<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116144</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2021 13:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2021 13:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สภาฯ เชิญ &#039;ส.ส.เพื่อไทย&#039; ให้ข้อมูลนายกฯแจกเงิน เผยตั้งคกก.สอบให้เสร็จภายใน 30 วัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ย.64 - เมื่อเวลา 12.00 น. ที่รัฐสภา นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร แถลงว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมามีการประชุม ตามคำสั่งสภาผู้แทนราษฎร ที่ 22/2564 เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีที่นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย เปิดเผยเมื่อวันที่ 2 ก.ย. ระหว่างที่มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายกรัฐมนตรีแจกจ่ายเงินให้ส.ส. ที่ชั้น 3 อาคารรัฐสภา อย่างไรก็ตาม วันนี้ช่วงเย็น เวลา 16.00 น. ทางคณะกรรมการได้เชิญนายวิสารให้ข้อมูล และจะเชิญคนอื่นๆ ต่อไป ซึ่งก็ต้องขอความร่วมมือจากทุกคน เพราะเป็นเรื่องสำคัญต่อภาพลักษณ์ของส.ส. และสภาฯ ซึ่งทางสภาเองมีข้อมูลบางส่วนอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.สุกิจ กล่าวต่อว่า คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าว จำนวน 5 คน โดยมีนางพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานกรรมการฯ โดยให้ดำเนินการตรวจสอบรวบรวมข้อเท็จจริง และพยานหลักฐาน ให้แล้วเสร็จภายใจ 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ประธานกรรมการรับทราบคำสั่ง พร้อมทั้งให้นำเสนอสำนวนการตรวจสอบ ต่อประธานสภาฯ เพื่อพิจารณาต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า สามารถเปิดเผยข้อมูลที่ทางคณะกรรมการระบุว่ามีอยู่แล้วได้หรือไม่ นพ.สุกิจ กล่าวว่า ข้อมูลที่มีอยู่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะเป็นการรวบรวมข้อมูลจากหลายฝ่าย รวมถึงภาพจากกล้องวงจรปิด ทั้งนี้ ในวันดังกล่าวเมื่อนายชวน ลงจากบัลลังก์ ได้ตรงไปที่ห้องชั้น 3 ทันที ซึ่งในห้อง และหน้าห้องดังกล่าว ไม่มีกล้องวงจรปิด แต่อาจจะโยงใยไปถึงส่วนอื่นๆได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116144</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์, วิสาร เตชะธีราวัฒน์, อภิปรายไม่ไว้วางใจ, แจกเงิน ส.ส.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210903/image_big_613196201895f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116098</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หลักฐานชัดมัดถุงขนม‘บิ๊กตู่’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;สมศักดิ์&amp;rdquo; ยันปัญหาร้าวฉาวใน พปชร.แค่จินตนาการ ยกประสบการณ์อ้าง ส.ส.มักให้เรื่องจบแล้วจบเลย &amp;ldquo;เพื่อไทย&amp;rdquo; ตีปี๊บอภิปรายไม่ไว้วางใจสำเร็จตามเป้า เตรียมทาเกลือ สัปดาห์หน้าหารือส่งเรื่องขยี้ต่อ &amp;ldquo;สุทิน&amp;rdquo; มั่นใจกรณีแจกเงิน 5 ล้านมัดแน่น มีทั้งคลิป-กล้องวงจรปิด-พยานบุคคล &amp;ldquo;เรืองไกร&amp;rdquo; ส่งอีเอ็มเอสถึงลุงตู่ทบทวนมติ ครม.อุ้มดาวเทียม ชี้อาจผิดกฎหมายขัดรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันพุธที่ 8 กันยายน นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกระแสความขัดแย้งภายในพรรค ว่าดูเหมือนไม่มีอะไร เพราะจากประสบการณ์ด้านการเมือง หากกรณีไหนผ่านพ้นไปแล้ว ส่วนใหญ่ ส.ส.จะทำความเข้าใจกันได้ดี สิ่งที่เป็นข่าวออกไปทั้งหมดคิดว่าอาจมีเรื่องจริงบ้าง และอีกส่วนหนึ่งเป็นเรื่องของจินตนาการของแต่ละคน การคิดว่าความสัมพันธ์ต่างๆ จะก้าวไปถึงการมีปัญหามากขึ้นหรือไม่ เป็นเรื่องของจินตนาการ แต่ในข้อเท็จจริงคิดว่าไม่น่ามีอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงเรื่องแก๊ง 4 ช. นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ไม่ทราบ เพราะยังไม่มีการประชุมพรรค หลังจากที่อภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นรายบุคคล แต่ทุกอย่างเป็นปกติดี การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 7 ก.ย. ก็เห็นไปครบถ้วนดี ถามต่อถึงกระแสข่าวปรับเปลี่ยนเลขาธิการพรรค นายสมศักดิ์กล่าวว่า อย่างที่เรียนตั้งแต่ต้นแล้วว่า เรื่องจริงยังไม่มี แต่เรื่องของจินตนาการของทุกคนที่ว่ากันไป ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงกรณีศาลฎีกามีคำสั่งให้นายฉลอง เทอดวีระพงศ์ และนายภูมิศิษฏ์ คงมี ส.ส.พัทลุง พรรค ภท. หยุดปฏิบัติหน้าที่ในคดีเสียบบัตรแทนกัน ว่าทั้งสองก็ต้องต่อสู้ไปตามกระบวนการ เรื่องนี้คาดไว้ก่อนหน้านี้แล้ว เพราะศาลเคยสั่งให้ ส.ส.พรรค พปชร.หยุดปฏิบัติหน้าที่ในคดีเดียวกันมาก่อนแล้ว ซึ่งก็ทำให้เสียงของพรรคที่จะโหวตเรื่องสำคัญหายไป 2 เสียง แต่ถึงแม้ไม่ได้ทำหน้าที่ในสภา ก็ยังลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนได้ เพราะยังเป็น ส.ส.อยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าแม้ 2 เสียงหายไป แต่มีเสียงอื่นมาเติมหลายคน นายศุภชัยตอบว่า ยังไม่ได้นับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวว่า พรรคร่วมฝ่ายค้าน 6 พรรค ได้หารือสรุปการทำงานหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล เพื่อสรุปจุดอ่อน จุดแข็งการอภิปรายที่ผ่านมา ซึ่งพอใจผลการทำงาน เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยวัดจากประชาชนที่อยู่ในเกณฑ์พึงพอใจ ซึ่งอาจบกพร่องเรื่องการวางน้ำหนักวางตัวบุคคลเพื่ออภิปรายอยู่บ้าง ส่วนคะแนนโหวตก็เป็นไปตามคาด ไม่เคยมีรัฐบาลแพ้โหวตในสภา&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทินกล่าวอีกว่า สิ่งที่พรรคร่วมฝ่ายค้านได้อภิปรายไป พบว่ารัฐมนตรีตอบไม่ชัดเจนหลายประเด็น เจตนาหลีกเลี่ยงไม่ตอบ เช่น เรื่องส่วนต่างราคาวัคซีนซิโนแวค ซึ่งรัฐบาลยังไม่แสดงหลักฐานการซื้อ รวมถึงเรื่องการจัดซื้อแบบจีทูจี ที่ฝ่ายค้านเอาหลักฐานการเสียภาษีมาแสดงในส่วนนี้รัฐบาลก็ไม่ตอบ เรื่องชุดตรวจโควิดแบบ ATK ยังมีเงื่อนงำ บริษัทหนึ่งประมูลแล้วเซ็นสัญญาอีกบริษัท รวมถึงเรื่องทุจริตยาง รัฐบาลตอบแบบเลี่ยงบาลี ไม่ตอบตรงๆ เบื้องต้นมี 3-4 เรื่องที่พรรคร่วมฝ่ายค้านจะยื่นดำเนินคดีต่อไป ประกอบด้วย 1.เรื่องการจัดซื้อวัคซีนซิโนแวค 2.การที่นายกรัฐมนตรีใช้อำนาจในการแทรกแซง หรือล้มกระบวนการจัดซื้อชุดตรวจ ATK เป็นการประพฤติมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 3.เรื่องยางพารา และ 4.การทุจริตในกองทัพอากาศ โดยสัปดาห์หน้าผู้อภิปรายทุกคนจะเข้ามาหารือเพิ่มเติม ซึ่งอาจจะมีหลายคดีกว่านี้ การจะยื่นเอาผิดแต่ละเรื่องนั้นจะพิจารณากันต่อไปว่า เรื่องใด ควรยื่นให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หรือหน่วยงานอื่นให้ตรวจสอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า สถานทูตจีนประณามคนด้อยค่าวัคซีน พรรค พท.จะชี้แจงเรื่องนี้อย่างไรหรือไม่ นายสุทินกล่าวว่า คงไม่ต้องปรับความเข้าใจอะไร เพราะการพูดถึงวัคซีนซิโนแวคเป็นการอ้างหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ และองค์การที่น่าเชื่อถือ เราไม่ได้เอาความรู้สึกส่วนตัวมาพูด
พท.ตามขยี้แจกเงิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทินยังกล่าวว่า เรื่องใหญ่ที่สุด คือ เหตุการณ์แจกจ่ายเงินบนชั้น 3 อาคารรัฐสภา เพื่อจูงใจให้ ส.ส.ลงคะแนน ตามที่นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรค พท.เปิดประเด็น เรื่องนี้พบว่ามีหลักฐานหลายอย่าง และเชื่อมั่นว่าจะดำเนินการกับผู้กระทำผิดได้ โดยจะรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติมยื่นต่อคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร จะติดตามเรื่องนี้จนถึงที่สุด และอาจยื่นต่อคณะกรรมการจริยธรรม ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ เป็นประธานด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงหลักฐานเพื่อที่จะเอาผิดกรณีแจกจ่ายเงินชั้น 3 อาคารรัฐสภา นายสุทินกล่าวว่า มีทั้งภาพจากกล้องวงจรปิดที่เราไปขอล็อกไว้ ภาพถ่าย พยานบุคคล ซึ่งแบ่งเป็นคนที่พบเห็นเหตุการณ์ ซึ่งมีอยู่ไม่น้อย และคนที่ได้รับการทาบทาม แต่เขาปฏิเสธ แม้นายกฯ ไม่ใช่ผู้จ่ายเอง แต่ก็อาจเชื่อมโยงไปถึงได้ มีบุคคลที่เป็นตัวแทนจ่าย จะเป็นคนแรกที่ถูกร้องดำเนินคดี ยืนยันว่ามีพยานสมบูรณ์ คนที่ได้รับการทาบทามแล้วยินดีที่จะมาเป็นพยาน และต่อสู้คดีในศาลให้เราด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การแจกจ่ายเงิน ส.ส.เป็นเรื่องความเสียหายต่อสภามาก จะไม่ปล่อยให้เรื่องนี้จบลงไปโดยไม่ชัดเจน แต่จะติดตามให้ถึงที่สุด คนที่อยู่ในกระบวนการแจกจ่ายเงินต้องถูกดำเนินคดีและลงโทษอย่างถึงที่สุด คาดว่าช่วงต้นเดือน ต.ค.น่าจะยื่นต่อองค์กรต่างๆ ได้ ทั้ง ป.ป.ช.และศาลรัฐธรรมนูญ เป็นต้น&amp;rdquo; นายสุทินกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะผู้อภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ยื่นหนังสือต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้พิจารณาคำร้องกรณีกล่าวหาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมาย เพื่อให้พิจารณาส่งคำร้องดังกล่าวไปยัง ป.ป.ช.ให้ไต่สวน และดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ หรือตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตตามอำนาจหน้าที่ต่อไป ประเด็นเกี่ยวการจัดหายุทโธปกรณ์ของกองทัพอากาศ (ทอ.) 3 โครงการ มูลค่าเกือบ 3 พันล้านบาท ที่เข้าข่ายการดำเนินการที่ขัดต่อระเบียบและกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.อ.อนุดิษฐ์เปิดเผยว่า เรื่องที่อภิปรายไม่ใช่การกล่าวหา แต่มีข้อเท็จจริงพร้อมเอกสารและคำให้การของผู้เกี่ยวข้องในชั้น กมธ. โดยทั้ง&amp;nbsp; 3 โครงการ ได้แก่ โครงการพัฒนาและปรับปรุงระบบป้องการทางอากาศ ระยะที่ 7 ( N-SOC C2) โครงการพัฒนาการป้องกันฐานที่ตั้งทางทหารของกองทัพอากาศ (GBAD) และโครงการจัดหาทดแทนวิทยุพื้นดิน-อากาศ ซึ่งความไม่ชอบมาพากลในกระทรวงกลาโหม โดยเฉพาะใน ทอ.ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ กำลังตรวจสอบความผิดปกติในการใช้งบประมาณในปี 2564 อยู่อีกหลายโครงการ มั่นใจว่า กมธ.จะหาผู้กระทำผิด และส่งรายละเอียดให้ ป.ป.ช.ดำเนินการตรวจสอบต่อไปได้อย่างแน่นอน
เรืองไกรท้วงมติดาวเทียม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ&amp;nbsp; อดีต กมธ.พิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 ระบุว่า ในฐานะที่เคยตรวจสอบเรื่องเดิมเกี่ยวกับสัมปทานดาวเทียม ซึ่งหลายคดีที่เกิดขึ้นในอดีต เป็นการทุจริตเชิงนโยบาย เห็นว่ามติ ครม.เมื่อวันที่ 7 ก.ย.2564 ในการแก้สัญญาสัมปทานดาวเทียมไทยคม อาจไม่ชอบด้วยกฎหมายและรัฐธรรมนูญ โดยในมติ ครม. มี 2 กรณี คือ 1.กรณีการแก้ไขสัญญาดำเนินกิจการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศ (สัญญาฉบับที่ 5)&amp;nbsp; ครม.เห็นชอบให้ บมจ.อินทัช โฮลดิ้งส์ ถือหุ้นใน บมจ.ไทยคม ไม่ต่ำกว่า 51% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด และให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ดำเนินการแก้ไขสัญญาตามขั้นตอนของ พ.ร.บ.การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ.2562 และ 2.กรณีดาวเทียมไทยคม 4 (ไอพีสตาร์) ครม.เห็นชอบให้แก้ไขเพิ่มเติมสัญญา โดยกำหนดให้ดาวเทียมไทยคม 4 ผนวกเข้ามาเป็นดาวเทียมภายใต้สัญญา ทั้งนี้ ให้แก้ไขสัญญาตามขั้นตอนของ พ.ร.บ.การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ.2562
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเรืองไกรกล่าวอีกว่า มติ ครม.ดังกล่าวต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม) พ.ร.บ.ร่วมลงทุนฯ และรัฐธรรมนูญ 2560 แต่จากการพิจารณาศึกษาข้อกฎหมายและบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้อง มีประเด็นว่า มติ ครม.อาจขัดต่อกฎหมายและรัฐธรรมนูญ และมติ ครม.มิใช่กฎหมาย การอาศัยเพียงประกาศของคณะกรรมการ กสทช. อาจหาเพียงพอไม่ มติ ครม.ครั้งนี้ ยังอาจส่อไปในทางเป็นการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม ตาม พ.ร.ป.ป.ป.ช. 2562 หมวด 6 อีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เพื่อให้มติ ครม.ดังกล่าวไม่ขัดหรือแย้งต่อกฎหมายและรัฐธรรมนูญ ไม่ผิดพลาดเหมือนรัฐบาลในอดีต ซึ่งรัฐมนตรีบางคนในรัฐบาลชุดนี้เคยร่วมกระทำผิดจนตกเป็นจำเลยมาแล้ว จึงมีเหตุที่ควรแจ้งเตือนนายกฯ ให้ทราบ อีกทั้งเรื่องนี้มีรายละเอียดมาก ความไม่รอบคอบและเร่งรีบอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อรัฐตามมาได้ จึงได้ส่งหนังสือทางไปรษณีย์ EMS ถึงนายกฯ เพื่อขอให้พิจารณาโดยละเอียดรอบคอบก่อนว่า มติ ครม. 7 ก.ย.เกี่ยวกับการแก้สัญญาสัมปทานดาวเทียมไทยคมนั้นชอบด้วยกฎหมายและรัฐธรรมนูญหรือไม่&amp;rdquo; นายเรืองไกรระบุ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116098</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขัดรัฐธรรมนูญ, ถุงขนม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อภิปรายไม่ไว้วางใจ, อุ้มดาวเทียม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210901/image_big_612f8d30c17c0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116041</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2021 17:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2021 14:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ฝ่ายค้าน’โวมีหลักฐานมัดทั้งพยาน-คลิปแจกเงิน5ล้าน!   </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ก.ย.2564 - &amp;nbsp;นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านทั้ง 6 พรรค ได้หารือสรุปการทำงานหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล เป็นการสรุปจุดอ่อน จุดแข็งการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านมา พอใจผลการทำงาน เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ วัดจากความพึงพอใจจากประชาชนอยู่ในเกณฑ์พึงพอใจ อาจจะมีข้อบกพร่องเรื่องการวางน้ำหนักในการวางตัวบุคคลเพื่ออภิปรายอยู่บ้าง ส่วนคะแนนโหวตไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลที่ออกมาเป็นไปตามคาด ไม่เคยมีรัฐบาลแพ้โหวตในสภา แต่ครั้งนี้มีปัจจัยการโหวตชนะที่ไม่ชอบมาพากล ซึ่งเป็นเรื่องใหม่ที่เกิดขึ้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุทินกล่าวว่า สมาชิกพรรคร่วมฝ่ายค้านได้อภิปรายไป พบว่ารัฐมนตรีในรัฐบาล ตอบไม่ชัดเจนหลายประเด็น เจตนาหลีกเลี่ยงไม่ตอบ เช่น เรื่องส่วนต่างราคาวัคซีนซิโนแวค วันนี้รัฐบาลยังไม่แสดงหลักฐานการซื้อ รวมถึงเรื่องการจัดซื้อแบบจีทูจี ที่ฝ่ายค้านเอาหลักฐานการเสียภาษีมาแสดง ในส่วนนี้รัฐบาลก็ไม่ตอบ เรื่องชุดตรวจโควิดแบบ ATK ยังมีเงื่อนงำ บริษัทหนึ่งประมูลแล้วเซ็นสัญญากับอีกบริษัท รวมถึงเรื่องทุจริตยาง รัฐบาลตอบแบบเลี่ยงบาลีไม่ตอบตรงๆ เบื้องต้นมี 3 &amp;ndash; 4 เรื่อง ที่พรรคร่วมฝ่ายค้านจะยื่นดำเนินคดีต่อไป ประกอบด้วย &amp;nbsp;
1.เรื่องการจัดซื้อวัคซีนซิโนแวค 2.การที่นายกรัฐมนตรีใช้อำนาจในการแทรกแซง หรือล้มกระบวนการจัดซื้อชุดตรวจ ATK &amp;nbsp;เป็นการประพฤติมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 3.เรื่องยางพารา เชื่อว่าพยานหลักฐานมัดแน่นอน 4.การทุจริตในกองทัพอากาศ ตามที่นอ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ได้อภิปรายไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในสัปดาห์หน้า ผู้อภิปรายทุกคนจะเข้ามาหารือเพิ่มเติมซึ่งอาจจะมีหลายคดีกว่านี้ การจะยื่นเอาผิดแต่ละเรื่อง นั้นจะพิจารณากันต่อไปว่า เรื่องใด ควรยื่นให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) &amp;nbsp;หรือ หน่วยงานอื่นให้ตรวจสอบ&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายสุทินกล่าวว่า เรื่องใหญ่ที่สุด คือ เหตุการณ์แจกจ่ายเงินบนชั้น 3 อาคารรัฐสภา เพื่อจูงใจให้ ส.ส.ลงคะแนน ตามที่นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ได้ออกมาเปิดประเด็น เรื่องนี้พบว่ามีหลักฐานหลายอย่าง เราเชื่อมั่นว่าจะดำเนินการกับผู้กระทำผิดได้ โดยจะรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติมยื่นต่อคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร จะติดตามเรื่องนี้จนถึงที่สุด และไม่แน่ว่าข้อมูลที่มีอาจยื่นต่อคณะกรรมการจริยธรรม ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาเป็นประธานคณะกรรมการชุดนี้ได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึง หลักฐานเพื่อที่จะเอาผิดกรณีแจกจ่ายเงินชั้น 3 อาคารรัฐสภา นายสุทิน กล่าวว่า มีทั้งภาพจากกล้องวงจรปิดที่เราไปขอล็อกไว้ ภาพถ่าย พยานบุคคล ซึ่งแบ่งเป็นคนที่พบเห็นเหตุการณ์ซึ่งมีอยู่ไม่น้อย และคนที่ได้รับการทาบทาม แต่เขาปฏิเสธ แม้นายกฯ ไม่ใช่ผู้จ่ายเอง แต่ก็อาจมีความเชื่อมโยงไปถึงได้ มีบุคคลที่เป็นตัวแทนจ่าย จะเป็นคนแรกที่จะถูกร้องดำเนินคดี ยืนยันว่า มีพยานสมบูรณ์ คนที่ได้รับการทาบทามแล้วยินดีที่จะมาเป็นพยาน และต่อสู้คดีในศาลให้เราด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การแจกจ่ายเงิน ส.ส. เป็นเรื่องความเสียหายต่อสภามาก จะไม่ปล่อยให้เรื่องนี้จบลงไปโดยไม่ชัดเจน แต่จะติดตามให้ถึงที่สุด คนที่อยู่ในกระบวนการแจกจ่ายเงินต้องถูกดำเนินคดี และลงโทษอย่างถึงที่สุด คาดว่าช่วงต้นเดือนตุลาคม น่าจะยื่นต่อองค์กรต่างๆได้ ทั้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และศาลรัฐธรรมนูญ เป็นต้น&amp;rdquo;นายสุทิน กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; เมื่อถามว่า สถานทูตจีนประณามคนด้อยค่าวัคซีน พรรคเพื่อไทยจะมีการชี้แจงเรื่องนี้อย่างไรหรือไม่ นายสุทิน กล่าวว่า คงไม่ต้องปรับความเข้าใจอะไร เพราะการพูดถึงวัคซีนซิโนแวคเป็นการอ้างหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ และองค์การที่น่าเชื่อถือ เราไม่ได้เอาความรู้สึกส่วนตัวมาพูด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116041</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสุทิน คลังแสง, ประธานคณะกรรมการพรรคร่วมฝ่ายค้าน, พท., พรรคเพื่อไทย, วิปฝ่ายค้าน, ส.ส.มหาสารคาม, อภิปรายไม่ไว้วางใจ, แจกเงิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210908/image_big_61385e01bf6f2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115808</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2021 17:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2021 17:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เพื่อไทย&#039; รอฟัง 7 ส.ส.แจงโหวตสวนมติพรรค ลั่นลงโทษเด็ดขาดไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.ย.64 - บ่ายวันเดียวกัน ที่พรรคเพื่อไทย มีการประชุมคณะกรรมการวินัยจริยธรรม คณะกรรมการกลั่นกรองการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพื่อพิจารณากรณีส.ส.เพื่อไทย&amp;nbsp;7คน ฝ่าฝืนมติพรรค ในการลงมติโหวตไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลเมื่อวันที่ 4 ก.ย.&amp;nbsp;โดยมีแกนนำ คณะกรรมการทั้งสองชุด ร่วมประชุมอย่างคั่บคั่ง อาทิ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย และส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย นายสุทิน คลังแสง ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน(วิปฝ่ายค้าน) และส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย นายวิสุทธ์ ไชยณรุณ ประธานส.ส.&amp;nbsp;และส.ส.พะเยา พรรคเพื่อไทย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลา 14.50 น.&amp;nbsp;นายประเสริฐ กล่าวภายหลังการประชุมว่า การประชุมคณะกรรมการวินัยจริยธรรม คณะกรรมการกลั่นกรองการอภิปราย เพื่อพิจารณากรณีส.ส.ที่ไม่เข้าร่วมโหวตลงมติ&amp;nbsp;3คน ไม่โหวตตามมติพรรคอีก4คน โดยคณะกรรมการร่วม ให้เวลาส.ส.ชี้แจงภายในวันที่&amp;nbsp;10ก.ย.&amp;nbsp;หลังจากที่พรรคได้รับฟังคำชี้แจงแล้ว จะสรุปผลในสัปดาห์หน้า และเสนอให้คณะกรรมการบริหารพรรคพิจารณา ขั้นตอนการชี้แจงนั้น พรรคเปิดโอกาสให้ส.ส.ส่งเอกสารชี้แจง หรือ หากติดขัดมาไม่ได้จริงๆ สามารถชี้แจงผ่านระบบซูม ผ่านโซเชียลได้ ถ้าไม่มาทั้งชี้แจง ส่งเอกสารมา จะยึดถือตามพฤติกรรมในอดีต ตอนนี้ส.ส.&amp;nbsp;ส่งเอกสารมาเกือบหมดทุกคนแล้ว ก่อนการลงมติมีเพียงนายวุฒิชัย กิตติธเนศวร ส.ส.นครนายก ที่ได้แจ้งกับทางพรรคว่า ไม่สามารถเดินทางมาลงมติได้ เนื่องจากติดโควิด ทั้งนี้ในระหว่างที่มีการไต่สวน สอบสวน หาข้อเท็จจริง ส.ส.ที่ฝ่าฝืนมติพรรค จะต้องงดเข้าร่วมกิจกรรมกับพรรค จนกว่าการไต่ส่วนจะแล้วเสร็จ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุทิน กล่าวว่า พรรคให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย ทั้งผู้ถูกกล่าวหา และสมาชิกพรรค พี่น้องประชาชน เบื้องต้นมีส.ส.บางคน ส่งเอกสารมาชี้แจง แต่เห็นว่า ยังควรสอบถามโดยวาจาเพิ่มเติม จึงให้เวลาถึงวันที่ 10 ก.ย.&amp;nbsp;ก่อนที่จะมีบทลงโทษที่มีตั้งแต่ ว่ากล่าวตักเตือน ตัดสิทธิ์ไม่ส่งลงสมัครรับเลือกตั้งครั้งหน้า ขับออกจากสมาชิกพรรค ซึ่งแต่ละบทลงโทษ แล้วแต่เหตุผลที่จะพิจารณา และดูไปถึงพฤติกรรมย้อนหลัง ในสัปดาห์หน้าจะจบอย่างแน่นอน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า พรรคจะเร่งรัดการสอบสวน พรรคถือว่าการฝ่าฝืนมติพรรค เป็นเรื่องสำคัญ รวมไปถึงคนพูดว่ากล่าวให้พรรคเสียหาย หัวหน้าพรรค ได้สั่งการให้ทุกคนรับทราบตั้งแต่ก่อนการลงมติแล้ว หากใครไม่ปฏิบัติตาม พรรคจะมีมาตรการเด็ดขาด เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง ส่วนผู้ที่แจ้งว่าป่วย ส่วนจะป่วยจริง ป่วยปลอม พรรคสามารถตรวจสอบได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าฝ่ายรัฐบาลเตรียมฟ้องร้องนพ.ชลน่าน และนายวิสาร ทางพรรคได้เตรียมแนวทางช่วยเหลือไว้อย่างไร นายสุทิน กล่าวว่า ตอนนี้เป็นช่วงที่ต่างฝ่ายต่างตรวจสอบกัน ทางพรรคกำลังประมวลเหตุผล หลักฐาน ที่เตรียมเดินหน้าฟ้องรัฐบาลหลายกรณีเช่นกัน กรณีนพ.ชลน่าน ที่ถูกกล่าวหา ให้ข้อมูลเท็จในการอภิปราย ไม่หนักใจ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ข้อมูลที่พูดในสภาฯ ผ่านการกลั่นกรองมาแล้ว พรรคไม่หนักใจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่าส.ส.เพื่อไทย โหวตสวนบ่อยครั้ง พรรคจะตัดสินใจอย่างไร นายสุทินกล่าวว่า กรณี้อย่างนี้ พรรคให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ที่จะดูพฤติกรรมย้อนหลังด้วย คงตัดสินใจง่ายขึ้น ส่วนจะถึงโทษขั้นสูงสุดหรือไม่นั้น ขอให้ผ่านการพิจารณาก่อน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่าขณะนี้มีการประกาศเขตเลือกตั้งสก.&amp;nbsp;เสร็จเรียบร้อยแล้ว ทางพรรคมีความพร้อมในการส่งผู้สมัครสก.และผู้ว่ากทม.หรือไม่ นายประเสริฐกล่าวว่า การจะส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่ากทม.หรือไม่ อยู่ที่ผู้บริหาร คณะกรรมการบริหารพรรคจะพิจารณา พรรคมีคนสนใจลงสมัคร เนื่องจากเรื่องนี้ยังเป็นเรื่องสำคัญ ที่ผู้บริหารพรรคต้องตัดสินใจอีกครั้ง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุทินกล่าวถึงกระแสข่าวที่มีการระบุทั้งการจะโหวตคว่ำ และโหวตผ่าน ในการลงมติวาระ 3 เพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ วันที่ 10 ก.ย.ว่า ตอนนี้กระแสข่าวทั้งโหวตคว่ำและให้ผ่าน พรรคเพื่อไทยยังดูอยู่ เขาจะใช้วิธีคิดอย่างไร อาจจะเป็นไปได้สองทาง ยังไม่ได้ฟังเสียงใดเสียงหนึ่ง คนที่เสนอความเห็นออกมา เป็นเพียงความเห็นส่วนตัว พรรคจะรอประเมินถึงนาทีสุดท้าย ส่วนความกังวล การลงมติต้องใช้เสียง 1 ใน 3 จากสว.ด้วยนั้น ส่วนตัวมองว่า หากคิดตามหลักเหตุผล น่าจะผ่านได้ แต่ถ้าไม่อยู่บนหลักเหตุผล ก็น่าจะเสี่ยง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115808</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, งูเห่า, พรรคเพื่อไทย, อภิปรายไม่ไว้วางใจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210906/image_big_6135e5c9baf6e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115807</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2021 16:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2021 16:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เกมการเมืองหลังศึกซักฟอก! ใครกันแน่ที่ล้มรัฐบาลได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.ย. 64 - รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า การลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลเพิ่งผ่านพ้นไป โดยนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีอีก 5 คน สอบผ่านแบบฉลุย แปลว่า พลเอกประยุทธ์ พลเอกประวิตร และบรรดาส.ส.พรรคพลังประชารัฐจำนวนหนึ่ง น่าจะบรรลุข้อตกลงอย่างใดอย่างหนึ่งกันได้ ส่วนพรรคเล็กก็มีประปรายที่ลงมติไม่ไว้วางใจ และงดออกเสียง แต่ก็นับว่าทั้งหมดสอบผ่านแบบสบายๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ ได้เห็นพัฒนาการของพลเอกประยุทธ์ ที่สามารถคุมอารมณ์ ปรับปรุงวิธีการพูด และชี้แจงโต้กลับได้ดีกว่าครั้งที่แล้วมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การที่คะแนนลงมติไม่ไว้วางใจตัวนายกรัฐมนตรีสูงสุดมากกว่าใครๆ และคะแนนไว้วางใจได้เป็นอันดับรองสุดท้าย ก็เป็นที่เข้าใจได้ เนื่องเพราะระยะ 2 ถึง 3 เดือนที่ผ่านมานายกรัฐมนตรีถูกโจมตีอย่างหนักจากพรรคฝ่ายค้าน และจากกลุ่ม 3 นิ้ว ได้คะแนนเท่านี้ก็น่าจะพอใจแล้ว ไม่ควรที่จะผิดหวังแม้แต่น้อย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าสนใจคือ การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ ทักษิณ หรือตั้งชื่อตัวเองใหม่เป็น นาย Tony Woodsome ดูเหมือนจะดิ้นสุดชีวิต พยายามจะคว่ำรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ให้ได้ โดยใช้ม็อบเสื้อแดงนำโดยณัฐวุฒิ ใสเกื้อ ที่จัดขึ้นอย่างถี่ยิบ ม็อบ 3 นิ้ว ม็อบทะลุแก๊สก็สอดรับกันออกมาป่วนเมืองเกือบทุกวัน ทักษิณเองถือโอกาสอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีทาง club house ทั้งยังออกมายุยงให้ประชาชนออกไปกดดัน ส.ส. ในเขตของตัวเองให้ลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี มิฉะนั้นจะไม่เลือกในครั้งหน้า ทำให้นึกภาพเมื่อครั้งทักษิณ video call มาบอกคนเสื้อแดงว่า หากรัฐบาลใช้ความรุนแรงกับพี่น้องเสื้อแดง ให้ทุกคนไปรวมตัวกันที่ศาลากลางจังหวัดทุกจังหวัด ซึ่งผลที่ตามมาก็คือ ศาลากลางจังหวัดถูกเผาไปหลายแห่ง คนเสื้อแดงที่เป็นมือเผาก็ถูกศาลตัดสินจำคุกไปหลายคน แต่ครั้งนี้ดูเหมือนไม่เห็นมีใครทำตามทักษิณเลยกสักคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คงยากที่มีใครเชื่อได้ว่า ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ออกมาจัดม็อบแต่ละครั้งโดยควักกระเป๋าตัวเองมาเป็นค่าใช้จ่าย ต้องมีผู้สนับสนุนเงินอย่างแน่นอน หลังการลงมติ วันรุ่งขึ้นม็อบเสื้อแดงก็เริ่มขึ้นทันที และมีทีท่าจะจัดทุกวันที่แยกอโศกมนตรี ส่วนม็อบ 3 นิ้วและม็อบทะลุแก๊สก็คงประสานเสริมกันไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่พลเอกประยุทธ์ต้องห่วง คงไม่ใช่ม็อบ เพราะม็อบขณะนี้มีเพียงความถี่ ไม่มีพลังและจำนวนคนพอที่จะล้มรัฐบาลได้ ผู้ที่จะล้มรัฐบาลชุดนี้ได้ ก็คือส.ส.ในพรรคพลังประชารัฐเอง ที่ขณะดูเหมือนจะสงบลงชั่วคราว แต่คงไม่ใช่สงบลงอย่างถาวร เชื่อว่าการเดินเกมของส.ส.ส่วนหนึ่งของพรรคพลังประชารัฐเพื่อจับมือกับพรรคเพื่อไทยเพื่อเป็นรัฐบาลจะยังมีต่อไป เพียงรอจังหวะที่เหมาะสมที่จะปะทุขึ้นเท่านั้น ถึงเวลานั้นหากพวกเขาทำสำเร็จ พวกเราอาจต้องลงถนนกันบ้างกระมัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครั้งหนึ่งในอดีต&amp;nbsp; เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ.2500 พรรคสหภูมิซึ่งเป็นพรรคการเมืองที่เชื่อกันว่า จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นผู้สับสนุนอยู่ข้างหลัง ร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้าน และส.ส.จำนวนหนึ่งยื่นขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม แต่เนื่องจากมีผู้ร่วมลงนามไม่เพียงพอ จึงทำได้เพียงขอเปิดอภิปรายทั่วไปรัฐบาลโดยไม่มีการลงมติ พูดอีกอย่างหนึ่งก็คือเปิดอภิปรายเพื่อซักฟอกรัฐบาลนั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การอภิปรายครั้งนั้น แม้ไม่มีการลงมติ แต่ก็ทำให้รัฐบาลบอบช้ำอย่างหนัก และหัวข้อที่ทำให้รัฐบาลมัวหมองอย่างหนักก็คือ ข้อกล่าวหาของฝ่ายค้านว่า มีบุคคลบางคนและหนังสือพิมพ์บางฉบับได้กระทำการอันเป็นการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพองค์พระมหากษัตริย์ แต่รัฐบาลมิได้ดำเดินการโดยฉับพลันเพื่อหาทางเอาความกับบุคคลเหล่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานการณ์ปัจจุบันกลับเป็นตรงข้าม ฝ่ายค้านพรรคหนึ่งเป็นหัวหอกในการกระทำที่ทั้งหมิ่นเหม่ ทั้งเข้าข่ายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ในขณะที่พรรคฝ่ายค้านอื่นพากันนิ่งเฉย ไม่นำพาแม้สักนิด รัฐบาลเองก็ไม่เด็ดขาด อันที่จริงหากจะอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอีเอส ในข้อหาว่า ล้มเหลวในการจัดการเรื่องการดูแลควบคุมเรื่องการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพใน social media ต่างๆ ดูจะเป็นเหตุเป็นผลกว่าข้อกล่าวหาว่า&amp;nbsp; &amp;quot;ใช้สื่อรัฐบิดเบือนข้อเท็จจริง สร้างความแตกแยกในสังคม ทำลายบรรทัดฐานอันดีของสังคม.........&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาที่เลื่อนลอยเกินไป ในขณะที่ข้อกล่าวหาเรื่องแรก มีข้อพิสูจน์ได้ชัดเจน เพียงนำ comments ในโพสต์ต่างๆ ของสำนักข่าวบางสำนักของไทยเอง ก็สามารถดำเนินการทางกฎหมายกับสำนักข่าวเหล่านั้นได้แล้ว เพราะเป็นสำนักข่าวที่โพสต์ภาพ คลิปส์วีดิโอ และข้อความที่ส่อว่ามีเจตนาที่จะให้มีการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพจาก comments ของสาวกผู้ติดตาม แต่กระทรวงดีอีเอส ไม่ได้ทำ ไม่เคยทำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี เป็นไปไม่ได้ที่พรรคฝ่ายค้านจะนำเรื่องดังกล่าวมาอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี เนื่องจากดูเหมือนจะไม่ได้เป็นเดือดเป็นร้อนแทนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 และรัชกาลที่ 10 แต่อย่างใดเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การกระทำของม็อบ ของสำนักข่าวบางสำนักข่าว และของพรรคฝ่ายค้านทำให้ผู้ที่จงรักภักดีอย่างเหนียวแน่น ผู้ที่ไม่เหนียวแน่นนัก และผู้ที่ยืนอยู่ตรงกลาง เริ่มมีความเห็นใจสถาบันพระมหากษัตริย์มากขึ้นเรื่อยๆ และเริ่มมีการตอบโต้มากขึ้นเรื่อยๆเช่นกัน
&amp;nbsp;
ดังนั้นจงหยุดเสียเถิด อย่าสร้างความแตกแยก แตกร้าว ระหว่างคนไทยด้วยกัน ระหว่างคนในครอบครัวเดียวกัน ระหว่างคนในวงการเดียวกันต่อไปอีกเลย เพราะความพยายามของพวกคุณไม่มีทางสำเร็จได้เลยในประเทศนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115807</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซักฟอก, บิ๊กตู่, ม็อบ, รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร, รัฐบาล, อภิปรายไม่ไว้วางใจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210906/image_big_6135e4381fbd3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115804</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2021 16:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2021 16:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ควันหลงซักฟอกไม่ระคาย &#039;บิ๊กตู่&#039; พร้อมเดินหน้าทำงานเพื่อปชช. ไร้กังวลกระแสข่าวต่างๆ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.ย.64 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ตอบคำถามผู้สื่อข่าวถึงท่าที พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม หลังผ่านการอภิปรายไม่ไว้วางใจ รวมถึงมีความหนักใจเกี่ยวกับปัญหาภายในพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จากควันหลงการอภิปรายหรือไม่ ว่า นายกรัฐมนตรีพร้อมเดินหน้ามุ่งมั่นทำงานเพื่อประชาชนต่อไป โดยไม่ได้มีความกังวลอะไรใดๆทั้งสิ้นเกี่ยวกับกระแสข่าวต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ ระบุว่ามีคนที่แอบอ้างเบื้องสูง จะมีการแจ้งความหรือดำเนินการทางกฎหมายอย่างไรหรือไม่นั้น นายธนกร กล่าวว่า เรื่องอื่นๆ โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับภายในพรรคพลังประชารัฐ ตนเองไม่สามารถตอบได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115804</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ธนกร วังบุญคงชนะ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, อภิปรายไม่ไว้วางใจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210831/image_big_612de70c263d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115779</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2021 13:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2021 13:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชูวิทย์&#039;โร่แจงไม่ใช่งูเห่า โทษระบบลงคะแนนผิดพลาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.ย. 64 - ที่รัฐสภา นายชูวิทย์ กุ๋ย&amp;nbsp; พิทักษ์พรพัลลภ ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย (พท.) แถลงว่า&amp;nbsp; ได้ยื่นหนังสือถึง นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อยืนยันการลงมติการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล เมื่อวันที่ 4 ก.ย. ไม่ปรากฏชื่อตนในการลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ซึ่งตนลงมติเห็นด้วยคือไม่ไว้วางใจ ตั้งแต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไล่มาเรื่อยๆ จนถึงนายเฉลิมชัยก็กดปุ่มลงมติเห็นด้วย และคิดว่าลงมติเรียบร้อยแล้ว จึงทำให้ประชาชนเข้าใจผิดว่าตนเป็นงูเห่า ขอยืนยันว่ายืนข้างประชาชนในการเป็นผู้แทนราษฎรฝั่งประชาธิปไตยมาโดยตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ปัญหาเกิดจากระบบที่ผิดพลาดใช่หรือไม่ นายชูวิทย์ กล่าวว่า คงเป็นระบบที่ผิดพลาด วิธีการลงคะแนนที่ดีที่สุดคือการยกมือ ซึ่งเป็นวิธีที่ง่าย สะดวก และโกงยากที่สุด แต่เมื่อบ้านเมืองพัฒนา จึงมีวิธีลงคะแนนแบบเสียบบัตร ซึ่งก็มีข่าวว่ามีการกดบัตรแทนกัน แม้วิธีนี้ดีแต่ผิดพลาดง่ายที่สุด ทั้งนี้จะเดินทางไปที่พรรคเพื่อไทยเพื่อจะชี้แจงให้ได้รับทราบว่า ได้ทำหน้าที่แล้วแต่มีความผิดพลาด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115779</URL_LINK>
                <HASHTAG>งูเห่า, ชวน หลีกภัย, ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ, พท., อภิปรายไม่ไว้วางใจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210906/image_big_6135b04581d36.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
