<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>66288</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หวังคลายล็อกดีขึ้นเรื่อยๆ ถ้าแออัดห้างปิดได้ทันที</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ไทยป่วยเพิ่ม 3 ราย ศบค.ชี้เดินทางข้ามจังหวัดยังเสี่ยงแพร่เชื้อ รับคลายล็อกเฟส 2 คนแห่แน่นห้าง ช่วงแรกขรุขระบ้าง เรียนรู้ไปด้วยกัน แต่เชื่อจะดีขึ้น ชมเช็กอิน &amp;quot;ไทยชนะ&amp;quot; กว่า 2 &amp;nbsp;ล้าน &amp;quot;อนุทิน&amp;quot; ย้ำอย่าการ์ดตก ให้อำนาจห้างปิดได้ทันทีหากแออัด สธ.ห่วงหน้าฝนไวรัสอยู่นานขึ้น กรมสุขภาพจิตเผยหมอ-ปชช.เครียดลดลงหลังผ่อนปรน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม เวลา 11.30 น. นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศไทย มีผู้ป่วยรายใหม่ 3 ราย ทำให้มียอดผู้ป่วยสะสม 3,031 ราย หายป่วยสะสม 2,857 ราย ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตสะสมยังคงอยู่ที่ 56 ราย อยู่ระหว่างรักษา 118 ราย สำหรับผู้ป่วยรายใหม่ 3 ราย มีประวัติสัมผัสผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้า โดย 2 ราย เป็นหญิงไทย อายุ 29 ปี และชายไทย 55 ปี ติดเชื้อจากหน่วยงานราชการใน กทม. ตรวจพบเชื้อเมื่อวันที่ 15 พ.ค. ซึ่งสถานที่ราชการดังกล่าวพบผู้ติดเชื้อแล้ว 6 ราย กรมควบคุมโรคกำลังติดตามผู้ที่ใกล้ชิดเพื่อให้เข้ารับการตรวจต่อไป ส่วนอีก 1 ราย เป็นหญิงไทย อายุ 27 ปี เป็นพนักงานขายสินค้าที่ จ.ภูเก็ต มีประวัติสัมผัสผู้ป่วยยืนยันที่ทำงานที่ จ.ภูเก็ต และเดินทางกลับไปยัง จ.ปราจีนบุรี ทั้งนี้ จากข้อมูลของ จ.ภูเก็ต มีผู้ที่เดินทางออกจาก จ.ภูเก็ต และตรวจพบเชื้อโควิด-19 ในเดือน มี.ค. 7 คน เม.ย. 5? คน และ พ.ค. 2 คน โดยการเดินทางข้ามจังหวัดประชาชนมีอิสระ แต่ต้องเข้าใจว่ามีความเสี่ยง หากมีอาการต้องรีบเข้าตรวจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ผลการเฝ้าระวังตามมาตรการป้องกันโควิด-19 ของกรมอนามัย ที่สำรวจระหว่างวันที่ 7-15 พ.ค. จำนวน 2,375 กิจการ/กิจกรรมทั่วประเทศ พบว่า ในตลาดสด ประชาชนสวมหน้ากาก มีจุดล้างมือ ซึ่งทำได้ดี แต่ยังต้องพัฒนาเรื่องความแออัด ระยะเวลาการอยู่ในตลาดนานเกินไป ไม่เว้นระยะห่าง ส่วนร้านอาหารแผงลอย มีจุดล้างมือดี แต่ต้องปรับปรุงการทำความสะอาดพื้นผิว ขณะที่สวนสาธารณะ สนามกีฬา ประชาชนร่วมมือใส่หน้ากากเป็นอย่างดี มีการเว้นระยะห่าง แต่ยังต้องปรับปรุงเรื่องการทำความสะอาดอุปกรณ์บ่อยๆ ส่วนร้านเสริมสวย มีการเว้นระยะบุคคล แต่ต้องพัฒนาเรื่องการสวมหน้ากากและภาชนะรองรับขยะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนข้อมูลจาก www.ไทยชนะ.com เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 17 พ.ค. มีร้านค้าลงทะเบียน 44,386 แห่ง ผู้ใช้งาน 2,002,897 คน จำนวนเช็กอิน 2,658,754 ครั้ง เช็กเอาต์ 1,845,191 ครั้ง ประเมินร้าน 1,258,261 ครั้ง ซึ่งผู้ประกอบการที่ลงทะเบียนมากที่สุดคือ ร้านอาหาร รองลงมาคือห้างสรรพสินค้า ส่วนสถานที่ที่ประชาชนใช้บริการมากที่สุดคือห้างสรรพสินค้า รองลงมาคือซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านอาหาร แต่ปัญหาที่พบคือคนเช็กอินแล้วไม่เช็กเอาต์ ทำให้มีปริมาณประชาชนในพื้นที่นั้นๆ มากกว่าความเป็นจริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษก ศบค.กล่าวว่า ภาพประชาชนไปแออัดก่อนเข้าห้างสรรพสินค้าจำนวนมากในวันแรกที่มีการผ่อนปรนนั้น มาตรการผ่อนปรนระยะที่ 2 เพิ่งจะผ่านไป 1 วัน เราต้องเรียนรู้ไปด้วยกัน ส่วนตัวขอบคุณประชาชนและร้านค้าที่ให้ความร่วมมือ ได้เห็นภาพการผ่อนคลายของประชาชน ทำให้เศรษฐกิจกลับมาหมุนเวียน
คลายล็อกเฟส 2 ขรุขระบ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราเพิ่งผ่อนปรนระยะที่ 2 มาได้ไม่กี่วัน จะให้เนี้ยบให้ดีคงเป็นไปไม่ได้ ต้องมีขรุขระไม่สะดวกสบายบ้าง เราเรียนรู้ร่วมกันเพื่อพัฒนาไปด้วยกัน พรุ่งนี้จะดีกว่าวันนี้ ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ เชื่อว่าถ้าทำกันได้อย่างดีในระยะที่ 2 ที่มีความเสี่ยงปานกลาง ในระยะที่ 3 ที่มีความเสี่ยงสูงก็จะเกิดขึ้นได้ ย้ำว่าถ้าทำระยะที่ 2 ได้ดี ระยะการผ่อนปรนที่ 3 มีแน่นอน&amp;quot; นพ.ทวีศิลป์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงการผ่อนปรนมาตรการระยะที่ 2 ว่า ยังมีความเป็นห่วงและอยากให้ประชาชนทุกคนใช้วิถีชีวิตแบบใหม่ และยังต้องรักษาระยะห่างทางสังคมอย่างเคร่งครัดเรื่องของการออกนอกเคหสถาน จะต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้ง การผ่อนคลายอาจจะให้ไปในสถานที่จำเป็น แต่การทำงานที่บ้านยังเป็นสิ่งที่จำเป็นอยู่ การรับประทานอาหารยังคงต้องแยก ต้องขอความร่วมมือจากทุกฝ่ายในการปฏิบัติตนอย่างเข้มงวดเหมือนเดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านบางนามีประชาชนเข้าไปใช้บริการอย่างหนาแน่นนั้น นายอนุทินกล่าวว่า ยังไม่ทันได้ขอความร่วมมือ แต่เขาก็ปิดร้านไปก่อน เพราะก็คงรับไม่ไหวเหมือนกัน ซึ่งไม่อยากใช้มาตรการทางกฎหมายบังคับ แต่ขอความร่วมมือจากประชาชนหากที่ไหนหนาแน่นควรหลีกเลี่ยง ทั้งนี้ สถานที่ใดหากเกิดความแออัด ผู้ประกอบการสามารถสั่งปิดได้เลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข นายอนุทิน, นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข และผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข รับมอบซิมฮีโร่จากเอไอเอส พร้อมสิทธิ์คุ้มครองประกันภัยโควิด-19 เพื่อมอบให้กับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ในการปฏิบัติงานสู้ภัยโควิด-19 โดยนายอนุทินระบุว่า เป็นการตอบแทนนักรบเสื้อเทา ที่ทุ่มเท เสียสละทำงานด้วยจิตอาสาในการดูแลป้องกันโรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.อนุพงศ์ สุจริยากุล ผู้ทรงคุณวุฒิกรมควบคุมโรค แถลงว่า หลังจากที่มีการเปิดห้างสรรพสินค้าในวันแรก มีประชาชนเข้าใช้บริการเป็นจำนวนมาก และบางห้างมีความแออัดกันสูงมาก เป็นเรื่องที่ไม่น่าเกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม อาจจะยอมรับได้เนื่องจากประชาชนมีความอัดอั้นมานาน แต่หลังจากนี้ห้างสรรพสินค้าต่างๆ จะต้องทำให้ได้ ตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้ประชาชนปลอดภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า เชื้อโควิด-19 เติบโตได้ดีในอากาศเย็น ชื้นในช่วงฤดูฝน ต้องเฝ้าระวังอย่างไร กล่าวว่า ยังไม่มีองค์ความรู้ที่แน่ชัดเกี่ยวกับโควิด-19 แต่เชื้อโคโรนาไวรัส 2019 อยู่ในกลุ่มไวรัสเดียวกันกับซาร์สและเมอร์ส ซึ่งโดยฤดูฝนมีทั้งความชื้นและอุณหภูมิลดลง เชื้อไวรัสจึงอยู่ได้นาน ซึ่งสิ่งที่น่ากังวลคือประเทศไทยในช่วงหน้าฝนจะมีโรคประจำถิ่นที่จะระบาดอยู่คือไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล จึงมีการรณรงค์ให้ฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่และโรคไข้เลือดออก ดังนั้นจึงต้องตรวจหาโรคโดยใช้วิธี RT-PCR กับโรคโควิด-19 ก่อน เพราะเป็นโรคที่อันตราย เมื่อพบว่าเป็นลบ ต้องทำเช่นเดียวกันกับโรคไข้หวัดใหญ่ เพื่อให้แพทย์สามารถรักษาได้ถูกต้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า ผลกระทบระยะยาวจากโรคโควิด-19 จะแบ่งออกเป็น 4 ระยะ คือ คลื่นลูกที่หนึ่ง ตั้งแต่ช่วง1-3 เดือนแรกที่มีโรคระบาด เป็นช่วงที่สร้างผลกระทบกับสุขภาพของคนและขีดความสามารถของโรงพยาบาล เพราะพบผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตต่อเนื่อง, คลื่นลูกที่ 2 ช่วง 2-4 เดือนหลังเริ่มมีการระบาด โดยเป็นช่วงที่ผู้ป่วยเร่งด่วนที่ไม่ติดเชื้อโควิด-19 มาใช้บริการ ซึ่งอาจทำให้เกิดการล้นทะลักเพราะไม่สามารถให้บริการได้เพียงพอ, คลื่นลูกที่ 3 ช่วง 4-9 เดือนหลังเริ่มมีโรคระบาด เป็นช่วงที่ผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ต้องกลับมาโรงพยาบาล?เพื่อพบแพทย์หรือรับการรักษา และคลื่นลูกที่ 4 ช่วง 2 เดือนถึง 3 ปี หลังมีโรคระบาด ผลกระทบทางเศรษฐกิจยังเป็นลูกโซ่ ส่งผลให้เกิดปัญหาสุขภาพจิต คนมีความเครียด ซึมเศร้า หรือฆ่าตัวตาย นอกจากนี้ การให้บริการในภาวะวิกฤติมาอย่างยาวนาน ยังส่งผลต่อสุขภาพจิตของบุคลากรทางการแพทย์ซึ่งอาจมีภาวะเหนื่อยล้าและหมดไฟ
หมอ-ปชช.เครียดลดลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากการประเมินระดับความเครียดของบุคลากรทางการแพทย์ และประชาชนทั่วไปนั้น ในเดือน พ.ค. มีความเครียดที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด โดยการสำรวจในช่วง 30 มี.ค.-5 เม.ย.63 บุคลากรทางการแพทย์มีความเครียดมาก คิดเป็นร้อยละ 9.4 และประชาชนมีความเครียดมาก คิดเป็นร้อยละ 8.1 โดยเมื่อดูผลสำรวจในช่วง 27 เม.ย.-3 พ.ค.63 จะเห็นได้ว่าบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความเครียดมาก มีเปอร์เซ็นต์ลดลงกว่า 5.6 เปอร์เซ็นต์ และประชาชนที่มีความเครียดมาก มีเปอร์เซ็นต์ลดลงกว่า 2.9 เปอร์เซ็นต์ โดยสาเหตุที่ความเครียดลดลงเพราะรัฐบาลได้มีการประกาศผ่อนคลายมาตรการ&amp;quot; นพ.เกียรติภูมิระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อธิบดีกรมสุขภาพจิตกล่าวว่า กรมได้มีการเก็บสถิติอัตราการเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายในช่วงปี 2540 ซึ่งเป็นช่วงที่มีปัญหาเศรษฐกิจเกิดขึ้น พบว่า มีอัตราการฆ่าตัวตาย 8.59 ต่อหนึ่งแสนประชากร หลังจากนั้นในช่วง 10 ปี หลังมีอัตราการฆ่าตัวตายลดลงมาโดยตลอด โดยปัจจุบันมีการฆ่าตัวตายกว่า 6.6 ต่อหนึ่งแสนประชากร โดยแนวโน้มการฆ่าตัวตายในปีนี้ถ้าไม่มีการแก้ไขปัญหาดังกล่าวก็อาจจะมีการฆ่าตัวตายกว่า 8.8 ต่อหนึ่งแสนประชากร
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์กับผู้บังคับหน่วยทั่วประเทศ โดยได้กล่าวถึงการที่รัฐบาลได้มีคำสั่งผ่อนคลายมาตรการระยะที่ 2 รวมถึงการปรับลดเวลาเคอร์ฟิวนั้น ผบ.ทบ.กำชับให้ทุกหน่วยได้ปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด และจะปรับเวลาการกลับเข้าที่พักอาศัยของหน่วยทหารเป็นเวลา 23.00-04.00 น. รวมทั้งเน้นย้ำให้ดำรงการช่วยเหลือประชาชน ควบคู่ไปกับการดูแลกำลังพลและครอบครัว ไม่ให้มีการติดเชื้อและมีการดำรงชีวิตแบบ New Normal อย่างเหมาะสม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ภูเก็ต คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ตแจ้งสถานการณ์โรคติดเชื้อโควิด-19 ว่า มีผู้ติดเชื้อยืนยันโรคโควิด-19 แล้วจำนวน 224 ราย ไม่พบรายใหม่ (ต่อเนื่องเป็นวันที่ 17 แล้ว) โดยผู้ติดเชื้อได้รับอนุญาตให้กลับบ้าน 202 ราย (ไม่มีกลับบ้านเพิ่ม) เสียชีวิต 3 ราย (ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม) กำลังรักษาพยาบาลอยู่ &amp;nbsp;18 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่โรงพยาบาลปัตตานี อ.เมืองฯ จ.ปัตตานี นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี พร้อมด้วยบุคลากรทางการแพทย์จังหวัดปัตตานี ร่วมแสดงความยินดีพร้อมมอบแจกันดอกไม้และกระเช้าให้แก่ผู้ป่วยที่หายจากเชื้อโควิด-19 คนสุดท้ายของจังหวัดปัตตานี โดยมีรถโรงพยาบาลยะรังมารับกลับภูมิลำเนา ทั้งนี้ จังหวัดปัตตานีไม่มีผู้ติดเชื้อเพิ่มติดต่อกันมาแล้ว 27 วัน โดยมีผู้ติดเชื้อสะสม 91 ราย เสียชีวิต 1 ราย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66288</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลายล็อกเฟส 2, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อย่าการ์ดตก, ไทยชนะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200518/image_big_5ec2891a87f4a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
