<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>110481</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อย่าซ้ำเติมประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การแพร่ระบาดของโควิดยังมีความรุนแรง จนต้องประกาศล็อกดาวน์มาเป็นระยะๆ ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะผ่อนคลายลง ทำให้เศรษฐกิจของประเทศย่ำแย่อย่างต่อเนื่อง แม้รัฐจะพยายามอัดเม็ดเงินเข้ามากระตุ้น เข้ามาอุ้ม แต่ก็ยังไปได้แค่แผ่วๆ ดังนั้น เพื่อให้เศรษฐกิจฟื้นตัว สามารถขับเคลื่อนประเทศให้เดินหน้าไปได้ การก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานจึงยังคงเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่เข้ามาช่วยกระตุ้น ที่ผ่านมานั้นรัฐบาลพยายามที่กระทุ้งให้โครงการเมกะโปรเจ็กต์ต่างๆเดินหน้าไปอย่างรวดเร็ว ก็มีหลายๆ โครงการที่มีความก้าวหน้าอย่างคาดไม่ถึง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ก็ไม่วายที่มีหลายโครงการที่ต้องหยุดชะงักและแผ่วลง เพราะมีการเล่นกลโกง จนองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) หรือ&amp;nbsp; ACT ต้องออกโรงเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลทบทวนการประมูล อย่างรถไฟทางคู่สายเหนือและอีสาน ที่มีมูลค่ากว่า 1.28 แสนล้านบาท ที่ส่อพิรุธให้ต้องสงสัย ไม่ว่าจะเป็นแบ่งสัญญาออกเป็น 5 สัญญาแล้ว ยังมีผู้รับเหมาเข้าร่วมประมูลแค่ 5 ราย และ 5 รายที่ชนะการประมูลนั้น ยื่นราคาต่ำกว่าราคากลางชนิดแบบเฉียดฉิว ต่ำกว่าราคากลางแค่ 0.08% เท่านั้น หรือต่ำกว่าราคากลางแค่ 30-40 ล้านบาท ช่างตาทิพย์กันเสียจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แถมสิ่งที่ยิ่งสร้างข้อกังขาเข้าอีก คือก่อนที่จะเปิดขายซองนั้น การรถไฟแห่งประเทศไทยและกระทรวงคมนาคม ได้ยื่นคณะรัฐมนตรี (ครม. ) เพื่อเปลี่ยนเงื่อนไขในสัญญา หรือ TOR ซอยย่อยเป็น 20-30 สัญญา เปิดให้ผู้รับเหมาขนาดกลางสามารถเข้าร่วมเพื่อกระจายรายได้ มาเป็นสัญญาบิ๊กล็อต และกระทรวงคมนาคมเองก็ออกมายืนยันว่าดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักถึงการกระทำที่ส่อไปทางทุจริต เอื้อประโยชน์ให้กับพวกพ้อง สุดท้าย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีต้องตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กระแสยังไม่ทันที่จะจางหาย คลื่นใต้น้ำก็โผล่ขึ้นมาอีกระลอก โดยเฉพาะสายสีส้มช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ที่ยังลูกผีลูกคน คาราคาซัง ไม่ว่าสรุปแล้วจะเป็นอย่างไร ก็เริ่มมีกลิ่นไม่ดีโชยออกมาอีก หลังจากที่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ รฟม. ได้ประกาศประกวดราคาโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก) ระยะทางประมาณ 23 กม. วงเงินลงทุน 1.1 แสนล้าน ซึ่งเป็นงานโยธา 78,713 ล้านบาท เมื่อวันที่ 5 ก.ค.64 ที่ผ่านมา&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดูแล้วก็เหมือนการเปิดประมูลตามปกติ แต่เมื่อมาดูอีกที โครงการที่มีมูลค่ามหาศาล 1.1 แสนล้านบาท ยกงานก่อสร้างออกเป็น 5+1 สัญญา ทีโออาร์ยังดูจะเหมือนกับทีโออาร์ของสายสีส้มที่อื้อฉาว ที่กำหนดให้ผู้ที่ผ่านข้อเสนอด้านเทคนิคแล้วเท่านั้น รฟม.จึงจะพิจารณาข้อเสนอด้านเทคนิคและราคาประกอบกัน (สัดส่วน 30-70) ด้วยข้ออ้างที่ว่าเป็นโครงการใหญ่ที่มีความซับซ้อน ต้องอาศัยเทคโนโลยีชั้นสูงในการก่อสร้าง จำเป็นต้องได้ผู้รับเหมาที่มีศักยภาพในการดำเนินโครงการ ซึ่งแตกต่างจากการประมูลโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายอื่นๆ ของ รฟม. ก่อนหน้าที่พิจารณาด้านราคาเป็นหลัก &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และเมื่อเทียบแล้วทั้ง 2 โครงการก็มีความแตกต่างกัน เพราะโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้นั้นต้องการเพียงผู้รับเหมาก่อสร้าง ขณะที่รถไฟฟ้าสายสีส้มรวมสัมปทานการบริหารโครงการเข้ามาอยู่ในโครงการด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าอาณาจักรรถไฟฟ้าที่มีอยู่ในประเทศไทยนั้น มี 2 ยักษ์ใหญ่ที่ครอบครอง ซึ่งสายแรกของประเทศ &amp;quot;สายสีเขียว&amp;rdquo; หรือที่เรียกกันจนติดปากว่า BTS อยู่ใต้ บมจ.ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ (BTSC) ที่ยอมควักเงินทุน 100% กับสัมปทาน 30 และขณะนี้กำลังลุ้นสัมปทานสายสีเขียวทั้งระบบ 30 ปีตั้งแต่ปี 2572-2602 เพื่อแลกหนี้ กทม.แสนล้าน แถม ยังคว้าสัมปทาน &amp;ldquo;สายสีชมพู&amp;rdquo; แคราย-มีนบุรี และ &amp;ldquo;สายสีเหลือง&amp;rdquo; ลาดพร้าว-สำโรง และขยายไปในโครงสร้างพื้นฐานอีกจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนอีกค่ายคือ บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM) ที่ไม่เพียงได้สัมปทานทางด่วนหลายสายแล้ว ยังมีรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน รถไฟฟ้าใต้ดินสายแรกของประเทศไทย จาก &amp;ldquo;บางซื่อ-หัวลำโพง&amp;rdquo; และส่วนต่อขยายบางซื่อ-ท่าพระ และหัวลำโพง-บางแค สัญญาสิ้นสุดในปี 2592&amp;nbsp; และยังคว้าสัญญาจ้างเดินรถ 30 ปี สายสีม่วง &amp;ldquo;เตาปูน-คลองบางไผ่&amp;rdquo; รวมถึงไฮสปีดเทรนเชื่อม 3 สนามบินที่ไปร่วมทุนกับกลุ่มซีพี &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้น เพื่อเสริมโครงการเมกะโปรเจ็กต์ โดยเฉพาะโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ และสีส้ม &amp;ldquo;บางขุนนนท์-มีนบุรี&amp;rdquo; จึงเป็นเค้กชิ้นโตที่ยักษ์ใหญ่ทั้ง 2 รายทุ่มสรรพกำลังเต็มที่เข้าช่วงชิง ส่วนใครจะได้รับสัมปทานไปนั้น คงต้องลุ้นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่สำคัญหน่วยงานที่รับผิดชอบกำกับดูแลในส่วนนี้ ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ คำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของประเทศและประชาชน อย่าให้ซ้ำรอยคดีที่อื้อฉาวและซ้ำเติมประเทศที่กำลังเกิดวิกฤติขณะนี้เลย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บุญช่วย ค้ายาดี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110481</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระจกไร้เงา, บุญช่วย ค้ายาดี, อย่าซ้ำเติมประเทศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e088ef44eff8.jpg </PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
