<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119403</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2021 14:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2021 14:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ปคบ.’ร่วม’อย.’จับอาหารเสริมอวดอ้างเพิ่มพลังเซ็กซ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ต.ค.64- พล.ต.ต.อนันต์ นานาสมบัติ ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค(ผบก.ปคบ.) พร้อมด้วย ภญ.สุภัทรา บุญเสริม ผู้ทรงคุณวุฒิต้านมาตรฐานผลิตภัณฑ์ด้านสาธารณสุข รักษาราชการแทนรองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ร่วมกันแถลงผลการจับกุมผู้ลักลอบจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอวดอ้างสรรพคุณทางเพศ ยี่ห้อ X - MARVEL MAX ทางเว็บไซต์หนึ่ง ใช้ชื่อภาษาอังกฤษที่อ่านออกเสียงภาษาไทยว่า &amp;ldquo;โคตรเซ็กซ์ทอย&amp;rdquo;พร้อมวัตถุลามก (อุปกรณ์เซ็กซ์ทอย) อีกจำนวนมาก มูลค่าของกลาง 500,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.อนันต์ กล่าวว่า ปคบ. ร่วมกับ อย.จับกุมขบวนการลักลอบจำหน่ายยาซิเดกร้า (Sidegra) และผู้ลักลอบผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีการโฆษณาอวดอ้างสรรพคุณทางเพศจำนวนหลายราย พร้อมห่วงใยความปลอดภัยของประชาชนที่อาจได้รับอันตรายจากการรับประทานยารักษาอาการหย่อนสมรรถนะทางเพศเอง จึงได้สั่งการ กก.4 บก.ปคบ. กวดขันจับกุมผู้กระทำความผิดอย่างต่อเนื่อง จากการตรวจสอบเฝ้าระวังพบเว็บไซต์ดังกล่าว มีการโฆษณาขายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่อวดอ้างสรรพคุณทางเพศ เจลหล่อลื่น และวัตถุลามกโดยผิดกฎหมาย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาวันที่ 9 ต.ค. เจ้าหน้าที่บุกตรวจค้นเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ จำนวน 3 จุด ในเขต กทม. ย่านบางแค และ จ.สมุทรปราการ ผลการตรวจค้นพบผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอวดอ้างสรรพคุณทางเพศ ยี่ห้อ MARVEL MAX , เจลหล่อลื่นยี่ห้อ X - MARVEL MAX GEL , TITAN GEL (TANTRA) และวัตถุลามก (อุปกรณ์เซ็กซ์ทอย) นอกจากนั้นยังตรวจพบผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง เช่น สบู่ยกกระชับสัดส่วน , แผ่นมาส์กหน้า รวมมูลค่า 500,000 บาท ซึ่งไม่มีฉลากภาษาไทย โดยจับกุมนายทุน 2 รายเป็นสามีภรรยา คือ ผู้ชายเป็นคนไทยและผู้หญิงเป็นชาวเวียดนาม สารภาพว่าลักลอบนำเข้าสินค้ามาจากต่างประเทศผ่านชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และมีไว้เพื่อจำหน่ายให้กับลูกค้าที่สนใจโดยโพสต์ ขายผ่านทางเว็บไซด์จริง ประมาณ 2 ปี จึงได้ตรวจยึดนำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อตรวจวิเคราะห์และดำเนินการตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สำหรับอุปกรณ์เซ็กซ์ทอย ยังเป็นอุปกรณ์ที่ผิดกฎหมายอยู่เพราะยังไม่มีกฎหมายอนุญาตให้มาจำหน่ายภายในประเทศ และยังไม่มีสถาบันทางการแพทย์รับรองคุณภาพมาตรฐาน หากผู้บริโภคซื้อมาใช้อาจจะมีความเสี่ยงที่เกิดอันตรายต่ออวัยวะเพศหรือเกิดการติดเชื้อได้ สำหรับอวัยวะเพศเทียมทั้งชายและหญิง ในประเทศไทยยังถือว่าเป็นของผิดกฎหมาย ห้ามจำหน่าย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน ภญ.สุภัทรา กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นการลักลอบนำเข้าผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่แสดงสรรพคุณเพิ่มสมรรถภาพทางเพศที่ผสมยาไวอากา และเครื่องมือแพทย์ (เจลหล่อลื่น) จึงขอเตือนประชาชนก่อนซื้อขอให้ตรวจสอบการได้รับอนุญาตทางเว็บไซด์ อย.&amp;nbsp; เพราะอาจได้รับอันตรายจากการการผลิตที่ไม่ได้มาตรฐานหรือปลอมปนยาแผนปัจจุบัน สำหรับผู้ที่มีปัญหาด้านสมรรถภาพทางเพศขอให้ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อรับการรักษาอย่างถูกต้อง ซึ่งหากจำเป็นต้องใช้ยารักษาอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ แพทย์จะมีการให้คำแนะนำและจัดขนาดยาให้เหมาะสมตามสภาวะร่างกายและโรคประจำตัวของแต่ละคน การรับประทานยาในกลุ่มนี้อย่างไม่ถูกต้องอาจส่งผลข้างเคียงเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีอาหารเสริมบำรุงปอดแอบอ้างรักษาโควิด -19 และยานวดเพิ่มความสูง จึงฝากเตือนผู้ปกครองที่จะซื้อให้บุตรหลานอย่าซื้อเด็ดขาดเพราะไม่มีสรรพคุณดังกล่าวจริง ถ้าต้องการเพิ่มความสูงควรรับประทานอาหารและออกกำลังกาย เบื้องต้น กระทำดังกล่าวอาจเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522&amp;nbsp; ฐาน &amp;quot;นำเข้าโดยไม่ได้รับอนุญาต&amp;rdquo; และหากตรวจพบการปลอมปนยา จะมีความผิดฐาน &amp;quot;จำหน่ายอาหารซึ่งไม่บริสุทธิ์&amp;quot; รวมทั้ง ความผิดตามพระราชบัญญัติเครื่องมือแพทย์ พ.ศ. 2551 ฐาน &amp;quot;ขายเครื่องมือแพทย์ที่ไม่ได้ใบอนุญาต ใบแจ้งรายการละเอียด หรือใบรับจดแจ้ง&amp;quot; และความผิดประมวลกฎหมายอาญา ฐาน &amp;quot;ผู้ใดประกอบการค้า หรือมีส่วนหรือเข้าเกี่ยวข้องในการค้าเกี่ยวกับวัตถุหรือสิ่งของลามก จ่ายแจกหรือแสดงอวดแก่ประชาชน หรือให้เช่าวัตถุหรือสิ่งของ&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119403</URL_LINK>
                <HASHTAG>จับอาหารเสริม, ตำรวจปคบ., อย.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211011/image_big_6163e063c5b76.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115677</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/09/2021 14:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/09/2021 14:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอนิธิ&#039;ถาม&#039;อย.&#039;วัคซีนอีก2ล้านโดสถึงไทยเด็กจะมีโอกาสได้ใช้ไหม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.ย.64-ศ.นพ.นิธิ มหานนท์ เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า อีกสองล้านถึงเมืองไทยเช้านี้ &amp;hellip;&amp;hellip;.เด็กๆจะมีโอกาสได้ใช้ไหมนี่ ต้องรอคำตอบจาก อย. ก่อนนะครับ ผมว่าทุกภาคส่วน พร้อมที่จะช่วยกันอย่างรวดเร็วในการดูแลลูกหลานเราด้วยกันแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115677</URL_LINK>
                <HASHTAG>วัคซีน, ศ.นพ.นิธิ มหานนท์, อย.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210531/image_big_60b43881544aa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115073</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อย.เผายาเสพติด 27ตัน3หมื่นล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; อย.พร้อมด้วยสำนักงาน ป.ป.ส. สถานีตำรวจภูธรเมืองนนทบุรี กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กองทัพบก ตรวจสอบยาเสพติดก่อนนำไปเผากว่า 27 ตัน มูลค่ากว่า 29,916 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 30 ส.ค.64 นพ.วิทิต สฤษฎีชัยกุล รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ​เปิดเผยต่อสื่อมวลชนว่า ตามระเบียบกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยการเก็บรักษายาเสพติดให้โทษของกลางได้มอบหมายให้กระทรวงสาธารณสุข โดย อย.เป็นผู้เก็บรักษายาเสพติดให้โทษของกลางในระหว่างการพิจารณาคดีไว้ ณ คลังยาเสพติดให้โทษของกลาง จนกว่าศาลชั้นต้นจะมีคำสั่งหรือพิพากษาให้ริบของกลางจึงจะสามารถทำลายได้ ในปี 2564 นี้มียาเสพติดที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งหรือพิพากษาให้ริบของกลาง จำนวนรวมกว่า 27,806 กิโลกรัม จาก 138 คดี มูลค่ารวมกว่า&amp;nbsp; 29,916 ล้านบาท โดยมี เมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) ที่มีน้ำหนักมากสุดกว่า 15,890 กิโลกรัม รองลงมา คือเมทแอมเฟตามีน (ยาไอซ์) น้ำหนักกว่า 10,817 กิโลกรัม, เฮโรอีนน้ำหนักกว่า 697 กิโลกรัม และยาอีกว่า 16 กิโลกรัม นอกจากนี้ยังมีวัตถุออกฤทธิ์น้ำหนักรวมกว่า 383 กิโลกรัม ซึ่งจะนำไปเผาทำลายในวันที่ 31 ส.ค.2564
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองเลขาธิการฯ กล่าวว่า ก่อนที่จะนำยาเสพติดให้โทษของกลางไปเผาทำลายในวันที่ 30 ส.ค.2564 คณะทำงานตรวจรับยาเสพติดให้โทษของกลาง ซึ่งประกอบไปด้วยหน่วยงานต่างๆ ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (สำนักงาน ป.ป.ส.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยสถานีตำรวจภูธรเมืองนนทบุรี กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กองทัพบก และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้องตรวจสอบยาเสพติดให้โทษของกลาง เพื่อให้ทราบน้ำหนัก ลักษณะ และประเภทของยาเสพติด พร้อมทั้งสุ่มตัวอย่างเพื่อตรวจเบื้องต้นว่าเป็นยาเสพติดจริง หลังจากนั้นจะห่อหุ้มยาเสพติดให้โทษของกลางที่ผ่านการตรวจสอบแล้วบรรจุลงหีบห่อ ติดหมายเลข จากนั้นคณะทำงานตรวจรับยาเสพติดให้โทษของกลางลงลายมือชื่อกำกับไว้ทุกหีบห่อ และเก็บไว้ในคลังยาเสพติด โดยติดเทปกระดาษที่ลงลายมือชื่อของคณะทำงานตรวจรับฯ กำกับไว้ที่ประตู เมื่อเสร็จแล้วคณะกรรมการเก็บรักษารหัสและกุญแจคลังยาเสพติดให้โทษของกลางจะมอบให้ประธานคณะทำงานตรวจรับฯ พ.ต.ท.ไพศิษฎ์ สังคหะพงศ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เป็นผู้ถือกุญแจเอาไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และในวันที่ 31 ส.ค.2564 เวลา 05.00 น. ประธานคณะกรรมการตรวจรับฯ จะเป็นผู้เปิดประตูคลังด้วยการตัดเทปกระดาษที่ปิดไว้ออก เพื่อนำยาเสพติดให้โทษของกลางที่ตรวจรับไว้แล้วส่งมอบให้คณะทำงานขนย้ายยาเสพติดให้โทษของกลาง ที่มี พ.ต.อ.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ รองผู้บังคับการปราบปราม กองบังคับการปราบปราม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นประธาน พร้อมทั้งร่วมกันลงลายมือชื่อในหนังสือตรวจรับยาเสพติดให้โทษของกลาง และนำยาเสพติดไปเผาทำลายที่บริษัท อัคคีปราการ จำกัด (มหาชน) นิคมอุตสาหกรรมบางปู จังหวัดสมุทรปราการต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115073</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลังยาเสพติด, ตำรวจภูธรเมืองนนทบุรี, ป.ป.ส., ยาเสพติด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อย., เผายาเสพติด, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210830/image_big_612cc9dd20e15.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115013</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/08/2021 11:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/08/2021 11:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อีกนานถึงจะไล่ทัน! แพทย์ชนบทเทียบATKไทยกับมาตรฐานสิงคโปร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ส.ค. 64 - เพจ &amp;quot;ชมรมแพทย์ชนบท&amp;quot; โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า แค่เรื่อง ATK ก็เห็นแล้วว่า ประเทศไทย...คงอีกนานจึงจะไล่ตามสิงคโปร์ทัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเทศสิงคโปร์ได้ยุทธศาสตร์การสู้ภัยโควิด ด้วยการใช้หลักคิด &amp;quot;เราต้องอยู่ร่วมกับโควิดให้ได้&amp;quot; นอกจากฉีดวัคซีนครบแล้ว การมี ATK ที่มีคุณภาพตรวจตนเองก็สำคัญยิ่ง&amp;nbsp; เพื่อรู้เร็ว รักษาเร็ว ไม่แพร่โรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;องค์กรวิทยาศาสตร์สุขภาพของสิงคโปร์ได้ทำการรับรอง ATK ไว้เพียง 6 รายการ&amp;nbsp; ที่อนุญาตให้ใช้ในประเทศเขาได้ เป็นรายการที่มีมาตรฐานสากล (สูงกว่ามาตรฐาน อย.ไทย) อย่างน้อย 3 รายการเป็นมาตรฐานองค์การอนามัยโลกที่อนุมัติให้ใช้จนถึง 9 มิถุนายน 2564 นี่คือบทพิสูจน์ความจริงจังของการตั้งใจเอาจริงเอาจังกับการสู้ภัยโควิดและปกป้องประขาชน&amp;nbsp; ไม่ใช่ปกป้องเอกชนที่จ้องจะขายของทำกำไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนประเทศไทย&amp;nbsp; สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ไทย กำหนดมาตรฐานไว้ไม่สูง แถมกลไกการขอรับรองจาก อย. ก็ใช้เพียงห้อง lab ทำการศึกษาในห้องทดลอง โดยไม่ได้ทดสอบในคนไข้จริงหรือทดสอบภาคสนามเลย (ทราบว่าแม้จะมีชื่อ lab รามาฯ จุฬาฯ มอ. 3 ห้องlab ที่ อย. deal ไว้&amp;nbsp; แต่เกือบทั้งหมดส่งตรวจที่รามาธิบดี)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิงคโปร์ก็จะแจก ATK ให้ครัวเรือนไปตรวจตนเองเช่นเดียวกับประเทศไทย เขาเลือกให้ประชาชนของเขาได้ใช้ของคุณภาพสูง ก็แน่นอนสิ เพราะคนเขามีคุณภาพ หากเอาของคุณภาพต่ำมาแจก ผลตรวจผิดพลาด อาจจะโดนประชาชนฟ้องเอาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้องค์การเภสัชกรรมจะลงนามทำสัญญาจัดซื้อ ATK ล้านชิ้นโดยไม่ฟังเสียงประชาชน รีบลงนามให้เสร็จ หวังสร้างภาระผูกพันของรัฐให้เกิดขึ้นก่อนการอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือเปล่าก็ไม่รู้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปล.&amp;nbsp; อ้างอิง https://www.hsa.gov.sg/cons.../articles/covid19_ARTselftests&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115013</URL_LINK>
                <HASHTAG>ATK, สิงคโปร์, อย., แพทย์ชนบท, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210830/image_big_612c5f3a3bb60.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115012</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/08/2021 11:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/08/2021 11:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อีกนานถึงจะไล่ทัน! แพทย์ชนบทATKไทยเทียบมาตรฐานสิงคโปร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ส.ค. 64 - เพจ &amp;quot;ชมรมแพทย์ชนบท&amp;quot; โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า แค่เรื่อง ATK ก็เห็นแล้วว่า ประเทศไทย...คงอีกนานจึงจะไล่ตามสิงคโปร์ทัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเทศสิงคโปร์ได้ยุทธศาสตร์การสู้ภัยโควิด ด้วยการใช้หลักคิด &amp;quot;เราต้องอยู่ร่วมกับโควิดให้ได้&amp;quot; นอกจากฉีดวัคซีนครบแล้ว การมี ATK ที่มีคุณภาพตรวจตนเองก็สำคัญยิ่ง&amp;nbsp; เพื่อรู้เร็ว รักษาเร็ว ไม่แพร่โรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;องค์กรวิทยาศาสตร์สุขภาพของสิงคโปร์ได้ทำการรับรอง ATK ไว้เพียง 6 รายการ&amp;nbsp; ที่อนุญาตให้ใช้ในประเทศเขาได้ เป็นรายการที่มีมาตรฐานสากล (สูงกว่ามาตรฐาน อย.ไทย) อย่างน้อย 3 รายการเป็นมาตรฐานองค์การอนามัยโลกที่อนุมัติให้ใช้จนถึง 9 มิถุนายน 2564 นี่คือบทพิสูจน์ความจริงจังของการตั้งใจเอาจริงเอาจังกับการสู้ภัยโควิดและปกป้องประขาชน&amp;nbsp; ไม่ใช่ปกป้องเอกชนที่จ้องจะขายของทำกำไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนประเทศไทย&amp;nbsp; สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ไทย กำหนดมาตรฐานไว้ไม่สูง แถมกลไกการขอรับรองจาก อย. ก็ใช้เพียงห้อง lab ทำการศึกษาในห้องทดลอง โดยไม่ได้ทดสอบในคนไข้จริงหรือทดสอบภาคสนามเลย (ทราบว่าแม้จะมีชื่อ lab รามาฯ จุฬาฯ มอ. 3 ห้องlab ที่ อย. deal ไว้&amp;nbsp; แต่เกือบทั้งหมดส่งตรวจที่รามาธิบดี)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิงคโปร์ก็จะแจก ATK ให้ครัวเรือนไปตรวจตนเองเช่นเดียวกับประเทศไทย เขาเลือกให้ประชาชนของเขาได้ใช้ของคุณภาพสูง ก็แน่นอนสิ เพราะคนเขามีคุณภาพ หากเอาของคุณภาพต่ำมาแจก ผลตรวจผิดพลาด อาจจะโดนประชาชนฟ้องเอาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้องค์การเภสัชกรรมจะลงนามทำสัญญาจัดซื้อ ATK ล้านชิ้นโดยไม่ฟังเสียงประชาชน รีบลงนามให้เสร็จ หวังสร้างภาระผูกพันของรัฐให้เกิดขึ้นก่อนการอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือเปล่าก็ไม่รู้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปล.&amp;nbsp; อ้างอิง https://www.hsa.gov.sg/cons.../articles/covid19_ARTselftests&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115012</URL_LINK>
                <HASHTAG>ATK, ติดเชื้อ, สิงคโปร์, อย., โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210830/image_big_612c5f3a3bb60.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113704</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2021 11:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2021 11:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘พิมรี่พาย’ไม่รอดอย.ส่งให้ปคบ.สอบแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ส.ค.64 - นพ.สุรโชค ต่างวิวัฒน์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา(อย.)​เปิดเผยว่า ตามที่ปรากฏว่า แม่ค้าออนไลน์ชื่อดัง พิมรี่พาย - พิมรดาภรณ์ เบญจวัฒนะพัชร์ ไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กขายน้ำแร่ 1 ขวด ปริมาณ 300 ซีซี โดยระบุว่า &amp;ldquo;&amp;hellip; น้ำแร่คิตตี้ เพื่อนอาจจะหากินที่ไหนก็ได้ แต่น้ำแร่ที่นี่ ซื้อน้ำแร่ 1 ขวด แถมชุดตรวจโควิดแบบที่ขายในร้านยาค่ะ เพราะว่า อย. ไม่ให้ขายในออนไลน์ค่ะ เราก็ไม่ทำการละเมิดกฎแต่อย่างใด &amp;hellip; ราคาขายในร้านขายยา 350 ค่ะ ของเราไม่ขายนะคะ เราไม่ขายนะคะ ร้านขายยา 350 ราคาส่ง 200 กว่าบาท เราไม่ขายนะคะ เราขายน้ำแร่ 120 บาท น้ำแร่ 1 ขวด แถมชุดตรวจโควิด 1 ชิ้นค่ะ &amp;hellip;&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยการไลฟ์สดดังกล่าวได้แชร์ทางสื่อออนไลน์เป็นจำนวนมากนั้น อย.ได้ตรวจสอบพบว่าการไลฟ์สดแจกชุดตรวจโควิด COVID-19 Antigen test Kit (ATK)​ ดังกล่าวนั้น เป็นเรื่องที่กระทำไม่ได้ตามกฎหมาย การจำหน่าย จ่าย แจก มีความหมายเท่ากับเป็นการขายทั้งหมด ทั้งนี้ชุดตรวจ ATK นั้น อย. อนุญาตให้มีการขายในสถานพยาบาลและร้านขายยาที่มีเภสัชกรเท่านั้น การโฆษณาต้องมีการขออนุญาตจาก อย. ก่อน ตรวจสอบเบื้องต้นผลิตภัณฑ์ ที่นำมาไลฟ์ขายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนกับ อย. จึงน่าเป็นห่วงในเรื่องคุณภาพมาตรฐานของชุดตรวจที่อาจทำให้เกิดการแปลผลที่ผิดพลาดได้ และการโฆษณาผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์โดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษสูงสุดคือจำคุก 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 5 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้ อย. จะส่งหนังสือไปยังกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) เพื่อสืบข้อเท็จจริงตามกรณีที่ปรากฏในไลฟ์สด และสืบหาตัวผู้นำเข้าและขายผลิตภัณฑ์ชุดตรวจโควิด เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป อย่างไรก็ตาม อย. ไม่ได้ห้ามเรื่องการโฆษณา สามารถโฆษณาได้ แต่ต้องมาขออนุญาตโฆษณาก่อน ซึ่งผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์ที่จะอนุญาตให้โฆษณานั้น ต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่ถูกต้องตามกฎหมายด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองเลขาธิการฯ อย. กล่าวว่าเหตุผลที่ชุดตรวจหาATK ด้วยตนเองนี้ ต้องวางจำหน่ายในสถานพยาบาล และร้านขายยาที่มีเภสัชกรเท่านั้น เพื่อจะได้ให้คำแนะนำแก่ประชาชนเกี่ยวกับวิธีการแปลผล ข้อปฏิบัติตัวหลังทราบผลการตรวจ ขอให้ผู้บริโภคสังเกตที่ฉลากของชุดตรวจจะมีข้อความภาษาไทยระบุว่า &amp;ldquo;บุคคลทั่วไปสามารถใช้ได้&amp;rdquo; และเลขที่ประเมินเทคโนโลยีที่ได้รับอนุมัติจาก อย. ปรากฏบนฉลากหรือเอกสารกำกับเครื่องมือแพทย์ด้วย ซึ่งชุดตรวจดังกล่าวจะเป็นการเก็บตัวอย่างจากโพรงจมูกด้านหน้าหรือน้ำลาย โดยภายในชุดตรวจจะมีคู่มืออธิบายถึงงวิธีการใช้ &amp;nbsp;และวิธีการแปลผลฉบับภาษาไทย เพื่อให้ประชาชนเข้าใจและนำไปใช้ได้อย่างถูกต้อง ทั้งนี้ ชุดตรวจนี้เป็นการตรวจเบื้องต้นถ้าเป็นผู้มีความเสี่ยงสูงควรกักตัว 14 วัน และถ้าตรวจแล้วมีผลลบควรตรวจซ้ำภายใน 3 - 5 วัน หรือถ้ามีอาการ โดยผู้บริโภคสามารถตรวจสอบชุดตรวจที่ได้รับอนุญาตจาก อย. ได้ทางเว็บไซต์กองโดยควบคุมเครื่องมือแพทย์ https://www.fda.moph.go.th/sites/Medical/SitePages/test_kit_covid19.aspx สำหรับผู้ประกอบการที่จะโฆษณาจำหน่ายชุดตรวจต้องได้รับอนุญาตจาก อย. ก่อน หากฝ่าฝืน มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 5 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113704</URL_LINK>
                <HASHTAG>ATK, นพ.สุรโชค ต่างวิวัฒน์, พิมรดาภรณ์ เบญจวัฒนะพัชร์, พิมรี่พาย, รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา, อย.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210818/image_big_611c8b01ec433.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112733</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลูกอมกระชายไม่ต้านโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข ยืนยันลูกอมรสกระชายผสม ZINC ไม่สามารถต้านโควิด-19 ได้ เป็นผลิตภัณฑ์อาหารประเภทหมากฝรั่งและลูกอม จึงเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อการโฆษณาว่าสามารถต้านเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) ตามที่กล่าวอ้าง อาจเสียเงินเปล่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 9 ส.ค.64 พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รับการยืนยันจากศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ว่ามีการตรวจพบข่าวปลอมเพิ่มเติม 1 กรณี คือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีลูกอมรสกระชายผสม ZINC สามารถต้านโควิด-19 ได้นั้น ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ตรวจสอบกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข ยืนยันว่าเป็นข่าวปลอม เนื่องจากผลิตภัณฑ์ดังกล่าวขออนุญาตเป็นอาหารประเภทหมากฝรั่งและลูกอม ไม่มีการยื่นข้อมูลประสิทธิผลในการต้านเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) ตามที่กล่าวอ้าง จึงไม่สามารถประเมินประสิทธิผลของผลิตภัณฑ์ดังกล่าวได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์อาหารไม่มีผลในการบำบัด บรรเทา หรือรักษาโรค จึงขอเตือนประชาชนอย่าเชื่อการโฆษณาของผลิตภัณฑ์ดังกล่าว หากผู้บริโภคหลงเชื่อซื้อผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมารับประทาน เพื่อหวังผลในการต้านเชื้อไวรัสโคโรนา &amp;nbsp;(โควิด-19) ตามที่กล่าวอ้าง อาจเสียเงินเปล่าได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ พี่น้องประชาชนสามารถตรวจสอบข้อมูลผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข โทรสายด่วน 1556 และสามารถติดตามข่าวสารได้ที่เว็บไซต์ www.fda.moph.go.th โดยเรื่องนี้ ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวขออนุญาตเป็นอาหารประเภทหมากฝรั่งและลูกอม และไม่มีการยื่นข้อมูลประสิทธิผลในการต้านเชื้อไวรัสโควิด-19 ตามที่กล่าวอ้าง และผลิตภัณฑ์อาหารไม่มีผลในการบำบัด บรรเทา หรือรักษาโรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าวเพิ่มเติมว่า การผลิตข่าวปลอม สร้างข่าวบิดเบือน ทำให้ประเทศชาติเสียหาย ประชาชนสับสน เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (2), (5) มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน รวมทั้งกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่ผลิตข่าวปลอมและผู้ที่เผยแพร่ทุกรายอย่างเด็ดขาดจริงจังและต่อเนื่องต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ หากพี่น้องประชาชนพบข้อมูลการกระทำผิด สามารถแจ้งเบาะแสข่าวผ่าน 5 ช่องทาง ได้แก่ เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com, เฟซบุ๊ก ANTI-FAKE NEWS CENTER, ทวิตเตอร์ @AFNCThailand, ไลน์ @antifakenewscenter, ช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87 และสายด่วน 1599 ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ&amp;rdquo;.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112733</URL_LINK>
                <HASHTAG>ลูกอมกระชาย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อย., อย่าหลงเชื่อ, เตือนประชาชน, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, ไม่ต้านโควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191005/image_big_5d987f4a1f9c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
