<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>17221</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2018 16:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2018 16:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ยกระดับ“อีอีซี” ผ่านเน็ตเวิร์คอุตสาหกรรม (สถานีอีอีซี)</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานีอีอีซี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยกระดับ&amp;ldquo;อีอีซี&amp;rdquo;ผ่านเน็ตเวิร์คอุตสาหกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากภาครัฐพยายามผลักดันให้โครงพัฒนาพื้นที่พัฒนาพิเศษภาคตะวันออกหรืออีอีซีเกิดขึ้น ก็มีนักลงทุนทั้งชาวไทยและต่างชาติ ให้ความสนใจกันจำนวนมาก ในยามนี้ไม่ต้องบอกก็คงจะเป็นที่ทราบกันดีว่าเขตภาคตะวันออกเนื้อหอมมากขนาดไหน โดยเฉพาะเรื่องของราคาที่ดินก็ปรับตัวสูงขึ้นรับกระแสข่าวของอีอีซีมาพักใหญ่แล้วเช่นเดียวกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ &amp;ldquo;บริษัท บางกอกอินดัสเทรียลแก๊ส จำกัด&amp;rdquo; หรือ BIG ซึ่งเป็นการร่วมทุนระหว่างผู้ถือหุ้นชาวไทย โดยบริษัท ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL ปัจจุบันมีสัดส่วนอยู่ 10% และบริษัท แอร์โปรดักส์ แอนด์ เคมิคอลส์ จำกัด บริษัทแม่ของบีไอจีจากประเทศสหรัฐอเมริกามีสัดส่วนการถือหุ้น 49% ที่เหลือเป็นพาร์ทเนอร์ของ BBL อีก 41% ซึ่งดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมากว่า 30 ปี เป็นอีกหนึ่งผู้ประกอบการที่มีโรงงานทางแถบภาคตะวันออก ทั้งในจังหวัดระยองและชลบุรี กำลังจะเดินหน้าลงทุนเพื่อขยายกำลังการผลิต รองรับความต้องการหรือดีมานด์ที่กำลังเติบโตเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายปิยบุตร จารุเพ็ญ&amp;rdquo; กรรมการผู้จัดการ บริษัท บางกอกอินดัสเทรียลแก๊ส จำกัด หรือ BIG กล่าวว่า อัตราการเติบโตของอุตสาหกรรมก๊าซนั้น จะเป็นไปตามสถานการณ์ของอุตสาหกรรมของประเทศไทย เนื่องจากโรงงานการผลิตแทบทุกแห่งต้อใช้กันแทบหมด หากย้อนกลับไปจะพพบว่าที่ผ่านมาดัชนีอุตสาหกรรมติดลบมาตลอด แต่ในส่วนของบริษัทมีกลยุทธ์ของการดำเนินธุรกิจ ที่ไม่ได้ผลิตเพียงเฉพาะตามความต้องการและปริมาณเท่านั้น แต่ยังได้มีการใช้นวัตกรรมเข้ามาเป็นตัวช่วยกับทุกอุตสาหกรรม อาทิ การนำเอาออกซิเจนเข้ามาใช้ประหยัดพลังงานกับการหลอมเหล็กหรือกระจก ส่งผลให้บริษัทเติบโตได้ 8 % นับว่าสวนทางกับภาพรวมอุตสาหกรรมที่ติดลบ 3-4% หรือเรียกว่าบีอีจีเติบโตกว่าสองเท่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ BIG เป็นผู้ให้บริการก๊าซอุตสาหกรรมพร้อมงานติดตั้งสถานี เพื่อจ่ายก๊าซเข้าในระบบการผลิตของลูกค้าด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ปลอดภัย ได้มาตรฐานโลก มีผลิตภัณฑ์ที่ให้บริการครอบคลุมก๊าซหลายชนิด อาทิ ออกซิเจน ไนโตรเจน อาร์กอน ไฮโดรเจน ฮีเลี่ยม คาร์บอนไดออกไซด์ อะเซทิลีน ก๊าซชนิดพิเศษ ก๊าซผสม รวมทั้งงานออกแบบทางวิศวกรรม และงานบริการด้านวิศวกรรม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เทงบลงทุนมากสุดเป็นประวัติศาสตร์
&amp;nbsp;ในระว่างปี 2561-2563 มูลค่าการลงทุนของบีไอจีมีมากถึง 4,000 ล้านบาท หลังจากไม่ได้มีการลงทุนและใช้การผลิตเดิมมาตลอด โดยการลงทุนที่อยู่กำลังดำเนินการของปี 2561 ประกอบด้วยกัน 3 การราย คือ 1. จัดตั้งบริษัทร่วมทุนระหว่างบีไอจีกับบริษัท อมตะ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) โดยบีไอจีถือหุ้น 51% อมตะถือหุ้น 49% เพื่อสร้างโรงงานผลิตไนโตรเจนในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี เฟสแรก มีลูกค้าเปฌรอุตสาหกรรมขนาดใหญ่อย่าง โพสโค ผู้ผลิตเหล็ก รวมถึงซูมิโตโม รับเบอร์ ที่ใช้ไนโตรเจนเยอะมาก จึงสนใจไปสร้างโรงงานการผลิต โดยใช้ระบบเดินท่อเช่นเดียวกับนิคมอุตสาหรรมมาบตาพุด คาว่าจะเปิดดำเนินงานช่วงเดือน ม.ค. 2562 ภายใต้เงินลงทุน 400 ล้านบาท และเฟสแรกจะมีกำลังการผลิต 5 หมื่นตันต่อปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. สร้างโรงงานผลิตไฮเดรเจนที่มาบตาพุดแห่ง ภายใต้งบประมาณกว่า 600 ล้านบาท เริ่มดำเนินงานช่วงเดือน ม.ค. 2563 เพื่อผลิตไฮโดรเจนให้กับ PTTGC ซึ่งกำลังมีหลายโครงการที่ต้องใช้ไฮโดรเจนพอสมควร มีกำลังผลิต 1.5 หมื่นลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง &amp;nbsp; รวมถึงจะขยายต่อไปยังกลุ่มอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า และ3. จัดตั้งโรงโรงแยกอากาศในนิคมอุตสาหรกรมติวาลาที่ประเทศเมียนมา ใช้งบลงทุนไป 500 ล้านบาท มีลูกค้าหลักเป็น JFE จะเป็นการส่งผ่านระบบท่อเช่นเดียวกัน เปิดดำเนินงานช่วงเดือน ม.ค. 2563&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนแผนงานการลงทุนในปี 2562 เตรียมขยายโรงแยกอากาศที่มาบตาพุด เนื่องจากจากอีอีซีที่รัฐบาลกำลังผลักดัน และหลายโครงการที่กำลังเข้ามาลงทุน ซึ่งทำให้บริษัทต้องรองรับการเติบโต จะใช้เงินลงทุน 2,000 ล้านบาท น่าจะเปิดดำเนินงานได้ปลายปี 2563 สำหรับโรงงานแห่งนี้จะผลิตไนโตรเจน ออกซิเจน และอาร์กอน กำลังการผลิตน่าจะอยู่ที่ 4 แสนตันต่อปี &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;**************************************************************************&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นวัตกรรมยกระดับอุตสาหกรรมไทย
นายปิยบุตร กล่าวว่า นับเป็นเรื่องดีที่ภาครัฐกำลังขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 เนื่องในช่วงกว่า 30 ปีที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่าอุตสาหกรรมของประเทศไทยเติบโตมาจากแมสโปรดักส์หรือทำมากได้น้อย ผลิตออกมาจำนวนมาก เพื่อทำให้ต้นทุนต่อหน่วยถูก ลักษณะของของสินค้าก็เหมือนกัน เน้นราคาถูก ขณะที่การผลิตปริมาณมากนั้น ไม่ได้ทำให้ผลกำไรมากขึ้นตามไปด้วย บางครั้งจะพบว่ากำไรเท่าเดิมหรือไม่ก็ลดลง หากเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน เมืองไทยเองก็แทบไม่มีข้อได้เปรียบสักเท่าไหร่ ทั้งในเรื่องค่าแรง ค่าไฟฟ้า ค่าก๊าซธรรมชาติ และน้ำมัน การที่พยายามทำไทยแลนด์ 4.0 นั่นคือทำน้อยแล้วได้มาก ทำได้เป็นยูนิคโปรดักส์ และสร้างมูลค่าเพิ่ม แข่งเรื่องความแตกต่าง และคุณค่ามากกว่าราคาการผลิตจึงจำต้องมี Productivity โดยให้สินค้าของบริษัท เป็นส่วนหนึ่งของการเพิ่มประสิทธิภาพหรือประสิทธิผลของการผลิต รวมถึง Efficiency ของการช่วยลดการใช้พลังงานในภาคอุตสาหกรรม และทำให้การใช้ทรัพยากรของโรงงานอุตสาหกรรมยั่งยืน หรือเรียกว่า Sustainability ซึ่งมีผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การลงทุนจากดังกล่าวเป็นเม็ดเงินที่ค่อนข้างมาก แน่นอนว่าบริษัทลงทุนเพื่อรองรับอีอีซี รวมถึงการเติบโตของนวัตกรรมที่อุตสาหกรรมเมืองไทยกำลังมุ่งไปทางนั้น เนื่องจากที่ผ่านมาอุตสาหกรรมของไทยเดินไปสุดทางแล้ว หากไม่ปรับตัวก็ต้องย้ายฐานการผลิต แต่ทว่าการหนีไปใช่ว่าจะรอด บริษัทที่เป็นของคนไทย หากไม่ร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ท้องถิ่นเข้าไปยาก&amp;rdquo; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เน็ตเวิร์คระหว่างผู้ประกอบการ
ปิยบุตร ได้กล่าวเสริมว่า &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;quot;ตอนนี้อีอีซียังขาดเรื่องความร่วมมือ เดิมกรอบความคิดของอุตสาหกรรมของประเทศไทย มองแค่ว่าต้องผลิตเยอะไว้ก่อน ไม่มองเป็นเน็ตเวิร์ค หรือเครือข่ายยึดตัวเองเป็นหลัก อย่างจะตั้งอุตสาหกรรมที่ผลิตหุ่นยนต์ ต้องดูว่าใครจะใช้หุ่นยนตร์ ต้องมานั่งคุยกันว่าอุตสาหกรรมไหนจะได้อานิสงส์ &amp;nbsp;หากผู้ประกอบการจะผลิตอะไร อีกบริษัทก็ไม่ได้ต้องมาผลิตเหมือนกัน หรืออุตสาหกรรมเดิมที่มีส่วนสำคัญอย่างอิเล็กทรอนิกส์ และรถยนต์ จะเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นกันอย่างไร เมืองไทยยังขาดตรงนี้ &amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันก็มีความน่ากังวลมองว่าสามารถบริหารจัดการได้ โดยเฉพาะเรื่องน้ำและพลังงาน แม้ว่ารัฐบาลจะพยายามให้มีการประกวดโครงการอนุรักษ์พลังงานมาบ้างแล้ว ซึ่งจริงๆ ต้องมานั่งคุยกันกันทั้งเชน ว่าใช้พลังงานเท่าไหร่ น้ำเท่าไหร่ จะทำให้ดีขึ้นด้วยวิธีไหนบ้าง อย่างน้ำใช้แล้วทิ้ง จะมีวิธีการกลับมารีไซเคิลได้อย่างไร หรือน้ำทิ้งเป็นศูนย์ ส่วนเรื่องของไฟฟ้าก็สำคัญ การมาของโซลาเซลล์ดีมาก แต่จะมีวิธีการจัดเก็บอย่างไกร เพื่อให้ใช้อย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;
ต่างชาติแห่ลงทุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเติบโตทางอุตสาหกรรมส่วนหนึ่งมาจากเรื่องของนวัตกรรม จะเห็นได้ว่าดัชนีอุตสาหกรรมเติบโต 4% หรือกลับมาเป็นบวกอีกครั้ง การใช้กำลังการผลิตเดิมที่มีอยู่ 60% กลับมาอยู่ 80% ขณะเดียวกันมีส่วนขยายของโครงการจากผู้ประกอบการ อย่างในมาบตาพุดก็มีการลงทุน หรือในเหมราชเองก็มีนักลงทุนสนใจเข้ามาเยอะ โดยนักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาส่วนมากจะมาจากประเทศจีน แต่สิ่งสำคัญต้องคอยดูว่าจะอยู่ระยะยาวหรือไม่ ธุรกิจเราเองก็คงซัพพลายเป็นของเหลวที่ใช้รถขนส่งแทน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในอดีตเคยมีจีนมาลงทุนบางธุรกิจอย่างโซลาเซลล์ ก็มาเร็วไปเร็ว เนื่องจากการตั้งโรงงานของธุรกิจดังกล่าวทำได้ง่าย ตอนนี้การผลิตเมดอินไชน่าอาจมีปัญหาสำหรับการส่งออกไปยังบางตลาด หลายรายจึงเลือกมาผลิตในไทยดีกว่า ส่วนหนึ่งก็คงเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจากอเมริกา หากเป็นเหล็ก ปิโตรเคมี โรงกลั่น จะเป็นอุตสาหกรรมที่อยู่ระยะยาว การจะมองว่านักลงทุนจีนที่เข้ามาเป็นระยะยาวหรือไม่นั้น คงขึ้นอยู่กับอุตสาหกรรม อย่างระยะยาวจะเป็นอุตสาหกรรมยาง &amp;nbsp;หรือหากทำเพื่อการส่งออกจะย้ายฐานได้ง่าpเพราะดีมานด์ไมได้อยู่ไทย ต้องดูว่าซัพพลายเชนว่าส่งให้ใคร หรือเป็นเพียงแค่หาข้อได้เปรียบทางทรัพยากรด้านการผลิตแล้วไป แต่หากซัพพลายให้กับเมืองไทยในประเทศน่าจะอยู่ได้นานกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปิยบุตร ยังกล่าวอีกว่า สมัยก่อนอุตสาหกรรมบ้านเรา อย่างในรถยนต์ ก็จะมีส่วนประกอบเป็นผู้ผลิตกระจก ยาง ล้อเหล็ก ถัง รถหนึ่งคันมีซัพพลายเชนเยอะ ซึ่งเขาก็ไปบอกซัพพลายเออร์ว่าทุกปีต้องลดต้นทุน 5% หรือ 10% หากทุกคนในพาร์ทของซัพพลายเชนลดราคาหมด สุดท้ายทุกอุสาหกรรมจะเหมือนกันหมด ค่าแรง ก๊าซธรมชาติ ไฟฟ้า เท่าเดิมไม่ได้ลด ซัพพลายเชนควรมาดูกันว่าการใช้พลังงานตั้งแต่ผลิต จนกระทั่งเป็นรถหนึ่งคัน สูญเสียพลังงานไปเท่าไหร่ ซึ่งจริงๆ แล้วเยอะมากที่เสียไป หากมีเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเติมเต็มจะดีกว่าไหม ที่จะทำให้ลดต้นทุนได้ ทำให้ประสิทธิภาพของทั้งอุตสหากรรมการผลิตดีขึ้น แต่ต้องเปลี่ยน Mindset ของอุตสาหกรรมก่อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17221</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชลบุรี, ธนาคารกรุงเทพ, บางกอกอินดัสเทรียลแก๊ส, บีไอจี, ระยอง, อมตะ, อีอีซี, โครงพัฒนาพื้นที่พัฒนาพิเศษภาคตะวันออก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180910/image_big_5b96312da33a0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8587</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/05/2018 10:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/05/2018 10:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อมตะจัดมหกรรมดึงแรงงานป้อนเข้าการผลิต 5.5 พันราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อมตะ ร่วมกระทรวงแรงงาน จัดมหกรรมนัดพบแรงงานจังหวัดชลบุรี 61เปิดรับตำแหน่งงาน 5.5 พันอัตรา ป้อนเข้าโรงงานในสายการผลิตกว่า 150 บริษัท ชี้ยอดความต้องการแรงงานฝีมือและชำนาญการเฉพาะด้านสูงกว่าปีที่ผ่านมา หลังปัจจัยอีอีซีขับเคลื่อนเศรษฐกิจตะวันออกบูม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;6 พ.ค. 61- นายวิบูลย์ กรมดิษฐ์ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่การตลาด บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ กระทรวงแรงงาน และจังหวัดชลบุรี จัดงาน &amp;ldquo;มหกรรมนัดพบแรงงานจังหวัดชลบุรี&amp;rdquo; ประจำปี 2561 ซึ่งเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยภายในงานมีผู้ประกอบการโรงงานกว่า 150 บริษัท มาร่วมเปิดบูธรับสมัครงาน พร้อมตำแหน่งงานว่างกว่า 5,500 อัตรา ซึ่งมีอัตราการจ้างงานเพิ่มสูงขึ้นกว่าปีก่อนในหลายอุตสาหกรรม อาทิ อิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์อาหาร ขนส่ง ก่อสร้าง เป็นต้น ณ ลานอเนกประสงค์ ด้านหน้านิคมอุตสาหกรรมอมตะ ซิตี้ ชลบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้การเปิดรับอัตราแรงงานที่เพิ่มขึ้นในปีนี้ เนื่องจากตลาดมีความต้องการแรงงานเข้าสู่ระบบภาคการผลิตเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี) ไม่ว่าจะเป็นแรงงานฝีมือ และแรงงานที่มีความชำนาญการเฉพาะด้าน &amp;nbsp;เช่น ด้านเทคโนโลยี และช่างกล ที่อยู่ในสายอาชีวะศึกษา ที่ขณะนี้เป็นบุคคลากรที่มีความต้องการของตลาดเป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หลังจากที่ภาวะเศรษฐกิจของประเทศมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น ทั้งในภาคการผลิตและส่งออก ทำให้ภาคอุตสาหกรรม ต้องการแรงงานฝีมือเข้าสู่ระบบเป็นจำนวนมาก ซึ่งจะเห็นจากจำนวนการเปิดรับสมัครงานของผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรมทั้ง 2 แห่ง ทั้งใน อมตะ ซิตี้ ชลบุรี และอมตะ ซิตี้ ระยอง ซึ่งการเปิดมหกรรมนัดพบแรงงานในครั้งนี้ เป็นการเปิดโอกาสให้สถานประกอบการในนิคมอุตสาหกรรม และผู้ที่ต้องการหางานได้พบปะกันโดยตรง และส่งเสริมการจัดหาแรงงานที่มีคุณภาพเข้าสู่ระบบการผลิตต่อไป&amp;rdquo; นายวิบูลย์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8587</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงแรงงาน, ชลบุรี, นิคมอุตสาหกรรม, วิบูลย์ กรมดิษฐ์, อมตะ, แรงงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180506/image_big_5aee7b6332c7d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
