<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>56105</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หวั่นแจกกล้วยสยบอภิปราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เลขาฯ พปชร.ไม่ห่วง &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; หัวร้อนในศึกซักฟอก มั่นใจ รมต.พรรคตอบคำถามได้ รับกังวลหากอภิปรายนอกกรอบย้อนยุค คสช. ประธาน ส.ส.พปชร.ลั่นถ้าอภิปรายนอกประเด็นจะลุกขึ้นประท้วงตัดบทเอง &amp;quot;เทพไท&amp;quot; ขวางประธานวิปรัฐบาลขู่ปิดอภิปรายหากถูกตรวจสอบถึงยุค คสช. ขณะที่ฝ่ายค้านติวเข้มข้อมูลทำเป็นซีรีส์เชื่อมโยง &amp;quot;3 ป.&amp;quot; พุ่งเป้า &amp;quot;ประยุทธ์&amp;quot; ให้เห็นภาพตั้งแต่ยุค คสช. เตือนอย่าแจกกล้วยให้ลิงแลกเสียงข้างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน และในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกรณีฝ่ายค้านยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า มีความชัดเจนในเรื่องบุคคลแล้ว จึงพอจะเห็นประเด็นว่าฝ่ายค้านจะหยิบประเด็นใดมาอภิปรายจากข้อกล่าวหาต่างๆ โดยจะมีการเตรียมข้อมูลอภิปรายในส่วนข้อกล่าวหานั้นๆ อีกทั้งต้องดูว่าข้อกล่าวหาจะเกี่ยวกับกระทรวงใดบ้าง เบื้องต้นได้เตรียมการไว้หมดแล้ว เราจึงต้องติดตามแนวทางของฝ่ายค้านว่าจะออกมารูปแบบใด แต่ทางพรรคมั่นว่ารัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องทุกคนและรัฐบาลจะตอบคำถามของฝ่ายค้านได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ในการอภิปรายญัตติพุ่งเป้าไปที่ตัว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รวมทั้งอาจมีการเชื่อมโยงไปถึงการบริหารงานในยุค คสช. นายสนธิรัตน์กล่าวว่า ไม่หนักใจ ขึ้นอยู่กับกรอบอภิปรายว่าสามารถอภิปรายในกรอบได้มากน้อยแค่ไหน แต่มองว่าการอภิปรายต้องพุ่งเป้าในกรอบการทำงานของรัฐบาลเป็นตัวตั้ง และเชื่อว่านายกฯ สามารถตอบคำถามและข้อข้องใจในสิ่งที่ฝ่ายค้านสงสัย จึงไม่มีอะไรหนักใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แต่ยอมรับหนักใจหากมีการอภิปรายนอกกรอบในสิ่งที่ไม่ควรหยิบยกมาอภิปราย จึงต้องดูตอนนั้นอีกครั้งว่าสิ่งที่อภิปรายนั้นเหมาะสมหรือไม่ ซึ่งต้องรอให้วิปฯ ทั้งสองฝ่ายหารือกันถึงกรอบการอภิปราย เพื่อให้ประชาชนได้ประโยชน์ และไม่กังวลเรื่องอารมณ์ของนายกฯ เพราะนายกฯ เป็นผู้นำ แต่อาจมีบุคลิกพิเศษ &amp;nbsp;มั่นใจว่าพรรคร่วมจะผนึกกำลังและช่วยกันชี้แจงในการอภิปราย ส่วนเรื่องการเสียบบัตรแทนกัน ได้กำชับมาโดยตลอด เชื่อว่าครั้งนี้ประธานสภาฯ จะให้เวลาเสียบบัตรลงคะแนนเพิ่มมากขึ้น เพราะได้รับรู้ถึงปัญหาและข้อจำกัดต่างๆ แล้ว&amp;quot; นายสนธิรัตน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุชาติ ชมกลิ่น ส.ส.ชลบุรี ในฐานะประธาน ส.ส.พรรคพปชร. กล่าวว่า ส.ส.ของพรรคจะได้เตรียมความพร้อมในเรื่องข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับพรรค และส่วนที่เกี่ยวข้องกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และประธานยุทธศาสตร์ พปชร. เบื้องต้นได้วางตัว ส.ส.จำนวนหนึ่งคอยลุกขึ้นประท้วง ชี้แจงข้อเท็จจริง และตอบโต้ฝ่ายค้านในกรณีอภิปรายนอกประเด็นไว้แล้ว เพื่อตัดบทให้การอภิปรายเข้าสู่สาระสำคัญและสร้างสรรค์ ตนจะเป็นหนึ่งในคนที่จะลุกขึ้นประท้วงและตัดบทด้วยตัวเอง อยากให้การเมืองสร้างสรรค์ มีสาระ ไม่ใช่มาด่ากัน ถ้าฝ่ายค้านมีหลักฐานชัดเจนก็นำมาเสนอให้สังคมรับรู้ ไม่ใช่มาใช้เวทีสภาตีกินรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า หลัง พล.อ.ประยุทธ์สั่งการบ้านในระหว่างการประชุมคณะกรรมการรัฐมนตรีเศรษฐกิจเมื่อวันที่ 31 ม.ค. ให้ทุกฝ่ายเตรียมข้อมูลให้พร้อมการอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยเฉพาะกรณีที่ฝ่ายค้านจะหยิบยกเรื่องของปัญหาเศรษฐกิจขึ้นมาอภิปราย นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ได้พูดคุยทีมเศรษฐกิจพร้อมสั่งให้ทุกคนช่วยนายกฯ ชี้แจงในการอภิปรายเรื่องเศรษฐกิจ โดยย้ำว่าอย่าปล่อยให้นายกฯ โดดเดี่ยว เพราะเชื่อว่าหลังฝ่ายค้านตัดชื่อนายสมคิด และนายอุตตม สาวนายน รมว.การคลังออกแล้วฝ่ายค้านล็อกเป้าอภิปรายเรื่องเศรษฐกิจมาที่นายกฯ เพราะรู้ว่านายกฯ ไม่เชี่ยวชาญมากเรื่องเศรษฐกิจ โดยจะใช้วิธีขอให้รัฐมนตรีแต่ละคนลุกขึ้นชี้แจงแทน ในฐานะที่รับผิดชอบงานโดยตรงในแต่ละด้าน
&amp;quot;เทพไท&amp;quot;ขวางปิดอภิปราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) และประธาน ส.ส.ของพรรค กล่าวถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯ และรัฐมนตรีรวม 6 คน โดยไม่มีรัฐมนตรีของ ปชป.ถูกอภิปรายว่า ไม่ใช่เกมการเมืองที่ฝ่ายค้านต้องการให้รัฐบาลสั่นคลอน เพราะโดยทั่วไป การอภิปรายไม่ไว้วางใจจะอยู่บนพื้นฐานหลักการ 4 ประการ คือ 1.ทุจริต 2.ทำผิดกฎหมาย 3.ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หรือใช้อำนาจหน้าที่เพื่อประโยชน์ให้ตนเองและพวกพ้อง 4.มีคุณสมบัติหรือพฤติกรรมไม่เหมาะสมกับการเป็นรัฐมนตรี การที่รัฐมนตรีท่านใดไม่ถูกอภิปรายก็แสดงว่ายังไม่เข้าข่ายตามหลักการ 4 ประการดังกล่าว เชื่อว่าการกำหนดตัวรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่เกี่ยวกับเกมการเมือง แต่เป็นเรื่องของข้อมูลหลักฐานมากกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรค ปชป. กล่าวถึงกรณีนายวิรัช รัตนเศรษฐ ในฐานะประธานวิปรัฐบาล ระบุว่าถ้าฝ่ายค้านอภิปรายผลงานรัฐบาลย้อนหลังไปถึงยุค คสช.ทั้งหมดอาจมีการเสนอขอปิดอภิปรายว่า ไม่ควรที่จะเกิดท่าทีเช่นนี้ เพราะจะเป็นการทำลายวัฒนธรรมการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลและทำให้ฝ่ายรัฐบาลเสื่อมเสีย ส่วนเกณฑ์ที่ฝ่ายค้านสามารถอภิปรายได้ควรอยู่ในญัตติที่ฝ่ายค้านยื่นเสนอต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ถ้าหากอยู่ในประเด็นที่ยื่นเอาไว้ และผ่านการวินิจฉัยของประธาน ก็คาดว่าสามารถอภิปรายได้ ทั้งนี้ถ้าฝ่ายรัฐบาลปิดกั้นหรือปิดปากฝ่ายค้านอาจทำให้ฝ่ายค้านได้เครดิต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;การอภิปรายไม่ไว้วางใจตรงนี้ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปีของพล.อ.ประยุทธ์ตั้งแต่เข้ามาสู่การเมือง ฉะนั้นต้องยอมรับกติกาเพราะตอนนี้ไม่ใช่ยุค สนช.ที่ไม่มีการตรวจสอบ คุณประยุทธ์ต้องยอมรับกติกาว่าท่านมาจากรัฐธรรมนูญที่มาจากการเลือกตั้ง &amp;nbsp;เพราะฉะนั้นท่านจะต้องถูกตรวจสอบจากฝ่ายคนที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน และก็ต้องเปิดโอกาสให้มีการตรวจสอบถ่วงดุลอย่างตรงไปตรงมา เพราะนี่คือหลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตย&amp;quot; นายเทพไทกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.)ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านได้คุยกันมาอยู่ตลอด วันที่ 3 ก.พ. จะมีการหารือเอาเนื้อหามาลงรายละเอียดมาคุยกันเพื่อทำเป็นซีรีส์เชื่อมต่อกันก่อนที่จะวางตัวผู้ที่จะอภิปราย และวางลำดับวางสคริปต์คร่าวๆ เนื่องจากมีผู้อภิปรายจำนวนมาก จึงไม่อยากให้ประเด็นซักฟอกนั้นซ้ำกัน สิ่งที่กังวลนิดหน่อยคือปริมาณผู้อภิปรายที่มีประมาณ 20-25 คน หลายคนยังประสบการณ์น้อย ก็ต้องเติมประสบการณ์ให้ใหม่ โดยจะซักซ้อมและจัดประชุมกันอย่างต่อเนื่อง แต่ในส่วนของข้อมูลนั้นเรามีดีและเนื้อหาแน่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงไฮไลต์ว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้เป็นเรื่องใด นายสุทินกล่าวว่า ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ เพียงแต่อยากอภิปรายให้เห็นภาพที่บางเรื่อง บางอย่าง บางคนไม่รู้ หรือไม่คิดว่าผู้ที่ถูกอภิปรายจะเป็นได้หรือทำได้ขนาดนี้ ส่วนที่ประธานสภาฯ จะสั่งห้ามไม่ให้อภิปรายเชื่อมโยงเรื่องอดีต เชื่อว่าเป็นเกมของเขาอยู่แล้ว แต่มันมีคำอธิบายได้ ที่เราจะโยงให้เห็นภาพต่อเนื่องกันก็ต้องมีการเท้าความ และให้ประชาชนตัดสิน เพราะเป็นเรื่อง 4-5 ปี ที่ผ่านมาไม่เคยมีการตรวจสอบ ซึ่งส่วนใหญ่ประชาชนก็อยากฟัง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรค พท. กล่าวว่า ผู้อภิปรายทุกคนจะใช้ข้อมูลข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบมาแล้วเท่านั้น จะไม่มีการอภิปรายใส่ร้ายป้ายสีอย่างเด็ดขาด จะยึดเอาเนื้อหาที่เป็นผลประโยชน์ของประเทศและประชาชนเป็นที่ตั้ง โดยยืนกรอบไว้ 3 ด้านคือ 1.ความไร้ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต่อทุกปัญหา ที่ผู้นำรัฐบาลขาดวิสัยทัศน์และความรู้ความสามารถในการจัดการกับปัญหา รวมทั้งขาดภาวะความเป็นผู้นำในภาวะวิกฤติ ที่จะสร้างความอุ่นใจและความมั่นใจให้กับประชาชนได้ 2.การทุจริตจากการออกนโยบายที่เอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนขนาดใหญ่ ซึ่งทุกนโยบายที่ออกมาตั้งแต่โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ การแจกเงินตามโครงการชิมช้อปใช้ หรือโครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซี &amp;nbsp;ล้วนแล้วแต่เอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มเจ้าสัว ทำให้กลุ่มทุนขนาดใหญ่รวยขึ้น ขณะที่คนธรรมดากลับยากจนลง เกิดช่องว่างความเหลื่อมล้ำทางสังคม หรือรวยกระจุก จนกระจาย 3.การทุจริตคอร์รัปชันที่เกิดขึ้นในหลายโครงการและหลายกระทรวง มีการเรียกรับผลประโยชน์สูงยิ่งกว่าที่เคยมีการกล่าวหากันมาในอดีต ฝ่ายค้านเข้าไปตรวจสอบจึงพบว่ามีพวกขยะพิษ ระดับบิ๊กเนมเข้าไปเกี่ยวข้อง&amp;nbsp;
เชื่อมโยง 3 ป.พุ่งเป้าประยุทธ์
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หวังว่าเราคงจะไม่เห็นความพยายามในการที่จะหามือมาโหวตให้ชนะฝ่ายค้านในสภาอีก เพราะไม่ว่าจะมาในรูปแบบของงูเห่าหรือการแจกกล้วยให้กับลิง ก็ถือเป็นการกระทำที่ไร้อุดมการณ์ เพราะจำนวนมือในสภาย่อมไม่มีค่าเท่ากับความศรัทธาของประชาชน แม้รัฐบาลจะชนะเสียงโหวตในสภา แต่หากไม่สามารถสร้างศรัทธาให้กับประชาชนได้ เสียงข้างมากที่เกิดจากกลุ่มงูเห่าหรือการแจกกล้วยก็ไร้ความหมาย&amp;quot; น.อ.อนุดิษฐ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรค พท. กล่าวว่า ฝ่ายค้านไม่ได้เตรียมผู้อภิปรายโดยยึดหลักปริมาณ แต่เน้นคุณภาพของข้อมูล ต้องมีใบเสร็จหรือหลักฐานสำคัญที่ชี้ให้เห็นว่ามีการบริหารงานที่ผิดพลาดล้มเหลวจนนำความเสียหายมาสู่ประเทศชาติและประชาชน ใน 3 ป. ใครจะโดนมากโดนน้อยไม่ใช่ปัญหา เพราะประชาชนเริ่มตั้งคำถามถึงกระแสข่าวความขัดแย้งของกลุ่มที่รัฐประหารยึดอำนาจมาด้วยกัน ที่วันนี้ความสัมพันธ์อาจไม่เหมือนเดิม ลูกหาบฝ่ายรัฐบาลอย่าออกมาแสดงอาการเลอะเทอะ ห้ามอภิปรายเรื่องเก่า ทั้งที่ไม่ใช่หน้าที่ของคนที่ออกมาพูด ผู้ที่จะทำหน้าที่วินิจฉัยให้พูดได้หรือไม่คือประธานสภาฯ การมาตั้งท่าจะประท้วงตีรวน ขู่เสนอปิดอภิปราย ประชาชนไม่ได้ประโยชน์ เบื่อหน่าย กลายเป็นการเมืองน้ำเน่ารีรัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ อำนรรฆสรเดช คณะกรรมการกิจการพิเศษ กล่าวว่า ในขณะนี้มีผู้อภิปราย 20-30 คน และจะมีการสรุปรายชื่ออีกครั้งภายในสัปดาห์หน้า โดยการอภิปรายในครั้งนี้จะพุ่งเป้าไปที่ พล.อ.ประยุทธ์เป็นเป้าหมายหลัก เพราะดำรงตำแหน่งเป็นนายกฯ และหัวหน้า คสช. ต่อเนื่องมาจากการยึดอำนาจในช่วงปี 2557 โดยนายกฯ เป็นจุดศูนย์กลางของปัญหาทั้งหมด หลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ สิ่งที่ประชาชนจะได้เห็นคือความจริงของการบริหารราชการในช่วงเกือบ 6 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินใจ เพราะอำนาจที่แท้จริงนั้นอยู่ที่ประชาชนคนไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ข้อมูลที่ได้มาส่วนใหญ่จะใช้อภิปราย พล.อ.ประยุทธ์ในการใช้ตำแหน่งหน้าที่เอื้อประโยชน์ให้ตนเองและพวกพ้อง และดำเนินการผิดจริยธรรมทางการเมืองร้ายแรง จะเกี่ยวโยงไปถึง พล.อ.ประวิตร และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ที่ร่วมกันมาตั้งแต่การรัฐประหารด้วย ดังนั้นการอภิปรายจะมีเนื้อหาเกี่ยวพันทั้ง 3 ป. เพราะการปฏิบัติตัวของทั้ง 3 คนมีความเกี่ยวโยงสืบทอดอำนาจมาตั้งแต่การรัฐประหาร แม้รัฐบาลจะอ้างว่าทำงานมาแค่ 6 เดือน แต่พฤติกรรมที่ผ่านมามีผลต่อการทำหน้าที่ในปัจจุบัน จะสะท้อนสิ่งเหล่านี้ รวมถึงพฤติกรรมในการปฏิบัติหน้าที่ในรัฐบาลชุดนี้ ที่มีการใช้อำนาจขัดบทบัญญัติรัฐธรรมนูญและจริยธรรมทางการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชำนาญ จันทร์เรือง รองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงจากกรณีที่นายวิรัช รัตนเศรษฐ เตือนฝ่ายค้านว่าอย่าอภิปรายย้อนอดีตสมัย คสช. อาจมี ส.ส.จากฝ่ายรัฐบาลประท้วงและขอปิดอภิปรายว่า แสดงว่า 3 ป. ในรัฐบาลชุดนี้กับรัฐบาล คสช.เป็นคนละคนกันกระมัง ทีในอดีตตอนที่นายบรรหาร ศิลปอาชา เป็นนายกฯ ก็มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯ บรรหาร เรื่องขาดคุณสมบัติในการเป็นนายกฯ อ้างว่าบรรหารไม่ใช่คนไทย โดยอภิปรายโจมตีนายบรรหารด้วยกระดาษเปล่าแผ่นเดียว จนลูกสาวนายบรรหารนั่งร้องไห้ในสภาเพราะสงสารพ่อ และยังมีคนคนหนึ่งอภิปรายนายบรรหารว่าถ้าท่านเป็นคนไทยจริงท่านต้องผ่านการเกณฑ์ทหาร ขอเอกสารหลักฐานการเกณฑ์ของท่านด้วย ถ้าท่านไม่เกณฑ์ทหาร แปลว่าท่านไม่ใช่คนไทย นี่ก็อภิปรายย้อนอดีต แล้วกรณีคุณธรรมนัส จะถูกปล่อยให้ถูกอภิปรายย้อนอดีตอยู่คนเดียวหรือ หากมีการปิดอภิปรายอย่างรวบรัดก่อนเวลาอันสมควร หรือยังอภิปรายไม่ครบ ต่อไปการทำงานในสภามีปัญหาแน่นอน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. กล่าวว่า สิ่งที่อยากเห็นคือ ฝ่ายค้านและรัฐบาลจะต้องทำข้อตกลงกันอย่างชัดเจน เพราะลานประหารอยู่ที่การอภิปรายไม่ไว้วางใจทางการเมือง แต่เรื่องร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ที่มีปัญหาเรื่องการกดบัตรแทนกัน สิ่งที่อยากเห็นก่อนการอภิปรายไม่ไว้วางใจคือ หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกรณีนี้เช่นเดียวกับร่างพระราชบัญญัติเงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ในส่วนของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ซึ่งตกลงกันอย่างชัดเจน โดยการโหวตงบใหม่เพื่อประเทศไทยวันเดียว.
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56105</URL_LINK>
                <HASHTAG>วิปรัฐบาล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล, อภิปรายไว้ไว้าางใจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200202/image_big_5e36d8dd9f57f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55076</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โหมโรงซักฟอกยื่นปปช.ฟันนายกฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ฝ่ายค้านยื่น ป.ป.ช.เอาผิด &amp;quot;ประยุทธ์&amp;quot; 3 เรื่อง ไม่แจงแหล่งที่มารายได้ในงบประมาณ ถวายสัตย์ไม่ครบ คสช.สรรหาตัวเองเป็น ส.ว. &amp;quot;ภูมิธรรม&amp;quot; ย้ำภายใน 2 วันยื่นซักฟอกได้แน่ &amp;quot;ทวี&amp;quot; ยัน &amp;quot;เศรษฐกิจใหม่&amp;quot; ยังไม่ทิ้งฝ่ายค้าน &amp;quot;เฮียมิ่ง&amp;quot; ขออภิปราย 4 ชั่วโมง โฆษก พท.ฉวยเหตุแชตหลุด ส.ส.พปชร.เป็นใบเสร็จทุจริตเชิงกฎหมาย โฆษก พปชร.โต้กลับจินตนาการโหนกระแส &amp;quot;วิรัช&amp;quot; ปัด &amp;quot;ธรรมนัส&amp;quot; ขัดแย้ง &amp;quot;ปารีณา&amp;quot; อ้างแค่งอนกันนิดหน่อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคเพื่อไทย วันที่ 20 มกราคม มีการประชุมคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน โดยมีตัวแทนทั้ง 7 พรรคเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ &amp;nbsp;ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (ฝ่ายค้านเพื่อประชาชน) แถลงว่า หัวหน้า 7 พรรคฝ่ายค้านได้รวบรวมรายชื่อ ส.ส.เพื่อยื่นดำเนินการ 3 เรื่อง คือ 1.การเอาผิด พล.อ.ประยุทธ์ &amp;nbsp;จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กรณีการแถลงนโยบายไม่ชี้แจงแหล่งที่มาของรายได้ ที่จะนำมาใช้จ่ายในการดำเนินนโยบาย ซึ่งเป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมาย 2.การถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญของ พล.อ.ประยุทธ์ โดยเห็นว่าเป็นการทำหน้าที่ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา &amp;nbsp;5 ซึ่งความเห็นของศาลรัฐธรรมนูญที่ให้ไว้เป็นเพียงความเห็นประกอบ ไม่ใช่คำตัดสิน จึงมีมติให้ยื่นเรื่องดังกล่าวให้มีการตัดสินต่อไป และ 3.การสรรหาสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ที่มีกรรมการสรรหา 10 คน ซึ่งบางคนเป็นสมาชิก คสช. เห็นว่าเป็นการสรรหาที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มีผลประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อมเพื่อให้มีการสืบทอดอำนาจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทั้ง 3 เรื่องได้ยื่นร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ดำเนินการสอบสวนตามกฎหมายต่อไป ยืนยันว่าเรื่องที่ยื่นร้องไม่เกี่ยวกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่เป็นเรื่องที่ 7 พรรคได้พูดคุยและมีมติไว้นานแล้ว เพียงแต่ที่ผ่านมาเพื่อให้เกิดความรอบคอบจึงให้ฝ่ายกฎหมายไปศึกษาไว้ก่อน&amp;quot; พ.ต.อ.ทวีกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า เราพยายามดำเนินการให้ถูกต้องในทุกส่วน เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนว่าแต่ละพรรคมีการทำการบ้านและทำงานร่วมกัน ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ 7 พรรคฝ่ายค้านได้พูดคุยกันไปบางส่วนแล้ว จะมีการหารือกันอีกครั้งในวันนี้ว่าพรรคใดมีประเด็นใด โดยเราไม่ได้เอาจำนวน ส.ส.มาเฉลี่ยว่าจะได้พูดพรรคละเท่าใด แต่จะยึดเอาความเสียหายที่เกิดขึ้นกับประชาชนและประเทศชาติเป็นสำคัญ หากพรรคใดมีประเด็น มีหลักฐานที่ชัดเจน สามารถอภิปรายได้ตามกรอบเวลา ภายใน 2 วันนี้จะสามารถสรุปและยื่นญัตติขออภิปรายไม่ไว้วางใจได้ภายในสัปดาห์นี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โดยจะทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างเต็มความสามารถ อะไรที่ใช้เวทีสภาดำเนินการได้ก็จะใช้เวทีสภาขับเคลื่อน การอภิปรายครั้งนี้ถ้าสามารถพิสูจน์ให้ประชาชนเห็นได้ว่ารัฐบาลไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ก็ควรเปิดโอกาสให้คนอื่นเข้ามาทำหน้าที่ ประชาชนไม่จำเป็นต้องอดทน ที่ผ่านมาได้ทนมามากพอแล้ว &amp;nbsp;เวลาทนต่อไปไม่มีอีกแล้ว เราต้องการคนที่ถูกตัวและคนที่ถูกต้องเข้ามาทำหน้าที่แก้ปัญหาให้ประชาชน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า พรรคเศรษฐกิจใหม่ยังคงมีจุดยืนร่วมกับฝ่ายค้านในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลหรือไม่ พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ ขอเวลา 4 ชั่วโมงอภิปรายไม่ไว้วางใจ การอภิปรายครั้งนี้ไม่ใช่การทดลอง ส.ส.ใหม่ แต่ต้องการให้ประชาชนได้รับรู้ถึงข้อมูล เนื่องจากสุดท้ายแล้วรัฐบาลไม่สามารถฝืนประชาชนได้ และต่อให้เป็น ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลก็ต้องฟังเสียงประชาชน&amp;nbsp;
แชตหลุดทุจริตเชิงกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงกระแสข่าวดีลลับระหว่างพรรคพลังประชารัฐกับพรรคเพื่อไทยว่า แกนนำและสมาชิกพรรคเพื่อไทยดาหน้าออกมาปฏิเสธไม่มีดีลลับ พรรคเพื่อไทยจะไม่ทำอะไรที่หักหลังทรยศประชาชน คนที่มีวิธีคิดแบบนี้ประชาชนรู้แล้วว่าไหลกองรวมกันอยู่ตรงไหน เรามีแต่ดีลเปิดเผยคือพันธสัญญาต่อต้านการสืบอำนาจ คสช.ทุกรูปแบบ ดีลลับไม่มี จะมีก็แต่ดีลเปิดเผยกับประชาชน เพื่อที่จะรีบกลับมาเป็นรัฐบาลให้เร็วที่สุดเพื่อแก้ปัญหาปากท้องให้กับประชาชน การอภิปรายครั้งนี้เราเอาตายไม่ใช่เพียงพิธีกรรม นอกจากนี้พรรคเพื่อไทยตั้งศูนย์ติดตามการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ซึ่งจะทำหน้าที่มอนิเตอร์คำถามสำคัญๆ ว่า ส.ส.ได้ถามอะไรบ้าง จะเปิดเผยให้ประชาชนทราบหลังอภิปรายเสร็จ ถ้ารัฐมนตรีคนใดตอบไม่ตรง ตอบไม่ผ่าน เราจะขยายเปิดแผลให้ประชาชนทราบ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอฝากไปถึงหัวหน้าพรรคบางคนที่ออกมาระบุว่าจะโหวตให้ตามความเป็นจริง ขอเรียกร้องว่าอย่าโกหกประชาชนซ้ำซากซ้ำซ้อน เพราะก่อนหน้านี้บอกจะไม่ไปร่วมรัฐบาลก็ไปร่วม และงานนี้จะไม่จบในสภา จะไม่ใช่แค่พิธีกรรม จะให้ประชาชนที่อยู่นอกสภาเป็นผู้พิพากษาว่ารัฐบาลจะไปต่อได้หรือไม่ งานนี้ยืนยันว่าไม่มีมวยล้มต้มคนดูอย่างแน่นอน&amp;quot; นายอนุสรณ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์กล่าวด้วยว่า การสนทนาผ่านทางไลน์หลุดของรัฐมนตรีช่วยว่าการกับ ส.ส.คนหนึ่งในพรรคพลังประชารัฐ และเมื่อมีการสอบถามไปยัง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ กลับมองว่าเป็นเรื่องขำขันเป็นเรื่องตลก ซึ่งพรรคเพื่อไทยมองว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องน่าหัวเราะ สิ่งที่ควรทำคือออกมาขอโทษประชาชน เรื่องดังกล่าวนี้เป็นใบเสร็จเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญว่า มีคนกลุ่มหนึ่งพยายามใช้กฎหมายช่วยเหลือซึ่งกันและกัน มีความพยายามในการเจราจาต่อรองและใช้ข้อกฎหมายอะลุ่มอล่วย &amp;nbsp;อาจจะเป็นการทุจริตคอร์รัปชันรูปแบบหนึ่งหรือไม่ การทุจริตเชิงอำนาจ ทุจริตเชิงกฎหมายหรือไม่ และยังทุจริตกับความรู้สึกของประชาชนหรือไม่ ดังนั้นเรื่องนี้จะต้องถูกนำไปอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะคนที่ต้องรับผิดชอบคือ พล.อ.ประยุทธ์ เพราะเป็นคนที่แต่งตั้งคนที่มีคุณสมบัติไม่เหมาะสมเข้ามาเป็นรัฐมนตรี รวมถึงปล่อยให้มีการเจราจาต่อรองใช้กฎหมายช่วยเหลือพวกพ้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกระแสข่าวการเสนอสัญญาใจแลกกับการไม่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจของรัฐมนตรีบางคนว่า เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง พรรคพลังประชารัฐไม่มีการเจรจากับพรรคเพื่อไทยหรือกับใครทั้งสิ้น เราพร้อมที่จะชี้แจงในทุกเรื่องและไม่มีการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ใดๆ ซึ่งตรงกับนายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ยืนยันชัดเจนว่าไม่มีการซูเอี๋ยหรือแลกเปลี่ยนผลประโยชน์เพื่อแลกกับการไม่อภิปรายรัฐมนตรีบางคน ทั้งนี้คงเป็นการปล่อยข่าวของผู้ไม่หวังดีและประสงค์ร้ายกับทุกฝ่าย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้นขึ้นอยู่กับข้อมูลหลักฐานต่างๆ ซึ่งรัฐบาลบริหารงานมา 6 เดือน &amp;nbsp;ดำเนินโครงการต่างๆ เพื่อประโยชน์ของประชาชน ตรงไปตรงมา ยึดประชาชนเป็นที่ตั้ง ดังนั้นเราพร้อมที่จะให้ตรวจสอบ เพราะการอภิปรายจะใช้ความรู้สึกไม่ได้ ต้องมีหลักฐานข้อมูลที่ชัดเจน ที่สำคัญรัฐบาลนี้ไม่มีการทุจริตคอร์รัปชัน จึงอาจทำให้ฝ่ายค้านยังไม่สามารถสรุปได้ว่าจะอภิปรายใคร&amp;quot; นายธนกรกล่าว
&amp;#39;ธรรมนัส-ปารีณา&amp;#39; แค่งอนกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกรณีที่นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด ระบุว่าแชตไลน์หลุดระหว่างรัฐมนตรีกับ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ เป็นหลักฐานสำคัญที่ชี้ว่ามีการใช้กฎหมายช่วยเหลือกันและจะนำไปอภิปรายไม่ไว้วางใจด้วย &amp;nbsp;นายธนกรกล่าวว่าเป็นแค่การจินตนาการ โหนกระแสหวังเป็นข่าวรายวัน แต่ไร้ข้อเท็จจริง เพราะเรื่องนี้ไม่ได้มีปัญหาอะไร เจ้าหน้าที่ดำเนินการโดยยึดตามกฎหมายเป็นหลัก และปฏิบัติอย่างเท่าเทียม เชื่อว่าผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถชี้แจงได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงกรณีข้อความแชตไลน์ความขัดแย้งระหว่าง น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ กับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ว่า อาจเป็นการหยอกล้อกันตามปกติ ไม่ได้ขัดแย้งกัน &amp;nbsp;หรือถ้าขัดแย้งกันก็เป็นเรื่องงอนกันนิดหน่อยเท่านั้น ขออย่านำเรื่องนี้ไปขยายความ ซึ่งตนเองไม่ได้มีอำนาจที่จะเรียกทั้งสองฝ่ายมาเคลียร์ เพราะคนหนึ่งก็เป็นรัฐมนตรีช่วย ส่วนอีกคนหนึ่งก็เป็น ส.ส.ซึ่งมีวุฒิภาวะด้วยกันทั้งคู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเรื่องความขัดแย้งภายในคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร จนปรากฏภาพวิวาทต่อกัน นายวิรัชกล่าวว่ามีคณะกรรมาธิการชุดนี้เพียงชุดเดียวที่มีปัญหา ซึ่งนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ กำลังดำเนินการแก้ปัญหาแล้ว ส่วนจะถึงขั้นถอดถอนประธาน กมธ.หรือไม่นั้น อาจจะมีวิธีการพูดจากันก่อนและหารือกับประธานสภาว่าจะดำเนินการอย่างไร เรื่องที่เกิดขึ้นจะไม่กระทบต่อภาพลักษณ์ของพรรค เพราะเป็นเรื่องเฉพาะตัว ใครพูดสิ่งใดก็ติดตัวไปตลอดและประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ปฏิเสธตอบคำถามถึงประเด็นความขัดแย้งภายในพรรคพลังประชารัฐ หลังมีข้อความสนทนาทางไลน์ภายในกลุ่ม ส.ส.พรรคระหว่าง ร.อ.ธรรมนัสกับ น.ส.ปารีณา โดยตอบสั้นๆ ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มว่า &amp;quot;ไม่มีอะไร&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวสั้นๆ เช่นกันว่า &amp;quot;ให้ไปถามพรรค&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงบ่ายที่โรงเรียนนราธิวาส ต.โคกเคียน อ.เมืองนราธิวาส จ.นราธิวาส พล.อ.ประยุทธ์ได้พบปะนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย จ.นราธิวาส ที่เข้าร่วมโครงการ &amp;quot;รินน้ำใจสู่พี่น้องชาวใต้&amp;quot; โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถามนักเรียนตอนหนึ่งว่า &amp;quot;ตอนนี้เขาจะเปิดการอภิปรายไม่ไว้วางใจชุดนี้ มีใครอยากให้กำลังใจลุงไหม&amp;quot; ขณะที่เด็กนักเรียนไม่มีใครยกมือ ก่อนที่นายกฯ จะกล่าวย้ำว่าเขาจะเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ไล่นายกฯ เด็กทั้งหมดภายในห้องประชุมร้อง &amp;quot;อ้อ&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายกฯ จึงยิ้มก่อนพูดว่า &amp;quot;จะช่วยเขาหรือจะช่วยเรา วันนี้ไม่ได้พูดเรื่องการเมือง แต่เป็นเรื่องความรักส่วนตัว ระหว่างเรา คนชอบพอกัน พูดให้เห็นหัวใจของลุง ลุงมีสี่ห้องหัวใจ แต่ข้างในมีชั้นเยอะ แต่ที่มีชั้นเยอะ เพราะมีปัญหารุมเร้าเข้ามาเยอะ ซึ่งปัญหาเหล่านั้นทำให้คณะรัฐมนตรี และข้าราชการต้องเดือดร้อนเป็นทุกข์ด้วยเช่นกัน แต่ถ้าทุกคนไปด้วยกันในทิศทางเดียวกัน และเดินไปสู่เป้าหมายสุดท้ายเดียวกัน&amp;quot;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55076</URL_LINK>
                <HASHTAG>คสช.สรรหาตัวเองเป็น ส.ว., ป.ป.ช., ปมถวายสัตย์, ฝ่ายค้าน, ยื่นซักฟอก, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อภิปรายไว้ไว้าางใจ, อภิปรายไว้ไว้าางใจรัฐบาล, ไม่แจงแหล่งที่มารายได้ในงบประมาณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200120/image_big_5e25ba35c4cf1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
