<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>58545</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/03/2020 12:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/03/2020 12:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อิสระ&#039; ชงสภาฯตั้งกมธ.วิสามัญฯ ให้นักศึกษามีส่วนร่วมแก้ปัญหาความไม่เป็นธรรมในสังคม  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 มี.ค.63 - นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกระเเสข่าวอาจมีการปรับคณะรัฐมนตรีหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่า ความจริงการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จบลงไปไม่ใช่เเค่เสียงส.ส.เป็นผู้ลงมติตัดสินชี้ขาดเท่านั้น แต่ชาวบ้านเขาเฝ้ามองพฤติกรรมอยู่ และจะลงคะเเนนตัดสินในคูหาเลือกตั้งครั้งถัดไป เช่นเดียวกับกรณีกระเเสข่าวการปรับครม. จะมีเมื่อไหร่ ไม่สำคัญเท่ารัฐบาลมีหน้าที่รับฟังประชาชนว่ากำลังต้องการอะไร จะนิ่งเฉยไม่ฟัง คงไม่ได้ โดยเฉพาะกรณีมีนักศึกษาออกมาเคลื่อนไหวขณะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอิสระ กล่าวอีกว่า&amp;nbsp;เมื่อวันที่ 27 ก.พ.ที่ผ่านมา ตนได้ทำหนังสือถึงนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้เเทนราษฏร เพื่อเสนอญัตติด่วนเรื่องขอให้สภาฯตั้งคณะกมธ.วิสามัญพิจารณาเปิดพื้นที่ให้นักเรียน นิสิต นักศึกษา เข้ามามีส่วนร่วมโดยตรงกับสภาฯ ในการแก้ไขปัญหาความไม่เป็นธรรมในสังคมตามที่ในปัจจุบันได้เกิดปรากฎการณ์การเคลื่อนไหวทางการเมือง 36 สถาบัน นัดชุมนุมภายในพื้นที่มหาวิทยาลัย สถานศึกษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ล่าสุดมีการรวมตัวกันที่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน เมื่อวันที่ 29 ก.พ. ซึ่งผมคิดว่า กลุ่มนักเรียน นิสิต นักศึกษาถือเป็นเสียงสวรรค์ เป็นพลังบริสุทธิ์ที่จะผลักดันอนาคต หากยังปิดกั้นหรือแกล้งไม่ได้ยินเสียง การขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาประเทศอาจจะถึงขั้นต้องสะดุดหยุดลง แต่หากสภาฯเปิดพื้นที่โดยมีตัวเเทนนักศึกษา มาร่วมเป็นกมธ.สถาบันละ1 คน จะช่วยส่งเสริมวิถีทางตามวิถีทางประชาธิปไตยระบอบรัฐสภา ที่ไม่ต้องให้พวกเขาลงไปทำการเมืองบนท้องถนน ซึ่งจะป้องกันการกระทบกระเทือนต่อความมั่นคงของรัฐ ความสงบเรียบร้อย ศีลธรรมอันดีของประชาชน การกระทบสิทธิ์และเสรีภาพของผู้อื่น รวมถึงป้องกันอันตรายที่อาจส่งผลกระทบสุภาพของเยาวชนจากการชุมนุมในที่โล่งแจ้งด้วย&amp;quot; นายอิสระ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58545</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตั้งคณะกมธ.วิสามัญ, นักศึกษาชุมนุม, นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ, ปรับครม., ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์, อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200301/image_big_5e5b443c92b5a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58535</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/03/2020 10:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/03/2020 10:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อนุสรณ์&#039; เผย 5 ปัญหารุมเร้าเขย่าศรัทธารัฐบาลหมดน้ำยาจะแก้ไขได้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 มี.ค.63 - นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึง สถานการณ์การเมืองหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า แม้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ 5 รัฐมนตรี จะได้รับความไว้วางใจจากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ด้วยวิธีบริหารจัดการแบบพิเศษ แต่จำนวนมือที่รับรองในสภา ก็ไปต่อไม่ได้ ถ้ากระแสสังคม เสียงและมือนอกสภา คะแนนเสียงจากประชาชน ไม่ไว้วางใจรัฐบาล สารพัดคำถามไม่ไว้วางใจที่ถูกนำมาอภิปรายในสภาทั้งหมด รัฐบาลตอบไม่ได้ ตอบไม่ครบ ตอบไม่ตรงคำถาม เน้นอ่านตามโพยที่ข้าราชการประจำเขียนฝากมาให้ กระแสสังคมไม่มีทางยอมรับได้ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาลแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิกฤตศรัทธาที่กระทบต่อการบริหารงานของรัฐบาลอย่างน้อย 5 ด้าน ที่พิสูจน์ฝีมือรัฐบาลว่า ไม่มีความสามารถในการแก้ไขปัญหาได้ คือ 1.สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 2.การแสดงพลังของนิสิต นักศึกษา ประชาชน คนรุ่นใหม่ ที่ขยายวงออกไปเป็นไฟลามทุ่ง 3.วิกฤตการเมือง ที่ปล่อยให้มีการใช้สารพัดวิธี ในการดูดส.ส.ย้ายพรรค เปลี่ยนข้าง ย้ายขั้ว แบบไร้ธรรมาภิบาล ฝืนเจตนารมณ์ของประชาชนที่เลือกมา 4.ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจ ส่งออกพัง ท่องเที่ยวทรุด หนี้ครัวเรือนสูง กำลังซื้อหด ความเหลื่อมล้ำพุ่ง คนว่างงานสูง ตลาดหุ้นพัง สินค้าเกษตรราคาตกต่ำ 5.ปัญหาวิกฤตสภาวะแวดล้อม ปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5 ปัญหาภัยแล้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พล.อ.ประยุทธ์ เอาเวลาที่จะไปเฉลิมฉลอง ในโอกาสที่มือพวกเดียวกันเองในสภา ช่วยให้รอดชีวิตจากอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล มาแก้ไขปัญหาวิกฤติชาติด้านต่างๆให้ประเทศชาติและประชาชนดีกว่า&amp;rdquo; นายอนุสรณ์ กล่าว &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58535</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปัญหาภัยแล้ง, ปัญหาเศรษฐกิจ, ฝุ่นพิษ, อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด, อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล, แฟลชม็อบ, โฆษกพรรคเพื่อไทย, ไวรัสโควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200127/image_big_5e2e7a2f64e9e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58463</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กองทัพ‘งูเห่า’เต็มสภา! ‘ปชป.’โอดกลั้นใจยกมือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; งูเห่าโผล่อีก! 3 ส.ส.เสรีรวมไทย-2 เสียงเพื่อไทยโหวตไว้วางใจ &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; 5 ส.ส.เศรษฐกิจใหม่งดออกเสียง &amp;quot;ธรรมนัส&amp;quot; 17เสียง ปชป.ไม่ไว้วางใจ รมช.เกษตรฯ แต่จำใจโหวตตามมติพรรค บี้นายกฯ นำไปทบทวน ปธ.วิปรัฐบาลดี๊ด๊าเตรียมแค่ 269 เพิ่มมาเอง &amp;quot;ศรีสุวรรณ&amp;quot; ร้อง กกต.ฟัน ส.ส.ขายตัว เอาผิดถึงขั้นยุบพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานถึงการออกเสียงในญัตติอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล&amp;nbsp;ซึ่งปรากฏว่า ร.อ.ธรรมนัส&amp;nbsp;พรหมเผ่า&amp;nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับคะแนนเสียงไว้วางใจน้อยที่สุดใน 6 รัฐมนตรีที่ถูกยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยได้เสียงไว้วางใจ 269&amp;nbsp;เสียง&amp;nbsp;ไม่ไว้วางใจ&amp;nbsp;55&amp;nbsp;เสียง&amp;nbsp;และงดออกเสียง&amp;nbsp;7&amp;nbsp;เสียง&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการตรวจสอบการลงญัตติของสำนักรายงานการประชุมและชวเลข&amp;nbsp;พบว่าเสียงของ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ส.ส.พรรคเศรษฐกิจใหม่ที่ลงมติไว้วางใจรัฐมนตรีทั้ง&amp;nbsp;5&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;แต่สำหรับ ร.อ.ธรรมนัส กลับมีมติงดออกเสียง&amp;nbsp;ได้แก่ นายนิยม&amp;nbsp;วิวรรธนดิฐกุล&amp;nbsp;ส.ส.บัญชีรายชื่อ,&amp;nbsp;นายภาสกร&amp;nbsp;เงินเจริญกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ,&amp;nbsp;นายมนูญ&amp;nbsp;สิวาภิรมย์รัตน์&amp;nbsp;ส.ส.บัญชีรายชื่อ,&amp;nbsp;นายสุภดิช&amp;nbsp;อากาศฤกษ์&amp;nbsp;ส.ส.บัญชีรายชื่อ&amp;nbsp;และนางมารศรี&amp;nbsp;ขจรเรืองโรจน์&amp;nbsp;ส.ส.บัญชีรายชื่อ&amp;nbsp;ขณะที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เสียงที่งดออกเสียง&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;นายชวน&amp;nbsp;หลีกภัย&amp;nbsp;ประธานสภาฯ&amp;nbsp;และนายสุชาติ&amp;nbsp;ตันเจริญ&amp;nbsp;รองประธานสภาฯ&amp;nbsp;คนที่หนึ่ง&amp;nbsp;ซึ่งเป็นปกติของการทำหน้าที่ในสภา&amp;nbsp;ทั้งนี้ พบว่า&amp;nbsp;ร.อ.ธรรมนัสได้ลงคะแนนเป็นไว้วางใจให้กับตนเองด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่เสียงลงมติของ พล.อ.ประวิตร&amp;nbsp;วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่เป็นรัฐมนตรีที่ได้รับความไว้วางใจสูงสุด 277 เสียง&amp;nbsp;ซึ่งมากกว่า พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหมถึง 5&amp;nbsp;เสียง&amp;nbsp;พบว่าเสียงที่สนับสนุนให้กับ พล.อ.ประวิตรนั้น มาจากเสียงของ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ส.ส.พรรคร่วมฝ่ายค้าน&amp;nbsp;แบ่งเป็น&amp;nbsp;จากพรรคเสรีรวมไทย 3&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;น.ส.นภาพร&amp;nbsp;เพ็ชร์จินดา&amp;nbsp;ส.ส.บัญชีรายชื่อ,&amp;nbsp;นายวัชรา&amp;nbsp;ณ&amp;nbsp;วังขนาย&amp;nbsp;ส.ส.บัญชีรายชื่อ,&amp;nbsp;นายอำไพ&amp;nbsp;กองมณี&amp;nbsp;ส.ส.บัญชีรายชื่อ&amp;nbsp;และมาจากพรรคเพื่อไทย&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;น.ส.พรพิมล&amp;nbsp;ธรรมสาร&amp;nbsp;ส.ส.ปทุมธานี&amp;nbsp;&amp;nbsp;และนายพลภูมิ&amp;nbsp;วิภัติภูมิประเทศ&amp;nbsp;ส.ส.กทม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ในการออกเสียงของ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ส.ส.พรรคเพื่อไทยนั้น&amp;nbsp;ไม่พบการลงมติใดๆ&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;รัฐมนตรีที่ถูกยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ&amp;nbsp;ขณะที่การออกเสียงของ น.ส.นภาพร&amp;nbsp;ก่อนหน้านั้นได้ชี้แจงต่อที่ประชุมสภาฯ ก่อนปิดสมัยประชุมว่า การออกเสียงของตนเองในส่วนของพล.อ.ประยุทธ์นั้น&amp;nbsp;ได้ลงคะแนนไม่ไว้วางใจ&amp;nbsp;แต่เกิดข้อผิดพลาดเพราะคะแนนไม่ขึ้น&amp;nbsp;อย่างไรก็ดี ในการชี้แจงดังกล่าวไม่ระบุข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นกับรัฐมนตรีคนอื่น&amp;nbsp;ทั้งนี้ ใน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;รัฐมนตรีที่เหลือ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;นายวิษณุ&amp;nbsp;เครืองาม รองนายกฯ,&amp;nbsp;พล.อ.อนุพงษ์&amp;nbsp;เผ่าจินดา&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย,&amp;nbsp;ร.อ.ธรรมนัส&amp;nbsp;และนายดอน&amp;nbsp;ปรมัตถ์วินัย&amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศนั้น น.ส.นภาพรยืนตามมติของพรรคร่วมฝ่ายค้านที่ให้ออกเสียงไม่ไว้วางใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับเสียงไว้วางใจรัฐมนตรี&amp;nbsp;ที่มียอดลงคะแนนเกินกว่าจำนวน ส.ส.ที่สังกัดพรรคร่วมรัฐบาล&amp;nbsp;&amp;nbsp;11&amp;nbsp;เสียงนั้น&amp;nbsp;จากการตรวจสอบการลงคะแนน&amp;nbsp;พบว่า&amp;nbsp;เป็น ส.ส.ของพรรคประชาชาติ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เสียง&amp;nbsp;คือนายอนุมัติ&amp;nbsp;ซูสารอ&amp;nbsp;ส.ส.ปัตตานี,&amp;nbsp;ส.ส.อดีตพรรคอนาคตใหม่&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดย&amp;nbsp;9&amp;nbsp;คนนั้นเปิดตัวว่าสังกัดพรรคภูมิใจไทย&amp;nbsp;ได้แก่&amp;nbsp;1.นายวิรัช พันธุมะผล&amp;nbsp;ส.ส.บัญชีรายชื่อ 2.นายฐิตินันท์&amp;nbsp;แสงนาค&amp;nbsp;ส.ส.ขอนแก่น 3.นายกฤติเดช&amp;nbsp;สันติวชิระกุล&amp;nbsp;ส.ส.แพร่, 4.นายกิตติชัย&amp;nbsp;เรืองสวัสดิ์&amp;nbsp;ส.ส.ฉะเชิงเทรา, 5.ร.ต.ต.มณฑล&amp;nbsp;โพธิ์คาย&amp;nbsp;ส.ส.กทม. 6.นายอนาวิล&amp;nbsp;รัตนสถาพร&amp;nbsp;ส.ส.ปทุมธานี 7.นายเอกการ&amp;nbsp;ซื่อทรงธรรม&amp;nbsp;ส.ส.แพร่ 8.นายโชติพิพัฒน์&amp;nbsp;เตชะโสภณมณี&amp;nbsp;ส.ส.กทม.&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;9.นายสำลี&amp;nbsp;รักสุทธี&amp;nbsp;ส.ส.บัญชีรายชื่อ&amp;nbsp;ส่วนอีก 1 คน คือนายสมัคร ป้องวงษ์&amp;nbsp;ส.ส.สมุทรสาคร&amp;nbsp;แต่ยังไม่ทราบว่าย้ายไปสังกัดพรรคใด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการออกเสียงของนายศุภชัย&amp;nbsp;โพธิ์สุ&amp;nbsp;ส.ส.นครพนม&amp;nbsp;พรรคภูมิใจไทย ในฐานะรองประธานสภาฯ&amp;nbsp;คนที่สอง&amp;nbsp;ได้ออกเสียงไว้วางใจให้กับรัฐมนตรีที่ถูกยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจทั้งหมด&amp;nbsp;6&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ขณะที่นายชวนและนายสุชาตินั้นใช้สิทธิงดออกเสียง ส่วนคะแนนไว้วางใจและไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีที่แตกต่างกันแล้ว ยังพบว่ามี ส.ส.แสดงตนเป็นองค์ประชุมไม่เท่ากันด้วย
งูเห่าพท. 2 เสรีรวมไทย 3
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมการพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวว่า ขอบคุณสมาชิกทุกคนที่โหวตไว้วางใจรัฐมนตรีทั้ง 6 คน ด้วยคะแนนที่มากกว่าที่เราเตรียมการไว้ ส่วนคะแนนของ พล.อ.ประวิตร ที่มากกว่ารัฐมนตรีคนอื่นนั้น เพิ่มขึ้นมาจากพรรคเพื่อไทย 2 เสียง และพรรคเสรีรวมไทย 3 เสียง ขณะที่รัฐมนตรีคนอื่นๆ ถือว่าอยู่ในระนาบเดียวกัน ส่วนคนที่คะแนนเกิดอุบัติเหตุต้องขออภัย หลังจากนี้จะทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ให้คะแนนอยู่ในระนาบเดียวกันให้ได้มากที่สุด การลงมติครั้งนี้ถือเป็นความสวยงามของประชาธิปไตย คะแนนเสมอกันไม่มีอะไรบิดเบี้ยว แต่แปลกใจที่ผู้เสนอไม่ไว้วางใจไม่อยู่ร่วมโหวตด้วย ยืนยันรัฐบาลสามารถยืนด้วยขาตัวเองได้ อย่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ซึ่งเราโหวตเฉพาะเสียงรัฐบาล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า คะแนนเสียงที่เตรียมการไว้คือเท่าไร? นายวิรัช กล่าวว่า 269 เสียง และคะแนนของพรรคประชาธิปัตย์ก็มาเต็มเปรี๊ยะ ส่วนคะแนนที่เพิ่มมานั้นไม่ทราบจริงๆ ว่าเพราะอะไร และคะแนนที่เพิ่มเราไม่สามารถควบคุมได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงเช้า นายสาทิตย์? วงศ์หนองเตย? ส.ส.ตรัง? พร้อมด้วยนายเทพ?ไท? เสนพงศ์? ส.ส.นครศรีธรรมราช, นายอันวาร์? สาและ? ส.ส.ปัตตานี? และนายพนิช วิกิตเศรษฐ์? ส.ส.บัญชีรายชื่อ? พรรคประชาธิปัตย์? ร่วมกันแถลงก่อนโหวตญัตติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;?โดยนายสาทิตย์ กล่าว?ว่า? เมื่อคืนวันที่ 27 ก.พ.ที่ผ่านมา พรรคประชาธิปัตย์ได้ประชุมหารือถึงการลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี &amp;nbsp;โดยที่ประชุมของพรรคประชาธิปัตย์เห็นว่า?มีจำนวน? 5? คนที่เราไม่ติดใจ แต่มีการถกกันมากในกรณีของ? ร.อ.ธรรมนัส? ซึ่ง ส.ส.จำนวนมากในพรรคเห็นว่า ร.อ.ธรรมนัสไม่สามารถชี้แจงได้ชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องคดีที่ประเทศออสเตรเลีย ทั้งคุณวุฒิการศึกษา และประเด็นอื่น รวมถึงมีการหยิบยกประเด็นอื่นๆ กันขึ้นมา เพื่อหารือว่าจะลงมติกันอย่างไร? จนในที่สุดพรรคประชาธิปัตย์ต้องใช้วิธีลงมติกัน ถือเป็นครั้งแรกที่ต้องใช้วิธีนี้ ผลปรากฏว่า?เห็นควรลงมติไว้วางใจ 24 เสียง และลงมติไม่ไว้วางใจ 17 เสียง ถือเป็นเสียงไม่ไว้วางใจที่มีค่อนข้างมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พวกผม 4 คนอยู่ใน 17 เสียง ที่เห็นว่ายังไม่ควรไว้วางใจ? ร.อ.ธรรมนัส แต่เมื่อพรรคประชาธิปัตย์มีมติเช่นนี้ จึงจำเป็นต้องทำตามมติพรรค ส่วนที่ต้องออกมาแถลงข่าวเพื่อต้องการส่งสัญญาณถึงนายกฯ และคณะรัฐมนตรีว่า การได้เสียงไว้วางใจจะนับเฉพาะในสภาไม่ได้ ควรจะฟังเสียงประชาชนภายนอกด้วย จึงขอเรียกร้องไปยังผู้นำรัฐบาลจะต้องหยิบประเด็นนี้ไปทบทวน หยิบประเด็นนี้ไปคำนึงถึงอย่างสำคัญและเอาจริงเอาจัง? เพื่อความมั่นคงของรัฐบาลที่ต้องขึ้นอยู่กับความไว้วางใจของประชาชนทั่วประเทศ&amp;quot; นายสาทิตย์ระบุ
ภท.เฉ่ง 2 ส.ส.ลูกเสี่ยตือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานข่าวจากพรรคภูมิใจไทยแจ้งว่า ในช่วงเช้าก่อนลงมติอภิปรายฯ พรรคภูมิใจไทยได้มีการประชุม ส.ส.เป็นการภายใน โดยให้ ส.ส.แสดงความคิดเห็น ซึ่งมี ส.ส.บางคนไม่พอใจการชี้แจงของรัฐมนตรีบางคนที่ไม่สามารถชี้แจงข้อเท็จจริงได้ แต่แกนนำพรรคระบุว่าพรรคจำเป็นต้องโหวตสนับสนุน เพราะเป็นพรรคร่วมรัฐบาล และเรื่องวินัยของพรรคสำคัญที่สุด ดังนั้นจึงส่งผลให้ ส.ส.ทั้ง 61 คนโหวตไปในทิศทางเดียวกัน ขณะที่กรณีนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย &amp;nbsp;และนายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ไม่ลงคะแนนเสียงลงมติขอปิดการอภิปรายในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคคเมื่อวันที่ 27 ก.พ. ได้สร้างความไม่พอใจให้กับแกนนำพรรคถึงขั้นมีการตำหนิและไปพูดคุยกับนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ซึ่งเป็นบิดาว่าบุตรชายควรคำนึงถึงวินัยของพรรคมากกว่าผลประโยชน์ส่วนตัวที่ต้องการสร้างภาพลักษณ์ว่าเป็นคนรุ่นใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง? (กกต.) นายศรีสุวรรณ&amp;nbsp;จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้นำหลักฐานคลิปเสียงการเจรจาชักชวนอดีต ส.ส.พรรคอนาคตใหม่เข้าร่วมพรรคการเมือง มายื่นคำร้องต่อ กกต.เพื่อให้ตรวจสอบว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายขัดมาตรา 30 และมาตรา 31&amp;nbsp;&amp;nbsp;ของ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ? (พ.ร.ป.)? ว่าด้วยพรรคการเมือง&amp;nbsp;ที่ห้ามมิให้พรรคการเมืองหรือผู้ใดเสนอให้ หรือรับ&amp;nbsp;ให้ทรัพย์สิน ประโยชน์อื่นใด ไม่ว่าโดยตรงโดยอ้อมเพื่อจูงใจ ให้บุคคลสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคการเมือง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศรีสุวรรณกล่าวว่า การซื้อขายตัว ส.ส.กฎหมายไม่อนุญาตให้ทำได้&amp;nbsp;และเป็นเรื่องที่น่าอับอาย เพราะนักการเมืองควรเป็นบุคคลตัวอย่างของประเทศ&amp;nbsp;แต่กลับมีพฤติกรรมไม่ต่างอะไรกับโสเภณีการเมือง เอาเงินมาเป็นที่ตั้ง ซึ่งคลิปเสียงที่ ส.ส.อดีตพรรคอนาคตใหม่นำมาเผยแพร่&amp;nbsp;จึงถือเป็นหลักฐานสำคัญว่ามีการกระทำผิดกฎหมายดังกล่าวแล้ว ซึ่งมาตรา 92 (3) ในกฎหมายเดียวกัน ระบุไว้ชัดเจนว่าเป็นพฤติกรรมที่เข้าข่ายทำลายล้าง เป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข&amp;nbsp;เป็นเหตุให้ยุบพรรคการเมืองที่กระทำการดังกล่าวได้ และ ส.ส.ที่มีพฤติกรรมขายตัว กฎหมายก็กำหนดโทษไว้ในมาตรา 109 ว่าอาจต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 5 ปี&amp;nbsp;ซึ่งเรื่องเหล่านี้ไม่ควรให้เกิดขึ้นในระบบการเมืองไทย กกต.จึงควรสอบสวนวินิจฉัย ถ้าพบว่าเป็นความผิด&amp;nbsp;ก็ควรเสนอศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคการเมืองที่เกี่ยวข้อง และยื่นศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองให้เอาผิด ส.ส.ที่ขายตัว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58463</URL_LINK>
                <HASHTAG>วิปรัฐบาล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อภิปรายไม่ไว้วางใจ, อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล, โหวตตามมติพรรค, โหวตไว้วางใจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200228/image_big_5e5919d836108.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58461</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝ่ายค้านสาวไส้เละ! กัดฟันปัด‘คุณขอมา’/โหวต‘6รมต.’ฉลุย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาเสียงข้างมากลงมติโหวตไว้วางใจ 6 รมต. ฮือฮา &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; คะแนนสูงสุด 277 &amp;quot;บิ๊กตู่-วิษณุ-ดอน-บิ๊กป๊อก&amp;quot; เท่ากัน &amp;nbsp;272 &amp;quot;ธรรมนัส&amp;quot; รั้งท้าย 269 พท.-อนค.แต่งชุดดำเข้าสภาก่อนที่ พท.จะวอล์กเอาต์ แต่ อนค.เข้าโหวตไม่ไว้วางใจ ด้านนายกฯ สบายใจหลังผ่านศึกซักฟอก ยันไม่ปรับ ครม.หรือดึง พท.บางส่วนเข้าร่วม &amp;quot;ป้อม&amp;quot; ปัดไม่มีฮั้ว ขณะที่ ส.ส.เพื่อไทยเรียงหน้าแจงไม่มีรายการคุณขอมา ยอมรับเสียใจที่ประเมินเวลาพลาด พร้อมขอโทษ อนค. ขอนัดกินข้าวเคลียร์ใจ 4 มี.ค.นี้ แต่ &amp;quot;เสี่ยไก่&amp;quot; แฉกลับเพื่อนแอบไปคุยกับทหาร สะพัด! เรียก &amp;quot;พี่หนวด&amp;quot; อบรมเหตุทำพท.-อนค.เกิดปัญหา ด้านแกนนำ อนค.ลั่นพรรคใหญ่ต้องให้เกียรติกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา ช่วงเช้าวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ก่อนเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเตรียมลงมติในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เดินทางถึงอาคารรัฐสภาด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ปฏิเสธที่จะตอบคำถามในทุกประเด็น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวการฮั้วกันระหว่างพรรคเพื่อไทย(พท.) และรัฐบาลเพื่อไม่อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีบางคน พล.อ.ประยุทธ์ตอบเพียงว่า &amp;ldquo;ไม่รู้ ไม่ทราบ&amp;rdquo; เมื่อถามถึงกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ตอบ ก่อนแหวกวงล้อมสื่อมวลชนเข้าลิฟต์เพื่อไปขึ้นห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎรทันที&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ตอบคำถามสั้นๆ ต่อสื่อมวลชนอย่างอารมณ์ดี เมื่อถามว่าพอใจหรือไม่ที่ไม่ถูกอภิปรายว่า &amp;ldquo;ก็อภิปรายอยู่ ไม่ถูกอภิปรายอะไร โธ่&amp;rdquo; เมื่อถามถึงกระแสข่าวการฮั้วกับพรรคเพื่อไทย พล.อ.ประวิตรได้แต่ยิ้ม ไม่ได้ตอบคำถามใดๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ปฏิเสธตอบคำถามถึงความมั่นใจในเสียงโหวตของ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล โดย พล.อ.อนุพงษ์มีสีหน้าเรียบเฉย ก่อนขึ้นไปยังห้องประชุมสภา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ กรณีที่ฝ่ายค้านวอล์กเอาต์ไม่อภิปรายสรุปญัตติว่า เคยตักเตือนเรื่องการบริหารเวลาไปแล้ว เพราะเกรงว่าจะมีปัญหาตอนปลาย แต่สุดท้ายก็ดำเนินการอภิปรายยุติลงได้ ส่วนกรณีที่ฝ่ายค้านจะไม่ร่วมลงมติวันนี้ก็เป็นสิทธิของ ส.ส. และการที่ฝ่ายค้านไม่ได้อภิปรายสรุปก็ไม่ส่งผลกระทบต่อการลงมติในวันนี้ ทั้งนี้ ส่วนตัวไม่ทราบกรณีที่อดีตพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ตั้งข้อสังเกตว่าพรรคเพื่อไทยฮั้วกับรัฐบาลจึงไม่ได้อภิปราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาฯ กล่าวว่า ขอตำหนิการกระทำของกลุ่มการเมืองที่เรียกตัวเองว่าพรรคที่ถูกยุบ ไม่เคารพกฎเกณฑ์ของรัฐสภา แม้แต่กฎระเบียบเล็กๆ น้อยๆ ก็ยังแยกไม่ได้ว่าอะไรควร-ไม่ควร ที่ผ่านมาไม่เคยปิดกั้นการแถลงข่าว แต่ก็มีระเบียบรัฐสภาว่าด้วยการใช้ห้องแถลงข่าวรัฐสภาซึ่งวิญญูชนทั้งหลายอ่านแล้วเข้าใจว่าอะไรควรหรือไม่ควรปฏิบัติ เนื่องจากเมื่อคืนเวลาประมาณ 19.00 น. ส.ส.ในกลุ่มนี้มาแถลงข่าวกันหลายคน โดยคนที่ไม่มีโอกาสอภิปรายในสภา แต่กลับมาอภิปรายข้างนอก ซึ่งไม่สมควร ทั้งที่เมื่อวานเจ้าหน้าที่สภาเข้ามาขอร้องแล้ว แต่ก็ไม่ฟัง ใช้เวลา 19.20-21.15 น. ซึ่งไม่เกรงใจใครและพาดพิงถึงผู้อื่น ถือเป็นการผิดระเบียบการรักษามารยาท และการใช้ภาพและเสียงภาพยนตร์ คือการเฟซบุ๊กไลฟ์ตลอดเวลา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวยืนยันว่า ไม่มีดีลการเมืองระหว่างพรรคเพื่อไทยกับ พล.อ.ประวิตร เป็นการคาดการณ์ไปเอง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา เวลา 09.30 น. นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ได้เปิดประชุมสภาฯ เพื่อเตรียมลงมติในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ทั้งนี้ ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมนายชวนได้เปิดโอกาสให้ ส.ส.ได้อภิปรายปรึกษาหารือเป็นการทั่วไป&amp;nbsp;
อนค-พท.แต่งชุดดำไว้ทุกข์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ฝ่ายค้านจะขอใช้สิทธิไม่ร่วมสังฆกรรม และไม่ขอเข้าร่วมลงมติในครั้งนี้ เพราะเห็นว่าเป็นการดำเนินการโดยมิชอบภายหลังผู้เสนอญัตติของฝ่ายค้านไม่ได้อภิปรายสรุปญัตติตามข้อบังคับการประชุมสภา ซึ่งถือว่าการอภิปรายยังไม่เสร็จสิ้นกระบวนการ &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า ตามข้อบังคับการประชุมสภาฯ ให้สิทธิในการให้ผู้เสนอญัตติได้อภิปรายสรุปไว้เแล้ว ถ้าไม่ใช้สิทธิดังกล่าวก็เป็นสิทธิของฝ่ายค้าน ส่วนพรรคร่วมฝ่ายค้านจะเข้ามาร่วมหรือไม่ ก็แล้วแต่ดุลพินิจของแต่ละคน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ อดีตพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า อยากฝากไปถึงนายกฯ สิ่งที่เปราะบางของประเทศ คือการไม่รักษากติกามารยาทบ้านเมือง มีความเป็นห่วงว่าแม้ว่าเราจะยังไม่มีพรรคอยู่ แต่เรารักษากติกาบ้านเมือง อยากให้รัฐบาลใส่ใจการแก้ไขปัญหาไวรัสโคโรนา และอยากฝากให้รัฐบาลระมัดระวังในการใช้อำนาจบริหารประเทศภายหลังเกิดเหตุการณ์ชุมนุมของนักศึกษา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ใครทำอะไรไว้ต้องรับผิดชอบ พรรคผมไม่เคยเล่นการเมืองแบบปาหี่ครับ&amp;quot; นายคารมกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่า ส.ส.อดีตพรรค อนค.หลายคนได้พร้อมใจกันแต่งกายในชุดดำเพื่อไว้ทุกข์ โดยนายจุลพันธ์ โนนศรีชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ อดีตพรรค อนค. กล่าวว่า ขอแต่งกายชุดดำเพื่อไว้ทุกข์ให้กับการประชุมสภาฯ ที่ไม่ได้ดำเนินการให้เป็นไปตามข้อบังคับการประชุมสภาฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายชวนกล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ความคิดเห็นอาจแตกต่างกันได้ แต่ต้องไม่กระทำฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวังมากที่สุด การลงมติครั้งนี้เป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา ที่ประชุมสภาฯ ได้มีมติไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลตามลำดับ ดังนี้ 1.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้รับความไว้วางใจ 272 ต่อ 49 คะแนน โดยมี ส.ส.งดออกเสียง 2 คน 2.พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้รับความไว้วางใจ 277 ต่อ 50 คะแนน โดยมี ส.ส.งดออกเสียง 2 คน 3.นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้รับความไว้วางใจ 272 ต่อ 54 คะแนน โดยมี ส.ส.งดออกเสียง 2 คน 4.พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ได้รับความไว้วางใจ 272 ต่อ 54 คะแนน โดยมี ส.ส.งดออกเสียง 2 คน 5.นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.การต่างประเทศ ได้รับความไว้วางใจ 272 ต่อ 55 คะแนน โดยมี ส.ส.งดออกเสียง 2 คน และ 6.ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ได้รับความไว้วางใจ 269 ต่อ 55 คะแนน โดยมี ส.ส.งดออกเสียงจำนวน 7 คน&amp;nbsp;
นายกฯ สบายใจผ่านศึกได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังที่ประชุมสภาโหวตลงมติ พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ ว่า ทุกอย่างเรียบร้อย ทั้งหมดเป็นเรื่องของสภา และการประชุมเพื่ออภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ได้ทำตามข้อบังคับ เป็นไปตามขั้นตอนกฎหมายและรัฐธรรมนูญทุกประการ ตนต้องขอขอบคุณทุกคนและประชาชนที่ให้กำลังใจกับรัฐบาล ตนจะทำทุกอย่างให้กับทุกคน วันนี้ก็ได้สบายใจไปอีกอย่างหนึ่ง เพราะได้ผ่านพ้นตรงนี้ จะได้ไปทำงานด้านอื่นๆ ซึ่งมีอีกหลายงานที่รออยู่ และนี่คือความจำเป็นของรัฐบาลที่ต้องทำงานและเตรียมการในด้านงบประมาณ ซึ่งได้มีการประกาศใช้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ยืนยันว่าทุกโครงการที่รัฐบาลทำไป จะลงไปสู่กลุ่มต่างๆ ให้ครบทุกกลุ่ม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ส่วนที่พูดกันในสภาที่ระบุว่าตนได้ไปรับปากกับประเทศต่างๆ นั้นไม่จริง เป็นเพียงการไปรับข้อมูลต่างๆ และต้องนำมาพิจารณาภายในประเทศ ซึ่งมีหลายขั้นตอนในทุกๆเรื่อง สิ่งสำคัญที่สุดคือการค้าการลงทุน เพราะโลกไร้พรมแดนแล้ว ยอมรับว่ามีปัญหาบ้างในเรื่องของสินค้าประเทศที่มีการจำกัด ของเราก็มีการห้ามบางอย่าง ยืนยันว่ารัฐบาลคิดในทุกแง่ทุกมุม พร้อมรับฟังความคิดเห็นจากทุกคน โดยเฉพาะในโซเชียลมีเดีย ไม่ได้ฟังเฉพาะกลุ่มที่เชียร์หรือรัก ยิ่งว่าก็ยิ่งต้องดูว่ามีปัญหาอะไรจะต้องแก้ปัญหาให้เขาด้วย เราต้องพิจารณาตัวเองว่าอะไรยังบกพร่องอยู่หรือยังมีปัญหา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวอีกว่า วันนี้ถ้าเราทำอะไรไม่ได้เลย แล้วจะเอาเงินที่ไหนมาดูแล สิ่งที่จำเป็นต้องร่วมมือและช่วยกันวันนี้คือ การทำตามแนวทางของในหลวงรัชกาลที่ 9 ในเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง การมีส่วนร่วมของภาคเอกชนที่เข้ามาและเจอหน้ากันนั้น เป็นการเชิญมาร่วมมือกับรัฐบาล ไม่ใช่ไปบอกก่อนว่าเราจะทำอะไร ดังนั้นอย่าคิดว่าอะไรก็เอื้อประโยชน์กันทั้งหมด ประเทศไทยอย่างไร คนไทยก็ต้องลงทุนร่วมกัน แต่ต้องทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย สิ่งสำคัญที่สุดประชาชนต้องได้ประโยชน์สูงสุด รวมทั้งประเทศชาติต้องได้ประโยชน์ไปด้วย ดังนั้นขอร้องให้ความเป็นธรรมกับรัฐบาลชุดนี้บ้าง เราทำงานด้วยความตั้งใจ ซื่อสัตย์สุจริตทุกประการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทุกคนต้องเคารพกระบวนการยุติธรรม ผมก็คงไปบังคับใครไม่ได้ ถ้าทุกคนต้องการให้บ้านเมืองเกิดความสงบสุข ต้องเริ่มจากที่ตัวเองก่อน รัฐบาลไม่ต้องการเป็นคู่ขัดแย้งกับใครทั้งสิ้น เราเผชิญกับความขัดแย้งมานานแล้วเป็นสิบๆ ปี เป็นสิ่งที่ทำให้ประเทศไทยเสียโอกาสจากศักยภาพที่มีอยู่ และขอขอบคุณอีกครั้ง ขอให้ช่วยกันกับผม ถ้าไม่อยากช่วยผมก็ขอให้ช่วยประเทศชาติ ช่วยประชาชนของเรา&amp;quot; นายกฯ กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวการปรับ ครม. ภายหลังการอภิปราย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวยืนยันว่า &amp;quot;ไม่มีการปรับ&amp;quot; เมื่อถามย้ำว่าขณะนี้โผ ครม.เตรียมพร้อมไว้แล้วหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า &amp;quot;ยังไม่ถึงเวลา&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่ามีกระแสข่าวว่าพรรคเพื่อไทยบางส่วนจะมาร่วมด้วย หากเป็นเช่นนั้นต้องเกลี่ยสัดส่วน ครม.ใหม่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ย้อนถามว่า &amp;quot;เอาข่าวมาจากไหน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประวิตร กล่าวถึงกรณีที่สภาลงมติไว้วางใจมากถึง 277 เสียง รู้สึกสบายใจหรือไม่ว่า เป็นเรื่องของสภาเขา
พปชร.เย้ยฝ่ายค้านสอบตก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามกรณี ส.ส.อดีตพรรค อนค.จะนำข้อมูลอภิปรายนอกสภา ถึงการดำเนินมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัดในกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เดี๋ยวจะลงรายละเอียดในเว็บไซต์ให้อ่าน ซึ่งไม่มีการเชื่อมโยงกับตน ก็เห็นอยู่แล้วว่าอยู่มาตั้ง 15 ปี ส่วนข้อมูลในการอภิปรายจะถูกนำไปใช้พูดนอกสภาก็ไม่เป็นไร
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในฐานะเลขาธิการวอร์รูมนอกสภาของ พปชร. ที่ได้ติดตามการอภิปรายมาโดยตลอด 4 วัน ขอสรุปยุทธการอรุณรุ่งของฝ่ายค้านว่า สอบตก กลายเป็นอรุณร่วง อรุณรุ่งริ่ง เป็นการแสดงออกแบบท้าทาย เสียดสี ดรามา ท้ายิง ไม่สมเกียรติ ไม่เป็นตัวอย่างแก่เยาวชน ประชาชนไม่ได้ประโยชน์อะไรจากการอภิปราย ทั้งยังบริหารเวลาผิดพลาด ทะเลาะกันเองในทั้งฝ่ายค้านทั้งสมาชิกอดีตอนาคตใหม่ ไม่พอใจพรรคเพื่อไทยจนกระทั่งอภิปรายไม่ได้ เป็นความผิดพลาดของฝ่ายค้านเอง ไม่เกี่ยวกับรัฐบาล ขอเรียกร้องนายศรัณย์วุฒิ &amp;nbsp;ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ พรรคเพื่อไทย ว่าให้ไปตรวจสอบว่าใครที่มีความใกล้ชิดกับรัฐมนตรีช่วยท่านหนึ่งแล้วพานักธุรกิจไปโกงเงินธนาคารอิสลาม 2 หมื่นล้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านฝ่ายค้าน นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวหลังประชุมร่วมกับหัวหน้าพรรคฝ่ายค้าน โดยมี 5 พรรคหารือ และมีตัวแทนกลุ่มอนาคตใหม่เข้าไปตอนท้ายว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ทำงานกันเต็มที่ และตั้งใจให้อภิปรายครบทุกคน การอภิปรายเป็นที่น่าพอใจ แม้วันแรกจะไม่พอใจเท่าไร และวางไว้ว่าวันสุดท้ายจะเป็นทีเด็ด แต่เสียดายว่าไปไม่ถึง ขอโทษตัวเองว่าประเมินรัฐบาลผิดพลาด และวันนี้เราเสียใจ ขอโทษประชาชนที่ทำหน้าที่ได้ไม่ครบ เพราะรัฐบาลไม่เอื้ออำนวยให้ทำงาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส. น่าน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สาเหตุที่วอล์กเอาต์และประกาศไม่ร่วมลงมติไม่ไว้วางใจ เนื่องจากในอดีตไม่มีการใช้เสียงข้างมากมาละเมิดสิทธิ์เสียงข้างน้อยตามหลักประชาธิปไตย พล.อ.อนุพงษ์ยังไม่ถูกอภิปรายเลย ดังนั้นจึงถือว่ายังไม่สิ้นสุดการอภิปรายไม่ไว้วางใจตามรัฐธรรมนูญ หมายความว่าญัตติยังไม่สิ้นสุด และหลังปิดการอภิปรายก่อนลงมติต้องมีการอภิปรายสรุป แต่เพื่อไทยยืนยันว่าไม่ใช้สิทธิ์ แต่เป็นมาตรการตอบโต้ของเสียงข้างน้อยที่ดีที่สุด และก็เป็นมติที่ไม่สมบูรณ์ และอันนี้ต้องสู้กันต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ชลน่านกล่าวอีกว่า วันนี้ตนและเพื่อน ส.ส. จึงใส่ชุดดำมาเพื่อต่อต้านอำนาจที่ไม่เป็นธรรม ส่วนกลุ่มอนาคตใหม่ที่เข้าร่วมก็ถือเป็นสิทธิ์ตามเอกสิทธิ์ของ ส.ส.ในการลงคะแนน เราไม่มีกิจที่จะไปทำลายทำร้ายพวกเดียวกันเอง เรื่องลงคะแนนกับเรื่องความขัดแย้งถูกจับมาโยงให้เป็นเรื่องเดียวกัน ท้ายที่สุด นพ.ชลน่านกล่าวว่า &amp;quot;คำสั่งที่มีอำนาจสั่งสภาได้ ซึ่งเป็นของผู้ใหญ่ฝั่งรัฐบาล&amp;quot;
พท.-อนค.นัดเคลียร์ใจ 4 มี.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า พรรคอนาคตใหม่ตั้งข้อสังเกตมีรายการ &amp;lsquo;คุณขอมา&amp;rsquo; นายสุทินกล่าวว่า ถ้าตอบไปก็จะไม่เชื่อ ให้ดูการทำงานดีกว่า ยืนยันว่าไม่มี เพราะถ้ามีแล้วจะคุ้มอะไร จะได้อะไร เสียดายแต่นายรังสิมันต์ ที่ยังไม่ได้อภิปราย ถ้าได้อภิปรายคนสุดท้ายก็จะครบ ตอนนี้จะต้องระวังไอโอ เสี้ยมให้ฝ่ายค้านแตกกัน ในวันที่ 4 มี.ค.นี้ พรรคร่วมฝ่ายค้านจะนัดทานข้าวกัน ไม่ถือว่าประสานรอยร้าว แต่เป็นการปรับความเข้าใจในระยะสั้นๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวลิต วิชยสุทธิ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ยืนยันว่า พรรคเพื่อไทยไม่ทรยศต่อฝ่ายค้านและประชาธิปไตย และไม่หักหลัง เข้าใจถึงคนที่เตรียมตัวมา แต่ไม่ได้อภิปราย เพราะตนก็เป็นคนหนึ่งที่เตรียมมา แล้วไม่ได้อภิปรายเช่นกัน ยอมรับว่าต้องมีการเคลียร์ใจกับกลุ่มอดีตพรรคอนาคตใหม่ ตนทำงานกับนายปิยบุตร แสงกนกกุล อดีตเลขาธิการพรรค อนค. ในคณะกรรมาธิการกฎหมายฯ แต่ยังติดต่อนายปิยบุตรไม่ได้ ก็ได้ส่งไลน์ไปแล้วว่า ถ้าว่างให้ติดต่อกลับ ยืนยันว่าเป็นไปไม่ได้ที่พรรคเพื่อไทยจะมีกรณีคุณขอมา ไม่ให้อภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประวิตร เพราะก็มีการใส่ชื่อนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี รวม 6 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลนอกสภาเป็นสิ่งที่สามารถดำเนินการได้ ประชาชนที่ติดตามการอภิปราย ได้เห็นถึงความพยายามในการชิงรวบรัดตัดสิทธิ์ การอภิปรายของ ส.ส.พรรคฝ่ายค้าน ใช้พวกมากลากไป ทำตัวเป็นเผด็จการรัฐสภา ปิดกั้นกลไกและกระบวนการตรวจสอบของรัฐสภา จึงเป็นสิทธิ์โดยชอบของผู้ที่ยังไม่ได้อภิปราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ต้องขอโทษทีมอนาคตใหม่อย่างจริงใจ เราเสียใจและเข้าใจความรู้สึกของน้องๆ ทุกท่าน ที่มีความตั้งใจและทุ่มเทอย่างหนักเพื่อการอภิปรายครั้งนี้ เรายอมรับความผิดพลาดเรื่องการไม่สามารถบริหารเวลาอภิปรายของสมาชิกบางท่าน เหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น มันเป็นโจทย์ที่ฝ่ายรัฐบาลบีบเรา ด้วยการใช้เสียงข้างมาก เพื่อไม่ให้อภิปรายต่อ ยืนยันว่าไม่มีทางเป็นไปได้เลย ที่เราจะไปช่วย #เผด็จการ บุคลากรของเราร่วมกันต่อสู้กับอำนาจเผด็จการมาอย่างยาวนานโดยไม่เคยย่อท้อต่ออุปสรรคต่างๆ ที่ถาโถมเข้ามาตลอด คนเพื่อไทยขอยืนยันว่าศัตรูของเราคือ #ระบอบเผด็จการ และจะทำทุกอย่างเพื่อถนอมน้ำใจของกันและกันไว้ให้ดีที่สุด เพื่อรวมพลังกันต่อสู้ให้สำเร็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า พรรคเพื่อไทยถูกกล่าวหาว่าจงใจอภิปรายยืดเยื้อเพื่อให้หมดเวลาอภิปราย พล.อ.ประวิตร ผมไม่โกรธที่เพื่อนกล่าวหาเราแบบนั้น เพียงอยากเตือนสติว่าพรรคเพื่อไทยยืนหยัดต่อสู้กับเผด็จการมาก่อนจะมีพรรค อนค. และเป็นพรรคที่ถูกรังแกจากเผด็จการมากที่สุด ยอมรับว่าคนของพรรคมีส่วนผิดที่คุมเวลาไม่ได้ แต่คนของเพื่อไทยก็เสียสิทธิอภิปรายหลายคนเช่นกัน การจัดลำดับอภิปราย พล.อ.ประวิตรเป็นคนสุดท้าย ก็เป็นมติของพรรคร่วม ดังนั้นข้อกล่าวหาว่ามีการวิ่งเต้นเพื่อไม่อภิปรายใครจึงเป็นการกล่าวหาลอยๆ ทำให้พรรคเพื่อไทยเสียหาย วิธีการแบบนี้ผมไม่คุ้น เพราะไม่เคยระแวงหรือกล่าวหาเพื่อนโดยไม่มีหลักฐาน แม้จะมีข่าวว่าเพื่อนแอบไปคุยกับทหารมาก็ตาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทยเปิดเผยว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคร่วมฝ่ายค้านเกิดปัญหาอุปสรรคต่อเนื่องทุกวัน ทั้งการจัดสรรเวลา สลับสับเปลี่ยนคิวผู้ที่จะอภิปรายแต่ละช่วงเวลา ถูกแทรกแซงจากคนที่ไม่ได้เป็น ส.ส. แต่กลับมีอำนาจตัดสินใจ สั่งการ ในส่วนของการวางคนไม่ถูกกับงาน ไม่รักษาเวลาอภิปรายก็เป็นอีกหนึ่งปัญหา วันแรก แกนนำพรรค ส.ส.ในพรรคหลายคน ต่างผิดหวังกับนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม ส.ส.เพื่อไทย หลายคนได้รับโทรศัพท์ต่อว่า จากชาวบ้าน ผู้สนับสนุนพรรค ตั้งข้อสังเกตถึงพฤติกรรม สิ่งที่ทำให้นายยุทธพงศ์อภิปรายผิดฟอร์มว่ามีเหตุผลปัจจัยอื่นใดเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่&amp;nbsp;
ซัด อนค.ไม่เข้าใจการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ เดิมได้รับการจัดสรรเวลาอภิปราย 2 ชั่วโมง แต่ได้ใช้เวลาร่วม 3 ชั่วโมง ทำให้เวลารวมของพรรคร่วมฝ่ายค้านมีปัญหา เกิดความระหองระแหงใจกับพรรคอนาคตใหม่ เพราะผู้อภิปรายหลายคนที่เตรียมข้อมูลมาอดอภิปรายเพราะเวลาไม่พอ แม้ขณะอภิปราย แกนนำพรรคจะส่งโน้ตเตือนเป็นระยะๆ ว่าเวลาหมดแล้ว ให้รีบสรุปโดยเร็ว แต่ก็ถูกนายศรัณย์วุฒิขยำทิ้ง และยังกล่าวในที่ประชุมว่าได้รับเวลาอภิปรายอย่างไม่จำกัด ซึ่งจากเรื่องราวที่เกิดขึ้น หลังจากนี้ แกนนำพรรคจะเรียกนายศรัณย์วุฒิเข้าไปพูดคุย ตักเตือนชี้ให้เห็นผลถึงการกระทำที่สร้างผลกระทบส่งมาถึงพรรคและพรรคร่วมฝ่ายค้าน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของพรรคอนาคตใหม่ ที่ออกมาโจมตีพรรคเพื่อไทยหลังการอภิปรายนั้น แกนนำพรรคเพื่อไทยมองว่าเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม เมื่อเป็นพรรคร่วมฝ่ายค้านด้วยกันแล้วควรที่จะพูดคุยกันก่อนออกมาให้ความเห็นอะไร มองว่าพรรคอนาคตใหม่ไม่เข้าใจการเมือง ต้องการจะได้ทุกอย่างตามที่ตัวเองต้องการ ซึ่งไม่ถูกต้องนัก เพราะทางการเมืองนั้นไม่มีใครได้ทุกอย่างที่ตัวเองต้องการ เมื่อร่วมมือกันแล้วก็ต้องเอาพรรคพวกไว้ก่อน เพราะถึงอย่างไรก็ต้องเป็นฝ่ายค้านด้วยกันต่อไป ไม่ใช่จะยืนตามแนวทางที่ตัวเองคิดว่าถูกต้องเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ อดีตพรรคอนค.ยืนยันว่า เนื้อหาการอภิปรายไม่ไว้วางใจ สื่อถึงความล้มเหลว ความไร้ประสิทธิภาพของรัฐบาล ถึงแม้กระบวนการไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีจะไม่ครบทุกคน แต่ต้องขอบคุณประชาชนที่ส่งข้อความให้กำลังใจ และขอให้กลับไปลงมติในสภา วันนี้ทุกคนจึงตั้งใจที่จะมาโหวต โดยคิดว่าที่ผ่านมาทำงานอย่างเต็มที่ ถึงแม้เป็นเสียงข้างน้อย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ อดีตพรรค อนค. กล่าวว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจมีข้อสังเกตหลายประเด็น เช่น ใน 5 ชั่วโมงสุดท้ายของวันที่ 27 ก.พ. ถ้ารัฐบาลแบ่งเวลาให้ฝ่ายค้านอภิปรายฯ โดยไม่ยึดกติกาที่จัดสรรไว้อย่างเดียว บรรยากาศจะดีกว่านี้ แต่เมื่อรัฐบาลเลือกแบบนี้ ทำให้เสียงข้างมากกุมสภา จนไม่สามารถสรุปการอภิปรายได้ ประเด็นต่อมา ส.ส.ที่ทำหน้าที่อภิปรายฯ ถูกข่มขู่ รวมทั้งกรณีของ น.ส.พรรณิการ์ วานิช อดีตโฆษกพรรค อนค. ที่ใช้สิทธิ์ของประชาชนอภิปรายนอกสภาเรื่อง 1MDB แต่กลับถูกรัฐข่มขู่ ส่วนการทำงานฝ่ายค้านต้องเดินร่วมกันต่อไป แต่ขอร้องพรรคการเมืองใหญ่ เช่น พรรคเพื่อไทยต้องให้เกียรติกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ กล่าวว่า การใช้พื้นที่แถลงข่าวไม่ได้เกิดความเสียหายวุ่นวาย แต่กลับเป็นสิ่งดีให้ประชาชนเข้าใจเนื้อหาของการอภิปราย เนื่องจากเวลาหมด เมื่อวันที่ 27 ก.พ. ตนไม่ได้เข้าร่วมประชุมกับวิปฝ่ายค้าน แต่เห็นว่าเมื่อมีคนไม่ถูกอภิปราย ก็ยิ่งต้องไปลงมติไม่ไว้วางใจ และประชาชนก็คาดหวังแม้จะอภิปรายรัฐมนตรีได้ไม่ครบทุกคน แต่ก็มีการอภิปรายนอกสภาเพื่อส่งไปยังประชาชนได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ กล่าวว่า รู้สึกเสียใจที่ไม่ได้อภิปราย พล.อ.ประวิตร ที่ได้คะแนนจากการลงมติไว้วางใจสูงที่สุด เพราะตนอาจเปลี่ยนใจเพื่อนสมาชิกได้ ส่วนตัวไม่กลัวการถูกฟ้อง เพราะเคยถูกจำคุกมาแล้ว ยอมรับว่าในวันที่ 4 มี.ค.นี้ ได้มีการนัดแกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้าน เพื่อขอบคุณ และคงใช้โอกาสนี้ในการพูดคุยทำความเข้าใจกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58461</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประชุมสภาผู้แทนราษฎร, ประเมินเวลาพลาด, วิปรัฐบาล, ศึกซักฟอก, สภาผู้แทนราษฎร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อภิปรายไม่ไว้วางใจ, อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล, โหวตตามมติพรรค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200228/image_big_5e5919afd5d82.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58382</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝ่ายค้านต้มกันเอง ส้มหวานโวยพท.พูดกินเวลาไม่ให้แตะ‘ป้อม-ป๊อก’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;กฐินไม่ไว้วางใจวันสุดท้ายเทกระจาด อรุณรุ่งร่วงไม่เป็นท่า &amp;ldquo;ศรัณย์วุฒิ&amp;rdquo; ร่ายยาวเหมือนเล่นลิเกกว่า 3 ชั่วโมง ทั้งท้าสาบาน-ร่างพินัยกรรม สุดท้ายถูก &amp;ldquo;วิษณุ&amp;rdquo; ยกคำโบราณ &amp;ldquo;ก้านบัวบอกลึกตื้นชลธาร&amp;rdquo; ตอกกลับนิ่มๆ ก่อนเฉลยเรื่องที่ดินโรงงานยาสูบ &amp;ldquo;ดอน&amp;rdquo; ร่วมซัดอภิปรายขึงขังแต่ข้อมูลเบาหวิว ฝ่ายค้านบริหารเวลาพลาดทำ 3 อดีต ส.ส.อนาคตใหม่อดจ้อ เด็กส้มหวานข้องใจฮั้วไม่แตะ &amp;ldquo;ป้อม-ป๊อก&amp;rdquo; ซัดเพื่อไทยทำมวยล้มต้มคนดู เพราะมีพิรุธตั้งแต่ให้ &amp;ldquo;ประวิตร&amp;rdquo; อยู่คนสุดท้าย พท.อ้างกำหนดมาแต่ต้น พลาดแค่เรื่องบริหารเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดพิเศษ เพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ต่อเนื่องเป็นวันที่สี่ หลังประธานสภาฯ &amp;nbsp;ได้สั่งพักการประชุมเมื่อเวลา 02.42 น. ที่ได้อภิปราย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยการอภิปรายที่เป็นไฮไลต์และใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมงเป็นของนายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ พรรคเพื่อไทย (พท.) ที่มีการอภิปรายรัฐมนตรีถึง 3 รายคือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม, นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ และนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.การต่างประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายศรัณย์วุฒิได้เริ่มอภิปรายในกรณีบริษัท ฟิลลิป มอร์ริส ระบุว่าทำให้เกิดความเสียหาย 84,000 ล้านบาท จากการต่อสัมปทานของบริษัท ฟิลลิป มอร์ริส แต่ถูกเตะถ่วงด้วยนายดอนจนเหลือค่าปรับที่ไทยได้รับเพียง 1,225 ล้านบาท จึงเป็นที่น่าสงสัยว่ารัฐบาลมีส่วนได้เสียจากค่าปรับที่ลดลงหรือไม่ นอกจากนั้น
นายวิษณุยังมีความพยายามกดดันให้หน่วยงานต่างๆ ช่วยเหลือบริษัทนี้ แต่การแทรกแซงเตะถ่วงไม่สำเร็จ เพราะอัยการสูงสุดยืนยันว่าต้องฟ้อง&amp;nbsp;
&amp;ldquo;เป็นการใช้เทคนิคเพื่อช่วยต่างชาติ ทำให้ลดภาษีที่ควรจะปรับแปดหมื่นล้านบาทเหลือพันกว่าล้านบาท แทนที่จะแก้กฎหมายแค่ 2 เรื่องตามที่เอกชนร้องขอ แต่กลับไปแก้ในส่วนที่บริษัทต่างชาติได้ประโยชน์&amp;rdquo;
นายศรัณย์วุฒิยังได้ไล่เรียงเหตุการณ์ว่า เกี่ยวข้องกับนายดอน, &amp;nbsp;นายวิษณุ และ พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมระบุอีกว่า นอกจากช่วยต่างชาติแล้วยังไม่สะใจ ยังทำลายบุหรี่ไทยพังยับเยินถาวร โกงจนโรงงานยาสูบพังทั้งระบบ กระทบคนกว่า 2 ล้านชีวิต แต่ท่านอู้ฟู่ นอกจากนี้ยังช่วยเจ้าสัว ทันทีที่ยึดอำนาจมีมาตรา 44 อยู่ในมือ พล.อ.ประยุทธ์ตั้งเพื่อนรัก พล.อ. ว. ที่เดินไปไหนด้วยกันบ่อยๆ ไปคุมยาสูบ ตามด้วยตั้ง พล.ท. ส. เข้าไปเป็นประธานกรรมการอำนวยการกิจโรงงานยาสูบ จากนั้นก็ตั้ง น.ส. ด. จนกระทั่งได้เป็น ผอ.โรงงานยาสูบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศรัณย์วุฒิกล่าวอีกว่า ยังมีการแปรรูปโรงงานยาสูบ และให้เอกชนเข้ามาร่วมตั้งบริษัทเพื่อใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินของยาสูบได้ ถือเป็นการเอื้อเจ้าสัว เพราะเชื่อมกับการต่อสัญญาศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ 50 ปี ถือเป็นแผนฮุบที่ดินที่เอื้อกันสุดๆ ทั้งนี้เมื่อได้รับการต่อสัญญาแล้ว มีการแก้ผังเมืองบริเวณดังกล่าว ให้สามารถสร้างตึกสูงได้กว่าที่กำหนดไว้เดิม เป็นที่น่าสังเกตว่า การต่อสัญญาตอนที่ยังสร้างตึกสูงไม่ได้ เพื่อให้การจ่ายค่าเช่าต่ำที่สุด โดยวางแผนเพื่อต้องการสร้างเมกะโปรเจ็กต์ที่มีสวนสาธารณะขนาดใหญ่ มีโรงแรมและมีห้างสรรพสินค้า หากสร้างเสร็จแล้ว ถนนคลองเตยทั้งเส้นก็จะกลายเป็นถนนเจริญ สงสัยว่าทำไมรัฐบาลชุดนี้ถึงใจดีช่วยเจ้าสัวมากขนาดนี้ เปิดทางให้เจ้าสัวสามารถยึดที่โรงงานยาสูบได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานายศรัณย์วุฒิยังได้อภิปรายถึงการจัดซื้ออาวุธที่เกี่ยวพันไปถึง พล.อ.ประยุทธ์ ขณะเป็น ผบ.ทบ.เมื่อปี 2557 เดินทางไปเจรจาซื้อรถถังจากประเทศยูเครนด้วยตัวเอง ในการซื้อขายมีการมอบหมายให้ผู้หญิงสองคนที่มีการเปลี่ยนชื่อหลายครั้ง เพื่อใช้ในการซื้ออาวุธแต่ละประเทศ&amp;nbsp;
อภิปรายยิ่งกว่าลิเก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อเริ่มอภิปรายเรื่องดังกล่าวก็เริ่มมีการประท้วงว่าไกลเกินไป นำข้อมูลจากไหนมาก็ไม่ทราบ ซึ่งไม่เกี่ยวกับ พล.อ.ประยุทธ์ เพราะนายกฯ ตอนนั้นคือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โดยนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ถึงกับกล่าวว่าทำไมไม่ตรวจสอบตอนนั้น เพราะมัวแต่โกงจำนำข้าวหรือไม่ เมื่อถึงช่วงนี้ ทำให้ ส.ส.เพื่อไทยประท้วงให้ถอนคำพูด &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานายศรัณย์วุฒิก็อภิปรายในการจัดซื้ออาวุธต่อว่า เป็นการซื้อขายรถถังเซียงกง ซึ่งเมื่อซื้อมาแล้วก็ใช้งานไม่ได้ โดยในช่วงท้ายๆ การอภิปรายได้เริ่มกินเวลาฝ่ายค้านไปมาก ทำให้นายศรัณย์วุฒิได้เร่งสรุปให้เร็วขึ้น โดยไม่ได้ลงในรายละเอียด ท่ามกลางการประท้วงของ ส.ส.รัฐบาลที่การอภิปรายไม่สรุปเสียที และเมื่อนายศรัณย์วุฒิเริ่มกล่าวสรุป ได้ยกเรื่องความจงรักภักดีของพันท้ายนรสิงห์ไปเทียบกับเรื่องถวายสัตย์ปฏิญาณ ทำให้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ได้เตือนว่าอย่าย้อนไปไกล ไปหยิบยกเรื่องอะไรทั้งหลายที่ไม่เกี่ยวกับการบริหารโดยตรง ก็ต้องขอร้อง เพราะได้ใช้เวลามากว่า 2 ชั่วโมงแล้ว และขอให้ข้ามเรื่องนี้ไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศรัณย์วุฒิยังกล่าวว่า การถวายสัตย์ฯ ไม่ครบ ยิ่งใหญ่กว่าพันท้ายนรสิงห์ และเพื่อพิสูจน์ว่าจงรักภักดีจริงหรือไม่ ก่อนมาอภิปรายคนเตือนว่าอย่ามาอภิปรายเรื่องนี้ จึงได้ทำพินัยกรรมให้กับลูกๆ ถ้าพ่อเป็นอะไรไป พี่น้องต้องรักกัน ดูแลกันให้ดี พ่อจะทำดีให้บ้านเมือง ทำให้นายสิระประท้วงว่า เรามาอภิปรายไม่ไว้วางใจกัน ไม่ใช่มาสั่งเสีย นายศรัณย์วุฒิกล่าวว่า สั้นๆ นิดเดียว นายชวนได้ตักเตือนอีกครั้งว่าถ้าเราพูดแสดงว่าเราไม่กลัว ถ้ากลัวแล้วจะมาพูดทำไม เราต่างต้องการประชาธิปไตยที่มีประสิทธิภาพ มีการตรวจสอบอย่างเข้มแข็ง ถ้าเราใช้อะไรแรงไป ถ้าเขาตอบแรงมา เราก็ต้องรับได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศรัณย์วุฒิกล่าวว่า ขอให้นายกฯ ไปวัดพระแก้วมรกต ทำให้นายชวนต้องเตือนอีกรอบว่า อย่าไปท้ากัน นายศรัณย์วุฒิ กล่าวว่า ไม่ท้า เมื่อได้สั่งลากับลูกๆ แล้ว อยากเจอท่านที่หน้าวัดพระแก้ว เตรียมกระสุนไปคนละนัด ยิงกันคนละนัด นายสิระ กล่าวว่า ไม่ต้องเตรียมปืน เพราะเห็นปืนของท่านแล้ว ปืนของท่านเล็ก บรรยากาศเริ่มกลับมาท้าทายกันอีก จนประธานต้องขอให้ถอนคำพูด โดยนายศรัณณย์วุฒิกล่าวในตอนสุดท้ายว่า ขอถอน เพราะคนอย่างศรัณย์วุฒิไม่เคยกลัวใคร แต่ที่ถอนเพราะเคารพท่านประธาน ไม่ใช่เพราะกลัวใคร &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ได้ชี้แจงทั้งเรื่องที่ดิน, ฟิลลิป มอร์ริส และรถถังสั้นๆ ก่อนสรุปว่า ไม่ได้กลัวการตรวจสอบใดๆ ทั้งสิ้น เรื่องโรงงานยาสูบมีแผนจะย้ายมาตั้งนานแล้ว หลายรัฐบาล และทุกอย่างเป็นไปตามแผน ดังนั้นการมาอ้างว่าย้ายเพื่อประโยชน์ทางธุรกิจจึงไม่ถูกต้อง ขอบคุณในความหวังดี ท่านอภิปรายได้สนุกดี แต่ขอให้รักษาเวลาอันมีค่าของสภาด้วย&amp;nbsp;
วิษณุโต้กลับนิ่มๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 13.55 น. นายวิษณุชี้แจงว่า ข้อมูลของท่านลงลึกมาก เพียงแต่ข้อมูลบางส่วนไม่ถูกต้อง มีการตัดตอนเสนอเพียงบางส่วน ไม่ได้เอามาทั้งหมด นอกจากนี้ศัพท์แสงที่ใช้ก็ลึกมาก โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับคน แต่ไม่รู้ลึกแค่ไหน โบราณจึงบอกว่า ก้านบัวบอกลึกตื้นชลธาร ก่อนจะไล่เรียงกรณีฟิลลิป มอริส ตั้งแต่ปี 2540-2550 รวมถึงเหตุการณ์การฟ้องร้องกัน พร้อมยืนยันว่าไม่ได้แก้กฎหมายเพื่อช่วยบริษัทบุหรี่ เนื่องจากแนวคิดการแก้ไขกฎหมายนี้มีมานานแล้ว ตั้งแต่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ แต่ก็มายุบสภา จากนั้นในรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ก็มาเกิดเหตุการณ์ไม่เรียบร้อยในประเทศขึ้นอีก กระทั่ง คสช.เข้ามา 22 พ.ค.2557 จึงตั้งใจสังคายนากฎหมายตัวนี้ เพราะใช้มาเป็นเวลานาน 90 ปี กฎหมายนี้ประกาศใช้เดือน พ.ค.2560 แต่ก็ทอดเวลาเตรียมการให้อีก 180 วัน แสดงว่าเอาเข้าจริงมีผลบังคับใช้กฎหมายในเดือน พ.ย.60 แต่คดีนี้ฟ้องตั้งแต่ ม.ค. 59
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมไม่ได้ไปแทรกแซงหรือก้าวก่าย แต่พฤติกรรมแบบนี้คือการบริหารราชการแผ่นดิน การแทรกแซงก้าวก่ายหมายถึงตามที่เขาห้ามตามรัฐธรรมนูญ ถ้าเรื่องแบบนี้ถือเป็นการแทรกแซงก้าวก่ายก็ต้องถือว่าเป็นการแทรกแซงโดยชอบ จำคดีถุงขนมได้หรือไม่ เอาเงินไปจ่ายให้ ไม่รู้ให้ใคร แต่ในที่สุดก็ทิ้งถุงไว้ เป็นถุงขนมจนศาลฎีกาตัดสินว่าจำเลยมีความผิด แบบนี้ถึงจะเรียกว่าก้าวก่ายวิ่งเต้นกับประธานศาลรัฐธรรมนูญในสมัยหนึ่ง แต่ท่านประธานศาลไม่เล่นด้วย ก็ถูกขู่เข็ญ ขอนัดพบ แบบนี้ถือว่าแทรกแซงก้าวก่าย&amp;rdquo; นายวิษณุกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุยังชี้แจงถึงเรื่องยกที่ดินโรงงานยาสูบให้เจ้าสัว ว่าเชื่อว่าผู้อภิปรายไม่ได้ตั้งใจ หรือไม่รู้ก็เลยพูดแบบนั้น ขอชี้แจงว่าที่ดินดังกล่าวแบ่งเป็น 4 โซน ประกอบด้วยที่ดิน 4 โซน คือโซน A ศูนย์ฯ สิริกิติ์ 53 ไร่, โซน B ข้างหลังศูนย์ฯ โรงพยาบาล 77 ไร่, โซน c สวนน้ำริมรัชดาฯ 130 ไร่ และโซนสุดท้ายโซน D โรงงานหลังสวนน้ำ จำนวน 320 ไร่ โดยที่ดินแปลง D และที่ดินแปลง C รัฐบาลนายอานันท์ ปันยารชุน น้อมเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง แต่ก็ไม่ได้บอกว่าถวายไปทำอะไร หลังจากนั้นก็เป็นรัฐบาลชวน 1 ที่เกรงว่าหากถวายแล้วจะมีใครเล่นแร่แปรธาตุ จึงมีมติให้โซน C ที่ติดกับถนนรัชดาฯ 130 ไร่ ให้สร้างเป็นสวนน้ำ ตกลงโซน C เป็นสวนน้ำ ใครจะยกให้เจ้าสัว แม้แต่เสี้ยวเดียวก็ไม่ได้ ส่วนโซน D รัฐบาลต่อมาก็ให้ทำเป็นสวนป่า คือปลูกต้นไม้ให้เต็มไปหมด ฉะนั้นใครจะนำที่ดินโซน D ไปยกให้ใครแม้แต่วาเดียวก็ไม่ได้ แต่โซน D มีโรงงานยาสูบตั้งอยู่หลายโรงงาน จึงไม่สามารถทำสวนป่าได้ทันที โดยโซน C ได้มีการขอพระราชทานชื่อ ซึ่งได้รับพระมหากรุณาธิคุณ เป็นอันว่าได้ชื่อเป็นทางการสำหรับโซน C และโซน D คือสวนเบญจกิติ
&amp;ldquo;รัฐบาลนายกฯ ประยุทธ์ปีที่แล้วไปตรวจเยี่ยม ก็เพิ่งรู้ว่าขนย้ายเหลืออยู่อีกนิดเดียว จึงได้ขอให้ช่วยขยับขยายไปให้หมด โดยเร่งรัดภายในพฤษภาคม 2563 เพื่อจะได้น้อมเกล้าฯ ถวายในเดือนสิงหาคม 2564 ดังนั้นประโยคที่ผู้อภิปรายพาดพิงจึงไม่สวยงามเลยที่บอกว่าไปสร้างสวนเพื่อเอื้อต่อศูนย์ฯ สิริกิติ์เป็นสวนน้ำและเป็นสวนป่า เพราะทั้งหมดกำหนดโดยสำนักพระราชวัง และไม่สวยงามเลยที่บอกว่าที่ดินข้างสวนให้เป็นที่ดินเจ้าสัว แต่เชื่อว่านายศรัณย์วุฒิไม่ทราบ และไม่ได้ตั้งใจ และควรไม่มีใครไปถือสาหาความกับส่วนนี้&amp;rdquo; นายวิษณุกล่าว
นายดอนได้ชี้แจงเช่นกันว่า เรื่องต่างๆ ตามที่กล่าวหา แม้การนำเสนอจะขึงขังจริงจัง แต่ข้อมูลที่ออกมานั้นเบาหวิวไม่หนักแน่น ซึ่งกรมสนธิสัญญาฯ ก็ติดตามดูแลปกป้องผลประโยชน์ของไทยเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมาภายหลัง ส่วนกรณีการซื้อรถถังยูเครนที่มีการกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องด้วยนั้น อยากชี้แจงว่าเมื่อปี 2554 ที่มีกรณีนี้เกิดขึ้น ตนเองยังอยู่อีกโลกหนึ่ง โลกที่ไม่เกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 16.10 น. พล.อ.ประวิตรกล่าวชี้แจงกรณีนายศรัณย์วุฒิเกี่ยวกับการจัดหาเรือดำน้ำและรถถัง ว่าไม่ได้เป็นคนจัดหา แต่เป็นความต้องการของเหล่าทัพที่จะเสนอมาว่ากองทัพเรือต้องการอะไร กองทัพบกต้องการอะไร แล้วจัดสรรคู่กับงบประมาณที่รัฐบาลจัดสรรให้ ซึ่งเป็นการซื้อโดยระบบจีทูจี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม ได้ชี้แจงรายละเอียดถึงการจัดการยุทโธปกรณ์ของกองทัพที่ต้องตอบสนองภารกิจ 2 ประการ คือ การเตรียมกำลัง และการใช้กำลัง ซึ่งเราดำเนินการ เพื่อรองรับสถานการณ์ตามแผน 5-10 ปี ซึ่งการจัดการยุทโธปกรณ์ของแต่ละเหล่าทัพได้จัดซื้อมานานแล้ว ขณะที่เรือดำน้ำของกองทัพเรือ เรามีไว้ไม่ได้ต้องการแข่งขันกับอาเซียน แต่มีไว้เพื่อนถ่วงดุลอำนาจทางทะเล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ได้ลุกขึ้นชี้แจงว่า เรื่องอะไรที่เป็นเรื่องไม่ดี เรื่องผิด น้อมรับไว้ทุกประการ เพื่อจะดำเนินการแก้ไขให้ทุกต้องในทุกประเด็น ส่วนเรื่องอื่นคงชี้แจงไปหมดแล้ว แต่กังวลในเรื่องของการเกณฑ์ทหาร ทหารทุจริตก็มีในทุกหน่วยงาน ฉะนั้นเราก็ต้องขจัดคนไม่ดีออกไปลงโทษ
บริหารเวลาผิดพลาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในช่วง 17.30 น. หลังอภิปรายจนใกล้จะครบเวลา 19.00 น. ตามข้อตกลงที่ต้องปิดอภิปราย ซึ่งยังไม่มีการอภิปรายในส่วนของ พล.อ.ประวิตร และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ทำให้นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.นครราชสีมา พรรค พปชร. ในฐานะประธานวิปรัฐบาล ได้ลุกขึ้นหารือเรื่องเวลาอภิปรายว่า ฝ่ายค้านได้ใช้เวลาอภิปรายที่มีอยู่ 10 ชั่วโมงไปหมดแล้ว แต่รัฐบาลยังเหลือเวลาอภิปรายอยู่ 1.15 ชั่วโมง ดังนั้นหากรัฐมนตรีชี้แจงในเวลาที่เหลือหมดเมื่อไร จะต้องปิดอภิปรายทันทีในเวลา 19.00 น. &amp;nbsp;เพื่อเข้าสู่การสรุปญัตติปิดการอภิปรายของฝ่ายค้านอีก 2 ชั่วโมง โดยขอให้ปฏิบัติตามกรอบเวลาดังกล่าวอย่างเคร่งครัด ทำให้ ส.ส.ฝ่ายค้านรุมประท้วงกันจำนวนมาก เพราะยังเหลือผู้อภิปรายอีกหลายคน และยังไม่ได้อภิปรายรัฐมนตรีอีก 2 คน&amp;nbsp;
นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ยอมรับว่าเป็นความผิดของฝ่ายค้านเรื่องการบริหารเวลา แต่ขณะนี้ยังมีเวลาถึง 23.59 น. จึงควรให้อภิปรายต่อไปจนถึงใกล้เวลาดังกล่าว เพราะเป็นเวลาของประชาชน ไม่ควรไปทึกทักเอาว่าต้องปิดในเวลา 19.00 น. ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ลงมติไม่ได้ เพราะข้อบังคับระบุให้มีการสรุปญัตติ ถ้าไม่สรุปญัตติปิดอภิปราย ก็ลงมติไม่ได้ ทำให้ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลไม่พอใจ พากันรุมประท้วงที่จะใช้วิธีไม่ยอมสรุปญัตติจนเกิดการโต้เถียงไปมา ในที่สุดนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่ทำหน้าที่ประธานที่ประชุม จึงสั่งพักการประชุม 20 นาที เพื่อให้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เรียกตัวแทนวิปทั้งสองฝ่ายไปตกลงหาทางออกในเรื่องที่เกิดขึ้น
กระทั่งเวลา 18.30 น. หลังเปิดประชุมกลับมาอีกครั้ง นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค อนค. ได้ขอให้ผู้อภิปรายของอดีต พรรค.อนค.อีก 3 คนอภิปรายคนละ 5-10 นาที แต่นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาฯ ที่ทำหน้าที่ประธานไม่อนุญาต โดยระบุว่าไม่ใช่ความรับผิดชอบของประธานและวิปรัฐบาล แต่เป็นความรับผิดชอบของฝ่ายค้าน ซึ่งไม่ใช่การกลั่นแกล้งหรือปิดปากไม่ให้อภิปราย ทำให้นายพิจารณ์ตอบกลับว่า ถ้าไม่ให้ เราจะไปอภิปรายกันนอกสภา&amp;nbsp;
ขณะที่นายวิรัชระบุว่า จากการหารือยืนยันว่าทุกอย่างต้องเป็นไปตามข้อตกลง เพราะรัฐมนตรีอีกหลายคนที่ถูกอภิปรายก็ยังไม่ได้ชี้แจง ดังนั้นเมื่อรัฐมนตรีชี้แจงเสร็จแล้ว ก็ต้องปิดอภิปรายตามกรอบเวลา ทำให้นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้านตอบกลับว่า การตกลงใดๆ สามารถขยับกันได้ เพราะขณะนี้ยังมีเวลาเหลือถึง 24.00 น. แม้นายชวนจะขอร้องให้เพิ่มเวลาให้ฝ่ายค้าน 1 ชั่วโมง แต่ฝ่ายรัฐบาลก็ไม่ยอม ดังนั้น เมื่อให้กันไม่ได้ จะขอสงวนสิทธิ์ไม่กล่าวสรุปญัตติปิดอภิปราย เมื่อไม่มีการสรุปก็ไม่สามารถลงมติใดๆ ได้
จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ได้ชี้แจงการอภิปรายของฝ่ายค้าน แต่ชี้แจงไปได้ประมาณ 1 นาที นพ.ชลน่านขอใช้สิทธิประท้วง โดยระบุว่า นายกฯ กำลังสรุปปิดอภิปราย ไม่ได้บอกจะชี้แจงใคร ถือว่าผิดข้อบังคับ สภาเป็นของประชาชน แต่เมื่อเสียงข้างมากไม่ให้สิทธิเสียงข้างน้อยทำงาน เราก็ขออนุญาตไม่ทำงานกับคนที่ลุแก่อำนาจ หลังจากนั้นก็มี ส.ส.ฝ่ายค้านบางส่วนเดินออกจากห้องประชุมไปทันที ซึ่งที่ประชุมเปิดโอกาสให้นายกฯ ได้ชี้แจงต่อไป
หลังจากนั้น นายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ พรรค พปชร. เสนอขอปิดการประชุม ทำให้ ส.ส.ฝ่ายค้านที่เหลืออยู่พากันเดินวอล์กเอาต์ออกจากห้องประชุมกันหมด ก่อนที่ประชุมจะตรวจสอบองค์ประชุม และลงมติให้ปิดการอภิปรายด้วยคะแนน 251 ต่อ 0 งดออกเสียง 7 ไม่ลงคะแนน 2&amp;nbsp;
จากนั้นนายศุภชัยได้สอบถามว่า ฝ่ายค้านจะใช้สิทธิสรุปญัตติปิดอภิปรายหรือไม่ แต่ไม่มีเสียงตอบรับจากฝ่ายค้าน ดังนั้นนายศุภชัยจึงบอกว่า ฝ่ายค้านไม่ประสงค์จะกล่าวสรุปญัตติปิดอภิปราย จึงนัดวันลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ในเวลา 09.30 น. วันที่ 28 ก.พ. ก่อนสั่งปิดการประชุมในเวลา 19.15 น.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พปชร. ในฐานเลขานุการคณะกรรมการประสานงานวิปรัฐบาล กล่าวว่า ฝ่ายค้านบริหารเวลาผิดพลาด จึงไม่สามารถมากล่าวหาวิปรัฐบาลได้ว่ากลั่นแกล้งได้ เพราะที่ผ่านมาทั้งสองฝ่ายก็ตกลงเวลาอย่างชัดเจน โดยฝ่ายค้านได้เวลา 21 ชั่วโมง ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลได้เพียง 10 ชั่วโมง และตั้งแต่วันที่ 24-27 ก.พ. ก็มีการกำชับเรื่องเวลากันมาตลอด ดังนั้นการที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรค อนค. ทวีตข้อความระบุมีการสกัด ส.ส. 4 คนไม่ให้อภิปรายรัฐมนตรีบางท่านได้นั้น จึงไม่เป็นความจริง และขอเรียกร้องให้นายธนาธรหยุดสร้างวาทกรรมความแตกแยก และกลับไปดูข้อเท็จจริงว่าเกิดอะไรขึ้น มากกว่าปั่นหัวคนรุ่นใหม่
ซัดมวยล้มต้มคนดู
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค อนค.โพสต์เฟซบุ๊กว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านอื่นไม่รักษาเวลา ใช้เวลาอภิปรายเกิน ผลคือ ส.ส.อดีตพรรค อนค.ถูกตัดผู้อภิปราย 3 คน มีการเจรจาร้องขออย่างไร ประธานและวิปรัฐบาลไม่ยืดเวลาให้ ยืนยันจะเลิก 1 ทุ่ม ทั้งที่ทุกวันเลิกประชุมดึกดื่นเที่ยงคืนได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ อดีตพรรค อนค. ได้นำ ส.ส.อดีตพรรคแถลงข่าว หลังการวอล์กเอาต์ โดยมีนายธนาธร, นายปิยบุตร แสงกนกกุล และ น.ส.พรรณิการ์ วานิช มาร่วมสังเกตการณ์ โดยนายพิธากล่าวว่า สาเหตุที่เราต้องวอล์กเอาต์ เพราะเราถูกปิดกั้น ตลอด 4 วันที่ผ่านมาเราอภิปรายอยู่ในกรอบเวลาทุกนาที แม้ว่าเราจะเป็น ส.ส.สมัยแรก แต่เราก็เข้าใจกฎและกติกาดี แต่ทำไมต้องมาปิดกั้นเราด้วย จะไม่ให้เรานำเสนอข้อมูลและตรวจสอบรัฐบาลเลยใช่หรือไม่
นายจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ ส.ส.กทม. อดีตพรรค อนค. กล่าวว่า เราเข้าใจดีว่ามีข้อตกลงระหว่างวิปทั้ง 2 ฝ่าย เราเข้าใจกติกามาโดยตลอด แต่ข้อเท็จจริงมีการบีบเวลาของพวกเรา โดยพรรคฝ่ายค้านด้วยกันเอง ซึ่งพรรคเพื่อไทยไม่รักษากติกาและรักษาวินัยในการใช้เวลา ทำให้พวกไม่มีโอกาสอภิปราย โดยปกติการอภิปรายไม่ไว้วางใจคนแรกก็คือนายกฯ ลำดับถัดมาก็ควรเป็น พล.อ.ประวิตรและนายวิษณุ แต่กลับนำเอารัฐมนตรีคนอื่นขึ้นมาก่อน และปิดท้ายด้วย พล.อ.ประวิตร
&amp;ldquo;ผมก็ไม่อยากจะคิดว่ามันมีเงื่อนงำในการเจรจาระหว่างฝ่ายรัฐบาลและพรรคฝ่ายค้านบางพรรคหรือไม่ ซึ่งขอให้พี่น้องติดตามเสาะหาข้อเท็จจริงกันเอง เพราะตามประเพณีทางการเมือง พล.อ.ประวิตรเป็นรองนายกฯ คุณต้องอยู่ลำดับ 2 ของการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ส่วนนายวิษณุต้องอยู่ลำดับ 3 แต่ข้อเท็จจริงมีการวิ่งเต้นและเอาชื่อ พล.อ.ประวิตรมาไว้ท้ายสุด นี่คือเรื่องจริงในสภา เราวางคิวอภิปราย ร.อ.ธรรมนัสในช่วงหัวค่ำ แต่ก็ถูกกินเวลาจนต้องไปอภิปรายในช่วงดึก แล้ววันนี้ผมถามว่าการใช้เวลาตลอด 4 วันที่ผ่านมา มีนายกฯ คนเดียวที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่รัฐมนตรีคนอื่นกลับไม่ถูกอภิปราย แต่เป็นการอภิปรายประกบ ทำไมคุณไม่อภิปรายตรงๆ&amp;rdquo; นายจิรวัฒน์กล่าว
นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. อดีต อนค. กล่าวว่า เรื่องนี้เหมือนมวยล้ม พรรคเพื่อไทยใช้เวลาในการอภิปรายเกินเวลาที่ได้รับการจัดสรร แต่เราไม่เคยเกินเวลาเลย ขอตั้งข้อสังเกตว่าทำไมพรรคเพื่อไทยไม่ยอมอภิปรายรัฐมนตรีบางคน เรื่องนี้ก็ขอให้ประชาชนไปตัดสินใจเอง
ขณะเดียวกัน แกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้าน นำโดยนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้ร่วมกันแถลงข่าว โดยไม่มีตัวแทนของอดีตพรรคอนาคตใหม่และพรรคเศรษฐกิจใหม่เข้าร่วมด้วย โดยนายสมพงษ์ระบุว่า ในวันที่ 28 ก.พ. ฝ่ายค้านจะไม่โหวต โดยให้รัฐบาลโหวตกันเอง ถ้าคะแนนรัฐมนตรีทั้ง 6 คนไม่เท่ากัน ก็แสดงว่าเขาหักกันอยู่ หาก ส.ส.คนใดจะไม่ทำตามแนวนโยบายนี้เราก็ไม่เอาโทษ เพราะถือเป็นเอกสิทธิ์ของ ส.ส.&amp;nbsp;
นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวว่า สมัยเป็นประธานสภาฯ ก็ประนีประนอมกันตลอด แต่คราวนี้รัฐมนตรีไม่เข้าใจระบบสภา นึกจะปกครองแบบทหาร ดังนั้นในวันที่ 28 ก.พ. ก็ให้ฝ่ายรัฐบาลโหวตไปฝ่ายเดียว และถือเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่เลวร้ายที่สุดตั้งแต่มีสภามา&amp;nbsp;
นายสุทินยืนยันว่า ไม่มีล้มมวย เราก็สู้อย่างถึงที่สุด เพียงแต่การบริหารเรื่องคน เวลาที่มีจำกัด บริหารล่วงหน้าไม่ได้ เลยออกมาคลาดเคลื่อนบ้าง ซึ่งที่ผ่านมาก็มีการปรึกษาหารือกันตลอดของ 6 พรรคฝ่ายค้าน แต่พอมาถึงหน้างานก็จะมีการปรับเปลี่ยน ยืนยันว่าไม่มีความขัดแย้งกับอดีตพรรคอนาคตใหม่ ส่วนชื่อของ พล.อ.ประวิตร ถูกจัดให้อยู่ในลำดับสุดท้ายตั้งแต่แรกแล้ว เพราะเราคิดว่าต้องเริ่มต้นที่นายกฯ และจบลงที่ พล.อ.ประวิตร จะทำให้การอภิปรายไม่จืด แต่เรื่องที่เกิดขึ้น เกิดจากการบริหารเวลาที่ผิดพลาด&amp;nbsp;
นายวิรัชชี้แจงถึงอดีต ส.ส.อดีตพรรคอนาคตใหม่บอกว่าการอภิปรายครั้งนี้เป็นมวยล้มต้มคนดู ว่าใครจะมองอย่างไรไม่ทราบ แต่เท่าที่ดูข้อมูลของฝ่ายค้าน มีแต่เอาเรื่องเก่ามาพูด 80% มีเพียง 20% ที่เป็นเรื่องใหม่ แล้วแต่มุมมอง แต่ยืนยันว่าทุกอย่างเป็นไปตามกฎระเบียบ ส่วนที่ฝ่ายค้านจะไม่มาร่วมในวันลงมติก็ไม่เป็นไร เพราะเชื่อว่าเสียงของเราผ่านกึ่งหนึ่งคือ 244 เสียงแน่นอน&amp;nbsp;
พล.อ.ประวิตรกล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายค้านวอล์กเอาต์ว่า ไม่รู้ เป็น เรื่องของสภา? ครม.ไม่เกี่ยว? ส่วนที่อดีตพรรคอนาคตใหม่ตั้งข้อสังเกตว่ามีการฮั้วกันระหว่างพรรคเพื่อไทยกับฝ่ายรัฐบาล เพื่อไม่ให้ พล.อ.ประวิตรและ พล.อ.อนุพงษ์ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจเต็มเวลานั้น จะไปฮั้วกันอย่างไร เขาก็อภิปราย และ พล.อ.อนุพงษ์ และโดนอภิปรายมากเสียด้วย ?ไม่ใช่แค่อ้อมๆ แต่เป็นเรื่องของเวลา&amp;nbsp;
เมื่อถามย้ำว่า ไม่ได้มีการไปตกลงอะไรกับฝ่ายค้านใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า? &amp;quot;โธ่เอ๊ย ไม่มี กล่าวหากันเกินไปแล้ว&amp;rdquo;
พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ถึงภาพรวมการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า รัฐบาลก็ต้องขอขอบคุณ ส.ส.ผู้ทรงเกียรติและประธานที่ทำให้การประชุมเป็นไปอย่างเรียบร้อย ถือเป็นโอกาสอันดีที่รัฐบาลได้มีโอกาสชี้แจงในหลายประเด็น ซึ่งการอธิบายก็สอดคล้องกันในหลายกระทรวง
&amp;ldquo;ผมก็ยินดีที่ทุกอย่างจบได้ตามกำหนดเวลา ถึงแม้จะมีปัญหาอยู่บ้าง แต่นายกฯ และ ครม.ก็ไม่ได้ไปเกี่ยวข้องอะไร เป็นระเบียบข้อบังคับของสภา&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า มั่นใจหรือไม่ว่าคะแนนโหวตในวันที่ 28 ก.พ. จะเป็นไปอย่างราบรื่น พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ก็หวังว่าจะเป็นเช่นนั้น ทุกเรื่องก็หวังให้ราบรื่น จะหวังไม่ให้ราบรื่นได้อย่างไร&amp;nbsp;
เมื่อถามว่า จะพิจารณาปรับ ครม.ต่อไปหรือไม่หลังจบอภิปราย นายกฯ กล่าวว่า อย่าเพิ่งไปมองไกลขนาดนั้นเลย เมื่อย้ำว่าอดีตพรรคอนาคตใหม่มองว่ามีการดีลเพื่อประวิงเวลาไม่ให้อภิปราย พล.อ.ประวิตรและพล.อ.อนุพงษ์ &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า ก็บอกไปแล้วอยู่ที่การบริหารจัดการเวลาของฝ่ายค้าน&amp;nbsp;
ส่วนที่นอกห้องประชุมสภา พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ยืนยันว่าได้เตรียมตัวอภิปรายเรื่องปมถวายสัตย์ฯ แต่ก็ถูกห้าม จึงจะพูดเรื่องนี้ต่อนอกสภาในวันที่ 28 ก.พ. เวลา 21.15 น. ผ่านการไลฟ์สดในเฟซบุ๊ก เพื่อให้ประชาชนได้รู้ข้อมูล 48 หน้าที่เตรียมไว้ และกำลังคิดว่าจะดำเนินคดีที่สภาไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญด้วยหรือไม่ในเรื่องนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน บรรดาอดีต ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ทั้งนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. และนายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ยังคงมีการอภิปราย ร.อ.ธรรมนัสต่อเนื่องทั้งในกรณีต้องคำพิพากษาที่ประเทศออสเตรเลีย รวมถึงเรื่องของทรัพย์สินและหนี้สินของ ร.อ.ธรรมนัส ที่ได้อภิปรายเมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ &amp;nbsp;27 ก.พ. ขณะที่เฟซบุ๊กคณะอนาคตใหม่ก็ได้ไฟล์เอกสารทั้งหมด 5 ไฟล์ที่เกี่ยวข้องกับ ร.อ.ธรรมนัสด้วย.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58382</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริหารเวลา, ประชุมสภาผู้แทนราษฎร, ลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อภิปรายไม่ไว้วางใจ, อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200227/image_big_5e57d59e652cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58190</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘อรุณชิงร่วง’ ก่อนศึกซักฟอกจบ ฝ่ายค้านบ้อท่ารัฐบาลงานฉลุย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยุทธการ อรุณรุ่ง ภายใต้กุนซือ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานคณะกรรมการกิจการพิเศษ พรรคเพื่อไทย กลายเป็นหนังไม่ตรงปก กับที่พยายามโปรโมต โหมโรงกันก่อนหน้านี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 7 ปี ที่รัฐสภาร้างการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ทุกคนประเมินว่า เนื้อหาสาระของฝ่ายค้านจะหนักแน่น&amp;nbsp; ทั้งข้อมูล เนื้อหา และลีลาการซักฟอกที่เผ็ดร้อน เข้มข้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ผ่านไป 2 วัน ของการอภิปรายไม่ไว้วางใจ กลายเป็นฝ่ายค้านที่ถูกกระแสตีกลับ จากการปฏิบัติหน้าที่ที่อยู่ในระดับต่ำกว่ามาตรฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ที่ ร.ต.อ.เฉลิม วางตัวเอาไว้ให้เป็นหัวหมู่ทะลวงฟัน โดยเฉพาะการชำแหละ บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม&amp;nbsp; ในประเด็นการขายที่ดินของบิดา อภิปรายแบบผิดฟอร์มอย่างแรง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากอภิปรายวกไปวนมา ยังไม่สามารถเชื่อมโยงประเด็นให้เห็นความผิดปกติได้ ซ้ำร้ายยังแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวหลายครั้งหลายคราตลอดการอภิปราย จนนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ต้องอบรมทางอ้อมอยู่บ่อยครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ท่ามกลางการจับตาจากหลายฝ่ายว่า สาเหตุที่ฝ่ายค้านออกอ่าวออกทะเล มาจากฝีมือไม่ถึง หรือเป็นเพราะเรื่องนี้เป็นมวยล้มต้มคนดูหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ฝ่ายรัฐบาล ซึ่งก่อนหน้านี้มีการเตรียมความพร้อมอย่างเอิกเกริก มีวอร์รูมหลายคณะเพื่อรับมือการอภิปรายของฝ่ายค้าน ราวกับวิตกกังวล กลับกลายเป็นว่า มาถึงตรงนี้ไม่มีงานที่เหลือบ่ากว่าแรงแต่อย่างใด ตรงกันข้ามกลับผ่านมันไปได้อย่างสบายๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทุกประเด็นที่ฝ่ายค้านหยิบยกขึ้นมาซักฟอก ไม่ว่าจะเป็นการซื้อขายที่ดินของบิดา พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp; เรื่อยไปถึงเรื่องการบริหารประเทศ เศรษฐกิจ มีเนื้อหาที่คล้ายคลึงกัน ไม่มีอะไรแปลกใหม่ เพียงแค่สลับบุคคลกันขึ้นมาอภิปราย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้แต่ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ฝ่ายรัฐบาลกังวลว่า จะฟิวส์ขาดจากการยั่วประสาทของฝ่ายค้านเหมือนหลายๆ ครั้งที่ผ่านมา แต่ครั้งนี้กลับไม่มีท่าทีที่จะแสดงออกถึงความเกรี้ยวกราด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ท่าทีสุขุมที่เกิดขึ้น ไม่ได้มาจากการอดทนอดกลั้น หากแต่เนื้อหาที่ฝ่ายค้านอภิปรายเป็นข้อมูลเดิมๆ ที่เคยมีการหยิบยกมาโจมตีบ่อยครั้งแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในด้านรัฐมนตรีกระทรวงต่างๆ ที่ถูกมอบหมายให้เตรียมข้อมูลที่เกี่ยวข้องมา สามารถลุกขึ้นชี้แจงได้ทันทีที่ พล.อ.ประยุทธ์ มอบหมายให้อธิบายในรายละเอียด โดยยังไม่มีใครตะกุกตะกักกับสิ่งที่ฝ่ายค้านอภิปรายมา จนถึงขั้นตอบไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เนื้อหาส่วนใหญ่กลายเป็นเนื้อหาที่รัฐบาลคาดการณ์และเตรียมการบ้านมาตรงโจทย์ทั้งหมด บ่อยครั้งเป็นฝ่ายรัฐมนตรีที่ชิงชี้แจงครอบคลุมได้มากกว่าคำถามที่ฝ่ายค้านยิงใส่เข้ามาเสียอีก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จะเห็นว่า หลายครั้งเป็นฝ่ายค้านเองที่รู้สึกอึดอัด เพราะฝ่ายรัฐมนตรีไม่ปล่อยให้ฝ่ายค้าน ตีกิน แต่เก็บทุกเม็ดที่มีการพูดถึง บางจังหวะยังแอบ สอนมวย อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรียกว่า รัฐมนตรีแทบจะแย่งกันชี้แจง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่มีอะไรใหม่ ไม่มีอะไรเซอร์ไพรส์ หรือเป็นหมัดเด็ด เนื้อหาตลอดสองวันเป็นข้อมูลเก่า ผสมกับข้อกล่าวหาที่เป็นนามธรรมมากกว่ารูปธรรม ไร้ซึ่ง ใบเสร็จ เหมือนการอภิปรายไม่ไว้วางใจในอดีต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากความกังวลที่ฝ่ายค้านไม่สามารถมอบให้ฝ่ายรัฐบาลได้ ในส่วนเรื่องของการลงมติเองแทบจะตัดออกไปได้ในตอนนี้ หลังช่องว่างระหว่างฝ่ายค้านกับฝ่ายรัฐบาลห่างกันจนอยู่ในระดับปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัจจุบันฝ่ายรัฐบาลมี 263 เสียง ฝ่ายค้าน 224 เสียง ยังไม่นับรวม ส.ส.จากพรรคอนาคตใหม่ ที่ย้ายมาอยู่กับพรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาล ข้อกังวลนี้จึงแทบจะถูกตัดไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ช่วงอภิปรายไม่ไว้วางใจที่เหลือ ความกดดันน่าจะตกไปอยู่กับฝ่ายค้าน ที่ต้องพยายามกู้ศรัทธาคืนมา ด้วยการลบภาพการซักฟอกแบบผักบุ้งโหรงเหรง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะถึงเวลานี้ อรุณรุ่งที่ฝ่ายค้านหวังดับจันทร์โอชา ถูกค่อนแคะกันทั่วสารทิศว่า กลายเป็นอรุณร่วง ที่ยิ่งอภิปรายยิ่งหล่นร่วงไปเรื่อยๆ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58190</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล, อภิปรายไม่ไว้วางใจ, อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล, ‘อรุณชิงร่วง’ ก่อนศึกซักฟอกจบ ฝ่ายค้านบ้อท่ารัฐบาลงานฉลุย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200225/image_big_5e5546a6dc2c6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58184</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บิ๊กตู่ปัดเอื้อทุนใหญ่ ลากตระกูลหนีย้อนเกล็ดฝ่ายค้าน/อรุณรุ่งรับพ่ายเกมซักฟอก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ยิ้มแป้นเข้าสภาฟังอภิปรายไม่ไว้วางใจวันที่สอง &amp;quot;แรมโบ้&amp;quot; เย้ยฝ่ายค้านยุทธการอรุณรุ่งริ่ง &amp;quot;ปธ.วิปฝ่ายค้าน&amp;quot; ยอมรับประเมินผิดพลาด &amp;quot;เสรีพิศุทธ์&amp;quot; เดือดโดนเบรกห้ามพูดปมถวายสัตย์ฯ ซัดพวกเดียวกันไอ้เวร &amp;quot;สุทิน&amp;quot; แฉรัฐบาลดึงเอกชนนั่งบริหารปท.เอื้อ 24 กลุ่มทุนประชารัฐ &amp;quot;ประยุทธ์&amp;quot; โต้ยิบบอกถ่ายรูป 24 ตระกูลเจ้าสัวเปิดเผย เหน็บพลาดไปหนึ่งตระกูลหายไปไหน ยันใช้ม.44 ไม่เคยละเมิดสิทธิใคร &amp;quot;ชลน่าน&amp;quot; งัดไสยศาสตร์โจมตีกาลีบ้านกาลีเมือง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา วันที่ 25 ก.พ. มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาญัตติการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เป็นวันที่สอง ซึ่งบรรยากาศตั้งแต่ช่วงเช้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เดินทางมาถึงอาคารรัฐสภาในเวลา 09.15 น. ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าโกรธหรือไม่ที่ถูกเรียกว่าคุณแทนพลเอก นายกฯ ไม่ตอบคำถามดังกล่าวได้แต่ยิ้ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า พอใจภาพรวมการอภิปรายไม่ไว้วางใจอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์พยักหน้ารับพร้อมกล่าวว่า &amp;ldquo;ก็น่าโอเค&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าแล้วคาดว่าการอภิปรายในวันที่สองจะเรียบร้อยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ก็ดีไม่ใช่หรือ เรียบร้อยกันอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ย้ำว่าแล้วพอใจหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า &amp;ldquo;ก็ไม่ทราบเหมือนกัน แต่เราก็ต้องเตรียมข้อมูลให้พร้อม อันไหนชี้แจงได้ผมก็ชี้แจงไป เอาเถอะให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย ก็ว่ากันไป ผมก็ทำเพื่อพวกเราทุกคนนั่นแหละ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขานุการทีมวอร์รูมนอกสภาของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯ และ รัฐมนตรี เมื่อวันที่ 24 ก.พ. ที่ผ่านมาว่า ถือเป็นมวยล้มต้มคนดู โดยเฉพาะการทำหน้าที่ของขุนพลฝ่ายค้าน อย่างนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ที่ทำหน้าที่น่าผิดหวัง ไม่สมดังที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานคณะกรรมการกิจการพิเศษพรรคเพื่อไทยให้คำมั่นไว้ ซึ่งไม่ทราบว่า ร.ต.อ.เฉลิมฝีไม้ลายมือหดหายไปไหนแล้ว หรือมุ่งแต่เอาใจและเป่าหูนายใหญ่เพื่อแก่งแย่งอำนาจกับเจ้าแม่บางคนในเพื่อไทยอยู่ในเวลานี้หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การอภิปรายของฝ่ายค้านมุ่งแต่กล่าวหารัฐบาลจนเกิดความสับสน นำเสนอข้อมูลเท็จ เป็นการเมืองแบบเก่ามุ่งใส่ร้ายป้ายสี จนลืมไปว่าปัญหาที่เกิดขึ้นมาล้วนมาจากรัฐบาลในอดีตที่สร้างความเสียหายให้ประเทศอย่างไม่สามารถจะประมาณการได้ ไม่ว่า จะเป็นเรื่องทุจริตคอร์รัปชันในโครงการรับจำนำข้าว หรือการออกกฎหมายนิรโทษกรรมสุดซอยเพื่อช่วยเหลือนายใหญ่เพียงคนเดียว ซึ่งการทำหน้าที่ของฝ่ายค้านนอกจากพลาดเป้าแล้ว ยังย้อนกลับมาปลิดชีพตัวเองอีกด้วย จนเป็นเหตุให้สื่อมวลชนและคอลัมนิสต์ หลายสำนักพาดหัวในทำนองเดียวกันว่ายุทธการอรุณรุ่งริ่ง, อรุณร่วง และขุดโกง-นิรโทษกรรมตอกกลับฝ่ายค้าน&amp;quot; นายสุภรณ์กล่าว
ฝ่ายค้านรับผิดพลาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ก็ยอมรับภาพรวมการอภิปรายไม่ไว้วางใจวันแรกว่า ยังไม่เป็นที่น่าพอใจ เพราะมีการประเมินสถานการณ์ผิดพลาด การเตรียมตัวผิดพลาดหลายอย่าง ประการแรก ข้อบังคับสภาหรือคำวินิจฉัยของท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร มีการให้รัฐมนตรีขึ้นตอบแทนนายกฯ จึงทำให้การขึ้นพูดใช้เวลามากเกินไป ขณะที่ผู้อภิปรายเตรียมตัวมาอีกแบบนึงถือว่าเป็นสถานการณ์ใหม่ และมีการบริหารเวลาผิดพลาด หลายคนคิดว่าใช้เวลาเยอะไป บวกกับสถานการณ์ที่ประท้วงซึ่งเคยตกลงกันไว้ว่าจะประท้วงน้อย แต่เมื่อวานกลับไม่น้อย และประท้วงในเรื่องที่ไม่ใช่สาระทำให้การอภิปรายของหลายคนสะดุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย จะร่วมอภิปรายด้วยหรือไม่ ปธ.วิปฝ่ายค้านกล่าวว่า ท่านยืนยันว่าจะขึ้นอภิปราย แต่หากข้อหาหลักเป็นเรื่องเกี่ยวกับการถวายสัตย์ฯ &amp;nbsp;ก็คงขึ้นพูดไม่ได้ เนื่องจากประธานสภาผู้แทนราษฎรได้แจ้งไว้ว่าไม่สามารถอภิปรายเรื่องดังกล่าวได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานจากพรรค พท.ประเมินภาพรวมการอภิปรายไม่ไว้วางใจวันแรกพรรคร่วมฝ่ายค้านพุ่งเป้าเปิดแผลตีแผ่ให้สังคมได้รู้ความจริงเกี่ยวกับ พล.อ.ประยุทธ์ แต่เมื่อนายยุทธพงศ์อภิปรายคนแรก มีการโหมโรงกันมาล่วงหน้าว่ามีข้อมูลเด็ด ใบเสร็จมัด พอทำหน้าที่อภิปรายได้เพียง 40 นาที ทำให้ ส.ส.เพื่อไทยจำนวนไม่น้อยและ ส.ส.ประชาธิปัตย์ในกลุ่มที่ไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์ต่างส่ายหน้าเดินออกมานอกห้อง จับกลุ่มพูดคุยว่าผิดหวัง นี่ไม่ใช่วิธีการของมืออภิปรายทำกัน ข้อมูลบางอย่างควรพูดกลับไม่พูด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวว่า อยากถามนายชวน เอาสภาไปรับใช้ฝ่ายบริหารหรือ เราเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ มีหน้าที่ตรวจสอบฝ่ายบริหาร ท่านเอาอะไรมาห้าม ตั้งแต่อดีตท่านพยายามช่วยเขาสกัดตนตลอด แม้กระทั่งในคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร เวลาเชิญนายกฯ ก็ไม่ยอมมา แล้วยังส่งคนมาถอดถอนตนออกจาก กมธ. ซึ่งผิดกฎหมายทั้งนั้น เพราะการแสดงความคิดเห็นในสภาเป็นเอกสิทธิ์ จะไปนำฟ้องร้องหรือกล่าวหาในทางใดไม่ได้ เวลามีคนไปยื่นญัตติถอดถอนตน ท่านก็รับ ก็เป็นเรื่องตลกดี การไม่ให้ตนอภิปรายเรื่องนี้เอาอะไรมาบังคับ ญัตติที่ยื่นไปก็ชัดเจนว่านายกฯ ไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ ดังนั้นจึงสามารถอภิปรายได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า ข้อตกลงนี้วิปฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลเห็นชอบแล้ว พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวว่า ไม่มี ใครทะลึ่งมาตกลง ตนไม่ได้ตกลงด้วย ไอ้เวรพวกนั้นไปตกลงได้อย่างไร ประเด็นของตนอยู่คนละพรรค จะตกลงทำไมไม่มาคุยกับตนก่อน อย่าให้ตนพูดหนักไปกว่านี้ก็แล้วกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎร แถลงกรณี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ระบุเหตุใดประธานสภาฯ จึงไม่ให้อธิบายปมถวายสัตย์ปฏิญาณของ ครม.และกล่าวหานายชวนรับใช้ฝ่ายบริหารหรือไม่ว่า อยากเรียนว่าถ้าพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ไม่ขี้เกียจ ขยันเหมือนกับคนอื่นที่มาประชุม ก็จะทราบเหตุผล แต่กลับมากล่าวหา มาด่าว่า ตัวแทนทั้งหลายที่มาประชุมเป็นไอ้เวร ความจริงแล้วคนที่ควรจะถูกตำหนิหรือถูกด่าควรจะเป็น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์เอง ทั้งไอ้เวร ทั้งไอ้ขี้เกียจ เขามาทำงานเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพของการประชุม แต่กลับมากล่าวหาเขา พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์มียาสามัญประจำตัวอยู่อย่างเดียวคือปมถวายสัตย์ปฏิญาณตนเท่านั้น
ประท้วง รมต.แจงยาว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 09.30 น. การอภิปรายไม่ไว้วางใจเริ่มต้นขึ้น มีนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาฯ คนที่สอง เป็นประธานการประชุม โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ลุกขึ้นใช้สิทธิชี้แจงในเรื่องที่ถูกพาดพิงเมื่อคืนกลางดึกที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า การชี้แจงของรัฐบาลมีความจำเป็นต้องพูดถึงกระทรวงหลายกระทรวง แม้นายกฯ เป็นหัวหน้ารัฐบาลและกำหนดแนวทางการทำงาน แต่ไม่ได้เป็นคนทำงานทั้งหมดเพียงผู้เดียว ตั้งแต่สมัยคณะรักษาความสงบแห่งชาติขอให้ประชาชนรับฟังข้อเท็จจริงและคำตอบ เพื่อให้เกิดการรับรู้และสร้างความปรองดองเพื่อไม่ให้เกิดการแบ่งฝ่ายโดยไม่มีหลักการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กรณีเรื่องการให้เกียรติซึ่งกันและกัน ถ้าเป็นพลเรือนด้วยกันผมไม่ห่วงว่าจะเรียกกันว่าอะไร แต่สำหรับทหารและตำรวจทั้งหลาย ได้ร่วมพิธีถวายสัตย์ฯ และรับพระราชทานยศมาด้วยกัน กรุณารักษาศักดิ์ศรีของตัวเองกันไว้ด้วย ผมไม่ได้โกรธเคืองอะไรท่านเลย&amp;quot; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นรัฐมนตรีหลายคนใช้สิทธิชี้แจงถึงเรื่องต่างๆ ที่ ส.ส.ฝ่ายค้านได้อภิปรายพาดพิง ซึ่งมีรัฐมนตรีอีกหลายคนต่อคิวชี้แจงยาวเหยียด เริ่มจากนายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง ชี้แจงโครงการหอชมเมือง ตามด้วย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ชี้แจงเรื่องการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีทอง บนถนนเจริญนคร เชื่อมต่อรถไฟฟ้าบีทีเอสผ่านห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ ถูกมองว่าเอื้อนายทุน, นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ชี้แจงเรื่องการใช้อำนาจมาตรา44 มาแทรกแซงทีวีดิจิทัล &amp;nbsp; และนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เรื่องการเอื้อประโยชน์นายทุนในการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน โดยครม.ใช้เวลาชี้แจงยาวเหยียด 1 ชั่วโมงกว่าๆ ทำให้ฝ่ายค้านรุมประท้วงที่ปล่อยให้ ครม.ชี้แจงเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ประท้วงว่า เวลานี้ฝ่ายค้านเหลือผู้อภิปรายอีก 40 คน ต้องใช้เวลาอีก 40 ชั่วโมง ในช่วง 2 วันที่เหลือ ถ้าเป็นแบบนี้ หากฝ่ายค้านยังอภิปรายไม่จบ หวังว่ารัฐบาลคงไม่ชิงปิดอภิปราย ทั้งที่ฝ่ายค้านยังอภิปรายค้างอยู่ ดังนั้นจึงขอให้มีการเปิดประชุมสมัยวิสามัญเพื่อขยายเวลาอภิปรายไปอีก 3 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า รัฐมนตรีสามารถอ้างสิทธิการอภิปรายได้ แต่ถ้าอ้างมากไปการอภิปรายก็ไปไม่ได้ ต้องดูกาลเทศะด้วยว่าควรให้ใครพูดมากกว่า และควรพูดเวลาใด ถ้าฝ่ายค้านพูด 1 คน แต่รัฐมนตรีขึ้นมาชี้แจง 5 คน คงไม่ใช่ อีกทั้งรัฐมนตรีที่ลุกขึ้นมาชี้แจงไม่ชี้แจงข้อกล่าวหาอย่างเดียว แต่พูดแสดงความเห็นเรื่องอื่นด้วย ถ้ายังทำกันอยู่แบบนี้ ฝ่ายค้านขอยกเลิกข้อตกลงเรื่องเวลาที่ทำกับฝ่ายรัฐบาลทั้งหมด สิทธิต้องมาคู่กับความเหมาะสม การอภิปรายครั้งนี้ ถ้าตนไม่เป็นผู้กล่าวปิดการอภิปรายก็ปิดไม่ได้ ตนไม่ขอเป็นสุภาพบุรุษกับคนที่ไม่เป็นสุภาพบุรุษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่ทำหน้าที่ประธานการประชุมชี้แจงว่า ประธานที่ประชุมต้องยึดข้อบังคับการประชุม เพราะข้อบังคับการประชุมบอกว่า นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีมีสิทธิชี้แจงทันที เมื่อผู้อภิปรายแต่ละคนพูดจบ หรือจะรอรวบยอดไว้ชี้แจงทีเดียวเลย ดังนั้นประธานจะตัดสินใจเป็นอื่นไม่ได้&amp;nbsp;
ซัดเอื้อ 24 ทุนประชารัฐ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 12.35 น. นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย อภิปรายเกี่ยวกับความเหลื่อมล้ำในประเทศ ตอนหนึ่งระบุว่า วิกฤติครั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นคนทำโดยมีสารตั้งต้นมาจากนโยบายประชารัฐ ประชารัฐเป็นแนวคิดที่ดี แต่พอทำจริงกลับไม่เป็นเช่นนั้น เพราะเป็นการทำ เอกรัฐ คือเอกชนและรัฐเท่านั้น ไม่มีประชาชนเลย เปิดประตูให้เอกชนเข้ามานั่งบริหารประเทศและกำหนดไปถึงรายละเอียดผ่านคณะทำงานขับเคลื่อนร่วมภาครัฐกับเอกชน อาทิ กลุ่มนายแบงก์ กลุ่มปูนซีเมนต์ กลุ่มโรงแรมห้าดาว กลุ่มพลังงาน กลุ่มน้ำเมา กลุ่มโทรคมนาคม เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ถือเป็นการเปิดให้เสือไปถึงห้องเนื้อสด ประชาชนไม่มีส่วนร่วมเลย เพราะติดขัดมาตรา 44 กลัวโดนปรับทัศนคติ บรรยากาศอย่างนั้นเหรอที่จะสามารถสร้างประชารัฐได้ จึงเหลือแต่เอกชนกับรัฐบาลจนกลายเป็นเอกรัฐ กลุ่มทุนประชารัฐ 24 ทุนได้งานและโครงการมากมายมหาศาล วันนี้ไม่มีทางกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการบริโภคได้ เพราะประชาชนไม่มีเงิน โดยมาจากการที่เศรษฐกิจฐานรากถูกทำลายและทอดทิ้งเกษตรกร ถ้าทักษิณอยู่ก็จะไม่ทำแบบนี้&amp;quot; นายสุทินกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส.ส.มหาสารคามผู้นี้กล่าวว่า ในสื่อต่างประเทศ มีการระบุว่าพล.อ.ประยุทธ์เอื้อประโยชน์ให้เอกชน โดย 5 ตระกูลสนับสนุนบัลลังก์รัฐบาลประยุทธ์ ประกาศคำสั่งมาตรา 44 &amp;nbsp;5 จีกลุ่มทรูรับไปเต็มๆ อีกทั้งรัฐบาลประกาศขึ้นภาษีสรรพสามิต ขึ้นภาษีเหล้า เบียร์ ไวน์ 100 เปอร์เซ็นต์ จากขวดละ 31 บาทเป็น 60 บาท โดยอ้างว่าเป็นมาตรการให้ประชาชนลดละเลิก ที่ผ่านมาต้มเหล้าได้ แต่ตอนนี้ตีกระจุย ดังนั้นเอื้อ-ไม่เอื้อ ลองอ่านในสื่อต่างประเทศดู นี่คือประชารัฐ ที่ทำเพื่อเครือข่ายประชารัฐ แบบนี้เอาเสือไปอยู่กับเนื้อหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หลายคนบอกว่าจะปลดนายกฯ ประยุทธ์ได้ไหม ตนบอกว่าอย่าตั้งความหวัง จะทำให้ดีที่สุด ออกไม่ออกตนมองข้าม วันนี้สนใจว่าประเทศไทยจะอยู่หรือไป ปล่อยไปแบบนี้ลูกหลานจะอยู่อย่างไร ที่อุดรฯ เป็นกรณีศึกษาที่ดีที่สุด 4 ศพ ลูกคนโตจบสายวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น แต่ไม่มีงานทำ ไม่มีเงิน ในที่สุดพ่อจัดการ แม่ลูกสองคนตายเรียบ พลเมืองดีต้องตาย หลายกรณีเขากลุ้ม ต้องให้ตายอีกกี่ศพ ดังนั้นจึงขอไม่ไว้วางใจให้ท่านอยู่ วันนี้เห็นแล้วว่าท่านแก้เศรษฐกิจไม่ได้ เห็นแล้วว่าเอื้อคนรวย และไม่ช่วยคนจนจริงๆ หากให้อยู่ต่อจะเกิดความเหลื่อมล้ำมากขึ้น และเกินเยียวยา ดึงอ้อยออกจากปากช้างไม่ได้ ลำบากทั้งประเทศ จึงขอให้ท่านเสียสละต่อบ้านเมือง ยุบสภา ลาออก&amp;quot; ส.ส.มหาสารคามผู้นี้กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 14.10 น. พล.อ.ประยุทธ์ลุกขึ้นชี้แจงการอภิปรายของนายสุทิน ตอนหนึ่งระบุว่า เศรษฐกิจถดถอย สถานการณ์หนี้ครัวเรือน รัฐบาลมีมาตรการต่างๆ เข้าไปแก้ไข ถึงแม้หนี้ครัวเรือนอยู่ในระดับสูง แต่ยังทรงตัว ถ้าเป็นข้อมูลย้อนหลังแต่ปี 51 หลายรัฐบาลมา กราฟต่ำเตี้ยมาตลอด และมาขึ้นตอนปลายๆ ก็ไม่รู้รัฐบาลไหนเหมือนกัน ตนไม่อยากไปกล่าวอ้างตรงนี้ ทั้งนี้ถึงแม้ว่าวันนี้จะทรงตัว ซึ่งหนี้ครัวเรือนตอนนี้เป็นหนี้ที่สะสมสินทรัพย์ ทั้งนี้ เราให้ความสำคัญและแก้ไขปัญหาในส่วนของหนี้บัตรเครดิต หนี้ส่วนบุคคล ส่วนนี้ก็ต้องมาพิจารณาว่าเราจะอยู่กันได้อย่างไร เศรษฐกิจพอเพียงอยู่ตรงไหน ใช้เงินมีเหตุมีผลพอประมาณ ที่บางครั้งบอกว่าเศรษฐกิจล้มก็ต้องไปดูว่าจะต้องลงทุนขนาดไหน บางครั้งก็ใช้การลงทุนมากเกินกำลังตัวเอง ทำให้เกิดปัญหาตามมา เมื่อเทียบหนี้ครัวเรือนของไทยกับต่างประเทศของไทยอยู่ที่ร้อยละ 79 แต่ของเกาหลีใต้ แคนาดา ยูโรโซน นอร์เวย์ เนเธอร์แลนด์และออสเตรเลีย มีหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีมากกว่าร้อยละ 95 ที่ตัวเลขของเขาสูงเพราะมีการพัฒนาสูง รายได้ประเทศมาก มีกำลังในการชำระหนี้
บิ๊กตู่โต้ทุกอย่างเปิดเผย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องการเอื้อประโยชน์ให้ตนเองและพวกพ้อง มีหลายท่านเอารูปผมที่ถ่ายคนนั้นคนนี้ 24 ตระกูล แต่ผมว่าหายไปตระกูลหนึ่ง ตระกูลนี้ไปอยู่ไหนก็ไม่รู้ ตระกูลที่รวยผิดปกติหายไปไหนหรือเปล่า แต่ถ้าถูกกฎหมายก็ยังอยู่ได้ ผมว่าหายไปตระกูลหนึ่ง พลาดไปหน่อย การที่มีรูปผมไปอยู่ตรงนั้น ถือว่าเป็นการประชุมโดยเปิดเผย มีการพบปะอย่างเปิดเผย แต่ถ้าใครไม่มีรูปแบบนี้แสดงว่ามีการพบปะแบบไม่เปิดเผย ก็ลองไปดูตรงนี้ ผมไม่ได้ไปทะเลาะกับใคร&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า เรื่องการใช้มาตรา 44 วันนี้เราเลิกใช้ไปนานแล้วเกือบปีและหลายอย่างได้ยกเลิกไป แต่หลายอย่างเป็นกฎหมายสำคัญ ตรงไหนที่ยังใช้ประโยชน์อยู่ก็ทำไป ส่วนการไล่ประชาชนออกนอกพื้นที่ ยืนยันว่าไม่ได้ไล่ออกทั้งหมด เว้นแต่พื้นที่ป่า อุทยานพื้นที่อุทยาน รวมทั้งเรื่องของเสรีภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยืนยันว่าผมไม่เคยไปละเมิดสิทธิเสรีภาพของใคร เว้นแต่บางช่วงเวลามีความจำเป็น อย่างเช่นช่วงแรกๆ ที่เข้ามา ก็มีความจำเป็น ทุกคนก็เห็นอยู่แล้วว่ามีความรุนแรงเกิดขึ้น ที่ไหน อย่างไร เรามีบทเรียนอยู่แล้ว จะให้มีเสรีภาพแบบไร้ขีดจำกัดมันไม่ได้ ต้องคำนึงถึงกฎหมาย เราจะดูเพียงรัฐธรรมนูญฉบับเดียวไม่ได้ จะต้องดูกฎหมายลูกกฎหมายประกอบอีกหลายพันฉบับ สิทธิเสรีภาพการชุมนุมเสรีภาพจะต้องไม่ไปกระทบกับผู้อื่น รวมทั้งปัญหาการจราจร การทุจริตทำให้เกิดความแตกแยก เรามีกฎหมายทุกฉบับขอความกรุณาให้ระมัดระวังด้วย&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.พาณิชย์ ชี้แจงกรณีที่ถูกตั้งคำถามว่ารัฐบาลไม่ให้ความสำคัญกับคนข้างล่าง เช่น ผู้ค้ารายย่อย และ SME ว่าไม่ทำแพลตฟอร์มของคนไทย แต่กลับไปร่วมมือกับอาลีบาบาและทุนต่างชาติ ตนยืนยันว่ารัฐบาลนี้ให้ความสำคัญต่อเศรษฐกิจฐานราก ถ้ารัฐบาลนี้ไม่สนใจ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐก็คงไม่เกิด นโยบายประกันรายได้เกษตรกรและเบี้ยยังชีพผู้พิการก็คงไม่เพิ่มขึ้นจาก 800 เป็น 1,000 บาท อีกทั้งร้านโชห่วยต่างๆ ที่ต้องการรับการพัฒนา ก็มีโครงการสมาร์ทโชห่วย มาตรการพัฒนาสินค้า OTOP รัฐบาลยืนยันว่าให้ความสนใจและดูแลคนข้างล่าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 15.00 น. หลังนายจุรินทร์ชี้แจงเสร็จ ระหว่างที่นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กำลังอภิปรายชี้แจงอยู่นั้น ส.ส.เพื่อไทยได้ลุกขึ้นประท้วงอยู่เป็นระยะๆอาทิ นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ส.ส.เชียงราย, นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่, นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา เป็นต้น โดยเฉพาะเรื่องนายกฯ มอบหมายให้รัฐมนตรีหลายคนชี้แจงแทน อีกทั้งชี้แจงเยิ่นเย้อ ตอบไม่ตรงประเด็น ทำให้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งทำหน้าที่ประธานการประชุมกล่าวว่า ตามข้อบังคับการประชุมสภาฯ ให้สิทธิแก่นายกฯ และรัฐมนตรีที่ถูกพาดพิงมีสิทธิอภิปรายชี้แจงได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้าน ลุกขึ้นขอหารือว่า อยากให้รัฐบาลตอบชี้แจงเป็นประเด็นๆ ไป ขณะนี้ฝ่ายค้านเหลือผู้อภิปรายอีก 28 คน ถ้าจะให้การอภิปรายเสร็จสิ้นในเวลา 19.00 น. วันที่ 27 ก.พ. คงไม่พอ เพราะรัฐบาลใช้เวลาตอบมากเกินไป หากนายกฯ มอบหมายให้รัฐมนตรีชี้แจง 10 คน จะเกิดอะไรขึ้น &amp;nbsp;เพราะบางครั้งการตอบของรัฐบาลเลยเถิด ไม่ได้ชี้แจงข้อกล่าวหาของฝ่ายค้าน จึงอยากเสนอให้ประธานสภาฯ สั่งการให้วิปทั้งสองฝ่ายไปหารือ เพื่อกำหนดระยะเวลาอภิปรายของแต่ละฝ่ายให้ชัดเจนว่าจะได้เวลากันเท่าใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวนกล่าวว่า หลังจากลงจากบัลลังก์จะเรียกตัวแทนผู้ควบคุมเวลาของวิป 2 ฝ่ายไปหารือเพื่อแก้ปัญหาเรื่องนี้ ก่อนหน้านี้เคยถามวิปสองฝ่ายให้กำหนดเวลากันให้เรียบร้อย แต่ก็ไม่เอากัน ทั้งนี้ต้องยอมรับว่าบางคนได้เวลาอภิปราย 2 ชั่วโมง แต่พูดในประเด็นกว้างๆ ไปถึงทุกกระทรวง ทำให้นายกฯ มีสิทธิให้รัฐมนตรีที่ถูกพูดพาดพิงชี้แจงได้ &amp;nbsp;ดังนั้นในการอภิปรายควรมุ่งประเด็นใดประเด็นหนึ่งเท่านั้น ไม่ใช่พูดเหมารวม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 16.20 น. นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล แจ้งผลการหารือเรื่องการจัดสรรเวลาในการอภิปราย ตกลงกันได้ว่าจะเริ่มจับเวลา 17.00 น. เป็นต้นไป โดยแบ่งให้รัฐบาล 10 ชั่วโมง และฝ่ายค้านได้เวลา 21 ชั่วโมงไม่นับรวมฝ่ายค้านสรุป และถ้าฝ่ายใดประท้วงก็หักเวลาของฝ่ายนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 17.05 น. นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ส.ส.ฉะเชิงเทรา อภิปรายเรื่องรัฐบาลจะเอาการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) มาเป็นโมเดลไม่ได้ เพราะควรไปดูโครงการเศรษฐกิจพิเศษชายแดนก่อน ไปถอดบทเรียนตรงนั้นก่อนจะเป็นประโยชน์มากกว่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 18.30 น. นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า แม้จะเป็นหมอ แต่เชื่อในอีกศาสตร์ คือไสยศาสตร์ ตั้งแต่มีรัฐบาลเกิดเรื่องไม่ดีมาตลอด กาลีบ้านกาลีเมือง &amp;nbsp;ถ้าให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ จะเกิดความวิบัติแก่ราชอาณาจักรไทย ควรจะเปลี่ยนรัฐบาล มีรัฐบาลใหม่จะดีขึ้น ถ้าท่านไม่ไปด้วยมือในสภา ก็ได้ด้วยพลังของประชาชน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พล.อ.ประยุทธ์เป็นคนดี ชายชาติทหาร ปฏิญาณตนต่อหน้าพระพักตร์ แต่ราชอาณาจักรไทยกำลังล่มสลาย ท่านจะนิ่งดูดายได้อย่างไร เสด็จออกมาเถอะท่านพี่&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ชลน่านยังกล่าวเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ถอนตัว ไม่ต้องการให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เอาบ้านเมืองไปย่ำยี เป็นเหยื่ออันโอชะ ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไปได้ ถ้าไม่สงสารประเทศ ประชาชน ต่อไปอนาคตอันใกล้ ท่านจะถูกเปลี่ยนชื่อเป็นพล.อ.ปรายุทธ์ จุนกล้า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม การอภิปรายของ นพ.ชลน่าน ทำเอาประธานในที่ประชุมคือนายศุภชัย โพธิ์สุ ถึงกับงงพร้อมบอกว่า &amp;quot;ผมไม่เข้าใจความหมายของคุณหมอครับ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งการอภิปรายของ นพ.ชลน่านถูกประท้วงว่าใช้คำเสียดสีเป็นระยะๆ โดยเฉพาะ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ลุกขึ้นประท้วงว่า นพ.ชลน่านมีอาการไบโพลาร์ &amp;nbsp;เรียกเสียงฮาไปทั้งห้องประชุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 19.20 น. พล.อ.ประยุทธ์ชี้แจงการอภิปรายของ นพ.ชลน่าน ยืนยันการใช้ ม.44 ระงับเหมืองอัครา เพื่อประโยชน์สาธารณะและสุขภาพอนามัยที่ดีของประชาชน โดยไม่ได้ออกคำสั่งยึดเหมืองมาเป็นของตนเอง เพียงให้ระงับปิดกิจการเป็นการชั่วคราว เพื่อให้เคลียร์ปัญหาที่มีอยู่ทั้งหมด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รัฐบาลที่ท่านว่าเก่ง ทำไมถึงไม่แก้ ซึ่งก็เป็นรัฐบาลของท่านด้วย ใน 6 รัฐบาลที่ประชาชนร้องเรียน 3 รัฐบาลก็เป็นของท่าน ที่ท่านบอกว่ามีผู้รับประโยชน์แทนจากความเสียหาย ผมก็ไม่รู้ว่าใครเหมือนกัน&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล สรุปภาพรวมการอภิปรายไม่ไว้วางใจ 2 วันที่ผ่านมาว่า ถือว่าบรรยากาศการประชุมไปได้ด้วยดีเยี่ยม พล.อ.ประยุทธ์สามารถชี้แจงรายละเอียดเรื่องที่ถูกกล่าวหาต่างๆ ได้อย่างครบถ้วน ขณะเดียวกันฝ่ายวิปรัฐบาลต้องขอขอบคุณพรรคร่วมฝ่ายค้าน ที่เปิดโอกาสให้นายกฯ ได้ชี้แจงข้อสงสัย และทำให้ประชาชนเข้าใจการทำงานของรัฐบาลมากขึ้นที่มุ่งทำงานแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชน แม้จะมีการประท้วงของส.ส.ฝ่ายค้านหรือ มีการพูดจาเสียดสี แสดงวุฒิภาวะ และมารยาทไม่เหมาะสมไปบ้าง แต่ก็ถือว่าอยู่ในกรอบข้อบังคับประชุม ไม่เกิดความวุ่นวายเช่นในอดีต.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58184</URL_LINK>
                <HASHTAG>ญัตติการอภิปรายไม่ไว้วางใจ, ประชุมสภาผู้แทนราษฎร, รัฐสภา, สภาผู้แทนราษฎร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อภิปรายไม่ไว้วางใจ, อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200225/image_big_5e552d8e19f0c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
