<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>77006</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2020 09:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2020 09:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิโรจน์&#039; อัดยับประชาชนไล่ &#039;ประยุทธ์&#039; ลาออก เพื่อให้ประเทศมีฟ้าสีทองผ่องอำไพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.ย.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงดึกวันที่ 9 ก.ย. 2563 ที่อาคารรัฐสภา นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ร่วมอภิปรายทั่วไปแบบไม่มีการลงมติ ตามมาตรา 152 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยปี พ.ศ. 2560 โดยระบุถึงสาเหตุที่นักศึกษาและประชาชนต้องออกมาชุมนุมเรียกร้องทั่วประเทศในเวลานี้ว่า เป็นเพราะความเดือดร้อนที่มีทุกหัวระแหง ส่วนนักเรียนนักศึกษาต้องเจอกับระบบการศึกษาแบบยัดเยียดตลอด 7 ปีที่ผ่านมา ทั้งเนื้อหาเหยียดเพศ วิชาประวัติศาสตร์ที่สอนให้เหยียดหยามชนชาติอื่น และเนื้อหาที่เชิดชู พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่งผลให้นักเรียนนักศึกษายิ่งต้องค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติมด้วยตนเอง จนรู้เท่าทันประวัติศาสตร์ในยุคต่างๆ ไม่ว่าการรัฐประหารปี 2549 เหตุการณ์พฤษภาทมิฬปี 2535 เหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 หลายคนยังได้ค้นคว้าและอ่านไปถึงหนังสือที่เขียนโดย ธงชัย วินิจจะกูล นักวิชาการที่เคยเป็นอดีตผู้นำนักศึกษาในเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 จึงทำให้ไม่ตกเป็นเหยื่อโดยเฉพาะจากผังล้มเจ้าอันล่าสุดที่ถูกสร้างขึ้น เพราะพวกเขามีภูมิต้านทานเนื่องจากรู้ว่า ผังล้มเจ้าฉบับก่อน ผู้จัดทำได้ยอมรับในชั้นศาลแล้วว่าเป็นการแต่งขึ้นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น นายวิโรจน์ จึงได้อภิปรายถึง ปัญหาในการบริหารประเทศของ พล.อ.ประยุทธ์ ว่า มีโอกาสได้ใช้งบประมาณสูงถึง 20 ล้านล้านบาท แต่กลับเอาไปซื้ออาวุธ เรือดำน้ำ เครื่องบิน VIP รถยานเกราะสไตรเกอร์ ส่งทหารไปฝึกที่ฮาวายแล้วก็นำเชื้อโควิดกลับมา โดยไม่มีการเรียนรู้ถอดบทเรียนกรณีสนามมวยลุมพินี ซึ่งงบประมาณเหล่านี้สามารถนำไปใช้ในการพยุงการจ้างงานให้กับประชาชนและการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้ แต่ความจริงที่ยังปรากฏคือ รถประจำทางใช้มาตั้งแต่พฤษภา 2535 งบประมาณอาหารกลางวันของนักเรียนยังอยู่ที่ 20 บาทต่อหนึ่งคนตั้งแต่ปี 2556 แทนที่ประชาชนจะมีรถไฟความเร็วสูงได้ใช้ก็กลับไม่มี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่มีคือปฏิบัติการ IO คอยโจมตีนักเรียนนักศึกษาที่พูดเรื่องปัญหาเชิงโครงสร้างต่างๆ มีการป้ายสีเรื่องการปั่นแฮชแท็กจากนอกประเทศ ทั้งที่ในความเป็นจริงสามารถตรวจสอบจาก VPN ได้ แต่กลับล้าหลังไม่เข้าใจเทคโนโลยีได้อย่างดีพอ ปี 2559 มีคำว่า Start up เกิดขึ้นแต่ในความเป็นจริงประเทศไทย ยังไม่มี Start up ที่ประสบความสำเร็จเป็นระดับครีมหรือ Unicorn ที่มีมูลค่าธุรกิจสูงเกิน 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐเลย ซึ่งประเทศอื่นในแถบอาเซียนมีแล้วทั้งหมด ขณะที่ธุรกิจยักษ์ใหญ่ที่โตวันโตคืนก็คือธุรกิจทุนผูกขาด สะท้อนระบอบอภิสิทธิ์ชนที่เกาะกินประเทศนี้แล้วทั้งหมด เครือข่ายอุปถัมภ์เท่านั้นที่จะทำให้คนรวยได้ และเป็นไปไม่ได้เลยที่ธุรกิจเล็กๆ จะสามารถลืมตาอ้าปากได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ด้วยเหตุนี้จึงขอแนะนำ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้ออกจากมุมที่มืดบอด มุมที่เป็นเผด็จการอำนาจนิยม ที่จะฟังแต่คำเยินยอแต่ไม่ยอมฟังปัญหาที่เป็นข้อเท็จจริง จนคนรอบข้างและบริวารต้องรายงานแต่คำชมเพื่อเอาใจ และทำให้ตัวเองเชื่อว่าเป็นนายกรัฐมนตรีที่มีประชาชนรัก เป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจที่มีความสามารถ วันนี้ หากนายกรัฐมนตรียอมไปเดินตลาดและเปิดใจจะรู้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ที่น่ารังเกียจที่สุดของประเทศไทยที่ประชาชนอยากจะยกป้ายประท้วง ปาสีปาไข่ใส่ รวมทั้งขอแนะนำว่า ต้องเลิกคิดว่า การเป็นโจรกบฎในปี 2557 คือการเป็นฮีโร่ เป็นวีรบุรุษ เป็นบุญเป็นคุณกับประเทศแห่งนี้ เพราะในความเป็นจริงของประเทศทุกวันนี้ ควรเรียกว่าเป็นทรราชย์ก่อกรรมทำเข็ญให้กับประเทศมากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต้องสำนึกตัวได้แล้วว่าเป็นนายกรัฐมนตรีมาเกือบ 7 ปี มีอำนาจตามมาตรา 44 เป็นรัฐบาลที่มีการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินยาวนานมากที่สุดเป็นประวัติศาสตร์ มีองค์กรอิสระ มี ส.ว.250 คนที่แต่งตั้งขึ้นมาเองคอยทำงานรับใช้ให้อยู่เหนือกฎหมาย ใช้งบประมาณทั้งหมดสูงถึง 20 ล้านล้านบาท ซึ่งเงินก้อนนี้สูงถึงขนาดที่สามารถให้มีประชาชนถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 ได้จำนวน 3 ล้านกว่าคน และถ้าแจกคนไทยทั้งประเทศ 67 ล้านคน จะได้คนละ 3 แสนบาท ส่งเยาวชนเรียนตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษาถึงปริญญาตรีได้ถึง 10 ล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การมีอำนาจขนาดนี้ กลไกช่วยเหลือเต็มไปหมด งบประมาณมหาศาลขนาดนี้ แต่กลับมีสติปัญญาทำประเทศได้ตกต่ำด่ำดิ่ง ทำให้คนไทยหมดอนาคตได้ถึงเพียงนี้ จึงหมดความชอบธรรมไปแล้ว และอย่าคิดไปสมคบคิดที่จะไปร่วมมือทำการกบฎรัฐประหารอีก หมดเวลาของ พล.อ.ประยุทธ์แล้ว ออกไปเพื่อให้บ้านเมืองได้เจริญเสียที ออกไปให้ประเทศนี้มีฟ้าสีทองผ่องอำไพ ให้ประชาชนได้เป็นใหญ่ในแผ่นดิน เผด็จการจะได้พินาศและประชาราษฎร์จะได้เจริญ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77006</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคก้าวไกล, วิโรจน์ ลักขณาอดิศร, อภิปรายทั่วไป</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200217/image_big_5e4a7c4a8fbcb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77005</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2020 09:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2020 09:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039; โต้ &#039;สุทิน&#039; อย่าลืมคำว่าเผด็จการรัฐสภา เรื่องลาออกถึงเวลาก็บริหารเองแต่คงไม่หนีคดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สุทิน&amp;quot;โต้ รบ.อ้างต่างชาติประเมินศก.ไทยดีไม่ได้ เหตุวัดแต่ระดับมหภาค ชี้ จีดีพีระดับจ.ชาวบ้านลำบาก เปรียบไทยเหมือนคนแคระยิ่งเจอวิกฤตยิ่งทรุดลง อัด นายกฯทุ่มสุดตัวแล้วแต่มือไม่ถึง แนะเสียสละลาออก ให้สภาเลือกนายกฯคนใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.ย.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในเรื่องวิกฤตทางเศรษฐกิจและวิกฤตทางการเมือง โดยไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 นั้น นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย และประธานคณะกรรมการพรรคร่วมฝ่ายค้าน(วิปฝ่ายค้าน) อภิปรายปิดว่า&amp;nbsp;เศรษฐกิจไทยแม้รัฐบาลจะบอกว่าดีและมีความน่าเชื่อถือโดยอ้างถึงการจัดอันดับของต่างประเทศนั้นไม่ถูกต้องทั้งหมด เพราะต่างประเทศประเมินเศรษฐกิจไทยเฉพาะระดับมหภาคเท่านั้น ไม่ได้ดูจีดีพีจังหวัดและคุณภาพชีวิตของประชาชน เราอยากบอกรัฐบาลว่าชาวบ้านกำลังลำบาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ต่างชาติดูแค่เศรษฐกิจของคนไม่กี่ตระกูล เป็นเส้นบังตาอยู่เรียกว่าความเหลื่อมล้ำ รัฐบาลต้องดูให้ลึกและดูให้ชัด แม้รัฐบาลจะได้มีการพักชำระหนี้ไปแล้วกว่า 7 ล้านล้านบาท หรือ 12 ล้านบัญชี แต่รัฐบาลไม่ได้ดูว่าหลังจากหมดโปรโมชั่นแล้วจะมีการจัดการกับหนี้นี้อย่างไร หากไม่มีระบบการบริหารจัดการที่ดี บอกได้ว่าเดือนต.ค.นี้เศรษฐกิจไทยเดี้ยงแน่เลย&amp;quot; นายสุทิน กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวอีกว่า รัฐบาลได้พยายามแก้เศรษฐกิจด้วยการตั้งศบศ.ที่เป็นการรวมภาครัฐและเอกชนเข้ามาทำงานร่วมกัน ศบศ.วันนี้ทำอะไรไม่ได้มากกว่าเดิม เพราะเป็นกลไกที่เคยทำกันมาแล้ว เช่น คณะกรรมการร่วมภาครัฐกับเอกชน เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การไปอ้างว่าตัวเลขจีดีพีลดลงทั่วโลก ตรงนี้เป็นความจริงแต่รัฐบาลไม่มองอีกด้านว่าประเทศอื่นๆที่ติดลบนั้นเขาติดลบมาจากการที่เขามีตัวเลขเดิมที่สูงอยู่แล้ว แต่ไทยติดลบจากตัวเดิมที่มีอยู่ต่ำ เปรียบเหมือนคนสูงที่เตี้ยลงบ้างก็ไม่เป็นไร แต่เศรษฐกิจของไทยเป็นคนแคระที่เตี้ยลงไปอีก ดังนั้น ต้องมองให้รอบด้านด้วย&amp;quot; นายสุทิน กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุทิน กล่าวว่า การชุมนุมทางการเมืองวันนี้มาจากการเรียกร้องของเยาวชน ถ้าใครปั่นม็อบให้นักศึกษาออกมาได้ขนาดนี้จะไปกราบเลย การชุมนุมครั้งนี้มีสิ่งบอกเหตุหลายอย่าง นายกฯในอดีตหลายคนดื้อทำให้เกิดวันมหาวิปโยคและมีคำว่าทรราชติดตัว วันนี้กำลังมาอีกท่านจะสร้างประวัติศาสตร์อย่างไรอยู่ที่ท่านจะเลือก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมไม่ได้เชียร์ม็อบแต่เชียร์ให้นายกฯเป็นวีรบุรุษดับปัญหาให้จบแล้วที่ท่านดื่มน้ำพิพัฒน์สัตยามาท่านจะได้ทำหน้าที่นี้สำคัญที่สุด&amp;quot; นายสุทิน กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุทิน กล่าวด้วยว่า การแก้ไขปัญหาประเทศที่ทำไม่ได้เพราะมีปัญหาการเมืองภายในพรรค ขนาดจะตั้งรัฐมนตรีคนหนึ่งยังทำไม่ได้ ซึ่งเป็นผลมาจากความไม่มีเสถียรภาพที่มีต้นเหตุมาจากรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ท่านต้องยอมรับความจริงว่าเศรษฐกิจแย่ ผู้นำในอดีตที่เป็นทรราชเพราะเชื่อคนรอบข้าง อย่าไปเชื่อลูกน้องมาก แม้โควิดจะผ่านไปก็ยังแย่เพราะมีปัญหาเรื่องความเชื่อมั่นในตัวนายกฯ&amp;quot; นายสุทิน กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า ทางที่จะเป็นไปได้วันนี้ ถ้านายกฯทุ่มสุดตัวแล้วแต่ยังมือไม่ถึง มีทางเดียว คือ ต้องเปลี่ยนคนบริหาร เปลี่ยนคนเดียวไม่ได้ ต้องเปลี่ยนทั้งชุด ข่าวลือเรื่องการรัฐประหารนั้น ก่อนปี 2557 เวลาใครถามท่าน ท่านก็ปฏิเสธ แต่สุดท้ายก็ยึดอำนาจ ดังนั้น นายกฯต้องส่งสัญญาณให้ชัด และใครจะยึดอำนาจวันนี้ต้องบอกว่าประชาชนไม่กลัวตายแล้ว และหากยึดอำนาจในช่วงเศรษฐกิจวันนี้อาจจะสิ้นชาติ จึงเป็นเรื่องอยากฝากให้คิด ส่วนการยุบสภาฯนั้นตนก็ไม่ได้ยึดติด แต่สภาฯต้องมีภูมิคุ้มกัน ถ้าสภาฯไม่ผิดก็ควรให้เป็นที่พึ่งของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น การให้ท่านลาออกเป็นสิ่งที่สวยงามที่สุด สภาฯยังอยู่และเลือกกันใหม่ ประชาธิปไตยมั่นคง หากท่านลาออกวันนี้ถือเป็นการเสียสละครั้งสำคัญ ไม่ใช่ความพ่ายแพ้ อีกทั้งยังเป็นการเสียสละครั้งยิ่งใหญ่และช่วยคนให้มีความหวังและยังช่วยครอบครัวท่านด้วย สุดท้ายจะยังเป็นการช่วยดับชนวนความรุนแรง ถ้าท่านลาออกวันนี้เชื่อว่าผู้ชุมนุมจะไม่เลยป้าย สิ่งที่เราเคารพบูชาจะไม่ด่างพร้อย ที่สำคัญต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้มีส.ส.ร.ก่อนและท่านลาออกจังหวะนั้นจะเป็นประโยชน์แก่ประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ชี้แจงว่า ได้รับฟังความคิดเห็นและคำเสียดสีดูถูก คำว่าเผด็จการทหาร ตนเองได้ฟังตลอดมา แต่อย่าลืมว่าก็เคยมีคำว่าเผด็จการรัฐสภาเหมือนกัน&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&amp;quot;คำแนะนำให้ผมลาออกถึงเวลาผมก็บริหารเอง ดีที่ท่านไม่แนะนำให้ผมหนีคดี ผมคงไม่หนี ผมไม่ทะเลาะกับท่าน ขอขอบคุณสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผมจะได้ทำงานของผมสักที มีงานค้างอยู่เยอะ ท่านก็มี การเรียกส่วนราชการมาชี้แจงบ่อยๆ ในเรื่องเดิมๆทำให้ไม่มีเวลา ขอให้เบาๆลงหน่อยแล้วกัน จะได้ทำงานได้เร็วขึ้น&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;จากนั้น นายชวน สั่งปิดประชุมในเวลา 01.30 น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77005</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สุทิน คลังแสง, อภิปรายทั่วไป, เผด็จการรัฐสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200910/image_big_5f598d2361c3e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76991</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝ่ายค้านโหนเด็กรุมไล่นายกฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; เปิดสภาอภิปรายทั่วไปเพื่อซักถามข้อเท็จจริงเสนอแนะปัญหาต่อรัฐบาล แต่ฝ่ายค้านเรียงหน้าไล่ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ลาออก หวังเป็นรัฐบาลเอง จุดเชื้อให้ &amp;quot;ม็อบ 3 นิ้ว&amp;quot; หลับตาถล่มประเทศไทยมืดมน เศรษฐกิจตกต่ำ นายกฯ ไม่มีภาวะผู้นำ เลือดเย็นกับประชาชน รอวันพังพินาศ ขณะที่ &amp;quot;ประยุทธ์&amp;quot; วอนอย่าสร้างความเกลียดชังต่อไป ลั่นไม่ได้มีปัญหากับนักเรียนนักศึกษา มีแต่คนทำให้นักเรียนนักศึกษามีปัญหากับตนเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 9 กันยายน เวลา 10.00 น. การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธาน ได้พิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในเรื่องวิกฤติทางเศรษฐกิจและวิกฤติทางการเมือง โดยไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลนำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี,&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย, นายสันติ พร้อมพัฒน์? รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ฯลฯ เข้าประชุมอย่างพร้อมเพรียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม.?พรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำเสนอญัตติ อภิปรายต่อที่ประชุมถึงวิกฤติทางการเมืองซึ่งมีเยาวชนและนักเคลื่อนไหวช่วงที่ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ และเชื่อว่าจะได้รับการขนานนามว่าเป็นนายกฯ ที่ทำให้มีม็อบก่อตัวมากที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาขอให้ยกเลิกหมายจับเยาวชนนักเคลื่อนไหวทั่วประเทศ รวมถึงยุติการคุกคามการเคลื่อนไหว การปิดกั้นการแสดงความเห็น เปลี่ยนเป็นการคุ้มครองและรับฟัง อย่างไรก็ตาม ปัญหาในประเทศที่เกิดขึ้นสร้างความกังวล ทั้งด้านเศรษฐกิจรัฐบาลกู้ยืมเงินจำนวนมาก เป็นความเสี่ยงที่ทำให้เกิดภาวะล้มละลาย และความสูญเสียศักยภาพทางเศรษฐกิจที่รัฐบาลพลเรือนวางแผนไว้นั้นหายไปเพราะการยึดอำนาจ และทำให้ประเทศไทยตกอยู่ในภาวะลำบาก นอกจากนั้นปัญหาด้านเศรษฐกิจมีผลสืบเนื่องจากการไม่เคารพสิทธิพื้นฐานประชาชนและเสรีภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขีดความสามารถของประเทศด้านการลงทุน ต่อความต้องการของโลก อยู่ที่การจัดสรรเงินและการลงทุนภาครัฐ รัฐบาลต้องคำนึงถึง และคำนึงถึงการบริหารงานที่เน้นเป้าหมายนำกระบวนการ ซึ่งต่างจากผู้นำของทหารที่ใช้กระบวนการนำเป้าหมาย โดยมีตัวอย่างคือ การระบาดโควิด-19 นายกฯ ใช้กระบวนการส่วนตัวคือกู้และกู้ วันนี้หากกำหนดยุทธศาสตร์ต้องมีเป้าหมายชัดเจน หากอะไรที่ไม่ตอบสนองยุทธศาสตร์ต้องยกเลิก เช่น ซีพีทีพีพี เป็นต้น&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.อ.อนุดิษฐ์กล่าวด้วยว่า การบริหารประเทศของรัฐบาลทำให้ประเทศจมกองหนี้ คนส่วนใหญ่เดือดร้อน มีปัญหาเศรษฐกิจ โดยหลายปัญหาเกินเยียวยา ตนมีข้อเสนอสุดท้ายต่อรัฐบาลถึงนายกฯ ว่าหากต้องการช่วยเหลือประเทศไทยอย่างแท้จริง คือการลาออกตามเสียงเรียกร้องของคนไทยทั้งประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในการอภิปรายช่วงหนึ่ง น.อ.อนุดิษฐ์ขออนุญาตต่อที่ประชุม เพื่อชู 3 นิ้วกลางที่ประชุม ให้คำมั่นสัญญาและปฏิญาณตนต่อหน้าคนไทยทั้งประเทศว่า ขอคืนอำนาจอธิปไตยให้ประชาชน ใช้รัฐสภาแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อหาทางออกประเทศ ตามข้อเรียกร้องของประชาชน พร้อมขอให้เจ้าหน้าที่รัฐยุติความรุนแรง หยุดคุกคาม และหยุดหมายเรียก รวมถึงต้องยุติรัฐธรรมนูญเผด็จการ โดยตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) คืนอำนาจให้ประชาชน
เลือดเย็นกับประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล อภิปรายว่า เศรษฐกิจไทยบ๊วยเกือบที่สุดในเอเชียจากการทำสำรวจของไอเอ็มเอฟ ในสิ้นปีนี้คาดว่าเศรษฐกิจไทยเกือบอยู่ท้ายสุดของเอเชีย ไม่เพียงเท่านั้น ความล้มเหลวจะเริ่มส่งผลต่อคนชนชั้นกลางและเจ้าของกิจการ ขณะเดียวกันค่าเงินบาทจะแข็งตัว ซึ่งซ้ำเติมผู้ส่งออก สิ่งเหล่านี้สะท้อนจำนวนตัวเลขคนว่างงาน ซึ่งตอนนี้สูงถึง 5 เท่าเมื่อเทียบกับเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา อุตสาหกรรมท่องเที่ยวหายเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ โครงการเที่ยวปันสุขคนมาใช้เพียง 17 เปอร์เซ็นต์ โรงแรมขนาดกลางและเล็กไม่ได้เข้าร่วมโครงการ จึงไม่แปลกใจที่ชาวภูเก็ตบอกว่าป่าตองกลายเป็นป่าช้า ทั้งหมดแสดงให้เห็นถึงภาวะสุญญากาศในการบริหารเศรษฐกิจ กัปตันสวมเกียร์ว่างไม่รู้ร้อนรู้หนาวในยามที่พายุโหม ดูเหมือนรัฐบาลนอกจากใจเย็นก็ยังเลือดเย็นกับประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เศรษฐกิจยิ่งแก้ คนต้องกล้าใช้จ่าย แต่ขณะนี้ดัชนี้ผู้บริโภคยิ่งดิ่งลึกลงกว่าเดิม ร้ายกว่านั้นหน่วยงานราชการยังคอร์รัปชัน ดั่งที่มีรายงานของปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ออกมาว่างบปะมาณปี 62 มีหน่วยงานราชการยักยอกในธุรกิจจัดซื้อจัดจ้างมูลค่า 1.3 หมื่นล้านบาท นายกรัฐมนตรีมีโอกาสตลอด 5 ปี ไม่มีฝ่ายค้าน งบประมาณเต็มมือที่จะสร้างรัฐเปิดเผย บริหารราชการบนพื้นฐานความโปร่งใส เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบการทุจริต นายกฯ มีโอกาสแต่ไม่ได้ทำ จนทำให้คนในประเทศต้องมารับกับความมืดมนสิ้นหวัง ในอนาคตอันใกล้หากรัฐบาลไม่ประสบความสำเร็จในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ จะมีแรงกดดันเพิ่มมากขึ้นทั่วประเทศและทุกชนชั้น บ้านเมืองถึงทางตัน&amp;rdquo; หัวหน้าพรรคก้าวไกลกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิธากล่าวอีกว่า ความน่าเศร้าที่สุดในตอนนี้คือ ในช่วงที่มีความมืดมน เราดันมีนายกฯ ที่ไม่มีภาวะผู้นำอยู่ในระบบการเมืองที่บิดเบือน ไม่ต้องหลับตาก็รู้ว่าพังพินาศเพียงใด พรรคการเมืองที่เสนอท่านเป็นนายกฯ ก็เพราะรัฐธรรมนูญปี 60 ออกแบบมาเพื่อพรรคพวก พรรคที่ได้คะแนนอันดับหนึ่งกลับไม่สามารถเป็นรัฐบาลได้ตามเจตจำนงของประชาชน ท่านเองได้เป็นนายกฯ ก็เพราะกฎกติกาที่พวกพ้องท่านเขียนเอง ตั้ง 250 ส.ว. ให้มีจำนวนมากกว่าพรรคการเมืองใดๆ รัฐธรรมนูญปัจจุบันถูกร่างขึ้น ไม่ได้มีไว้เพื่อแก้ปัญหาสังคม แต่เป็นรัฐธรรมนูญที่ทำหน้าที่เฉพาะกิจสืบทอดอำนาจ รักษาอำนาจของพวกท่านให้ยาวนานที่สุด สภาวุ่นวายอยู่กับการป้อนกล้วยให้งูกิน ทำให้เกิดรัฐบาลผสมไม่มีเอกภาพและไร้คุณภาพ ประเทศเดินทางไปอย่างไรทิศทาง มองไม่เห็นอนาคต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หัวหน้าพรรคก้าวไกลกล่าวด้วยว่า เมื่อประชาชนออกมาชุมนุมเพื่อเรียกร้องอนาคต นอกจากรัฐบาลจะแก้ปัญหาไม่ได้ ก็ไม่รับฟังและยังคุกคามเสรีภาพ การใช้มาตรา 116 ไม่สมเหตุสมผล ยิ่งขยายความขัดแย้ง ตนเกรงว่าจะกลายเป็นการยั่วยุท้าทายให้ประชาชนโกรธ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่มีครั้งไหนที่นักเรียน นักศึกษาประท้วงรัฐบาลมาก และกระจายไปทั่วประเทศขนาดนี้ หยั่งรากลึกลงไปจนถึงระดับนักเรียนมัธยม ซึ่งถ้าท่านปฏิรูปประเทศจริงตั้งแต่ 6 ปีก่อน การชุมนุมของนักศึกษาจะไม่เกิดขึ้น ดังนั้น เลิกดูถูก เลิกทวงบุญคุณว่าท่านเข้ามาบริหารประเทศเพราะอะไร เพราะคนที่ปลุกให้พวกเขาตื่นขึ้นมาก็คือ พล.อ.ประยุทธ์ วันนี้ชัดเจนแล้วว่าความวุ่นวาย ความสิ้นหวัง ความล้าหลังนั้น ใจความล้มเหลวมันอยู่ที่ พล.อ.ประยุทธ์ เมื่อแก้ปัญหาไม่ได้ ท่านก็ควรหลีกทาง ลงจากอำนาจ คืนอนาคตให้กับประเทศชาติ ออกไปก่อนที่ประเทศจะย่อยยับเกินกว่าที่พวกท่านจะชดใช้ไหว&amp;quot; นายพิธากล่าว
อย่ารังเกียจทหารมากนัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า การทำให้ทุกคนพอใจเป็นเรื่องยาก แต่ไม่เกินความพยายามหากพวกเราช่วยกัน รัฐบาลมีความห่วงใยในสถานการณ์ปัจจุบัน ทั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 และสถานการณ์อื่นๆ จะพยายามทำหน้าที่อย่างเต็มที่ เพื่อดูแลแก้ไขทุกอย่างให้กลับมาสู่ภาวะปกติโดยเร็ว และเดินหน้าสู่การพัฒนาประเทศในระยะต่อไป แม้จะมีอุปสรรคอยู่บ้างก็ตาม แต่ก็ยังคงมีความพยายามเหล่านี้ เพราะนึกถึงชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชน จำเป็นต้องทำด้วยความรอบคอบ ระมัดระวังข้อกฎหมาย ภายใต้งบประมาณที่มีอยู่จำกัด และการกู้เงินต่างๆ ที่จำเป็นกู้ก็ต้องกู้ หากไม่มีเหตุการณ์ก็คงไม่ต้องกู้ ส่วนที่มีการอ้างว่ารัฐบาลไม่เคยถูกตรวจสอบมาตั้งแต่ คสช. ก็เป็นเรื่องเข้าใจผิด เพราะเรื่องต่างๆ ยังทำงานอยู่ มีการตรวจสอบ มีการชี้แจง การทักท้วง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า การแก้ไขปัญหาโควิด-19 อยู่ในระดับน่าพอใจในระดับโลก และต้องร่วมมือกันให้มากยิ่งขึ้น ส่วนปัญหาเศรษฐกิจนั้น รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจคงจะชี้แจง ทั้งส่วนอาเซียนและส่วนประชาคมโลก ยืนยันว่าเคารพในกระบวนการรัฐสภามาโดยตลอด จะทำทุกอย่างให้เกิดความชอบธรรมโปร่งใสให้มากที่สุด ปัญหาหลายปัญหาที่จะพูดในช่วงบ่ายวันนี้ ก็เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นยาวนานมาแล้ว ซึ่งรัฐบาลที่เข้ามาก็มีการเตรียมแก้ปัญหามาหลายปีแล้วเหมือนกัน เพราะก่อนหน้านี้ปัญหาหลายปัญหาไม่ได้รับการแก้ไข ยืนยันว่าจะรับผิดชอบแก้ไขปัญหาให้ลุล่วงไปได้ด้วยดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีกล่าวด้วยว่า อย่ารังเกียจทหารมากนัก เพราะคือลูกหลานทั้งนั้น ทำงานโดยเสียสละ หลายคนเคยเป็นทหารมาก่อน แต่ไม่ประสบความสำเร็จในวงการทหาร จึงโจมตีวงการทหาร แต่อะไรที่เป็นประโยชน์ก็รับฟังได้ และขออย่าแยกทหารออกจากประชาชน ทหารไทยไม่ได้มีแค่ปฏิวัติ แต่ทุกวันนี้ทหารทำงานเพื่อประชาชน ทั้งการป้องกันประเทศ การป้องกันภัยพิบัติ การป้องกันโควิด-19 ขอให้ทุกคนร่วมมือกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อย่าสร้างความเกลียดชังต่อไปเลย ผมไม่ได้มีปัญหากับนักเรียนนักศึกษา มีแต่คนทำให้นักเรียนนักศึกษามีปัญหากับผมเอง&amp;rdquo; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ได้ลุกขึ้นอภิปรายเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะลาออกจากตำแหน่ง ส.ส. ว่าวันนี้หมดเวลาของท่านแล้ว ขอให้ลงจากอำนาจอย่างสง่างาม ทั้งนี้ ขอยกตัวอย่างกรณี 2 พล.อ. คือ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ และ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกฯ ที่รู้จักพอ เมื่อลงจากอำนาจก็อยู่ในสังคมไทยอย่างปกติสุข ขณะที่อีก 1 พล.อ. และอีก 1 จอมพล ซึ่งตนไม่ขอเอ่ยนาม ต้องหนีไปใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศ โดยคนหนึ่งเสียชีวิตในต่างประเทศ ขณะที่อีกคนกลับมาโดยต้องห่มผ้าเหลือง และทรัพย์สมบัติของครอบครัวก็ถูกยึดทรัพย์ ซึ่งเป็นตัวอย่างให้ท่านดูว่าท่านจะเอาแบบไหน อย่างไรก็ตาม ตนอยากให้ท่านเลือกเส้นทางที่สวยงาม ท่านยังมีเวลาตัดสินใจก่อนถึงวันที่ 19 ก.ย. ก่อนที่คนส่วนใหญ่จะพูดว่า หมดเวลาของท่านแล้ว
&amp;quot;จีทูจี&amp;quot;เรือดำน้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในช่วงบ่าย นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า กองทัพเรือจัดซื้อเรือดำน้ำ 2 ลำ มูลค่า 2.25 หมื่นล้านบาท ถือว่า ครม.ขาดความซื่อสัตย์ ปล่อยปละให้ กองทัพเรือไปลงนามจัดซื้อ ไม่เป็นไปตามรูปแบบรัฐต่อรัฐ หรือจีทูจี โดย พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ไปลงนามกับบริษัท China Shipbuilding and Offshore International Company (CSOC)และจากการโอนเงิน ไม่ได้โอนจากรัฐบาลไทย แต่ทางกองทัพเรือ โอนเงินไปให้บริษัท CSOC และหนังสือรับมอบอำนาจฉบับเต็ม หรือ Full Powes ทั้งของฝั่งไทยและจีน ไม่เคยนำมาแสดง จึงสงสัยว่าจะเป็นจีทูจีเก๊หรือไม่ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนื่องจากบริษัท CSOC ที่กองทัพเรือไปลงนามซื้อเรือดำน้ำ เป็นบริษัทลูกในเครือของ CSSC (China State Shipbuilding Coperation Limited) และบริษัท CSSC ยังเป็นเจ้าของบริษัท China Shipbuilding Trading Company Limited ซึ่งเป็นบริษัทเดียวกัน นอกจากนี้บริษัท CSSC ยังมาเปิดบริษัทที่ประเทศไทย ชื่อ บริษัท ไชน่าชิปปิ้ง บิวดิ้ง ประเทศไทย จำกัด จดทะเบียน 13 พ.ย.2562 ทุนจดทะเบียน 5 ล้านบาท ที่อยู่ 22/331 อาคารเอเวอร์กรีนชั้น 2 ถนนบางนา-ตราด แขวงบางนา พระโขนง กทม. ประกอบกิจการโรงหล่อโลหะ อย่างนี้จะเป็นจีทูจีจริงได้อย่างไร มีทุนจดทะเบียนเพียงแค่ 5 ล้านบาท นอกจากนี้ บริษัทจีนจะมีเพียง 97 บริษัทที่ขึ้นต้นด้วย China ได้เพียงเท่านี้ หากจะไปจดใหม่ รัฐบาลจีนไม่ให้จดอีกแล้ว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;มีข้อซักถามไปถึงนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ว่าเหตุใดจึงปล่อยปละละเลยให้กองทัพเรือไปลงกับบริษัทของจีน แทนที่จะไปลงนามกับรัฐบาลจีน เพื่อให้การใช้อำนาจรัฐบาลและหน่วยงานของรัฐเป็นตามโดยหลักนิติธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ และเพื่อความเหมาะสม ขอตั้งคำถามไปถึงนายกฯ ทั้งเรื่องรถไฟฟ้าสีเขียวและการจัดซื้อเรือดำน้ำจากจีน&amp;rdquo; นายยุทธพงศ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังนายยุทธพงศ์พูดจบ นายชวนกล่าวขึ้นมาว่า นายยุทธพงศ์ มีข้อมูลไปสู้คดีนะครับ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม ชี้แจงว่าประเด็นที่ว่าทำไมผู้ลงนามในข้อตกลงของฝ่ายไทยจึงเป็นเสนาธิการทหารเรือ แต่ฝ่ายจีนเป็นผู้แทนบริษัท China Shipbuilding &amp;amp; Offshore International หรือ CSOC และเหตุใดทำไมถึงจ่ายเงินให้กับบริษัทเอกชน ทั้งๆ ที่เป็นการซื้อจากรัฐบาลจีน ขอเรียนว่าในส่วนของรัฐบาลไทยนั้น คณะรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ผู้บัญชาการทหารเรือเป็นผู้ลงนาม และได้มีการมอบให้เสนาธิการทหารเรือเป็นผู้ลงนาม ขณะที่รัฐบาลจีนมอบหมายให้องค์การบริหารงานของรัฐด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศ หรือ The State Administration for Science, Technology and Industry for National Defense (SASTIND) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ขึ้นตรงกับรัฐบาลจีนและเป็นหน่วยงานของรัฐ ซึ่งได้มอบอำนาจให้ CSOC ที่เป็นรัฐวิสาหกิจที่รัฐบาลจีนเป็นเจ้าของ 100% โดยในหนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัทของ CSOC มีการระบุคำว่า State-owned ที่ย้ำถึงความเป็นรัฐวิสาหกิจ ส่วนเรื่องการจ่ายเงินให้กับ CSOC นั้น เป็นเพราะ SASTIND ได้มอบอำนาจเต็มให้กับ CSOC
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงเย็น นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า นายกฯ ได้เอื้อประโยชน์ให้กับธุรกิจพลังงานกว่า 10 ล้านล้านบาท โดยเป็นความร่วมมือของเจ้าสัวพลังงาน &amp;lsquo;ส&amp;rsquo; นายพล &amp;lsquo;น&amp;rsquo; นาย &amp;lsquo;พ&amp;rsquo; ที่เป็นรัฐมนตรีตัวจริง และนาย &amp;lsquo;ศ&amp;rsquo; ที่เป็นลูกพี่เก่าของนาย &amp;#39;พ&amp;#39; ทั้งหมดนี้เป็นแก๊งผูกขาดพลังงาน กระทรวงพลังงาน โดยเจ้าสัว &amp;#39;ส&amp;#39; เป็นเจ้าของพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง เคยชวนตนไปอยู่ด้วย ให้เงินเดือน 2 แสนบาทต่อเดือน ตนไม่ไปแต่มีคลิปการชวนเป็นหลักฐาน โดยเจ้าสัว &amp;lsquo;ส&amp;rsquo; มีการฮั้วในการอุ้มสัญญาโรงไฟฟ้า ไอพีพี 5,000 เมกะวัตต์ ฮั้วประมูลท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 ฮั้วประมูลท่าเรือมาบตาพุดเฟส 3 การให้สัมปทานโรงไฟฟ้า 1,400 เมกะวัตต์ โดยไม่ต้องมีการประมูล ทั้งนี้&amp;nbsp; สิ่งที่คนไทยเจ็บปวดคือการสร้างสถานการณ์ให้เกิดการยึดอำนาจ หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์เข้ามา ทำให้เศรษฐกิจประเทศพังยับเยิน มีแต่เจ้าสัวที่รวยเอา ดังนั้นนายกฯ ไม่ต้องลาออก แต่เผด็จการต้องออกไป &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวชี้แจงว่า เรื่องโรงไฟฟ้าที่กล่าวหา ตนได้รับผลประโยชน์ก็ไม่จริง ตนพยายามจะทบทวน แต่แก้ไม่ได้ เพราะรัฐบาลก่อนที่จะตนเข้ามาได้เซ็นสัญญาเอาไว้ก่อน ให้ไปดูเอาว่าเป็นรัฐบาลไหน.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76991</URL_LINK>
                <HASHTAG>หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อภิปรายทั่วไป, อย่าสร้างความเกลียดชัง, เปิดสภา, เศรษฐกิจตกต่ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200909/image_big_5f58ef4d6b376.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76884</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2020 09:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2020 09:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ประธานชวน&#039;มั่นใจคุมประเด็นอภิปรายตามกรอบเวลาได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ย.2563 - &amp;nbsp;ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่กำลังจะพิจารณาญัตติเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาต่อ ครม. ว่า เป็นการสอบถามให้คำแนะนำตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 ซึ่งไม่ใช่การเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่เป็นกระบวนการการตรวจสอบที่ไม่ลงมติ เป็นการสอบถามปัญหาและให้คำแนะนำกับรัฐบาล โดยผู้เสนอญัตติมีเวลาอภิปราย 10 ชั่วโมง รัฐบาลมีเวลา 5 ชั่วโมง คาดว่าเสร็จภายในเที่ยงคืนของวันนี้ ซึ่งประเด็นที่อภิปรายในครั้งนี้ เป็นประเด็นกว้างๆ แต่จะยึดประเด็นเศรษฐกิจเป็นสำคัญและสถานการณ์ทั่วไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ส่วนที่ฝ่ายค้านบางคนเตรียมอภิปรายคุณสมบัติของรัฐมนตรีนั้นสามารถทำได้หรือไม่ นายชวน กล่าวว่า หากเป็นเรื่องคุณสมบัติ อาจจะเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจมากกว่า แต่สุดท้ายต้องดูที่เนื้อหาว่าพูดอย่างไร
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76884</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชวน หลีกภัย, ญัตติ, ประธานสภาผู้แทนราษฎร, อภิปรายทั่วไป, ไม่ไว้วางใจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200909/image_big_5f58381ca68b8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74898</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2020 13:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2020 11:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝ่ายค้านเตรียมยื่นเปิดอภิปรายทั่วไปรัฐบาล!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ส.ค.2563 - &amp;nbsp;นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน &amp;nbsp;กล่าวถึงมติการประชุม ส.ส. พรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 18 ส.ค. ว่า เรามีมติเอกฉันท์ว่าในสมัยประชุมนี้จะเปิดอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 152 ซึ่งเชื่อว่ากรอบเวลาในการยื่นจะทัน ซึ่งมีปัญหาที่จะต้องรีบถามรัฐบาลและให้คำเสนอแนะคือ การแก้ไขเศรษฐกิจ ซึ่งโยงไปสู่ปัญหาทางสังคมและการเมือง ซึ่งเราต้องถามรัฐบาลถึงแนวทาง เพราะหากปล่อยไว้จะมีปัญหากับประเทศ จนไม่สามารถแก้ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วันที่ 20 ส.ค.นี้ จะเสนอเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้านว่าจะมีความเห็นอย่างไร ซึ่งคิดว่าไม่ต่างกัน และคิดว่าจะยื่นได้ภายในสัปดาห์นี้ และเชื่อว่าจะไม่ไปทับซ้อนกับการแก้รัฐธรรมนูญ เพราะสามารถสลับเวลากันได้&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74898</URL_LINK>
                <HASHTAG>พท., พรรคเพื่อไทย, ส.ส.มหาสารคาม, สุทิน คลังแสง, อภิปรายทั่วไป</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200819/image_big_5f3cac8215aa5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73819</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/08/2020 16:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/08/2020 16:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผวา 14 ตุลา,6 ตุลารอบสอง! &#039;คำนูณ&#039; ชงด่วนมาตรา 165</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ส.ค.63 - นายคำนูณ&amp;nbsp;สิทธิสมาน&amp;nbsp;สมาชิกวุฒิสภาโพสต์เฟซบุ๊กโดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายกฯควรเร่งเสนอขอเปิดอภิปรายทั่วไปในรัฐสภา!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ขอพูดอย่างไม่อ้อมค้อมว่า&amp;nbsp;ผู้คนกำลังกังวลกันถึงแนวโน้มของเหตุการณ์&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ตุลารอบ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;หรือไม่ก็&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ตุลารอบ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ทำอย่างไรจะยับยั้งได้&amp;nbsp;เพราะถ้ายับยั้งไม่ได้แล้วเกิดขึ้นทับซ้อนบนมหาวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ในรอบ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;จินตการไม่ออกเลยว่าจะทุกข์ยากแสนสากัสกันขนาดไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความขัดแย้งร้อนแรงคุกรุ่นรอบด้านและพัฒนาเร็วมากอย่างนี้&amp;nbsp;ความเห็นเบื้องต้นของผมทั้งในฐานะสมาชิกวุฒิสภาคนหนึ่งและในฐานะคนไทยคนหนึ่งที่จะขออนุญาตเสนอท่านนายกรัฐมนตรีก็คือ&amp;nbsp;โดยหลักแล้วต้องพยายามประคองสถานการณ์ให้ได้รับการแก้ปัญหาให้ได้มากที่สุดในเวทีรัฐสภา&amp;nbsp;โดยกลไกของรัฐสภา&amp;nbsp;และกลไกของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน&amp;nbsp;เพราะไม่ว่าจะต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้กันอย่างไร&amp;nbsp;รายประเด็นหรือตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญกันอีกครั้ง&amp;nbsp;ก็ต้องเริ่มต้นด้วยการใช้วิธีการที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้เป็นปฐม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งทำให้ไม่ว่าจะรังเกียจวุฒิสภาชุดนี้กันอย่างไร&amp;nbsp;หรือจะรีบร้อนไล่ส่งกันอย่างไร&amp;nbsp;แต่ก็ต้องใช้เสียงของสมาชิกวุฒิสภาอย่างน้อย&amp;nbsp;84&amp;nbsp;เสียงก่อนในการลงมติเห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งวาระ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;และวาระ&amp;nbsp;3&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พยายามใช้รัฐสภาเป็นเวทีประนอมอำนาจก่อนดีกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกรัฐมนตรีริเริ่มได้&amp;nbsp;!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญมาตรา&amp;nbsp;165&amp;nbsp;เสนอต่อประธานรัฐสภา&amp;nbsp;ขอให้เรียกประชุมรัฐสภาเพื่อเปิดอภิปรายทั่วไปเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลและความคิดเห็นระหว่างนายกรัฐมนตรีกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และอาจจะจบลงด้วยการเสนอตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันของรัฐสภา&amp;nbsp;จะชุดเดียวหรือมากกว่าก็ได้&amp;nbsp;ให้เวลาจำกัดไว้&amp;nbsp;ไปร่วมแสวงหาหนทางในรายละเอียดต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่เว้นแม้แต่หนทางในการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จะเป็นฉันทมติร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และแน่นอนรวมทั้งหนทางอื่น&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ในการประสานความคิดที่แตกต่างให้สามารถเดินร่วมกันได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สารัตถะของมาตรา&amp;nbsp;165&amp;nbsp;มีดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;มาตรา&amp;nbsp;165&amp;nbsp;ในกรณีที่มีปัญหาสําคัญเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดินที่คณะรัฐมนตรีเห็นสมควรจะฟังความคิดเห็นของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีจะแจ้งไปยังประธานรัฐสภาขอให้มีการเปิดอภิปรายทั่วไปในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาก็ได้&amp;nbsp;ในกรณีเช่นว่านี้&amp;nbsp;รัฐสภาจะลงมติในปัญหาที่อภิปรายมิได&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำเสียแต่วันนี้&amp;nbsp;ยังไม่สายหรอกครับ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73819</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, คำนูณ สิทธิสมาน, ม็อบ, ส.ว., อภิปรายทั่วไป</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200409/image_big_5e8f20112f776.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46175</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทำหน้าที่เสร็จแล้ว รัฐบาลเตือนฝ่ายแค้นหัวทิ่มล่าชื่อยินฟันจริยธรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; สวมบทเตมีย์ใบ้ไม่แจงเอกสารโครงข่ายขบวนการทำลายประเทศ &amp;ldquo;วิษณุ&amp;rdquo; เผยรัฐบาลทำหน้าที่เสร็จสิ้นแล้ว เตือนข้อเสนอวันนอร์ ระวังหัวทิ่ม เพราะ ป.ป.ช.เป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญตามที่ศาลสั่งไว้ &amp;ldquo;หัวหน้าประชาชาติ&amp;rdquo; ลั่นเดินหน้าล่าชื่อลงดาบด้านจริยธรรม แต่ &amp;ldquo;หญิงหน่อย&amp;rdquo; แบ่งรับแบ่งสู้ พร้อมใจประสานเสียงลูกหาบสับ &amp;ldquo;นายกฯ&amp;rdquo; ไม่เคารพประชาชน สะพัด! เพื่อไทยร้าว บี้ปรับปรุงทีมบริหารใหม่ก่อนแตก&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดี ยังคงมีความต่อเนื่องจากญัตติเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อซักถามข้อเท็จจริงและเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 152 เมื่อวันที่ 18 ก.ย. โดยเฉพาะกรณีเอกสารโครงข่ายขบวนการทำลายประเทศ ที่ปรากฏบนโต๊ะของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวสั้นๆ ว่า &amp;quot;ไม่ได้ให้ใคร&amp;quot;&amp;nbsp;
เมื่อถามย้ำว่า หน่วยงานใดส่งมาให้ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้ตอบคำถาม ก่อนเดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าไปทันที โดยมอบหมายให้นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกฯ ชี้แจงแทน ซึ่งนางนฤมลระบุว่า ทราบเพียงว่าเป็นเอกสารชั้นความลับ ไม่มีการเปิดเผย โดยฝ่ายความมั่นคงเสนอมาให้นายกฯ ไม่ได้เห็นรายละเอียดเนื้อหาข้างในว่าเป็นอย่างไร แต่คิดว่านายกฯ ไม่ได้มีเจตนาให้ปรากฏภาพเอกสารดังกล่าวออกมา แต่เข้าใจว่าการเตรียมเอกสารจำนวนมากให้นายกฯ ก็คงมีเอกสารดังกล่าวติดเข้าไปด้วย และนายกฯ ก็ไม่ทราบว่าจะมีช่างภาพมาถ่ายรูปท่านโดยมีเอกสารดังกล่าวอยู่
เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านเตรียมเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล นายกฯ กังวลต่อเรื่องนี้หรือไม่ นางนฤมลกล่าวว่า นายกฯ ไม่มีความกังวลอะไร และได้ฝากแจ้งต่อทุกฝ่ายว่าตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่ทุกคนควรนำความสามารถและสรรพกำลังที่มีมาร่วมกันช่วยแก้ปัญหาให้กับประชาชน เพราะตอนนี้ไม่ได้มีแค่ปัญหาน้ำท่วม แต่มีอีกหลายเรื่องที่ ส.ส.สามารถเข้ามาช่วยแก้ปัญหาได้ ดีกว่าจะไปปักหลักอยู่กับประเด็นเดิมๆ&amp;nbsp;
ต่อมา ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง พล.อ.ประยุทธ์กล่าวสั้นๆ ในเรื่องนี้อีกครั้งก่อนเดินทางลงพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีว่า &amp;ldquo;อยากรู้เหรอ เธออยู่ในรายชื่อนั้นหรือ เปล่าใช่ไหม&amp;rdquo; และเมื่อถามว่าเอกสารดังกล่าวเชื่อมโยงกับกลุ่มนักการเมืองหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เป็นเรื่องฝ่ายความมั่นคง เอกสารลับก็คือเอกสารลับ จะมาเผยแพร่ได้อย่างไร
คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวในเรื่องนี้ว่า ไม่ทราบว่ามีนัยอะไรหรือไม่สำหรับหนังสือฉบับนั้น แต่ต้องบอกว่าทุกคนรักชาติรักแผ่นดิน เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ สถาบันหลัก คือหน้าที่ของพรรคการเมือง แต่นายกฯ อาจเข้าใจผิดมาโดยตลอดว่ารัฐบาลกับความเป็นรัฐคือคนละเรื่องเดียวกัน รัฐคือชาติ รัฐบาลคือคณะหนึ่งที่มาทำงานแทนประชาชน และขณะนี้ต้องถูกตรวจสอบ ต้องถูกถ่วงดุลตามระบอบประชาธิปไตย แต่เวลาเมื่อมีใครพูดติติงรัฐบาล นายกฯ ก็บอกว่านี่คือการทำลายชาติ จึงอยากให้นายกฯ ทำความเข้าใจใหม่
ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึงภาพรวมการอภิปราย ว่าบรรยากาศเป็นไปด้วยดี ซึ่งเจตนาของมาตรา 152 ระบุไว้ชัดเจนว่าต้องการให้สอบถามเพื่อที่รัฐบาลจะนำไปใช้ประโยชน์ ไม่ใช่การต่อสู้ทางการเมือง บรรยากาศก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ ส่วนที่ฝ่ายค้านยังติดใจอยู่นั้น เป็นเรื่องธรรมดา ไม่มีปัญหาใดๆ ตอนนี้ถือว่ารัฐบาลทำในส่วนของรัฐบาลเสร็จสิ้นแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ได้ว่าอะไร ทำไปเถอะ แต่ที่ฝ่ายค้านบอกว่าไม่ชัดเจนนั้น ความจริงมันชัดเจนได้ ถ้าฝ่ายค้านไม่ตัดบทการชี้แจงของรัฐบาลก่อน&amp;rdquo; นายวิษณุกล่าวตอบคำถามว่าฝ่ายค้านมองว่าตอบไม่ชัดเจนจึงจะอภิปรายไม่ไว้วางใจ
เตือนวันนอร์ระวังแห้ว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีที่นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรค พท. อภิปรายทำนองว่านายวิษณุพยายามดึงฟ้าต่ำ จะชี้แจงอย่างไร นายวิษณุตอบว่าไม่มีอะไรชี้แจง
นายวิษณุยังกล่าวถึงกรณีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ จะเข้าชื่อเพื่อยื่นต่อประธานรัฐสภาเพื่อส่งไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อส่งเรื่องให้ศาลฎีกาให้พิจารณา ว่าเข้าข่ายผิดประมวลจริยธรรม ว่าเมื่อเห็นว่าเป็นช่องทางก็ไม่มีปัญหา แต่ ป.ป.ช.นั้นก็เป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญ เมื่อศาลรัฐธรรมนูญระบุว่าการถวายสัตย์ปฏิญาณเป็นเรื่องระหว่างรัฐบาลกับพระมหากษัตริย์ จึงไม่มีองค์กรใดสามารถตรวจสอบ แต่ถ้าคิดว่าช่องทางนี้จะไปได้ ก็ไม่ได้มีปัญหา รัฐบาลไม่ได้ติดใจอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุยังกล่าวถึงความคืบหน้าร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายปี 2563 ว่าฝ่ายที่เกี่ยวข้องดำเนินการใกล้เสร็จแล้ว โดยที่มาของรายได้ที่จะนำไปใช้ในโครงการต่างๆ ฝ่ายค้านไปยกเอามาตรา 162 ของรัฐธรรมนูญขึ้นมา แต่ความจริงมาตรา 142 ของรัฐธรรมนูญระบุไว้ว่า พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายต้องแสดงแหล่งที่มาของรายได้ ซึ่งจะพิจารณาในเดือนหน้า และมีการแสดงรายละเอียดกัน แต่ในนโยบายที่รัฐบาลแถลงต่อรัฐสภาที่ผ่านมานั้นไม่สามารถไปลงรายละเอียดอะไรได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ต้องขอบคุณหลายฝ่าย ทั้งทางรัฐสภา ครม. ฝ่ายค้าน และ ส.ส.ทุกคน ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี ที่การอภิปรายเสร็จสิ้นเร็วกว่าที่คาดไว้ และเมื่อดูจากบรรยากาศก็ไม่ได้มีอะไรหนักอย่างที่เราคาดไว้&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ชี้แจงได้ดี ส่วนในเรื่องปมถวายสัตย์ฯ นั้น นายวิษณุก็ตอบได้ชัดเจน เชื่อว่าประชาชนเข้าใจดี และอยากให้พรรคร่วมฝ่ายค้านยุติเรื่องนี้ได้แล้ว เอาเวลามาร่วมกันทำงานให้กับพี่น้องประชาชนในบทบาทหน้าที่ที่ได้รับจะดีกว่า ส่วนกรณีที่นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) เตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจต่อนั้น ถือเป็นสิทธิ์ที่สามารถทำได้ตามกลไกรัฐสภา แต่อยากขอเวลาให้รัฐบาลได้ทำงานให้กับพี่น้องประชาชนก่อน&amp;nbsp;
&amp;ldquo;นายปิยบุตรน่าจะเสนอแนะนโยบายบริหารงานบ้าง แทนที่จะมาเอาเป็นเอาตายไล่บี้ พล.อ.ประยุทธ์ในเรื่องนี้ และขอให้นายปิยบุตรเคารพกระบวนการยุติธรรมของไทยบ้าง โดยเฉพาะองค์การอิสระตามรัฐธรรมนูญต่างๆ เพราะคนไทยทั้งประเทศยังเชื่อมั่นและศรัทธากระบวนการยุติธรรมของไทย อย่าให้เหมือนอดีตผู้นำบางคนที่ไม่ยอมรับจนต้องไปอยู่ต่างประเทศ และอย่าพยายามดิสเครดิตองค์กรอิสระโดยกล่าวหา พล.อ.ประยุทธ์อีกเลย&amp;rdquo;
น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พปชร. มองว่า บรรยากาศภาพการอภิปรายเป็นไปด้วยดี แต่ยังมีคำถามค้างคาใจในการอภิปรายของนายสุทินที่อภิปรายปิดท้าย โดยเฉพาะประเด็นศาลพระภูมิ จึงอยากให้นายสุทินชี้แจงและอธิบายความหมายของศาลพระภูมิที่พูดในรัฐสภา ว่าต้องการสื่ออะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านความเคลื่อนไหวของพรรคฝ่ายค้าน นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวว่า 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านเตรียมหารือกันในเร็วๆ นี้ต่อประเด็นการใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญเพื่อยื่นเรื่องต่อประธานสภาฯ ให้ส่งเรื่องไปยังศาลฎีกา เพื่อไต่สวนกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ฝ่าฝืนและไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง กรณีการกล่าวคำถวายสัตย์ฯ โดยการเข้าชื่อต้องใช้เสียง ส.ส. 151 รายชื่อ โดยสามารถทำได้แม้เป็นช่วงของการปิดสมัยประชุมสภาก็ตาม
รุมสับไม่เคารพประชาชน
นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และรองหัวหน้าพรรค พท. ระบุว่า ท่าทีของ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ให้ความสำคัญกับการทำงานของสมาชิกสภา ไม่แยแส ไม่ใส่ใจ ไม่สนใจ ไม่อยู่ในสายตา การตอบคำถามก็ตอบแบบขอไปที ประเด็นที่เป็นคำถามสำคัญก็ไม่ตอบ ประเด็นการชี้แจงแหล่งที่มารายได้ก็ไม่ตอบ พอตอบก็ตอบแบบไม่รู้ พูดวกวนสับสนไม่เข้าใจ &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;ldquo;สิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์แสดงเป็นพฤติกรรมที่แสดงออกถึงการสร้างความไม่เชื่อมั่น ทำลายศรัทธาที่ประชาชนมีต่อรัฐบาล รวมทั้งสร้างความแตกแยกในหมู่ประชาชน เพราะประชาชนไม่รู้ว่าจะไปพึ่งใคร วันหนึ่งประชาชนหมดความอดทนกับรัฐบาล เชื่อว่าจะระเบิดออกมา ฝ่ายค้านทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ในการอภิปรายและเสนอแนะทางออกให้กับรัฐบาล แต่รัฐบาล โดยเฉพาะ พล.อ.ประยุทธ์ต่างหากที่ไม่ให้ความสำคัญและไม่เคารพต่ออำนาจประชาชน&amp;rdquo; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า ชื่นชมการทำงานของ ส.ส.ฝ่ายค้านที่ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ อภิปรายเข้าเนื้อหา มีความชัดเจน เสียดายที่ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ใช้เวทีสภาตามที่ควรจะทำในระบอบประชาธิปไตยในการตอบข้อซักถาม หาทางออกร่วมกัน ไม่ใช่กลัวสภา แล้วทำตัวอยู่เหนือรัฐธรรมนูญ กลายเป็นว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่ถูกเขียนด้วย คสช. เพื่อสืบทอดอำนาจ เมื่อสืบทอดอำนาจได้แล้วก็ไม่ได้สนใจจะทำตามรัฐธรรมนูญที่ตนเองเขียน เราจะปล่อยให้ประเทศเป็นอย่างนี้ต่อไปหรือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส.ส.ฝ่ายค้านทำหน้าที่อย่างเต็มที่ มีเพียงนายกฯ ที่ไม่ทำอะไรเลย และไม่ตอบอะไร หรือตอบไม่ตรงคำถาม ทำให้เห็นชัดเจนว่านายกฯ เลือกไม่จบปัญหานี้เอง ในภายภาคหน้าไม่ทราบว่าจะเกิดอะไรขึ้น สิ่งที่ ครม.อนุมัติ สิ่งที่นายกฯ ทำขัดรัฐธรรมนูญ อาจไม่โชคดีมีองค์กรอิสระอุ้มแบบวันนี้ เมื่อถึงวันนั้นไม่ได้ห่วงจะเกิดอะไรขึ้นกับตัวนายกฯ แต่ห่วงว่าโครงการที่ ครม.อนุมัติจะถูกยกเลิก เป็นโมฆะ เกิดผลเสียต่อประชาชน&amp;rdquo; คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงข้อเสนอของนายวันมูหะมัดนอร์ ที่จะล่าชื่อยื่นเรื่องว่า พล.อ.ประยุทธ์ฝ่าฝืนและไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า ฝ่ายค้านจะดำเนินการภายในกรอบรัฐธรรมนูญ ถ้าทำได้ก็จะทำเพื่อปกป้องผลประโยชน์ประชาชน โดยฝ่ายกฎหมายของแต่ละพรรคก็กำลังหารือกัน คาดว่าคงได้รับทราบผลในเร็วๆ นี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรค พท. กล่าวถึงกรณีทวิตเตอร์จัดอันดับเทรนด์ฮิตในไทยพบ &amp;ldquo;#ประยุทธ์ออกไป&amp;rdquo; ขึ้นที่ 1 ว่าไม่เหนือความคาดหมาย เพราะพฤติกรรมในสภาของ พล.อ.ประยุทธ์ไม่เคารพ และไม่ให้เกียรติสภาที่เป็นศูนย์รวมของผู้แทนประชาชน ซึ่งการไม่เคารพสภาคือการไม่เคารพประชาชน แต่ที่ต้องเห็นใจคือการออกมาชื่นชม พล.อ.ประยุทธ์ชนิดค้านสายตาประชาชนของเหล่าหางเครื่อง ว่าตอบชัด สอบผ่าน ซึ่งถือเป็นงานระเบียบปฏิบัติประจำ ซึ่งไม่น่าจะมีใครได้ประโยชน์ ควรเอาเวลาไปปรับปรุงคุณภาพการตอบคำถาม ยกระดับการทำงานในสภาของ พล.อ.ประยุทธ์ เคารพสภา เคารพประชาชนให้มาก เพราะหากยังคงมีมาตรฐานการทำงานระดับนี้ &amp;ldquo;#ประยุทธ์ออกไป&amp;rdquo; จะขึ้นอันดับ 1 อีกหลายครั้ง
ด้านนายชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย อภิปรายว่าการยึดอำนาจเป็นกบฏ ถ้าตนเองยิงคนเป็นกบฏไม่ผิดกฎหมาย ว่าในฐานะเป็นคนที่เรียนมาด้านกฎหมาย เคยปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้พิพากษา ทั้งเคยสอนวิชากฎหมาย ขอยืนยันว่าประมวลกฎหมายอาญาไม่มีบทบัญญัติมาตราใดที่บัญญัติว่าบุคคลหนึ่งบุคคลใดสามารถใช้อาวุธปืนยิงหรือใช้อาวุธอื่นฆ่าผู้ที่กระทำผิดฐานเป็นกบฏหรือกระทำผิดฐานอื่นๆ ได้ โดยถือว่าเป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมาย น่าสงสัยว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ที่เคยดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีความรู้เกี่ยวกับกฎหมายอาญาดังที่อ้าง หรือไม่รู้เลย
สะพัด&amp;ldquo;เพื่อไทย&amp;rdquo;ร้าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ยังมีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจในพรรค พท. โดยมีรายงานแจ้งว่า พรรคเริ่มมีปัญหาคลื่นใต้น้ำจากกลุ่ม ส.ส.หลายส่วน โดยเฉพาะภาคอีสาน เพราะมองว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมในการบริหารจัดการของพรรค เช่น การจัดสรรเก้าอี้ประธานกรรมาธิการ (กมธ.) ซึ่ง ส.ส.หลายคนมองว่าตัวเองน่าจะมีโอกาส แต่พลาดหวัง ขณะที่บางคนเคยดำรงตำแหน่งมาแล้วยังได้รับการแต่งตั้งอีก โดยผู้ใหญ่ไม่สามารถให้คำตอบถึงเหตุผลการตัดสินใจได้ชัดเจน ซึ่งทำให้มี ส.ส.กลุ่มหนึ่งโหวตสวนมติพรรค รวมทั้งงดออกเสียงในการตั้งคณะ กมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาการดำเนินการโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ที่แพ้โหวตจนไม่สามารถตั้งคณะ กมธ.การขึ้นมาได้ ซึ่งหลังการลงมติดังกล่าว ผู้ใหญ่ในพรรคก็ไม่ได้ว่ากล่าวตักเตือนเท่าที่ควร ทั้งที่เป็นเรื่องใหญ่เรื่องหนึ่ง&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ล่าสุดก็มีกระแสข่าวแกนนำพรรค พปชร.เชิญ ส.ส.อีสานหลายคนไปร่วมทานอาหารเช้าที่โรงแรมแห่งหนึ่งก่อนการอภิปรายโดยไม่ลงมติในวันที่ 18 ก.ย. ซึ่งกลุ่ม ส.ส.ต่างมองว่า นอกจากการขอให้ดึงเวลาการอภิปรายให้น้อยที่สุดแล้ว อาจมีนัยทางการเมืองอะไร หรือเป็นแค่เหตุบังเอิญ เพราะทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลต่างก็มีเสียงปริ่มน้ำกันอยู่ แต่ที่ทำให้ ส.ส.ตั้งข้อสงสัยมากที่สุดคือ เหตุการณ์เกิดไล่เลี่ยกัน ทำให้ ส.ส.มองเป็นทางเดียวกันว่า หากพรรคไม่ปรับเปลี่ยนการบริหาร อาจทำให้เกิดความขัดแย้งในพรรคก็มีสูงขึ้น&amp;rdquo; รายงานระบุ
นายนิรันดร์ นาเมืองรักษ์ ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวเป็นคนชักชวนเพื่อน ส.ส.อีสานหลายสิบคนไปร่วมทานข้าวกับนายสมศักดิ์ เทพสุทิน และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำกลุ่มสามมิตร ว่าในวันประชุมสภาออกจากบ้านย่านรังสิตประมาณ 7 นาฬิกา รถติด กว่าจะมาถึงสภาก็กว่า 8 โมง มาลงชื่อแสดงตนในเวลา 08.40 น. สามารถไปตรวจสอบได้ แล้วข่าวที่ออกมาว่าตนและเพื่อน ส.ส.อีสาน 14 คนไปทานข้าวช่วง 09.00 น. จะเป็นไปได้อย่างไร ไปย้อนดูกล้องวงจรปิดก็ได้&amp;nbsp;
&amp;ldquo;พอรู้ว่าใครเป็นคนให้ข่าว ไม่รู้ต้องการอยากจะฆ่าพวกเดียวกันเองหรือไม่ ทั้งๆ ที่เราอยู่พรรคเดียวกันแท้ๆ คงไม่มีเวลาไปทะเลาะ ใครจะทะเลาะกับใครก็ทะเลาะกันไป ไม่ขอไปยุ่งด้วย รวมทั้งเรื่องนี้กลุ่ม ส.ส.ก็ไม่ได้ถูกภาคทัณฑ์ ลงโทษจากแกนนำพรรค อย่างที่กระแสข่าวระบุด้วย วันนี้กลุ่ม ส.ส.ร้อยเอ็ดและเพื่อน ส.ส.อีสานยังเหนียวแน่น ผมกับนายสมศักดิ์ยอมรับว่ารู้จักกันมานาน เพราะเป็นผู้แทนด้วยกันมาตั้งแต่ 2529 จากพรรคกิจสังคม แต่ไม่เคยได้รับการติดต่อทาบทามให้ไปร่วมงานการเมืองด้วย และอยากให้ย้อนไปดูตอนโหวต ผมและเพื่อน ส.ส.เคยแหกโผพรรค ไปโหวตช่วยทางโน้นหรือไม่ ก็ไม่มี &amp;nbsp;เรื่องนี้ไม่เข้าใจเจตนาลึกๆ คนให้ข่าวจริงๆ&amp;rdquo; นายนิรันดร์กล่าว
วันเดียวกัน นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวถึงกรณี น.ส.พรรณิการ์ วาณิช โฆษกพรรค อนค. ได้กล่าวว่ารัฐธรรมนูญนี้เฮงซวยทุกมาตรา บนเวทีสัมมนาที่ จ.มหาสารคาม เมื่อวันที่ 15 ก.ย.นั้น อาจถือได้ว่าเป็นการฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรง ที่กำหนดข้อห้ามไว้ตามมาตรฐานทางจริยธรรม 2561 ข้อ 5 และข้อ 6 สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงจะนำความไปร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. เพื่อดำเนินการไต่สวนและตรวจสอบการกระทำดังกล่าวว่าเป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่ต่อไป โดยจะเดินทางไปในวันศุกร์ที่ 20 ก.ย.2562 เวลา 10.00 น. ณ สำนักงาน ป.ป.ช. ถนนสนามบินน้ำ ปากเกร็ด นนทบุรี.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46175</URL_LINK>
                <HASHTAG>ป.ป.ช., รัฐบาลทำหน้าที่เสร็จสิ้นแล้ว, ล่าชื่อยินฟันจริยธรรม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อภิปรายทั่วไป, เอกสารโครงข่ายขบวนการทำลายประเทศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190919/image_big_5d838f3f4395b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
