<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>95086</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/03/2021 13:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/03/2021 13:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มาดามเดียร์&#039; ขอคนนั่งเก้าอี้รัฐมนตรี  มีความรู้ ความสามารถและวิสัยทัศน์บริหารประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 มี.ค.64 - นางสาววทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงการเข้าชี้แจงต่อคณะกรรมการพรรคพลังประชารัฐ กรณีลงมติงดออกเสียงนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐฒนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่า ส.ส.กลุ่มดาวฤกษ์ได้ชี้แจงเหตุผลกับคณะกรรมการแล้ว บรรยากาศเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยได้ชี้แจงตามข้อเท็จจริง &amp;nbsp;เราเองในฐานะ ส.ส.กทม.อย่างวันนี้เรามาในเขต วังทองหลาง ก็เป็นพื้นที่หนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้ม ประชาชนได้รับผลกระทบ การงดออกเสียงถือเป็นมารยาททางการเทืองแล้ว จึงอยากให้ทาง รมว.คมนาคม ทราบถึงปัญหาที่เกิดขึ้น และนำเสียงสะท้อนไปแก้ไขในการดำเนินการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในช่วงรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้ความสำคัญต่อการ ขยายขนส่งสาธารณะ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และสร้างความสะดวกในการเดินทางแก่พี่น้องประชาชน ซึ่งถือได้ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ จึงอยากให้ รมว.คมนาคมให้ความสำคัญ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า ในคณะกรรมการดูจะให้บทบาทนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ &amp;nbsp;มองว่าเป็นเกมในการผลักดันช่วงปรับครม.หรือไม่ นางสาววทันยา กล่าวว่า ไม่น่าจะเป็นแบบนั้น เพราะคนเป็นประธานคือนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ เป็นคนหลักในการซักถาม แต่ที่เห็นว่าเข้าไปชี้แจงนาน เพราะเป็นการเรียกคุยรายบุคคลส.ส. แต่ละคนใช้เวลาคนละ 10 นาที ทุกอย่างเรียบร้อยดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;มั่นใจว่าสิ่งที่เราทำอยู่บนความสุจริต ชอบธรรม จึงหวังว่าคณะกรรมการจะให้ความเป็นธรรม ส่วนมติจะออกมาเป็นอย่างไรพวกเราก็พร้อมน้อมรับ แต่เชื่อว่าผู้ที่ทำด้วยความสุจริตรัฐธรรมนูญจะคุ้มครอง&amp;quot; นางสาววทันยา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าคิดอย่างไรกับรายชื่อ ครม.ที่ปรากฎเป็นข่าวในตอนนี้ น.ส.วทันยา กล่าวว่า ที่ผ่านมาคงเป็นความเห็นที่หลากหลายของพรรค วันนี้คงต้องรอฟังจากพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเป็นคนคัดเลือก รายชื่อที่ออกมาอาจมีการคุยกันทั่วไป ยังไม่ชัดเจนว่าเป็นใคร อย่างไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่สิ่งสำคัญ ในฐานะ ส.ส. อยากเห็นคนที่จะมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี เป็นคนมีประสบการณ์ มีความรู้ ความสามารถ มีวิสัยทัศน์ ในการทำงานบริหารประเทศ และช่วยเหลือประชาชนที่กำลังเดือดร้อนทั้งจากโควิด-19และภาวะเศรษฐกิจที่ต่ำ เพราะไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรีกระทรวงใดล้วนสามารถช่วยแก้ไขและวางรากฐานประเทศได้ทั้งสิ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95086</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปรับครม., พปชร., พลังประชารัฐ, มาดามเดียร์, วทันยา วงษ์โอภาสี, อภิปรายไม่ว้วางใจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210305/image_big_6041cfde7d216.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93444</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/02/2021 14:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/02/2021 14:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จุรินทร์&#039; โต้เดือดปมถุงมือยาง ฉะเลขาฯเพื่อไทย อภิปรายเท็จ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.พ.64 - นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ &amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ลุกขึ้นชี้แจงว่า ตนเห็นด้วยเกือบจะเรียกว่าทุกประการ ไม่มีอะไรไปโต้แย้ง แต่ขอปฏิเสธว่าไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องหรือยุ่งเกี่ยวกับโครงการนี้ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นทางการหรือไม่เป็นทางการ หรือแอบสั่งการในที่ลับหรือแจ้งก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมต้องขออภัยที่ต้องใช้คำว่าผู้อภิปรายโกหกหลายประการต่อที่ประชุม โดยเรื่องกมธ.พาณิชย์ ที่หยิบยกขึ้นมาเอ่ยอ้างว่ามีการกล่าวพาดพิงถึงรัฐมนตรี มีจริงแต่อ้างไม่หมด ส่วนที่บอกว่าผมไม่เคยตั้งกรรมการสอบ ไม่อายัดเงินหรือหน่วยงานมีอำนาจไม่อายัดเงิน หรือไม่ดำเนินคดีหรือไม่เคยให้สัมภาษณ์ออกสื่อหรือแถลงข่าวไม่เป็นความจริง เพราะมีการตั้งกรรมการสอบโดยอคส. และผมก็ให้สัมภาษณ์กับสื่อเรื่องนี้ตลอดเพียง แต่ไม่ได้เป็นข่าวใหญ่โตพาดหัวเท่านั้นเอง ส่วนกรณีที่บอกว่าหลังย้ายอดีตรักษาการผู้อำนวยอคส.นายกฯไม่ได้ทำอะไรเลย นั่งเฉย ขอชี้แจงเพื่อความเป็นธรรมว่าทันทีที่ผมทราบเรื่องนี้ ก็ดำเนินการจนย้ายอดีตรักษาการผู้อำนวยการอคส.ไปประจำสำนักนายกฯโดยคำสั่งของนายกฯและเมื่อมีการตั้งกระทู้ก็ได้มอบหมายให้ผมตอบกระทู้และติดตามความคืบหน้ามาโดยลำดับ&amp;rdquo; รมว.พาณิชย์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุรินทร์ กล่าวว่า สำหรับการเอ่ยอ้างถึงประธานบอร์ดบอกว่าใกล้ชิดเป็นคนสนิทนายบัญญัติ สิ่งหนึ่งที่อยากบอก คือไม่ว่าคุณจะรู้จักใคร รู้จักผู้ใหญ่ขนาดไหน รู้จักนายกฯ หรือรัฐมนตรี ไม่ได้แปลว่าจะมีอำนาจล้นฟ้าหรือทำอะไรก็ได้ เมื่อทำผิดกฎหมายต้องเข้าคุก เรื่องนี้ตนไม่ยอม ไม่ว่าใครทุจริตโครงการนี้ก็ตาม จะจัดการทั้งทางวินัย แพ่ง อาญา จนถึงที่สุด ตราบเท่าที่ยังอยู่ในอำนาจหน้าที่และกฎหมายให้อำนาจ ขอพูดไว้ต่อสภาฯไม่ใช่ไปพูดที่ใด การเอาเทปมาเปิดและตีความผิดเพื่อจงใจใส่ความ ทำให้คนเข้าใจผิดว่ารัฐมนตรีเข้าไปเกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุรินทร์ กล่าวต่อว่า ผู้อภิปรายถามว่าตอนทำสัญญาแสนล้านตนไปอยู่ที่ใด ตนตอบไม่ถูก เพราะไม่ทราบ เนื่องจากไม่ได้ไปร่วมกระบวนการสมคบกับใครทำสัญญาแสนกว่าล้านบาท ขอชี้แจงว่า อคส.เป็นรัฐวิสาหกิจของบกระทรวงฯไม่ใช่ส่วนราชการที่รัฐมนตรีมีอำนาจไปสั่งปฏิบัติราชการหรือสั่งการทางนโยบายได้ และคนที่มีอำนาจวางนโยบายคือบอร์ดเท่านั้น และมีอำนาจเป็นผู้บังคับบัญชาของผู้อำนวยการในการแต่งตั้งถอนถอด โดยขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี(ครม.) แต่รัฐมนตรีมีอำนาจจำกัดตามพระราชกฤษฎีกา อคส.ฉบับใหม่ 2535 เนื่องจากนำรัฐมนตรีออกจากการเป็นประธานบอร์ด แต่ให้ผู้ทรงคุณวุฒิมาทำหน้าที่แทนเหมือนรัฐมนตรีกลายเป็นบุรุษไปรษณีย์ ระหว่างครม. บอร์ด ผู้อำนวยการและพนักงาน ไม่มีอำนาจบังคับบัญชา ต่างจากกรมที่รัฐมนตรีดูแล เพราะต้องการให้อคส.เป็นอิสระจากฝ่ายการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุรินทร์ กล่าวอีกว่า ทันทีที่ผู้อำนวยการ อคส.คนใหม่ รับทราบความไม่ชอบมาพากล และรายงานให้ตนทราบ ไม่ได้แปลว่าตนไม่ได้ทำอะไร เพราะใช้อำนาจที่มีอยู่จำกัดดำเนินการร่วมกับผู้อำนวยการอคส.หลายอย่าง ดังนั้น การบอกว่าทำเป็นทองไม่รู้ร้อนเป็นการใส่ความ เพราะหลังจากที่ได้รายงานนายกฯแล้ว นายกฯก็ลงนามคำสั่งย้ายไปประจำสำนักนายกฯ มีการตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง จากนั้นก็มีมติระงับโครงการทันที และผู้อำนวยการอคส.ก็ไปกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อดำเนินคดีกับอดีตรักษาการอคส.กับพวก และบริษัท การ์เดียนโกลฟส์ รวมทั้งแจ้งสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อขอให้ตรวจสอบเส้นทางการเงินและอายัดบัญชีของอดีตรักษาการผู้อำนวยการอคส.กับพวก หลังจากนั้นได้ยื่นป.ป.ช.เอาผิดกรณีใช้อำนาจหน้าที่โดยทุจริต เป็นต้น โดยตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ก็มีการรายงานให้ตนทราบเป็นระยะๆ ซึ่งตนก็รับทราบและสั่งให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมว.พาณิชย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ทางผู้อำนวยการอคส.คนใหม่ รายงานผลการสอบสวนของคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2564 ว่าขณะนี้สอบเสร็จแล้ว มีเอกสาร 2,268 แผ่น พบผู้ที่เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดเพิ่มเติมจากอดีตรักษาการอคส. 1 คน แต่มีเพิ่มอีก 2 คน รวมเป็น 3 คน และได้รายงานข้อเท็จจริงต่อบอร์ดแล้วมีมติรับทราบ ขณะเดียวกันผู้อำนวยการอคส.คนใหม่ ส่งสำเนารายงานการตรวจสอบไปยังป.ป.ช. เพื่อประกอบการพิจารณาไต่สวนดำเนินคดี และนำผลที่พบว่ามีผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติมไปดำเนินการตั้งกรรมการสอบตามขั้นตอนทางวินัยของระเบียบอคส.ต่อไป ซึ่งตนได้รับทราบ และสั่งเร่งดำเนินการทางวินัย แพ่ง อาญา เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อทางราชการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมได้ทำทุกอย่างเรียกได้ว่าครบถ้วนด้วยความปรารถนาอย่างแท้จริงที่ตั้งใจจะนำคนผิดมาลงโทษ และเอาเงิน 2 พันล้านของอคส.พร้อมดอกเบี้ยกลับคืนมาเป็นของรัฐโดยเร็ว ภายใต้อำนาจที่มีอยู่ ส่วนที่ห่วงว่ามีการอายัดบัญชีหรือไม่ ขณะนี้ปปง.ได้ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว ที่ผมพูดได้เพราะไม่ได้แทรกแซงหรือล้วงความลับ แต่ทางประธานป.ป.ช.แถลงตั้งอนุกรรมการไต่สวนและลงมติอายัดบัญชีที่เกี่ยวข้องไว้แล้ว แต่ไม่สามารถเปิดเผยจำนวนเงินได้&amp;rdquo; รมว.พาณิชย์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุรินทร์ กล่าวด้วยว่า การที่ท่านหยิบยกการให้การของอดีตรักษาการของผู้อำนวยการอคส.ขึ้นมาพูด โดยระบุว่าอดีตรักษาการผู้อำนวยการอคส.พูดพาดพิงว่า ตนรับทราบเรื่องการจัดซื้อถุงมือยางนั้น ท่านฟังความข้างเดียว เสียยี่ห้ออดีตรัฐมนตรี เพราะรายงานนี้ตนไม่เคยมีโอกาสไปชี้แจง มีแต่อดีตรักษาการผู้อำนวยการอคส.เท่านั้น ทำไมนายประเสริฐจึงหัวอ่อนเช่นนี้ อย่างไรก็ตาม ตนให้ฝ่ายกฎหมายไปดูว่าดำเนินคดีได้หรือไม่ เพราะคนอย่างตนใครมากล่าวหาว่าโกง ไม่มีวันยอม ทนายความคนหนึ่งหาว่าตนโกงหน้ากาก ตนฟ้องดำเนินคดีไปแล้ว เพราะฉะนั้นการกล่าวอ้างอะไรอย่าฟังความข้างเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุรินทร์ ยังกล่าวอีกว่า ส่วนเทปที่เปิดนั้น ตนจับความได้ว่าจะเก็บไว้ให้รัฐมนตรีเป็นผลงาน เดี๋ยวจะให้รัฐมนตรีมากด เป็นอะไร ตนก็ไม่ทราบหรือทำอะไรก็ไม่ทราบ แต่ท่านไปพูดว่ามากดเงิน มันเจตนาอะไร มันมีตรงไหนที่บอกว่ารัฐมนตรีเข้าไปเกี่ยวข้องในทางมิชอบกับการทำสัญญาซื้อขายถุงมือยาง งานนี้จะให้เป็นผลงานรัฐมนตรี ตนไม่รับ เพราะงานนี้มันคือผลงานอัปยศ บอกเลยจะนิมนต์ตนไปเป็นประธานกดปุ่มอะไร ตนไม่รับนิมนต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการตั้งประธานบอร์ดมีขั้นตอนตามกฎหมายที่กำหนดไว้ การบอกว่าได้ประธานบอร์ดที่ไม่มีคุณสมบัติ ตนไม่มีหน้าที่ปกป้อง เพราะสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.)เขาเลือกท่านนี้มาทำหน้าที่ตามขั้นตอน ท่านถามว่าเหตุใดไม่ต้องกรรมการสอบประธานบอร์ด ปล่อยปละ ละเลย ขอชี้แจงว่า ตนไม่ตั้งกรรมการสอบ เพราะมีอำนาจหรือไม่ และเรื่องนี้ส่งไปยังป.ป.ช.แล้ว เนื่องจากมีอำนาจในการตรวจสอบ สิ่งที่เขียนในญัตติว่าพฤติกรรมของตนไม่มีธรรมาภิบาล แต่ท่านกำลังเรียกร้องอะไร ท่านเรียกร้องให้ตนใช้ธรรมาภิบาลหรือลุแก่อำนาจ อยากปลดใครก็ปลด อยากสอบใครก็สอบ ท่านทราบหรือไม่ว่าคนที่ลุแก่อำนาจ เคยมีตัวอย่างปรากฎให้เห็นมาแล้ว อดีตนายกรัฐมนตรี ท่านคงรู้จักดี &amp;nbsp;จำได้ ไปย้ายอดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) สุดท้ายไปศาลปกครองสูดสุดและตัดสินว่าใช้อำนาจโดยไม่ชอบ ไปศาลรัฐธรรมนูญตัดสินว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ผมกำลังอธิบายว่าเหตุใดไม่ตั้งกรรมการสอบ ไม่ปลดประธานบอร์ด ไม่ต้องการใช้อำนาจที่ลุแก่อำนาจโดยไม่ชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม หากป.ป.ช.ชี้มูลว่าใครเข้าไปเกี่ยวข้องกับการทำความผิด ตนจะดำเนินการทุกวิถีทางภายใต้อำนาจและไปสู้คดีเองในชั้นศาลและอัยการ และสิ่งที่ตนจะทำต่อไปคือ หากกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงตามระเบียบอคส.ชี้ว่าใครผิดจะตั้งกรรมการสอบวินัยต้องรับโทษอย่างไร รวมทั้งตั้งกรรมการพิจารณาความรับผิดทางละเมิดโดยส่งให้กรมบัญชีกลางพิจารณาตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง และเมื่อป.ป.ช.ชี้มูลส่งอัยการฟ้องศาล อคส.โดยผู้อำนวยการฯจะยื่นคำร้องขอให้ศาลพิจารณาคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาด้วย และทันทีที่ป.ป.ช.ชี้มูลกำหนดโทษส่งให้อคส.จะเร่งให้ผู้อำนวยการอคส.ลงโทษโดยเร็วที่สุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93444</URL_LINK>
                <HASHTAG>อภิปรายไม่ว้วางใจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210218/image_big_602e0eea6ea51.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58424</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/02/2020 14:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/02/2020 12:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บิ๊กภูมิใจไทยเฉ่ง &#039;เสี่ยตือ&#039; ปล่อยลูกชายแหกมติพรรค!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.พ.63 - ที่รัฐสภา นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ในฐานะเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวภายหลังการลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ส.ส.พรรคภูมิใจไทยได้ลงมติไว้วางใจพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม พร้อมคณะครบทั้ง 61 คน โดยไม่มีใครลงคะแนนสวนมติพรรค ส่วนกรณีร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ที่มีงดออกเสียงมากกว่ารัฐมนตรีคนอื่นถึง 5 เสียงนั้นล้วนมาจากส.ส.พรรคเศรษฐกิจใหม่ทั้งสิ้น ขณะที่กรณีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้รับคะแนนไว้วางใจเพิ่ม 5 คะแนน ก็มาจากส.ส.พรรคเพื่อไทย 2 คะแนน และ ส.ส.พรรคเสรีรวมไทย 3 คะแนน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวแจ้งว่าในช่วงเช้าก่อนลงมติอภิปรายฯ พรรคภูมิใจไทยได้มีการประชุมส.ส.เป็นการภายใน โดยให้ส.ส.แสดงความคิดเห็น ซึ่งมีส.ส.บางคนไม่พอใจการชี้แจงของรัฐมนตรีบางคนที่ไม่สามารถชี้แจงข้อเท็จจริงได้ แต่แกนนำพรรคระบุว่าพรรคจำเป็นต้องโหวตสนับสนุน เพราะเราเป็นพรรคร่วมรัฐบาล และเรื่องวินัยของพรรคสำคัญที่สุด ดังนั้นจึงส่งผลให้ส.ส.ทั้ง 61 คนโหวตไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อแสดงความเป็นเอกภาพของพรรค&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่กรณีนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย &amp;nbsp;และนายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ไม่ลงคะแนนเสียงลงมติขอปิดการอภิปรายในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคคเมื่อวันที่ 27 ก.พ. ได้สร้างความไม่พอใจให้กับแกนนำพรรคถึงขั้นมีการตำหนิและไปพูดคุยกับนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ซึ่งเป็นบิดาว่าบุตรชายควรคำนึงถึงวินัยของพรรคมากกว่าผลประโยชน์ส่วนตัวที่ต้องการสร้างภาพลักษณ์ว่าเป็นคนรุ่นใหม่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58424</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรวีร์ ปริศนานันทกุล, การเมือง, ซักฟอก, ภราดร ปริศนานันทกุล, ภูมิใจไทย, สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล, อภิปรายไม่ว้วางใจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200227/image_big_5e57d26d37069.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
