<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>12720</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/07/2018 14:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/07/2018 14:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ขุนคลัง” มองยังไม่มีเหตุหนุนไทยขึ้นดอกเบี้ย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;ldquo;ขุนคลัง&amp;rdquo; มองยังไม่มีเหตุจำเป็นให้ไทยขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ยันไม่มีแทรกแซงการทำงาน กนง.-ธปท. มองครึ่งปีหลังเศรษฐกิจไทยยังแจ่ม เครื่องยนต์ขับเคลื่อนติด ลุ้นดันจีดีพีปีนี้โตทะลุ 4.5%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;4 ก.ค. 61 - นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.การคลัง เปิดเผยว่า อัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทย ที่ระดับ 1.50% ต่อปีนั้น ยังไม่สูงเกินไป และมองว่าในปีนี้ยังไม่มีเหตุผล หรือความจำเป็นที่ไทยจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย แต่เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ที่จะดูแล กระทรวงการคลังไม่ได้เข้าไปควบคุมหรือสั่งการเกี่ยวกับนโยบายการเงินแต่อย่างใด โดยที่ผ่านมา กนง. และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ก็ดูแลได้ดีอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ทั้งนี้ เห็นว่า การพิจารณาอัตราดอกเบี้ยนโยบายนั้นต้องดูในภาพรวม ไม่ได้ดูเฉพาะปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งเพียงอย่างเดียว แม้ว่าหลายประเทศจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย แต่หากไม่มีความจำเป็นไทยก็ไม่ควรปรับขึ้นตามประเทศอื่น ๆ ถือเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง เพราะต้องดูสภาพภายในประเทศว่ามีความจำเป็นหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สำหรับค่าเงินบาทที่ผ่านมามีการบ่นกันว่าค่าเงินบาทของไทยแข็งค่าเกินไป และตอนนี้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงมาแล้ว ก็เป็นเรื่องที่ดี ซึ่งน่าจะเป็นผลดีกว่าเศรษฐกิจมากกว่าค่าเงินบาทแข็งในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะกับภาคเกษตร ทำให้การส่งออกสินค้ามีทิศทางที่ดีขึ้น เกษตรกรมีรายได้และขายสินค้าได้มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายอภิศักดิ์ กล่าวอีกว่า แนวโน้มเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังของปี 2561 เชื่อว่าจะยังขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง หลังจากที่รัฐบาลได้กระตุ้นให้เศรษฐกิจขยายตัวระดับสูงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ได้มีการกระจายลงไปสู่เศรษฐกิจฐานรากมากขึ้น รวมถึงรัฐบาลได้มีมาตรการเพิ่มเติมในการดูแลเศรษฐกิจฐานราก เช่น โครงการแจกสวัสดิการภาครัฐ ขณะที่การลงทุนภาครัฐโดยเฉพาะโครงการขนาดใหญ่มีการเดินหน้าได้ตามแผนที่วางไว้ทั้งหมด ทำให้เชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจไทยในปีนี้จะขยายตัวได้ตามเป้าหมายที่ 4.5% หรือหากขยายตัวได้สูงกว่าเป้าหมายก็เป็นเรื่องที่ดี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12720</URL_LINK>
                <HASHTAG>กนง., ขุนคลัง, ดอกเบี้ย, ตันติวรวงศ์, ธนาคารแห่งประเทศไทย, ธปท., อภิศักดิ์, เศรษฐกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180627/image_big_5b3399039afab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6965</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯไม่สนใครอยากออกเชิญ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ไม่สน &amp;quot;สมชัย&amp;quot; ไขก๊อก ลั่น! ใครอยากออกให้ลาออกไปเลย ขณะที่ &amp;quot;อภิศักดิ์&amp;quot; เตรียมชงชื่อปลัดคลังคนใหม่ 17 เม.ย. ยังตอบไม่ได้คนนอกคนใน พร้อมโยกซี 10 ล็อตใหญ่ ส่วนเพื่อไทยไปไกล อ้างถูกย้ายเพราะไม่สนองนโยบายที่สับสนของรัฐบาลที่มีการเอื้อประโยชน์ให้กับนายทุนรายใหญ่เหมือนเป็นการผูกขาดประเทศ ชี้ขวัญกำลังใจข้าราชการวูบ ความเชื่อมั่นในรัฐบาลต่ำ เศรษฐกิจกำลังพัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่บ้านสี่เสาเทเวศร์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้ารดน้ำขอพร พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ &amp;nbsp;ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ถึงกรณีที่นายสมชัย สัจจพงษ์ อดีตปลัดกระทรวงการคลัง ประกาศจะลาออกจากตำแหน่ง ภายหลัง ครม.มีมติปรับย้ายไปดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แทนนายปรเมธี วิมลศิริ ที่ไปเป็นปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ว่า &amp;ldquo;ยังไม่เห็นเลย&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า จะระงับยับยั้งการลาออกของนายสมชัยหรือไม่ นายกฯ ตอบว่า &amp;ldquo;ระงับเรื่องอะไร ทำไมล่ะ&amp;rdquo; เมื่อถามว่าอดีตปลัดกระทรวงการคลังไม่พอใจที่ถูกโยกไปเป็นเลขาธิการ สศช. พล.อ.ประยุทธ์ ย้อนถามว่า ไม่พอใจใคร เป็นข้าราชการไม่พอใจได้หรือ อย่างนี้ก็เป็นข้าราชการไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อข้อถามว่า แล้วนายกฯ จะดำเนินการต่อไปอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์แจงว่า มันมีระเบียบอยู่แล้ว มีระบบ ถ้าลาออกด้วยเหตุผลส่วนตัวก็ลาออกไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่าจะไม่มีการยับยั้งการลาออกของนายสมชัยใช่หรือไม่ นายกฯ ตอบอย่างมีอารมณ์ว่า &amp;ldquo;จะยับยั้งเรื่องอะไรล่ะ ก็เขาลาออก จะยับยั้งเรื่องอะไร ต้องมีเหตุมีผล อย่าหาเรื่อง&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า จะเกิดเป็นรอยร้าวในการทำงานของข้าราชการหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์หันมาตะโกนตอบว่า &amp;ldquo;ไม่มีร้าว ผมหนักแน่นพอ ใครอยากออก ให้ลาออกไปเลย&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า จะเกิดปัญหาบานปลายหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบเพียงว่า &amp;ldquo;ไม่มี จะบานเพราะพวกเรา (สื่อ) นั่นแหละ&amp;rdquo; ก่อนจะก้าวขึ้นรถไปทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.การคลัง เปิดเผยว่า จะเสนอชื่อปลัดกระทรวงการคลังคนใหม่ให้คณะรัฐมนตรีเห็นชอบหลังเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งยังไม่รู้ว่าจะแต่งตั้งใครขึ้นมารับตำแหน่งดังกล่าว จะมาจากคนในหรือนอกกระทรวงการคลังก็ยังไม่ทราบ เพราะวันที่ 12 เม.ย. ก็เป็นวันหยุดทำงานแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;ปลัดกระทรวงการคลังคนใหม่จะเป็นคนในคนนอกยังไม่รู้ ตอนนี้ก็ลือกันสนุกเลย ส่วนที่นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา อุ้มพระเข้าหารองนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี และลือกันว่าจะได้เป็นปลัดกระทรวงการคลังคนใหม่นั้น ก็ต้องถามว่าพระที่อุ้มไปนั้นศักดิ์สิทธิ์ไหม&amp;quot; นายอภิศักดิ์กล่าว
จับตาโยกซี 10 ล็อตใหญ่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอภิศักดิ์กล่าวอีกว่า ยังไม่ได้มีโอกาสพูดคุยกับนายสมชัย ซึ่งก่อนที่ ครม.จะเห็นชอบเรื่องดังกล่าว ก็ได้แจ้งกับปลัดกระทรวงการคลังว่ามีคนขอให้ไปนั่งเป็นเลขาธิการ สศช. ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ ต้องดูแลขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ของประเทศ โดยปลัดกระทรวงการคลังก็นั่งฟังเงียบๆ ไม่ได้คัดค้าน ไม่ได้ว่าหรือมีความเห็นอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ นายสมชัยได้เขียนข้อความในกลุ่มไลน์นักข่าวและพีอาร์ของกระทรวงการคลังว่า &amp;quot;พี่อู้ขอขอบคุณน้องๆ ทุกคนที่ทำให้ชีวิตการรับราชการพี่มีความสุขตลอด 28 ปีที่ผ่านมา สิ่งที่น้องๆ ได้สะท้อนต่อสาธารณะทำให้กระทรวงการคลังมีบทบาทต่อชีวิตของคนไทยทั้งชาติ ดีใจที่ครั้งหนึ่งในชีวิตได้ร่วมทำงานกับน้องๆ ซึ่งหลายคนในราชการไม่เคยได้มีโอกาสอย่างพี่ พี่มีความสุขครับ และจะจำความสุขนี้ในใจตลอดไป ขอบคุณในมิตรภาพที่ดีที่มีต่อพี่ครับ รักครับ พี่อู้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ปลัดกระทรวงการคลังยังได้เขียนข้อความในกลุ่มไลน์ข้าราชการสำนักงานปลัดกระทรวงการคลังว่า &amp;ldquo;มีความสุขมากที่ได้ร่วมกันทำงานกันมาเกือบ 3 ปี หากที่ผ่านมามีอะไรทำให้เดือดร้อนหรือไม่สบายใจ ก็ขอยกโทษให้ด้วย&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่หน้าห้องของนายสมชัยได้เก็บของในห้องทำงานของปลัดกระทรวงการคลังตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งปลัดกระทรวงการคลังอยู่ระหว่างพักร้อนกับครอบครัวในต่างประเทศ ซึ่งเป็นการเตรียมการไว้ล่วงหน้าก่อนการโยกย้ายอยู่แล้ว และจะเดินทางกลับถึงไทยหลังเทศกาลสงกรานต์ และคาดว่าจะไม่เข้ามาทำงานที่กระทรวงการคลังแล้ว เนื่องจากได้ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นข้าราชการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการกระทรวงการคลัง ซึ่งนายอภิศักดิ์เตรียมเสนอให้ ครม.พิจารณาในวันที่ 17 เม.ย.นี้ คาดว่าจะมีการเสนอโยกย้ายข้าราชการระดับ 10 ครั้งใหญ่หลายตำแหน่ง โดยนายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร จะถูกเสนอชื่อขึ้นเป็นปลัดกระทรวงการคลัง แทนนายสมชัย และจะมีการโยกย้ายนายกุลิศ สมบัติศิริ อธิบดีกรมศุลกากร มานั่งเก้าอี้อธิบดีกรมสรรพากรแทน พร้อมเสนอให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) มาเป็นอธิบดีกรมศุลกากร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีตำแหน่งที่ต้องจับตาคือ รองปลัดกระทรวงการคลัง และผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง มีโอกาสโยกย้ายขึ้นมารับตำแหน่งผู้อำนวยการ สคร.ด้วย ขณะที่คาดว่าจะมีการเสนอชื่อนายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการ ก.พ.ร. ให้มารับตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์อีกด้วย
ข้าราชการช็อก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับบรรยากาศภายในกระทรวงการคลังหลังจากนายสมชัยประกาศยื่นหนังสือลาออก พบว่าข้าราชการส่วนใหญ่รู้สึกช็อกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพราะไม่เคยมีข่าวมาก่อน และรู้สึกเสียดายที่นายสมชัยต้องลาออก เนื่องจากนายสมชัยถือเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถ และได้รับการยอมรับจากข้าราชการชั้นผู้น้อยจำนวนมาก ขณะที่ข้าราชการระดับสูงต่างรู้สึกตกใจ พร้อมงดแสดงความเห็นในช่วงนี้ โดยบอกว่าอยู่ในช่วงที่กระทรวงการคลังกำลังมีคลื่นพายุแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ให้สัมภาษณ์ว่า เป็นไปตามกลไกของการปรับเปลี่ยนผู้บริหารว่าใครเหมาะสมกับตำแหน่งใด ซึ่งตนไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับกรณีดังกล่าว &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม การลาออกของนายสมชัยไม่มีผลต่อมติ ครม.ที่แต่งตั้งนายปรเมธี เพราะ ครม.มีมติอนุมัติการแต่งตั้งนายปรเมธีแล้ว คิดว่า ครม.คงไม่กลับไปกลับมา เมื่อแต่งตั้งแล้วก็ตั้งไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ได้มีการพูดคุยกับนายสมชัยและนายปรเมธีก่อนที่จะมีมติ ครม.ออกมาหรือไม่ พล.อ.อนันตพรกล่าวว่า เขาพูดคุยกันก่อนแล้ว ทุกคนเป็นผู้ใหญ่กันทั้งนั้น คงไม่ใช่อยู่ๆ จะมีมติออกมาได้เลย กรณีของนายสมชัยคงเป็นดุลยพินิจของนายสมชัยเอง ซึ่งตนไม่ทราบ เพราะเขาย้ายไป สศช. ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวกับตน &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.การพัฒนาสังคมฯ กล่าวอีกว่า กรณีของนายปรเมธีนั้น ทำได้แน่นอน ไม่ถูกโดดเดี่ยวอยู่แล้ว เขาสนิทกับตน รู้จักกันดี เขาเป็นคนเก่งและทำงานเต็มที่ จึงน่าจะเข้ามาทำให้งานด้านสังคมมีความก้าวหน้ารวดเร็วขึ้นมาก ขณะเดียวกัน งานของ สศช.ทำเรื่องของเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งทั้ง 2 ส่วนนี้เดินไปด้วยกันอยู่แล้ว แม้นายปรเมธีเคยเน้นงานด้านเศรษฐกิจมาก่อน แต่ตอนนี้ก็สามารถมาช่วยงานด้านสังคมบ้าง เพราะตอนนี้งานด้านสังคมเป็นสิ่งที่น่าห่วงใย ทั้งเด็ก สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ งานด้านความมั่นคงอยู่ในความรับผิดชอบของสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ขณะที่งานการเมืองเป็นเรื่องของรัฐบาล ดังนั้นทั้ง 3 เสานี้เป็นสิ่งสำคัญ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อนันตพรกล่าวว่า การนำคนนอกกระทรวงมาเป็นปลัด พม.นั้น ตนได้พูดคุยกับคณะผู้บริหารกระทรวงแล้วว่า แม้จะมีผลต่อขวัญกำลังใจต่อคนในกระทรวงบ้าง แต่ในช่วงนี้จำเป็นต้องทำแบบนั้น เพื่อเรียกความเชื่อมั่นจากประชาชน ส่วนข้าราชการในกระทรวง ตอนนี้ต้องทำใจเล็กน้อย ซึ่งเรามั่นใจว่าคนไหนที่มีความบริสุทธิ์ ไม่ถูกลงโทษ ก็สามารถทำงานต่อได้ ทุกอย่างอยู่ที่ความเหมาะสม ยืนยันว่าจะดูแลข้าราชการกระทรวงให้ดี ถ้าเป็นไปได้ในอนาคตจะผลักดันให้คนในกระทรวงได้เลื่อนตำแหน่งโดยเร็วที่สุด
15 ปีพม.อยู่ระหว่างปรับตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;อยากให้ประชาชนและสื่อมวลชนเข้าใจว่ากระบวนการสอบสวนมีความจริงจัง เป็นขั้นตอน ขอฝากว่ายุคใหม่ของ พม. วันที่ 1 พ.ค. ทุกคนจะได้เห็นความเปลี่ยนแปลง ทั้งเรื่องความโปร่งใสในการทำงานในการจ่ายเงินอุดหนุนผ่านระบบ-อีเพย์เมนต์ เช็คเงินสด การปรับปรุงวัฒนธรรมองค์กรให้ทุกคนทำงานอย่างโปร่งใส มีจิตสาธารณะ เราพยายามปรับปรุงพัฒนาองค์กรให้ดีขึ้น ขอให้ทุกคนช่วยให้กำลังใจแก่คนของ พม.ที่ตั้งใจทำงาน เราจะทำให้ทุกคนเชื่อถือกระทรวง พม.ได้โดยเร็วที่สุด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อนันตพรยืนยันว่า จะเป็นตัวอย่างที่ดีของข้าราชการ พม.ยุคใหม่ ใสสะอาด ทำงานด้วยจิตสาธารณะ กระทรวงนี้ถือเป็นกระทรวงที่ตั้งมา 15 ปี ยังอยู่ระหว่างการปรับตัว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.พม.ยังกล่าวถึงการออกคำสั่งให้ผู้ตรวจราชการกระทรวง พม.ออกจากราชการไว้ก่อนจากปัญหาการทุจริตงบประมาณอุดหนุนคนไร้ที่พึ่งว่า ผู้ตรวจราชการกระทรวงคนดังกล่าวคือนายธีรพงษ์ ศรีสุคนธ์ ในฐานะอดีตรองอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) เนื่องจากถูกคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงระบุว่าข้อกล่าวหาที่ว่านายธีรพงษ์มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยนั้นมีมูล จึงต้องถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง ดังนั้นตนต้องทำตามขั้นตอน ด้วยการให้นายธีรพงษ์ออกจากราชการไว้ก่อน ยังไม่ถือว่าเป็นผู้กระทำผิดร้อยเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นการทำตามหลักการและมติ ครม. ทั้งนี้ หากผลการสอบสวนสุดท้ายพบว่านายธีรพงษ์ไม่มีความผิด ก็สามารถกลับมารับราชการได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การตั้งนายปรเมธีมาเป็นปลัด พม. เพื่อเข้ามาสะสางปัญหาที่ พม. เรื่องนี้ตนอยากเห็นคนข้างนอกเข้าไปทำงาน นายปรเมธีเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถ เข้าไปช่วยเหลือกระทรวง พม.ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า นอกจาก 3 คนที่ถูกให้ออกจากราชการแล้ว ยังมีคนอื่นอีกหรือไม่ พล.อ.ฉัตรชัยกล่าวว่า กระทรวง พม.กำลังดำเนินการอยู่ ซึ่งตนได้สั่งการไปเพิ่มเติมว่า นอกจากศูนย์พักพิงคนไร้ที่พึ่งแล้ว ยังสั่งให้ตรวจสอบนิคมสร้างตนเอง ศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูงและศูนย์ประสานงานโครงการหมู่บ้าน รวมจำนวน 62 แห่ง ที่ก่อนหน้านี้มีการร้องเรียนและมีหลักฐานว่าอาจจะมีการทุจริตในบางแห่ง จึงให้ตรวจสอบเพื่อให้เกิดความโปร่งใส โดยหลังวันสงกรานต์จะให้ พม.และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง หากพบว่ามีความผิดจริงก็จะตั้งคณะกรรมการตรวจสอบต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน กล่าวว่า แสดงถึงว่านายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ฝ่ายเศรษฐกิจเลือกใช้คนไม่ถูกกับงาน หรืออาจจะไม่พอใจการทำงานของทั้งสองคนที่ไม่สนองนโยบายที่สับสนของรัฐบาลอยู่ในปัจจุบัน ที่มีการเอื้อประโยชน์ให้กับนายทุนรายใหญ่ เหมือนเป็นการผูกขาดประเทศในขณะที่ประชาชนส่วนใหญ่ยังลำบากกันมาก โดยทั้งสองคนนี้ถือเป็นบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถทางเศรษฐกิจที่หาได้ยากในปัจจุบัน&amp;nbsp;
เพื่อไทยมโนไปไกล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า โดยส่วนตัวแล้วยังเชื่อว่านายสมชัย และนายปรเมธีมีความรู้ความสามารถทางเศรษฐกิจมากกว่าคณะรัฐมนตรีในสายนายสมคิดทุกคน การโยกนายสมชัยไปเป็นเลขาฯ สภาพัฒน์เท่ากับเป็นการลดตำแหน่งลง จึงทำให้ต้องตัดสินใจลาออก ส่วนเลขาฯ สภาพัฒน์ที่มีหน้าที่ดูแลภาพใหญ่ของประเทศกลับส่งให้ไปเป็นปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ก็เป็นการลดตำแหน่งเช่นกัน เพราะให้มาทำเรื่องเล็กๆ แถมยังต้องมาแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันครั้งมโหฬารแทบทุกจังหวัด การโยกย้ายครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไม่ได้ใช้คนตามความรู้ความสามารถ แต่จะใช้คนเฉพาะที่เป็นพรรคพวกของตนเท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จะเป็นการทำลายขวัญและกำลังใจของข้าราชการที่มีความรู้ความสามารถในทุกกระทรวง อีกทั้งยิ่งจะทำให้ความนิยมของรัฐบาลที่ลดต่ำอยู่แล้วยิ่งลดต่ำลงไปอีก&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิชัยเชื่อว่าการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในปีนี้อาจจะไม่ได้ดีอย่างที่คาด เพราะการลงทุนในไตรมาสแรกลดลงอย่างมาก โดยยอดการตั้งโรงงานลดลง 26.96% และการลงทุนจริงวูบลงถึง 25,700 ล้านบาท และหากมีสงครามทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีน การเติบโตของไทยจะลดลงไปอีก หาก ครม. เศรษฐกิจไม่เก่งพอ และยังโยกย้ายคนเก่งออกไปอีก จะยิ่งทำให้เศรษฐกิจแย่ลง ประชาชนจะยิ่งลำบาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต ว่าตนได้แจ้งให้คณะกรรมการฯ รับทราบถึงสภาพและการทุจริตเงินกองทุนเสมาฯ โดยเชิญนายอรรถพล ตรึกตรอง ผู้ตรวจราชการ ศธ. ประธานคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงมาให้ข้อมูล เพื่อให้ทราบถึงสภาพปัญหาที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ยังได้แจ้งให้ที่ประชุมรับทราบว่าเงินต้นของกองทุนที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล และสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล รวมจำนวน 600 ล้านบาทนั้น ยังอยู่ในบัญชีธนาคาร พร้อมดอกเบี้ยอีกจำนวน 49 ล้านบาท ยืนยันว่าเงินไม่ได้หายไปไหน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน คณะกรรมการฯ ยังให้วิเคราะห์สาเหตุและการทุจริตที่เกิดขึ้นว่าจะทำอย่างไร ทั้งในส่วนของการบริหารโครงการ ส่วนของการเบิกจ่ายเงินทั้งหมด โดยคณะกรรมการฯ เสนอให้ชะลอการเบิกจ่ายเงินในช่วงนี้ไปก่อน และให้ไปสร้างแนวปฏิบัติขึ้นใหม่ก่อน แล้วค่อยดำเนินการต่อไป ส่วนการเยียวยาให้กับครูในโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ จำนวน 52 ราย และนักเรียนวิทยาลัยพยาบาล สังกัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ที่ยังไม่ได้รับเงินจากกองทุนเสมาฯ นั้น ในส่วนของนักเรียนพยาบาลในเบื้องต้นแจ้งว่ายังไม่ได้รับทุนตามสิทธิ์ จำนวน 198 ราย เป็นเงิน 11 ล้านบาท แต่ตัวเลขยังไม่นิ่ง จะต้องรอการตรวจสอบตัวเลขจากทางจังหวัดต่างๆ ขณะนี้เหลืออีก 10 จังหวัดที่ยังไม่ได้แจ้งมา ก็ให้เร่งแจ้งมาโดยเร็ว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้หารือว่าเงินจำนวน 49 ล้านบาท จะสามารถนำมาใช้ในการเยียวยาได้หรือไม่ ดังนั้น เพื่อให้เกิดความรอบคอบถูกต้อง จึงให้ขอความเห็นจากกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ก่อนว่าสามารถใช้เงินดังกล่าวได้หรือไม่ โดยจากนี้รวมถึงจะต้องปรับปรุงแก้ไขระเบียบที่จำเป็น สร้างแนวทางในการปฏิบัติ โดยนำบทเรียนที่ค้นพบ รวมถึงความก้าวหน้าของสังคม ในเรื่องการพัฒนาระบบของกองทุนให้เกิดความรวดเร็ว ฉับไว ถูกต้อง เชื่อถือได้ ทั้งนี้คาดว่าไม่เกินเดือน มิ.ย.จะแล้วเสร็จ ก่อนให้ รมว.ศึกษาธิการพิจารณาต่อไป
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนข้าราชการ ศธ.ที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้นั้น เบื้องต้นเตรียมจะใช้มาตรการป้องกันและปราบการทุจริตและประพฤติมิชอบในระบบราชการ ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ย้ายข้าราชการสังกัด สป. ออกจากหน้าที่เดิมก่อน จำนวน 6 ราย ส่วนข้าราชการระดับ 8 อีก 2 รายนั้น เป็นข้าราชการสังกัดอื่น จะต้องเสนอให้ต้นสังกัดเป็นผู้ดำเนินการ โดยคาดว่าจะออกคำสั่งได้ภายในสัปดาห์หน้า&amp;quot; นายการุณกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงศึกษาธิการ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีผู้ขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างนำซองเอกสาร จ่าหน้าถึงผู้สื่อข่าวทุกสำนัก มาส่งยังห้องสื่อมวลชน ศธ. โดยพบว่า เป็นจดหมายเปิดผนึกฉบับที่ 2 ของนางรจนา สินที อดีตข้าราชการที่ถูกไล่ออกจากราชการ กรณีทุจริตกองทุนเงินเสมาพัฒนาชีวิต ผู้สื่อข่าวได้สอบถามผู้ขี่จักรยานยนต์ดังกล่าว บอกเพียงว่ามีผู้ว่าจ้างจากเมืองทองธานีให้นำเอกสารดังกล่าวมาส่งที่ห้องสื่อมวลชน ศธ. โดยไม่รู้รายละเอียดอื่นๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนื้อความในจดหมายเปิดผนึกฉบับที่ 2 ระบุส่งถึงพล.อ.ประยุทธ์ ระบุว่า ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่ทำหน้าที่ในกรณีนี้ ก็ส่อพฤติกรรมมีข้อสงสัยให้ข้อมูลคลาดเคลื่อน และยังลุแก่อำนาจในบางประการ เช่น นายอรรถพล ตรึกตรอง ประธานคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง โปรดอย่าพูดปด เอาดีใส่ตัว ชั่วให้คนอื่น&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ด้วยความเคารพต่ออดีตผู้บังคับบัญชา ดิฉันกล้ารับถูก รับผิด ถ้าเรากระทำจริง แต่ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่บางคนที่เข้ามาเกี่ยวกับการรักษาผลประโยชน์รัฐและพิทักษ์ความเป็นธรรมแล้วมีพฤติกรรมดังกล่าวที่ว่า &amp;nbsp;บุคคลใดกล่าววาจาเป็นเท็จ นอกจากจะไม่สุจริตแล้ว จะหาความเที่ยงธรรมก็ลำบากเหลือประดา&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จดหมายที่อ้างเป็นของนางรจนายังระบุว่า จะไม่หนี จะสู้ตามกระบวนการยุติธรรมของไทย.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6965</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความโปร่งใสในการทำงาน, นายพิชัย นริพทะพันธุ์, บิ๊กตู่, ปราบปรามการทุจริต, พรรคเพื่อไทย, ระงับยับยั้ง, สมชัย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อภิศักดิ์, เทศกาลสงกรานต์, โยกย้ายข้าราชการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180411/image_big_5ace1c27c0415.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>828</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/03/2026 17:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/01/2018 14:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลังจ่อชงครม. เคาะจัดทำงบกลางปี 61 แสนล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คลังเตรียมเสนอ ครม. เคาะจัดทำงบกลางปี 61 วงเงิน 1 แสนล้านบาท ลุยยกเครื่องเศรษฐกิจ พร้อมโยน ธปท. จัดการแบงก์หละหลวมเปิดบัญชีเงินฝาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.การคลัง เปิดเผยว่า เตรียมจัดทำงบประมาณกลางปี 2561 วงเงิน 1 แสนล้านบาท เพื่อใช้ในการปฏิรูปเศรษฐกิจในส่วนต่าง ๆ ได้แก่ มาตรการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้มีบัตรสวัสดิการ วงเงิน 3.5 หมื่นล้านบาท, โครงการปฏิรูปภาคเกษตร วงเงิน 4 หมื่นล้านบาท ส่วนที่เหลือเป็นการสนับสนุนโครงการของกองทุนหมู่บ้าน และโครงการพัฒนาระดับตำบลของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งในหลักการแล้วเมื่อเม็ดเงินดังกล่าวลงสู่ระบบ จะต้องปฏิรูปให้เศรษฐกิจดีขึ้น&amp;nbsp;


แทงบอลออนไลน์ โดยคาดว่าจะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาได้ในข่วงต้นเดือน ก.พ. นี้ ก่อนเสนอให้ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติพิจารณาได้ภายในเดือนมี.ค. 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ กรณีที่มีคนร้ายนำบัตรประชาชนของผู้เสียหายไปเปิดบัญชีกับธนาคาร 7 แห่ง รวม 9 บัญชีนั้น รมว.การคลัง ระบุว่า ในส่วนการเปิดบัญชีธนาคารนั้น ตามหลักการจะมีประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ระบุว่าสถาบันการเงินจะต้องทำความรู้จักลูกค้า (KYC) ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของมาตรการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย ซึ่งทุกธนาคารจะต้องปฏิบัติตาม แต่กรณีที่เกิดขึ้นคงต้องไปดูว่าปัญหาเกิดจากความผิดพลาดของระเบียบ&amp;nbsp;


แทงสล็อต หรือคน เป็นเรื่องที่ธนาคารแต่ละแห่งต้องกลับไปดู และธนาคารเองก็ต้องปฏิบัติตาม หากหละหลวมก็เป็นหน้าที่ของ ธปท. ที่กำกับดูแลเรื่องนี้เข้าไปจัดการ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/828</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลัง, อภิศักดิ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180110/5a55c07d3368d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
