<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116521</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/09/2021 11:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2021 11:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมท่าอากาศยานพร้อมรับมือพายุโซนร้อน &#039;โกนเซิน&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.ย.2564 นายอภิรัฐ ไชยวงศ์น้อย อธิบดีกรมท่าอากาศยาน (ทย.)เปิดเผยถึง การเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์พายุโซนร้อน&amp;nbsp;&amp;ldquo;โกนเซิน&amp;rdquo; ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาได้มีประกาศแจ้งเตือน โดยคาดว่าจะมีฝนตกต่อเนื่อง และฝนตกหนักถึงหนักมากในบางพื้นที่ บริเวณภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึงในภาคใต้ ส่งผลให้ฝนตกหนักและอาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันน้ำป่าไหลหลาก และคลื่นลมแรง ในวันที่ 12 - 14 กันยายน 2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอภิรัฐ กล่าวว่า นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมเตรียมพร้อมรับมือปฏิบัติตามแผนบรรเทาสาธารณภัยอย่างเคร่งครัด วางแนวทางป้องกัน ฟื้นฟู และเยียวยาทุกมิติ พร้อมเฝ้าระวังตลอด 24 ชม. เพื่อช่วยประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างทันท่วงที&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในส่วนของกรมท่าอากาศยานมีการติดตามสถานการณ์ โดยศูนย์ปฏิบัติการเพื่อติดตามและเตรียมความพร้อมรองรับสาธารณภัยกรมท่าอากาศยาน ซึ่งท่าอากาศยานจะรายงานข้อมูลหากเกิดสถานการณ์มายังศูนย์ฯส่วนกลาง ผ่านกลุ่มไลน์ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประเมินสถานการณ์ร่วมกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เช่น หอบังคับการบิน สายการบิน สํานักงานอุตุนิยมวิทยา สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ฯลฯ เตรียมความพร้อมกรณีเกิดสาธารณภัย เพื่อแก้ไขสถานการณ์และอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารได้อย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116521</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมท่าอากาศยาน (ทย.), พายุโซนร้อน “โกนเซิน”, อภิรัฐ ไชยวงศ์น้อย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210913/image_big_613ece2640a68.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109529</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2021 09:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2021 09:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมท่าอากาศยาน แนะผู้โดยสารเช็กเที่ยวบิน-เตรียมเอกสารให้พร้อมก่อนเดินทาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.ค. 2564 นายอภิรัฐ ไชยวงศ์น้อย อธิบดีกรมท่าอากาศยาน (ทย.) เปิดเผยว่า ท่าอากาศยานในสังกัด ทย. ทั้ง 29 แห่ง ยังคงเปิดให้บริการผู้โดยสาร และเที่ยวบินตามปกติ โดยสั่งการให้ทุกท่าอากาศยานดำเนินการตามข้อสั่งการของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม และแนวปฏิบัติของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ที่สอดคล้องกับมติของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ในการให้สายการบินจำกัดการบินตั้งแต่เวลา 21.00-04.00 น. เริ่มวันที่ 12 ก.ค.64 โดยเฉพาะในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด หรือสีแดงเข้ม 10 จังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอภิรัฐ กล่าวว่า ผู้โดยสารที่จำเป็นต้องเดินทางช่วงนี้ควรศึกษาเงื่อนไข หรือระเบียบการเดินทางเข้า-ออกของจังหวัดปลายทาง พร้อมเตรียมเอกสารที่จำเป็นในการเดินทาง รวมถึงตรวจเช็กเที่ยวบิน เนื่องจากมีสายการบินบางส่วนยกเลิกเส้นทาง นอกจากนี้ผู้โดยสารทุกคนต้องเข้ารับการตรวจคัดกรองตามขั้นตอนของท่าอากาศยาน ต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าตลอดเวลา และหากวัดอุณหภูมิผู้โดยสารได้สูงกว่า 37.3 องศาเซลเซียส หรือมีอาการทางระบบทางเดินหายใจ เช่น ไอ มีน้ำมูก หายใจเหนื่อยหอบ สายการบิน และท่าอากาศยานจะแจ้งสาธารณสุขในพื้นที่ทันที ส่วนผู้ป่วยยืนยัน หรือผู้สัมผัสเสี่ยงสูงต้องงดเดินทาง หากฝ่าฝืนอาจได้รับโทษตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ กพท. ได้ประสานไปยังสายการบินภายในประเทศ ให้อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในกรณีที่ต้องการเลื่อน ยกเลิก หรือเปลี่ยนแปลงเที่ยวบินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาด โดยขอให้ผู้โดยสารติดต่อกับสายการบินที่ได้จองบัตรโดยสารไว้โดยตรง เพื่อขอรับความช่วยเหลือตามมาตรการของแต่ละสายการบิน เช่น การผ่อนปรนให้ผู้โดยสารสามารถเลื่อนเที่ยวบิน หรือสามารถเก็บมูลค่าบัตรโดยสารไว้ในรูปแบบวงเงินเครดิตเพื่อใช้ซื้อบัตรโดยสารในอนาคต ทั้งนี้หากสายการบินยกเลิกเที่ยวบิน ต้องคำนึงถึงสิทธิผู้โดยสาร และปฏิบัติต่อผู้โดยสารตามประกาศกระทรวงคมนาคม หากผู้โดยสารมีข้อขัดข้องแจ้งร้องเรียนได้ที่ www.caat.or.th/complaint&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109529</URL_LINK>
                <HASHTAG>สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.), อธิบดีกรมท่าอากาศยาน (ทย.), อภิรัฐ ไชยวงศ์น้อย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210623/image_big_60d31d6049617.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98658</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/04/2021 15:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/04/2021 15:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทย.สั่งสนามบินบุรีรัมย์ตรวจเข้มโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 เมษายน 2564 นายอภิรัฐ ไชยวงศ์น้อย อธิบดีกรมท่าอากาศยาน (ทย.) เปิดเผยภายหลังลงพื้นติดตามความคืบหน้าโครงการซ่อมบำรุง ทางวิ่ง ทางขับ ท่าอากาศยานบุรีรัมย์ โดยโครงการดังกล่าว ได้รับงบประมาณในกรอบวงเงิน 102,792,000 บาทโดยมีบริษัท สยามธรรมานนท์ จำกัด เป็นผู้รับจ้าง โดยมีความคืบหน้าของโครงการ 21.31%โดยได้กำชับให้ทุกหน่วยงานที่รับผิดชอบให้เร่งดำเนินการโครงการดังกล่าวฯ ให้แล้วเสร็จตามแผนที่วางไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามปัจจุบันท่าอากาศยานบุรีรัมย์เปิดให้บริการแก่ผู้โดยสาร โดยมี สายการบินไทยแอร์เอเชียและสายการบินนกแอร์ ในเส้นทางดอนเมือง - บุรีรัมย์- ดอนเมือง เป็นประจำทุกวัน ผู้โดยสารสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 044 666334 หรือสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน ThaiFlightInfo เพื่อเช็คเที่ยวบินได้แบบ Real Time และรับข้อมูลข่าวสารที่สำคัญของกรมท่าอากาศยาน โดยสามารถดาวน์โหลดได้ทั้งระบบ IOS และ Andriod&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ได้เตรียมความพร้อมในการ อำนวยความสะดวกการเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ของผู้โดยสาร ตามนโยบายของกระทรวงคมนาคมและรัฐบาล และความพร้อมในการ บูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ ในทุกมิติและเน้นย้ำยังคงปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19 ตามแนวทาง D-M-H-T-T ของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอภิรัฐกล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของท่าอากาศยานบุรีรัมย์ ได้สั่งการให้ ผู้อำนวยการท่าอากาศยาน เตรียมความพร้อมให้ความร่วมมือกับทางจังหวัด ตามที่ได้มีประกาศคณะกรรมการโรคติดต่อ จังหวัดบุรีรัมย์ เรื่องการป้องกัน การระบาดใหม่ของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ.2564 เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2564 โดยนายวิทิต สฤษฎีชัยกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ ปฏิบัติราชการแทน ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ แจ้งว่า เพื่อเป็นการเฝ้าระวังผู้ที่เดินทางเข้ามาในพื้นที่ จังหวัดบุรีรัมย์
โดยคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดบุรีรัมย์ กำหนดให้ 5 จังหวัดดังต่อไปนี้ กรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ และนครปฐม เป็นพื้นที่สีแดง โดยผู้โดยสารที่จะเดินทางเข้าจังหวัดบุรีรัมย์ ต้องทำการกักตัว 14 วัน หรือ ตรวจหาเชื้อโควิด - 19 แบบ Rapid Test ที่ท่าอากาศยานบุรีรัมย์ หรือ โรงพยาบาลบุรีรัมย์ (ค่าใช้จ่าย 600 บาท ) หากผลตรวจเป็นลบไม่ต้องทำการกักตัว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98658</URL_LINK>
                <HASHTAG>สนามบินบุรีรัมย์, อภิรัฐ ไชยวงศ์น้อย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210117/image_big_60038800437cd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97232</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/03/2021 11:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/03/2021 11:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทย.ลงพื้นที่ตรวจงานสนามบินอุดรธานีสั่งเตรียมพร้อมรับผู้โดยสารช่วงสงกรานต์คุมเข้มโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 มี.ค.64 นายอภิรัฐ ไชยวงศ์น้อย อธิบดีกรมท่าอากาศยาน (ทย.)พร้อมคณะผู้บริหาร ลงพื้นที่ท่าอากาศยานอุดรธานี เพื่อตรวจเยี่ยมติดตามการดำเนินงาน และความพร้อมในการเดินทางของผู้โดยสารในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยมีนายกำแหง สายวิภู ผู้อำนวยการท่าอากาศยานอุดรธานี และเจ้าหน้าที่ ให้การต้อนรับ ได้รับฟังการบรรยายสรุปข้อมูลการดำเนินงานของท่าอากาศยานอุดรธานี ปัญหาและอุปสรรคต่างๆ นอกจากนี้ยังได้ติดตามความคืบหน้าโครงการพัฒนาท่าอากาศยานอุดรธานี ในปี 2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้โดยมีโครงการสำคัญ เช่น โครงการพัฒนาระบบคัดกรองผู้โดยสารก่อนขึ้นเครื่องบิน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 การจัดซื้อและติดตั้งเครื่องตรวจอาวุธและวัตถุระเบิดแบบ LEDS ขนาดช่องอุโมงค์ 60x40 cm พร้อมระบบตรวจสอบต่อเนื่อง (In line) และอุปกรณ์ประกอบ งานซ่อมบํารุงเสริมผิวทางวิ่งทางขับ และงานก่อสร้างทางเดินเชื่อมภายในและปรับปรุงอาคารที่พักผู้โดยสาร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอภิรัฐ เปิดเผยว่าได้สั่งการให้ท่าอากาศยานเตรียมความพร้อมในการดูแลและอำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชนช่วงเทศกาลสงกรานต์ ตามนโยบายของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ &amp;nbsp;รมว.คมนาคม โดยให้อำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสาร ดูแลเรื่องรถสาธารณะ โดยจะต้องไม่มีผู้โดยสารตกค้างที่ท่าอากาศยาน ตรวจเช็คเครื่องมือและอุปกรณ์ทุกชนิดให้อยู่ในสภาพที่ใช้การได้ทันทีหากมีเหตุฉุกเฉิน และการรักษาความปลอดภัย โดยได้ประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร หรือฝ่ายปกครองในพื้นที่เพื่อวางแผนและร่วมมือเกี่ยวกับมาตรการรักษาความปลอดภัยของท่าอากาศยาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ในเรื่องของการป้องกันการแพร่ระบาดของ Covid-19 ในท่าอากาศยาน ได้ให้ทุกส่วนปฏิบัติตามมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) และได้มีการประชาสัมพันธ์ให้ผู้โดยสารต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดระยะเวลาการเดินทาง สำหรับการดูแลความสะอาดภายในอาคารที่พักผู้โดยสาร มีการฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ ทำความสะอาดพื้นที่ภายในอาคารผู้โดยสาร รถเข็น เก้าอี้ ราวบันได รวมถึงอุปกรณ์ปฏิบัติงาน จัดจุดบริการเจล แอลกอฮอล์แก่ผู้โดยสาร เพื่อความสะอาดและสร้างความมั่นใจแก่ผู้โดยสาร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามปัจจุบันท่าอากาศยานอุดรธานี มีอาคารที่พักผู้โดยสาร 2 หลัง พื้นที่รวม 19,459 ตารางเมตร รองรับผู้โดยสารได้ 1,200 คน หรือ 3.4 ล้านคนต่อปี มีเที่ยวบินกว่า 60 เที่ยวบินต่อวัน ทำการบินใน 8 เส้นทาง คือ อุดรธานี ดอนเมือง สุวรรณภูมิ เชียงราย เชียงใหม่ หัวหิน อู่ตะเภา ภูเก็ต และหาดใหญ่ สายการบินที่ทำการบินได้แก่ สายการบินไทยสมายล์ ไทยแอร์เอเชีย นกแอร์ ไลอ้อนแอร์ และไทยเวียตเจ็ท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97232</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท่าอากาศยานอุดรธานี, อธิบดีกรมท่าอากาศยาน (ทย.), อภิรัฐ ไชยวงศ์น้อย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210325/image_big_605c0ba41e30c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90292</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/01/2021 11:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/01/2021 11:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทย.ลุยพัฒนาสนามบินสุราษฎร์ฯรองรับผู้โดยสาร3.5 ล้านคน/ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ม.ค. 2564 นายอภิรัฐ ไชยวงศ์น้อย รองอธิบดีกรมทางหลวง รักษาราชการแทน อธิบดีกรมท่าอากาศยาน(ทย.)เปิดเผยว่ากรมท่าอากาศยานได้ดำเนินโครงการจ้างที่ปรึกษาศึกษารายงานการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการ ในรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการพัฒนาท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและจัดทำรายงานการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการพัฒนาท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานี ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 และพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2561 กล่าวคือ ศึกษาวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมให้สอดคล้องกับโครงการตามแผนพัฒนาท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานีในปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอภิรัฐ กล่าวว่าสำหรับแผนพัฒนาท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานี ที่ได้รับงบประมาณในปี 2563-2566 ดังนี้1. งานขยายลานจอดอากาศยาน (ปีงบประมาณ 2563 -2565) พร้อมระบบไฟฟ้าท่าอากาศยานและติดตั้งสะพานเทียบอากาศยานพร้อมระบบนำจอด เพื่อให้สามารถรองรับอากาศยาน B737 จากเดิม 5 ลำ ให้สามารถรองรับทั้งหมดได้ 11 ลำ ในเวลาเดียวกัน2. งานปรับปรุงระบบสายไฟลงใต้ดิน ปีงบประมาณ 63 -65เพื่อให้ระบบจำหน่ายไฟฟ้ามั่นคง ลดอัตรา การเกิดปัญหาไฟดับและรองรับปริมาณการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นตามการเติบโต ของท่าอากาศยานได้อย่างมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. งานปรับปรุงขยายอาคารที่พักผู้โดยสาร (ปีงบประมาณ 63-65) ให้สามารถรองรับผู้โดยสารในชั่วโมงเร่งด่วน จากเดิม 800 คนต่อชั่วโมง หรือ 2.3 ล้านคนต่อปี เป็น 1,400 คนต่อชั่วโมง หรือ 3.5 ล้านคนต่อปี และสามารถจอดรถยนต์ได้ 700 คัน4. งานก่อสร้างเสริมความแข็งแรงทางวิ่ง ก่อสร้างทางขับขนานพร้อมระบบไฟฟ้า ท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานี (ปีงบประมาณ 64-66)5. งานก่อสร้างศูนย์ขนส่งผู้โดยสารและปรับปรุงลานจอดรถยนต์ท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานี (ปีงบประมาณ 64-65)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในการเปิดรับฟังความคิดเห็น เมื่อวันที่ 18 ม.ค.ที่ผ่านมา ได้มีการนำเสนอข้อมูลทั้งในส่วนของข้อมูลด้านปริมาณการเดินทาง ปริมาณผู้โดยสาร การขนส่งสินค้าทางอากาศ และจำนวนเที่ยวบิน พาณิชย์ในปัจจุบันและในอนาคต ที่จะเป็นประโยชน์ต่อรูปแบบของการพัฒนา ข้อมูลคุณภาพสิ่งแวดล้อม แนวทางการแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่จะเกิดขึ้นของท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานี มาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่มีความเหมาะสมและสอดคล้อง กับการดำเนินงานในปัจจุบันและอนาคต รวมถึงผลการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่ผ่านมา ซึ่งได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในพื้นที่เป็นอย่างดี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90292</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขยายสนามบินสุราษฎร์ธานี, อภิรัฐ ไชยวงศ์น้อย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210117/image_big_60038800437cd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89161</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/01/2021 09:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/01/2021 09:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทย.ผุดสนามบินบึงกาฬคาดเงินลงทุน 3.1 พันล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ม.ค. 2564 นายอภิรัฐ ไชยวงศ์น้อย รองอธิบดีกรมทางหลวง รักษาราชการแทนอธิบดีกรมท่าอากาศยาน (ทย.) เปิดเผยว่ากรมท่าอากาศยานได้จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 2 (ปัจฉิมนิเทศโครงการ) โครงการศึกษาความเป็นไปได้ในการก่อสร้างท่าอากาศยานบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ เพื่อให้ได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในพื้นที่เป็นอย่างดี ภาพรวมของโครงการดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับขอบเขตการศึกษา ได้แก่ การประเมินความเป็นไปได้ โดยมีเกณฑ์การเลือกพื้นที่ที่เหมาะสม ซึ่งพิจารณาจากด้านวิศวกรรม ด้านผลกระทบสิ่งแวดล้อม ด้านเศรษฐกิจการลงทุน,การสำรวจออกแบบระบบท่าอากาศยานและจัดทำรูปแบบรายละเอียดเบื้องต้น เช่น การประเมินค่าชดเชยอสังหาริมทรัพย์เบื้องต้น การออกแบบลักษณะของท่าอากาศยาน ประมาณราคาค่าก่อสร้างเบื้องต้น ,การศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น และจัดให้มีการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ เพื่อรับฟังความคิดเห็นและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามจากการศึกษาวิเคราะห์คาดว่าจะใช้งบในการก่อสร้างประมาณ 3,152 ล้านบาท ประกอบด้วย อาคารที่พักผู้โดยสารพื้นที่ประมาณ 20,000 ตารางเมตร ทางวิ่งขนาด 45&amp;times;2,500 เมตร ลานจอดอากาศยาน อาคารประกอบต่างๆ และจากการศึกษาสภาพพื้นที่ที่มีศักยภาพในการก่อสร้างมากที่สุด ได้แก่ พื้นที่ในเขตอำเภอโป่งเปือย และตำบลวิศิษฐ์ อำเภอเมืองบึงกาฬ อยู่ห่างจากหอนาฬิกาอำเภอเมืองบึงกาฬ ประมาณ 12 กิโลเมตร ใช้ระยะเวลาในการเดินทางจากในเมืองไปถึงท่าอากาศยานประมาณ 15 นาทีหลังจากนี้จะได้ดำเนินการจัดทำข้อสรุปเพื่อนำเสนอต่อกระทรวงคมนาคมเพื่อพิจารณา และขอข้อมูลเพิ่มเติมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากเห็นชอบจะได้นำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89161</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมท่าอากาศยาน (ทย.), ท่าอากาศยานบึงกาฬ, อภิรัฐ ไชยวงศ์น้อย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210108/image_big_5ff7c34d93250.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
