<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>39459</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/06/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/06/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผ่าญัตติ “อภิมหาค่าโง่ทางด่วน”  ทำไมต้องให้สภาฯตรวจสอบ?</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;การประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันพุธที่ 26 มิ.ย.นี้ ที่ห้องประชุม ตึกทีโอที จำกัด ตามระเบียบวาระจะมีการพิจารณาเรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษากรณีการต่อสัญญาสัมปทานให้กับ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เสนอโดย นายระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังธรรมใหม่ ไว้พิจารณาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่มาที่ไปของเรื่องนี้ ที่เรียกกันว่า &amp;rdquo;ญัตติค่าโง่ทางด่วน&amp;rdquo;&amp;nbsp; ทาง &amp;ldquo;นพ.ระวี&amp;quot; ปูพื้นให้ฟังถึงเรื่องดังกล่าว ก่อนถึงคิวต้องลุกขึ้นอภิปรายกลางที่ประชุมสภาฯ ว่า เป็นญัตติที่เสนอต่อที่ประชุมสภาฯ เพื่อขอให้สภาฯ เห็นชอบให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาค่าโง่ทางด่วนที่เกิดจากการบริหารงานคณะกรรมการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) กับบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ &amp;ldquo;BEM&amp;rdquo; ที่ผิดพลาดจนทำให้เกิดการฟ้องร้องดำเนินคดีมาอย่างต่อเนื่องกว่า 20 คดี ซึ่งคาดว่ารัฐจะต้องจ่ายค่าเสียหายเป็นเงินร่วม 1.37 แสนล้านบาท หากพ่ายทุกคดี โดยล่าสุด กทพ.ต้องเสียค่าปรับหรือค่าโง่ให้กับบริษัท BEM สองคดี คือ คดีทางด่วนปากเกร็ด-บางปะอิน จำนวน 4.3 พันล้านบาท และคดีที่ กทพ.ไม่อนุมัติให้ขึ้นค่าทางด่วนตามสัญญา 1.9 พันล้านบาท โดยศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษายืนตามคำสั่งศาลปกครองกลาง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ บอร์ด กทพ.ยังได้มีการเจรจาลดวงเงินค่าโง่ที่ต้องจ่ายให้กับบริษัท BEM จาก 1.37 แสนล้านบาท มาอยู่ที่ 5.8 หมื่นล้านบาท และมีมติขยายอายุสัมปทาน 3 โครงการ โครงการละ 30 ปี เป็นข้อแลกเปลี่ยน ประกอบด้วย ทางด่วนศรีรัช ทางด่วนศรีรัช ส่วนดี และทางด่วนบางปะอิน-ปากเกร็ด ซึ่งอยู่ระหว่างอัยการตรวจสอบร่างสัญญา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;นพ.ระวี&amp;rdquo; อธิบายลงรายละเอียดแบบให้เข้าใจง่ายๆ ว่า&amp;nbsp; สัญญาก่อสร้างทางด่วนมีด้วยกันหลายสาย มีการสร้างกันตั้งแต่ปี 2533 โดยกลุ่ม BEM ที่ &amp;rdquo;กลุ่ม ช.การช่าง&amp;rdquo; ถือหุ้นใหญ่ก็มีการสร้างกันหลายเส้น ผ่านมาหลายรัฐบาลบางเรื่องก็เกิดค่าโง่ เช่น ค่าโง่แรก 4.3 พันล้านบาท เกิดจากไปสร้างโทลล์เวย์ต่อไปถึงรังสิต ทั้งที่มีทางด่วนของเขาอยู่แล้ว มันก็ผิดชัดๆ ทั้งที่ กทพ.ไปแจ้งรัฐบาลไว้ก่อนแล้วว่ามันจะผิด แต่รัฐบาลในอดีตตอนนั้นบอกว่าต้องสร้าง โดยไม่เจรจาให้เรียบร้อย แบบนี้ไม่ใช่ความผิดของ กทพ. ก็เลยต้องเสียค่าโง่ หรือค่าโง่ที่สอง 1.9 พันล้านบาท ตอนนี้ผ่านในชั้นการพิจารณาของศาลปกครองกลางไปแล้ว เหลือต้องรอดูคำตัดสินของศาลปกครองสูงสุด ซึ่งคดีนี้ กทพ.แพ้คดี เป็นกรณีไม่ยอมให้ขึ้นค่าผ่านทาง เพราะในสัญญาบอกว่าเมื่อครบสิบปีต้องให้เขาขึ้นค่าผ่านทาง แต่รัฐบาลเวลานั้นไม่ยอมให้ขึ้น ก็เท่ากับผิดสัญญา ก็อาจแพ้อีก ทั้งที่จริงรัฐบาลน่าจะไปบอกเอกชนว่าไม่ให้ขึ้น แต่สัดส่วนที่ BEM ต้องให้รัฐบาล ก็ปรับให้น้อยลง จากสี่สิบเปอร์เซ็นต์ก็เหลือสามสิบเปอร์เซนต์ เรื่องก็จบ แต่ไม่ได้ทำ แบบนี้ก็เสียค่าโง่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ...รวมค่าโง่ทั้งหมดอยู่ที่ 1.37 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นค่าโง่ที่คาดว่าต้องสู้กัน ตอนนี้บอร์ด กทพ.ตัดสินใจโดยจะต่อรอง ขอให้อยู่ที่ 5.8 หมื่นล้านบาท ซึ่งก็ยังเป็นอภิมหาค่าโง่ แต่ปรากฏว่า&amp;nbsp; BEM ตกลงกับบอร์ดโดยร่างสัญญาใหม่ให้ บนเงื่อนไขไม่คิดค่าโง่ทั้งหมด ตัดทิ้งหมด กทพ.ไม่ต้องจ่ายแม้แต่บาทเดียว โดยแลกกับต่อสัญญาสัมปทานให้ BEM อีก 30 ปี มูลค่า 3แสนล้านบาท โดยบอร์ด กทพ.มีการส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดแล้ว หากอัยการเห็นชอบก็ส่ง ครม.ให้อนุมัติได้เลย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ ในสัญญาพบว่าทาง BEM ขอบริหารพื้นที่ใต้ทางด่วนทั้งหมด ซึ่งมีมูลค่ามหาศาล โดยที่สัญญาเดิมไม่มี แต่มาเขียนไว้ในสัญญาใหม่ที่ BEM ยื่นเป็นเงื่อนไขกับ กทพ. และจะให้มีการสร้างทางด่วนชั้นที่สอง อยู่เหนือทางด่วนแรก ที่ต้องใช้เงินหลายหมื่นล้านบาท BEM บอกว่าจะสร้างให้ แต่ กทพ.ต้องผ่อนจ่ายเงินให้ ซึ่งมีการวิเคราะห์แล้วว่าไม่เหมาะ เราจึงต้องการศึกษาว่าเรื่องนี้ทำถูกต้องหรือไม่ ประเทศได้ประโยชน์สูงสุดหรือไม่ กับแนวทางอื่นเช่นก็สู้คดีค่าโง่ไป คดีเดียวก็จ่ายไป 4 พันล้านบาท ที่เหลือก็สู้ไป เพราะบางคดี กทพ.ก็ชนะ ไม่ใช่ว่าจะแพ้หมดทุกคดี แพ้ก็จ่ายไป แล้วเอาทางด่วนนั้นมาประมูลใหม่ ที่อาจได้ราคาที่ดีกว่า หรืออาจต่อให้สิบปี แต่ค่าโง่ต้องจบหมด แล้วพื้นที่ใต้ทางด่วนก็ประมูลใหม่ อย่าไปพ่วงในสัญญาที่เสนอมา ก็ทำหลายแนวทางให้รอบคอบ แล้วให้รัฐบาลตัดสินใจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;หากมีการตั้ง กมธ.ขึ้น เราขอเวลาสามเดือน จะเรียกสัญญามาดูทั้งหมด เพื่อหาทางออก จะไม่มีการไปโจมตีรัฐบาลเก่าๆ ที่เคยเกี่ยวข้องทำเรื่องนี้ แต่หากศึกษาแล้วพบว่าใครผิดอย่างรุนแรง ทำเลินเล่อ ก็ไปอีกเรื่องหนึ่ง ก็อาจนำเสนอเข้าสู่การฟ้องร้อง แต่หากไม่ได้ประมาทเลินเล่อ ไม่ได้จงใจ ก็ถือว่าจบ เรื่องนี้ต้องเรียกว่ามหากาพย์อภิมหาค่าโง่ เพราะมีกว่ายี่สิบคดี&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;นพ.ระวี-ส.ส.พรรคพลังธรรใหม่&amp;rdquo; กล่าวว่า เรื่องแบบนี้จริงๆ ต้องเป็นฝ่ายค้านยื่นเรื่อง แต่พลังธรรมใหม่ที่อยู่รัฐบาลมาทำเอง ซึ่งตอนที่ผมจะเสนอญัตติ มี ส.ส.ฝ่ายค้านพอเขาทราบเรื่องก็ติดต่อจะขอร่วมลงชื่อด้วยหลายคน เพราะผมบอกตั้งแต่ตอนเริ่มทำว่าเรื่องนี้จะไม่ทำเพื่อไปหาเรื่องโจมตีใคร ไม่ว่าจะเป็นเพื่อไทย ทักษิณ ชินวัตร พรรคประชาธิปัตย์ที่เคยร่วมบริหารงาน กทพ.ในอดีต เพราะที่เสนอญัตติเพื่อให้สภาฯ ได้ร่วมกันศึกษาว่ามันเกิดค่าโง่ทางด่วนตรงไหน ผิดตรงไหน แล้วมาช่วยกันแก้ไข&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่&amp;rdquo; ย้ำว่า กมธ.ชุดที่จะตั้งขึ้นที่จะมี ส.ส.ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลอยู่ใน กมธ.ชุดที่จะตั้งขึ้น เพื่อมาร่วมกันศึกษาค่าโง่ทางด่วนทั้งหมดโดยละเอียด เมื่อได้ข้อสรุปว่าปัญหาเกิดจากตรงไหน แล้วควรแก้ไขอย่างไร ก็เสนอต่อรัฐบาลให้รับทราบนำไปแก้ไข เราเห็นว่าข้อตกลง กทพ.อาจทำให้รัฐเสียโอกาส เพราะหากเปิดให้มีการทำประมูล รัฐอาจได้เงินประมาณ 3 แสนล้านบาท แต่หากให้ BEM ต่อสัมปทานออกไป 30 ปี เพื่อแลกกับคดี เรามองว่าเป็นความต้องการกลบเกลื่อนค่าโง่จากการบริหารงานที่ผิดพลาดของ กทพ. และรัฐบาลในอดีตหรือไม่ เพราะการทำงานให้เกิดค่าโง่ 4.3 พันล้าน ไม่ควรจะเอามาเป็นข้ออ้างแลกเปลี่ยนกับอายุสัมปทานหรือรายได้ในอนาคตที่จะเข้าสู่ภาครัฐ. &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39459</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, ผ่าญัตติ “อภิมหาค่าโง่ทางด่วน”  ทำไมต้องให้สภาฯตรวจสอบ?, อภิมหาค่าโง่ทางด่วน, เกษมราษฎร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190625/image_big_5d12386890df8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
