<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>83731</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/11/2020 15:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/11/2020 15:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มาร์ค&#039; แนะรัฐบาลออกแรงแก้ไขรธน. เชื่อคลี่คลายสถานการณ์ความขัดแย้งได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 พ.ย.63 - &amp;nbsp;ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย &amp;nbsp;นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ &amp;nbsp;อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงโครงสร้างคณะกรรมการปรองดองสมานฉันท์ ที่จะมีอดีตนายกฯร่วมนั้น ว่า ต้องสอบถามนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเท่าที่ทราบท่านได้พูดคุยกับอดีตนายกฯหลายคน เพื่อสอบถามความคิดเห็นของแต่ละคน และอาจจะขอความร่วมมือหากจะมีการดำเนินการต่อไป แต่ยังไม่มีการติดต่อมาอีกครั้ง ซึ่งคงกำลังพิจารณารูปแบบที่สถาบันพระปกเกล้าเสนอ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่าส่วนการพูดคุยกับนายชวน ก็เป็นการหารือเบื้องต้น ยังไม่มีการชวนให้เข้าร่วมเป็นกรรรมการสมานฉันท์แต่อย่างใด ซึ่งตนก็ได้ให้ความเห็นไปแล้วว่าตัวกรรมการสมานฉันท์การจะเอาทุกฝ่ายเข้าร่วมคงไม่ง่าย และหากกรรมการจะมีส่วนแก้ปัญหาในปัจจุบันได้ ก็จำเป็นจะต้องพิจารณาข้อเรียกร้องให้ครบถ้วน และให้ความมั่นในว่ากลไกนี้จะสามารถส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงหรือมีข้อสรุปในเชิงปฏิบัติได้ เพราะเป็นเรื่องยากที่จะให้ผู้ชุมนุมมาร่วม หากบางเรื่องที่เขาเรียกร้องแล้ว ไม่ให้เขาแสดงความเห็น หรือเขาเห็นว่ากลไกนี้ทำงานแล้วไม่มีประโยชน์อะไร ดังนั้นจึงเป็นภาระหนักของนายชวนว่าจะทำอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อดีตนายกฯ กล่าวว่าส่วนสิ่งที่คาดหวังให้คลี่คลายสถานการณ์ในวันนี้ ก็ยังเป็นภาระหน้าที่ของผู้มีอำนาจที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะในวันที่ 17-18 พ.ย.นี้ เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะมีส่วนช่วยในการลดความตรึงเครียดลงได้อย่างไร คิดว่าสิ่งสำคัญกว่าคือการแก้ปัญหา หากไม่มีกรรมการแล้วปัญหาคลี่คลายได้ก็ดีกว่ามีกรรมการแล้วแก้ไม่ได้ ฉะนั้นอะไรจะสามารถทำให้เราคลี่คลายสถานการณ์ได้เป็นเป้าหลัก อย่าไปยึดติดรูปแบบกรรมการหรือกลไกเป็นตัวตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่ามีข้อเสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐฒนตรี &amp;nbsp;นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นดุลยพินิจที่นายกฯจะต้องตัดสินใจ แต่เห็นว่าข้อเรียกร้องก็มีเรื่องแปลก เพราะการเรียกร้องให้นายกฯลาออกหรือยุบสภาตอนนี้ จะเป็นการเอากติกาเดิมมาใช้ และมีความเสี่ยงที่จะวนกลับมาในสถานการณ์นี้อีก แต่ผู้ชุมนุมก็มองว่าการที่นายกฯ ยังอยู่จะเป็นอุปสรรคที่จะคลี่คลายสถานการณ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ดังนั้นนายกฯจะต้องมีบทบาทมากขึ้นว่าจะช่วยคลี่คลายสถานการณ์ได้อย่างไร เช่นเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญซึ่งสัญญาณที่ถูกส่งออกมาจากรัฐบาลสับสนมาก หากนายกฯไม่ลาออกแต่สามารถแก้ปัญหาตรงนี้ได้ผมก็เชื่อว่าสถานการณ์จะผ่อนคลาย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในการแก้รัฐธรรมนูญนั้น คนส่วนใหญ่ก็มองว่าหากนายกฯออกแรงก็ผ่าน ดังนั้นวันที่ 17-18 พ.ย.จึงเป็นเรื่องสำคัญ และตนอยากเห็นนายกฯและรัฐบาลเป็นผู้นำในการส่งสัญญาณชัดเจนว่าได้ยินข้อเรียกร้องที่สังคมต้องการมีกติกาที่เป็นธรรมและเป็นประชาธิปไตยแบบสากลมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตอนนี้ข้อเรียกร้องทั้งหลายยังไม่มีการลดช่องว่างระหว่างแต่ละฝ่ายเลย ทั้งเรื่องการปฏิบัติต่อประชาชน คดีความสะสม เรื่องการแก้รัฐธรรมนูญก็ยังไม่เห็นสัญญาณ รวมทั้งประเด็นที่เกี่ยวกับสถาบัน ก็ยังไม่มีสัญญาณใดๆเลยจะเอาเรื่องนี้ออกมาจากความขัดแย้งอย่างไร มีแต่ปล่อยไปตามที่เป็นอยู่ ทำให้มีอารมณ์รุนแรงมากขึ้นทั้ง 2 ฝ่าย และไม่เป็นผลดีต่อสถาบันเลย หากสถานการณ์ยังคงเป็นอย่างนี้ต่อไปความเสี่ยงเกิดความรุนแรงก็จะมีมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งช้าปัญหาก็จะแก้ยากขึ้น จะมีเงื่อนไขใหม่ๆเข้ามาเป็นปมของความขัดแย้งอีก&amp;rdquo; นายอภิสิทธิ์ กล่าว&lt;/p&gt;


	&amp;#39;เจี๊ยบ ก้าวไกล&amp;#39; แซะกลับ &amp;#39;อ้น ทิพานัน&amp;#39; ปมรู้ว่ามีม็อบแล้วผ่านจุดนั้นทำไม
	&amp;#39;ปารีณา&amp;#39; เคลียร์ทุกประเด็น หลังซัก ผบ.เรือนจำฯ &amp;#39;เพนกวิน-ไมค์&amp;#39; ถูกจนท.ซ้อมจริงหรือ?
	ว้าย! &amp;#39;บอล ธนวัฒน์&amp;#39; ให้เตรียมรองเท้าผ้าใบกับใจถึงๆ ร่วม &amp;#39;วิ่งไล่ลุง 2&amp;#39; เร็วๆนี้
	&amp;#39;น้าหงา&amp;#39;มาแล้ว!ชี้พระยุ่งเกี่ยวการเมืองได้&amp;nbsp;
	&amp;#39;สิทธิศักดิ์-ผู้พิพากษาศาลฎีกา&amp;#39;แจงยิบ6ข้อปม&amp;#39;จรัล&amp;#39;กล่าวหา
	&amp;#39;ปอง-อัญชะลี&amp;#39;โพสต์แรง!
	&amp;#39;หญิงหน่อย&amp;#39; งัดบันได 3 ขั้น สู่ทางออกประเทศไทย&amp;nbsp;

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83731</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการสมานฉันท์, การเมือง, อภิสิทธิ์ เวชาชีวะ, แก้ไขรัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201113/image_big_5fae456bd20f4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49787</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เหตุไม่เอาบิ๊กตู่!ห้ามมารค์นั่งปธ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;วิษณุ&amp;rdquo; ชี้ประธาน กมธ.ศึกษารัฐธรรมนูญไม่ใช่ผู้ชี้เป็นชี้ตาย แค่มีมนุษยสัมพันธ์ดีก็ใช้ได้ เพราะทำหน้าที่แค่วิศวกรเปิดประตูชำเรา รธน. พลังประชารัฐทุบโต๊ะหัวเด็ดตีนขาดห้าม &amp;ldquo;มาร์ค&amp;rdquo; นั่งประธาน เหตุไม่เอา รธน.60 และไม่เอา &amp;ldquo;ลุงตู่&amp;rdquo; ส่วนสุชาติยังแบ่งรับแบ่งสู้ เผยขึ้นอยู่กับมติพรรค &amp;ldquo;ชวน&amp;rdquo; ไม่ฟันธงรองประธานสภาฯ คั่วเก้าอี้ประธาน กมธ.ได้ไหม วีระกรเผยเรื่องส่อดองยาวไปปลายเดือน พ.ย. หลัง กมธ.วิสามัญคณะต่างๆ พาเหรดเสนอผลงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดี ยังคงมีความต่อเนื่องในกรณีการตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญศึกษาปัญหาและแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ ว่า คณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (ปสส.) หรือวิปรัฐบาล รายงานว่า กมธ.ดังกล่าวมีทั้งหมด 49 คน แบ่งเป็นสัดส่วนของพรรคร่วมรัฐบาล 18 คน, พรรคร่วมฝ่ายค้าน 19 คน และคณะรัฐมนตรี (ครม.) 12 คน ซึ่งในส่วนของ ครม.จะใช้เพียง 6 คน ซึ่งตอนแรกคิดว่าจะมี ครม.เข้าไปด้วยเพื่อแสดงถึงความร่วมมือ แต่อาจไม่มีเวลาจึงไม่เอา ครม.เข้าไป โดยจะให้เป็นส่วนของสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) เข้าไป เพราะถ้าไม่มี ส.ว.อาจสำเร็จยาก รวมถึงคนจากองค์กรอิสระและฝ่ายกฎหมายของรัฐบาล แต่จะเป็นใครบ้างตอบไม่ถูก คงต้องให้ไปหากัน ส่วนที่เหลืออีก 6 คนจะคืนให้วิปรัฐบาลไปจัดการ โดยต้องคุยกันระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลกับรัฐบาล ซึ่งตรงนี้ได้คุยกับวิปรัฐบาลแล้ว
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงบุคคลจะมาเป็นประธาน กมธ.ที่มีการพูดถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ และอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายวิษณุกล่าวว่า เห็นพูดกันมาหลายวันแล้ว แต่ ครม.ไม่มีความเห็นนี้ เพราะ กมธ. 49 คนต้องโหวตกันเอง รัฐบาลไม่ได้ไปโหวตด้วย ส่วนที่มีชื่อนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรจะมาเป็นประธาน กมธ.ด้วยนั้น ไม่ทราบ ส่วนคนมาเป็นประธาน กมธ. ต้องเป็นคนจากพรรคแกนนำรัฐบาลหรือไม่นั้น ไม่มีความเห็น เป็นเรื่องที่ 49 คนไปโหวตกันเอง แต่เอาใจช่วยให้เริ่มต้นตั้ง กมธ.ให้ได้เสียก่อน ส่วนรายชื่อจะออกมาเมื่อไหร่นั้น ไม่ทราบ แต่จะมีก่อนญัตติเข้าสภา และหากเขาเสนอให้ไปเป็นที่ปรึกษาก็ไม่ขอเป็น
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามอีกว่า มีคนมักวิจารณ์ว่าคนร่างรัฐธรรมนูญไม่ได้ใช้ คนใช้ไม่ได้ร่าง เพราะประธานร่างรัฐธรรมนูญส่วนใหญ่ไม่ใช่นักการเมือง นายวิษณุระบุว่า หากหมายถึงประธานในการร่างเช่นนั้นอาจจริง แต่วันนี้ที่พูดกันอยู่ไม่ใช่การหาคนเพื่อไปร่าง เรากำลังหาคนมาเป็น กมธ.ไปศึกษาวิธีแก้รัฐธรรมนูญ ยังไม่มีการร่างเลยสักมาตรา ตรงนี้ไม่มีปัญหา แต่พอไปถึงตอนยกร่าง ตรงนั้นจะมีปัญหาว่าผมไม่ไว้ใจคุณ คุณไม่ไว้ใจผม เพราะมีส่วนได้เสีย ตรงนั้นจึงกลายเป็นคนนอกเสียเสมอไป&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ตรงที่บอกว่าประธานควรเป็นคนชนิดไหนต้องดูเป็นพิเศษนั่นคือตอนร่าง แต่ขั้นตอนที่ศึกษากันนั้นไม่ต้องเอาถึงขั้นเก่ง เอาคนที่มีมนุษยสัมพันธ์ดีในการพูดคุยกับ กมธ. 49 คนในทิศทางเดียวกัน มีบารมีก็พอสำหรับการเป็นประธาน กมธ.ทั้งหลาย แต่ถ้าถึงขั้นตอนร่างต้องการคนที่เก่งเรื่องเทคนิคเพราะต้องตัดสินบางเรื่องเหมือนที่ผ่านมา เอะอะต้องเป็นคุณมีชัย ฤชุพันธุ์ เพราะหากใครไปนั่งร่วมประชุมกับท่านจะรู้ว่าถึงเวลาไม่รู้จะเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวา ท่านจะบอกเลี้ยวซ้ายเกิดปัญหาอย่างไร เพราะเคยเกิดมาแล้ว ทุกคนก็ถอยกลับมาขวาหมด ถ้าร่างเราต้องการคนแบบนี้ แต่ตอนนี้ยังไม่ร่าง&amp;rdquo; นายวิษณุกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุกล่าวว่า ไม่คิดว่า กมธ.จะชี้เป็นชี้ตายอะไรมาก แต่จะเป็นการเปิดประตูให้ศึกษาว่าถ้าจะแก้รัฐธรรมนูญให้เป็นไปได้ควรแก้โดยวิธีใด เช่น การตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) หรือแก้เฉพาะมาตรา เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญด่านที่ 1 ต้องเสนอเป็นร่างเข้าไปในที่ประชุมรัฐสภา ด่านที่ 2 ต้องได้คะแนนเสียงจากที่ประชุมรัฐสภา ซึ่งซับซ้อนกว่าเอา 700 มาหาร 2 และด่านที่ 3 แก้บางเรื่องต้องไปสู่การทำประชามติ ถ้าเรื่องที่ไม่วุ่นวายกับประชามติก็แก้ไปเลย แต่ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าจะแก้เรื่องอะไร ถ้ากระทบเรื่องประชามติก็ต้องทำประชามติ รวมถึงควรลึกลงไปว่าประเด็นใดด้วย เพราะจะนำไปสู่การยอมรับ เช่น การเสนอรายงานความคืบหน้าการปฏิรูปเมื่อวันที่ 6 พ.ย. ก็มี ส.ส.อภิปรายว่าปฏิรูปไม่ได้ในเรื่องนั้นเรื่องนี้ หากยังไม่มีการแก้รัฐธรรมนูญมาตรานั้นมาตรานี้ ดังนั้นเรื่องนี้มันใช้เวลาและยุ่งยากพอสมควร แต่ไม่พ้นวิสัยจนกระทั่งเป็นไปไม่ได้ กมธ.ชุดนี้จะเป็นวิศวกรออกแบบสิ่งเหล่านี้
มีรายงานจากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) แจ้งว่า การเสนอชื่อนายสุชาติเป็นประธาน กมธ. เป็นมติจากการประชุมวงเล็ก ซึ่งเกิดขึ้นภายหลังการประชุม ครม. โดยมีนายวิษณุเป็นประธานการประชุม พร้อมแกนนำระดับรัฐมนตรีของพรรค พปชร. อาทิ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม, นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ เป็นต้น ซึ่งหลังได้ชื่อนายสุชาติ, นายสุริยะ และนายสมศักดิ์ได้ต่อสายไป ซึ่งนายสุชาติยังแบ่งรับแบ่งสู้&amp;nbsp;
ห้ามมาร์คนั่งประธาน กมธ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;พปชร.ต้องการรักษาตำแหน่งประธาน กมธ.ชุดนี้เอาไว้ในฐานะแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และไม่ต้องการให้ตำแหน่งประธาน กมธ.ตกไปอยู่ในมือพรรค ปชป. โดยพรรคไม่ยอมให้นายอภิสิทธิ์มาดำรงตำแหน่งประธาน กมธ.แน่นอน เพราะท่าทีของนายอภิสิทธิ์นั้นชัดเจนว่าไม่เอารัฐธรรมนูญฉบับนี้มาตั้งแต่ต้น และไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ หากนายอภิสิทธิ์นั่งเป็นประธานการทำงานร่วมกันนั้น คงเป็นไปได้ยาก แต่หาก ปชป.ยังต้องการสนับสนุนนายอภิสิทธิ์ ทางออกเดียวคือ ปชป.ต้องไปรวมเสียงกับพรรคร่วมฝ่ายค้าน ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริง พปชร.จะใช้เสียงในสัดส่วนของ ครม.ตอบโต้แทน แต่เชื่อว่าสุดท้ายแล้วหากแกนนำ พปชร.และ ปชป.จับเข่าคุยกันถึงความจำเป็นแล้ว จะทำให้พรรค ปชป.เข้าใจและถอยให้ในที่สุด&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสุชาติยอมรับว่า ไม่ได้เสนอตัวทำหน้าที่นี้ แต่หากไม่มีบุคคลที่เหมาะสมจริงๆ ก็ไม่ปฏิเสธ ถ้าพรรค พปชร.มีมติเสนอชื่อ เพราะตำแหน่งประธาน กมธ.ไม่ได้มีความสำคัญมากไปกว่าเนื้อหาที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยการรับหน้าที่นี้ก็ไม่มีข้อห้ามหรือซ้ำซ้อนกับตำแหน่งรองประธานสภาฯ แต่อาจทำให้ภาระงานเพิ่มขึ้น ส่วนที่นายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ พรรค พปชร.มองว่าเป็นการลดระดับจากรองประธานสภาฯ หากรับหน้าที่นั้น มองว่าไม่ได้เป็นการลดสถานะ และไม่ได้มีข้อห้ามไม่ให้รองประธานสภาฯ ทำหน้าที่ประธาน กมธ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง พรรค ปชป. กล่าวในเรื่องนี้ว่า ต้องรอผลการหารือของวิปรัฐบาลก่อน เพราะพรรคได้มอบหมายให้นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ วิปรัฐบาลของพรรคไปแจ้งมติกับวิปรัฐบาลแล้ว ซึ่งถือว่ายังมีเวลา เพราะคาดว่าจะได้พิจารณาตั้ง กมธ.ในวันพุธที่ 13 พ.ย. โดยตำแหน่งนี้ไม่จำเป็นต้องเป็นของพรรคการเมืองที่มีเสียงข้างมาก เพราะเป็นการทำงานของสภา เหมือนกรณีเลือกประธานสภาฯ ที่ได้นายชวนก็ได้รับการยอมรับทั้งจากคนในสภาและคนภายนอก &amp;nbsp;
&amp;ldquo;ที่ พปชร.จะเสนอชื่อนายสุชาติ ก็ต้องฟังเหตุผลซึ่งกันและกัน โดยพิจารณาตัวเลือกที่ดีที่สุด เป็นบุคคลที่มีความเหมาะสมที่สุด ซึ่งพรรคให้แกนนำไปคุยกับระดับคีย์แมนของรัฐบาล เพื่อลดความระแวงแคลงใจด้วย เพราะ กมธ.ชุดนี้จะศึกษาในเชิงวิชาการ เสนอทางเลือก ไม่ได้แก้รัฐธรรมนูญอยู่แล้ว เพียงแต่การเริ่มนับหนึ่งสำคัญมาก ถ้าเริ่มได้ด้วยความเห็นที่ตรงกันก็จะเป็นผลดีต่อการแสวงหาความร่วมมือและการหาฉันทามติจากสังคม ไม่ให้การแก้รัฐธรรมนูญไปเป็นชนวนความขัดแย้ง&amp;rdquo; นายสาทิตย์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รองประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า ได้นำมติพรรคไปแจ้งต่อวิปรัฐบาลแล้ว โดยวิปแต่ละพรรคจะไปหารือภายในพรรคตัวเองก่อนกลับมาหารือร่วมกันในการประชุมวิปรัฐบาลวันที่ 11 พ.ย.นี้
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายชวนกล่าวถึงกรณี พปชร.เสนอชื่อนายสุชาติเป็นประธาน กมธ. ว่านายสุชาติถือเป็นคนที่มีความสามารถคนหนึ่ง แต่ปกติเมื่อมีการตั้ง กมธ.ในญัตติใด เมื่อตั้งเสร็จแล้ว กมธ.เหล่านั้นจะเป็นผู้เลือกประธาน ซึ่งไม่ได้เลือกในที่ประชุมสภา&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ประธาน กมธ.ต้องเป็น ส.ส.หรือไม่ นายชวนกล่าวว่า แล้วแต่กรณี ขึ้นอยู่กับ กมธ. อย่างไรก็ตาม ไม่ขอตอบว่ารองประธานสภาฯ จะเป็นประธาน กมธ.ได้หรือไม่
ตั้ง กมธ.ส่อเค้ายาว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในการประชุมสภาเมื่อวันที่ 7 พ.ย. มีวาระการพิจารณาญัตติด่วนเรื่องการให้สภาตั้ง กมธ.วิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบจากการกระทำประกาศและคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และการใช้อำนาจของหัวหน้า คสช.ตามมาตรา 44 นั้น ปรากฏว่าที่ประชุมไม่สามารถพิจารณาการตั้ง กมธ.ได้ทัน เนื่องจากมีวาระรับทราบเรื่องต่างๆ ตกค้างหลายเรื่อง และแต่ละเรื่องมี ส.ส.อภิปรายเป็นจำนวนมาก ทำให้การพิจารณาญัตติด่วนเรื่องการตั้ง กมธ.ดังกล่าวถูกเลื่อนไปในสัปดาห์หน้า ซึ่งล่าสุดปรากฏว่ายังมีวาระเรื่องที่ กมธ.วิสามัญคณะต่างๆ ได้พิจารณาเรื่องเสร็จเรียบร้อยแล้วเตรียมนำสู่ที่ประชุมสภาอีก ซึ่งตามข้อบังคับจะถูกนำเข้าพิจารณาก่อนญัตติเร่งด่วน ทำให้ญัตติเรื่องตั้ง กมธ.วิสามัญศึกษาผลกระทบจากคำสั่ง คสช. และการตั้ง กมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญอาจถูกเลื่อนออกไปอีก&amp;nbsp;
นายวีระกรกล่าวว่า ขณะนี้ กมธ.พิจารณาศึกษาปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำที่เป็นประธานได้พิจารณาเสร็จเรียบร้อยแล้ว รอนำเข้าสู่ที่ประชุมสภาในวันที่ 13 พ.ย.นี้ ซึ่งตามข้อบังคับจะถูกบรรจุเข้าไปพิจารณาก่อนญัตติด่วนที่ค้างไว้ ทำให้คาดว่าเรื่องการตั้ง กมธ.วิสามัญพิจารณาผลกระทบจากการใช้มาตรา 44 น่าจะเข้าสู่วาระพิจารณาได้เร็วสุดในวันที่ 14 พ.ย. ส่วนการตั้งการตั้ง กมธ.วิสามัญศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ อาจถูกเลื่อนยาวออกไปเป็นช่วงปลายเดือน พ.ย.นี้ เพราะมีเรื่องที่ กมธ.ชุดต่างๆพิจารณาเสร็จแล้วหลายคณะรอนำเข้าสู่ที่ประชุม
สำหรับความเห็นของพรรคฝ่ายค้านในการเสนอชื่อประธาน กมธ.นั้น นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า ที่ผ่านมายังไม่เคยเห็นว่าประธานสภาฯ หรือรองประธานสภาฯ จะลงมาเป็นประธาน กมธ.วิสามัญ ซึ่งหากขาดคนจริงๆ ค่อยว่ากัน เพราะอาจขัดกับหลักการ แต่ถ้าพูดถึงเรื่องความรู้ความสามารถของนายสุชาติ ก็ถือว่าเหมาะสม&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า ไม่ขอไปก้าวล่วงหรือวิพากษ์วิจารณ์ข้อเสนอของพรรค พปชร. ซึ่ง พท.ไม่ติดยึดติดกับตัวบุคคล แต่คาดหวังว่าเสียงส่วนใหญ่ของ กมธ.จะยกมือโหวตให้กับบุคคลที่เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย มีความจริงใจ และสามารถเป็นเสาหลักในการศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรค พท. มองถึงการเสนอชื่อบุคคลที่จะมาเป็นประธาน กมธ. ที่มีทั้งนายอภิสิทธิ์และนายสุชาติ ว่าประเทศเสียโอกาสมามากแล้ว ทุกฝ่ายควรลดเงื่อนไข อย่าตีรวน สร้างเงื่อนไขไม่จบสิ้น ให้โอกาสสภา เท่ากับให้โอกาสประชาชน ในการศึกษาปัญหาและแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ อย่าตั้งแง่เอาเป็นเอาตาย ชิงการนำกับตำแหน่งประธาน หรือสร้างเงื่อนไขไม่รู้จบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชำนาญ จันทร์เรือง ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ระบุเช่นกันว่า การแย่งกันเสนอชื่อนี้เหมือน Power Play หรือเกมแห่งอำนาจระหว่างสองพรรคการเมือง เพราะ ปชป.ถือไพ่ใบสำคัญ รัฐบาลก็ขาด ปชป.ไม่ได้ ปชป.ถ้าไม่ได้เป็นรัฐบาลก็ลำบาก เพราะสมาชิกก็จะเล่นงานเอา กลุ่มที่อยากเข้ารัฐบาลก็มีอยู่ เป็นการถือไพ่กันคนละใบ แต่ทั้งนี้ก็ต้องมีการเจรจากันทั้งนั้น ซึ่งมองว่าเป็นเรื่องปกติ ถ้าตราบใดยังใช้อามิส สินจ้าง หรือใช้วิธีการงูเห่าเข้ามา หากนายสุชาติได้เป็นประธานเราก็ไม่มีปัญหา โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปเรื่องตำแหน่งประธาน กมธ.ในสัปดาห์หน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ (ปช.) กล่าวว่า เมื่อพรรค ปชป.เสนอชื่อนายอภิสิทธิ์แล้วทุกคนเห็นพ้องต้องกัน ก็ถือเป็นบุคคลที่เหมาะสมด้วยประการทั้งปวง และอยากให้เริ่มต้นการแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยความสามัคคีปรองดอง และอยากให้พรรคฝ่ายค้าน พรรคฝ่ายรัฐบาล ส.ว. และพี่น้องประชาชนร่วมมือกันใช้โอกาสในการแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้ในการสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้นในทุกหมู่เหล่าให้ได้ ซึ่งการเอาคนที่ไม่ได้เป็น ส.ส. เข้าใจการเมือง เป็นอดีตนายกฯ และทุกฝ่ายสนับสนุนน่าจะเป็นเรื่องที่เป็นนิมิตหมายที่ดี&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ผมไม่ได้หมายความว่าต้องเป็นนายอภิสิทธิ์เท่านั้น คนอื่นก็เป็นได้ เพื่อให้เกิดความสำเร็จในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเริ่มจากการแก้ไขมาตราที่เป็นกุญแจสำคัญในการแก้ไข คือมาตรา 256 ส่วนประเด็นอื่นๆ ที่จะแก้ไขค่อยมาคุยกัน&amp;rdquo; นายวันมูหะมัดนอร์กล่าว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49787</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประธานกมธ.ศึกษารัฐธรรมนูญ, วิษณุ เครืองาม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อภิสิทธิ์ เวชาชีวะ, เปิดประตูชำเรา รธน., ไม่เอาบิ๊กตู่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191107/image_big_5dc4226d0502e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49612</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เข็นมาร์คนำแก้รธน. ปชป.ชงนั่งปธ.กมธ./ชวนเตือนอย่าหักพร้าด้วยเข่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; 7 พรรคฝ่ายค้านมีมติเอกฉันท์จองกฐินไม่ไว้วางใจแล้ว วางไทม์ไลน์ไว้ 18-20 ธ.ค. แต่ยังไม่สะเด็ดน้ำอภิปรายทั้งคณะหรือรายบุคคล อึ้ง! สุทินปูดซักฟอกแนวใหม่ ไม่เน้นเรื่องโกง-ทุจริต แต่เน้นเรื่องความผิดพลาดบริหารงานพร้อมลากย้อนอดีตในช่วง 5 ปีที่ยึดอำนาจ &amp;ldquo;ชวน&amp;rdquo; เตือนแก้รัฐธรรมนูญไม่ควรหักด้ามพร้าด้วยเข่า ไม่อย่างนั้นจะพังกันหมด ปชป.เคาะแล้วเสนอชื่อ &amp;ldquo;อภิสิทธิ์&amp;rdquo; นั่งประธาน กมธ. &amp;ldquo;ปิยบุตร&amp;rdquo; เริ่มเขย่าเวทีชำเรา รธน. ระบุรัฐบาลห้ามนั่ง กมธ. เล็งชงชื่อตัวเองเป็น 1 ใน 49 คน กรธ.แนะไม่ควรรื้อทั้งฉบับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันอังคารที่ 5 พฤศจิกายน ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) ตัวแทนคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปร่วมฝ่ายค้าน) 7 พรรค ร่วมประชุมหารือเพื่อเตรียมความพร้อมในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลอย่างพร้อมเพรียง โดย น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการ พท. ในฐานะที่ปรึกษาวิปฝ่ายค้าน แถลงผลการประชุมว่า 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านมีมติเป็นเอกฉันท์ว่าควรยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ส่วนจะยื่นเมื่อไหร่ จะอภิปรายคณะรัฐมนตรีทั้งคณะหรือเป็นรายบุคคลจะประชุมกันอีกครั้งหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรค พท. ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านยึดกรอบความพร้อมในเรื่องของข้อหาและหลักฐานการอภิปราย ซึ่งจะเป็นการอภิปรายที่มาตรฐานอาจเปลี่ยนไป จากเดิมที่ผ่านมาเน้นเรื่องการทุจริตเป็นหลัก แต่ครั้งนี้จะมองไปถึงความผิดพลาด ความสามารถในการบริหารประเทศที่ทำลายเครดิตของประเทศให้ตกต่ำ โดยยึดฐานความผิดมาจากระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์บริหารประเทศมา โดยความผิดในอดีตส่งผลต่อปัจจุบัน และเป็นความกังวลไปสู่อนาคต ซึ่งกรอบเวลาคร่าวๆ ที่เห็นว่าเหมาะสมในยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจคือวันที่ 18-19-20 ธ.ค. &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านล็อกเป้ารัฐมนตรีคนใดหรือกระทรวงใดบ้าง น.อ.อนุดิษฐ์กล่าวว่า ที่ผ่านมาคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ทั้ง 35 คณะในสภาได้ตรวจสอบทุกกระทรวงและทุกคน พรรคฝ่ายค้านทุกพรรคมองความสำคัญของข้อมูลเป็นเรื่องสำคัญ โดยข้อมูลที่จะอภิปรายต้องหนักแน่นพอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทินกล่าวเสริมว่า จะอภิปรายผสมผสานกันไป รัฐบาลที่ผ่านมาและรัฐบาลปัจจุบัน คนเก่าสร้างความผิด และคนใหม่มาต่อยอดความผิด ดังนั้นต้องอภิปรายทั้งคนเก่าและคนใหม่ควบคู่กันไป อาจแตกต่างที่ประเด็นความผิด บางกรณีความผิดทำกันหลายคน ยึดโยงกันหลายกระทรวง บางเรื่องโยงไปถึงหัวหน้ารัฐบาล ที่ดึงลูกน้องมาทำความผิด แต่บางเรื่องก็เป็นความผิดส่วนบุคคล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าตั้งเป้าว่าจะล้มรัฐบาลได้หรือไม่ นายสุทินกล่าวว่า โดยเจตนาเราไม่ได้ต้องการล้มรัฐบาล แต่ถ้าเขาชี้แจงไม่ได้ แล้วทำความผิดจริงจะล้มด้วยตัวของเขาเอง เพราะโอกาสในการล้มรัฐบาลโดยการยกมือในสภาเป็นไปได้น้อยอยู่แล้ว แต่หากหลักฐานเราดี ก็เป็นไปได้ที่พรรคฟากรัฐบาลจะยกมือสนับสนุนเรา ที่ผ่านมาไม่เคยมีรัฐบาลไหนล้มด้วยการยกมือในสภา แต่จะเพลี่ยงพล้ำจากสภาแล้วไปล้มข้างนอก เสมือนเราเป็นการเปิดแผลในสภาแล้วไปเน่าข้างนอก&amp;nbsp;
&amp;ldquo;เชื่อว่าปัจจุบันพลังของโซเชียลฯ จะเป็นม็อบที่สำคัญ และเป็นม็อบที่ใหญ่ที่สุด ที่จะทำให้รัฐบาลหมดความชอบธรรมในการบริหารประเทศ ซึ่งเรามีหลักฐานเกี่ยวกับการทุจริตแน่นอน เพราะถ้าไม่มีเราไม่กล้าเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยพรรคฝ่ายค้านจะมาคุยกันว่าหลักฐานที่มีจะผลักให้เซหรือผลักให้ล้ม แต่วันนี้เราสรุปกันได้แล้วว่ามีผลักให้หัวคะมำ&amp;rdquo; นายสุทินกล่าว
ยื่นญัตติก่อน 6 ธ.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรค พท. ระบุว่า หากวางกรอบอภิปรายไม่ไว้วางใจในวันที่ 18-20 ธ.ค. สิ้นเดือน พ.ย. ญัตติต้องเสร็จเพื่อยื่นให้ประธานสภาบรรจุเข้าสู่วาระการประชุม โดยอย่างช้าที่สุดต้องไม่เกินวันที่ 6 ธ.ค. ที่ต้องยื่นญัตติให้ประธานสภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวเรื่องนี้ว่า ส่วนตัวเห็นว่ารัฐบาลเพิ่งเข้ามาทำงานได้ในช่วงหนึ่งเท่านั้น แต่การขอยื่นญัตติอภิปรายก็เป็นสิทธิที่ฝ่ายค้านทำได้ โดยจะนำเรื่องนี้หารือกับประธานวิปรัฐบาลด้วย เพื่อนำรายงานต่อที่ประชุม ครม.ต่อไป
วันเดียวกัน ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ได้จัดงานวันธรรมศาสตร์สามัคคี ครั้งที่ 20 โดยนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ปาฐกถาพิเศษเรื่อง &amp;quot;ความหวังสภาผู้แทนฯ ภายใต้รัฐธรรมนูญ 2560&amp;quot; ตอนหนึ่งว่า รัฐธรรมนูญใดที่ออกมาหลังจากการยึดอำนาจ จะมีบทเฉพาะกาลตอนหนึ่งที่เขียนไว้ในลักษณะให้ผู้ที่กำหนดรัฐธรรมนูญฉบับนั้นได้เป็นนายกรัฐมนตรีต่อ เช่น จอมพลถนอม กิตติขจร ได้เป็นนายกฯ มีเสียง ส.ส.สนับสนุนจำนวนหนึ่ง แต่มีเสียง ส.ว.สนับสนุนจำนวนมาก เช่นเดียวกับสมัย พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ และเป็นแบบนั้นตลอด แต่บทเฉพาะกาลยุคนั้นจะมีเวลาใช้ไม่นาน จะใช้ชั่วระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น และปล่อยให้การเมืองเป็นไปตามกระบวนการปกติ จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมรัฐธรรมนูญบางฉบับที่เริ่มต้นไม่ค่อยสวยนัก เช่น รัฐธรรมนูญ 2521 แต่สามารถใช้ได้มาถึงปี 2534 ที่ยึดอำนาจ และก็มีรัฐธรรมนูญหลังจากนั้นที่ใช้มาถึงปี 2540 จนมีรัฐธรรมนูญที่มีประชาธิปไตยมากที่สุด แต่สำหรับรัฐธรรมนูญปี 2560 จะมีอายุนานเท่าไหร่ไม่มีทางรู้ &amp;nbsp;
&amp;quot;เมื่อครั้งที่ร่างรัฐธรรมนูญ 2560 ท่านสุพจน์ ไขมุกด์ รองประธานคณะผู้ร่างรัฐธรรมนูญ ได้เชิญผมไปพบเป็นส่วนตัวเพื่อขอความคิดเห็น ซึ่งได้บอกท่านไปว่าปัญหาที่เกิดขึ้นที่ผ่านมาไม่ใช่ความผิดของรัฐธรรมนูญ แต่เป็นเรื่องของตัวบุคคลที่ละเมิดรัฐธรรมนูญ และไม่ยึดหลักนิติธรรม ปัญหาการใช้รัฐธรรมนูญและการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญต้องพิจารณาไปควบคู่กัน พูดง่ายๆ คือ ปราชญ์โบราณที่คิดว่าบ้านเมืองจะปกครองได้ดีต้องปกครองด้วยราชาแห่งปราชญ์ กำหนดคุณสมบัติไว้สูงมาก ซึ่งในชีวิตจริงมันหายาก เพราะการปกครองที่เหมาะสมและเป็นประโยชน์จริงๆ จะต้องปกครองด้วยหลักนิติธรรม ถ้าผู้ปฏิบัติตามกฎหมายไม่ออกนอกหลักนิติธรรม จะไม่เกิดเหตุการณ์ปี 2549 และ 2557&amp;quot; ประธานสภาฯ กล่าว
ประธานสภาฯ กล่าวอีกว่า รัฐธรรมนูญ 2560 นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ประกาศว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับแก้คอร์รัปชัน แต่จริงๆ มันไม่ใช่ แม้รัฐธรรมนูญกำหนดโครงสร้างและเงื่อนไข แต่หากผู้ปฏิบัติละเมิดและไม่ปฏิบัติ ผลที่อยากให้เกิดขึ้นมันก็จะไม่เกิด รัฐธรรมนูญของไทยรับมาจากต่างประเทศมาก แต่เจ้าของเมื่อมาเห็นก็บอกว่าปัจจุบันไม่ได้ใช้แล้ว เช่น ทูตเยอรมนีมาพบและบอกว่าเคยมีประสบการณ์ มีพรรคการเมืองเกิดขึ้นมากมาย มีเสียงไม่กี่เสียงก็ได้เป็น ส.ส. แต่ปัจจุบันได้ยกเลิกไปแล้ว ส่วนของเราที่มีพรรครัฐบาล 15-16 พรรค และฝ่ายค้าน 7 พรรค ไม่ได้เป็นปรากฏการณ์ที่ได้เห็นมากนัก
อย่าหักด้ามพร้าด้วยเข่า
&amp;quot;ผมเป็นหนึ่งในคนที่ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ถ้าจะแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญก็เป็นสิ่งที่ควรทำ แต่สิ่งแรกที่ควรทำคือ อย่าเพิ่งไปหักด้ามพร้าด้วยเข่า ล้มให้หมด พังให้หมด มันไม่เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง เราต้องมาคุยกันว่าประชาธิปไตยในความปรารถนาของเราคืออะไร เราควรมีสภากี่สภา มีวุฒิสภาไหม หรือวุฒิสภาควรมีบทบาทอะไร ควรมาจากระบบแต่งตั้งหรือเลือกตั้งอย่างไร เพราะหน้าที่แต่ละคนไม่เหมือนกัน&amp;quot; นายชวนกล่าว
สำหรับประเด็นการตั้ง กมธ.วิสามัญศึกษาปัญหาและแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น นายเทวัญกล่าวว่า ในวันที่ 6 พ.ย. ที่จะประชุมวิปรัฐบาลจะส่งตัวแทนไปคุยกับนายวิรัช รัตนเศรษฐ ในฐานะประธานวิปรัฐบาล ก่อนการประชุม ครม. เพื่อจะได้รับทราบว่ามีเรื่องไหนบ้าง เพื่อนำเข้ารายงานต่อที่ประชุม ส่วนในสัดส่วน กมธ.นั้น ขณะนี้ ครม.ยังไม่ได้วางตัวบุคคลไว้ เพราะต้องรอความชัดเจนตัวเลขสัดส่วนที่ชัดเจน และเมื่อทราบข้อมูลแล้วจะได้นำรายงานต่อ ครม. เพื่อให้พิจารณาและมีมติมอบหมายบุคคลไปทำหน้าที่ดังกล่าว
เมื่อถามถึงกระแสข่าวการเสนอชื่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ และอดีตหัวหน้าพรรค ปชป. ให้เป็นประธาน กมธ.ชุดนี้ นายเทวัญกล่าวว่า ยังไม่ทราบ และยังไม่เห็นว่านายอภิสิทธิ์ออกมาพูดถึงเรื่องนี้แต่อย่างใด ส่วนผู้จะเป็นประธาน กมธ.ต้องมาจากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ซึ่งเป็นแกนนำรัฐบาลหรือไม่นั้น ต้องรอให้วิปรัฐบาลประชุมกันก่อน และต้องให้เป็นเรื่องหารือกันระหว่างในที่ประชุมสภา โดยยังไม่แน่ใจว่าจะตั้ง กมธ.ชุดนี้ได้เมื่อใด แต่ก็มีกระแสข่าวว่าอาจเป็นในสัปดาห์หน้า ทั้งนี้ต้องรอดูที่ประชุมรัฐสภาและวิปรัฐบาลต่อไป
รายงานข่าวจาก พปชร.เผยว่า ในส่วนของการตั้ง กมธ. เบื้องต้นจะแบ่งตามสัดส่วนพรรคการเมือง โดยคาดว่าพรรค พปชร.ได้ 8-9 ที่นั่ง โดยจะทาบทามบุคคลภายนอกเข้ามาร่วมประมาณ 4-5 &amp;nbsp;คน ร่วมกับ ส.ส.ระดับแกนนำพรรคที่อาวุโส และมีประสบการณ์ทางการเมือง อาทิ นายวิเชียร ชวลิต ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ เป็นต้น สำหรับบุคคลที่จะมาทำหน้าที่ประธาน กมธ.นั้น ตามมารยาทนั้นต้องเป็นคนของพรรคแกนนำรัฐบาล ทั้งนี้ กมธ.ชุดนี้เป็นเพียงแต่ศึกษาว่าจะแก้รัฐธรรมนูญหรือไม่ และถ้าต้องแก้จะแก้ในมาตราใด ก่อนส่งผลรายการงานการศึกษาเสนอต่อที่ประชุมสภาต่อไป&amp;nbsp;
นายชวนกล่าวถึงกระแสข่าวการเสนอชื่อนายอภิสิทธิ์เป็นประธาน กมธ.วิสามัญฯ ว่าเป็นเรื่องของสภา ไม่ขอแสดงความเห็นเรื่องนี้ แม้ล่าสุดได้เจอกับนายอภิสิทธิ์ในวันคล้ายวันเกิดของศาสตราจารย์เกียรติคุณ นพ.อรรถสิทธิ์ เวชชาชีวะ บิดาของนายอภิสิทธิ์ ก็ไม่ได้พูดคุยกันเรื่องดังกล่าว และหลังจากวันนั้นก็ไม่ได้พูดเรื่องนี้อีก
ขณะที่พรรค ปชป.มีการประชุม ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์เพื่อพิจารณาเรื่องดังกล่าว โดยนายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรค ปชป. แถลงผลการประชุมว่า ที่ประชุมได้พิจารณาแล้วเห็นว่าญัตติการศึกษาปัญหาและแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องสำคัญ ที่ประชุมจึงมีมติ ดังนี้ 1.สนับสนุนให้ตั้ง กมธ.ดังกล่าว 2.ที่ประชุมมีมติพร้อมสนับสนุนนายอภิสิทธิ์เป็นประธาน กมธ.วิสามัญชุดนี้ และยังมอบหมายให้นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช ในฐานะประธานวิปพรรค ปชป. ไปพูดคุยทำความเข้าใจกับวิปรัฐบาล พรรคร่วมรัฐบาล และพรรคการเมืองอื่นๆ เพื่อให้ทุกพรรคเห็นพ้องต้องกัน เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องได้รับความเห็นชอบจากทุกฝ่าย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สัดส่วน กมธ.ชุดนี้ ปชป.ได้รับโควตา 4 คน ดังนั้นหลังกรณีนายอภิสิทธิ์ ก็เหลืออีก 3 คน ซึ่งพรรคจะพิจารณาคัดสรรต่อไป เพราะคาดว่าที่ประชุมสภาจะมีมติตั้ง กมธ.ได้ในสัปดาห์หน้า &amp;nbsp;ส่วนที่พรรค พปชร.คัดค้านนายอภิสิทธิ์เป็นประธานนั้น ที่ประชุมไม่ได้หารือกัน เพราะถือเป็นสิทธิ์ของเขา ซึ่งเราไม่ก้าวล่วงพรรคอื่น&amp;rdquo; นายราเมศระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวจากคนใกล้ชิดของนายอภิสิทธิ์ระบุว่า นายอภิสิทธิ์ได้รับข้อเสนอนี้แล้ว ส่วนรายชื่อของผู้ที่จะเป็น กมธ.อีก 3 คนยังไม่ชัดเจน เพราะส่วนหนึ่งต้องการให้นายอภิสิทธิ์คัดเลือกเอง แต่ที่ประชุมได้วางหลักเกณฑ์ว่าต้องเป็นผู้มีความรู้ความชำนาญด้านกฎหมายและรัฐธรรมนูญ เช่น นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และอดีตหัวหน้าพรรค, นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรค เป็นต้น โดยไม่พิจารณาแบ่งตามรายภาค
ส่วนความเห็นของพรรคฝ่ายค้านนั้น นพ.ชลน่านระบุว่า ยังไม่ได้รับแจ้งมาว่าจำนวนของ กมธ.เป็นเท่าไหร่ แต่เราเห็นว่าสัดส่วนของ กมธ. 49 คนนั้นเหมาะสม มาจากรัฐมนตรี 12 คน ฝ่ายค้าน 19 คน และรัฐบาล 18 คน
น.อ.อนุดิษฐ์กล่าวเช่นกันว่า 49 คนเป็นจำนวนที่เหมาะสม แต่หากรัฐบาลเห็นว่าควรเพิ่มก็ต้องมาพูดคุยกัน โดยเมื่อรวมจำนวนกัน ฝ่ายค้านจะมีจำนวนน้อยกว่ารัฐบาล ดังนั้นรัฐบาลจะเป็นตัวตั้งสำคัญในการเสนอใครขึ้นมาเป็นประธาน กมธ.ชุดนี้
เมื่อถามว่าดูเหมือนพรรค พปชร.ไม่สนับสนุนนายอภิสิทธิ์เป็นประธาน น.อ.อนุดิษฐ์กล่าวว่า เป็นเรื่องของพรรคการเมืองแต่ละพรรค เมื่อมีการตั้ง กมธ.แล้ว การออกสิทธิ์ลงมติเลือกประธาน กมธ.จะไม่ใช่เรื่องของพรรคการเมืองแล้ว แต่จะเป็นเรื่องของ กมธ. ซึ่งส่วนของพรรค พท.นั้นก็มีบุคลากรที่เหมาะสม อาทิ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา, นายโภคิน พลกุล และนายชัยเกษม นิติสิริ ที่เชี่ยวชาญด้านกฎหมายเข้าไปทำหน้าที่เป็น กมธ.ได้
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรค พท. มองว่า พปชร.ตั้งใจตีรวนตั้งแต่ยังไม่ได้ตั้ง กมธ. ซึ่งไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมาย เพราะชนชั้นใดร่างรัฐธรรมนูญก็เพื่อชนชั้นนั้น เพราะถึงขั้นเปิดปากรับสารภาพว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ดีไซน์มาเพื่อให้พรรค พปชร.เป็นรัฐบาลเท่านั้น ถ้าไม่ได้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ โอกาสที่จะได้เป็นรัฐบาลคงไม่มี ผู้ที่ได้รับประโยชน์สูงสุดจากรัฐธรรมนูญก็ต้องพิทักษ์หวงแหนอย่างถึงที่สุด จนเริ่มมีปฏิบัติการไอโอในลักษณะว่า ถ้าแก้รัฐธรรมนูญเมื่อไหร่ ความขัดแย้งรอบใหม่จะกลับมา ซึ่งไม่น่าจะเป็นความจริง
ส้มหวานห้ามรัฐบาลนั่ง กมธ.
&amp;ldquo;ตอนร่างโฆษณาเกินจริงว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกง แต่พอใช้จริงเป็นแค่รัฐธรรมนูญฉบับปราบโกงเก๊ คือปราบโกงได้ไม่จริง หรือปราบโกงแบบเลือกปฏิบัติหรือไม่ หากปล่อยให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีผลบังคับใช้ต่อไป นอกจากความขัดแย้งจะไม่ลดลง กลับจะเพิ่มขึ้น ทุกฝ่ายควรลดเงื่อนไข เพื่อนำไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นรัฐธรรมนูญของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง&amp;quot; นายอนุสรณ์กล่าว
นายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) กล่าวว่า หากเสียงข้างมากของสภาโหวตให้ตั้ง กมธ.ชุดนี้ คงแบ่งตามสัดส่วนเดิม อนค.ได้ประมาณ 6 ที่นั่ง แต่ทั้งนี้ต้องดูที่ประชุมว่าจะเสนออย่างไร แต่ ครม.ไม่ควรมีส่วนเสนอชื่อคนที่จะเข้ามาใน กมธ.ชุดนี้ เพราะมีความแตกต่างจาก กมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 เพราะรัฐมนตรีมีส่วนเกี่ยวข้องกับการบริหารงบประมาณ แต่รัฐธรรมนูญเป็นเรื่องของสภา ดังนั้น ส.ส.ควรเป็นผู้เสนอชื่อแทน ซึ่งพรรค อนค.จะได้ 6 ที่นั่ง ซึ่งจะมีทั้ง ส.ส.และบุคคลภายนอก เช่น อดีตนักการเมือง นักวิชาการ และนักรณรงค์ที่เคลื่อนไหวในประเด็นนี้ และยืนยันว่าบุคคลทั้งหมดจะไม่มีความเกี่ยวข้องกับคนที่ร่างรัฐธรรมนูญหลังรัฐประหาร เบื้องต้นยังไม่ได้ตกลงกันอย่างชัดเจน
&amp;quot;ต้องยอมรับว่าที่ผมมาเป็น ส.ส.ก็เพื่อเข้ามาผลักดันเรื่องกฎหมายและการแก้รัฐธรรมนูญ คิดว่าจะเสนอตัวเองเข้าไปนั่งใน กมธ.ชุดนี้ด้วย&amp;quot; นายปิยบุตรกล่าว และว่า ส่วนนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคนั้น เบื้องต้นได้พูดคุยกัน แต่นายธนาธรเองติดภารกิจในฐานะที่ปรึกษา กมธ.งบอยู่&amp;nbsp;
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า พรรค พปชร.อยากให้ตำแหน่งประธาน กมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญมาจาก ส.ส.ของพรรค พปชร.นั้น นายปิยบุตรกล่าวว่า ในท้ายที่สุดการตัดสินว่าใครจะได้เป็นประธานก็จะอยู่ที่ กมธ.ทั้งหมดลงมติเลือก ตามที่ผ่านมาก็มักตกลงกันได้ก่อน แต่หากตกลงกันไม่ได้ก็คงต้องลงมติ ไม่มีกติกาบอกว่าตำแหน่งประธานจะต้องมาจากพรรคการเมืองซีกรัฐบาล เพราะพรรครัฐบาลมีหลายพรรค และพรรคการเมืองที่ได้ ส.ส.เป็นอันดับหนึ่งในสภาคือพรรค พท.&amp;nbsp;
ต่อข้อถามว่า ช่วงที่ผ่านมามีการเสนอชื่อนายอภิสิทธิ์มานั่งตำแหน่งประธาน กมธ. นายปิยบุตรตอบว่า สิ่งสำคัญในตอนนี้คือการตั้ง กมธ.ให้ได้ก่อน ถ้าประเด็นการแก้รัฐธรรมนูญถูกเปลี่ยนไปโฟกัสว่าใครเป็นประธาน สังคมก็อาจคลางแคลงใจว่าไม่มุ่งเน้นประเด็นการแก้รัฐธรรมนูญ แต่ไปถกเถียงตีกันว่าใครจะเป็นประธาน เราควรทำให้ กมธ.ชุดนี้เกิดขึ้นให้ได้ เพื่อผลักดันในนามของสภาต่อไป ที่จะทำให้สังคมเข้าใจว่าเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญไม่ใช่เรื่องของพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง หากเราหาฉันทามติร่วมกันได้ก็จะเป็นผลงานร่วมกัน ที่เห็นพ้องต้องกันว่าจะแก้ในประเด็นใดบ้าง และสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ก็จะถูกแรงกดดันว่าต้องเอาด้วย
ด้านนายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว. กล่าวถึงกรณี ส.ส.พยายามเร่งผลักดันให้เร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ส.ว.ยังไม่มีความพร้อมให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ เนื่องจาก 1.ข้อเสนอที่จะขอให้แก้ไขรัฐธรรมนูญยังไม่ชัดเจนว่าจะแก้ไขประเด็นใด 2.ยังไม่เห็นปัญหาของการใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ 3.ส.ว.ยังมีหน้าที่ต้องควบคุมดูแลความเรียบร้อยในช่วงเปลี่ยนผ่านประเทศ 5 ปีให้ดำเนินไปด้วยดี ดังนั้นจะต้องรอดูความชัดเจนจากฝ่ายการเมืองก่อน&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ส.ว.ยังไม่ผลีผลามไปเข้าร่วมหรือเสนอความเห็นใดๆ เกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะต้องมีความรอบคอบ เนื่องจากต้องใช้เสียง ส.ว. 1 ใน 3 ร่วมออกเสียงในการแก้รัฐธรรมนูญวาระ 1 และ 3 ซึ่งขณะนี้ กมธ.การเมืองของวุฒิสภาก็เฝ้าติดตามประเด็นการแก้รัฐธรรมนูญต่างๆ ของฝ่าย ส.ส.อยู่ แต่เห็นว่ายังไม่มีความจำเป็นต้องแก้ไขในขณะนี้ และที่สำคัญประเด็นที่จะแก้ไขต้องเป็นประโยชน์อย่างแท้จริง ไม่ใช่เรื่องการลิดรอนอำนาจ ส.ว. ถ้าเสนอมาแบบนี้ ส.ว.ไม่ร่วมมือแน่นอน เพราะ ส.ว.มีหน้าที่รับผิดชอบบ้านเมืองในช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปีให้ดำเนินไปด้วยความสงบเรียบร้อย ไม่ใช่เรื่องหวงอำนาจแต่อย่างใด&amp;rdquo; นายเสรีระบุ
นายอุดม รัฐอมฤต อดีตโฆษกกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวว่า เป็นเรื่องปกติที่ในสภาจะมีคนที่เห็นด้วยและเห็นต่าง ซึ่งในทางปฏิบัติต้องดูว่าสิ่งที่ควรแก้ไขเป็นไปเพื่อประโยชน์ของส่วนรวมหรือไม่ เพราะเท่าที่ฟังดูหลายเรื่องเป็นเรื่องที่สังคมวิพากษ์วิจารณ์ เช่น ระบบเลือกตั้งแบบบัตรใบเดียว หรือการโหวตเลือกนายกฯ ส่วนตัวเห็นว่าการแก้รัฐธรรมนูญต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพราะรัฐธรรมนูญ 2560 เกิดขึ้นมาจากความขัดแย้งและบทเรียนในอดีต ดังนั้นต้องสร้างบรรทัดฐานในการทำงานบางเรื่อง เพื่อไม่ให้กลับไปสู่วังวนเดิมๆ ในอดีตที่เสียงข้างมากใช้อำนาจเพื่อผลประโยชน์ของตัวเองและพวกพ้อง &amp;nbsp;
&amp;ldquo;การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญกับการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับเป็นคนละเรื่องกัน เพราะขณะนี้กระแสการแก้ไขรัฐธรรมนูญมีทั้งการแก้รายประเด็น และตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ ส.ส.ร.เพื่อแก้ไขทั้งฉบับ ซึ่งการแก้ไขทั้งฉบับอาจเป็นการถอยหลังไปนับหนึ่งใหม่ และอาจสร้างความขัดแย้งในสังคม จึงอยากให้ทุกฝ่ายให้เวลากับการใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ก่อน เพราะอย่าลืมว่าในช่วงร่างรัฐธรรมนูญ 2560 ไม่ได้เกิดขึ้นจากคน 21 คน แต่เปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายแสดงความคิดเห็น และใช้งบประมาณค่อนข้างมาก ซึ่งหลายเรื่องอดีตผู้ร่างรัฐธรรมนูญไม่ได้คิดไปเอง แต่เป็นความเห็นจากประชาชนที่ไปรับฟังความคิดเห็นมาล่วงหน้า ส่วนที่เพิ่มเติมเข้ามาจนทำให้มีผู้ไม่พอใจก็ต้องพูดคุยกัน แต่คงไม่จำเป็นต้องทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ&amp;rdquo; นายอุดมกล่าว.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49612</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.แก้รัฐธรรมนูญ, ชวน หลีกภัย, นั่งประธาน กมธ., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อภิปรายไม่ไว้วางใจ, อภิสิทธิ์ เวชาชีวะ, เตือนแก้รัฐธรรมนูญไม่ควรหักด้ามพร้าด้วยเข่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191105/image_big_5dc1844ab5cf7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17127</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2018 12:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2018 11:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยุคใหม่! &#039;มาร์ค&#039; ประกาศโรดแมปหยั่งเสียงเลือกหัวหน้าพรรคปชป.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ย. 61 - นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กเพจ Abhisit Vejjajiva&amp;nbsp; ระบุว่า ประชาธิปัตย์ยุคใหม่กับการเลือกหัวหน้าพรรคโดยสมาชิก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่วงนี้มีการนำเสนอข่าวเกี่ยวกับเลือกตั้งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์มากขึ้น จึงขอใช้พื้นที่ตรงนี้อธิบายที่มาที่ไปของเรื่องนี้ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเคยประกาศแนวคิดที่จะให้สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์มีโอกาสเลือกหัวหน้าพรรค ตั้งแต่เดือนเมษายนซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ &amp;ldquo;ประชาธิปัตย์ยุคใหม่&amp;rdquo; พร้อมกับเป็นการยืนยันความเป็นสถาบันการเมืองของพรรคในระบบประชาธิปไตยของไทย&amp;nbsp; ความเป็นประชาธิปไตยต้องเริ่มต้นตั้งแต่ภายในพรรค&amp;nbsp; พรรคการเมืองต้องไม่มีใครคนใดคนหนึ่งเป็นเจ้าของ พรรคประชาธิปัตย์พิสูจน์เรื่องนี้มากว่า ๗๐ ปี จึงยืนหยัดมาได้ เราเป็นพรรคการเมืองเดียวที่มีการแข่งขันเลือกตั้งหัวหน้าพรรคอย่างจริงจังมาหลายครั้ง ปัจจุบันข้อบังคับของพรรคกำหนดให้ที่ประชุมใหญ่ซึ่งประกอบไปด้วย ส.ส. และประธานสาขาพรรคเป็นหลัก เป็นผู้มีสิทธิเลือกหัวหน้าพรรค ซึ่งก็สอดคล้องกับกฎหมายใหม่ที่ออกมาอยู่แล้ว&amp;nbsp; แต่ผมมองว่าประชาธิปัตย์สามารถเป็นผู้นำและมีความก้าวหน้ากว่านี้ได้ โดยเฉพาะสถานการณ์ปัจจุบันทำให้มีเหตุผลเพิ่มเติมคือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;bull; การปฏิรูปการเมืองที่ดำเนินการโดย คสช. ในเรื่องนี้ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง ความพยายามที่จะให้สมาชิกพรรคมีส่วนร่วมในเรื่องต่าง ๆ เช่น การหยั่งเสียงเบื้องต้นเพื่อคัดเลือกผู้สมัคร ส.ส. กำลังจะวนกลับไปสู่ที่เดิม ขณะที่การแสดงตัวเป็น &amp;ldquo;เจ้าของ&amp;rdquo; ของพรรคการเมืองต่าง ๆ ทั้งใหม่และเก่าก็ยังชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;bull; คำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ มีผลให้สาขาพรรคกว่า ๑๕๐ สาขาทั่วประเทศถูกยุบ ทำให้องค์ประกอบของที่ประชุมใหญ่ขาดความหลากหลายและความเป็นประชาธิปไตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;bull; สี่ปีที่ไม่มีการดำเนินกิจกรรมทางการเมือง ในขณะที่ความเปลี่ยนแปลงในสังคมโลกและในประเทศ เกิดขึ้นอย่างมากมายและรวดเร็ว ทำให้มีความจำเป็นที่จะให้สมาชิกพรรคและประชาชนในวงกว้างเข้ามามีส่วนร่วม มากกว่าการปล่อยให้การกำหนดตัวผู้บริหารและทิศทางของพรรค จำกัดอยู่เฉพาะกลุ่มอดีต ส.ส.และผู้บริหารพรรคในปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;bull; ในอดีตเราไม่มีเครื่องอำนวยความสะดวกให้สมาชิกมีส่วนร่วมอย่างนี้ได้ แต่ในปัจจุบันการลงคะแนนผ่านโทรศัพท์มือถือทำได้ไม่ยากแล้ว การหยั่งเสียงเลือกตั้งครั้งนี้พรรคจะให้สามารถทำได้โดยใช้แอปพลิเคชันผ่านทางโทรศัพท์ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคครั้งนี้ของประชาธิปัตย์ จึงเป็นก้าวสำคัญอีกก้าวหนึ่งของระบบการเมืองไทย ซึ่งผมหวังว่ากระบวนการนี้จะเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ การแข่งขันที่จะเกิดขึ้น ไม่ควรถูกมองว่าเป็นเรื่องของความขัดแย้ง เพราะหากมองเช่นนั้นเท่ากับเป็นการไม่สนับสนุนให้เกิดกระบวนการประชาธิปไตยในพรรคการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม โดยที่กฎหมายพรรคการเมืองยังไม่ได้รองรับเรื่องนี้ไว้ พรรคประชาธิปัตย์จึงจำเป็นจะต้องแก้ไขข้อบังคับให้ที่ประชุมใหญ่ของพรรคซึ่งกฎหมายยังกำหนดให้เป็นผู้เลือกหัวหน้าพรรค จะต้องรับฟังผลของการหยั่งเสียงจากสมาชิก ซึ่งผมมั่นใจว่าที่ประชุมใหญ่จะทำเช่นนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกรอบเวลาการดำเนินการในเรื่องนี้จะเป็นไปตามแผนภาพข้างล่างนี้ ส่วนรายละเอียดต่าง ๆ เกี่ยวกับวิธีการนั้นจะได้เล่าให้ฟังในโอกาสต่อไปครับ.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17127</URL_LINK>
                <HASHTAG>มาร์ค อภิสิทธิ์, หัวหน้าปชป., หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์, อภิสิทธิ์ เวชาชีวะ, เลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171130/5a20280f860b5.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14466</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บันทึกหน้า4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไทยโพสต์ &amp;quot;อิสรภาพแห่งความคิด&amp;quot; หลังจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่ถูกศาลฎีกาตัดสินจำคุก 5 ปี ในคดีจำนำข้าวแล้วหลบหนีไปเกือบปี ล่าสุดสถานเอกอัครราชทูตไทยในสหราชอาณาจักร ได้ส่งจดหมายลงวันที่ 5 ก.ค.2561 เพื่อร้องขอต่อทางการอังกฤษให้ส่งตัว อดีตนายกฯ หนีคุก กลับมาประเทศไทย ตามสนธิสัญญาปี 1911 ที่ว่าด้วยการส่งตัวอาชญากรผู้หลบหนีคดีกลับประเทศ แม้เชื่อว่า ยิ่งลักษณ์ พักอยู่ในอังกฤษ และยืนยันคำร้องไม่เกี่ยวพันกับความผิดทางการเมืองหรือทหาร แต่นักโทษหนีคุกก็ยกเหตุกระบวนการยุติธรรมไทยไม่ได้มาตรฐานร้องต่อศาลไม่ให้ส่งตัว ฟันธงได้ว่าไม่ได้ตัวเธอกลับมาแน่ ซึ่งฝ่ายความมั่นคงไทยก็ไฟเขียวให้เธอออกไปเอง วันนี้ทางการไทยก็แอคอาร์ตกันไปพอเป็นพิธี สองพี่น้องตระกูลชินวัตรคงต้องระเหเร่ร่อนอยู่ต่างประเทศจนกว่าชีวิตจะหาไม่...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนที่ นายนคร มาฉิม อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) อ้างว่า ปชป.สมคบคิดให้ทหารยึดอำนาจใช้กระบวนการยุติธรรมในมือตัดสินเอาผิด ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะต้องไม่อยู่ในประเทศ ก็เป็นความจริงแค่ครึ่งเดียว เพราะ ระบอบทักษิณ โกงทั้งโคตร สมคบคิดทำร้ายสถาบันหลักของชาติ ประชาชนที่รักชาติบ้านเมืองก็มีความชอบธรรมที่จะสมคบคิดกำจัดระบอบทักษิณเหมือนกัน ส่วนที่กระบวนการยุติธรรมตัดสินเอาผิดนั้นก็เพราะ ทักษิณ ทุจริตคอร์รัปชันมโหฬารมีหลักฐานเป็นที่ประจักษ์ ยิ่งลักษณ์ ก็ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ให้เกิดการทุจริตโครงการจำนำข้าว ศาลฎีกาฯ ตัดสินแล้วกลับหลบหนีไปเอง ทหารยึดอำนาจก็มาจากความขัดแย้งและวิกฤติของบ้านเมืองที่ระบอบทักษิณเป็นต้นเหตุ ที่ นายนคร เพิ่งมาโวยวายก็เพียงต้องการเอาใจทักษิณ หลังจากย้ายสังกัดแล้วอยากได้รับปูนบำเหน็จเหมือนคนอื่นๆ อย่างที่ว่านั่นแหละ...0 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทางด้าน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ปชป.ได้มอบหมายให้ทีมกฎหมายฟ้องดำเนินคดีหมิ่นประมาทกับนายนครแล้ว เพราะเป็นเรื่องเท็จทำให้พรรคเสียหาย และจะดูความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดทางคอมพิวเตอร์เพิ่มเติม เพราะมีโทษรุนแรงกว่า พร้อมท้าให้นายนครเปิดหลักชั้นศาลได้เลย โดย นายรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าทีมกฎหมาย จะแถลงรายละเอียดในวันที่ 1 ส.ค.นี้ แหม! ก็เล่นกล่าวหา ปชป.รุนแรงขนาดนั้น จะไม่เอาความก็จะหาว่าไม่กล้าสู้ความจริง แต่เมื่อเรื่องขึ้นสู่ศาล แรงกระเพื่อมก็ตกที่ ปชป.อีก ก็ไม่รู้งานนี้จะได้ไม่คุ้มเสียหรือเปล่า...0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ข่าวคดีอาชญากรรมในเมืองไทยเกิดขึ้นแทบทุกวัน สะท้อนว่าคนเราไม่กลัวบาป เหตุส่วนหนึ่งก็เพราะวงการสงฆ์เสื่อม รวมทั้งไม่เกรงกลัวกฎหมาย เพราะกระบวนการยุติธรรมก็เสื่อมเหมือนกัน ซึ่งเป็นเรื่องน่าอัปยศอดสูอย่างยิ่งเมื่อเกิดเหตุคนตายผิดธรรมชาติ ต้องให้ญาติผู้เสียหายแบกโลงศพมาเรียกร้องหาความยุติธรรมกับส่วนกลาง ทั้งที่กองปราบ-สตช. เพราะประชาชนไม่เชื่อมั่นการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจในท้องที่ แล้วจะมีตำรวจไว้ทำไม? ปัญหาสำคัญมาจากการสอบสวนคดีที่ไม่สุจริตหรือไม่ก็ไร้ประสิทธิภาพ ผลพวง &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.ออกคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 7/2559 ยุบแท่งพนักงานสอบสวน จนเกิดวิกฤติระบบงานสอบสวน สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนไม่รู้จบ ถึงเวลา บิ๊กตู่ ต้องไถ่บาป ด้วยการเร่งปฏิรูปตำรวจในรอบใหม่ให้ถูกต้อง...0&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับการปฏิรูปตำรวจชุด นายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน ถือว่ามีความก้าวหน้า นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษกคณะกรรมการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ไม่ต้องกลัวซ้ำร้อยอีก ถ้ามีแนวทางปฏิรูปที่จะทำให้ประชาชนได้รับความยุติธรรม หากเสนอไปแล้ว ครม.-สนช.ล้มกระดานอีก บิ๊กตู่ จะต้องรับผิดชอบตอบคำถามกับประชาชนเอาเอง แต่ หลักเกณฑ์การแต่งตั้งและโยกย้ายข้าราชการตำรวจตามหลักอาวุโส ที่เพิ่งประกาศใช้ กลับไม่มีอะไรใหม่ เป็นมวยล้มต้มคนดู ยังพิจารณาลำดับอาวุโสร้อยละ 33 เหมือนเดิม แล้วอีกร้อยละ 67 ก็ไม่ได้ใช้หลักอาวุโส ระยะเวลาดำรงตำแหน่งในแต่ละระดับก็มีอยู่แต่เดิมแล้ว ที่อ้างความรู้ความสามารถ ก็ไม่มีเกณฑ์ชี้วัดเปิดช่องให้ผู้บังคับบัญชาใช้ดุลยพินิจตามอำเภอใจ ขัดต่อเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ ถ้าผู้อาวุโสใน 67% ถูกข้ามหัวต้องพร้อมใจร้องศาลปกครองให้เป็นคดีตัวอย่าง มีชัย-คำนูณ ต้องกล้ายืดหยัดในแนวทางที่ถูกต้อง อย่าไปสนใจว่าตำรวจจะว่าอย่างไร แต่สำคัญว่าประชาชนจะได้อะไรมากกว่า!...0&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14466</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำนูณ สิทธิสมาน, นคร มาฉิม, บันทึกหน้า4, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, มีชัย ฤชุพันธุ์, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, ระบอบทักษิณ, วิรัตน์ กัลยาศิริ, อภิสิทธิ์ เวชาชีวะ, แซมซาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2df4ed2a690-2.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
