<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>42099</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/07/2019 19:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/07/2019 19:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เทพไท&#039;หยาม&#039;บิ๊กตู่&#039;แถลงนโยบายผ่านเฉียดฉิว 51% เย้ยส.ว.คิดคะแนนให้ไม่ได้เพราะเป็นเพียงไม้ค้ำยันรัฐบาล </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.ค.62 - นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการอภิปรายในการแถลงนโยบายของรัฐบาลว่า การแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ใช้เวลายาวนาน 34 ชั่วโมง เป็นการประชุมมาราธอนที่สุด ตนอยากเสนอความเห็นต่อวิป 3ฝ่าย ว่าครั้งต่อไปควรจะพิจารณาถึงระยะเวลาการอภิปรายที่เหมาะสมกว่านี้ การยืดเวลาอภิปรายถึงตี3-4 ไม่ได้เป็นผลดีต่อฝ่ายใดทั้งสิ้น มีแต่จะสร้างความเบื่อหน่าย เพราะทำให้ผู้อภิปรายอ่อนล้า ฝ่ายรัฐบาลก็อ่อนเพลีย สมาชิกรัฐสภาผู้เข้าร่วมประชุมก็ง่วงนอน บางท่านสูงวัยมีปัญหาสุขภาพตามมา ช่วงเวลาหลังเที่ยงคืน พี่น้องประชาชนผู้สนใจก็ต้องหลับนอน ไม่มีใครให้ความสนใจการประชุมเท่าที่ควร นับว่าเป็นการสูญเปล่าทางการเมือง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;แต่ถ้าคิดว่าการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา เป็นเพียงแค่พิธีกรรม ทำไปเพื่อให้ครบตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญโดยไม่สนใจเนื้อหาสาระและประสิทธิภาพของการประชุมก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดาย เพราะการแถลงนโยบายของรัฐบาล เป็นสัญญานบ่งบอกทิศทางของประเทศภายใต้รัฐบาลในระยะเวลา4ปี ที่ทุกฝ่ายต้องให้ความสำคัญ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ &amp;nbsp;นายเทพไท กล่าวว่าถ้าจะให้คะแนนการอภิปรายของ3ฝ่าย ฝ่ายรัฐบาล ตัวนายกรัฐมนตรีสอบผ่านแบบเฉียดฉิว 51% เพราะไม่สามารถควบคุมสติได้ เกิดอารมณ์แปรปรวนบ่อยครั้ง มีอารมณ์เสียเป็นช่วงๆอย่างไม่มีเหตุผล ไม่เข้าใจข้อบังคับการประชุม นึกจะลุกขึ้นพูดก็ทะลุกลางปล้องขึ้นมา ไม่ขออนุญาตจากประธานรัฐสภาบ่อยครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนฝ่ายค้าน พรรคเพื่อไทย ผู้อภิปรายมือฉมังมีน้อย เซียนอภิปรายมือหนึ่งไม่ได้เข้าสภาฯเป็นจำนวนมาก เหลือเพียงสมาชิกแถว 2 เพียงไม่กี่คนที่พอจะยืนอภิปรายได้ หรือสร้างสีสันหรือยั่วอารมณ์ให้นายกฯปรี๊ดแตกได้ ส่วนเนื้อหาอภิปรายก็มุ่งเน้นดิสเครดิตตัวบุคคลมากกว่า ไม่เจาะลึกแนวนโยบาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเทพไท กล่าวว่า ส่วนพรรคอนาคตใหม่ มีผู้อภิปรายรุ่นใหม่หลายคน ที่อภิปรายดี เนื้อหาตรงประเด็น ทำการบ้านมาดี แต่ขาดประสบการณ์ในการอภิปราย ไม่มีลีลาหรือขาดสีสันที่น่าชวนติดตาม แต่ถือว่าสอบผ่านในเกรดดี 70% &amp;nbsp;ส่วนพรรคเพื่อไทยน่าจะได้แค่55%เท่าพรรคร่วมฝ่ายค้านอื่นๆ &amp;nbsp;ซีกฝ่ายพรรคร่วมรัฐบาลได้50% มีเวลาน้อย แบ่งปันเวลาให้คนละ3-10นาที ทำให้อภิปรายได้ไม่เป็นชิ้นเป็นอัน ส่วนใหญ่ที่ทำได้ก็แค่อภิปรายเชียร์ หรือเอาใจนายกฯกับพล.อ.ประวิตร หรือสนับสนุนนโยบายของพรรคตัวเอง ส่วนพวกองครักษ์ที่ลุกขึ้นประท้วงตัดเกมก็เป็นคนหน้าเดิมทำไปเพื่อล่ารางวัลเท่านั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ สว.ไม่สามารถให้คะแนนได้ เพราะสว.ชุดนี้เป็นแค่ไม้ค้ำยันรัฐบาล การอภิปรายก็เป็นไปตามใบสั่ง ส่วนใหญ่จะมาร่วมเพื่อให้ครบองค์ประชุม เวลาของการอภิปรายก็ยกให้รัฐบาลเกือบหมดสิ้น พูดได้เต็มปากว่านี่คือ นั่งร้านของรัฐบาลที่ตั้งมาเพื่อเป็นฐานรากในการจัดตั้งรัฐบาลเท่านั้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42099</URL_LINK>
                <HASHTAG>อภิปรายแถลงนโยบายรัฐบาล, เทพไท เสนพงศ์, แถลงนโยบายรัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190611/image_big_5cffbbacb2f37.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42006</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/07/2019 11:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/07/2019 11:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สอบไม่ผ่าน!วิปฝ่ายค้านซัด&#039;บิ๊กตู่&#039;มีปัญหาเรื่องอารมณ์ขอเวลาอภิปรายเพิ่มหวังลากยาวอีกวัน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26ก.ค.62-ที่อาคารรัฐสภาฯชั่วคราว หอประชุมใหญ่สำนักงานทีโอที ถนนแจ้งวัฒนะ นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน(วิปฝ่ายค้าน) ให้สัมภาษณ์ถึงกรอบการอภิปรายของฝ่ายค้าน ว่า พรรคฝ่ายค้านเหลือเวลาอีกประมาณ 8 ชั่วโมง หากดูจากจำนวนผู้ที่จะอภิปรายทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล และส.ว. เทียบกับเวลาที่เหลือคิดว่าไม่น่าจะเพียงพอ ดังนั้นก็น่าจะมีอยู่ 2 ทางคือ ยอมยุติการอภิปรายลงตามเวลาที่กำหนดโดยตัดคน และเนื้อหาออก กับทางที่สองคือ หารือเพื่อขยายวัน คิดว่าประธานสภาฯไม่ขัดข้อง โดยอาจจะข้ามไปถึงวันที่27 กรกฎาคม อีกสักครึ่งวันก็ได้ ขณะนี้ฝ่ายค้านอภิปรายไปได้เพียงประมาณ 30% เท่านั้น เวลาที่ได้กันคนละเล็กน้อยทำให้เป็นอุปสรรคในการอภิปราย ดูจากกรอบเวลาแล้วน่าจะมีการขยายเวลานิดหน่อย แต่ท่าทีของวิปรัฐบาลเขาไม่อยากเพิ่มวัน แต่ของฝ่ายค้านอย่างไรก็ได้ เพียงแต่ขอให้ได้เวลาเพิ่มขึ้น ทั้งนี้วิป 3 ฝ่ายต้องมาคุยกัน เพราะฝ่ายค้าน รวมถึงฝ่ายรัฐบาลบางพรรคก็อยากให้มีการเพิ่มเวลา จะลากยาวไปหรือเพิ่มวันก็อยู่ที่ประธาน เพราะอายุท่านก็มากแล้วไม่รู้จะไหวหรือเปล่าหากมีการลากยาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่าหากให้คะแนนของการอภิปรายวันแรกหากจะให้คะแนนของฝ่ายรัฐบาลในการทำหน้าที่วันแรก นายสุทิน กล่าวว่า ถือว่าสอบไม่ผ่าน โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรี อาจด้วยความไม่เข้าใจกลไกลสภาฯ &amp;nbsp;เป็นน้องใหม่ คงต้องปรับปรุงตัวอีกเยอะ ในเรื่องอารมณ์ของท่านยังเป็นปัญหา ทำให้มาบดบังเนื้อหาสาระที่ควรน่าจะได้ ทำให้บรรยากาศการประชุมเสียไป บางช่วงมีทั้งเครียด มีทั้งตลก ก็เป็นอะไรที่แปลกดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่ามีการวิพากษ์วิจารณ์ฝ่ายค้านก็ยังค้านแบบเดิมๆ นายสุทิน ตอบว่า ไม่ใช่ เท่าที่ดูมีอารมณ์กับทุกประเด็น และทุกคน แม้แต่ตอนชี้แจงปกติท่านก็มีอารมณ์ ยืนยันว่าฝ่ายค้านไม่ได้มีเจตนายั่วยุท่าน เราแปลกใจ บางกรณีไม่ควรเกิดอารมณ์ก็เกิด อยู่ในภาวะที่เราพูดจากันปกติก็เกิดอารมณ์ นายกฯยังมีปัญหาเรื่องอารมณ์ ไม่ต้องไปพูดถึงประเด็นพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ท่านมีบุคคลิกอย่างนี้ของท่านอยู่แล้ว ที่จะพูดตรงไปตรงมา ไม่ได้มีเจตนายั่วยุ ส่วนการที่รัฐบาลมักจะประท้วงอยู่บ่อยครั้งนั้น ถือเป็นปัญหาที่ไม่ค่อยสมเหตุสมผล บางเรื่องไม่ควรประท้วงก็ประท้วง ไปอ้างเรื่องประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งไม่เกี่ยวกัน เป็นการประท้วงที่เน้นเอาแต่ปริมาณ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่าการทำหน้าที่ของนายพรเพชร วิชิตชลชัย ดูเหมือนจะคุมการประชุมไม่ได้ นายสุทินกล่าวว่า ถือเป็นปัญหา ถ้าประธานการประชุมมีศักยภาพ คงไม่น่าเกิดปัญหา แต่ก็ไม่ได้โทษ เพราะท่านอาจจะอยู่ในสภาฯที่มีบรรยากาศคนละแบบ พอมาเจอสภาฯจริง บุคคลที่เป็นอิสระชนเลยปรับตัวไม่ทัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42006</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสุทิน คลังแสง, พล.อ .ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รัฐบาลสอบไม่ผ่าน, วิปฝ่ายค้าน, อภิปรายแถลงนโยบายรัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190628/image_big_5d15da672fd2b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42003</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/07/2019 10:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/07/2019 10:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส่อเปิดศึกอีกรอบ!&#039;เสรีพิศุทธ์&#039;โวลั่นสับ 2 ประเด็นคอยดูอาจมีคนปรอทแตก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.ค.62 - &amp;nbsp;ที่อาคารสำนักงานใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด(มหาชน) พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการแถลงนโยบายของรัฐบาล เป็นวันที่สอง ว่า ประเด็นแรกที่ตนจะอภิปราย คือนโยบายรัฐบาลขัดรัฐธรรมนูญ ประเด็นที่ 2 คือ การทำหน้าที่ของคณะรัฐมนตรี(ครม.) ยังไม่สมบูรณ์ตามกฏหมาย ส่วนเรื่องของคุณสมบัติรัฐมนตรี ตนคงไม่อธิบายแล้ว เพราะเดี๋ยวจะมีคนปรอทแตกอีก และวันนี้ (2 ก.ค.) ขอแค่ 2 ประเด็น ซึ่งแล้วแต่ประธานรัฐสภาจะให้เวลาในตอนกี่โมง และขณะนี้ก็ยังไม่มีสัญญาณจากประธานรัฐสภา เพราะการทำหน้าที่ของครม.ยังไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ เดี๋ยวก็มีคนร้องไห้อีก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า ส่วนเรื่องที่สมาชิกพรรคเสรีรวมไทยได้มีการรวบรวมรายชื่อยื่นเรื่องต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร กรณีการอภิปรายนโยบายรัฐบาลขัดต่อรัฐธรรมนูญ เนื่องจากนายกฯไม่ได้เสนองบประมาณไว้ในนโยบายรัฐบาล ซึ่งตนได้ยื่นไปแล้วเมื่อวันที่ 25ก.ค.ที่ผ่านมา และเป็นเรื่องที่ตนจะอภิปรายในวันนี้ (26 ก.ค.)เพราะการแถลงนโยบายรัฐบาลต้องบอกว่าจะใช้งบประมาณ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าประเด็นที่อภิปรายจะนำไปสู่การยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยหรือไม่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า ให้ประธานสภาฯวินิจฉัยก่อน เพราะเป็นเรื่องของข้อกฎหมาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามย้ำว่ากังวลหรือไม่ว่าสองประเด็นที่จะอภิปรายในวันนี้ จะดูยุ่งเหมือนวันแรกหรือไม่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า คอยดูประเด็นที่ 2 แล้วกัน อาจจะมีคนปรอทแตกอีก และให้เขาตอบคำถามตนให้ได้แล้วกัน ตอนมีข้อความมีเทปชัดเจน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42003</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคเสรีรวมไทย, พล.ต.อ.เสรี พิศุทธ์ เตมียเวช, อภิปรายแถลงนโยบายรัฐบาล, แถลงนโยบายรัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190726/image_big_5d3a768e5eb0e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42002</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/07/2019 10:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/07/2019 10:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อาจมีปรอทแตกอีก&#039;เสรีพิศุทธ์&#039;ขู่&#039;ประยุทธ์&#039;เตรียมอภิปรายนโยบายรัฐบาลขัดรัฐธรรมนูญ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26ก.ค.62-เมื่อเวลา 08.30 น. ที่อาคารสำนักงานใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด(มหาชน) พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการแถลงนโยบายของรัฐบาลในวันที่ 2 ว่า ประเด็นแรกที่ตนจะอภิปราย คือนโยบายรัฐบาลขัดรัฐธรรมนูญ ประเด็นที่ 2 คือ การทำหน้าที่ของคณะรัฐมนตรี(ครม.) ยังไม่สมบูรณ์ตามกฏหมาย ส่วนเรื่องของคุณสมบัติรัฐมนตรี ตนคงไม่อธิบายแล้ว เพราะเดี๋ยวจะมีคนปรอทแตกอีก และวันนี้ (2 ก.ค.) ขอแค่ 2 ประเด็น ซึ่งแล้วแต่ประธานรัฐสภาจะให้เวลาในตอนกี่โมง และขณะนี้ก็ยังไม่มีสัญญาณจากประธานรัฐสภา เพราะการทำหน้าที่ของครม.ยังไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ เดี๋ยวก็มีคนร้องไห้อีก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า ส่วนเรื่องที่สมาชิกพรรคเสรีรวมไทยได้มีการรวบรวมรายชื่อยื่นเรื่องต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร กรณีการอภิปรายนโยบายรัฐบาลขัดต่อรัฐธรรมนูญ เนื่องจากนายกฯไม่ได้เสนองบประมาณไว้ในนโยบายรัฐบาล ซึ่งตนได้ยื่นไปแล้วเมื่อวันที่ 25ก.ค.ที่ผ่านมา และเป็นเรื่องที่ตนจะอภิปรายในวันนี้ (26 ก.ค.)เพราะการแถลงนโยบายรัฐบาลต้องบอกว่าจะใช้งบประมาณ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าประเด็นที่อภิปรายจะนำไปสู่การยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยหรือไม่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า ให้ประธานสภาฯวินิจฉัยก่อน เพราะเป็นเรื่องของข้อกฎหมาย เมื่อถามย้ำว่ากังวลหรือไม่ว่าสองประเด็นที่จะอภิปรายในวันนี้ (26 ก.ค)จะดูยุ่งเหมือนวันแรกหรือไม่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า คอยดูประเด็นที่ 2 แล้วกัน อาจจะมีคนปรอทแตกอีก และให้เขาตอบคำถามตนให้ได้แล้วกัน ตอนมีข้อความมีเทปชัดเจน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42002</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท้ายิงกลางสภา, ปรอทแตก, พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์  เตมียเวส, พล.อ .ประยุทธ์ จันทร์โอชา, อภิปรายแถลงนโยบายรัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190726/image_big_5d3a6ed6475f5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41998</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/07/2019 10:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/07/2019 10:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อารมณ์ดี!&#039;ลุงตู่&#039;บอกกำลังปรับตัวทุกอย่างโอเคสนุกดีไม่ได้ติดใจอะไรอันไหนไม่ดีก็แกล้งโมโห </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26ก.ค.62-เมื่อเวลา 08.43 น. ที่อาคารหอประชุมใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด(มหาชน) ซึ่งเป็นอาคารประชุมรัฐสภาชั่วคราว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินทางมาแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาเป็นวันที่ 2 ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส โดยผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงภาพรวมในการอภิปราย เมื่อวานนี้ (25 ก.ค.) ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ไม่ตอบคำถามดังกล่าวเพียงทักทายว่า &amp;ldquo;How are you. good morning&amp;rdquo; ก่อนเดินขึ้นห้องประชุมในทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเวลา 09.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมด้วย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินลงมาที่ห้องอาหาร เพื่อทักทายและขอบคุณสมาชิกรัฐสภา โดยพล.อ.ประยุทธ์กล่าวทักทายอย่างอารมณ์ดีว่า &amp;ldquo;ขอบคุณทุกๆคนช่วยกันนะ ผมเองก็กำลังปรับตัว ไม่ได้ติดใจ สบายดี อารมณ์ดี สนุกๆดี ขอบคุณทุกคนที่ช่วยกันทำงาน วันนี้อารมณ์ดีแล้ว เดี๋ยวก็ต้องปรับตัวกันหน่อย กำลังปรับตัว&amp;rdquo;
จากนั้นพล.อ.ประยุทธ์เดินกลับขึ้นไปยังห้องประชุม&amp;nbsp;
โดยระหว่างนั้นผู้สื่อข่าวถามว่า บรรยากาศการแถลงนโยบายรัฐบาล เมื่อวันที่ 25 ก.ค.เป็นอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า &amp;ldquo;ก็โอเค&amp;rdquo; เมื่อถามว่าหากวันนี้มีข้อซักถามจากฝ่ายค้าน นายกฯก็พร้อมลุกขึ้นตอบใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า &amp;ldquo;ตอบได้ ก็ตอบไป&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า วันนี้ (26 ก.ค.) จะรับได้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า &amp;ldquo;ก็จะพยายาม รับได้&amp;rdquo; เมื่อถามว่า กลับไปได้สวดมนต์หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ตอบคำถามดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามอีกว่า นายกฯอารมณ์ดีใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า &amp;ldquo;อารมณ์ดีทุกวันนั่นแหละ อันไหนไม่ดีก็แกล้งโมโห&amp;rdquo; ก่อนที่พล.อ.ประยุทธ์จะเดินเข้าไปในลิฟท์ พร้อมหันมายิ้มและโบกมือให้กับผู้สื่อข่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41998</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, บิ๊กตู่-อารมณ์ดี, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา, อภิปรายแถลงนโยบายรัฐบาล, แกล้งโมโห</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190726/image_big_5d3a70980fe20.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41914</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/07/2019 11:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/07/2019 11:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปิยบุตร&#039;อ้างคลิปหา&#039;บิ๊กตู่&#039;กล่าวถวายสัตย์ฯไม่ครบ!&#039;ชวน&#039;ชี้ข้อกล่าวหารุนแรงผู้พูดต้องรับผิดชอบ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.ค.62 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเวลา 09.30 น. ที่หอประชุมบริษัท ทีโอที จำกัด(มหาชน) ในการประชุมร่วมรัฐสภา ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา เป็นประธานการประชุม มีวาระสำคัญ คือ คณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 162 ซึ่งนำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;และรมว.กลาโหม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนพล.อ.ประยุทธ์ แถลงนโยบาย ปรากฏว่า นายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ได้ลุกขึ้นหารือว่า เมื่อวันที่ 16 ก.ค. ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ นายกฯ ได้นำคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถวายสัตย์ปฏิญาณตามมาตรา 161 ตามรัฐธรรมนูญ &amp;nbsp;ซึ่งต้องถวายสัตย์ปฏิญาณ ว่า&amp;ldquo;ข้าพระพุทธเจ้า (ชื่อผู้ปฏิญาณ) ขอถวายสัตย์ปฏิญาณว่า ข้าพระพุทธเจ้าจะจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ และจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปิยบุตร กล่าวว่าอย่างไรก็ตามปรากฏในคลิปว่า ถ้อยคำที่พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวนั้น ไม่ครบประโยคตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 161 โดยประโยคที่หายไปคือ &amp;quot;ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ&amp;quot; &amp;nbsp; ดังนั้นการปฏิญาณถือว่ามีผลสมบูรณ์หรือไม่&amp;nbsp;หากไม่ นายกฯ เข้ารับตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญโดยสมบูรณ์หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำให้ นายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรค์ พรรคพลังประชารัฐ ได้ลุกขึ้นประท้วงนายชวนทันทีว่า &amp;ldquo;ถ้าท่านประธานไม่เห็นคลิปแล้วให้นายปิยบุตรประท้วงได้อย่างไร อาจจะมีการตัดต่อหรือกล่าวไม่หมดก็ได้&amp;rdquo; แต่นายชวน กล่าวว่า &amp;ldquo;ผมก็ไม่เห็นคลิป ซึ่งผู้พูดต้องรับผิดชอบ เพราะขณะนี้มีการถ่ายทอดสด อย่างไรก็ตามสิ่งที่พูดถือเป็นข้อกล่าวหาที่รุนแรง ต้องรับผิดชอบ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ด้าน ส.ส.พรรคเพื่อไทย นำโดย นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม ได้ลุกขึ้นถามไปยัง พล.ประยุทธ์ ที่นั่งรอแถลงนโยบายบนที่นั่งของครม.ในห้องประชุมว่า &amp;ldquo;ผิด ไม่ผิดอยู่ที่พล.อ.ประยุทธ์ รู้ ดังนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ต้องชี้แจง&amp;rdquo; แต่นายชวน ย้ำความรับผิดชอบว่า เป็นของผู้ถาม ก่อนตัดบท เข้าสู่ระเบียบวาระแถลงนโยบายทันที&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41914</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำถวายสัตย์ปฏิญาณ, ปิยบุตร แสงกนกกุล, อภิปรายแถลงนโยบายรัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190725/image_big_5d3929d423c83.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41765</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/07/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เขียนเสือให้วัวกลัว วิษณุหยันฝ่ายค้าน-เตือนชี้นำศาลแตะคุณสมบัติ‘ประยุทธ์’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ชวน&amp;rdquo; ย้ำสูตรเดิม 28 ชั่วโมง 30 นาทีชำแหละนโยบายรัฐบาล ดัดหลังขาประท้วงจะตัดเวลาที่ได้รับ &amp;ldquo;วิษณุ&amp;rdquo; เตือนวิพากษ์คุณสมบัตินายกฯ อาจเข้าข่ายชี้นำศาล &amp;ldquo;เพื่อไทย&amp;rdquo; โอ่ไม่กลัว 20 องครักษ์ ประเมินมีแค่ 2 รายที่เขี้ยวลากดิน ส่วนที่เหลือแค่ไก่อ่อน พร้อมเปิดรายชื่อมือเชือดมีทั้ง &amp;ldquo;เสรีพิศุทธ์-ลุงมิ่ง&amp;rdquo; อนาคตใหม่ลั่นวางตัวครบทุกด้าน มาแปลกไม่แตะคุณสมบัติ อ้างรอกฐินไม่ไว้วางใจคราวเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันอังคาร นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานรัฐสภา เรียกประชุมตัวแทนคณะกรรมการประสานงานร่วม 3 ฝ่าย ได้แก่ ฝ่ายรัฐบาล, ฝ่ายค้าน และ ฝ่าย ส.ว. หารือเพื่อตกลงถึงกรอบเวลาอภิปรายในการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา วันที่ 25-26 ก.ค.
โดยหลังหารือ นายชวนให้สัมภาษณ์ว่า เวลาที่ใช้อภิปรายนโยบายรัฐบาลยังเป็นไปตามข้อตกลงเดิม คือ เวลารวม 28 ชั่วโมง 30 นาที โดยเป็นของพรรคร่วมฝ่ายค้าน 13 ชั่วโมง 30 นาที, พรรคร่วมรัฐบาล 5 ชั่วโมง, คณะรัฐมนตรี 5 ชั่วโมง และ ส.ว. 5 ชั่วโมง ขณะที่เวลาที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม นำเสนอนโยบายจะใช้เวลา 1 ชั่วโมง 30 นาทีนั้น ซึ่งไม่นับรวมกับ 28 ชั่วโมง 30 นาที
&amp;nbsp;&amp;ldquo;จะดูแลให้การประชุมเรียบร้อยและจบในตอนกลางคืน ซึ่งเราจะเริ่มประชุมตั้งแต่ 09.30 น. และจบที่เวลาประมาณ 24.00-01.00 น. หากฝ่ายใดลุกขึ้นประท้วงก็จะคิดเวลาของฝ่ายนั้นไป ใครที่เกเรยุคสมัยนี้ชาวบ้านก็จะเป็นผู้ตรวจสอบ&amp;rdquo; นายชวนกล่าว
ด้านนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า &amp;nbsp;พอใจเวลาที่ได้รับการอภิปราย 13 ชั่วโมงครึ่ง หลังจากนี้จะไปจัดสรรแบ่งเวลากับ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน ที่ขณะนี้มีชื่อผู้ขออภิปรายนโยบายรัฐบาลกว่า 80 คนแล้ว ส่วนที่ฝ่ายรัฐบาลตั้งทีม 20 ส.ส. คอยตัดเกมหาก ส.ส.ฝ่ายค้านอภิปรายนอกประเด็นนั้น ไม่ห่วง เพราะดูชื่อชั้นมีคนเป็นมวยเพียงแค่ 2 คน คือนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ กับนายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เท่านั้น ส่วนคนที่เหลือไม่น่าเกรงขาม จึงมั่นใจว่าฝ่ายค้านจะอภิปรายเนื้อหาสาระเอาไว้ได้ และจะพยายามหลีกเลี่ยงการตัดเกม&amp;nbsp;
&amp;ldquo;สิ่งที่กังวลคือ ส.ว.ที่บางคนลืมสถานภาพของตนเอง เตรียมทีมประท้วงแทนรัฐบาล สวมบทบาทปกป้องรัฐบาล ถ้าเป็นเช่นนี้ฝ่ายค้านก็ต้องท้วงติง อาจเกิดวิวาทะ แต่ถ้าไม่ประท้วง ส.ว.ก็จะไม่กลับไปสู่บทบาทถูกต้อง&amp;rdquo; นายสุทินระบุ&amp;nbsp;
ด้าน นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ ส.ว. กล่าวว่า ส.ว.ได้เวลาอภิปรายตามเดิมคือ 5 ชั่วโมง แม้พยายามขอเพิ่มแล้ว แต่ว่าไม่ได้ หลังจากนี้จะนำเวลาที่ได้ไปจัดสรรเวลาให้ ส.ว.ที่เข้าชื่อขออภิปราย 55 คน ซึ่งเฉลี่ยแล้วคงได้เวลาเพียงคนละ 4 นาทีเท่านั้น จากเดิมที่คิดว่าจะใช้เวลาอภิปรายคนละ 8 นาที&amp;nbsp;
ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึงบรรยากาศการแถลงนโยบายที่ดูเหมือนจะดุเดือดว่าบรรยากาศดูประหนึ่งว่าน่าสะพรึงกลัว แต่เคยร่วมการแถลงนโยบายรัฐบาลมาแล้ว 12 ครั้ง ตอนแรกก็อึกทึกครึกโครมดูน่ากลัว แต่ไม่มีอะไรผ่านไปได้ เพราะมีกรอบอยู่ ตอนนี้เป็นการทำให้ประหนึ่งว่าน่าสะพรึงกลัวเข้าไว้ เรียกว่าข่มขวัญ ตัดไม้ข่มนาม เขียนเสือให้วัวกลัว ไม่ได้บอกว่าไม่กลัว แต่ก็ไม่ประมาท ต้องระมัดระวังไว้
นายวิษณุกล่าวอีกว่า รัฐบาลมีหน้าที่ชี้แจงนโยบาย นายกฯ คงอ่านคำแถลงนโยบาย จากนั้นใครซักถามก็ถาม เราจะไปเตรียมการอะไรได้ แต่บางคนอาจเดาข้อสอบว่าจะถูกพาดพิงคุณสมบัติหรือตัวบุคคล ก็อาจต้องเตรียมตัว แต่ภาพรวมนโยบายก็เห็นกันมาด้วยกัน จึงไม่ต้องเตรียมอะไรมาก แต่ตามธรรมเนียมปฏิบัติที่ผ่านมา จะมีการจัดห้องให้เจ้าหน้าที่แต่ละหน่วยงานเตรียมให้ข้อมูล เพราะรัฐมนตรีมาใหม่อาจยังไม่เข้าใจอะไรที่เป็นงานเฉพาะบางส่วน ทำไปแล้วติดขัดอะไรหรือไม่ เจ้าหน้าที่จึงต้องเตรียมให้ข้อมูล แต่ไม่ทราบว่าที่ทีโอทีจะมีการจัดห้องไว้ให้หรือไม่
เตือนระวังชี้นำศาล
เมื่อถามถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องวินิจฉัยคุณสมบัตินายกฯ ฝ่ายค้านต้องระมัดระวังการอภิปรายในเรื่องนี้หรือไม่ นายวิษณุระบุว่า อภิปรายได้ แต่ต้องระมัดระวังการใช้ถ้อยคำ เพราะอาจกลายเป็นการชี้นำ ซึ่งฝ่ายค้านคงทราบแล้ว และเมื่อคดีอยู่ในศาล เรื่องควร-ไม่ควรก็คงต้องรู้ แม้แต่รัฐบาลจะตอบอะไรก็ต้องระมัดระวัง แต่อะไรที่เป็นประเด็นซึ่งผิดเท็จ ก็ต้องชี้แจง ไม่ใช่ชี้นำศาล เพราะจะนั่งเฉยๆ ไม่พูดอะไรเลยก็คงไม่ได้ เนื่องจากได้ยินกันไปทั่วประเทศ
ถามอีกว่า ถูกวางตัวให้เป็นผู้ชี้แจงประเด็นอะไรในการแถลงนโยบายหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ในฐานะที่เป็นหนึ่งใน ครม. มีอะไรที่พูดเพื่อทำความเข้าใจได้ก็พูดได้ เพราะเราถือหลักเป็นการอภิปรายนโยบายที่ ครม.ต้องรับผิดชอบร่วมกัน แม้แต่การอภิปรายคุณสมบัตินายกฯ ก็กระทบรัฐมนตรีทั้งหมด เพราะถ้านายกฯ พ้น ครม.ก็พ้นทั้งหมด ถือว่ามีส่วนได้เสียร่วมกัน ซึ่งจะลุกขึ้นชี้แจงในส่วนไหนนั้น ขอดูกาลเทศะ จังหวะเวลา และดูที่เนื้อหาสาระด้วย หากมีการอภิปรายที่ผิดและทำให้คนเข้าใจผิด ติดหูติดตา คนอาจจำ และลบออกยาก ก็ต้องรีบแก้ไข ทั้งนี้ นายกฯ เคยเปรยในที่ประชุม ครม.ให้รัฐมนตรีทุกคนทำการบ้าน หากมีการถามเรื่องของรัฐบาลก่อน แล้วมีอดีตรัฐมนตรีบางคนที่เป็น ส.ว.อยู่ก็ลุกขึ้นชี้แจงได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ มองเรื่องอภิปรายว่า เป็นเรื่องปกติอยู่แล้วของการบริหารงานในระบอบประชาธิปไตย เป็นสิ่งที่ดี หากไม่เข้าใจสามารถสอบถามได้ หรือมีอะไรแนะนำก็แนะนำได้ ประเทศชาติจึงจะเดินไปข้างหน้าได้ อย่าไปมองว่าเป็นการที่จะต้องมาอย่างนั้นอย่างนี้ รัฐมนตรีแต่ละท่านเตรียมตัวที่จะตอบในสิ่งที่เกี่ยวข้องและคิดจะทำ &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ในฐานะประธาน ส.ส. กล่าวว่า พรรคได้เวลา 63 นาที ซึ่งต้องจัดสรรเวลาให้สมาชิกที่ต้องการอภิปรายอย่างเหมาะสม ซึ่งณะนี้มีผู้แสดงความจำนงอภิปรายกว่า 30 คน ซึ่งอาจไม่ได้อภิปรายครบทุกคน ส่วนที่ฝ่ายค้านจะอภิปรายคุณสมบัติของรัฐมนตรีนั้น เชื่อว่ารัฐมนตรีในส่วนของพรรคจะชี้แจงได้ โดยที่สมาชิกไม่จำเป็นต้องคอยช่วยเหลือ รวมถึงนายกฯ ด้วย เพราะจนถึงขณะนี้พรรคไม่ได้รับการประสานว่าต้องลุกขึ้นช่วยนายกฯ
ด้าน น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) กล่าวว่า ได้กำชับ ส.ส.ทั้ง 10 คนของพรรคให้นั่งติดเก้าอี้ ตั้งอกตั้งใจ อย่าไปไหน ตลอดการแถลงนโยบายทั้ง 2 วัน โดยไม่ต้องถึงขั้นที่ต้องไปนั่งที่หอประชุมทีโอทีคอยคุม ส.ส.
&amp;ldquo;รัฐบาลได้จัดสรรเวลาให้พรรค 12 นาที ถือว่าเพียงพอ เขาให้มาเท่าไหร่ก็ต้องบริหารจัดการ เรามี ส.ส. 10 คน ก็ถือว่าสมน้ำสมเนื้อ&amp;rdquo; น.ส.กัญจนากล่าว
นพ.ระวี มาศฉมาดล หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่กล่าวว่า หวังว่าทุกฝ่ายจะใช้กลไกรัฐสภาอย่างสร้างสรรค์ ไม่แบ่งแยกว่าเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล เพราะ ส.ส.ถือเป็นตัวแทนปวงชนชาวไทย หากทุกคนทำหน้าที่โดยยึดประโยชน์ประชาชนเป็นที่ตั้ง เราจะได้เห็นภาพ ส.ส.ทำงานแบบไม่มีฝ่าย ซึ่งจะช่วยกู้วิกฤติศรัทธาที่ประชาชนมีต่อนักการเมืองกลับคืนมาด้วย โดยขอเสนอให้ฝ่ายค้านอภิปรายในลักษณะ 3 ต. คือ ต.ตัดอภิปรายเฉพาะประเด็นสำคัญ ต.ตัวที่สองคือ ต่อเติมในประเด็นที่เห็นว่านโยบายรัฐบาลยังไม่ครบถ้วน และ ต.ตัวที่สามคือติดตาม ชี้ให้ประชาชนเห็นถึงพันธสัญญาที่เคยหาเสียงไว้และรัฐบาลควรนำมาบรรจุไว้ในนโยบาย&amp;nbsp;
ด้านความเคลื่อนไหวของพรรคฝ่ายค้านนั้น นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ว่าที่หัวหน้าพรรค พท. กล่าวว่า พรรคได้กำหนดคนอภิปรายที่เป็นดาบ 1-2-3-4 ดาบหนึ่งอาจตกหล่น จะให้ดาบสอง ดาบสาม คอยตามต่อไป ส่วนประเด็นที่คนกังวลอยากให้นายกฯ ควบคุมอารมณ์ให้ได้นั้น เราคงไม่ไปบอกท่าน เพราะนายกฯ เกิดมาเป็นอย่างไร คงเป็นอย่างนั้น คงไม่กล้าบอกให้ท่านควบคุมอารมณ์ บอกได้เพียงว่าพรรคร่วมฝ่ายค้านทั้งหมด มีความจำเป็นที่จะมุ่งอภิปรายทั้งนายกฯ และรัฐมนตรีคนอื่นๆ รวมถึงเรื่องนโยบายรัฐบาล โดยดูจากสิ่งที่ 5 ปีที่ทำไม่ได้ เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และพรรคไม่หนักใจที่พรรค พปชร.เตรียมองครักษ์มา เพราะคงไม่สามารถประท้วง พาดพิง ผู้อภิปรายได้เท่าไหร่ หากประท้วงมาก เวลาจะยิ่งยืดออกไปมาก
เปิดรายชื่อมือชำแหละ
นอ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ว่าที่เลขาธิการพรรค พท.กล่าวว่า เราจะอภิปรายเนื้อหาสาระของนโยบาย ส่วนเรื่องคุณสมบัติรัฐมนตรีนั้น ขอให้ฝ่ายรัฐบาลอย่าประท้วง เพราะรัฐธรรมนูญกำหนดคุณสมบัติคนที่จะมาเป็นนายกฯ และรัฐมนตรีไว้ชัดเจน ถ้าคิดว่ามาดีแล้วก็อย่ากังวล รัฐมนตรีที่ถูกสงสัยต้องชี้แจง การที่ท่านจะไปทำหน้าที่ท่ามกลางความสงสัย คงไม่สง่างาม
ส่วนนายสุทินกล่าวว่า นโยบายของรัฐบาลพบว่าเนื้อหาบางส่วนขัดรัฐธรรมนูญ ส่วนจะขัดอย่างไร จะไปบอกในวันอภิปราย บางเรื่องควรบรรจุไว้กลับไม่เขียนไว้ นโยบายที่เป็นโบรชัวร์ดูแล้วเป็นเรื่องเลื่อนลอยพอสมควร สำหรับการจับคู่อภิปราย พรรคร่วมฝ่ายค้านเดินทางมาได้กว่า 80% โดยกลุ่มที่จะตรวจสอบคุณสมบัติ กลุ่มทุจริต นำโดย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย, นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน, นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม และนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ส่วนเรื่องเศรษฐกิจ มีทั้งนายไชยา พรหมา ส.ส.หนองบัวลำภู พรรค พท., นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรค พท., นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ และ น.ส.จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรค พท. เรื่องการเอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มทุนใหญ่ นำโดยนายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ พรรค พท. เรื่องการกระจายอำนาจ นำโดยนายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม พรรค พท. นโยบายการเมือง ปฏิรูปประเทศ แก้ไขรัฐธรรมนูญ มีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ ที่จะอภิปรายในลำดับต้นๆ ต่อจากนายสมพงษ์
&amp;ldquo;ผมรู้มาว่า พล.อ.ประยุทธ์อาจมาฟังแค่นายสมพงษ์พูดจบ ตอนนี้กำลังหาภารกิจบางอย่างที่จะไปทำต่อหลังจากนายสมพงษ์พูดจบ ขณะที่ ส.ว.หลายคนกำลังทำหน้าที่องครักษ์พิทักษ์รัฐบาล ก็ขอฝากเตือนท่านอาจทำในสิ่งที่ไม่ใช่หน้าที่ตัวเอง&amp;rdquo; นายสุทินเผย &amp;nbsp;
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด ว่าที่โฆษกพรรค พท.กล่าวว่า เท่าที่ได้ดูนโยบายรัฐบาลที่เตรียมแถลงต่อสภา ไม่แน่ใจว่าเป็นเอกสารแถลงนโยบายจริงหรือไม่ ดูแล้วเหมือนเป็นโบรชัวร์ นโยบายเลือกตั้งแล้วมาแม็กเย็บติดรวมกัน หลายเรื่องเป็นนโยบายที่ย้อนแย้งสับสน&amp;nbsp;
ที่ทำการพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค อนค. กล่าวว่า พรรคได้รับเวลาในการอภิปรายประมาณ 260 นาที โดยพรรคเตรียมผู้อภิปรายไว้ 18 คน โดยตนเองจะเป็นคนเริ่มอภิปราย ในเรื่องประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน การกระจายอำนาจ จากนั้นจึงเป็นคิวของ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ อภิปรายเรื่องนโยบายเศรษฐกิจทั้งหมด, นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ เรื่องโครงสร้างพื้นฐานทั้งระบบ, นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เรื่องนโยบายการเกษตร ปัญหาที่ดินทำกิน และปัญหาหนี้สินเกษตรกร, พล.ท.พงศธร รอดชมภู เรื่องความมั่นคง และปัญหาใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และนางวรรณวิภา ไม้สน พูดเรื่องประเด็นแรงงาน บัตรสวัดิการแห่งรัฐ โครงการมารดาประชารัฐ นอกจากนี้ยังมีเรื่องสิ่งแวดล้อม พลังงาน เศรษฐกิจดิจิทัล ที่เราได้เตรียมคนอภิปรายไว้อย่างสร้างสรรค์ ครบทุกมิติ
อนค.ไม่แตะคุณสมบัติ
เมื่อถามถึงเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญที่รัฐบาลได้บรรจุไว้เป็นวาระเร่งด่วนนั้น นายปิยบุตรกล่าวว่า มีการกำหนดเรื่องแก้รัฐธรรมนูญเพียง 2 บรรทัด และไม่ได้ผูกมัดตัวเองเท่าไร บอกเพียงให้ศึกษา ทำความเข้าใจในเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญเท่านั้น โดยจะอภิปรายถึงความจำเป็นในการแก้รัฐธรรมนูญ และพยายามผลักดันให้ประเด็นดังกล่าวเข้มข้นมากกว่านี้ ซึ่งตอนนี้พรรคมี ส.ส. 81 คน ไม่พอจะเสนอญัตติดังกล่าว แต่เราพยายามพูดคุยกับ ส.ส.พรรคอื่นๆ ให้ร่วมลงชื่อกัน ซึ่งทุกคนทราบดีว่าการแก้รัฐธรรมนูญยากมาก หรือเกือบเป็นไปไม่ได้ เพราะช่วงรับหลักการวาระที่ 1 ต้องมี ส.ว.ลงชื่อร่วมด้วย 84 คน ซึ่งเป็นไปไม่ได้ แต่หากเราเสนอญัตติการแก้รัฐธรรมนูญเฉพาะเรื่อง ส.ว.ตามบทเฉพาะกาล และแสดงให้ประชาชนเห็นว่า หากพวกเขาอยากแก้เรื่องนี้ โดยมี ส.ส.กลุ่มหนึ่งที่พยายามทำให้มีการแก้ แต่มี ส.ว.มาขวางก็ให้ประชาชนเห็นไปเลยว่าใครเป็นคนขวาง หรือใครเป็นผู้เสียประโยชน์ ซึ่งเรื่องนี้จะผ่านหรือไม่ ไม่เป็นไร แต่อย่างน้อยก็ต้องทำให้เห็นว่ามติของมหาชนไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้ได้เข้าไปพูดในสภา
สำหรับการอภิปรายคุณสมบัติของรัฐมนตรี นายปิยบุตรกล่าวว่า เราจะไม่เน้น แต่จะเน้นที่ตัวนโยบายในแต่ละด้านมากกว่า เพราะร่างนโยบายดูเหมือนว่าจะพูดถึงแง่ดีทั้งหมด และไม่ได้ลงรายละเอียดใดๆ เหมือนเอานโยบายของหลายๆ พรรคมาปะรวมกัน พรรคจึงจะเน้นในเรื่องการนำนโยบายเหล่านี้มาปฏิบัติว่าทำได้จริงหรือไม่ อย่างเรื่องการต่อต้านทุนผูกขาด การแข่งขันอย่างเป็นธรรม หรือเรื่องการท่องเที่ยว สิ่งแวดล้อม ที่ดินทำกิน เป็นต้น &amp;nbsp;
มีรายงานว่า นายปิยบุตรได้กำชับ ส.ส.ของพรรคขอให้เน้นที่การวิพากษ์วิจารณ์เนื้อหาสาระของร่างนโยบายเป็นหลัก โดยไม่วิจารณ์คุณสมบัติของรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล เนื่องจากพรรคร่วมฝ่ายค้านเองนั้นได้เตรียมความพร้อมพูดเรื่องนี้ในสภาอยู่แล้ว และพรรคจะพูดเรื่องนี้อีกครั้งในช่วงอภิปรายไม่ไว้วางใจต่อไป. &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41765</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชวน หลีกภัย, ชำแหละนโยบายรัฐบาล, ถกนโยบายรัฐบาล, นโยบายรัฐบาล, วิษณุ  เครืองาม, หนังสือพิมพ์, อภิปรายแถลงนโยบายรัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190723/image_big_5d371c07e7d92.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
