<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111420</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/07/2021 17:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/07/2021 17:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;อมตะ&#039; เปิดพื้นที่ฉีดวัคซีนให้แรงงานในนิคม เตรียมประสานทำโรงพยาบาลสนาม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
28 ก.ค. 2564 นายวิบูลย์ กรมดิษฐ์ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่การตลาด บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด(มหาชน) &amp;nbsp;หรือ AMATA เปิดเผยว่า &amp;nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 อมตะได้ร่วมมือกับกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงแรงงาน สำนักงานประกันสังคม การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) และจังหวัดชลบุรีในการจัดตั้งศูนย์ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้กับบุคลากรภาคอุตสาหกรรมผู้ประกันตนมาตรา 33 ณ อมตะ คาสเซิล นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี โดยมีการทยอยฉีดวัคซีนให้พนักงานในสถานประกอบการอย่างต่อเนื่องตามสัดส่วนที่ได้รับการจัดสรรจากภาครัฐ เพื่อขับเคลื่อนภาคการผลิตที่มีส่วนสำคัญต่อการเติบโตของเศรษฐกิจไทย และสร้างความเชื่อมั่นให้กับทุกภาคส่วนโดยเฉพาะนักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&amp;ldquo;การแพร่ระบาดโควิด-19 ตลอดเวลาที่ผ่านมาอมตะได้มีการช่วยเหลือชุมชนโดยรอบนิคมฯทั้งการแจกของอุปโภคและบริโภค โดยเฉพาะอุปกรณ์ทางการแพทย์และน้ำดื่มเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ควบคู่ไปกับการสนับสนุนภาครัฐในการเร่งฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ด้วยการอำนวยความสะดวกในการจัดสถานที่จัดตั้งศูนย์ ฉีดวัคซีนในนิคมอมตะซิตี้ ชลบุรี ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ควบคุมสูงสุด โดยล่าสุดการฉีดวัคซีนให้แรงงานดังกล่าวมี ความคืบหน้าต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามการฉีดวัคซีนให้ได้ตามเป้าหมายทั้งหมดยังจำเป็นต้องประสานกับภาครัฐในการจัดหาวัคซีนให้เพียงพอประกอบด้วย&amp;rdquo; นายวิบูลย์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับพื้นที่จังหวัดระยองล่าสุดพบการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่องและสถานพยาบาลเริ่มมีไม่เพียงพอรับกับผู้ป่วยใหม่ดังนั้น กนอ. และอมตะซิตี้ ระยอง ได้ร่วมมือกับกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรม บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ อินดัสเทรียล (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการพัฒนาและบริหารจัดการโรงงานอุตสาหกรรมให้เช่า และอาคารคลังสินค้าให้เช่า ซึ่งตั้งอยู่ภายในนิคมฯ เตรียมส่งมอบอาคารโรงงานเพื่อจัดตั้งเป็นโรงพยาบาลสนาม ให้แก่จังหวัดระยองได้บริหารจัดการสำหรับใช้รองรับผู้ป่วยต่อไปโดยคาดว่าจะสามารถเปิดรับผู้ป่วยได้เร็วๆ นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนางบุปผา กวินวศิน ผู้อำนวยการสำนักงานนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี กล่าวว่า จากการจัดตั้งศูนย์ฉีดวัคซีนฯ ในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นผลดีแก่ภาคอุตสาหกรรมที่จะยังคงมีศักยภาพในการผลิตเพื่อขับเคลื่อนการค้าและการลงทุนของไทยได้อย่างต่อเนื่องแล้วยังขยายผลส่งถึงชุมชนโดยรอบนิคมอุตสาหกรรมด้วยเพราะประชากรภาคอุตสาหกรรมมีการพักอาศัยอยู่ในชุมชนโดยรอบ หากประชากรเหล่านี้ได้ฉีดวัคซีนอย่างต่ำ 90% ก็จะสามารถสร้างภูมคุ้มกันหมู่ในชุมชน 70% ได้ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นิคมอุตสาหกรรมเปรียบเสมือนบ้านหลังใหญ่ที่มีประชากรอยู่รวมกันเป็นจำนวนมากและทำหน้าที่ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ซึ่งหากมีผู้ติดเชื้อจะสามารถแพร่กระจ่ายได้อย่างรวดเร็ว และอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจในภาพรวม เราจึงมองการดูแลทั้งแรงงานในนิคมและชุมชนเพื่อถือว่าเป็นบ้าน &amp;nbsp;ตรงนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญที่ กนอ. หวังให้การดูแลแรงงานในนิคมจะส่งผลให้ชุมชนที่อยู่โดยรอบนิคมฯเกิดความปลอดภัยร่วมกับสถานประกอบการ สามารถจะดำเนินกิจการได้อย่างปลอดภัยสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง&amp;rdquo; นางบุปผากล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111420</URL_LINK>
                <HASHTAG>ม.33, วิบูลย์ กรมดิษฐ์, สำนักงานประกันสังคม, อมตะ คอร์ปอเรชัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210728/image_big_61012b5037d9b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63281</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/04/2020 09:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/04/2020 09:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อมตะ&#039;ชี้โควิดป่วนลงทุน63แนะปลุกเชื่อมั่นต่างชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 เมษายน 2563 นายวิบูลย์ กรมดิษฐ์ กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่การตลาด บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าจากผลกระทบของการระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 คาดว่าจะส่งผลให้ภาพของการลงทุนและการผลิตทั่วโลกจะเปลี่ยนไป โดยเฉพาะหลังจากที่ประเทศส่วนใหญ่สามารถควบคุมได้ จะทำให้เกิดการตัดสินใจการย้ายฐานการลงทุนที่เพิ่มมากขึ้น แต่พื้นที่ที่จะเลือกลงทุนของนักลงทุนโดยตรงจากต่างชาติ(เอฟดีไอ)จะมีแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม โดยนักลงทุนจะมองเรื่องความมีเสถียรภาพของรัฐบาลและนโยบายส่งเสริมการลงทุนที่ชัดเจนมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การเลือกพื้นที่การลงทุนของนักลงทุนต่างประเทศจะมีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงไป ด้วยปัจจัยต่างๆ แต่ละประเทศมีความพร้อมที่จะเปิดรับการลงทุน ทั้งในด้านสิทธิประโยชน์ แรงงาน และนโยบายของรัฐบาล ที่มีความชัดเจน ในการเปิดรับนักลงทุนต่างประเทศ &amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็น อินโดนีเซีย เวียดนาม ลาว กัมพูชาและเมียนร์ม่า ซึ่งไทยแม้ว่าจะได้เปรียบทางด้านภูมิศาสตร์ แต่อาจจะไม่ใช่คำตอบของนักลงทุนทั้งหมด เพราะการตัดสินใจเข้ามาลงทุนในระยะต่อไปจะขึ้นอยู่กับการมีเสถียรภาพของรัฐบาลและนโยบายการส่งเสริมการลงทุนที่ชัดเจน&amp;rdquo;นายวิบูลย์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้รัฐบาลจะต้องเร่งออกนโยบายการฟื้นฟูเศรษฐกิจประเทศ ภายหลังการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสได้แล้ว โดยเริ่มต้นจากการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศให้มากขึ้น ดังนั้นนโยบายรัฐบาลที่ได้ออกมาตรการอัดฉีดเงินเข้าระบบวงเงิน 1.9 ล้านล้านบาท เชื่อว่าจะช่วยประคองระบบเศรษฐกิจของประเทศให้สามารถเดินหน้าต่อไปได้ เพราะไทยคงไม่สามารถพึ่งพาตลาดส่งออกในระยะแรก เนื่องจากแต่ละประเทศจะต้องใช้เวลาในการควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดที่อาจจะสำเร็จไม่พร้อมกัน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63281</URL_LINK>
                <HASHTAG>การลงทุน, วิบูลย์ กรมดิษฐ์, อมตะ คอร์ปอเรชัน, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180506/image_big_5aee7b6332c7d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21353</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/11/2018 09:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/11/2018 09:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประมูลรถไฟเชื่อม 3 สนามบินหนุนหุ้นอีอีซี คึกคัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อานิสงส์เปิดประมูลรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน-เมืองการบินภาคตะวันออก หนุนอมตะ-ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น คึกคัก จับตาเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ ตัดสินนโยบายทรัมป์ คาดดอกเบี้ยไทยคงที่ 1.5% แน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บล.เอเซีย พลัส เปิดเผยว่า การที่รัฐบาลเตรียมเดินหน้า 2 โครงการลงทุนขนาดใหญ่ เริ่มจากรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินที่ผู้สนใจจะยื่นซองราคา ในวันที่ 12 พ.ย.61 และในวันเดียวกันจนถึง 26 พ.ย.61 จะเปิดขายซองโครงการเมืองการบินภาคตะวันออก (อู่ตะเภา) มูลค่า 300,000 ล้านบาท ช่วยส่งผลดีต่อราคาหุ้นของบริษัทที่มีสินทรัพย์รวมถึงฐานธุรกิจอยู่ใน 3 จังหวัด โครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) เริ่มจากผู้ประกอบการในธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม เพราะถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดินอยู่ 10,000 ไร่ ทั้ง 2 บริษัท ได้แก่ บมจ.อมตะ คอร์ปอเรชัน และบมจ.ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น รวมถึง บมจ.จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก (อีสวอเตอร์) ที่เป็นผู้จําหน่ายน้ำให้กับผู้ใช้ภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่อีอีซี เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับแนวโน้มหุ้นสัปดาห์นี้ ยังต้องติดตามปัจจัยจากต่างประเทศเป็นหลัก โดยเฉพาะการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ วันนี้ 6 พ.ย.นี้ ซึ่งจะเป็นการเลือกตั้ง สส. 435 ที่นั่ง และ สว. 35 ที่นั่ง &amp;nbsp;หากเดโมแครตสามารถครองเสียงข้างมากได้ในสภาใดสภาหนึ่ง เชื่อว่าจะมีผลต่อการผลักดันนโยบายสําคัญของรัฐบาลทรัมป์ในอนาคต แต่หากรีพับลิกันยังครองเสียงส่วนใหญ่ ทั้ง 2 สภา มาตรการต่าง ๆ ก็ยังดําเนินต่อไป โดยเฉพาะมาตรการทางภาษีกับจีน ถือเป็นปัจจัยที่มีผลภาวะการลงทุนในระยะถัดไป แม้ระยะสั้นจะมีความคาดหวังเชิงบวกจากความเป็นไปได้ที่ผู้นําทั้ง 2 ประเทศจะเจรจากันนอกรอบก่อนการประชุม จี20 ในวันที่ 30 พ.ย.-1 ธ.ค.ก็ตาม รวมถึงการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ วันที่ 7-8 พ.ย. คาดยังไม่ปรับขึ้นดอกเบี้ย แต่น่าจะปรับขึ้นในเดือน ธ.ค. นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยไทย คาดว่าการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) วันที่ 14 พ.ย.นี้่ ยังไม่ขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย &amp;nbsp;แต่อัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยยังคงอยู่ที่ 1.5% ต่อเนื่อง โดยที่มี 2 ปัจจัยเป็นตัวชี้นําเริ่มจากผลกระทบที่เป็นรูปธรรมของสงครามการค้าต่อเศรษฐกิจ จากตัวเลขการส่งออกเดือน ก.ย. หดตัว 5.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นการลดลงครั้งแรกในรอบ 1 ปี 7 เดือน ตามด้วยการชะลอตัวของอัตราเงินเฟ้อ ซึ่งเดือน ต.ค. อยู่ที่ 1.23% เทียบกับ 1.33% ในเดือน ก.ย. และยังต่ำกว่าดอกเบี้ยนโยบาย ภาวะดังกล่าวทําให้ยังสามารถคงอัตราดอกเบี้ยไว้ได้อีกระยะ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21353</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดับบลิวเอชเอ, ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม, อมตะ คอร์ปอเรชัน, อีสวอเตอร์, อีอีซี, แนวโน้มหุ้นสัปดาห์นี้, โครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180516/image_big_5afb9254e3e07.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
