<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>44558</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/08/2019 12:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2019 12:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชวน&#039; แจ้งรัฐบาลตอบญัตติฝ่ายค้าน เชื่อนายกฯไม่หนีสภา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ส.ค.62 - ที่โรงแรมแชงกรี-ลา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ทำหนังสือไปยังรัฐบาล เพื่อให้ทราบถึงญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อซักถามข้อเท็จจริง หรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี โดยไม่มีการลงมติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 ซึ่งคิดว่าต้องมีการเปิดประชุมก่อนปิดสมัยประชุมรัฐสภาในวันที่ 18 ก.ย. เพื่อจะได้ไม่ต้องเปิดประชุมพิจารณาเรื่องนี้ในสมัยวิสามัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชวน กล่าวว่า หากนับจากวันนี้ไปถึงวันปิดสมัยประชุมก็จะมีเวลาอีกประมาณ 3 สัปดาห์ ซึ่งคิดว่าเป็นระยะเวลาที่เพียงพอในการประสานงานร่วมกัน ส่วนการกำหนดวันอภิปรายนั้นปกติแล้วเวลานัดประชุมจะกำหนดไว้เบื้องต้น 1 วัน แต่ถ้าการอภิปรายไม่จบถึงจะขยายเวลาเพิ่มเติมออกไป ทั้งนี้ ส่วนตัวได้หารือกับรองประธานสภาฯทั้งสองคนแล้ว ก็ควรจะต้องบรรจุวาระเรื่องดังกล่าวเป็นการเฉพาะ ส่วนการประชุมสภาฯจะเป็นวันใดก็ขึ้นอยู่กับความพร้อมของทุกฝ่าย ซึ่งในส่วนของสภาฯก็มีความพร้อม แต่รัฐบาลในฐานะที่มีหน้าที่ต้องมาชี้แจง สภาฯก็จะให้เกียรติกัน โดยขอให้รัฐบาลแจ้งวันมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชวน กล่าวอีกว่า เชื่อว่ารัฐบาลจะมาตอบญัตติดังกล่าว ซึ่งทุกเรื่องต่อจากนี้ไปรัฐบาลจะต้องมาตอบ เพราะหลายเรื่องที่ผ่านมาเราอาจจะไม่เข้าใจกัน เช่น เรื่องกระทู้ถาม เมื่อมีการประสานงานไปแล้วไม่มีคนมาตอบ เราก็ตัดกระทู้นั้นไปและเอากระทู้ใหม่เข้ามา เพื่อไม่ให้เสียเวลา แต่ต่อจากไปนี้สภาฯจะใช้วิธีการประสานงานไป และรัฐบาลต้องส่งตัวแทนมาตอบกระทู้ของสภา หากพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ไม่สามารถมาตอบด้วยตัวเอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;แต่ส่วนตัวเชื่อว่านายกฯจะต้องมาเพราะนี่เป็นวิถีทางประชาธิปไตย ทุกคนต้องมาทำหน้าที่ของตัวเอง แต่จะให้ใครตอบก็เป็นสิทธิของรัฐบาล ซึ่งเป็นสิทธิตามกฎหมายที่นายกฯจะมอบหมายรัฐมนตรีคนใดให้มาตอบ ผมเชื่อว่าในอนาคตทุกคนจะต้องมาทำหน้าที่ของตัวเองตามภาระหน้าที่&amp;quot; นายชวน กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44558</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทู้ถาม, ชวน หลีกภัย, ญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป, ประชุมรัฐสภา, รัฐบาลตอบกระทู้, อภิปรายทั่วไปไม่ลงมติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190818/image_big_5d5926b7240cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43652</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อภิปรายทั่วไป ไม่ลงมติ  ปมถวายสัตย์ฯ ไม่ครบ  รอบนี้ “บิ๊กตู่” เลี่ยงไม่ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นอันว่า ปมปัญหา-ข้อคลางแคลงใจของ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน เรื่อง พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วน ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 161 เข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ สุดท้ายพรรคฝ่ายค้านไม่รอผลการพิจารณาของ ผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่จะพิจารณาชี้ขาดปมปัญหาดังกล่าวว่าสุดท้ายจะส่งไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยหรือไม่ ซึ่งผู้ตรวจการแผ่นดินมีคิวพิจารณากันวันที่ 27 ส.ค.นี้ แต่ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านเลือกที่จะใช้ช่องทางตามรัฐธรรมนูญทวงถามความชัดเจนจากพลเอกประยุทธ์กลางสภาฯ ผ่านช่องทางตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 ที่บัญญัติว่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;ldquo;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจํานวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร จะเข้าชื่อกันเพื่อเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อซักถามข้อเท็จจริง หรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี โดยไม่มีการลงมติก็ได้&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยทางพรรคฝ่ายค้านได้ยื่นเรื่องต่อ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎรไปเมื่อวันศุกร์ที่ 16 ส.ค.ที่ผ่านมา และได้แสดงเจตจำนงว่าต้องการอภิปรายในช่วงเดือนสิงหาคมนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สาเหตุหนึ่งที่พอวิเคราะห์ได้ว่า การที่ฝ่ายค้านใช้ช่องทางดังกล่าว เพราะมองว่าหากจะเอาประเด็นดังกล่าวมาเป็นประเด็นหลักขอยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี อาจจะยังเร็วเกินไป เพราะหากยื่นแล้วขอเปิดอภิปรายช่วงกันยายนก่อนปิดสมัยประชุมสภาฯ เท่ากับนายกฯ และรัฐบาลทำงานมาได้ไม่ถึง 3 เดือน แล้วฝ่ายค้านมาขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยที่ก็เป็นประเด็นละเอียดอ่อนทางการเมือง และยังไม่รู้ว่าสุดท้ายผลประชุมผู้ตรวจการแผ่นดิน วันที่ 27 ส.ค. ทางที่ประชุมจะเอาอย่างไร จะยื่นศาล รธน.หรือไม่ และหากยื่นไปแล้ว ทางศาล รธน.จะว่าอย่างไร จะรับหรือไม่รับคำร้อง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เพราะมองในทางหนึ่ง หากศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้อง ก็อาจทำให้การยื่นญัตติไม่ไว้วางใจอาจมีผลทางเทคนิคและเนื้อหาการอภิปราย คืออภิปรายได้ไม่เต็มที่ ต้องอภิปรายกันแบบยั้งๆ เพราะเป็นไปได้ว่า หากแตะลงรายละเอียด ซักถามจี้มาก พลเอกประยุทธ์ก็ย่อมตีกรรเชียงได้ว่า ฝ่ายค้านไม่ควรถามมาก เพราะเรื่องอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ดังนั้นเมื่อไม่มีความชัวร์มากนัก ไม่รู้ว่าผู้ตรวจการแผ่นดินจะว่าอย่างไร ศาลรัฐธรรมนูญจะมาทางไหน แต่ฝ่ายค้านเห็นว่าประเด็นปมถวายสัตย์ฯ ยังสามารถกดดันพลเอกประยุทธ์ได้ เลยไม่อยากเสียของ เพราะรัฐธรรมนูญให้ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจได้แค่ปีละหนึ่งครั้ง ก็เลยจะรอยื่นซักฟอกไปช่วงปลายปี หลังเปิดสภาฯ เดือน พ.ย.ก็ยังได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ประมวลจากสมมุติฐานการเมือง การวางหมากของฝ่ายค้านข้างต้น จุดดังกล่าวจึงน่าจะเป็นที่มาของการใช้ช่องทาง รธน.มาตรา 152 ของฝ่ายค้าน เพื่อเตรียมไล่บี้บิ๊กตู่กลางสภาฯ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ท่าทีของฝ่ายค้านต่อความเคลื่อนไหวดังกล่าว สุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน เปิดเผยภายหลังนำรายชื่อ ส.ส.ฝ่ายค้าน 214 ชื่อ จาก 7 พรรคฝ่ายค้าน ยื่นหนังสือต่อชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปซักถามข้อเท็จจริง และเสนอต่อคณะรัฐมนตรี ในกรณีข้างต้น โดยระบุพฤติการณ์ของพลเอกประยุทธ์ไว้ดังนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;ldquo;กรณีดังกล่าวเป็นข้อเท็จจริงที่ประจักษ์ชัดต่อประชาชนทั่วไปและ พล.อ.ประยุทธ์ ก็ยอมรับ แต่ก็ยังไม่ดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้อง กลับเดินหน้าบริหารราชการแผ่นดิน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;จึงเกิดเป็นปัญหาเกี่ยวกับการเข้ารับหน้าที่จนส่งผลต่อเนื่องไปถึงความถูกต้องสมบูรณ์ของการแถลงนโยบายของ ครม.ต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 25-26 กรกฎาคมที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;อีกทั้งการแถลงนโยบายในครั้งนั้นก็ชี้แจงแหล่งที่มาของรายได้ที่จะนำมาใช้จ่ายในการดำเนินนโยบายไม่ละเอียดครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 162 อีกด้วย จึงขอเสนอเปิดอภิปรายทั่วไป เพราะหากปล่อยเนิ่นช้าไปอาจส่งผลกระทบเสียหายร้ายแรงต่อการบริหารราชการแผ่นดินได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ประธานวิปฝ่ายค้าน บอกไว้ว่า ก่อนที่สภาฯ จะเปิดประชุมเพื่ออภิปรายทั่วไป หาก พล.อ.ประยุทธ์แก้ไขกรณีการกล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณตนตามที่เคยระบุไว้ให้ลุล่วง และคลายกังวล พรรคฝ่ายค้านพร้อมถอนญัตติดังกล่าว แต่หากนายกฯ ไม่ดำเนินการแก้ไข และปฏิเสธที่จะชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสภาฯ ตามญัตติดังกล่าว จะถือว่านายกฯ จงใจเลี่ยงการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งกระบวนการต่อไป พรรคฝ่ายค้านอาจจะพิจารณาช่องทางเอาผิด พล.อ.ประยุทธ์ ทั้งกระบวนการยื่นศาลรัฐธรรมนูญ-ยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือใช้ช่องทางของสภาผู้แทนรษฎร ด้วยการยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายเพื่อไม่ไว้วางใจนายกฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ส่วนอีกหนึ่งแกนนำพรรคเพื่อไทย น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้เหตุผลว่า ฝ่ายค้านไม่จำเป็นใดๆ ที่จะใช้เรื่องถวายสัตย์ฯ ไม่ครบถ้วนมาเป็นเครื่องมือในการโจมตีนายกฯ และรัฐบาลตามที่นายกฯ กล่าวหา แต่เป็นหน้าที่ของฝ่ายค้านที่ต้องตรวจสอบ หากไม่ดำเนินการฝ่ายค้านเองก็ต้องถูกดำเนินการในข้อหาละเว้นเช่นกัน ขอให้ทุกฝ่ายเข้าใจอำนาจหน้าที่และให้เกียรติการทำงานของแต่ละฝ่ายด้วย และจากนี้ไปหวังว่าฝ่ายค้านจะไม่ได้ยินนายกฯ ปฏิเสธความรับผิดชอบต่อสภาเช่นนี้อีก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ส่วนปฏิกิริยาการเมืองของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต่อกรณีดังกล่าว เห็นลีลาออกหมัดแล้ว พบว่า อยู่ในอาการตั้งหลัก พร้อมสู้ กับการยืนยันไม่กลัวฝ่ายค้าน แต่ก็ย้ำคำเดิมว่า ได้ทำทุกอย่างครบถ้วนตามกระบวนการแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;ldquo;เป็นเรื่องของกลไกรัฐสภา ก็เคารพ ขอให้เป็นขั้นตอนตรงนั้นไป ผมจะกลัวเขาทำไม ผมไม่กลัวอะไรทั้งนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ผมเชื่อมั่นว่าผมทำครบถ้วนกระบวนการอยู่แล้ว เรื่องอื่นๆ ก็ว่ากันไปตามกฎหมาย ผมมีขั้นตอนของผมอยู่แล้วในการแก้ปัญหาของผม ซึ่งผมมีฝ่ายกฎหมายของผม อะไรที่จะมีผลกระทบไปอื่นๆ ต้องระวังให้มากที่สุด เพราะเรื่องนี้ผมกระทำต่อหน้าพระพักตร์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขอให้เข้าใจให้ตรงกัน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ก็เอาเป็นว่า หากไม่เกิดจุดเปลี่ยน หรือมีเหตุอะไรพลิกผัน ยังไงญัตติดังกล่าวของฝ่ายค้านได้เกิดขึ้นในสภาฯ ปลายเดือนสิงหาคมนี้แน่นอน ไม่ว่าสุดท้ายผลการพิจารณาของผู้ตรวจการแผ่นดินจะออกมาอย่างไร ก็ยากที่จะไปทำให้การขยับรุกของฝ่ายค้านในรอบนี้ เปลี่ยนแปลงได้ เพราะดูทรงการเคลื่อนไปข้างหน้าทางการเมือง ฝ่ายค้านคงไม่เลิกราเรื่องนี้ง่ายๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ในช่วงต่อจากนี้ ฝ่ายพลเอกประยุทธ์และทีมงานการเมืองก็คงต้องเตรียมพร้อม ทำการบ้านกันให้หนัก โดยเฉพาะการเตรียมพร้อมรับมือกับการอภิปรายแบบไม่ลงมติของฝ่ายค้าน ที่ไม่ต้องห่วงเรื่องเสียงโหวตในสภาฯ แต่เรื่องน่าห่วงกว่าก็คือ แนวการตอบคำถาม-คำชี้แจงของพลเอกประยุทธ์จะออกมาแบบไหน กับเรื่องที่ค่อนข้างอ่อนไหวเช่นนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;แต่ระหว่างนี้ก็พบว่า แม้พลเอกประยุทธ์-รัฐบาลจะต้องเตรียมรับมือกับปัญหาการเมืองสารพัด มีเรื่องชวนให้ปวด Head ทั้งในสภาฯ และนอกสภาฯ ตลอดเวลา ขณะเดียวกันปัญหาเสียง ส.ส.ปริ่มน้ำของรัฐบาลก็ยังแก้ปัญหาไม่ตก เรื่องปัญหา องค์ประชุม-การโหวตเสียง ส.ส.ในสภาฯ พบว่า ฝ่ายรัฐบาลเจอปัญหาเสียงหาย-เสียงไม่ครบ กันให้เห็นแล้วหลายนัด แม้วิปรัฐบาลจะพยายามหาทางแก้ไข พยายามขันนอตกันหลายรอบ แต่ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลยังทำตัวชิวๆ เลยทำให้เชื่อได้ว่า การวางแผนรับมือทางการเมืองของพลเอกประยุทธ์และพรรคพลังประชารัฐ พรรคแกนนำรัฐบาล อาจต้องมีการปรับทัพ-จูนเครื่องครั้งใหญ่กันอีกรอบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;แต่ระหว่างนี้รัฐบาลก็ต้องพยายามทำงานแก้ปัญหาต่างๆ ไปเรื่อยๆ โดยต้องพยายามเข็นมาตรการต่างๆ มาแก้ปัญหาและเรียกคะแนนนิยม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;อย่างเช่น ผลการประชุม คณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ นัดแรกเมื่อวันศุกร์ที่ 16 ส.ค.ที่ผ่านมา ก็พบว่า มีการเสนอและเตรียมผลักดันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเร่งด่วน เพื่อรองรับเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวและขับเคลื่อนนโยบายให้เป็นไปตามเป้าหมายยุทธศาสตร์ประเทศ และสร้างความมั่นใจและให้เกิดการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจมากที่สุด โดยมีวงเงินรวมของมาตรการ อยู่ที่ 3.16 แสนล้านบาท โดยฝ่ายรัฐบาลเชื่อว่า หาก ครม.เห็นชอบก็จะช่วยทำให้เศรษฐกิจไทยในปีนี้ขยายตัวได้ไม่ต่ำกว่า 3% มีช่วงคาดการณ์ 2.7-3.2%&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ทั้งนี้ มีรายงานว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจแบ่งเป็น 3 ด้าน เช่น 1.ด้านภัยแล้ง ดำเนินการโดยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้งใน 13 จังหวัด คิดเป็น 9.9 แสนราย และสินเชื่อเพื่อลดต้นทุนการผลิตสำหรับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ฤดูกาลผลิต 2562/63 จำนวน 3&amp;nbsp; ล้านราย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ด้านที่ 2 การกระตุ้นการบริโภคและการลงทุน ประกอบด้วยหลายมาตรการ เช่น มาตรการสนับสนุนการท่องเที่ยว &amp;ldquo;ชิม ช็อป ใช้&amp;rdquo; โดยจะแจกเงินผ่านกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (อี-วอลเลต) 1,000 บาท ให้กับผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป เพื่อไปใช้จ่ายในการท่องเที่ยว เป็นค่าอาหาร ค่าซื้อสินค้าในท้องถิ่น และค่าที่พักอาศัยในจังหวัดที่ตัวเองไม่ได้อยู่ ตั้งเป้าหมาย 10 ล้านคน ซึ่งจะมีการเปิดให้มาขึ้นทะเบียนรับสิทธิ์ หากลงทะเบียนแล้วไม่ใช้สิทธิ์ จะถูกตัดสิทธิ์ในการให้ความช่วยเหลือจากรัฐครั้งต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ขณะที่ในส่วนของการกระตุ้นการลงทุน จะมีมาตรการภาษีสำหรับผู้ประกอบการที่ลงทุนในปีนี้ ให้สามารถนำรายจ่ายจากการซื้อเครื่องจักรมาหักภาษีได้ 1.5 เท่า และรัฐบาลจะมีการเติมเงินให้กับกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอี เพื่อปล่อยกู้ให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในอัตราดอกเบี้ยต่ำ ระยะเวลากู้ 7 ปี เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เรียกได้ว่า ศึกหนักการเมืองในสภาฯ ที่รออยู่ กับปมปัญหาเรื่องการถวายสัตย์ฯ &amp;ldquo;พลเอกประยุทธ์&amp;rdquo; ก็ต้องเตรียมพร้อมรับมือ จะพลาดไม่ได้ในการชี้แจง ขณะที่การทำงานเพื่อสร้างผลงาน แก้ปัญหาประเทศ เรียกคะแนนเสียงประชาชน ก็ต้องทำและเร่งให้เกิดผลงาน โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลพลเอกประยุทธ์ 1 ถูกวิจารณ์ว่าสอบไม่ผ่าน มารอบนี้ก็ต้องทำให้ดีขึ้น หากคิดจะอยู่ยาวและหวังกลับมาอีกรอบ!!!.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ทีมข่าวการเมือง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43652</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, ปมถวายสัตย์, อภิปรายทั่วไป ไม่ลงมติ  ปมถวายสัตย์ฯ ไม่ครบ  รอบนี้ “บิ๊กตู่” เลี่ยงไม่ได้, อภิปรายทั่วไปไม่ลงมติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190817/image_big_5d580e73a01dd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43592</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่อาจก้าวล่วงใดๆ ‘ประยุทธ์’ย้ำทำตามรธน.พ้อลีเซียนลุงมาเองยังช้ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;7 พรรคฝ่ายค้านนำ 214 ส.ส.ยื่น ปธ.สภาฯ เปิดอภิปรายทั่วไปไม่ลงมติปม &amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; ถวายสัตย์ฯ ไม่ครบ-แถลงนโยบายไม่มีแหล่งที่มารายได้ &amp;quot;ชวน&amp;rdquo; จ่อบรรจุวาระภายในเดือนนี้ พร้อมแจ้งนายกฯ มาชี้แจง ย้ำต้องมาตอบกระทู้ ประธานวิปฝ่ายค้านดักทางมอบคนอื่นมาตอบแทนไม่ได้ ยันพร้อมถอนญัตติหากแก้ไขให้ถูกต้อง &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; บอกเคารพประธานสภาฯ ลั่นกระทำเฉพาะพระพักตร์ เชื่อมั่นทำถูกต้องครบถ้วนกระบวนการ เหน็บการเมืองพูดไปแล้วไม่รับผิดชอบ ประเทศไทยต่อให้ &amp;quot;ลี เซียนลุง&amp;quot; ก็เอาไม่ไหวหากความเกลียดชังยังอยู่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา เวลา 08.30 น. วันที่ 16 สิงหาคม พรรคฝ่ายค้านนำโดยนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน นำ 214 ส.ส. จาก 7 พรรคฝ่ายค้าน ยื่นหนังสือต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปซักถามข้อเท็จจริง และเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) กรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่ากระทรวงกลาโหม นำ ครม.เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ไม่ครบถ้วนด้วยถ้อยคำตามมาตรา 161 ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ถือว่าเป็นการจงใจฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ อันเป็นแบบแผนและขั้นตอนอันเป็นสาระสำคัญ เป็นการกระทำเฉพาะพระพักตร์องค์พระมหากษัตริย์ผู้ใช้อำนาจแทนปวงชนชาวไทยผ่านทางรัฐสภา ครม. และศาล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กรณีดังกล่าวเป็นข้อเท็จจริงที่ประจักษ์ชัดต่อประชาชนทั่วไป และ พล.อ.ประยุทธ์ก็ยอมรับ แต่ก็ยังไม่ดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้อง กลับเดินหน้าบริหารราชการแผ่นดิน จึงเกิดเป็นปัญหาเกี่ยวกับการเข้ารับหน้าที่จนส่งผลต่อเนื่องไปถึงความถูกต้องสมบูรณ์ของการแถลงนโยบายของ ครม.ต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 25-26 กรกฎาคมที่ผ่านมา อีกทั้งการแถลงนโยบายในครั้งนั้นก็ชี้แจงแหล่งที่มาของรายได้ที่จะนำมาใช้จ่ายในการดำเนินนโยบายไม่ละเอียดครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 162 อีกด้วย จึงขอเสนอเปิดอภิปรายทั่วไป เพราะหากปล่อยเนิ่นช้าไป อาจส่งผลกระทบเสียหายร้ายแรงต่อการบริหารราชการแผ่นดินได้&amp;quot; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชวนกล่าวว่า กระบวนการตามมาตรา 152 เพื่อขอเปิดอภิปรายทั่วไป ถือเป็นเรื่องใหม่ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะของเดิมไม่มีกำหนดไว้ ซึ่งระเบียบตามมาตราดังกล่าว ยังพิจารณาไม่แล้วเสร็จ &amp;nbsp;มีแต่เรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจ จึงต้องอนุโลมตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเดิมไปก่อน และจากนี้ตนจะนำไปมอบให้นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาฯ คนที่ 2 ในฐานะรับผิดชอบเรื่องกระทู้ และญัตติตรวจสอบความถูกต้อง หากไม่มีอะไรต้องแก้ไข ตนจะแจ้งให้ผู้เสนอญัตติทรายภายใน 7 วันก่อนที่จะนำบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระเป็นเรื่องด่วน และแจ้งให้ ครม.ทราบต่อไป ซึ่งคาดว่าน่าจะเปิดอภิปรายทั่วไปตามญัตตินี้ได้ภายในเดือน ส.ค.นี้ อย่างไรก็ตาม การพิจารณาต้องยึดตามข้อกฎหมายเป็นหลัก รัฐสภาไม่มีแนวทางอื่น นอกจากทำตามข้อบังคับการประชุม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;พล.อ.ประยุทธ์จะมาตอบเองหรือไม่นั้น เป็นเรื่องที่ต้องไปถามรัฐบาลเอง อย่างกระทู้ถาม ผมเห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ควรต้องมาตอบ เพราะตามหลักการ การที่ไม่มาชี้แจงต่อสภาจะต้องแจ้งถึงเหตุผลตามที่รัฐธรรมนูญมาตรา 150 กำหนด หาก ครม.เห็นว่าเรื่องนั้นยังไม่ควรเปิดเผย เพราะจะกระทบต่อความมั่นคงก็ต้องแจ้งมา อย่างไรก็ตาม ผมจะให้เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรแจ้งไปยังท่านนายกฯ ให้ทราบเรื่องดังกล่าว เพราะก่อนหน้านี้ท่านนายกฯ ไม่เคยแจ้งเหตุผลอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรมายังสภาเลย&amp;rdquo; นายชวน กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทินกล่าวว่า หาก พล.อ.ประยุทธ์แก้ไขกรณีการกล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณตนตามที่เคยระบุไว้ให้ลุล่วง และคลายกังวล พรรคฝ่ายค้านพร้อมถอนญัตติดังกล่าว แต่หากนายกฯ ไม่ดำเนินการแก้ไข และปฏิเสธที่จะชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสภาตามญัตติดังกล่าว จะถือว่านายกฯ จงใจเลี่ยงการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งกระบวนการต่อไป พรรคฝ่ายค้านอาจจะพิจารณาช่องทางเอาผิด พล.อ.ประยุทธ์ ทั้งกระบวนการยื่นศาลรัฐธรรมนูญ และการยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
บี้นายกฯต้องมาชี้แจง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กรณีการกระทำสิ่งที่ขัดต่อมาตรฐานจริยธรรม หรือช่องทางของสภาผู้แทนรษฎร ด้วยการยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายเพื่อไม่ไว้วางใจนายกฯ ดังนั้นยืนยันว่ากรณีการชี้แจงนายกฯ ไม่สามารถเลี่ยงการชี้แจงหรือมอบหมายให้บุคคลอื่นมาชี้แจงแทนตนเองได้ รวมถึงไม่สามารถใช้ข้ออ้างกรณีที่มีบุคคลยื่นเรื่องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินตรวจสอบกรณีดังกล่าวและต้องรอผลการตรวจสอบ&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานวิปรัฐบาลกล่าวด้วยว่า การใช้เวลาอภิปรายในญัตติดังกล่าว ไม่สามารถเรียกว่าเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะเนื้อหาหรือรายละเอียดไม่ใช่ประเด็นที่เกี่ยวกับการทุจริต หากญัตติได้รับการบรรจุในวาระประชุมพรรคฝ่ายค้านจะขอเวลาอภิปรายอย่างน้อย 2 วัน และมากสุดไม่เกิน 3 วัน และจะเป็นสิทธิของ ส.ส.พรรคฝ่ายค้านที่จะเป็นผู้อภิปรายได้เท่านั้น ส่วน ส.ส.พรรครัฐบาลไม่มีสิทธิอภิปราย ส่วนที่ต้องใช้เวลาจำนวนมาก เนื่องจากมีรายละเอียดที่ต้องซักถาม และมีรายละเอียดที่ต้องได้รับคำชี้แจง โดยเฉพาะกรณีการแถลงนโยบายของครม.ต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ &amp;nbsp;25-26 กรกฎาคม ที่ต้องระบุรายละเอียดของแหล่งที่มารายได้ ซึ่งจะนำมาใช้ในนโยบายด้านต่างๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ทางด้าน พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานประชุมสภากลาโหม ถึงกรณีพรรคฝ่ายค้านยื่นญัตติดังกล่าวว่า เป็นเรื่องของกลไกรัฐสภา ซึ่งตนก็เคารพ ขอให้เป็นขั้นตอนตรงนั้นไป โดยทุกครั้งที่ตนไม่ได้ไปตอบกระทู้ถามในสภา ก็เพราะมีภารกิจที่กำหนดล่วงหน้าอยู่แล้ว มีตารางงานล่วงหน้าทุกวัน ตนก็ไปตอบไม่ได้ หากมีการตั้งกระทู้ถามขึ้นมาใหม่ก็ต้องดูว่าจะไปตอบได้หรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โดยวันที่ 14 ส.ค.ที่ผ่านมา ตนไปเยี่ยมผู้พิการทางสายตา ไม่ได้ว่างมากที่จะไปเตะฟุตบอล ซึ่งเป็นคนละเรื่องกัน ขอให้ช่วยกันด้วย เพราะไม่ได้ไปแค่เตะฟุตบอลและชักเย่อเท่านั้น แต่เป็นการสร้างความสัมพันธ์ ที่รัฐบาลดูแลและไม่ทอดทิ้งผู้พิการทางสายตา และได้นำ ครม.ไปดูด้วย เพื่อกำหนดแผนงานโครงการต่างๆ ซึ่งต่อไปผมจะไปตรวจเยี่ยมเกี่ยวกับภัยแล้ง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า หากฝ่ายค้านยื่นญัตติจะไปตอบในสภาหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า &amp;ldquo;ก็แล้วแต่ท่าน&amp;rdquo; ส่วนที่นายชวนระบุว่าจะเป็นตั้งกระทู้ถามหรือการอภิปราย นายกฯ จะต้องไปตอบนั้น พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า &amp;ldquo;อะไรก็แล้วแต่ ผมเคารพประธานสภาฯ อยู่แล้ว&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านระบุว่านายกฯ กลัวสภา และกลัวการอภิปราย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า &amp;ldquo;ผมจะกลัวเขาทำไม ผมไม่กลัวอะไรทั้งนั้น&amp;rdquo; เมื่อถามย้ำว่าฝ่ายค้านจึงอยากให้นายกฯ ไปชี้แจง จะได้หาทางออกร่วมกัน พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า &amp;ldquo;ขอบคุณนะ ขอบคุณ&amp;rdquo; ก่อนจะยิ้มให้สื่อมวลชน พร้อมกับกล่าวต่อว่า &amp;ldquo;ผมเชื่อมั่นว่าผมทำครบถ้วนกระบวนการอยู่แล้ว เรื่องอื่นๆ ก็ว่ากันไปตามกฎหมาย &amp;rdquo;
กระทำเฉพาะพระพักตร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมก็ยังไม่รู้ว่าเขาจะตั้งกระทู้รึเปล่า จะอภิปรายรึเปล่า ก็ไปว่ากันอีกทีละกัน ผมมีขั้นตอนของผมอยู่แล้วในการแก้ปัญหาของผม ซึ่งผมมีฝ่ายกฎหมายของผม ดังนั้นผมก็ต้องฟัง อะไรที่จะมีผลกระทบไปอื่นๆ ต้องระวังให้มากที่สุด เข้าใจไหม เพราะเรื่องนี้ผมกระทำต่อหน้าพระพักตร์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขอให้เข้าใจให้ตรงกัน&amp;rdquo; นายกฯ กล่าวเมื่อถามว่าจะเร่งเคลียร์คิวเข้าสภาเมื่อใด &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าการเมืองในวันนี้ทำให้รัฐบาลเป๋ไปเป๋มาหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ตนไม่เคยเป๋ ยังเดินเข้มแข็ง เดินตรงทางตลอด ไม่มีหกล้ม แต่วันนั้นหกล้มกับเด็ก ก็เตะบอล ไปหาว่าตนซวนเซ แล้วจะไปเตะแรงๆ กับเด็กได้หรือไม่ ส่วนการเมืองเปลี่ยนไปหรือไม่ ตนไม่รู้ ให้พวกเราช่วยกันวิเคราะห์วิจารณ์ ก็ดูในโซเชียลมีเดีย และการพูดในสภาเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ได้แก้ที่ตน ต้องแก้ที่ประชาชนว่าจะทำอย่างไร ขอให้ช่วยกันทุกคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านั้น ที่ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ นำคณะผู้แทนประเทศไทย ผู้บริหารและคณะทำงาน เข้าพบนายกรัฐมนตรี เพื่อรายงานผลการแข่งขันคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์โอลิมปิกระหว่างประเทศ โดยนายกฯ กล่าวกับคณะผู้แทนฯ ว่า การได้พบกับเด็กทุกคนในวันนี้ เป็นอีกวันที่ทำให้มีความสุข หากเปรียบเป็นพีระมิดต้องถือเป็นคนที่มีสมอง มีความตั้งใจ มีขีดความสามารถอยู่บนยอดพีระมิด แต่ฐานพีระมิดยังกว้างอยู่ ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการกำลังแก้ไข โดยรัฐบาลกำลังดำเนินงานทุกปัญหา ขอเพียงความเข้าใจและกำลังใจให้รัฐบาลและรัฐมนตรี โดยเฉพาะครม.ของเรา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ส่วนการเมืองก็เป็นเรื่องของการเมือง เป็นเรื่องของการพูดแล้วไม่รับผิดชอบอะไรทั้งสิ้น ซึ่งควรจะต้องเปลี่ยนแปลงได้แล้ว ขอยืนยันว่า 4 ปีต่อไปของรัฐบาลนี้ จะทำงานอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะเรื่องการศึกษา เพราะหลายอย่างต้องแก้ไข มีกติกาและกฎหมายที่ซ้ำซ้อนทำให้การแก้ไขปัญหาล่าช้า ขอฝากให้ทุกคนรักและสามัคคีกัน ทุกวันนี้คนไทยอดทนน้อย มีความอดทนที่จำกัด ไม่ชอบอะไรที่รอนาน เพราะคิดแต่ว่าโลกประชาธิปไตยจะทำอะไรก็ได้ แต่แล้วได้อะไรกลับมา ทั้งที่ไม่ได้อะไรกลับมาเป็นชิ้นเป็นอัน หากไม่มีหลักการ ประชาธิปไตยทุกอย่างมันมีทั้งดีและไม่ดี อาจจะดีที่สุดในโลกปัจจุบัน แต่ก็มีปัญหามากพอสมควรในการบริหารประเทศ ยุคนี้ในทุกภูมิภาค ไม่ใช่ว่าประเทศเรามีประชาธิปไตยน้อยกว่าใคร ถ้าหากน้อยคงไม่มีใครมาพูดจาเลอะเทอะอยู่แบบนี้ และนี่คือประชาธิปไตยเต็มที่ สื่ออยากเขียนอะไรก็เขียน ดังนั้นขออย่าเบื่อหน้าลุง เพราะสื่อจะพาดข่าวหน้า 1 ทุกวัน ขอร้องอย่าเบื่อกัน เพราะผมก็ทำหน้าที่อย่างดีที่สุด&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวยืนยันเจตนารมณ์ของรัฐบาลว่า มีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้ดีที่สุด เพราะถือเป็นอนาคตของประเทศ โดยต้องรู้จักแบ่งปัน ไม่เห็นการทุจริตเป็นเรื่องปกติธรรมดาหากตัวเองได้ประโยชน์ เพราะหากเป็นเช่นนั้น ประเทศล่มจมแน่ การนำตัวอย่างประเทศมหาอำนาจมาใช้ต้องมองด้วยว่า ที่ผ่านมาประเทศเหล่านั้นผ่านอะไรมาบ้าง อาจมีการทำสงคราม รบรากัน ขณะที่ประเทศไทยก็มีการรบกันด้วยปาก ทะเลาะเบาะแว้งกัน และทำให้ตนเองอารมณ์เสียอยู่ทุกวันนี้ แม้วันนี้จะพยายามอารมณ์ดี มีคนข้างนอกเข้ามาช่วย เช่น โฆษกรัฐบาลคนสวย มาช่วยเป็นปากเป็นเสียงให้ เพราะฉะนั้นตนก็จะไม่พยายามไปโต้เถียง เพราะขี้เกียจพูด พูดมา 5 ปีแล้ว เหนื่อย&amp;nbsp;
ทำทุกอย่างถูกต้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น นายกรัฐมนตรีถามเด็กๆ ว่า เคยมาเยี่ยมทำเนียบรัฐบาลหรือยัง อยากให้ไปเยี่ยมชม วันหน้าจะได้มาเป็นนายกรัฐมนตรี ถ้าไหวก็ช่วยนายกฯ หน่อย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เพราะประเทศไทย ต่อให้ลี เซียนลุง ก็เอาไม่ไหว หากความเกลียดชังยังอยู่ ประเทศไทยจะเดินต่อไปไม่ได้ โดยเฉพาะความพยายามที่จะให้รัฐบาลเป๋ไปเป๋มา ความน่าเชื่อถือก็จะหายไป ผมยืนยันว่าผมทำทุกอย่างถูกต้องทุกประการ เราไม่อาจไปก้าวล่วงใดๆ ได้ทั้งสิ้น เพราะถือว่าเป็นการกระทำของนายกรัฐมนตรี กับทั้ง ครม.ตามรัฐธรรมนูญ ดังนั้นอย่ากังวล ไม่ต้องห่วง&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกรณีฝ่ายค้านยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป จะกระทบการทำงานหรือไม่ เพราะเพิ่งเข้ามาทำงานว่า ทุกคนต่างทำหน้าที่ อะไรที่เป็นสิ่งที่พึงทำได้ตามหน้าที่ก็ต้องทำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีรัฐบาลแพ้โหวตร่างข้อบังคับการประชุมสภาถึง 2 ครั้ง นายสนธิรัตน์กล่าวว่า คณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (ปสส.) ต้องทำงานให้หนักขึ้น ซึ่งไม่ใช่เรื่องของเสียงไม่พอ แต่เป็นเรื่องที่ส.ส.และรัฐมนตรีบางคนติดภารกิจ เข้าไปลงคะแนนไม่ทัน ฉะนั้นจะต้องเพิ่มการประชาสัมพันธ์ให้มากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า จะต้องพิจารณาหรือเปลี่ยนแปลงในส่วน ส.ส.ที่เป็นรัฐมนตรีหรือไม่ นายสนธิรัตน์กล่าวว่า ก็ต้องพูดคุยกัน แต่ขณะนี้ยังไม่ได้พูดคุยเรื่องนี้ ยืนยันว่าจะไม่กระทบกับการทำงานของรัฐบาล เพราะเป็นสิ่งที่ดี เนื่องจากการที่เรามีเรื่องเสียงไม่พอในการพิจารณาร่างข้อบังคับการประชุมรัฐสภา จะเป็นการกระตุ้นให้มีการประสานงานกันมากขึ้น ย้ำว่าไม่ใช่เสียงไม่พอ แต่เป็นเรื่องการประสานงานและติดภารกิจ ทำให้เข้าไปลงคะแนนไม่ทัน จากนี้ต้องเน้นเรื่องการประสานงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม แกนนำพรรค พปชร. กล่าวถึงกรณีฝ่ายรัฐบาลแพ้โหวตร่างข้อบังคับการประชุมสภาถึง 2 ครั้ง เนื่องจากรัฐมนตรีและ ส.ส.หายไปหลายคน ว่า ส่วนตัวมองว่าไม่ได้ขาดประชุมสภาหลายคน แต่การลงมติครั้งที่ 2 มีพรรคร่วมรัฐบาลบางคนอาจเห็นต่าง คิดอีกแบบหนึ่ง ซึ่งถือเป็นสิทธิของสมาชิก เพราะไปดูแล้วสาเหตุไม่ได้มาจากเสียงของรัฐบาลน้อยกว่า อย่างไรก็ตาม จะไม่เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้อีก เนื่องจากเข้าใจแนวทางแล้วว่าสาเหตุไม่ใช่มาจากมาไม่ครบหรือขาดเยอะ หรือไม่รับผิดชอบ หากไปดูรายละเอียดการโหวตทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้านไม่ได้โหวตในทิศทางเดียวกัน เหมือนฟรีโหวต ที่ทุกคนสามารถมีความคิดเห็นแตกต่างกันในข้อบังคับแต่ละข้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า หากเป็นการพิจารณากฎหมายสำคัญ แล้วรัฐมนตรีที่เป็น ส.ส.ติดภารกิจจะแก้ปัญหาอย่างไร นายพุทธิพงษ์กล่าวว่า ได้พูดคุยกันแล้ว จะให้มีการดูแลให้มีระเบียบวินัยครบถ้วนทุกคน ต้องรับผิดชอบ และตอนนี้รัฐมนตรีที่เป็น ส.ส.ยังไม่ต้องลาออก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า จริงๆ แล้วทุกพรรคเห็นด้วยอยู่แล้ว ในเรื่องของระเบียบข้อบังคับการประชุมสภา แต่ตอนหลังพรรคประชาธิปัตย์เห็นว่าจะต้องแก้ไข แต่มองว่าไม่ใช่ประเด็นสำคัญจะออกซ้ายออกขวา ที่ทำให้พรรคฝ่ายค้านและพรรคฝ่ายรัฐบาลแพ้ แล้วจะเกิดปัญหา ไม่ใช่ทำให้เกิดผลเสียหายหรือทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบ ถ้าเป็นเรื่องสำคัญเชื่อว่าพรรคร่วมรัฐบาลทุกคนจะพร้อม แต่การลงมติที่ผ่านมารัฐมนตรีบางคนอยู่ระหว่างการประชุม และเชื่อวิปรัฐบาลคุยกันตลอดอยู่แล้ว&amp;nbsp;
ไม่กังวลรัฐบาลแพ้โหวต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ และเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ไม่ได้รู้สึกกังวลต่อเรื่องนี้ เรื่องนี้เป็นการลงมติข้อบังคับสภา ซึ่งบางคนอาจคาดไม่ถึงหรือคิดกันไปต่างๆ โดยไม่ได้จริงจังกันมาก ขณะเดียวกันตอนนี้ยังใหม่ๆ ก็ต้องปรับตัวกันบ้าง จึงมั่นใจและรับประกันได้ว่าถ้าเป็นการลงมติในวาระสำคัญหรือร่างกฎหมายฉบับสำคัญๆ จะไม่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก และ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลจะคุมกันได้ร้อยเปอร์เซ็นต์
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า พรรคประชาธิปัตย์จะต้องกำชับ ส.ส.ตัวเองด้วยหรือไม่ เพราะมีชื่อ ส.ส.ของพรรคหลายคนที่ไม่ขาดประชุม นายเฉลิมชัยกล่าวว่า ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ไม่ต้องห่วงอะไร และเรื่องการลงมติเป็นหน้าที่ที่ทุกคนต้องรู้อยู่แล้ว แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้น เราคงจะย้ำกันอีกนิดก็ได้ ทั้งนี้ วิปรัฐบาลมีการพูดคุยกันตลอดอยู่แล้ว แต่ทุกพรรคการเมืองที่ร่วมรัฐบาลต้องช่วยกันด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การลงมติร่างข้อบังคับการประชุมสภาไม่ได้เกี่ยวกับประชาชนเลย แต่เป็นเรื่องภายในของ ส.ส. ของสภา จึงเป็นความรับผิดชอบร่วมกันทั้งสภาที่มีทุกพรรค วันนี้ถ้าคุณคิดมาตั้งแง่กันแต่เรื่องของตัวเอง ประเทศจะเดินไปได้อย่างไร&amp;rdquo; นายเฉลิมชัยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า สำหรับตนที่ไม่ได้เข้าไปโหวต เพราะติดภารกิจ เรื่องนี้ไม่เป็นปัญหา พอรัฐบาลมีเสียงปริ่มก็หาว่ารัฐบาลมีเสียงปริ่มน้ำ แต่คิดว่าฝ่ายรัฐบาลอยู่ได้ และไม่กระทบการทำงาน เพราะเป็นเพียงการโหวต แต่เชื่อว่าไม่มีปัญหาหากโหวตกฎหมายสำคัญ ทั้งนี้ การโหวตต้องมีแพ้มีชนะกันบ้าง ถือเป็นการยอมกันบ้าง ถอยกันบ้าง นิดๆ หน่อยๆ ชนะกันหมดก็ถูกกล่าวหาว่าเป็นเผด็จการรัฐสภา และพรรคชาติไทยพัฒนา ไม่มีนโยบายให้รัฐมนตรีที่เป็น ส.ส.ลาออก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก ใจความว่า รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำแพ้โหวตในสภาไปแล้ว 2 ครั้ง แม้จะอ้างว่าเป็นเรื่องข้อบังคับ แต่ผมเชื่อว่าหลังจากนี้จะมีอีก ส่วนที่ พปชร. เกทับว่ามีเสียง ส.ส.ในมือไม่น้อยกว่า 280 เสียง หมายถึงมีฝ่ายค้านร่วมด้วยนั้น อาจเป็นไปได้ถ้าเป็นการเรียกไปรับวิตามินหรือกินข้าวโชว์ตัวให้คนในพรรคเห็น แต่ถ้าจะให้โหวตในสภา ซึ่งตรวจสอบได้ว่าใครลงคะแนนอย่างไร คงไม่ง่าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สภาพการเมืองแบบนี้ถ้า ส.ส.ฝ่ายค้านโหวตให้รัฐบาลก็จะถูกเปิดเผยว่าเป็นงูเห่า ผมอยากเห็นจริงๆว่าใครจะทำอย่างนั้น นักการเมืองประเภทแอบรับเดิมพันข้ามฝ่ายพร้อมจะพลิกไปพลิกมาตลอดเวลาอยู่แล้ว ใครต้มใครคงจะได้เห็นกัน ที่เจ็บปวดคือการเมืองไร้เสถียรภาพแบบนี้กลับเป็นเรื่องที่ฝ่ายสืบทอดอำนาจต้องการ เขียนกติกา และทำทุกอย่างก็เพื่อให้การเมืองในระบบอ่อนแอ อำนาจนอกระบบและเครือข่ายจึงยังมีอิทธิพลอยู่ได้ นี่ไม่ใช่ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง แต่เป็นปฏิกูลที่อยู่ในระบบเลือกตั้ง&amp;quot; นายณัฐวุฒิ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊ก ลุงตู่ตูน ซึ่งเป็นเพจที่สนับสนุนการทำงานของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ &amp;nbsp;ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอ ความยาว 1.22 นาที ในหัวข้อ &amp;quot;ฟังเสียงประชาชน แก้รัฐธรรมนูญ กับ แก้ปัญหาปากท้อง โจทย์ที่รัฐบาล-นักการเมือง ต้องเลือกว่าจะทำอะไรก่อน&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยคลิปดังกล่าวเปิดคำถามว่า แก้รัฐธรรมนูญ หรือแก้ปากท้อง โดยประชาชนส่วนหนึ่งจากหลายสาขาอาชีพต่างระบุเป็นเสียงเดียวกันว่า แก้ปัญหาปากท้องก่อนแก้รัฐธรรมนูญ เพราะปากท้องสำคัญมากกว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญทำตอนไหนก็ได้ เนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจขณะนี้ไม่ดี เป็นต้น ในคลิปยังทิ้งคำถามชวนให้ตอบอีกด้วยว่า แล้วคุณคิดว่าอะไรสำคัญกว่า และทันทีที่ปล่อยคลิปดังกล่าวออกมา ได้มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นที่หลากหลาย โดยส่วนใหญ่เห็นว่าปากท้องสำคัญที่สุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43592</URL_LINK>
                <HASHTAG>7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน, ต้องมาตอบกระทู้, บรรจุวาระภายในเดือนนี้, ปมถวายสัตย์, ประธานวิปฝ่ายค้าน, หนังสือพิมพ์, อภิปรายทั่วไปไม่ลงมติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190816/image_big_5d56a8cf5691d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
