<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>81295</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รักเจ้าแสดงพลัง ต่างจังหวัดเริ่มขยับ/นายกฯลังเลเลิกฉุกเฉิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ทำเนียบรัฐบาลกระหึ่มด้วยเพลง &amp;ldquo;อยู่อย่างจงรัก ตายอย่างภักดี&amp;rdquo; เปิดถึง 3 รอบ &amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; ลั่นขอตายเพื่อสถาบัน ตัดพ้อไม่มีใครช่วยปกป้อง รมว.แรงงานมาแล้ว ปลุกชาวชลบุรีเทิดทูนพระมหากษัตริย์ ประกาศยอมไม่ได้ทำร้ายจิตใจคนทั้งชาติ &amp;ldquo;ลุงตู่&amp;rdquo; แพลมเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินเร็วๆ นี้หากชุมนุมอย่างสงบ กรอ.ฉ.ลงดาบสื่อปลุกปั่นแล้ว ปิดแพลตฟอร์มวอยซ์ทีวีทุกรูปแบบ อึ้ง! ราษฎร 2563 กลายร่างเป็นเด็กเลี้ยงแกะ นัดชุมนุมทุกสถานีรถไฟฟ้ามีบิ๊กเซอร์ไพรส์ เมื่อถึงเวลาบอกแค่ &amp;ldquo;แกง&amp;rdquo; ให้พักก่อน &amp;ldquo;ทัตเทพ&amp;rdquo; กัดฟันเป็นสีสันชุมนุมยุคใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคารที่ 20 ต.ค. ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เยี่ยมชมนิทรรศการ &amp;ldquo;สีสันแห่งสายน้ำ มหกรรมลอยกระทงปี 2563&amp;rdquo; ซึ่งนายกฯ ได้ยกกระทงขึ้นกล่าวอธิษฐานจิต &amp;ldquo;ขอให้ประเทศไทยมีแต่ความสุข สงบ ประเทศไทยเจริญก้าวหน้า&amp;rdquo; ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ในการประชุม ครม.ในช่วงพักเที่ยงก่อนประชุมอีกรอบนั้น นายกฯ ได้เปิดเพลง &amp;ldquo;อยู่อย่างจงรัก ตายอย่างภักดี&amp;rdquo; และเมื่อจบเพลงนายกฯ ได้พูดกับที่ประชุมว่า &amp;quot;เพลงที่ทุกท่านได้ฟังเหมือนเป็นเพลงที่สะท้อนบทบาทของรัฐบาล&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และในเวลา 13.40 น. ก่อนที่ พล.อ.ประยุทธ์จะมาแถลงข่าวที่โพเดียม ก็ได้มีกี่เปิดเพลง &amp;quot;อยู่อย่างจงรัก ตายอย่างภักดี&amp;quot; เพียงสั้นๆ ก่อนที่นายกฯ กล่าวว่า ฟังเพลงแล้วรู้สึกอะไรขึ้นมาบ้างไหม เราลูกหลานไทย คนไทย อยู่กันอย่างจงรัก ตายอย่างภักดี ถือเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคน หน้าที่ของรัฐบาล แต่ก็ไปบังคับใครไม่ได้ ขึ้นอยู่กับจิตใจของพวกเราทุกคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายกฯ ได้แถลงข่าวโดยเริ่มต้นชี้แจงถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง เรื่องการตรวจสอบและระงับการออกอากาศรายการของสื่อ รวมถึงสื่อออนไลน์ ว่าได้สั่งมอบแนวทางให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นผู้ตัดสินใจออกคำสั่ง โดยขอให้ทบทวนคำสั่งระงับการออกอากาศต่างๆ โดยคำนึงสิทธิและเสรีภาพของสื่อมวลชนเป็นสำคัญ ยกเว้นบางกรณีที่เผยแพร่ข้อมูลเท็จบิดเบือน ยุยงปลุกปั่น ล้ำเส้น ก้าวล่วง ละเมิดสิทธิของผู้อื่นตามกฎหมายมาตลอด ที่มีความชัดเจน ซึ่งจำเป็นต้องให้ตำรวจดำเนินการตามกฎหมาย และดำเนินการเฉพาะเป็นเรื่องๆ ไป โดยขอให้ครั้งนี้เป็นการทำความเข้าใจ ส่วนบางอันที่จำเป็นต้องปิดตามคำสั่งก็ต้องปิด และได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้ไปละเมิดใครทั้งสิ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หน้าที่ของผมและพวกเราทุกคนต้องช่วยกันป้องกัน กำจัดการกระทำที่มีเจตนาร้าย ความพยายามยุยงปลุกปั่นสร้างความวุ่นวาย ความแตกแยก สับสนอลหม่านภายในประเทศ นั่นคือสิ่งที่เราต้องยอมรับไม่ให้เกิดขึ้น ต้องขอความร่วมมือจากพวกเราทุกคน จากประชาชนด้วย ผมไม่ต้องการละเมิดสิทธิของใคร แต่ท่านจะต้องระมัดระวังการละเมิดสิทธิผู้อื่นด้วย&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังการแถลงข่าวนายกฯ ไม่ได้ตอบคำถามใดๆ เหมือนเช่นทุกครั้ง โดยนายกฯ กล่าวเพียงว่า &amp;ldquo;ได้พูดครบไปแล้ว&amp;rdquo; &amp;nbsp;
ขอตายเพื่อสถาบัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ก่อนการประชุม ครม.ได้มีการเปิดเพลง &amp;ldquo;อยู่อย่างจงรัก ตายอย่างภักดี&amp;rdquo; ซึ่งหลังเพลงจบ พล.อ.ประยุทธ์ได้พูดกับ ครม.ว่า &amp;quot;เมื่อเกิดมาเพื่อปกป้องสถาบัน ถ้าตายขอตายเพื่อสถาบัน&amp;quot; จากนั้นได้เข้าสู่การประชุม โดยมีการแบ่งการประชุมเป็น 2 ช่วง คือ ประชุม ครม.ปกติ กับการพิจารณากรณีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภาได้ทำหนังสือด่วนถึงนายกฯ เพื่อขอ ครม.ให้ความเห็นชอบตราพระราชกฤษฎีกาเปิดประชุมสมัยวิสามัญตามมาตรา 165 โดย พล.อ.ประยุทธ์ยังให้รัฐมนตรีแสดงความคิดเห็นถึงการชุมนุม โดยมีรัฐมนตรีหลายคนแสดงความคิดเห็น อาทิ นายถาวร เสนเนียม รมช.คมนาคม ได้กล่าวในหลายเรื่อง รวมถึงข้อเสนอของผู้ชุมนุมที่ต้องการให้ปฏิรูปสถาบัน นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ยังได้รายงานให้ที่ประชุมรับทราบว่า ขณะนี้มีหลายพื้นที่เริ่มออกมาแสดงพลังปกป้องสถาบัน โดยมีที่ จ.ชลบุรี ซึ่งปรากฏว่ามีรัฐมนตรีหลายคนแสดงความเห็นด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ยังพูดถึงเรื่องการใช้พระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินว่า หากจะยกเลิกการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ขอความร่วมมือ ครม.ทุกคนช่วยให้ความเห็นชอบด้วย โดยจะยกเลิกเร็วๆ นี้ หากผู้ชุมนุมยังชุมนุมด้วยความสงบแบบนี้
ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ระบุว่า หากนายกฯ ต้องการยกเลิกสามารถทำได้อยู่แล้ว เพราะมีอำนาจยกเลิก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ได้แสดงความเป็นห่วงเกี่ยวกับเฟกนิวส์ที่นำภาพการจับกุมผู้ชุมนุมที่เกาะฮ่องกงไปเผยแพร่จนทำให้เกิดความเข้าใจผิด โดยได้สั่งให้กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ไปชี้แจงทำความเข้าใจ ทั้งนี้ มีช่วงหนึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ได้เปรยเชิงตัดพ้อว่า &amp;quot;ที่ผ่านมาผมก็รู้สึกน้อยใจเหมือนกันนะ ที่ไม่มีใครช่วยปกป้องผมเลย&amp;quot; ขณะที่ในตอนท้ายพูดว่า &amp;quot;จริงๆ ไม่ต้องปกป้องผมหรอก แต่ช่วยกันปกป้องสถาบัน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน และรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) โพสต์เฟซบุ๊กว่า เป็นคนไทย รักชาติ รักสถาบันพระมหากษัตริย์ จะไม่ยอมให้ใครคนไหนมาทำลาย ก้าวล่วงสถาบันพระมหากษัตริย์ คนเราคิดต่างกันได้ในเรื่องการเมือง&amp;nbsp; แต่เรื่องประเทศชาติบ้านเมืองสถาบันพระมหากษัตริย์รับไม่ได้ ขอเชิญพี่น้องประชาชนกัลยาณมิตรที่ดีออกมาช่วยกัน แสดงออกสื่อไปถึงกับกลุ่มก้าวล่วงดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมเกิดมา ปู่ย่า ตายาย พ่อแม่ สั่งสอนมาตั้งแต่เกิด ผมขอให้พวกเราออกมาช่วยกัน เพื่อให้คนกลุ่มที่คิดก้าวล่วง คิดล้มล้าง สถาบันพระมหากษัตริย์ ได้รู้ว่าทำอะไรต้องอยู่ในกรอบ อยู่ในสิทธิ์ แต่ถ้าออกมาก้าวล่วงสถาบันพระมหากษัตริย์แบบนี้ ผมคิดว่าทำร้ายจิตใจของคนไทยทั้งชาติ&amp;rdquo; นายสุชาติโพสต์ย้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุชาติกล่าวถึงการโพสต์ดังกล่าวว่า ทุกคนมีสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกเพื่อปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ได้ ความเห็นต่างทางการเมืองเป็นเรื่องปกติ แต่การที่บางกลุ่มก้าวล่วงสถาบัน ลบหลู่สถาบัน ประชาชนที่รักสถาบันมีมากมายมหาศาล รับไม่ได้ เหตุการณ์ที่มีกลุ่มผู้ชุมนุมเข้ามาขวางขบวนเสด็จฯ สมเด็จพระราชินี ได้รับโทรศัพท์ทั้งวันทั้งคืนว่าจะปล่อยให้คนเหล่านี้ทำแบบนี้ได้อย่างไร เพราะเหมือนทำร้ายจิตใจเขา
&amp;ldquo;อยากฝากไปยังกลุ่มที่คิดก้าวล่วงสถาบัน หรือที่คิดจะล้มล้างสถาบัน อยากให้คิดและทบทวนชีวิตตัวเองเสียใหม่ ว่าที่ผ่านมาชีวิตเกิดมาได้ประเทศชาติสงบสุขมาได้ถึงทุกวันนี้ เพราะเรามีสิ่งที่ยึดเหนี่ยว คือชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าการโพสต์เชิญชวนทำให้มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าปลุกม็อบ นายสุชาติกล่าวว่า ไม่ใช่ม็อบ เพราะถ้าม็อบคงต้องจัดไปชนกัน แต่นี่ไม่ใช่ ไม่ต้องการให้เกิดความรุนแรง วันนี้เราคนไทยซึ่งรักสถาบันสุดขั้วหัวใจ ทนดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ คนที่ออกมาแสดงพลังปกป้องสถาบัน ก็เหมือนกับกลุ่มเยาวชนที่ออกมาแสดงพลังให้เปลี่ยนแปลงล้มล้างสถาบัน เขาก็ยังออกมาได้ ตรงนี้ก็เหมือนกัน คนที่จะมาแสดงพลังในเย็นวันนี้ เท่าที่ทราบเขาก็ต่างคนต่างมา ไม่ได้มีการเกณฑ์คนมา
ไม่ใช่มีแค่&amp;rdquo;ชลบุรี&amp;rdquo;
เมื่อถามว่าการชุมนุมแสดงพลังของกลุ่มปกป้องสถาบันจะมีทุกวันเหมือนกลุ่มม็อบเยาวชนหรือไม่ นายสุชาติกล่าวว่า เท่าที่ทราบกลุ่มปกป้องสถาบันไม่ได้มีที่ชลบุรีจังหวัดเดียว แต่มีที่จังหวัดอื่นๆ ด้วยที่จะรวมตัวกันในวันต่างๆ ส่วนจะมีทุกวันหรือไม่ก็ขึ้นอยู่ที่ประชาชน
วันเดียวกัน ที่ศาลแพ่ง นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) พร้อมคณะ ได้ยื่นคำร้องขอเพิกถอนคำสั่งประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินเมื่อวันที่ 15 ต.ค.2563 พร้อมขอคุ้มครองชั่วคราวการชุมนุมของราษฎร 2563 โดย นพ.ชลน่านกล่าวว่า ได้ร้องต่อศาลให้พิจารณายกเลิกเพิกถอนประกาศและคำสั่ง รวมทั้งข้อกำหนดที่ออกมาทั้ง 2 ฉบับ โดยฉบับแรกคือประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงในกรุงเทพมหานคร อีกฉบับที่ออกในลักษณะแบบเดียวกัน และคำสั่งนายกฯ แต่งตั้งเจ้าหน้าที่เพื่อระงับยับยั้งเหตุการณ์ เพราะไม่ชอบด้วยกฎหมาย และเรื่องที่สองร้องขอให้ไต่สวนฉุกเฉินเพื่อคุ้มครองผู้ที่ถูกกระทำ ผู้ที่จะได้รับสิทธิการชุมนุม ซึ่งถ้าได้รับความเมตตาจากศาลวินิจฉัยเพิกถอน เราก็มีเหตุอันควรมีผลรับรองว่าการกระทำของนายกฯ และมติ ครม.ที่ออกมาก็ไม่ชอบ จึงเข้าข่ายจงใจละเมิดบทบัญญัติของกฎหมาย และปฏิบัติหน้าที่มิชอบเป็นหลักฐานชัดเจนที่จะยื่นเสนอต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หรือศาลรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาศาลแพ่งตรวจคำฟ้องแล้ว และได้นัดฟังคำสั่งหรือคำพิพากษาในวันที่ 22 ต.ค.นี้ เวลา 09.00 น. ส่วนคำร้องขอให้ใช้วิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษาและคำร้องในกรณีฉุกเฉินของโจทก์จะได้พิจารณาวินิจฉัยในคำสั่งหรือคำพิพากษาไปพร้อมกัน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.ประชาธิปัตย์ (ปชป.) ร่วมกับนายเกษม ศุภสิทธิ์ อดีตผู้พิพากษา เดินทางมาเป็นโจทก์ฟ้องคดีหมายเลขดำ 5323/2563 ต่อ พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เป็นจำเลยที่ 1-2 ฐานละเมิด และขอให้เพิกถอนประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในพื้นที่ กทม. ลงวันที่ 15 ต.ค.2563 และประกาศทุกฉบับ ซึ่งศาลได้นัดฟังคำสั่งหรือคำพิพากษาในวันที่ 22 ต.ค.นี้ เวลา 09.00 น. ส่วนคำร้องขอให้ใช้วิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษาและคำขอกรณีฉุกเฉินนั้น ศาลก็จะวินิจฉัยไปในคำสั่งหรือคำพิพากษานั้นในคราวเดียวเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่กองอำนวยการร่วมแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง (กอร.ฉ.) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) พร้อมคณะ แถลงภาพรวมการชุมนุม ว่าตำรวจได้เตรียมความพร้อมในด้านการอำนวยความสะดวกการจราจรและการดูแลความสงบเรียบร้อยไว้พร้อมแล้ว ส่วนสถานการณ์การชุมนุมในรอบ 24 ชั่วโมง มี 6 จุด คือ 1.แยกมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (บางเขน) 2.หน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร 3.มหาวิทยาลัยศิลปากร (วังท่าพระ) 4.บริเวณถนนตัดใหม่สาธุประดิษฐ์ 5.หน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลพระราม 2 และ 6. สภ.เมืองนนทบุรี โดยได้เลิกชุมนุมก่อนเวลา 20.00 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ปิยะกล่าวต่อว่า ส่วนการดำเนินการทางกฎหมายมีการจับกุมผู้กระทำความผิด 2 ราย ได้แก่ นายปฏิวัติ สาหร่ายแย้ม หรือหมอลำแบงก์ ตามหมายจับศาลอาญาที่ ลงวันที่ 15 ต.ค.2563 ในความผิดตามมาตรา 116 และนายขวัญ จีนา ตามหมายจับศาลอาญาพระโขนง ลงวันที่ 19 ต.ค. ซึ่งกระทำผิดทุบทำลายป้อมกดสัญญาณไฟจราจรแยกบางนา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;บช.น.เตรียมกำลังไว้ 12 กองร้อย จำนวน 1,860 นาย เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย ภายใต้การบังคับบัญชา พล.ต.ต.สหรัฐ ศักดิ์ศิลปะชัย รอง ผบช.น. โดยเน้นการปฏิบัติเป็นชุดเคลื่อนที่เร็วในการเข้ารักษาความสงบเรียบร้อยในบริเวณที่มีการชุมนุม และป้องกันมือที่สามก่อความไม่สงบเรียบร้อย&amp;rdquo; พล.ต.ต.ปิยะกล่าว
เตือนอย่าเชื่อปล้นสะดม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษก ตร. กล่าวว่า กระทรวงดิจิทัลฯ ได้ตรวจสอบพบบัญชีสื่อสังคมออนไลน์ที่มีการยุยงทำให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยในพื้นที่ที่มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ได้ส่งเรื่องมาให้ กอร.ฉ.ดำเนินรวมแล้ว 58 เรื่อง ส่วนกรณีการบิดเบือนข้อมูลในลักษณะข่าวปลอมหรือเฟกนิวส์ ผ่านทวิตเตอร์ชักชวนให้กลุ่มผู้ชุมนุมใช้วิธีการ Looting คือปล้นสะดมนั้น ขอแจ้งเตือนผู้ร่วมชุมนุมอย่าตกเป็นเครื่องมือของผู้ไม่หวังดี เพราะนอกจากจะเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินแล้ว ยังผิดกฎหมายอาญาด้วย
นายภุชพงค์ โนดไธสง รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า ฝ่ายกฎหมายดีอีเอสได้ตรวจสอบและประมวลข้อมูแล้ว ได้เสนอศาลปิดแพลตฟอร์มออนไลน์ทุกช่องทางของสื่อ 4 องค์กรคือ วอยซ์ทีวี, ประชาไท,&amp;nbsp; The Reporters และ The Standard ซึ่งล่าสุดมีคำสั่งจากศาลสั่งปิดทุกแพลตฟอร์มออนไลน์ของวอยซ์ทีวีแล้ว ส่วนอีก 3 สื่อยังอยู่ในกระบวนการพิจารณา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วอยซ์ทีวีเข้าข่ายหลายองค์ประกอบความผิด ทั้งขัด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน รวมถึง พ.ร.บ.คอมพ์ด้วย ซึ่งการขออำนาจศาลสั่งปิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินนั้นไม่สามารถอุทธรณ์ได้ แต่หากจะไปเปิดยูอาร์แอลใหม่ก็เป็นสิทธิ แต่ต้องไม่ผิดกฎหมาย&amp;rdquo; นายภุชพงค์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภุชพงค์ยังกล่าวถึงแอปพลิเคชันเทเลแกรมว่า ศูนย์เฝ้าระวังดีอีเอสตรวจพบการใช้แอปพลิเคชันดังกล่าวในการนัดหมายเชิญชวนชุมนุม ซึ่งเข้าข่ายฝ่าฝืนข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 ประกอบมาตรา 11 แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 จึงแจ้งเรื่องต่อไปยัง ผบ.ตร. ซึ่งเป็นหัวหน้าผู้รับผิดชอบ ซึ่งได้มีสั่งที่ 11/2563 เรื่องระงับการทำให้แพร่หลายหรือลบข้อมูลคอมพิวเตอร์ออกจากระบบคอมพิวเตอร์ที่มีลักษณะโดยให้สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และดีอีเอสดำเนินการเพื่อให้ระงับการทำให้แพร่หลายหรือลบข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นออกจากเทเลแกรม
&amp;ldquo;ดีอีเอสดำเนินการตามหน้าที่อย่างเคร่งครัดตามขั้นตอนตามกฎหมาย และมีการขอความเห็นชอบต่อศาลมาโดยตลอด ไม่มีการทำเกินอำนาจหน้าที่หรือเลือกปฏิบัติ โดยเคารพสิทธิการเข้าถึงสื่อทุกประเภทของประชาชนโดยเสรีภายใต้บทบัญญัติของกฎหมายอย่างเคร่งครัด&amp;rdquo; นายภุชพงค์ยืนยัน และว่า ใน 2 วันที่ผ่านมา สามารถตรวจสอบพบผู้กระทำความผิดแล้วกว่า 300,000 รายที่เข้าข่าย และพบต้นโพสต์ชัดแจน 58 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่เรือนจำธัญบุรี ต.รังสิต อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี เจ้าหน้าที่เรือนจำได้ปล่อยตัว น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง, นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน และนายณัฐชนน ไพโรจน์ หรือณัฐ&amp;nbsp; 3 แกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม หลังอาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 3 คนใช้ตำแหน่งช่วยประกันตัวออกมา ซึ่งหลังศาลให้ประกันตัวชั่วคราวออกมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ชนะสงคราม ได้นำหมายจับในข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินการร่วมชุมนุมเมื่อวันที่ 19 ต.ค. ของ น.ส.ปนัสยาและนายพริษฐ์ โดยได้ควบคุมตัวไปสอบสวนที่ ตชด.ภ 1 ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี โดยระหว่างเดินออกจากเรือนจำ รุ้งและเพนกวินได้ชูสามนิ้วออกจากเรือนจำ โดยตำรวจได้ควบคุมตัวทั้งสองเพื่อพาไปทำการสอบสวน ก่อนส่งฟ้องศาลแขวงดุสิตในวันที่ 21 ต.ค. ขณะที่นายณัฐชนน เจ้าหน้าที่เรือนจำได้ปล่อยตัว โดยมีบิดา-มารดามารอรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ในช่วงเช้า เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง(คนส.) ที่นำโดยนายอนุสรณ์ อุณโณ อดีตคณบดีคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มธ. พร้อมด้วยอาจารย์และนักศึกษาประมาณ 50 คน ได้รวมตัวกันที่ มธ.ท่าพระจันทร์ และเดินเท้ามาถึงทำเนียบรัฐบาล เพื่อยื่นแถลงการณ์ต่อ พล.อ.ประยุทธ์ โดยประณามการใช้กำลังสลายการชุมนุมของกลุ่มคณะราษฎร เมื่อวันที่ 16 ต.ค. และเรียกร้องให้รัฐบาลรับผิดชอบ
แกงผู้ชุมนุมกันเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับความเคลื่อนไหวของการชุมนุมนั้น กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม โพสต์ข้อความบนสื่อโซเชียลทุกช่องทางนัดหมายมวลชนให้เดินทางไปเตรียมพร้อมที่สถานีรถไฟฟ้าทุกแห่งพร้อมกันในเวลา 17.50 น. เพื่อรอรับบิ๊กเซอร์ไพรส์ หากรัฐบาลไม่รับข้อเรียกร้อง ยังไม่ปล่อยแกนนำและผู้ชุมนุมทั้งหมดและยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และหลังจากนั้นได้โพสต์ข้อความว่า ในเวลา 18.00 น. หลังเพลงชาติที่สถานีรถไฟฟ้าใกล้บ้าน ขอให้ทุกคนแสดงพลังร่วมกันชู 3 นิ้วและตะโกน &amp;quot;ศักดินาจงพินาศ ประชาราษฎร์จงเจริญ!&amp;quot; และรอรับฟังบิ๊กเซอร์ไพรส์ ทำให้มวลชนเริ่มทยอยเดินทางไปรวมตัวกันหลายจุดทั้งใน กทม.และปริมณฑล ทั้งฝั่งธนบุรีและปทุมธานี โดยเฉพาะหน้าห้างเซ็นทรัลปิ่นเกล้าได้มีมวลชนรวมตัวกันเพิ่มจำนวนมากขึ้น และบริเวณท่ารถตู้ใกล้ห้างฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต
และเมื่อเวลา 18.00 น. เพจแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ได้โพสต์ข้อความว่า บิ๊กเซอร์ไพรส์คือไม่มีบิ๊กเซอร์ไพรส์ วันนี้พักก่อน! ตลอดเกือบ 1 อาทิตย์ที่ผ่านมาเราได้ต่อสู้ร่วมกันอย่างหาญกล้า แต่รัฐบาลกลับไม่พึงสังวรไว้ว่า ความล่มสลายของศักดินากำลังมาเยือน เมื่อไม่รับข้อเรียกร้อง ก็เตรียมรอฟังการนัดหมายครั้งใหญ่ในวันพรุ่งนี้พร้อมกัน! อันนี้ไม่แกง! (แกล้ง) ส่วนใครไฟแรงวันนี้อยากลุยต่อ มีประชาชนจัดม็อบกันเองหลายจุด สามารถเข้าร่วมได้
&amp;nbsp;ส่วนที่บริเวณลานน้ำพุ หน้าห้างสยามพารากอน ได้มีมวลชนจำนวนหนึ่งมารวมตัวเคารพธงชาติพร้อมชูสามนิ้ว จนเมื่อสิ้นสุดเพลงชาติ มวลชนได้ตะโกนพร้อม &amp;ldquo;ศักดินาจงพินาศ ประชาราษฎร์จงเจริญ&amp;rdquo; จำนวน 3 ครั้ง จากนั้นมีเยาวชนอ่านบทกวีและเล่นลำตัดเรียกร้องประชาธิปไตย ท่ามกลางความสนใจของผู้คนและเริ่มทยอยสลายตัว ภายหลังเพจหลักแนวร่วมฯ ได้ประกาศเรื่องบิ๊กเซอร์ไพรส์
นายทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี แกนนำกลุ่มประชาชนปลดแอก ที่มาร่วมสังเกตการณ์ กล่าวว่า ปกติคนบริเวณนี้เยอะมาก วันนี้เห็นเขายืนกันเฉยๆ เลยมาดูว่าเขาทำอะไรกัน ส่วนการเคลื่อนไหวบริเวณต่างๆ นั้นก็แล้วแต่ ประชาชนทุกคนสามารถเป็นแกนนำได้ หมดยุคสมัยแล้วที่การเคลื่อนไหวจะมีแกนนำเพียงคนเดียว ส่วนที่มีการแกง (แกล้ง) ถือเป็นสีสันของการเคลื่อนไหวของ พ.ศ.นี้ ขอให้วันนี้กลับไปพักผ่อนให้เต็มที่ พรุ่งนี้ไม่รู้จะเจออะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าการชุมนุมที่ฮ่องกงกับที่นี่เป็นอย่างไร นายทัตเทพ กล่าวว่า ใกล้เคียงกันมาก แต่ในกรณีไทยยังไม่มีการปะทะ ซึ่งเราก็ไม่สนับสนุนการใช้ความรุนแรงอยู่แล้ว ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าการชุมนุมเริ่มเป็นอนาธิปไตย เริ่มมีการใช้หมวกกันน็อกมาเป็นอาวุธแล้วนั้น คิดว่าไม่ถึงขนาดนั้น เชื่อว่าผู้ชุมนุมทุกคนเป็นมนุษย์คนหนึ่ง ทุกคนมีเหตุผล ไม่อยากให้เกิดความรุนแรงสูญเสีย ความรุนแรงไม่เคยเกิดขึ้นจากประชาชน แต่เกิดจากฝั่งรัฐและมือที่สาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หมวกกันน็อกคงไม่เอามาเป็นอาวุธ เอามาเพื่อป้องกันตัว เพราะเขารู้ว่ารัฐนี้ไม่ปกติ ประชาชนออกมาชุมนุมโดยสงบไม่มีอาวุธ รัฐก็ใช้ความรุนแรง นำกระบองมาตี เอาน้ำมาฉีด จึงไม่แปลกที่เขาจะเอาหมวกกันน็อกมาป้องกันตัว&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ระบุการชุมนุมที่ไม่มีแกนนำจะนำไปสู่อนาธิปไตย นายทัตเทพกล่าวว่า ไม่ใช่ไม่มีแกนนำ แต่ทุกคนคือแกนนำ ทุกคนมีสำนึกมีเหตุผลและวิจารณญาณว่าควรทำหรือไม่ควรทำอะไร ถ้าคิดแบบนั้นแสดงว่ากำลังดูถูกเพื่อนมนุษย์ด้วยกันว่าคิดไม่เป็น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81295</URL_LINK>
                <HASHTAG>ราษฎร 2563, วอยซ์ทีวี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อยู่อย่างจงรัก ตายอย่างภักดี, เทิดทูนพระมหากษัตริย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201020/image_big_5f8efa5f819e0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
