<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>37984</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/06/2019 12:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/06/2019 12:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ท่านใหม่&#039;ชื่นชม-เสียดาย&#039;มาร์ค&#039;ลาออกพ้นส.ส.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 มิ.ย.62 - ม.จ.จุลเจิม ยุคล หรือ &amp;quot;ท่านใหม่&amp;quot; โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า &amp;nbsp;&amp;quot;ขอชื่นชม ใน spirit และเสียดายที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ประกาศลาออกจากตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37984</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท่านใหม่, ม.จ.จุลเจิม ยุคล, มาร์ค อภิสิทธิิ์, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, อภิสิทธิ์ลาออกจากส.ส.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190209/image_big_5c5e3439ba9fb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37748</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2019 16:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2019 16:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เจี๊ยบ&#039;วีนข้ามพรรคฉอดๆใส่&#039;มาร์ค&#039;ลาออกพ้นส.ส. ไม่ทำให้&#039;ปชป.&#039;พ้นข้อหาตระบัดสัตย์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 มิ.ย.62 - ร.ท.หญิงสุณิสา ทิวากรดำรง รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ลาออกจากส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ไม่ทำให้พรรคประชาธิปัตย์พ้นข้อหาตระบัดสัตย์ ไม่ได้การันตีว่า นาย อภิสิทธิ์ จะไม่ร่วมสังฆกรรมกับพรรคประชาธิปัตย์อีก ตราบใดที่นายอภิสิทธิ์ ยังไม่ได้ลาออกจากความเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ หรือต่อให้ลาออกจากสมาชิกพรรคไปแล้ว ก็ยังกลับมาช่วยรีแบรนด์พรรคประชาธิปัตย์ได้อีกในการเลือกตั้งครั้งหน้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จะเห็นว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้สูญเสียอะไร แม้นายอภิสิทธิ์ จะลาออกไป แต่พรรคก็ยังมีเก้าอี้ ส.ส. เท่าเดิม คือ 53 ที่นั่ง &amp;nbsp;ในการเลือกตั้งครั้งหน้า ยังสามารถเปลี่ยนกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ได้ เพื่อเลี่ยงบาลีว่า การตระบัดสัตย์ร่วมรัฐบาลเผด็จการเป็นมติของกรรมการบริหารพรรคชุดเก่า เมื่อมีกรรมการบริหารชุดใหม่ก็ถือว่าล้างไพ่ใหม่แล้ว และอาจนำนายอภิสิทธิ์ มาปัดฝุ่น ใช้เป็นจุดขายในการเลือกตั้งครั้งหน้าได้อีก โดยอ้างถึงวีรกรรมที่ได้ลาออกจากตำแหน่งต่างๆ ไปแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นายอภิสิทธิ์ ไม่ได้ขาดทุนอะไร เพราะถึงอย่างไร นายอภิสิทธิ์ ก็รับตำแหน่งใด ๆ ในคณะรัฐมนตรีไม่ได้อยู่แล้ว นายอภิสิทธิ์ เคยเป็นนายกฯมาก่อน จะถอยไปรับตำแหน่งรองนายกฯ หรือจะเป็นแค่รัฐมนตรีธรรมดาได้อย่างไร จะเห็นได้ว่า เป็นเรื่องวิน-วินของทุกฝ่ายในพรรค อาจเป็นเหตุผลว่าทำไม นายอภิสิทธิ์ ยังลังเลที่จะลาออกจากความเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์&amp;quot;
&amp;nbsp;
รท.หญิงสุณิสากล่าวว่า การลาออกจากตำแหน่ง ส.ส. ของนายอภิสิทธิ์ ไม่ได้บ่งบอกเลยว่าพรรคประชาธิปัตย์ได้เกิดความสำนึกแล้วจริงๆ ว่าได้ทำอะไรผิดต่อประชาชน ตอนนี้ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนใหม่ ก็ยังโกหกสังคมซ้ำซาก อ้างว่าจำใจต้องร่วมรัฐบาล เพื่อปิดสวิตซ์ คสช. ทั้งๆที่ กำลังช่วย คสช. สืบทอดอำนาจไม่ใช่ การปิดสวิตซ์ คสช. อย่างที่ปากพูด แสดงว่าเงื่อนไข 3 ข้อ ในการร่วมรัฐบาล แค่เครื่องมือไว้ใช้แบล็คเมล์พรรคร่วมรัฐบาลในอนาคต เพื่อรักษาอำนาจในการต่อรองทางการเมืองเพราะมีเก้าอี้น้อยกว่าเท่านั้น สะท้อนให้เห็นว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้ล้มละลายทางความน่าเชื่อถือไปแล้ว และขาดความเป็นพรรคการเมืองที่ดี ถ้าเป็นพระก็ต้องถือว่าปาราชิกไปแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อให้นายอภิสิทธิ์ จะลาออกจากทุกตำแหน่งไปแล้ว ก็ไม่ทำให้พรรคประชาธิปัตย์รอดพ้นจากข้อหาตระบัดสัตย์ เพราะคำสัญญาก่อนเลือกตั้งของ นายอภิสิทธิ์ ย่อมส่งผลผูกพันคนทั้งพรรคประชาธิปัตย์ เพราะเป็นการพูดในนามพรรค แม้จะไม่มีผลบังคับทางกฎหมาย แต่มีผลต่อความน่าเชื่อถือในสายตาประชาชน เหมือนที่ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ อดีตนายกฯ เคยกล่าวไว้ว่า คำพูดนั้น ก่อนที่จะพูด เราเป็นนายมัน แต่เมื่อพูดออกไปแล้ว มันเป็นนายเราทันที.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37748</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปชป., ประชาธิปัตย์, มาร์คลาออก, สุณิสา ทิวากรดำรง, หมวดเจี๊ยบ, อภิสิทธิ์ลาออกจากส.ส.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181127/image_big_5bfcf64155b39.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37714</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2019 11:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2019 11:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คำต่อคำ &#039;อภิสิทธิ์&#039; ไขก๊อกพ้นส.ส.กับบาป 7 ประการ &#039;ที่ผมไม่สามารถทำบาปนั้นได้&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 มิ.ย.62 - &amp;nbsp;เมื่อเวลา 10.00 น. &amp;nbsp;นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงภายกหลังการประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร ว่า ก่อนการเลือกตั้ง24 มีนาคม ที่ผ่านมา ผมได้แสดงจึงยืนยันกับคนไทยทั้งประเทศว่า ไม่สนับสนุนการร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย และไม่สนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีหลังการเลือกตั้ง ซึ่งการแสดงจุดยืนดังกล่าวในขณะนั้นอยู่ในฐานะหัวหน้าพรรค ซึ่งผมมั่นใจว่ามีความสอดคล้องกับอุดมการณ์พรรคที่ประกาศไว้ในวันก่อตั้งพรรค และสอดคล้องกับเป้าหมายของพรรค คือ ต้องการเห็นประชาชนเป็นใหญ่ ประชาธิปไตยสุจริต เพราะมั่นใจว่าเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับสถานการณ์ของประเทศในขณะนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม เมื่อผลการเลือกตั้งออกมา พรรคไม่ประสบความสำเร็จ ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ซึ่งได้แสดงความรับผิดชอบในฐานะหัวหน้าพรรคด้วยการลาออก แต่มีประชาชนเกือบ 4 ล้านคนตัดสินใจลงคะแนนให้กับพรรค โดยทราบถึงจุดยืนของหัวหน้าพรรคว่าในขณะนั้นว่าเป็นอย่างไร ผมถือโอกาสขอบคุณประชาชนเหล่านี้ที่สนับสนุนจุดยืนของผมและพรรคในขณะนั้น และสำนึกตลอดว่าเป็นหน้าที่ของผมที่ต้องทำจุดยืนเหล่านั้นให้เป็นจริงให้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้เลือกตั้งจะผ่านพ้นมา ผมยังยึดมั่นในจุดยืนนี้ โดยพยายามโน้มน้าวให้สมาชิกรักษาจุดยืนดังกล่าวไว้ จนถึงวันนี้ยังยืนยันจุดยืนเดิม เพราะมองว่าทั้งพฤติกรรมและเหตุการณ์จากวันที่ยืนยันจุดยืนจนถึงวันนี้ยังเป็นเครื่องยืนยันว่าประเทศชาติต้องการให้ประชาชนเป็นใหญ่ ประชาธิปไตยสุจริต ซึ่งสิ่งที่ได้ประสบมาในการเลือกตั้งทั้งการใช้อำนาจรัฐ อำนาจเงิน พฤติกรรมการได้มาในสิ่งต่างๆโดยมิชอบ จนถึงการกระทำอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช่น การสรรหาสว.การแทรกซึมในสื่อมวลชนบางแขนง การทำให้องค์กรอิสระไม่สามารถตรวจสอบ ทัดทานรักษาความถูกต้องตามกติกาได้ ซึ่งพฤติการณ์เหล่านี้เป็นสิ่งที่ผมยืนยันว่ายังมีอยู่จริง ทำให้การใช้คำว่าสืบทอดอำนาจไม่ใช่เป็นเพียงแค่วาทกรรมทางการเมือง แต่เป็นความจริงที่ไม่แตกต่างจากเหล่าอย่างที่เกิดขึ้นในปี 2548 ในวันที่ผมยืนหยัดต่อสู้กับสิ่งที่เรียกว่าระบอบทักษิณ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พฤติกรรมที่เหมือนกันหากนึกไม่ออกแนะนำให้อ่านหนังสือที่ชื่อว่า &amp;ldquo;Animal Farm&amp;rdquo;และจะได้ซาบซึ้งและเข้าใจว่าพฤติกรรม หรือพฤติการที่ต่อสู้กับบางสิ่งบางอย่าง แต่เมื่อได้อำนาจมาแล้วกลับทำเสมือนกันทุกประการเป็นอย่างไรผมหวังว่าจะไม่ต้องแนะนำให้อ่านหนังสือเล่มต่อไปของผู้เขียนหนังสือดังกล่าว ที่ชื่อ &amp;ldquo;1984&amp;rdquo; ขอให้ไปอ่านแล้วกันว่าเรื่องนั้นมีเนื้อหาอย่างไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวานผมใช้ความพยายามอย่างมากในการโน้มน้าวสมาชิกพรรคว่าควรจะเลือกเส้นทางใด ซึ่งขณะนี้ทุกคนทราบดีแล้วว่าพรรคมีมติสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรี และจะเข้าร่วมรัฐบาล ด้วยความเคารพมติของพรรค แต่ขอยืนยันว่าไม่เห็นด้วยกับมติดังกล่าว แต่ก็ได้บอกกับที่ประชุมไปแล้วว่าหากพรรคมีมติออกมาเป็นเช่นไร สมาชิกพรรคก็ควรต้องปฏิบัติตามเช่นนั้น ไม่มีการฝ่าฝืนมติของพรรค &amp;nbsp;ซึ่งที่ผมไม่เห็นด้วยเพราะยังแอบหวังลึกๆว่าสิ่งที่พรรคพยายามจะทำจะประสบความสำเร็จ นั่นคือการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยมายิ่งขึ้น รวมถึงความตั้งใจของเพื่อนๆในพรรคที่จะเข้าไปแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แอบหวังลึกๆว่าคนของพรรคที่จะไปพายเรือให้จะกลับใจสร้างประชาธิปไตยและธรรมาภิบาล แต่ที่ยืนยันในจุดเดิมของผมเพราะเสียดายโอกาสที่พรรคแม้ตอนนี้จะกลายเป็นพรรคขนาดกลาง สามารถที่จะสร้างพื้นที่ทางการเมืองที่เป็นประโยชน์กับประชาชนและประเทศชาติ ด้วยการทำหน้าที่เป็นฝ่ายที่3 ที่เป็นกลาง พร้อมตรวจสอบรัฐบาล อะไรที่ดีพรรคก็สามารถสนับสนุนได้ อะไรที่ไม่ดีพรรคก็สามารถตรวจสอบและมีความเป็นอิสระในการแสดงออกกับการไม่เห็นด้วย เป็นการถ่วงดุลการใช้อำนาจที่เกินขอบเขตและสร้างคุณค่าในฝ่ายนิติบัญญัติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันนี้ที่ผมเสียดายก็คือการสร้างพื้นที่ที่จะเริ่มต้นพื้นที่เล็กๆ แต่เติบโตต่อไปเพื่อเป็นทางสายหลักของประชาธิปไตย ไม่ปล่อยให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดแบบอ้างคำว่าประชาธิปไตยบังหน้า หรือเป็นเสื้อคลุม แต่ไม่มีพฤติการณ์ความเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง และเสียดายโอกาสที่จะไม่สามารถที่จะทำให้การเมืองไทยหลุดพ้นจากการถูกบีบบังคับด้วยการเลือกข้างด้วยอารมณ์ ด้วยความเกลียดเผด็จการ หรือด้วยการกลัวทักษิณ จึงต้องเรียนว่าความพยายามของผมเมื่อไม่ประสบความสำเร็จแล้วต้องตัดสินใจว่าการดำเนินการต่อไปของผมคืออะไร อย่างไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประการแรก คือขอโทษพี่น้องประชาชนทุกคนที่ตัดสินใจเลทือกพรรคที่ผ่านมา โดยเข้าใจว่าพรรคจะรักษาจุดยืนคำพูด และอุดมการณ์ของผมที่พูดไปในฐานะหัวหน้าพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประการที่สอง ในการทำหน้าที่ที่ผมจะต้องทำในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรในวันนี้ในการประชุมรัฐสภาวาระเลือกนายกรัฐมนตรี คงไม่สามารถเดินเข้าไปในห้องประชุมและเดินไปลงคะแนนด้วยการฝ่าฝืนมติของพรรคได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเป็นนักการเมืองที่สนับสนุนระบบพรรคการเมืองได้รับโอกาสจากพรรคประชาธิปัตย์ให้เป็นหัวหน้าพรรคกว่า10 ปี จึงทราบดีว่านักการเมืองจะต้องมีวินัย จะให้เดินเข้าแล้วออกเสียงว่าสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ ก็ทำไม่ได้ เพราะยิ่งใหญ่กว่ามติพรรคคือสัญญาประชาคมที่ตนให้ไว้กับประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกพรรคเมื่อวานนี้ที่พยายามเสนอทางออกให้กับผม คำว่าอยากจะช่วยรักษาเกียรติภูมิให้กับผม ด้วยการเสนอให้ผมงดออกเสียง แต่ผมได้ตอบกลับไปในที่ประชุมว่าพรรคคงไม่มีหน้าที่ต้องรักษาเกียรติภูมิให้กับคนหนึ่งคนใด แต่พรรคมีหน้าที่รักษาเกียรติภูมิให้พรรค ส่วนการรักษาเกียรติภูมิให้ผมเป็นหน้าที่ของผม ดังนั้นจึงปฏิเสธแนวทางในข้อยกเว้นเกี่ยวกับเรื่องงดออกเสียงในที่ประชุม &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามทราบดีว่าปัญหาทั้งหมดไม่ได้จบลงวันนี้ทุกสัปดาห์ผมต้องเผชิญกับปัญหานี้ตลอดเหมือนกันสัปดาห์ที่แล้วขอยอมรับว่าตลอด 27 ปีของการเป็นส.ส.ที่ผ่านมาไม่เคยอึดอัดในการลงมติเพื่อให้เลื่อนการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฏร ทั้งที่ไม่มีเหตุผลตอบกลับสังคม จึงขอถือโอกาสนี้ขอโทษกับประชาชน แต่ที่ทำไปเพราะไม่ต้องการฝืนมติพรรค และลดน้ำหนักกับการที่จะต้องไปต่อสู้ภายในพรรคเพื่อให้เดินไปในทิศทางที่ถูกต้องในเรื่องที่ใหญ่กว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นเมื่อถึงวันนี้แล้วผมเหลือทางเดียวที่จะรักษาเกียรติภูมิ ไม่ใช่เฉพาะผม แต่รวมถึงเกียรติภูมิของตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พรรคที่มีคำขวัญว่าสัจจังเว อมตะวาจา ที่จะต้องดรักษาคำพูดและรับผิดชอบกับคำพูดที่กล่าวไว้กับประชาชน เพราะการทำงานของผมนั้นยึดถืออุดมการณ์ และหลักการเป็นที่ตั้ง ไม่ใช่เป็นเรื่องของการเลื่อนลอย เพราะเชื่อว่าการมีอุดมาการณ์และหลักการเท่านั้นถึงจะสร้างประโยชน์สุขให้กับประชาชนและประเทศชาติในระยะยาวได้ มหาคานธีเคยส่งจดหมายให้หลาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พูดถึงบาป 7 ประการในสังคม หนึ่งในนั้นคือการเมืองปราศจากหลักการ ผมไม่สามารถทำบาปนั้นได้ ผมจึงจำเป็นที่จะต้องตัดสินใจลาออกจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ขอบคุณครับ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37714</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุดยืนทางการเมือง, ปชป., พรรคประชาธิปัตย์, มาร์คลาออกจากส.ส., สัญญษประชาคม, อภิสิทธิ์ลาออกจากส.ส., อภิสิทธิ์ไม่สนับสนุนพลเอกประยุทธ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190605/image_big_5cf738f85ef5f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
