมืองและการบริหารราชการแผ่นดิน
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48454</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พปชร., #พรรคเพื่อไทย, จิรายุ  ห่วงทรัพย์, อภิปรายงบประมาณ63</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190703/image_big_5d1c9b7153b15.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48402</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/10/2019 15:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2019 15:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปารีณา&#039;จัดเต็มยุคปูก่อหนี้-โกงข้าวสร้างภาระรัฐบาลบิ๊กตู่&#039;จิรายุ&#039;โวยลั่นประธานปล่อยให้พูดเท็จอีกแล้ว!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ต.ค 62 - เมื่อเวลา 13.50 น. น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ อภิปรายว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจและแก้ปัญหาความยากจน จากที่ได้ฟังสมาชิกอภิปรายหลายคนในลักษณะเหรียญด้านเดียว ปัจจุบันรัฐบาลมีหนี้สินมากจริง ซึ่งเกิดจากการกู้ของรัฐบาลที่ผ่านมา การกู้เงินมาบริหารประเทศเป็นความจำเป็น และเกิดขึ้นกับทุกรัฐบาล แต่หนี้สินส่วนหนึ่งเกิดจากปัญหาการทุจริต คอร์รัปชัน โกงจำนำข้าว 6 แสนล้านบาท โกงหวยบนหิน จีทูจี โดยเฉพาะรัฐบาลชุดนายกรัฐมนตรี ที่หนีไปต่างประเทศ สร้างหนี้ไว้ให้กับรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ จนต้องตั้งงบประมาณจำนวน 4.6 หมื่นล้านบาท มาชดใช้หนี้โครงการจำนำข้าวดังกล่าว ส่วนคนโกงก็ไปอยู่ต่างประเทศ ชาตินี้ก็กินไม่หมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ปารีณา กล่าวว่า เราไม่ได้เริ่มจากศูนย์ แต่เริ่มจากติดลบ ปัจจุบันนี้ทุกประเทศทั่วโลกเกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ เกิดจากสงครามการค้าจีน สหรัฐฯ ประเทศไทยก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ เศรษฐกิจตกต่ำเป็นปัญหาทั่วโลก แต่ไทยถือว่าได้รับผลกระทบน้อย รัฐบาลสามารถสร้างเสถียรภาพการเงิน การคลังได้อย่างมั่นคง เห็นชัดเจนค่าเงินบาทแข็งมากที่สุดในภูมิภาคนี้ ทำให้ไทยได้รับความน่าเชื่อถือจากทั่วโลก ปัจจัยภายนอกเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ และในบรรยากาศทั้งหมดนี้เวิด์ล อิคอมนอมิค ฟอร์รั่ม ยังจัดอับดับความสามารถในการแข่งขันของไทยให้อยู่ในอันดับที่ 40 จากทั่วโลก เป็นประเทศที่น่าท่องเที่ยวอันดับหนึ่ง ครองแชมป์อยู่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส.ส.จังหวัดราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ส่วนปัญหาความยากจนเป็นปัญหาเรื้อรังยาวนานทุกรัฐบาลยังแก้ไม่ได้ จึงไม่เป็นธรมที่จะกล่าวหารัฐบาลนี้เป็นต้นเหตุความยากจน ทั้งนี้ รัฐบาลมีการจัดงบประมาณ และทำนโยบายแก้ไขเศรษฐกิจโดยส่วนหนึ่ง มีการนำภาษีมาช่วยอัดฉีดเงินช่วยเหลือชาวนา ชาวไร่ &amp;nbsp;ผู้มีรายได้น้อย ทั้งการแจกเมล็ดพันธุ์ข้าว ประกันราคาข้าว 15,000 บาทต่อตัน ประกันราคายาง ราคาสินค้าเกษตร เป็นการใช้งบที่ประชาชนรออยู่ โดยเฉพาะประชาชนที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจำนวน 14.6 ล้านคน ซึ่งใช้งบ4 หมื่นล้านบาท สวัสดิการผู้สูงอายุ 7.6 หมื่นล้านบาท คนเหล่านี้รองบประมาณจากรัฐบาลอยู่ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อยากให้ฝ่ายที่เห็นต่างมาร่วมกันเดินหน้าประเทศไทย ไม่ดึงรั้งว่าเมื่อไหร่จะได้เงินตามนโยบาย ก็ขอให้ช่วยกันโหวตให้กับร่างงบประมาณนี้ อย่าดึงรั้งประเทศไทย ขอให้ทุกคนเดินหน้าประเทศไทย ประชาชนรออยู่&amp;quot;นางสาวปวิณา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ได้ลุกขึ้นขอใช้สิทธิ์พาดพิง ทำให้นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาฯ คนที่ 2 &amp;nbsp;ซึ่งทำหน้าที่ประธานการประชุมในขณะนั้น จึงสอบถามว่า ไม่ทราบว่าจะใช้สิทธิ์พาดพิงในประเด็นใด และผิดข้อบังคับข้อไหน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายจิรายุ กล่าวว่า ท่านประธานจะปล่อยให้ฝ่ายรัฐบาลพูดแต่เรื่องเก่าๆ ไม่ได้ แต่นายสุชาติไม่อนุญาตให้นายจิรายุใช้สิทธิ์พาดพิง โดยระบุว่า นายจิรายุต้องระบุให้ชัดว่าถูกพาดพิงในประเด็นใด นายจิรายุจึงตอบโต้ว่า ทำไมฝ่ายรัฐบาลพูดเท็จกลางสภาฯ ได้ แต่พวกตนฝ่ายค้านกลับไม่มีสิทธิ์ที่จะชี้แจง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ลุกขึ้นประท้วงนายสุชาติว่า ต้องให้นายจิรายุนั่งลง และเคารพคำตัดสินของประธานในที่ประชุม นายสุชาติจึงวินิจฉัยว่า รัฐมนตรีเป็นฝ่ายที่เสนอร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ ประเด็นใดที่สมาชิกแสดงความเห็น รัฐมนตรีก็มีสิทธิ์ที่จะชี้แจงได้ ซึ่งกรณีของนายจิรายุไม่ทราบว่าจะชี้แจงประเด็นใด ก่อนที่จะตัดบทให้สมาชิกท่านอื่นได้อภิปรายต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48402</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิรายุ ห่วงทรัพย์, ปารีณา ไกรคุปต์, อภิปรายงบประมาณ63</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191019/image_big_5daac76de49a0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48396</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/10/2019 12:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2019 12:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อย่าคิดเยอะ!&#039;ประยุทธ์&#039;แจงงบฯกลาโหมซื้อยุทโธปกรณ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ต.ค 62 - ที่รัฐสภา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ในวันที่ 3 ถึงงบประมาณในส่วนของกระทรวงกลาโหมว่า ในส่วนของงบประมาณกลาโหมมีการกันไว้ 7-8 หมื่นล้านบาทเท่านั้น เพื่อเอาไว้ซื้อยุทโธปกรณ์ ซึ่งเป็นการตั้งงบผูกพันและเป็นงบในส่วนของกลาโหมเองไม่ใช่งบกลาง เว้นแต่ในกรณีจำเป็นเร่งด่วนที่เป็นข้อตกลงกับต่างประเทศ ซึ่งก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งซึ่งมีจำนวนน้อยมาก และต้องมีการซื้อทดแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่านอกจากนี้ยังมีเรื่องทหารตามแนวชายแดนที่มีจำนวนหลายแสนนายในพื้นที่ 5,000 กว่ากิโลเมตรทั้งทางบกและทางน้ำ ซึ่งหากเราไม่มีเรือที่ทันสมัยจะทำได้หรือไม่ เพราะเรือที่มีอยู่ใช้มากว่า 50 ถึง 60 ปีแล้ว จึงมีการผุพังบ้าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อย่าคิดว่ามีเยอะ ต้องไปดูว่ามีความทันสมัยและทันสถานการณ์หรือไม่ต้องคิดตรงนี้และต้องไปดูข้างในด้วย ซึ่งเราก็พูดไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องของศักยภาพ รวมถึงเป็นเรื่องอำนาจการต่อรองที่มีตัวตนและไม่มีตัวตน โดยเฉพาะวันนี้โลกมีความเปลี่ยนแปลงรอบบ้านเราก็มีกันทั้งหมด&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ และรมว.กลาโหม กล่าวว่าจะมาบอกว่าเกษตรกรเขาไม่เดือดร้อนเขาถึงซื้อได้ เขาก็เดือดร้อนเหมือนเราแต่ก็ต้องทำ เมื่อเขามีเราไม่มีศักยภาพของเราก็หายไปไหมล่ะ ทั้งศักยภาพ ความเกรงอกเกรงใจ การเจรจาและการพูดคุย รวมถึงการรักษาความมั่นคงทางทะเลซึ่งสำคัญที่สุด ของพวกนี้มันแพงทั้งสิ้น เราก็พยายามหาเรือขนาดเล็กและพยายามต่อเรือเอง อย่างเรือที่มีการติดอาวุธก็มีราคาแพง หากต่อไปมีการกระทบกระทั่งทางทะเล อาจมีเรื่องของเรือประมงมีปัญหากันยิงกัน เพื่อเห็นว่าเราคุ้มครองจะบานปลายไม่ได้ ดังนั้นยุทโธปกรณ์ของเราต้องทันสมัยพอสมควรให้ทันกับโลกวันนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48396</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพ, งบประมาณ, ซื้ออาวุธ, ทหาร, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ยุทโธปกรณ์, อภิปรายงบประมาณ63</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191019/image_big_5daa9a3e44bd3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48372</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2019 22:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2019 22:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชลน่าน&#039;เปรียบปท.เป็นร่างกายคนป่วย เซลล์ผุพัง มีปลิงเกาะ แต่จัดงบเทียมรักษา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ต.ค 62 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 21.00 น. นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า ตนขอสรุปว่า ความเห็นของสมาชิกที่อภิปรายร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี 2563 ที่รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เสนอนั้น ส่วนใหญ่เห็นว่า ไม่ส่วนควรรับหลักการ แม้แต่ส.ส.ซีกรัฐบาลก็ยังเห็นถึงข้อบงพร่อง โดยอยากให้นำไปปรับปรุงแก้ไข เพราะไม่สอดคล้องในการแก้วิกฤต ไม่ตอบโจทย์ในการสร้างความเป็นธรรมในการกระจายงบประมาณ รวมไปถึงข้อสังเกตุของสมาชิกบางคนยังชี้ว่า ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญอีกด้วย เพราะหลายเรื่องไม่สามารถตรวจสอบได้ว่า เนื้อหาในการใช้งบประมาณจำนวนตามหลักการ 3.2 ล้านล้านบาทนั้น ซึ่งเป็นจัดแบบขาดดุล จะก่อประโยชน์สูงสุดกับประชาชนหรือไม่ กระทั่งนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้าน อยากให้นำกลับไปปรับปรุงและเสนอกลับเข้าสู่สภาใหม่

&amp;ldquo;เหตุผลหลักที่ไม่ควรรับหลักการ เพราะภาครายจ่ายไม่สอดคล้องกับปัญหาของประเทศ เราเป็นประเทศที่แก่แล้วจน ป่วย รัฐบาลที่ผ่านมาอยู่ได้เพราะเครื่องเทียมที่ทรงอิทธิพลเข้าไปในร่างกาย แต่โครงสร้างฐานราก ซึ่งเป็นเซลล์ทุกเซลล์ในร่างกายผุพังไปหมด จัดงบประมาณแต่เรื่องเทียมๆ แล้วจะแก้ปัญหาประเทศได้อย่างไร ถ้าถอดสิ่งเทียมเหล่านี้ออกเข้าโลงแน่นอน ที่สำคัญปลิงเกาะเต็มตัว ทุจิตคอร์รัปชั่นเต็มไปหมด เอาปลิงออกก็ตาย ท่านเลยต้องเลี้ยงปลิงไว้แต่อวัยวะภายในก็ตายหมด&amp;rdquo; นพ.ชลน่าน กล่าว

นพ.ชลน่าน กล่าวว่า การกระจายเม็ดเงินลงพื้นที่ก็มีปัญหา ไม่สอดคล้องกับพื้นที่ที่ใช้ แต่ก็ยังอนุมัติงบลงไปเพื่อหวังเปลี่ยนงบไปใช้ในสิ่งที่ท่านต้องการ ดังนั้น สิ่งที่ ครม.เสนอ พ.ร.บ.งบประมาณครั้งนี้เข้ามา สมาชิกส่วนใหญ่ไม่เห็นชอบกับหลักการ แต่เราเป็นเสียงข้างน้อย เสียงข้างมากอย่างไรก็ต้องผ่าน ดังนั้น ขอฝากให้กรรมาธิการตั้งเป้างบที่ไม่เกิดประโยชน์ โดนใช้ตัวเลขปรับลดงบ 5 หมื่น-1 แสนล้านบาท และขอให้แปรญัตติ ปรับลดทุกรายการ นำเงินมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับประชาชนสูงสุด แบบนี้รับได้ ในชั้นนี้ ตนไม่มั่นใจในสิ่งที่ ครม.จะทำต่อ แต่ถ้ารัฐบาลยอมจะปรับเปลี่ยนตามที่ฝ่ายค้านเสนอ ก็อาจจะไปดูในชั้นกรรมาธิการเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48372</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว, พรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี2563, อภิปรายงบประมาณ63</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190725/image_big_5d3980bb03ac2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48338</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2019 16:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2019 15:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สะดุ้งกันเป็นแถบ!ซูมชัดๆ&#039;บิ๊กตู่&#039;ยื่นเอกสารอะไรให้&#039;บิ๊กป้อม&#039;ระหว่างอภิปรายงบฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ต.ค.62 - ที่รัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงประเวลาประมาณ 15.00 น. ระหว่างการการประชุมสภาเพืื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ต่อเป็นวันที่สองนั้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่วงหนึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ยื่นสำเนาเอกสารลับ ซึ่งเป็นแผนผังรายชื่อและรูปภาพบุคคลกลุ่มหนึ่งให้แก่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ &amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;ก่อนที่พล.อ.ประยุทธ์ จะเดินทางออกจากห้องประชุมเพื่อไปปฏิบัติภารกิจ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48338</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กตู่, บิ๊กป้อม, ประชุมสภา, อภิปรายงบประมาณ63</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191018/image_big_5da978f1ebc1b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48298</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2019 09:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2019 09:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชมสด! อภิปรายร่างพ.ร.บ.งบประมาณ ปี 2563 เป็นวันที่สอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ต.ค.62 - เมื่อเวลาประมาณ 09.00 น.ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 1 (สมัยวิสามัญ) เป็นพิเศษ เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 วงเงิน 3.2 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นการพิจารณาต่อจากเมื่อวานนี้ (17 ต.ค.62)
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48298</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประชุมสภา, พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563, รัฐสภา, อภิปรายงบประมาณ63</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191018/image_big_5da91f5a13874.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
