<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>53969</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับตาอัยการชง3คดีใหญ่ จตุพรปลอบ6นักโทษนปช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; จับตา 3 คดีใหญ่ปีหนู อัยการเผยยื่นอุทธรณ์คดี กปปส.ชุด 4 ส.แล้ว ส่วนคดี นปช.ก่อการร้าย-โอ๊คฟอกเงินกรุงไทยอยู่ระหว่างขยายเวลายื่นอุทธรณ์ &amp;quot;จตุพร&amp;quot; เข้าเยี่ยม 6 นักโทษ นปช.ที่เรือนจำพัทยา ปลอบอยู่ให้เป็น เย็นให้พอ รอให้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 6 มกราคม นายประยุทธ เพชรคุณ อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 3 ในฐานะรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) กล่าวถึงการพิจารณาอุทธรณ์คดีสำคัญซึ่งเป็นที่สนใจของประชาชน ที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องเมื่อช่วงปี 2562 ว่า สำหรับคดีการชุมนุมการเมืองในส่วนของ 4 แกนนำ กลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือ กปปส.ชุดแรก ถูกฟ้องร่วมกบฏ, 24 แกนนำ แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ถูกฟ้องร่วมกันก่อการร้ายนั้น หลังจากที่ศาลอาญาพิพากษายกฟ้องแล้ว &amp;nbsp;พนักงานอัยการสำนักงานคดีศาลสูงได้พิจารณาแล้วยื่นอุทธรณ์คดีในส่วนของ 4 แกนนำ กปปส.ต่อศาลไปแล้วเมื่อวันที่ 11 ธ.ค.62 ส่วนคดี 24 แกนนำ นปช.อยู่ระหว่างการขอคัดถ่ายเอกสารที่มีจำนวนมากกว่า 20 ลัง จึงได้ขอขยายเวลายื่นอุทธรณ์ต่อศาลอาญาแล้ว ซึ่งศาลอนุญาตขยายเวลายื่นอุทธรณ์ให้จนถึงวันที่ 10 ม.ค.63
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนคดีร่วมกันฟอกเงินทุจริตการปล่อยกู้สินเชื่อ ระหว่างธนาคารกรุงไทยกับกลุ่มธุรกิจเครือกฤษดามหานคร ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางมีคำพิพากษายกฟ้องนายพานทองแท้ &amp;nbsp;ชินวัตร บุตรชายคนโตของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีนั้น นายประยุทธเปิดเผยว่า คดีดังกล่าวอยู่ระหว่างการขอคัดถ่ายเอกสารเช่นกัน โดยอัยการขออนุญาตศาลขยายเวลายื่นอุทธรณ์ ซึ่งศาลอาญาคดีทุจริตฯ พิจารณาแล้วอนุญาตให้ขยายเวลายื่นอุทธรณ์จนถึงวันที่ 25 ม.ค.63
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดี 4 แกนนำ กปปส. หรือชุด 4 ส. คือ นายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม &amp;nbsp;อายุ 57 ปีเศษ หนึ่งในผู้บริหารสื่อเครือเนชั่นกรุ๊ป, นายสกลธี ภัททิยกุล อายุ 42 ปีเศษ อดีต ส.ส.กทม. ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าฯ กทม., นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อายุ 68 ปีเศษ อดีตอธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) และอดีตประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมือง สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และนายเสรี วงศ์มณฑา อายุ 70 ปีเศษ นักวิชาการด้านสื่อสารมวลชนและการตลาด เป็นจำเลยที่ 1-4 ที่ถูกฟ้องร่วมกบฏ, ยุยงให้ร่วมกันหยุดงาน ร่วมกันปิดงาน, กระทำด้วยวาจาเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกฎหมายแผ่นดินโดยใช้กำลังประทุษร้ายก่อความไม่สงบในราชอาณาจักร, อั้งยี่, &amp;nbsp;ซ่องโจร, มั่วสุมโดยใช้กำลังประทุษร้ายฯ, ร่วมกันบุกรุก, ขัดขวางเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งฯ ในคดีหมายเลขดำ อ.1197/2557 นั้น ศาลอาญามีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 25 ก.ค.62 ยกฟ้อง อัยการได้ยื่นขอขยายอุทธรณ์ถึง 3 ครั้ง ศาลอนุญาตขยายเวลายื่นอุทธรณ์จนถึง 25 ธ.ค.62 โดยอัยการได้ยื่นคำอุทธรณ์ภายในกำหนดเวลาเดือน ธ.ค.62 ไปแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนคดีของนายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ อายุ 71 ปีเศษ อดีตประธาน นปช., นายจตุพร พรหมพันธุ์ &amp;nbsp;อายุ 54 ปีเศษ ประธาน นปช. กับพวกที่เป็นแกนนำ นปช.รวม 24 คน ถูกฟ้องร่วมกันก่อการร้าย, ร่วมกันทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจาฯ, มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปใช้กำลังประทุษร้ายฯ ให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองโดยผู้กระทำคนใดคนหนึ่งมีอาวุธ, ร่วมกันชุมนุมหรือมั่วสุมฝ่าฝืนข้อกำหนดฯ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ พ.ศ.2548 ในคดีหมายเลขดำ อ.2542/2533 ที่ศาลอาญามีคำพิพากษายกฟ้องไปเมื่อวันที่ 14 ส.ค.62 นั้น อัยการได้ยื่นขอขยายอุทธรณ์มาแล้วถึง 4 ครั้ง โดยครั้งล่าสุดยื่นขอขยายเวลาอุทธรณ์เมื่อเดือน ธ.ค.62
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนคดีฟ้องนายพานทองแท้ ร่วมกันฟอกเงินทุจริตเงินปล่อยกู้แบงก์กรุงไทย จำนวน 10 ล้านบาท &amp;nbsp;คดีหมายเลขดำ อท.245/2561 ในความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน และสมคบกันฟอกเงิน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 5, 9, 60 และ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2558 มาตรา 10 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91 ที่ศาลอาญาคดีทุจริตฯ กลาง มีคำพิพากษายกฟ้องเมื่อวันที่ 25 พ.ย.62 ซึ่งคดีนี้องค์คณะผู้พิพากษา 2 คนมีความเห็นต่างกันในการตัดสิน โดย 1 ในองค์คณะมีความเห็นแย้งว่า พฤติการณ์ที่มีเช็คเงินลงชื่อนายวิชัย &amp;nbsp;กฤษดาธานนท์ อดีตผู้บริหารเครือกฤษดามหานคร โอนเข้าบัญชีนายพานทองแท้ เป็นความผิด เห็นควรให้ลงโทษจำคุก 4 ปี ซึ่งมีการบันทึกไว้เป็นความเห็นแย้งท้ายคำพิพากษาด้วย โดยหากคู่ความยื่นอุทธรณ์ความเห็นแย้งนี้ในสำนวนก็จะขึ้นสู่ศาลอุทธรณ์ทราบด้วย ซึ่งอัยการก็ขอศาลอนุญาตขยายเวลายื่นอุทธรณ์ ซึ่งศาลก็ให้ขยายเวลาจนถึง 25 ม.ค.63 ดังกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.พร้อมแกนนำ นปช.เข้าเยี่ยมแกนนำ นปช.ที่ถูกคุมขังที่เรือนจำพิเศษพัทยา ในคดีชุมนุมและขัดขวางการประชุมอาเซียนซัมมิตที่เมืองพัทยาเมื่อปี 2552 &amp;nbsp;สำหรับนักโทษคดีการเมืองที่ศาลฎีกาพิพากษาสั่งคุมขัง 4 ปี ประกอบด้วย นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส. สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย, นายสำเริง ประจำเรือ, นายพายัพ ปั้นเกตุ, นายสิงห์ทอง บัวชุม, นายศักดา นพสิทธิ์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อชาติ และนายพงศ์พิเชษฐ์ สุขจินดาทอง โดยทั้งหมดเป็นแกนนำและแนวร่วม นปช.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพรกล่าวภายหลังเข้าเยี่ยมว่า ทุกคนมีกำลังใจดี มีพี่น้องและครอบครัวเดินทางมาเยี่ยมอยู่ตลอด อีกทั้งทุกคนก็ผ่านการติดคุกมาครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ในช่วงระหว่างจากชั้นอุทธรณ์ไปศาลฎีกา &amp;nbsp;จำนวนกว่า 5 เดือน ดังนั้นในรอบนี้ก็ถือว่าผ่านบทเรียนมาแล้ว ทุกคนสุขภาพดี ยกเว้นนายพงศ์พิเชษฐ์ที่มีปัญหาเรื่องสุขภาพอยู่ก่อนแล้ว แต่ทุกคนก็มีจิตใจดีปรับตัวได้ ตามคำที่ตนเคยพูดไว้คือ อยู่ให้เป็น &amp;nbsp;เย็นให้พอ รอให้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องของชะตากรรมจากการต่อสู้กว่า 10 ปีที่ผ่านมา ส่วนแกนนำคนอื่นๆ ที่ยังไม่เข้าเรือนจำตามคำพิพากษาของศาลนั้น ส่วนตัวทราบว่าขณะนี้แต่ละคนกำลังแก้ไขปัญหาครอบครัว เนื่องจากทันทีที่เข้าเรือนจำครอบครัวก็จะอยู่ด้วยความลำบาก เพราะทุกคนที่เป็นจำเลยในคดีนี้ล้วนแต่เป็นหัวหน้าครอบครัว ดังนั้นต่างฝ่ายต่างให้กำลังใจ และส่วนตัวเคยมีประสบการณ์เข้าออกคุกมากกว่า 4 &amp;nbsp;ครั้ง ก็เข้าใจถึงชะตากรรมดังกล่าว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพรกล่าวว่า ทุกคนได้รับการปฏิบัติอย่างดีจากกรมราชทัณฑ์เหมือนกับผู้ต้องขังรายอื่น ดังนั้นอยากเชิญชวนมวลชนคนเสื้อแดง หากมีโอกาสก็มาเยี่ยมเพื่อเป็นการต่อลมหายใจให้กำลังใจซึ่งกันและกัน เพราะอย่างน้อยจะมีความหวังและความรู้สึกที่ผูกพันกับชะตากรรมดังกล่าว เพื่อก่อเกิดเป็นพลังในการรอวันเวลาที่จะได้รับอิสรภาพออกมาใช้ชีวิตกันต่อไป ทั้งนี้เมื่อถึงเวลาที่ทุกคนพ้นโทษก็จะมีชะตากรรมเดียวกับตนคือถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 10 ปี.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53969</URL_LINK>
                <HASHTAG>กปปส., ก่อการร้าย, นปช., ฟอกเงินกรุงไทย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อยู่ให้เป็น เย็นให้พอ รอให้ได้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200106/image_big_5e1341be56f99.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46990</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อยู่ให้เป็น-เย็นให้พอ-รอให้ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;อาการ ต่ำกว่ามาตรฐาน ของทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล...ทำให้ใครต่อใคร อดที่จะหันไปมองถึงสิ่งที่เรียกว่า กุนซือ &amp;nbsp;หรือบรรดาผู้ซึ่งอยู่ในฐานะที่จะให้คำปรึกษา แนะนำ กับทั้งสองฝ่ายขึ้นมาไม่ได้ ว่าเอาเข้าจริงๆ แล้ว...เป็นใคร? กันแน่!!! ถึงไม่ได้แสดงออกถึงความเพียรพยายาม ที่จะงัดเอาความคิด ความอ่าน ในแบบที่เข้าท่า-เข้าทาง ออกมาชี้แนะ ชี้นำ แต่ละฝ่าย ให้มันเป็นเรื่องเป็นราว ได้เรื่อง ได้ราว ได้มาตรฐานสูงขึ้นไปกว่านี้...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะสิ่งที่เรียกว่า กุนซือ นั้น...คงต้องยอมรับเอาจริงๆ นั่นแหละว่า เป็นกลุ่มคนซึ่งออกจะมีบทบาทสำคัญเอามากๆ ต่อสังคม บ้านเมือง ประเทศชาติ ไม่ว่าบ้านไหน เมืองไหน ในตลอดห้วงระยะประวัติศาสตร์เท่าที่ผ่านมา ใครที่พอเคยได้อ่าน พงศาวดารสามก๊ก ไม่ว่าจะเที่ยวเดียว หรือกี่เที่ยว ไม่ต้องถึงกับเป็นร้อยๆ เที่ยว อย่างระดับ เสธ.ไพศาล หรือ เรืองวิทยาคม เอาเลยก็ยังได้ ก็น่าจะพอตระหนัก รับรู้ ได้ไม่ยากว่า ถ้าหาก เล่าปี่ ไม่มี หมงเท่ง หรือ ขงเบ้ง ไม่มี บังทอง ยังไงๆ...คงหนีไม่พ้นต้องนั่ง ทอเสื่อ ขายตั้งแต่พันๆ ปีมาแล้ว ไม่มีโอกาสผงาดขึ้นเป็นประมุขแห่ง จ๊กก๊ก ได้เลย...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โจโฉ ก็เช่นกัน...ถ้าปราศจากเสียซึ่ง กุยแก กาเซี่ยง&amp;nbsp; ซุนฮิว เทียหยก ฯลฯ อาจได้แต่หงุดๆ หงิดๆ เอาแต่ชี้นิ้ว ชี้โน่น ชี้นี่ ไปตามเรื่อง ตามราว ยากที่จะสามารถเสริมสร้าง วุยก๊ก ให้เป็นปึกแผ่น แน่นหนา จนเอาชนะก๊กต่างๆ ลงไปได้แบบเบ็ดเสร็จ เด็ดขาด ซุนกวน ก็ไม่ต่างไปจากกัน แม้กุนซืออย่าง จิวยี่ อาจต้องกระอักเลือดตาย แต่ก็ยังพอมี โลซก ลกซุน พอให้ใช้บริการ ช่วยประคับประคอง ง่อก๊ก ให้พอมีอายุยืนยาวตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีไปได้ตามสมควร สิ่งที่เรียกว่า กุนซือ จึงเป็นอะไรที่ออกจะเอาเรื่องไปด้วยประการละฉะนี้...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -----------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ก็นั่นแหละ...ถึงแม้ กุนซือ จะเฉียบขาด แหลมคม ลุ่มลึก ครอบจักรวาลเพียงใดก็ตาม แต่ถ้าผู้ซึ่งต้องคอยฟังคำปรึกษา คำชี้แนะ ชี้นำ เกิดไม่เอาเรื่อง หรือไม่เอาอ่าว ขึ้นมาซะอย่าง!!! บรรดากุนซือทั้งหลาย ก็อาจ ไปไม่เป็น ขึ้นไม่ได้เหมือนกัน เรียกว่า...ขนาดระดับ สุดยอดกุนซือ อย่าง ขงเบ้ง เมื่อต้องมาเจอกับ อาเต๊า หรือเจอกับลูกชาย เล่าปี่ ที่ขึ้นมาครองตำแหน่งกันแทนที่ หลังบิดาบังเกิดเกล้าวายชนม์ลงไปเรียบร้อยแล้ว ขงเบ้ง เลยต้อง หมงเท่ง หรือ ม่องเท่ง เอาง่ายๆ ต้องตกอยู่ในสภาพขงเบ้งดูดาว...ชะเออ เอ่อ เอ๊ย เมื่อดาวตก-หนาวในหัวอก-เมื่อเห็นดาวไม่แจ่มใส-หรือว่าตัวเรา-จะหมดบุญจึงเป็นไป ดาวที่สดใส-แต่ก่อนนั้น-พลันมืดมน อะไรประมาณนั้น...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อาการ ต่ำกว่ามาตรฐาน ของทั้งฝ่ายค้าน และฝ่ายรัฐบาล...จึงยังไม่อาจสรุปได้ชัดเจนซักเท่าไหร่ ว่าเป็นเพราะ กุนซือ ไม่เข้าท่า หรือเป็นเพราะอะไรกันแน่ เพราะถ้ากุนซือพยายามพูดแล้ว พูดเล่า ชนิดแทบปากฉีก ปากแหก ว่า อย่าพยายามแกว่งปากหาตีน อย่าพยายามสร้างศัตรูโดยใช่เหตุ แต่ผู้ฟังคำชี้แนะ ชี้นำ กลับยังคงเดินหน้า ด่าโน่น ด่านี่ ด่าสังคม ด่าวัฒนธรรม ประเพณี ไปจนด่ารัฐบาลกันชนิดวันละ 3 เวลาหลังอาหาร ไม่ว่าขี้ไม่ออก-เยี่ยวไม่ออก ก็หันไปโทษรัฐบาลลูกเดียวเท่านั้นเอง อันนี้...ไม่ว่ากุนซือรายไหนก็รายนั้นนั่นแหละ คงหนีไม่พ้นต้องเอาสากกะเบือยัดปากตัวเอง อมสากกะเบือให้มิดด้ามเข้าไว้ ถึงจะพออยู่ๆ กันไปได้...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;-------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หรือถ้าหากกุนซือพยายามบอกแล้ว บอกเล่า ว่า พูดไปสองไพเบี้ย-นิ่งเสียตำลึงทอง แต่ผู้ฟังคำชี้แนะ ชี้นำ กลับหันมาเล่นเบี้ย ทอยเบี้ย ชนิดสนุกปาก ชนิดเอามันซ์ซ์ซ์เข้าว่า ด้วยเหตุเพราะคิดว่าตัวเองยังเป็นปุถุชนคนธรรมดา ที่ต้องมีโกรธ มีโมโห ต้องออกอาวุธโต้กันมั่ง มันถึงจะสมน้ำ สมเนื้อ อันนี้...กุนซือคงต้องตามแก้ ตามล้าง ตามเช็ด กันไปอีกนานเท่านาน โดยเฉพาะไอ้ที่ควรพูด กลับไม่พูด ไอ้ที่ไม่ควรพูด กลับพูด เล่นเอาแม้แต่ที่ปรึกษากฎหมายระดับ เครืองาม อาจถึงขั้น เครืองอม เอาดื้อๆ...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ----------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สรุปรวมความแล้ว...ก็คงต้องถือเป็น กรรม ของประเทศ ของสังคม ไปตามเรื่อง ตามราว นั่นแหละทั่น ที่ระดับคุณภาพของบุคลากร โดยเฉพาะผู้ซึ่งมีบทบาท อำนาจ ในบ้านเมือง ไม่ว่าฝ่ายรัฐบาล หรือฝ่ายค้าน ยังไม่ถึงกับสูงโด่เด่ ดี-เด่น-ดัง เหมือนอย่างบ้านอื่น เมืองอื่น ที่อาจพอมี โชคดี อยู่บ้าง เช่น เมืองจีน หรือประเทศรัสเซีย เป็นต้น แต่ก็นั่นแหละ...ด้วยเหตุเพราะไม่ยังถึงกับมีโชค มีวาสนา อย่างบางประเทศ บรรดาปวงชน พสกนิกร หรือผู้ที่อยู่ภายใต้การปกครองทั้งหลาย ก็พึงต้องรู้จักปรับตัว ปรับใจ ไปตามสภาพ รู้จักอดทน อดกลั้น หมั่นสร้าง ขันติธรรม ในจิตใจตัวเองให้มากๆ เข้าไว้ เพราะไม่ว่ารัฐบาล หรือฝ่ายค้าน สุดท้าย...ต่างก็ผ่านมาและผ่านไป แต่การดำรง คงอยู่ ของประเทศชาติจะยืนยง มั่นคง ถาวรได้ มีแต่ต้องอาศัย สามัคคีธรรม อันมีที่มาจาก ขันติธรรม ทั้งหลาย...นั่นแล...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ------------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Anon... Patience is the virtue most needed just when we run out of it.- ขันติธรรมความอดทน เป็นคุณธรรมที่เรามักขาด โดยเฉพาะในยามที่เราต้องการมันที่สุด...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; --------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46990</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท่านขุนน้อย, อยู่ให้เป็น-เย็นให้พอ-รอให้ได้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180113/5a59fd579d53a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
