<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115130</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/08/2021 13:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/08/2021 11:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลฎีกาพิพากษาจำคุก 3 แกนนำพันธมิตรฯ ไม่รอลงอาญา คดีไล่รัฐบาลสมัคร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ส.ค.64 - &amp;nbsp;ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาคดีหมายเลขดำ อ.3973/2558 ที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ชุมนุมดาวกระจายปี 2551 ขับไล่นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีขณะนั้น &amp;nbsp;ซึ่งเป็นคดีที่พนักอัยการฝ่ายคดีอาญา 5 เป็นโจทก์ ฟ้องอดีตแกนนำ พันธมิตรฯ 9 คน คือ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง, นายสนธิ ลิ้มทองกุล, นายพิภพ ธงไชย, นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์, นายสมศักดิ์ โกศัยสุข, นายสุริยะใส กตะศิลา, นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์, นายอมร อมรรัตนานนท์ หรือรัชต์ยุตม์ ศิรโยธินภักดี และนายเทิดภูมิ ใจดี ร่วมกันเป็นจำเลย 1-9 ในความผิดฐานร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจาหรือวิธีอื่นใดฯ เพื่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงรัฐบาลโดยใช้กำลังข่มขืนใจหรือใช้กำลังประทุษร้ายเพื่อให้เกิดความปั่นป่วนในหมู่ประชาชนและก่อให้เกิดความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร, ร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่ 10 คน ขึ้นไปใช้กำลังประทุษร้ายหรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด ให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง โดยเป็นหัวหน้าหรือเป็นผู้มีหน้าที่สั่งการโดยผู้กระทำคนหนึ่งคนใดมีอาวุธ และเมื่อเจ้าพนักงานสั่งให้เลิก แต่ไม่เลิก ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116, 215, 216&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีเมื่อปี 2551 กลุ่มพันธมิตรฯ ได้รวมตัวกันต่อต้านและขับไล่รัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีขณะนั้น คดีนี้ศาลอาญา อ่านคำพิพากษาเมื่อวันที่ 20 ก.ค.2560 ให้ยกฟ้อง พล.ต.จำลอง จำเลยที่ 1 นายสุริยะใส กตะศิลา จำเลยที่ 6 &amp;nbsp;ส่วนนายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ &amp;nbsp;นายอมร อมรรัตนานนท์ หรือรัชต์ยุตม์ ศิรโยธินภักดี และนายเทิดภูมิ ใจดี จำเลยที่ 7-9 มีความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 215 &amp;nbsp;แต่เมื่อพิเคราะห์พฤติการณ์แห่งเจตนาคดี และเหตุผล ประกอบอายุประวัติ อาชีพ ความประพฤติการศึกษา อบรม และสุขภาพของจำเลยทั้งสองแล้ว เห็นควรรอการกำหนดโทษไว้ 2 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาวันที่ 30 ม.ค.2562 ศาลอาญาได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ โดยเห็นว่า จำเลยที่ 7-9 &amp;nbsp;ไม่มีความผิด จึงพิพากษาแก้ให้ยกฟ้องทั้งสามด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อัยการโจทก์ยื่นฎีกา &amp;nbsp;ขอให้ศาลฎีกาพิพากษาลงโทษจำเลยทั้ง 9 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายไชยวัฒน์ กล่าวว่า ไม่ได้มีความกังวลใดๆ อายุขนาดนี้แล้ว หากศาลยกฟ้องก็กลับบ้าน &amp;nbsp;ถ้าลงโทษไม่รอลงอาญาก็เข้าคุก คดีนี้ผ่านมา 3 ศาลแล้ว จะมีข้อยุติอย่างไร ก็ต้องรอดูคำพิพากษาของศาล และคิดว่าจะเป็นบรรทัดฐานสำคัญของการเคลื่อนไหว ของประชาชนในการใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญในการทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ เพราะทั้ง 9 คนได้เชื่ออย่างสุจริตใจว่าตนเองทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญในการหยุดใช้อำนาจอย่างฉ้อฉลของรัฐบาลและรัฐสภาในขณะนั้น มีการใช้สิทธิ์การชุมนุมอย่างสงบปราศจากอาวุธ แต่ฝ่ายโจทก์ระบุว่ามีการกระทำผิดเกี่ยวกับทางอาญาในเรื่องกฎหมายที่เกี่ยวข้อง จึงเป็นการยืนยันว่ารัฐธรรมนูญเมื่อประชาชนใช้สิทธิทำหน้าที่ตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ รัฐธรรมนูญปกป้องคุ้มครองได้ระดับไหน และขอบเขตระหว่างรัฐธรรมนูญกับการทำผิดทางอาญาเป็นอย่างไร คดีนี้จะเป็นอีกคดีที่ชัดเจนคดีหนึ่ง อย่างไรก็ตาม เมื่อมาถึงสถานการณ์ปัจจุบันการใช้สิทธิ์ในการชุมนุมมันบานปลายคล้ายว่า ทำให้เกิดความรุนแรง และภายใต้คำพูดว่าเป็นการกระทำอย่างสงบปราศจากอาวุธ ถ้าเทียบกับบรรทัดฐานของพันธมิตร น่าจะชัดเจนว่าขอบเขตมันต่างกัน พฤติการณ์ต่างกัน ดังนั้นการตัดสินคดีนี้จะเป็นบรรทัดฐานการต่อสู้คนรุ่นหลังด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจำเลยคนอื่นก็เริ่มทยอยเดินขึ้นไปฟังคำพิพากษาศาลฎีกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเวลา 11.15 น. ศาลฎีกาตรวจสำนวนปรึกษากันแล้ว มีประเด็นวินิจฉัยว่า คดีที่อัยการโจทก์ฟ้องจำเลยที่&amp;nbsp;1-6&amp;nbsp;เป็นการฟ้องซ้ำกับคดีหมายเลขแดงที่ อ.1877/2558&amp;nbsp;และคดีหมายเลขแดงที่ อ.1878/2558&amp;nbsp;หรือไม่ เห็นว่า การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ เป็นการกดดันให้รัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช ลาออก ซึ่งโจทก์ฟ้องเป็นหมายเลขแดงที่ อ.1877/2558&amp;nbsp;และคดีหมายเลขแดงที่ อ.1878/2558&amp;nbsp;ไปแล้วกับความผิดในคดีนี้ ซึ่งเป็นความผิดฐานมั่วสุมกันตั้งแต่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;คนขึ้นไปแล้วก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา&amp;nbsp;116&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;215&amp;nbsp;ดังนั้นจึงเป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา&amp;nbsp;90&amp;nbsp;การที่โจทก์ฟ้องจำเลยที่&amp;nbsp;1-6&amp;nbsp;อีก ถือว่าเป็นคดีที่มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งได้ฟ้องแล้ว โจทก์จึงนำการกระทำความผิดในคราวเดียวกันมาฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยที่&amp;nbsp;1-6&amp;nbsp;เป็นคดีนี้อีกไม่ได้จึงเป็นการฟ้องซ้ำ ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนจำเลยที่&amp;nbsp;7-9&amp;nbsp;นั้น ได้แก่ นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์,&amp;nbsp;นายอมร อมรรัตนานนท์ หรือรัชต์ยุตม์ ศิรโยธินภักดี และนายเทิดภูมิ ใจดี เห็นว่า ได้ขึ้นปราศรัยเชิญชวนให้ประชาชนมาร่วมชุมนุมขับไล่รัฐบาล นอกจากนี้จำเลยที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ยังเดินทางไปชุมนุมปิดถนนมิตรภาพ จ.นครราชสีมา ส่วนจำเลยที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;นำผู้ชุมนุมไปปิดล้อมที่สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย การกระทำของจำเลยที่&amp;nbsp;7-9&amp;nbsp;เป็นการร่วมชุมนุมที่มีการปิดกั้นการจราจร จึงพิพากษาแก้เป็นว่า การกระทำของจำเลยที่&amp;nbsp;7-9&amp;nbsp;เป็นการมั่วสุมก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง ตามมาตรา&amp;nbsp;116&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งเป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา&amp;nbsp;116&amp;nbsp;อนุ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;และอนุ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ซึ่งเป็นบทหนักสุด ให้จำคุกคนละ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปี แต่มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้&amp;nbsp;1ใน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;คงจำคุกคนละ&amp;nbsp;8&amp;nbsp;เดือน โดยไม่รอลงอาญา หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จังได้ควบคุมตัวจำเลยที่ 7-9 ไปยังเรือนจำ เพื่อรับโทษตามคำพิพากษาศาลฎีกา ซึ่งถึงที่สุดแล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115130</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, พธม., พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย, อมร อมรรัตนานนท์, เทิดภูมิ ใจดี, ไชยวัฒน์ สินสุวงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210831/image_big_612db0580beda.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75865</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/08/2020 07:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2020 07:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โอ้โห! อดีตผู้สมัครสส.ปชป.โพสต์ลั่นไม่ขอเข้าร่วมชุมนุมไทยภักดี ชาวเน็ตถามกลับ &#039;ใครเชิญคุณ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ส.ค.63 - นายอมร อมรรัตนานนท์ อดีตผู้สมัครส.ส. จังหวัดสระบุรี พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กถึง กรณีกลุ่มไทยภักดีประกาศนดแสดงพลังในวันที่ 30 ส.ค.ที่ว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ไม่ขอเข้าร่วมครับ...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่อมืดฟ้ามัวดิน &amp;#39;ไทยภักดี&amp;#39; แจ้งด่วนเปลี่ยนสถานที่ชุมนุม 30 สิงหา.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โอ้โห... จะเข็นช้างมาชนกันหรือ? อีกฟากฝั่งหนึ่งคือลูกหลานของผม และของทุกคน ซึ่งล้วนแล้ว แต่ มีเลือดไทยทั้งสิ้น...&lt;/p&gt;


	ส่อมืดฟ้ามัวดิน &amp;#39;ไทยภักดี&amp;#39; แจ้งด่วนเปลี่ยนสถานที่ชุมนุม 30 สิงหา.


&lt;p&gt;ไม่ได้ห้าม ไม่ได้กีดกัน เพื่อนมิตรคนใดจะเข้าร่วม แต่ขออย่าให้ อารมณ์ และความเกลียดชังเข้าครอบงำ ทำให้การชุมนุม อยู่ในภาวะ ที่เห็นอีกฝ่ายหนึ่งเป็นศัตรู เพราะหากเป็นเช่นนั้น สภาวะ การเคลื่อนไหวอาจจะถูกแปรเปลี่ยนไปเป็นความรุนแรงได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงขอติงไว้ ด้วยความรัก วันใดเลือดของเยาวชนคนหนุ่มสาว ต้อง หลั่ง ลงบนท้องถนน...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนั้น เลือดจะนองแผ่นดิน อีกครั้งหนึ่ง...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมชัดเจน.. วันนี้ ขอไม่เข้าร่วม.. อุดมการณ์ของผม ยังอยู่ที่การปฏิรูปประเทศไทย ที่มีสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นหลักชัยของสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ปีกว่าที่ผ่านมา เป็นที่ประจักษ์ว่า ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆเลย ที่ส่งผลต่อการปฏิรูปประเทศไทยอย่างแท้จริง ซ้ำยัง สร้างปมเงื่อน อีกนานับประการ ทำให้สถานการณ์ วิกฤติหนักเข้าไปอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัญหาที่เกิดอยู่เบื้องหน้า เงื่อนปมที่ผูกไว้ เกินอำนาจที่ประชาชนธรรมดาจะแก้ไขได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีแต่ผู้กุมอำนาจรัฐ ที่มีจิตสาธารณะ และเห็นแก่ประโยชน์ต่อประเทศชาติ อย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จะแสวงหาความร่วมมือกับประชาชนทุกฝ่าย แก้ปมที่ถูกผูกไว้เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ ขอเฝ้ามองอยู่ห่างๆ และห่วงใยทุกคนนะครับ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป็นที่น่าสังเกตว่าภายหลังนายอมรโพสต์ ได้มีชาวเน็ตแคปข้อความเข้าไปโพสต์ในกลุ่มเฟซบุ๊กที่สนับสนุน &amp;quot;กลุ่มไทยภักดี&amp;quot; โดยหลายคนว่าเป็นสิทธิของแต่ละคนที่จะเข้าร่วมหรือไม่เข้าร่วม บางคนถามกลับว่า &amp;quot;ใครเชิญคุณ&amp;quot;?
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75865</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ชุมนุม, ปชป., พรรคประชาธิปไตย์, ม็อบ, อมร อมรรัตนานนท์, ไทยภักดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200829/image_big_5f49a16d71776.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68584</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/06/2020 14:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/06/2020 14:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อมร&#039; หนุน &#039;จุรินทร์-เฉลิมชัย&#039; นำทัพปชป.ต่อ  เผยคะแนนนิยมในพื้นที่เริ่มตีตื้นอย่างเห็นได้ชัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 มิ.ย.63 - นายอมร อมรรัตนานนท์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.จังหวัดสระบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก โดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีกลุ่มส.ส.6 คน ของพรรคประชาธิปัตย์ ไปพบนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค อดีตผู้สมัครชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี (พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา) ที่ทำเนียบรัฐบาล แล้วมีสื่อมวลชนลงข่าวตีความว่าเป็นความเคลื่อนไหวเพื่อการเจรจาต่อรองทางการเมืองหรือ เพื่อเตรียมปูทางย้ายพรรคจากประชาธิปัตย์ไปพลังประชารัฐนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนตัวคิดในแง่ดี เป็นเรื่องที่สื่อมวลชน ตีความกันไปเอง เชื่อมั่นว่า สมาชิกพรรคเหล่านั้น คงไปพบปะในฐานะที่เคยอยู่ร่วมพรรคกัน มาก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ถ้าหากไปเจรจา เพื่อที่จะย้ายพรรค หรือ ต้องการตำแหน่ง ก็ เป็นเรื่องที่หมิ่นน้ำใจเพื่อนจนเกินไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่ว่าใครจะคิดอย่างไรก็ไม่ควรมองข้ามหลักคิดของพลเอกประวิตรและพลเอกประยุทธ์ที่ไม่น่าจะสนใจการดูดลูกพรรคของเพื่อนร่วมรัฐบาลไปเป็นของตน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม &amp;nbsp;ตนลงพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ ร่วมกิจกรรมกับพรรคอย่างสม่ำเสมอ เห็นได้ชัดว่าปัจจุบันนี้การบริหารงานของคณะกรรมการบริหารชุดของนายจุรินทร์ ลักษณะวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กับ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ใช้เวลายังไม่ถึงปี และทำงานร่วมรัฐบาลมาไม่กี่เดือนก็สร้างผลงานตีตื้นความนิยมพรรคประชาธิปัตย์ในพื้นที่อย่างเห็นได้ชัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเฉพาะโครงการประกันรายได้เกษตรกร ในพืช 5 ชนิดซึ่งช่วยเหลือเกษตรกรไปมากกว่า 7,000,000 ครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้นยังมีมาตรการเสริมช่วยยกระดับราคาพืชเกษตรทุกชนิดเป็นที่พอใจของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุรินทร์ ผลักดันเร่งรัดการส่งออกจนฝ่าวิกฤตโรคระบาด โดยราคาผลไม้ส่งออกได้รับการแก้ไขปัญหาอย่างทันท่วงที ลงพื้นที่พบปะประชาชนและสมาชิกพรรคอย่างละเอียดแม้จะมีภารกิจมากมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การแก้ไขปัญหาหนี้สินของเกษตรกรในกองทุนฟื้นฟูเกษตรกร ตนเองในฐานะที่เคยเป็นผู้บริหาร ดูแลกองทุนฟื้นฟูโดยมีตำแหน่งเป็นรองเลขาธิการ มาในอดีต ต้องขอชื่นชมและขอบคุณแทนพี่น้องเกษตรกร ที่ผลักดันการแก้ไขปัญหาหนี้ ให้กับเกษตรกรทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้น การดูแลชีวิต ความเป็นอยู่ของพี่น้อง รากหญ้า ได้ขยายไปยังคนรับซื้อของเก่า โดย มีมาตรการ ดูแลหลักประกันรายได้ราคาเศษกระดาษ ช่วยชาวซาเล้ง กว่า 1,500,000 ครอบครัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทรวงพัฒนาสังคมเองก็ดูแลคนยากไร้ จัดการบ้านมั่นคงให้ผู้ด้อยโอกาสทั่วถึงและใส่ใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้นยังมียุทธศาสตร์ร่วมระหว่างกระทรวงเกษตรกับกระทรวงพาณิชย์คือ เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด โดยใช้ยุทธศาสตร์เอา การตลาดนำการผลิต เป็นรูปธรรมที่เกษตรกรรอมานานและกำลังจะขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่องเพื่อผลผลิตที่ดีและได้ราคาทั้งหมดนั้นล้วนเป็นฝีมือและผลงานเพื่อรองรับสถานการณ์วิกฤติหลังโรคระบาดคลี่คลาย ผู้นำประเทศและผู้นำพรรคซึ่งเป็นสถาบันการเมืองล้วนเป็นความหวังของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นเมื่อเรามีผู้นำที่ดี เก่ง ขยัน ใส่ใจ ผมคิดว่าเราควรจะให้ความร่วมมือและมองไปข้างหน้าสนับสนุนและรักษาเขาอย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของความเห็นของเพื่อนสมาชิก ที่อาจยังมีความรู้สึกแตกต่าง และเห็นว่าการบริหารงาน ยังมีความ บกพร่อง ก็สมควร ที่จะ พูดคุย กันภายในพรรคโดยยึดหลักประชาธิปไตย ที่พรรคประชาธิปัตย์ยึดเป็นแบบอย่างมาโดยตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีหากมีการล่ารายชื่อ เพื่อลาออก เพื่อกดดัน ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงภายในพรรค ผมถือว่าเป็น วิธีการที่ไม่ใช่ประชาธิปไตย และไม่สมควรกระทำเป็นอย่างยิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผมนั้นผมมีความหวังกับการเลือกตั้งครั้งหน้า และมีความเชื่อมั่นว่า พี่น้องประชาชน จะให้โอกาสพรรคประชาธิปัตย์อีกครั้งหนึ่งในอนาคต.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68584</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุรินทร์, ปชป., ประชาธิปัตย์, อมร อมรรัตนานนท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200613/image_big_5ee484ca4e00b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64725</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2020 17:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2020 17:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตผู้สมัครส.ส.ปชป. ควง อดีตสจ. ร้องนายกฯสอบ &#039;อบจ.สระบุรี&#039; จัดซื้ออุปกรณ์ป้องโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 เม.ย.63 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอมร อมรรัตนานนท์ ที่ปรึกษารมว.เกษตรและสหกรณ์ และอดีตผู้สมัครส.ส.สระบุรี พรรคประชาธิปัตย์ นำ น.ส.ปวรีวรรณ นันทปัญญา ที่ปรึกษา รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และอดีต สจ.สระบุรี เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ผ่านนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้ตรวจสอบการดำเนินการจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ป้องกันการระบาดของไวรัสโควิด-19 ของ อบจ.สระบุรี ที่อาจส่อไปในทางทุจริต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอมร กล่าวว่า ตนในฐานะชาวสระบุรี เห็นความไม่ถูกต้องเกิดขึ้นในจังหวัด ซึ่งเกิดขึ้นช่วงที่ประเทศอยู่ในภาวะวิกฤติการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด -19 โดยการทำงานของปลัด อบจ.สระบุรี การใช้งบประมาณซื้ออุปกรณ์หลายอย่างเพื่อมาช่วยเหลือประชาชน ซึ่งทีมงานสจ. ในพื้นที่และประชาชนส่งข้อมูลมาทำให้เราเห็นถึงสิ่งที่ไม่ปกติ มีการใช้งบจำนวนมากที่เข้าข่ายผิดกฎหมายหรือ ทั้งนี้เราได้แจ้งความตำรวจ สภ.เมืองสระบุรี ไปแล้ว แต่กังวลใจว่าการตรวจสอบในพื้นที่จะเจออุปสรรค จึงขอให้นายกฯสั่งการให้กระทรวงมหาดไทย ได้ย้ายปลัด อบจ.สระบุรี หรือโยกย้ายไปตรงไหนก่อนก็ได้ระหว่างการสอบสวน เพราะถ้าปลัดคนดังกล่าวยังนั่งอยู่จะเป็นปัญหาต่อการให้ความร่วมมือของข้าราชการใน อบจ. ในการตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ น.ส.ปวรีวรรณ กล่าวว่า ตนอยากให้ตรวจสอบเรื่องการจัดซื้ออุปกรณ์ป้องการการระบาดของไวรัสโควิด-19 ของ อบจ.สระบุรี ว่าถูกต้องหรือสมเหตุสมผลหรือไม่ ซึ่งจากที่ตนตรวจสอบมานั้นไม่สมเหตุสมผล ยกตัวอย่างเจลล้างมือ อบจ. ซื้อมาในราคา 1,250 บาทต่อ 5 ลิตร แต่เมื่อเราไปตรวจสอบจากบริษัทที่ขาย พบว่าราคาเพียง 475 บาท เครื่องพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ อบจ. จัดซื้อในราคา 1,500 บาท ซึ่งเมื่อตรวจราคาที่ร้านไทยวัสดุยี่ห้อเดียวกัน ในจ.สระบุรี ราคาอยู่ที่ 790 บาท เครื่องยิงอุณหภูมิ ไม่มียี่ห้อ อบจ. ซื้อมาในราคาเครื่องละ 3,500 บาท แต่เมื่อตรวจสอบพบว่า หากซื้อ 100 เครื่องขึ้นไป ราคาเครื่องละ 1,600 บาท แต่ทางอบจ. จัดซื้อมาเป็นพันเครื่อง นี่คือตัวอย่างบางส่วน จากการที่เราได้ร้องทุกข์กล่าวโทษกับพนักงานสอบสวนในจังหวัดนั้น บอกตรงๆ ว่าเราไม่เชื่อกระบวนการสอบสวนของจังหวัด เพราะเคยดำเนินการตรวจสอบ อบจ.สระบุรีมา 2 ปีแล้ว แต่ไม่มีเรื่องไหนคืบหน้าเลย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64725</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, สระบุรี, อมร อมรรัตนานนท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200430/image_big_5eaaa535ac08e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62356</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/04/2020 13:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/04/2020 10:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กุนซือรมว.เกษตรฯร่อนจดหมายถึง &#039;ชวน&#039; ระดมกึ๋นทุกฝ่ายฝ่าวิกฤติโควิด สร้างชาติให้ยืนหนึ่งในสังคมโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 เม.ย.63 - นายอมร อมรรัตนานนท์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์(นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน) โพสต์จัดหมายเปิดผนึกฉบับที่ 2) ลงในเฟซบุ๊ก โดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ถึงเวลา พลิกวิกฤตเป็นโอกาส ทบทวนยุทธศาสตร์ เพื่อกำหนดแนวทางนโยบาย สร้างชาติให้ยืนหนึ่ง ในสังคมโลก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 7 เมษายน 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่อง ขอให้มีการจัดการประชุม รัฐสภา เพื่อร่วมกันกำหนด ยุทธศาสตร์ ทิศทาง และแนวนโยบาย ในการสร้างชาติ ให้มีความมั่นคงแข็งแรงและยั่งยืน เพื่อ รองรับ สถานการณ์วิกฤต ที่เกิดจากภัยพิบัติที่คาดไม่ถึง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรียน นายชวน หลีกภัย ในฐานะประธานรัฐสภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำเนาถึง นายกรัฐมนตรี ประธานองคมนตรี หัวหน้าพรรคการเมือง และผู้นำองค์กรอิสระ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายใต้สถานการณ์วิกฤตการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ลุกลามไปทั่วโลก จะมาด้วยสาเหตุ ของการช่วงชิงพัฒนา อาวุธชีวภาพของมหาอำนาจ หรืออาจเป็นการพัฒนากลายพันธุ์ ของไวรัสซึ่งมีอยู่ในโลกนี้ เป็นเรื่องที่จะต้องค้นคว้าต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ที่แน่นอน ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับชืวิตและความเป็นอยู่
ของประชาชนและเศรษฐกิจโดยของประเทศ จะหนักหน่วงมากน้อยเพียงไร ขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการของรัฐบาล และโครงสร้างของสังคมการเมืองเศรษฐกิจ ของประเทศนั้นๆ
ในประเทศจีนซึ่งถือว่า เป็น ประเทศแรกของการ ค้นพบ การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 การจัดการแก้ปัญหา การแพร่ระบาดด้วยความรวดเร็วเด็ดขาด และสามารถ ควบคุมการแพร่ระบาด ให้อยู่ในวงจำกัด ด้านหนึ่งเป็นผล จากโครงสร้างทางการเมืองที่เป็นสังคมนิยม อีกด้านหนึ่ง เป็นความร่วมมือของพี่น้องประชาชนจีน ที่มีระเบียบวินัย เนื่องจากถูกหล่อหลอม มาจากโครงสร้างทางวัฒนธรรม ที่ผ่านการต่อสู้อย่างยาวนาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในทางเศรษฐกิจโดยภาพรวมของประเทศจีน ชีวิตความเป็นอยู่ ของพี่น้องประชาชนจีน ถือว่าได้รับผลกระทบน้อยมาก จะมีเพียงบางส่วนที่อยู่ในภาคอุตสาหกรรม ภาคบริการและการท่องเที่ยว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในทางกลับกัน ประชาชนส่วนใหญ่ ซึ่งอยู่ในภาคเกษตรกรรม สามารถดำรงชีวิตอยู่ภายใต้วิกฤต และได้รับผลกระทบน้อยมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เมื่อมาพิจารณา โครงสร้าง ทางเศรษฐกิจ การเมือง และวัฒนธรรม ของสังคมไทย จะเห็นได้ว่า ในช่วงแรก การรับมือ และแก้วิกฤต สามารถทำได้ด้วยดี แต่เมื่อสถานการณ์พัฒนาไป จังหวะก้าวและการ กำหนดมาตรการการแก้ปัญหา หลายกรณี คงต้องเป็นเรื่องที่ต้องสรุปบทเรียนและพัฒนาในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การตัดสินใจการแก้ปัญหา ภายใต้โครงสร้างทางการเมืองและวัฒนธรรมที่เป็นอยู่ เป็นเรื่องที่ เข้าใจได้ และไม่อาจโยนความผิดให้กับการจัดการและการบริหาร ของฝ่ายรัฐบาลแต่ฝ่ายเดียว เพราะเป็นสถานการณ์ที่สังคมประเทศไทยไม่เคยผ่านบทเรียนวิกฤตที่ร้ายแรงเช่นนี้มาก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่สิ่งหนึ่งที่ ผู้นำทุกภาคส่วนของสังคม จำเป็นต้อง นำสถานการณ์วิกฤตที่เกิดขึ้น มาอภิปราย และหาข้อสรุป เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์ แนวทางทิศทางและนโยบาย ในการแก้ปัญหา ผลกระทบที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้า กับเศรษฐกิจและชีวิตความเป็นอยู่ประชาชนโดยเร็ว และเร่งด่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้ง ยังต้องเก็บรับบทเรียน มาทบทวนยุทธศาสตร์ ทิศทางแนวทางและนโยบายในการสร้างชาติในอดีต ในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นมิติทางโครงสร้างทางการเมือง ทางเศรษฐกิจ ทางวัฒนธรรมสังคม และการศึกษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในที่นี้ ผมขอเสนอ ความเห็นส่วนตัว ต่อ ผู้นำทุกภาคส่วน รวมถึงพี่น้องประชาชน ให้ได้ร่วมกันพิจารณา และอภิปรายหาข้อสรุป เพื่อร่วมกันกำหนดและอนาคตของประเทศไทย ซึ่งเป็นที่รักของทุกคน ใน 2 กรอบประเด็นใหญ่ๆดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นที่ 1 การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ในช่วงวิกฤตการแพร่ระบาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.1 ต้องใช้ อำนาจทางการบริหารจัดการ อย่างเข้มงวด สูงสุด 24 ชั่วโมง ในพื้นที่ที่ต้องควบคุมพิเศษ โดยนายกรัฐมนตรี ต้องเป็นผู้ใช้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.2 การเยียวยาชีวิต เศรษฐกิจความเป็นอยู่ของประชาชน ทุกอาชีพ เป็นปัญหาเร่งด่วน ที่รัฐบาล ต้องดูแลอย่างทั่วถึง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่มาของจำนวนเงินงบประมาณ ผมเห็นด้วยกับการ โอนงบสัมมนา งบลงทุนต่างๆ ที่ไม่ก่อหนี้ผูกพัน คาดว่า น่าจะได้ หลายแสนล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;*ในกรณีที่ งบประมาณดังกล่าวไม่เพียงพอ การออก พรก. เงินกู้ เป็นเรื่องที่มีความจำเป็น แต่ควรหลีกเลี่ยง การกู้เงินจากต่างประเทศ เพื่อไม่ให้เกิดภาระระยะยาว ต่อหนี้สินของต่างชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.3 เม็ดเงินงบประมาณในการเยียวยาชีวิตเศรษฐกิจของประชาชน จะต้องใช้อย่างคุ้มค่าและก่อประโยชน์สูงสุด หลีกเลี่ยงการนำไปใช้ในงบปกติที่เป็นภาระกิจที่อยู่ในแผนงบประมาณเดิมที่กำหนดไว้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.3.1 เงินเยียวยา ที่แจกกับประชาชนแต่ละกลุ่มอาชีพ มีความจำเป็น ในการประทังชีวิต และเศรษฐกิจในระยะสั้น แต่ทั้งนี้ต้อง พิจารณาอย่างรอบคอบ ในกรอบวงเงินที่เหมาะสม เช่น เกษตรกรที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้แล้ว ควรได้รับเงิน สนับสนุน ครอบครัวละ เท่าใด นั้นเป็นสิ่งที่ต้องพิจารณา อย่างเร่งด่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะ อาชีพเกษตรกร ยังสามารถประกอบอาชีพได้ ซึ่งต่างกับอาชีพอิสระ หรือ แรงงาน ที่ได้รับผลกระทบจากการปิดกิจการ จำนวนเงินจึงแตกต่างกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.3.2 เงินกระตุ้น และฟื้นฟู เศรษฐกิจ ของทุกกระทรวง ต้องใช้ในโครงการ ที่ต้องรองรับ การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ หลังภาวะวิกฤต และรองรับวิกฤตภัยแล้ง ที่รุนแรงกว่าทุกปี ซึ่งกำลังจะมาถึง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่สำคัญ การใช้เม็ดเงิน ต้องใช้ภายใต้ยุทธศาสตร์ การใช้เงินเพื่อการสร้างงาน และให้ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบมีงานทำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช่น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต้องเร่งทำแผนที่น้ำ เร่งจัดสร้าง และ พัฒนาฟื้นฟู แหล่งน้ำ ในพื้นที่การเกษตร เพื่อรองรับน้ำ ในช่วงฤดูฝน จัดเก็บไว้ใช้ในฤดูแล้ง อย่างครบวงจร ทั้งนี้โครงการต่างๆ ต้องเน้นการสร้างงาน ให้มีการว่าจ้างแรงงาน ในพื้นที่ ได้มีโอกาสได้มาทำงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;*กระทรวงพาณิชย์ ต้องมีมาตรการ ดูแลผลผลิต ของเกษตรกร ที่จะออกมาในตลาดในช่วงนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเฉพาะสินค้าของชาวสวนผลไม้ กระทรวงพาณิชย์ต้องเร่งหาตลาดและจัดระบบการกระจายสินค้า ทั้งภายในและต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในภาวะวิกฤตเช่นนี้การส่งออกอาจมีปัญหา ผมเสนอให้ รับซื้อหรือ รวบรวม ภายใต้กลไกความร่วมมือกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผ่านกลุ่ม หรือสหกรณ์การเกษตร เพื่อนำไปจำหน่ายให้กับผู้บริโภค ภายใต้กลไกการกระจายสินค้าของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่ง มีหลายช่องทางเช่น ร้านธงฟ้า ร้านสมาร์ทโชห่วย รถพุ่มพวง และขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการค้าปลีก ซึ่งมีช่องทางการตลาด ถึงทุกอำเภอทุกตำบล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;*กระทรวงศึกษาธิการ ในสถานการณ์วิกฤตเช่นนี้ เพื่อให้เกิดการศึกษาของเยาวชนได้อย่างต่อเนื่อง จะต้องนำงบประมาณเพื่อพัฒนาระบบ เทคโนโลยีและการศึกษาออนไลน์ ให้เกิดอย่างเป็นรูปธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของการศึกษาในสายอาชีพ ควรเร่งสร้างแผนงาน ปรับปรุงหลักสูตร ให้เป็นอาชีพที่มีเกียรติ ในสังคม เรียนจบแล้วมีงานทำทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อาชีวะสร้างชาติ สร้างประเทศ&amp;quot;
โดยเฉพาะอาชีวะ ด้านเกษตรกรรม ต้องเร่งปฏิรูปครั้งใหญ่ นอกจากการพัฒนาหลักสูตร และปรับปรุง ระบบการเรียนการสอนให้ทันสมัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลต้องจัดให้มีเงินทุน และที่ดิน ให้ลูกหลานเกษตรกร เมื่อเรียนจบแล้ว สามารถเป็น เกษตรตัวอย่าง (Young Smart Farmer) ในแต่ละชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความคิดเห็นในประเด็นต่างๆที่เสนอเป็นเพียงส่วนหนึ่ง ที่คิดภายใต้ระยะเวลาที่จำกัด ผมเชื่อว่า ถ้าผู้บริหารและผู้รับผิดชอบในกระทรวงต่างๆได้นำไปขยายผล ก็จะมีโครงการที่ดี ออกมารองรับ ในการแก้ปัญหาและ ฟื้นฟูภาวะหลังวิกฤตได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งหมดนี้เป็นเพียงตัวอย่าง ผมเชื่อว่าศักยภาพของผู้บริหาร แต่ละกระทรวงรวมถึงกลไกของรัฐ จะสามารถกำหนดแผนงานและโครงการต่างๆที่สามารถเยียวยาแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของประชาชนได้ หากกำหนดจากจุดยืน บนผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นที่ 2 การสร้างชาติ ต่างประเทศให้มั่นคงยั่งยืน จำต้อง ปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ แนวทางทิศทางและนโยบาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายใต้การพัฒนาประเทศ สังคมไทยตกอยู่ใต้กรอบคิด และการกำหนดจากสภาเศรษฐกิจแห่งชาติ ซึ่งก่อตั้งเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2493 ต่อมาธนาคารโลก ได้เข้ามาเสนอแนะให้มีการปรับเปลี่ยนบทบาท และเพิ่มภารกิจในปี 2502 โดยเปลี่ยนชื่อเป็นสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจแห่งชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นมา ประเทศไทย จึงตกอยู่ภายใต้การพัฒนา โดยมี แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นพิมพ์เขียวชี้นำ ซึ่งปัจจุบันล่วงเลยมาแล้ว 12 ฉบับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;62 ปีของสภาพัฒน์ มีทั้งด้านรุ่งโรจน์และประสบความสำเร็จ ในขณะเดียวกันการมีแนวคิดครอบงำ ใกล้ชิด กับประเทศ มหาอำนาจ ฝากฝั่งทุนนิยมเสรี ทำให้การพัฒนาประเทศ ก้าวสู่ยุคทุนนิยม ที่อ้างความทันสมัย โดยละทิ้ง การสร้างความมั่นคงรากฐาน ทางเศรษฐกิจที่เข้มแข็งในภาคชนบท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ท่านทรงมีสายพระเนตรที่ยาวไกล ท่านจึงทรงเป็นผู้นำ ในโครงการพระราชดำริต่างๆ อีกทั้งยังพระราชทานปรัชญา และยุทธศาสตร์ การพัฒนาประเทศ ด้วยระบบเศรษฐกิจพอเพียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่รัฐบาลที่ผ่านมา ภายใต้องค์ประกอบ ที่ตกอยู่ภายใต้ผลประโยชน์ของกลุ่มทุน ที่มีความคิดทุนนิยมเสรี ก็หาได้น้อมนำมาปฏิบัติอย่างจริงจัง ให้ความสำคัญน้อยมากดังที่ปรากฏให้เห็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นการเกิดวิกฤตครั้งนี้จึงเป็นโอกาสดี ที่ผู้นำองค์กรทุกภาคส่วน จะต้องหันมาทบทวน กลับทิศเปลี่ยนทาง ในการพัฒนาประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลกระทบที่เกิดจากวิกฤตครั้งนี้รุนแรง ดังที่ปรากฏให้เห็นประเทศชาติเกือบล้มละลาย เพราะโครงสร้างทางเศรษฐกิจของเรา ไปพึ่งพิง แต่ธุรกิจภาคบริการภาคการท่องเที่ยวและภาคอุตสาหกรรมด้านการส่งออกเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในสถานการณ์เช่นนี้ การนับหนึ่งใหม่ จึงยังไม่สายเกินไป ที่เราจะเก็บรับบทเรียน จากภายในประเทศ และจากต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในทางกายภาพ ประเทศไทย อยู่ใน เขตร้อนชื้น ที่มีความเหมาะสม ในการทำเกษตรกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;*กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะต้องเป็นผู้นำหน้า ในการจัดทำแผนที่ภาคการเกษตร และพัฒนา การผลิตให้ภาคเกษตรกร อีกครั้งจำเป็นต้องส่งเสริม ให้เกิดการรวมตัว การทำการเกษตร ภายใต้รูปแบบ เกษตรแปลงใหญ่ หรือจะเป็นสหกรณ์การเกษตร ที่ได้รับการพัฒนาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาครัฐจะต้องแก้ปัญหาปัจจัยในการผลิต ที่สำคัญคือที่ดิน ให้เกษตรกรเป็นเจ้าของ หรือเช่ากับ รัฐในราคาที่เป็นธรรม ให้การส่งเสริม จัดให้มีโครงข่าย ทรัพยากรน้ำ เข้าถึงแปลงการผลิตอย่างทั่วถึง อีกทั้งยังต้องมีกองทุน ที่เข้าสนับสนุน และส่งเสริม เกษตรกร อย่างจริงจัง ภายใต้หลักคิดให้เกษตรกร เติบโตและมีความมั่นใจ มีเกียรติมีศักดิ์ศรีในอาชีพตนเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากรัฐบาล ทำได้เช่นนี้ &amp;quot;เกษตรผลิต พาณิชย์จำหน่าย&amp;quot; เกษตรกรส่วนใหญ่ ก็จะมีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และผมเชื่อ เมื่อ &amp;ldquo;เกษตรกรร่ำรวย ทุกคนก็จะร่ำรวย&amp;rdquo; ไม่ว่าจะเกิดวิกฤต หนักหน่วงเพียงใด สังคมประเทศไทยก็จะอยู่ได้ ประชาชนคนไทยก็จะไม่อดตาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การนำเสนอข้อคิดเห็นครั้งนี้ มิได้ปฏิเสธการพัฒนาที่ผ่านมา สิ่งที่มีอยู่ ก็ยังจำเป็นต้องส่งเสริมให้ดำรงอยู่และพัฒนาดียิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่สำคัญ ธุรกิจภายใต้กลุ่มทุน จะต้องพัฒนาตัวเอง ให้หันมา ดูแล และช่วยเหลือสังคมให้มากขึ้น ภายใต้หลักการยุทธศาสตร์ การพัฒนาของสหประชาชาติ Sustainable Development Goal ซึ่งผู้บริหาร เจ้าของทุน และพี่น้องประชาชนทุกภาคส่วน จะต้องให้ความสำคัญ และยึดหลักปฏิบัติ เคียงคู่กับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากทุกภาคส่วนร่วมมือ ปฏิบัติการร่วมกัน ส่วนตัวผมเชื่อว่า การสร้างชาติ ภายใต้ยุทธศาสตร์เช่นนี้ จะทำให้สังคมไทย เป็นสังคมที่น่าอยู่ อบอุ่น และมีความสุข ที่นานาอารยประเทศ จะได้ใช้เป็นแบบอย่าง ในการสร้างสังคมที่สันติสุข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในโอกาส นี้ ผมจะขอเสนอ ให้ ฯพณฯชวน หลีกภัย ในฐานะ ประธานรัฐสภา เรียกประชุมรัฐสภา เปิดอภิปรายทั่วไป หรือหากไม่สามารถ จัดกระบวนการการประชุมเพื่อความปลอดภัยได้ ให้แต่ละพรรคการเมือง หรือองค์กร ที่เกี่ยวข้อง จัดให้การประชุมขยายวง เพื่อให้ได้ข้อสรุปให้หัวหน้าพรรคและตัวแทนองค์กรต่างๆสามารถจัดการประชุมร่วมในวงขนาดเล็กได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป้าหมายคือการ ระดมความร่วมมือจากทุกฝ่าย ในการเสนอแนะ และร่วมมือกัน หาข้อสรุป ในการนำพาประเทศให้ฝ่าข้ามวิกฤต เพื่อสร้างชาติสร้างประเทศ ให้มีความมั่นคง มีความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจ และมีความยั่งยืน ในการรักษาวัฒนธรรมไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยความเคารพนับถือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอมร อมรรัตนานนท์
7 เมษายน 2563
เวลา 9.24 น.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62356</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชวน หลีกภัย, อมร อมรรัตนานนท์, เปิดประชุมสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200327/image_big_5e7d6e6caf273.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61102</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/03/2020 10:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/03/2020 09:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ที่ปรึกษารมว.เกษตรฯร่อนจดหมายเปิดผนึกผ่านนายกฯ เรียกร้องเศรษฐีเมืองไทย 100 อันดับแรกมีมาตรการช่วยเหลือประเทศไทยฝ่าวิกฤติโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 มี.ค.63 - นายอมร อมรรัตนานนท์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์(นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน) ได้ทำจดหมายเปิดผนึกเรื่อง &amp;quot;มหาเศรษฐีในเมืองไทย 100 อันดับแรก ต้องมี มาตรการช่วยเหลือ ประเทศไทย ข้ามผ่านวิกฤตการแพร่ระบาด โรคโควิด-19&amp;quot;เผยแพร่ผ่านเฟซบุ๊ก โดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรียน พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เพื่อส่งผ่านไปยัง 100 มหาเศรษฐีของเมืองไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานการณ์ ปัจจุบัน การประกาศภาวะฉุกเฉินทั่วประเทศ ผ่านไปแล้ว 1 วัน การแพร่ระบาดของโควิด-19 มาถึงทางสองแพร่ง ที่จะสามารถระงับยับยั้ง หรือ จะบานปลาย ไม่สามารถควบคุมได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาวะดังกล่าว ในการที่จะแก้ปัญหา และฝากข้ามวิกฤต การแพร่ระบาด ครั้งนี้ จำเป็นที่จะต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ในสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพที่ พี่น้องประชาชนคนเล็กคนน้อย พี่พอมีฐานะเศรษฐกิจที่เพียงพอ ลุกขึ้นมาช่วยเหลือพี่น้องผู้ยากไร้กว่าด้วยการทำอาหารแจกฟรี เป็นภาพที่คุ้นชินในยามวิกฤติไม่ว่าเกิดภัยพิบัติประเภทใด ...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่คือความงดงามที่สะท้อนถึงจิตอาสา ของคนไทยที่ไม่ทิ้งกัน!!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผมเห็นแล้วสะเทือนใจ หากมีกำลังเพียงพอ ก็อยากจะกระทำเช่นนั้นบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ทรงมีความห่วงใย ล้นเกล้าของชาวไทย ทรงช่วยเหลือ โดยการจัดหาเครื่องช่วยหายใจสนับสนุน การทำงานของโรงพยาบาลต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ภาครัฐซึ่งนำโดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และบรรดาบุคคลด้านสาธารณสุข ก็พยายามทำงานหนักกันอย่างเต็มที่ อาจมีผิดบ้างถูกบ้าง ก็ต้องให้กำลังใจ และให้ความร่วมมือ เพราะต้องเข้าใจว่า นี่คือวิกฤตการแพร่ระบาดใหญ่ ที่ยังไม่เคยปรากฏมาก่อนในโลก ที่ผ่านมาหลายร้อยปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากท่านใด มีความเห็นต่าง จะวิพากษ์วิจารณ์ ก็ขอให้มีข้อเสนอแนะ ในทางสร้างสรรค์ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะเวลานี้ เป็นเวลาที่คนไทย ทุกคน ไม่ว่าอาชีพใด ฐานะใด กลุ่มก้อนสีใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต้องรวมจิตหนึ่งใจเดียว ฝากข้ามวิกฤต ครั้งนี้ โดยยึดหลัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;คนไทยต้องไม่ทิ้งกัน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำคัญที่ผมต้องการนำเสนอ ในวันนี้ ขอให้มหาเศรษฐี 100 อันดับแรกของสังคมไทย ต้องมีมาตรการที่ชัดเจน ในการที่จะช่วยเหลือประชาชน ช่วยเหลือประเทศชาติ และช่วยเหลือรัฐบาล (บางกลุ่มอาจเริ่มดำเนินการแล้ว) โดยมีมาตรการที่ชัดเจนดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 กลุ่มธุรกิจที่ประกอบการ ด้านการผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นของประชาชน ต้องลดราคาสินค้า เพื่อส่งต่อไปยังผู้จัดจำหน่ายในราคาต้นทุน หรือ บวกกำไรไม่เกิน 10 เปอร์เซ็นต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 กลุ่มธุรกิจผู้ประกอบการโลจิสติกส์ ผู้ค้าส่ง ผู้จัดจำหน่าย ผู้ค้าปลีก ต้องลดส่วนต่างของกำไร ให้น้อยที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 กลุ่มธุรกิจอื่นๆ อาจรวมตัวกัน ประกาศจัดตั้งกองทุน เพื่อสนับสนุนงบประมาณของรัฐ ในการจัดซื้อ เครื่องมือ อุปกรณ์ และผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งหมดนี้เป็นความเห็นส่วนตัวของผม ที่อยากเห็น บรรดาเจ้าสัวทั้งหลาย ได้มีจิตอาสาเพื่อ เอื้อเฟื้อ เผื่อแผ่ แบ่งปันต่อพี่น้องประชาชน ผู้สร้างความร่ำรวยให้แก่ท่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยการหยุดทำกำไรบางส่วน หรือคืนกำไร ประชาชนทั้งประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากมีปฏิบัติการเช่นนี้ สังคมไทย จะเป็นสังคมที่อุดมไปด้วยความสุข ที่ชั้นชนใด ต่างสมัครสมาน สามัคคี และอาทรต่อกัน ในยามวิกฤต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่สำคัญ จะเป็นแบบอย่าง กับอารยประเทศ ที่จะสะท้อนรากเหง้า ความเป็นสังคมไทย ที่มีจารีต วัฒนธรรม ที่งดงาม ที่คนไทย ถึงแม้จะมีฐานะที่ต่างกัน เชื้อชาติที่แตกต่างกัน ความเห็นที่แตกต่างกัน ในยามที่มีภัยพิบัติ ในยามที่มีข้าศึกรุกราน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนไทยทุกคนก็สามัคคีกลมเกลียว ฝาข้ามวิกฤต แก้ปัญหา และรักษาแผ่นดินนี้ มาได้ทุกครั้งไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดั่งเช่นเราเห็น จากบทเรียนในสยามประเทศนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รักและศรัทธาในจิตวิญญาณของความเป็นไทย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61102</URL_LINK>
                <HASHTAG>อมร อมรรัตนานนท์, เจ้าสัว, โควิด-19, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200327/image_big_5e7d6e6caf273.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60271</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/03/2020 17:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/03/2020 15:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อย่าฉกฉวยสถานการณ์ &#039;อมร&#039; ติง &#039;เทพไท&#039; เร็วเกินไปไหมที่จะขับไสไล่ส่งเพื่อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 มี.ค.63 - นายอมร อมรรัตนานนท์ อดีตผู้สมัครส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กโดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เทพไท .. เร็วเกินไปไหม?
ที่จะขับไสไล่ส่งเพื่อน...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช้านี้เห็นข่าว &amp;nbsp;ข่าว คุณเทพไทยื่นหนังสือต่อหัวหน้าพรรค ประชาธิปัตย์ เรียกร้องให้ &amp;nbsp;คุณมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข แสดงสปิริตลาออก โดยอ้างข้อบังคับและเหตุผลเพื่อรักษาอุดมการณ์ของพรรค&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในฐานะที่เป็นสมาชิกใหม่ของพรรคประชาธิปัตย์ &amp;nbsp;อาวุโสภายในพรรคอาจจะน้อยกว่าคุณเทพไทมาก โดยส่วนตัวรักและนับถือ และเข้าใจ ในจิตเจตนาที่ดีของคุณเทพไท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีนี้ผม &amp;nbsp;ขออนุญาตให้ความเห็นที่แตกต่าง ต่อประเด็นปัญหาของคุณมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ที่กำลังเป็นประเด็นข่าวอยู่ในปัจจุบันนี้&amp;nbsp;
เกิดจากการเคลื่อนไหวของคุณอัจฉริยะ ได้ไปยื่น เอกสารและข้อกล่าวหา ซึ่งไม่ระบุตัวตนบุคคลใดบุคคลหนึ่ง กับพลตำรวจเอกสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข &amp;nbsp;รอง ผบตร.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนั้นนายอัจฉริยะก็ได้เคลื่อนไหวทางสื่อสังคมออนไลน์อย่างต่อเนื่อง โดยการใช้กล่าวหาพาดพิง อาจทำ ส่วนใหญ่จะมีให้สังคมเข้าใจว่า &amp;nbsp;บุคคลผู้นั้น คือคุณมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณมัลลิกา และทีมทนายความจึงได้ใช้สิทธิ์ในการปกป้องชื่อเสียง ของตนเอง ซึ่งกระทำไปโดยชอบของกฎหมาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยไม่ได้ไปขัดขวางขบวนการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจและคณะกรรมการอื่นใด อีกครั้งพร้อมให้ความร่วมมือ &amp;nbsp;ในการตรวจสอบทุกระดับชั้น &amp;nbsp;ตามถ้อยแถลงของคุณมัลลิกา ซึ่งแถลงไว้กับสื่อมวลชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากพิจารณากันด้วยความ บริสุทธิ์ใจ และมีน้ำมิตรจิตใจต่อความเป็นพี่น้องชาวพรรคประชาธิปัตย์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมมีความเห็นว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จะเป็นการเร็วไปไหมที่จะขับไสไล่ส่ง บุคลากร ซึ่งเหลือกันน้อยเต็มที่แล้ว &amp;nbsp;
ณ ปัจจุบันนี้ ผมคิดว่าเราจำเป็นอย่างยิ่งที่จะรักกันสามัคคีกัน ร่วมกันสรุปบทเรียนและ นำพาพรรคให้เป็นที่พึ่งหวังของประชาชน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อกรณีข้อกล่าวหาที่พุ่งเป้าไปยังคุณมัลลิกา ก็ต้องให้เป็นไปตามกระบวนการตรวจสอบทางกฎหมาย ซึ่งผมเชื่อว่าถ้าหากนายอัจฉริยะ มีข้อมูลและมีข้อเท็จจริง ผมก็เชื่อว่าคุณมัลลิกา ก็พร้อมที่จะยอมรับ การตัดสิน จากกระบวนการยุติธรรม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่จากการที่ผมรู้จักคุณมัลลิกา เป็นการส่วนตัวมานานแล้ว ผมเชื่อ ในความบริสุทธิ์ที่เธอ ได้พูดกับผม ในวันที่เธอถูกกล่าวหา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นผมจึงไม่ลังเล ในการที่จะยืนอยู่เคียงข้างเธอ เพื่อให้กำลังใจ ในการที่เธอจะใช้สิทธิ์ต่อสู้ เพื่อรักษาเกียรติภูมิของตนเอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากแม้นว่าในอนาคต ข้อเท็จจริง พิสูจน์ว่าเธอผิดจริง &amp;nbsp;ผมก็ คงต้องยอมรับ การตัดสินใจที่ผิดพลาด ที่มองคนผิดไป ...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในประเด็นข้อเท็จจริง กรณีคุณมัลลิกาแตกต่างกับอดีตรัฐมนตรีหลายคนที่คุณเทพไทกล่าวถึง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นที่ 1 นายอัจฉริยะ &amp;nbsp;เพียงแค่เคลื่อนไหว โดยใช้ช่วงท่าในการกล่าวหา โดยยังไม่ระบุตัวตน ผู้กระทำผิด &amp;nbsp;ที่ชัดเจน เพียงแค่ ตั้งใจจะไปเปิดประเด็น ให้สังคมคิดและเชื่อว่าเป็นบุคคลผู้หนึ่งผู้ใด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นที่ 2 &amp;nbsp;ย้อนกลับไปที่สำนักงานตำรวจ นายอัจฉริยะไปยื่น ก็ยังไม่ได้มี การกล่าวหาใคร หรือแจ้งความ ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการ อะไรที่มาก เป็นเพียง การอ้างว่า นำเอกสารหลักฐาน ไปให้เจ้าหน้าที่ ดำเนินการสืบสวนและสอบสวนต่อ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นที่ 3 กรณีที่คุณมัลลิกาออกไปชี้แจงนั้น เป็นความชอบในการที่เธอออกไปปกป้องสิทธิ์ &amp;nbsp;อีกครั้งในการแถลงข่าวยังเป็นการยืนยันการทำงานทางการเมือง ในนามพรรคประชาธิปัตย์ &amp;nbsp;ซึ่งเป็นเสมือน เบ้าหลอมในการสร้างตัวเธอขึ้นมา ให้เป็น นักการเมือง ที่ไม่เคยมีประวัติด่างพร้อย &amp;nbsp;อีกครั้งยืนยันว่าเธอพร้อมที่จะถูกตรวจสอบทุกกระบวนการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นที่ 4 กรณีคุณมัลลิกา ผมขอเรียกร้องให้คณะกรรมการสอบสวนที่พรรคได้แต่งตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 16 มีนาคมเร่งดำเนินการสอบสวน สืบสวน บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง &amp;nbsp;และหาข้อสรุปโดยเร็ว เพื่อ ให้เกิดความบริสุทธิ์ยุติธรรม &amp;nbsp; กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในกรณีที่มีความผิดตามข้อกล่าวหาผมขอเรียกร้องให้มีมาตรการลงโทษ ตามข้อบังคับพรรคและกฎหมายบ้านเมืองอย่างจริงจัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นที่ 5 ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ สมาชิกพรรคทุกคนต้องหนักแน่นและไม่อ่อนไหวต่อ ปัญหาที่เกิดขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมาชิกทุกคนต้องรวมจิตหนึ่งใจเดียวเพื่อส่งเสริมและขยายกิจการงานของพรรค อีกทั้งต้องสนับสนุนให้ผู้บริหารของพรรครัฐมนตรีของพรรค ได้ทำงานในหน้าที่เพื่อแก้ไขปัญหา ของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มิใช่ฉกฉวยเอาสถานการณ์มาเคลื่อนไหวหาผลประโยชน์ ให้กับบุคคลหรือคณะบุคคล โดยไม่คำนึงถึงความเสียหาย ที่จะเกิดกับพรรค และการบริหารงานของรัฐในยามสถานการณ์ที่วิกฤติเช่นนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งหมดนี้เป็น ความเห็นส่วนตัวของผม ที่มีความมุ่งมั่นปรารถนา อยากเห็นพรรคประชาธิปัตย์ยึดมั่นในอุดมการณ์ และพร้อมที่จะต่อสู้ ปกป้อง และรักษา เพื่อนมิตรของเรา &amp;nbsp;ที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยังไม่สายเกินไปหรอก ที่จะให้โอกาสเธอพิสูจน์ตัวเอง
หากแม้นว่า เธอผิดจริง เธอก็ต้องรับผิดชอบ&amp;nbsp;
ผมเชื่อว่าเธอกล้าหาญพอ &amp;nbsp;เพราะผมรู้จักเธอดีพอสมควร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อมร อมรรัตนานนท์
19 มีนาคม &amp;nbsp;2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#มัลลิกาพร้อมชนอัจฉริยะ
#พรรคประชาธิปัตย์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60271</URL_LINK>
                <HASHTAG>มัลลิกา, อมร อมรรัตนานนท์, เทพไท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200319/image_big_5e732aa6be5d3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
