<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>79143</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/09/2020 21:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/09/2020 21:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯเลื่อนระดับ ปรับโอน &#039;อภิรัชต์-ณรัชต์&#039; เป็นข้าราชการในพระองค์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ก.ย.63 - เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศ การเลื่อนระดับข้าราชการในพระองค์ให้สูงขึ้น และปรับโอนข้าราชการทหารและพลเรือน เป็นข้าราชการในพระองค์ ความว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เลื่อนระดับข้าราชการในพระองค์ให้สูงขึ้น และปรับโอนข้าราชการทหารและพลเรือน เป็นข้าราชการในพระองค์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 15 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ประกอบมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการในพระองค์ พ.ศ. 2560 มาตรา 13 มาตรา 14 มาตรา 15 และมาตรา 18 แห่งพระราชกฤษฎีกาจัดระเบียบราชการและการบริหารงานบุคคลของราชการในพระองค์ พ.ศ. 2560 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เลื่อน ระดับข้าราชการในพระองค์ให้สูงขึ้น และปรับโอนข้าราชการทหารและพลเรือน เป็นข้าราชการในพระองค์ ดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. พลอากาศตรี ธีระ เชียงทอง รองเลขาธิการพระราชวัง ระดับ 10 ให้ดำรงตำแหน่ง รองเลขาธิการพระราชวัง ระดับ 11 หมายเลข 4&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. พลอากาศตรี สุพิชัย สุนทรบุระ รองเลขาธิการพระราชวัง ระดับ 10 ให้ดำรงตำแหน่ง รองเลขาธิการพระราชวัง ระดับ 11 หมายเลข 5&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. พลเอก อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ให้ดำรงตำแหน่ง รองเลขาธิการพระราชวัง ระดับ 11 หมายเลข 6&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. พันตำรวจเอก ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ให้ดำรงตำแหน่ง รองเลขาธิการพระราชวัง ระดับ 11 หมายเลข 7&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน พุทธศักราช 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79143</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณรัชต์ เศวตนันทน์, ราชกิจจานุเบกษา, อภิรัชต์ คงสมพงษ์, โปรดกล้าฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200930/image_big_5f7493321d582.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79142</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/09/2020 21:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/09/2020 21:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯเลื่อนระดับ ปรับโอน &#039;อภิรัชต์-ณรัชต์&#039; เป็นข้าราชการในพระองค์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ก.ย.63 - เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศ การเลื่อนระดับข้าราชการในพระองค์ให้สูงขึ้น และปรับโอนข้าราชการทหารและพลเรือน เป็นข้าราชการในพระองค์ ความว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เลื่อนระดับข้าราชการในพระองค์ให้สูงขึ้น และปรับโอนข้าราชการทหารและพลเรือน เป็นข้าราชการในพระองค์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 15 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ประกอบมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการในพระองค์ พ.ศ. 2560 มาตรา 13 มาตรา 14 มาตรา 15 และมาตรา 18 แห่งพระราชกฤษฎีกาจัดระเบียบราชการและการบริหารงานบุคคลของราชการในพระองค์ พ.ศ. 2560 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เลื่อน ระดับข้าราชการในพระองค์ให้สูงขึ้น และปรับโอนข้าราชการทหารและพลเรือน เป็นข้าราชการในพระองค์ ดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. พลอากาศตรี ธีระ เชียงทอง รองเลขาธิการพระราชวัง ระดับ 10 ให้ดำรงตำแหน่ง รองเลขาธิการพระราชวัง ระดับ 11 หมายเลข 4&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. พลอากาศตรี สุพิชัย สุนทรบุระ รองเลขาธิการพระราชวัง ระดับ 10 ให้ดำรงตำแหน่ง รองเลขาธิการพระราชวัง ระดับ 11 หมายเลข 5&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. พลเอก อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ให้ดำรงตำแหน่ง รองเลขาธิการพระราชวัง ระดับ 11 หมายเลข 6&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. พันตำรวจเอก ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ให้ดำรงตำแหน่ง รองเลขาธิการพระราชวัง ระดับ 11 หมายเลข 7&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน พุทธศักราช 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79142</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณรัชต์ เศวตนันทน์, ราชกิจจานุเบกษา, อภิรัชต์ คงสมพงษ์, โปรดกล้าฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200930/image_big_5f7493321d582.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70453</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/07/2020 22:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/07/2020 22:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กแดง&#039; ยัน ผบ.ทบ.สหรัฐ เยือนไทย ต้องถูกตรวจโควิดทุกขั้นตอนไม่มียกเว้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.ค.63 - &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่มีข่าวระบุว่าพลเอก เจมส์ แมคคอนวิลล์ ผบ.ทบ. สหรัฐอเมริกา (General James McConville , U.S. Army Chief ) ที่จะมาเยือนไทย 9-10 กค. นี้ ไม่ยอมตรวจโควิดฯ และไม่กักตัว และ ศบค.ตีกลับแผนการเดินทาง นั้น พลเอก อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ปฏิเสธข่าวนี้ อย่างสิ้นเชิง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ Gen James Mcconville ผบ.ทบ สหรัฐฯ ทำตามมาตรการ และปฎิบัติตามระเบียบ ของทางการไทย ทุกมาตรการทุกอย่าง โดยไม่มีข้อแม้ ด้วยความเต็มใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้ง 1.การมีใบรับรองแพทย์ Fit to fly 2.มีใบรับรองแพทย์ว่า ปลอดโควิด ภายใน 72 ชม. ก่อนการเดินทางและ3.มีกำหนดการเดินทางชัดเจน 4.มีคณะเดินทาง6 คน และ5.มีการตรวจโควิดฯ ที่สนามบินสุวรรณภูมิ และ6. มีชุดติดตาม ด้านการแพทย์และสาธารณสุข รวมทั้ง7. งดไปสถานที่สาธารณะ โดยจะเดินทางไปเฉพาะสถานที้ในกำหนดการเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ขั้นตอน กำหนดการเดินทางทั้งหมดเสร็จสิ้นไป ผ่านการอนุมัติเรียบร้อยหมดแล้ว จึงได้กำหนดวันเดินทางมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ศบค ได้มีคำสั่งอนุญาตให้ นักธุรกิจต่างชาติ และ แขกตปท ของ หน่วยราชการ ที่มาไม่เกิน 14 วัน ไม่ต้องกักตัว แต่ให้ อยู่ในพื้นที่ที่กำหนดตามกำหนดการ และปฏิบัติตามมาตรการที่รัฐกำหนด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70453</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผบ.ทบ., อภิรัชต์ คงสมพงษ์, เจมส์ แมคคอนวิลล์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190909/image_big_5d761b646c861.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52979</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับมือพรรคร่วมรัฐบาลล่องแพ รับศึกใหญ่ &quot;วิ่งไล่ลุง-ซักฟอก&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่ว่าจะเป็นรัฐนาวา-เรือแป๊ะ จนมาถึงยุคเรือเหล็ก จะเกิดอาการโครงเครง มีรอยรั่วมาตลอด 5-6 ปีที่ผ่านมาบ้าง แต่วันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา 3 ป.บูรพาพยัคฆ์ก็ฝ่ามรสุมผ่านการเลือกตั้ง และ สถานการณ์หัวเลี้ยว-หัวต่อมาได้ จนเป็นนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีในรัฐบาลปัจจุบัน ที่มีพรรคพลังประชารัฐเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล รวมถึงพันธมิตรอีก 18 พรรค ที่ พล.อ.ประยุทธ์ไปเล่าให้ต่างชาติฟังด้วยความภูมิใจ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แน่นอนว่า ในภาพของรัฐบาลผสมหลายพรรค ทั้งพรรคเล็ก และพรรคใหญ่ จะต้องมีการต่อรอง และความขัดแย้งในเรื่องที่เกี่ยวกับนโยบาย แนวคิด และผลประโยชน์บ้าง จนกลายเป็นคำเปรียบเทียบของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ กับคำว่า แจกกล้วย แม้แต่ในพรรคพลังประชารัฐเอง ซึ่งเป็นที่รู้กันว่า 3 ป. คือ &amp;quot;ตัวจริง-เสียงจริง&amp;quot; ในการคุมพรรค ก็มีปัญหาเรื่องของ &amp;quot;มุ้ง&amp;quot; ที่ก่อนเลือกตั้งไปกวาดต้อนมาอยู่ในพรรคพลังประชารัฐ ที่แม่บ้านพรรคก็กลายเป็นอีกเป้าหมายหนึ่งที่อยู่ในปมความไม่พอใจของคนในพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การประชุมใหญ่ของพรรคพลังประชารัฐเมื่อวานนี้จึงเป็นการ &amp;quot;สังคายนา&amp;quot; ปัญหาที่ถูกแขวนไว้ จากความกินแหนงแคลงใจมานาน และได้รับการคลี่คลายในที่สุด อีกทั้งที่ประชุมมีมติตั้ง นายอนุชา นาคาศัย และนายไพบูลย์ นิติตะวัน เป็นรองหัวหน้าพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และตั้งกรรมการบริหารพรรคเพิ่มอีก 17 คน ประกอบด้วย 1.นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ 2.นายสมศักดิ์ เทพสุทิน 3.นายสันติ พร้อมพัฒน์ 4.นายสุพล ฟองงาม 5.ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า 6.นายวิรัช รัตนเศรษฐ 7.นายสุชาติ ชมกลิ่น 8.นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ 9.นางประภาพร อัศวเหม 10.นายนิโรธ สุนทรเลขา 11.นายไพบูลย์ นิติตะวัน 12.นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ 13.นายสกลธี ภัททิยกุล 14.นายไผ่ ลิกค์ 15.นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ 16.นายสุรชาติ ศรีบุศกร และ 17.นายนิพันธ์ ศิริธร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค ที่มีเสียงบ่นจากบางมุ้ง ให้จัดการ &amp;quot;ปลด&amp;quot; ออกจากตำแหน่งแม่บ้านพรรค แต่ในที่สุดนายสนธิรัตน์ยังเหนียวนั่งเก้าอี้เลขาธิการพรรคต่อไป ภายใต้ข่าวการ&amp;nbsp; &amp;quot;เคลียร์&amp;quot; ปมคาใจบางส่วนออกไปได้บางเปราะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถือเป็นการ จัดทัพ ให้เหล่าบรรดา &amp;quot;ขุนพล&amp;quot; มีบทบาทและศักดิ์ศรีในพรรคอย่างเป็นทางการ เฉลี่ยบทบาทหน้าที่ในพรรคใหม่ลดความลักลั่นภายใน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ที่ประชุมมีมติเปลี่ยนโลโก้พรรคใหม่ จากสัญลักษณ์รังผึ้งหกเหลี่ยม สีลายธงชาติ ภายในเป็นข้อความพรรคพลังประชารัฐ มาเป็นวงกลม สีลายธงชาติ ล้อมรอบข้อความพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งแสดงถึงความกลมเกลียว ไร้เหลี่ยมคมที่จะทิ่มแทงตัวเอง เป็นการ &amp;quot;รีฮวงจุ้ย&amp;quot; ตราสัญลักษณ์ของพรรค เพื่อให้พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเป็นพรรคแกนนำรัฐบาลมีความแข็งแกร่ง เหนียวแน่น สามัคคีจากภายในพรรค &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อนำไปสู่การจัดสมดุลให้เกิดขึ้นจากจุดเริ่มต้น ก่อนจะไปบริหารจัดการปัญหาภายในพรรคร่วมรัฐบาลต่อไป เหตุเพราะที่ผ่านมาการทำงานในกระทรวงต่างๆ ของพรรคการเมืองต่างพรรค มีการ &amp;quot;ขบเหลี่ยม&amp;quot; ขัดแย้งกันหลายครั้ง จนมีการร้องขอให้ &amp;quot;ผู้ใหญ่&amp;quot; ลงมาเคลียร์ และแก้ไขปัญหาอย่างเป็นธรรม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากรัฐมนตรีมีความพึงพอใจ ก็เชื่อได้ว่าจะเป็นจุดเชื่อมให้พรรคการเมืองร่วมรัฐบาลยังคงดำรงสถานะพันธมิตร และหนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป ลดปัญหาเรื่องเสียงในสภาฯ ที่ไม่รู้ว่าจะเกิด &amp;quot;อุบัติเหตุ&amp;quot; มือหายไปเมื่อไหร่ จากความไม่พอใจภายในรัฐบาล ท่ามกลางสถานการณ์เสียงปริ่มน้ำที่กลไกของ &amp;quot;วิปรัฐบาล&amp;quot; ยังไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จึงไม่แปลกที่ พล.อ.ประยุทธ์จะลงมาคลุกวงในมากขึ้น หลังจากที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานยุทธศาสตร์ และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รับฟังปัญหาและพยายามแก้ไข แต่ในที่สุดก็ต้องพึ่งผู้มีอำนาจตัวจริง ซึ่งก็คือนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์กระชับความสัมพันธ์ขึ้นหลายเวที ไล่ตั้งแต่ในเวทีงานเลี้ยงสังสรรค์สื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาล ที่มีภาพจับมือ โอบไหล่ กอดคอ ระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ กับ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมร้องเพลงที่มีความหมายของความสามัคคี กลายเป็นภาพความหวานชื่นของแกนนำใน ครม.จากต่างพรรคการเมือง พร้อมตบท้ายด้วยการเปิดใจกับสื่อมวลชนสายทำเนียบรัฐบาลว่า &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;อยากจะยืนยันว่าผมไม่ได้ต้องการอำนาจ ไม่ต้องการผลประโยชน์อะไรทั้งสิ้น สิ่งที่ทำวันนี้ต้องการทำให้ประเทศไทยเดินไปข้างหน้าให้ได้ด้วยฝีมือของพวกเรา ฝีมือของรองนายกฯ ที่มาจากหลายพรรคการเมืองต้องทำให้ได้ เรื่องเศรษฐกิจสำคัญที่สุด สิ่งที่จะเกื้อหนุนคือความมั่นคง ความมีเสถียรภาพทางการเมือง เพราะฉะนั้นเรื่องที่ใครพูดกันไปกันมาแล้วจะมาตีกันอยู่อย่างนี้ ผมว่ามันไม่เกิดประโยชน์ อย่ามองว่าแพจะแตกแพจะล่มหรือเปล่า ไม่มีล่มหรอก ถ้าผมยืนอยู่ตรงนี้ไม่มีล่ม จะต้องยืนอยู่ให้ได้ นั่นคือ ครม.ของคนทั้งประเทศ ไม่ใช่ ครม.ของพรรคใดพรรคหนึ่ง พื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง&amp;quot; นายกฯ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตอกย้ำความเป็น &amp;quot;รัฐนาวา&amp;quot; ที่เข้มแข็ง และให้ความเชื่อมั่นในการบริหารงานต่อไปจนครบ 4 ปี โดยมีแนวโน้มจะมีเสียงเข้ามาเพิ่มในการหนุนฝ่ายรัฐบาลมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้ปัจจัยเสี่ยงของรัฐบาลจาก สนิมเนื้อใน ได้ถูกขจัดไปอย่างเร่งด่วน แต่ปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลให้ พล.อ.ประยุทธ์ต้องหนักใจคือ &amp;quot;กระแส&amp;quot; ที่ถูกปลุกจากกลุ่มที่ไม่เอาเผด็จการ แนวร่วมของ &amp;quot;ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ&amp;quot; ที่มีการขับเคลื่อนการต่อสู้ลงบนท้องถนนอย่างเป็นระบบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จะเรียกว่าเป็น &amp;quot;โมเดล&amp;quot; การชุมนุมในต่างประเทศที่ถูกประยุกต์ให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมายในประเทศไทยก็ได้ โดยการเพิ่มหัวเชื้อกระตุ้นให้คนมีปฏิกิริยาต่อต้านผู้มีอำนาจเป็นขั้นเป็นตอนก่อนรอสถานการณ์ให้สุกงอมเพื่อจุดพลุไปสู่ม็อบใหญ่ที่มีพลังตามที่วางเป้าไว้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นยุทธศาสตร์การชุมนุมที่ไม่ต่างจาก กปปส. และ นปช.ในอดีต แต่มียุทธวิธีที่ต่างกัน เพราะการสร้างการรับรู้ และเข้าถึงพฤติกรรมของผู้ที่อยู่ฝ่ายต้านรัฐบาลนั้นเป็นผู้ที่ใช้โซเชียลมีเดียที่ &amp;quot;เก็ต&amp;quot; กับรสนิยมการชุมนุมในเชิงสัญลักษณ์และเข้ากับยุคสมัย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปฏิบัติการ ส่งไม้ จากการไล่ล่าอดีต &amp;quot;สีเทา&amp;quot; ของกองทัพ นับแต่ &amp;quot;ขุมทรัพย์-หม้อข้าว&amp;quot; เงินนอกงบประมาณ ความร่ำรวยของบรรดานายพล การปลุกกระแสต้านการเกณฑ์ทหารแบบเก่า ล้วนแล้วแต่เป็นการ &amp;quot;ปักธง&amp;quot; ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ของนิติบัญญัติ และใช้เกม &amp;quot;ในลู่&amp;quot; เพื่อเริ่มต้นไปสู่เป้าหมาย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต่อไปด้วยปฏิบัติการ &amp;quot;แฟลชม็อบ&amp;quot; นัดชุมนุมที่สกายวอล์กสยามฯ เป็นลักษณะของผู้ที่เห็นเหมือนกันมารวมตัวกันเพื่อทำกิจกรรมและสลายตัวไป เพื่อเลี่ยง พ.ร.บ.การชุมนุมฯ แต่ได้ผลในเชิงสัญลักษณ์ ทั้งในแง่ของภาพที่มีคนมารวมตัวจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้ฝ่ายความมั่นคงไม่กังวลกับตัวเลขผู้มารวมตัวในวันนั้นมากนัก เพราะมีการสแกนแล้วพบว่าในจำนวนหลักหลายพัน เป็นกลุ่มคนที่มาชุมนุมทำกิจกรรมประมาณครึ่งหนึ่งเท่านั้น แต่สิ่งที่มีการวิเคราะห์ถึงสถานการณ์ต่อจากนี้ก่อนถึงการจัดกิจกรรม &amp;quot;วิ่งไล่ลุง&amp;quot; ที่จะมีขึ้นในวันที่ 12 ม.ค.2563 เป็นสิ่งที่น่าสนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเฉพาะปัจจัยเสริมที่จะนำไปสู่การสร้างพลังเพื่อ &amp;quot;เรียกแขก&amp;quot; ให้ร่วมรายการ &amp;quot;วิ่งไล่ลุง&amp;quot; มากขึ้น รวมไปถึงการตัดสินของศาลในคดีที่เกี่ยวข้องกับ &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; และ &amp;quot;พรรคอนาคตใหม่&amp;quot; ด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่สิ่งที่เป็นห่วงคือ &amp;quot;สถานการณ์แทรกซ้อน&amp;quot; โดยเฉพาะในช่วงต่อเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่มักจะมีพวก &amp;quot;ผสมโรง&amp;quot; เพื่อสร้างสถานการณ์ดิสเครดิตรัฐบาล ที่ &amp;quot;บิ๊กแดง&amp;quot; ก็เคยชี้เป้าไปที่กลุ่มคนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งถูกมองว่าเป็น การรับไม้ เป็นทอดๆ ก่อนจะถึงวัน &amp;quot;ปักธง&amp;quot; บนท้องถนนอย่างแท้จริง ด้วยกิจกรรมที่ยังอยู่ &amp;quot;ในลู่&amp;quot; เพื่อนำไปสู่การขับเคลื่อนต่อไป &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นัยแห่งการส่งไม้ต่อเหล่านี้ ส่งผลให้ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ได้พูดถึง proxy crisis หรือ วิกฤติตัวแทน ในภาพรวมของสถานการณ์การเมืองในขณะนี้ แม้จะไม่ได้พาดพิงใคร แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธว่า กินความถึงปรากฏการณ์ &amp;quot;วิ่งไล่ลุง&amp;quot; ที่กำลังจะเกิดขึ้นในปีหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กระนั้นปรากฏการณ์ &amp;quot;รับไม้ต่อ&amp;quot; จะส่งผลให้เกิดพลังในการเขย่าต่อเสถียรภาพต่อรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ได้แค่ไหนนั้น เป็นเรื่องที่น่าคิด เพราะเอาเข้าจริงการ &amp;quot;จุดพลุ&amp;quot; ของธนาธรนั้นเป็นเรื่องส่วนรวม หรือส่วนตัว เป็นสิ่งที่สังคมยังคลางแคลงใจอยู่ไม่น้อย จึงยังไม่ได้กระตุกต่อม &amp;quot;ไทยเฉย&amp;quot; มากเท่าใดนัก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การตั้งรับของฝ่ายรัฐบาล และการรุกของฝ่ายต้านต่อจากนี้จึงเป็นสิ่งที่มีความต่อเนื่องที่ลากยาวจากปลายปี 62 ไปสู่ปี 63 ที่การเมืองในและนอกสภาฯ น่าจะร้อนแรงและต้องจับตาดูอย่างตาไม่กะพริบ.&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทีมข่าวการเมือง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;แต่สิ่งที่เป็นห่วงคือ สถานการณ์แทรกซ้อน โดยเฉพาะในช่วงต่อเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่มักจะมีพวกผสมโรง เพื่อสร้างสถานการณ์ดิสเครดิตรัฐบาล ที่บิ๊กแดงก็เคยชี้เป้าไปที่กลุ่มคนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52979</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, อภิรัชต์ คงสมพงษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191221/image_big_5dfe1bd118e33.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47960</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เมื่อไม่รู้...ก็ไม่รักและไม่สามัคคี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เอาเป็นว่า...ใครจะชอบ-ใครจะชัง ใครจะรัก-ใครจะเกลียด ก็แล้วแต่พ่อเจ้าประคุณรุนช่อง จะว่าไปตาม รสนิยม ของใคร-ของมัน เอาเองก็แล้วกัน สำหรับคำพูด คำจา คำบรรยาย ถกแถลง ปฐกถา หรือจะอะไรก็แล้วแต่ ของท่านผู้บัญชาการทหารบก พลเอก อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ที่ยังคงก่อให้เกิดปฏิกิริยา ก่อให้เกิดการออกอาวุธโต้กันไป-กันมา จนตราบเท่าวินาทีนี้...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ----------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่สิ่งซึ่งต้องถือว่าควรค่าต่อการเก็บเอามาเป็นแง่คิด พิจารณา สำหรับบรรดาผู้ที่ยึดมั่นอยู่ในวิชาชีพทหารทั้งหลาย ก็น่าจะหนีไม่พ้นไปจากคำชี้แนะ ชี้นำ ของอดีตผู้บัญชาการทหารบก และอดีตหัวหน้าคณะรัฐประหารอีกซะด้วย คือท่านพลเอก บิ๊กบัง-สนธิ บุญยรัตกลิน ในช่วงครบรอบวันเกิด 73 ปีของท่าน เมื่อไม่นานมานี้นี่เอง ที่ได้กล่าวย้ำ กล่าวฝาก กับบรรดาทวยทหาญที่เข้าไปอวยพรในแต่ละราย ประมาณว่า... ฝากกองทัพทำให้ประชาชนรัก เพราะถ้าประชาชนรักกองทัพแล้ว ประชาชนจะรักและเคารพสถาบันสูงสุดด้วย...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;-------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนบรรดาความเกลียด ความโกรธ ความพิโรธ ชิงชัง ความอาฆาตมาดร้าย ชนิดต้องออกอาวุธโต้กันแบบดอกต่อดอก ที่มันดูจะกลายเป็น กระแสหลัก ของบ้านเมืองช่วงหลังๆ ไปแล้ว ระดับที่ น้องเกี่ยวก้อย มาสคอตของกองทัพซึ่งเคยพยายามออกมาเกี่ยวอะไรต่อมิอะไรเพื่อให้เกิดความปรองดอง สมานฉันท์ ชนิดเนื้อตัวมอมแมมไปแทบทั้งตัว มาถึง ณ ขณะนี้...ก็คง เอาไม่อยู่ อีกต่อไปแล้ว เพราะยิ่งนานวัน...ดูมันจะโกรธกัน เกลียดกัน มากกว่าคิดจะหันมา รู้-รัก-สามัคคี อย่างที่ใครต่อใครพึงปรารถนาที่จะให้เป็นเช่นนั้น...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จะด้วยเหตุเพราะอารมณ์เกลียด อารมณ์โกรธ ที่มันยังคงฝังแน่น ฝังลึก หรือจะด้วยเหตุเพราะ เครื่องมือ ที่เป็นตัวช่วยให้เกิดการแพร่ขยาย การปรุง การแต่ง อารมณ์ทำนองนี้ ประเภทอินเทอร์หน่ง อินเทอร์เน็ต อะไรทั้งหลาย มันเข้ามามีส่วนช่วยส่งเสริมช่วยกระตุ้น หรือไม่ ประการใด ก็แล้วแต่ แต่โดยสีสัน บรรยากาศ ของบ้านเมือง ที่ต่างฝ่ายต่างเต็มไปด้วยความโมโห โกรธา เต็มไปด้วยความ ไม่รู้&amp;nbsp; ไม่รัก และ ไม่สามัคคี ซึ่งกันและกัน คงปฏิเสธไม่ได้ว่า...ออกจะเป็นบรรยากาศที่ค่อนข้าง อันตราย มิใช่น้อย...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หรืออาจต้องเรียกว่า...เป็นบรรยากาศที่น่าเหนื่อย น่าเบื่อ และน่าเวทนาเอามากๆ โดยเฉพาะสำหรับคนแก่ คนชรา อย่าง ท่านขุนน้อย ที่นอกจากจะไม่เหลือเรี่ยว เหลือแรง ไปสู้รบปรบมือกับใครต่อใครเขาได้อีกต่อไปแล้ว ยังแทบไม่เหลือแรงกระตุ้น แรงจูงใจใดๆ ที่จะไปยุ ไปเชียร์ ไม่ว่าฝ่ายไหนต่อฝ่ายไหนก็เถอะ ให้ออกมาไล่ทุบ ไล่กระทืบ ฝ่ายตรงกันข้าม เพื่อตอบสนองความเมามันซ์ซ์ซ์ในอารมณ์ของตัวเองแต่เพียงล้วนๆ เพราะไม่ว่าฝ่ายใดต่อฝ่ายใดก็ตามแต่ เอาเข้าจริงๆ แล้ว...ไม่เพียงแต่ต่างก็เป็น เพื่อนร่วมวัฏสงสาร ไปด้วยกันทั้งสิ้น ยังต้องถือเป็น เพื่อนร่วมแผ่นดิน เป็นพี่ๆ-น้องๆ-ลุง-ป้า-น้า-อา เป็น พสกนิกร ไปด้วยกันทั้งนั้น...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; --------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้น...ไม่ว่าใครจะรักใคร ชอบใคร จะไม่รักและไม่ชอบ ผู้ซึ่งเห็นต่างไปจากอารมณ์ ความรู้สึก และรสนิยมตัวเอง ด้วยเหตุผลกลใดก็เถอะ แต่ถ้าหากมันออกไปทาง สุดโต่ง สวิงไปทางซ้ายสุด หรือขวาสุด ก็แล้วแต่ อันนี้...ไม่เพียงแต่น่าเหนื่อย น่าเบื่อ น่าเวทนาเท่านั้น แต่โอกาสที่สิ่งเหล่านี้จะนำไปสู่ความฉิบหาย...กับ...ฉิบหาย ย่อมมีความเป็นไปได้เสมอๆ และอาจด้วยเพราะบรรยากาศทำนองนี้หรือไม่ อย่างไร ก็มิอาจสรุปได้ ที่ทำให้ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก องค์ปัจจุบัน ท่านต้องทรงออกมาย้ำแล้ว ย้ำเล่า ถึงความสำคัญของคุณธรรมชนิดหนึ่ง ที่เรียกๆ กันว่า ขันติธรรม หรือความอดทน อดกลั้น อันถือเป็นพื้นฐานที่จะนำไปสู่คุณธรรมอีกหลายต่อหลายชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สามัคคีธรรม อันถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับทุกๆ สังคม ทุกๆ ประเทศ ที่กำลังอยู่ใน โลกที่อันตราย ยิ่งขึ้นเรื่อยๆ...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และอันที่จริงการหาทางที่จะทำให้คุณธรรมชนิดนี้ ดำรง คงอยู่ หรือสามารถปรากฏเป็นจริง เป็นจัง เป็น กระแสหลัก ของสังคมแทนความสุดโต่ง สุดสวิง ไปในด้านใด ด้านหนึ่ง องค์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ท่านก็เคยทรงชี้แนะ ชี้นำเอาไว้เมื่อแค่ไม่กี่ปีมานี้เอง ผ่าน คำขวัญวันแม่ปีพุทธศักราช 2559 ด้วยข้อความที่เรียบๆ ง่ายๆ แต่สุดแสนจะลึกซึ้ง นั่นก็คือข้อความที่ว่า สอนให้ลูกทั้งหลาย-เดินสายกลาง-ทำทุกอย่างพอดี-มีเหตุผล-ประกอบด้วยคุณธรรม-นำทางตน-ย่อมได้คนดีพอ-ต่อบ้านเมือง คือมีแต่ต้องหันมายึดมั่นในคุณธรรมที่จะทำให้ตัวเองกลางๆ เข้าไว้ หรือมัชฌิมาปฏิปทาเข้าไว้นั่นแหละ ถึงจะพอช่วยให้เกิดความอยู่รอดปลอดภัย ให้เกิด คนดีพอต่อบ้านเมือง ขึ้นมาได้จริงๆ...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;---------------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้วยเหตุนี้...ก็เอาเป็นว่า ไม่ว่าใครถูก-ใครผิด ใครน่ารัก-น่าชัง ก็แล้วแต่จะไปคิดๆ กันเอาเอง แต่การหาทางสะกดกลั้น ยับยั้ง อารมณ์ความรู้สึกที่ตัวเองไม่ปรารถนา หรือโลกธรรมที่ตัวเองไม่พึงปรารถนา เอาไว้ให้มันอยู่ในระดับที่ไม่สวิงไปในด้านใด-ด้านหนึ่ง มากมายเกินไปนัก ให้มันออกไปทาง กลางๆ เข้าไว้นั่นแหละดี น่าจะเป็นสิ่งที่เหมาะ ที่ควรเอามากๆ สำหรับบรรยากาศความเป็นไปของบ้านเมืองในทุกวันนี้ ควรมิควร...ก็แล้วแต่จะพิจารณาเอาเองก็แล้วกัน...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;--------------------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Anon... Heat not a furnace for your foe so hot, that it do singe yourself.- อย่าโหมไฟในเตาให้ร้อนเพื่อเผาผลาญศัตรูของท่าน จนมันอาจไหม้ตัวท่านเอง...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -----------------------------------------------------------------&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47960</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท่านขุนน้อย, อภิรัชต์ คงสมพงษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180113/5a59fd579d53a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47899</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/10/2019 18:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/10/2019 18:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิษณุ&#039; ชี้ทูตจีนมีสิทธิทักท้วงเพราะไม่สบายใจไม่ใช่เรื่องแปลก แนะนักการเมืองต้องรู้ไม่ควรทำอะไร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ต.ค 62 - &amp;nbsp;ที่อิมแพ็คอารีนา เมืองทองธานี นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่สถานทูตจีนทักท้วงเรื่องมีนักการเมืองไทยให้การสนับสนุนกลุ่มผู้ชุมนุมที่ฮ่องกง ว่า เป็นสิทธิและหน้าที่ของเขาที่ต้องทำอย่างนั้น เพราะเราเองก็เคยทำอย่างเดียวกันในบางกรณี เมื่อมีชาวต่างประเทศได้ทำอะไรบางอย่างที่เรารู้สึกว่าจะกระทบหรือทำให้เราไม่สบายใจ เราก็เคยประท้วงอย่างเดียวกัน ซึ่งบางครั้งก็ประท้วงกับรัฐบาลนั้นเอง หรือบางครั้งก็ประท้วงกับประชาชน หรือบางครั้งก็ออกข่าวเป็นกลาง ดังนั้นไม่ใช่เรื่องแปลกในวงการทูตที่เขาจะทำอย่างนั้น ส่วนทำไมถึงทำ ทำแล้วได้อะไรขึ้นมา ก็ต้องไปถามทางสถานทูตเอง แต่ประเทศไทยไม่ได้ไปเกี่ยวข้องอะไรในเรื่องนี้ ดังนั้นอย่าไปวิจารณ์เขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนนักการเมืองไทยก็แล้วแต่จะคิด หรือแล้วแต่คนที่ได้รับผลกระทบ ยิ่งเป็นนักการเมืองจะต้องรู้ว่าไม่ควรทำอะไรให้คนอื่นไม่สบายใจ เพราะนักการเมืองอ่อนไหวต่อเรื่องการแคร์ต่อความรู้สึกอยู่แล้ว แต่เมื่อรู้สึกแล้วจะไปถึงขนาดไหนอันนี้ก็แล้วแต่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) กล่าววิพากษ์บทบาทของนักการเมือง นายวิษณุ กล่าวว่า คงไม่ตอบเรื่องนี้ เพราะตนไม่ทราบรายละเอียด ก็ทราบเพียงเท่าที่เป็นข่าวเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า มองว่าจะเป็นแรงกระเพื่อมหรือไม่เนื่องจากสถานการณ์การเมืองขณะนี้อ่อนไหว นายวิษณุ กล่าวว่า คงต้องไปถาม ผบ.ทบ. ถามตนไม่ได้ ไม่สามารถที่จะรู้ได้ ส่วนกรณีแก้ไขรัฐธรรมนูญในมาตรา 1 นั้นขอไม่ตอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามย้ำว่าเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะเป็นประเด็นที่พูดถึงกันไปอีกนาน นายวิษณุ กล่าวว่า ก็คงจะต้องมีกันไปอีกนาน เมื่อถามว่าควรจะมีใครที่จะต้องพูดให้ชัดเจนในเรื่องนี้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่จำเป็นต้องมีใคร เป็นการแสดงความรู้สึกของผู้ที่พูดทุกคน ผู้ที่ตอบโต้ก็แสดงความรู้สึกหรือความเห็นของตัว ซึ่งทั้งหมดก็ลอยไปในอากาศให้ประชาชนทั้งประเทศได้ฟังว่าตัวผู้พูดนั้นคิดอย่างไร คงไม่ต้องให้บุคคลที่สาม ที่สี่ ที่ห้า มาวิจารณ์ซ้อนวิจารณ์ ไม่เช่นนั้นเรื่องเล็กจะกลายเป็นเรื่องใหญ่เสียเปล่าๆ และถ้ายิ่งพูดกันมากก็ยิ่งสับสน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่าขณะนี้ภาคการเมืองในบ้านเราจะขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ควรแตะมาตรา1 หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ขอไม่ตอบเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47899</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, มาตรา1, วิษณุ เครืองาม, อภิรัชต์ คงสมพงษ์, ฮ่องกง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191003/image_big_5d95a90a558b1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
