<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119088</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อย่าด้อยค่าไฟเซอร์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จับทางยากครับ...
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สังคมคนรุ่นใหม่ในโซเชียล มีเรื่องให้คาดไม่ถึงอยู่เสมอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาโหมจุดกระแส ต้องการ ไฟเซอร์ วัคซีนเทพ เท่านั้น ไม่เอาซิโนแวค วัคซีนเซินเจิ้น วัคซีนน้ำเปล่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พอไฟเซอร์มา จะไม่เอาอีก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรื่องมันเป็นแบบนี้ครับ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลเริ่มโครงการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้นักเรียนอายุ ๑๒-๑๘ ปี มาตั้งแต่วันที่ ๔ ตุลาคม ซึ่งต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครองเสียก่อน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉีดไฟเซอร์ให้นักเรียนตอนนี้ปัญหามันมีอยู่ ๒ ประเด็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเด็นแรกนักเรียนที่อยากฉีด ยังไม่ได้ฉีด พากันประกาศหานักเรียนที่จะเสียสละไม่ฉีด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกประเด็นคือ นักเรียนที่ลงทะเบียนไปแล้ว เปลี่ยนใจไม่อยากฉีด เพราะกลัวผลข้างเคียงที่ตามมา ส่วนใหญ่เป็นเพราะเสพเฟกนิวส์หัวปักหัวปำ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มที่ไม่ยอมฉีด ส่วนหนึ่งมาจากผู้ปกครอง ไม่มั่นใจเรื่องผลข้างเคียงของไฟเซอร์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จนเกิดกระแสสร้างเทรนด์ไม่ยอมฉีด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลักๆ มาจากคลิปในแอปพลิเคชัน TikTok
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;TikTok อุดมไปด้วยคลิปเฟกนิวส์เกี่ยวกับผลข้างเคียงของวัคซีนไฟเซอร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่คือเทรนด์ใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และนักเรียนจำนวนมากเริ่มตามกระแสเทรนด์ใหม่นี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ยอมฉีดไฟเซอร์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เฟกนิวส์เกี่ยวกับไฟเซอร์มีอะไรบ้าง?&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;...คุณภาพเท่าวัคซีนเซินเจิ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;...เปลี่ยน DNA ทำให้กลายเป็นมนุษย์กลายพันธุ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;...ฉีดไปตายทำไง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บางคนเห็นเพื่อนไม่ยอมฉีด ไม่ฉีดตามเพื่อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บางคนพ่อแม่ไม่ยอมให้ฉีด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำถามตัวโตๆ ขีดเส้นใต้สิบเส้น เกิดอะไรขึ้น? &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เด็กรุ่นใหม่เชี่ยวชาญการท่องโซเชียล สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายเพียงปลายนิ้วไถ ไม่ต้องไปค้นห้องสมุดเหมือนคนรุ่นพ่อรุ่นแม่ ใช้เวลาเป็นวันๆ กว่าจะได้ข้อมูลที่ต้องการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำไมถึงมีปัญหากับการหาข้อมูลข่าวสาร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวสารเกี่ยวกับไฟเซอร์ในโลกออนไลน์มีเต็มไปหมด &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีในทุกแง่มุม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มุมด่ารัฐบาลน่าจะเยอะสุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองลงมาคือผลข้างเคียง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเฟกนิวส์เกี่ยวกับไฟเซอร์ก็เริ่มระบาดหนัก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากพิจารณาในแง่ของห้วงเวลา ข่าวสารเกี่ยวกับไฟเซอร์น่าจะเป็นเชิงบวก ยกเว้นในส่วนที่ไปเกี่ยวกับรัฐบาล กรณีนี้ลบทุกเรื่อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วทำไมยังมีความสับสนเกี่ยวกับไฟเซอร์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนนี้คนรุ่นใหม่ในโซเชียล พากันโจมตีรัฐบาล ซึ่งส่วนใหญ่ได้รับอิทธิพลทางความคิดมาจากพรรคอนาคตใหม่-ก้าวไกล คณะก้าวหน้า ที่มีจุดยืน ไฟเซอร์ เท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไฟเซอร์จึงกลายเป็นวัคซีนเทพในความรู้สึกของคนรุ่นใหม่ ซึ่งจริงๆ แล้ว ไฟเซอร์ ก็มีประสิทธิภาพโดดเด่น กว่าวัคซีนยี่ห้ออื่นๆ ที่เป็นวัคซีนหลักในไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ทำไมจึงปฏิเสธวัคซีนเทพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หรือเป็นคนรุ่นใหม่คนละกลุ่มกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาพที่จำติดตาคือ กลุ่มนักเรียนเลว ออกมาโจมตีเรื่องวัคซีนซิโนแวค ด่ารัฐบาลไม่จัดหาไฟเซอร์ แล้วเคลมว่านักเรียนทั่วประเทศเห็นด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็งงซิครับ...นักเรียนไม่เอาไฟเซอร์โผล่มาจากไหน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่านักเรียนไม่เอาไฟเซอร์มีกี่คน...ตอบยาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ดรามาในโซเชียลไม่เอาไฟเซอร์นั้นอึกทึกมาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แฮชแท็ก #ไฟเซอร์นักเรียน วิจารณ์กันขรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นถึงพลังโซเชียลจริงๆ แต่เป็นพลังด้านเลวๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัญหาคนรุ่นใหม่กับโซเชียล ดูกำลังจะกลายเป็นเรื่องยากเกินแกง เพราะภูมิคุ้มกันต่ำ ที่น่าวิตกคือไม่มีวัคซีนใดๆ ฉีดป้องกันได้ นอกจากตื่นรู้ด้วยตัวเอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เฟกนิวส์ในโซเชียลมีดาษดื่นไปหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;TikTok
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;Youtube&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;Instagram
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;Facebook
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;Twitter
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งหมดนี้เหมือนจะมีการควบคุมเนื้อหา แต่ในความเป็นจริงแทบจะไม่มีการควบคุมอย่างสิ้นเชิง ไม่เฉพาะเฟกนิวส์ไฟเซอร์อย่างเดียว แต่ปลอมข่าวครบวงจร โดยเฉพาะข่าวการบ้านการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นหนึ่งในเหตุผลหลักที่สร้างความวุ่นวายให้กับบ้านเมืองอยู่ในขณะนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครับ...ไปดูข่าวจริงกันหน่อย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต พูดถึงความคืบหน้าเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนของประเทศไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;...เป้าหมายในเดือนพฤศจิกายน ประชาชนต้องรับวัคซีนจำนวนเข็มที่ ๑ ให้ได้ ๕๓ ล้านคน ๗๕%&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เข็มที่ ๒ ได้ ๓๙ ล้านคน คิดเป็น ๕๕%&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่นหมายความว่า เราสามารถทำได้ตามแผน มีวัคซีนอย่างเพียงพอ และได้รับความร่วมมือจากประชาชนในการฉีดวัคซีน เราก็จะทำได้ตามมาตรฐานโลกในการฉีดวัคซีนของประเทศที่พัฒนาแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และในเดือนธันวาคม วัคซีนจะครอบคลุมในเข็มที่ ๑ ถึง ๖๐ ล้านคน เฉลี่ย ๘๕%&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เข็มที่ ๒ ๔๙ ล้านคน เฉลี่ย ๗๐% &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หมายความว่าเมื่อถึงสิ้นธันวาคมเกือบทุกคนในประเทศไทยจะได้รับวัคซีนเรียบร้อยอย่างน้อย ๒ เข็ม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเข็ม ๓ ก็จะค่อยๆ เพิ่มขึ้นต่อไป หากการดำเนินงานเป็นไปตามแผน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คาดว่าในวันที่ 1 มกราคม ๒๕๖๕ &amp;nbsp;สถานการณ์จะคลี่คลายได้มาก การดำเนินชีวิตต่างๆ ก็คงกลับมาอยู่ในรูปแบบปกติ แบบวิถีใหม่ (New normal)...&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา &amp;quot;ลุงตู่&amp;quot; ประกาศเปิดประเทศใน ๑๒๐ วัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนั้นผู้ติดเชื้อรายวันอยู่ที่ ๓-๔ พันคน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เสียงด่าขรม!&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประชดประชัน เปิดประตูสู่นรกมากกว่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระหว่างทางก่อนเปิดประเทศผู้ติดเชื้อรายวันพุ่งเกิน ๒ หมื่นคน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใครหลายคนคิดว่าเสร็จแน่ ไทยน่าจะจมดิ่งอีกยาวนาน แต่คนที่คิดแบบนั้นไม่ได้เอาปัจจัยการเร่งฉีดวัคซีนมาประกอบการพิจารณา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาถึงวันนี้เราเปิดประเทศไปหลายจุดแล้ว จำนวนผู้ติดเชื้อรายวันค่อยๆ ลดลง เหลือหมื่นต้นๆ บ้าง ไม่ถึงหมื่นบ้าง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉะนั้นเป้าหมายใช้ชีวิตรูปแบบปกติ วิถีใหม่ในวันปีใหม่ จึงไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อให้มีคนด้อยค่าไฟเซอร์ก็เถอะ!.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119088</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผักกาดหอม, อย่าด้อยค่าไฟเซอร์, อ่านเอาเรื่อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210104/image_big_5ff3197281d0b.jpg </PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
